Monday, 31 August 2026
TheStatesTimes

‘นิพนธ์’ เตือน ‘สิงโต’ !! ชี้นักการเมืองรุ่นใหม่ ต้องไม่ตกในบ่อน้ำเน่า อย่าเล่นการเมืองด้วยข่าวลือ ย้ำใครออกโฉนดทับที่สาธารณะต้องรับผิดเอง ยกกรณีบุกรุกโบราณสถานชัดเจน

“นิพนธ์” เตือน “สิงโต” คิดจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ อย่ากระโดดลงบ่อน้ำเน่าการเมืองเก่า ย้ำใครออกโฉนดทับที่สาธารณะ คนนั้นรับผิด ยกกรณีบุกรุกโบราณสถานที่ศาลยังสั่งจำคุก

จากกรณีที่นายศักดิ์สิทธิ์ (สิงโต) ขาวทอง สส.สงขลา แชร์เนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาที่ดินกุโบร์ท่ายาง ต.นาทับ อ.จะนะ พร้อมข้อความในลักษณะพาดพิงนักการเมือง น. ในพื้นที่นั้น

ล่าสุด นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนเกิดและเติบโตที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ บ้านและครอบครัวประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่มาโดยตลอด ทุกวันนี้สถานประกอบการของครอบครัวก็มีที่ตั้งเป็นหลักเป็นแหล่ง ทั้งที่จะนะและสิงหนคร มีการประกอบธุรกิจที่สามารถตรวจสอบได้ ทำมาหากินอย่างเปิดเผยตามกฎหมาย

“บ้านผมสอนลูกหลานมาตลอดว่า จะหาเงินต้องหาอย่างสุจริต ทำมาหากินก็ต้องมีอาชีพ มีสถานประกอบการเป็นหลักเป็นแหล่ง ให้คนตรวจสอบได้ เงินที่เอากลับเข้าบ้านต้องเป็นเงินที่เราตอบได้ว่ามาจากไหน”
นายนิพนธ์กล่าวว่า สิ่งที่ครอบครัวไม่เคยสอน คือการให้ลูกหลานแสวงหารายได้จากสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบ่อนการพนัน ทำเว็บพนัน ใช้บุคคลอื่นเป็นนอมินี หรือทำธุรกิจอย่างหนึ่งไว้บังหน้ากิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

“ผู้ใหญ่ที่บ้านไม่เคยสอนว่า ถ้าอยากมีเงินก็ไปเปิดบ่อน ไปทำเว็บพนัน หรือเอาธุรกิจถูกกฎหมายมาบังหน้าเรื่องที่ผิดกฎหมาย เราโตมากับคำสอนว่า เงินสุจริตอาจหาได้ช้ากว่า แต่ใช้ได้อย่างไม่ต้องหลบหน้าใคร”

นายนิพนธ์กล่าวถึงกรณีที่ดินกุโบร์ท่ายาง นาทับว่า ขอให้สังคมแยกระหว่างข้อเท็จจริงกับการกล่าวหาทางการเมืองให้ชัดเจน พร้อมยืนยันว่า ตนไม่มีที่ดินอยู่ในบริเวณกุโบร์ที่กำลังเป็นข่าวแม้แต่แปลงเดียว
“ผมพูดตรง ๆ วันนี้เลยว่า ผมไม่มีที่ดินตรงกุโบร์แม้แต่แปลงเดียว เพราะฉะนั้นใครมีหลักฐานก็เอาออกมา อย่าพูดกันตามร้านน้ำชาแล้วเอามาแต่งเรื่องต่อ”

“ส่วนใครที่มีที่ดินอยู่ตรงนั้น หากตรวจสอบแล้วพบว่าเอาที่สาธารณะไปออกโฉนดโดยมิชอบ คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบเอง ต้องเพิกถอน ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย จะเป็นใคร เป็นญาติใคร หรืออยู่ฝ่ายการเมืองไหนก็ไม่เกี่ยว เพราะคนทำต้องรับผิด ไม่ใช่เอานามสกุลของคนอื่นไปรับผิดแทน”
นายนิพนธ์กล่าวว่า หลักดังกล่าวไม่ใช่เรื่องซับซ้อน เพราะในจังหวัดสงขลาเองก็เคยมีกรณีบุกรุกพื้นที่ของรัฐและโบราณสถานที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาแล้ว ซึ่งนายศักดิ์สิทธิ์เองก็น่าจะรู้จักเรื่องนี้เป็นอย่างดี

“กรณีคนเข้าไปบุกรุกโบราณสถาน เขาน้อย-เขาแดง นายศักดิ์สิทธิ์ก็น่าจะรู้จักดี เพราะมีญาติผู้ใหญ่ใกล้ชิดอยู่ในคดีนั้น และศาลก็มีคำพิพากษาแล้วว่าใครทำ ใครต้องรับผิด”

คดีดังกล่าวเป็นกรณีลักลอบขุดดินออกจากพื้นที่โบราณสถานเขาน้อย อ.สิงหนคร จนเกิดหลุมลึกประมาณ 20 เมตร และอยู่ห่างจากฐานเจดีย์โบราณเพียง 34 เมตร โดยศาลจังหวัดสงขลาพิพากษาจำคุกจำเลยหลัก 2 ราย คนละ 6 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมชดใช้ค่าเสียหายรวม 10.5 ล้านบาท และจำเลยอีก 3 รายถูกพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ก่อนที่วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ศาลอุทธรณ์ภาค 9 จะมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยหนึ่งในจำเลยที่ถูกพิพากษาจำคุก 6 ปี เป็นพี่สาวของนายเดชอิศม์ ขาวทอง ซึ่งเท่ากับเป็นญาติผู้ใหญ่ของนายศักดิ์สิทธิ์โดยตรง

“ผมไม่ได้พูดเรื่องนี้เพื่อเอาครอบครัวใครมารับผิดแทนกัน แต่ยกขึ้นมาให้เห็นหลักง่าย ๆ ว่า ญาติทำ ญาติก็รับผิด คนอื่นไม่ได้รับผิดแทน เช่นเดียวกัน ถ้าที่กุโบร์มีใครออกโฉนดทับที่สาธารณะ คนนั้นก็รับผิด จะเอาเรื่องของคนนั้นมาแต่งต่อแล้วโยนมาใส่ผมไม่ได้ เพราะแม้จะไม่เอ่ยชื่อ แต่คนที่ได้อ่านก็เชื่อได้ว่ากล่าวหาใคร”

นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า ในการทำงานการเมือง ตนได้รับการสอนเช่นเดียวกันว่า อำนาจและตำแหน่งมีไว้ทำงานให้ประชาชน ไม่ใช่เครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ และการได้มาซึ่งคะแนนเสียงควรเกิดจากผลงาน ความไว้วางใจ และการอยู่กับประชาชน ไม่ใช่จากอำนาจของเงินที่ไม่สามารถอธิบายที่มาได้
“ผมเป็นนักการเมือง ก็ต้องลงพื้นที่ ทำงาน แก้ปัญหาให้ประชาชน ทำให้เขาเห็นว่าเราทำอะไรให้บ้านเมือง ที่บ้านไม่ได้สอนว่าอยากเป็นนักการเมืองก็ไปหาเงินสีเทามาซื้อใจประชาชน ไม่ได้สอนว่าเงินมาจากไหนไม่สำคัญ ขอเพียงมีมากพอสำหรับเลือกตั้ง สำหรับผม เงินทุกบาทต้องตอบประชาชนได้ว่ามาจากไหน เพราะถ้าวันหนึ่งนักการเมืองต้องพึ่งเงินจากสิ่งผิดกฎหมาย วันนั้นคนที่อยู่เบื้องหลังเงินก้อนนั้นต่างหากที่จะกลายเป็นเจ้าของนักการเมือง”

นายนิพนธ์กล่าวว่า ตนเห็นนายศักดิ์สิทธิ์เป็นเหมือนลูกหลาน จึงอยากเตือนด้วยความหวังดีว่า หากตั้งใจจะสร้างภาพของการเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ก็ควรเริ่มต้นจากการทำการเมืองด้วยข้อเท็จจริง ไม่ควรหยิบข่าวลือหรือข้อสงสัยมาปรุงแต่งให้กลายเป็นข้อกล่าวหา

“สิงโตยังเป็นคนรุ่นใหม่ ผมเห็นเหมือนลูกเหมือนหลาน จึงอยากฝากว่า ถ้าคิดจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ก็อย่ารีบกระโดดลงไปในบ่อน้ำเน่าของการเมืองแบบเก่า หากมีหลักฐานก็เอาหลักฐานมากาง ผิดตรงไหนก็ให้กฎหมายจัดการ แต่ถ้าไม่มีหลักฐาน อย่าเอาเรื่องตามร้านน้ำชามาเต้าข่าวแล้วสาดใส่คนอื่น เพราะการเมืองแบบนั้นไม่ได้ทำให้คนพูดดูเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ขึ้นมาเลย และถ้าจะยึดหลักว่าที่ดินของรัฐต้องได้รับการปกป้อง ผมเห็นด้วยเต็มร้อย กุโบร์เป็นที่สาธารณะ ก็ต้องปกป้อง โบราณสถานก็ต้องปกป้อง ที่หลวงก็คือที่หลวงเหมือนกันทั้งหมด ใครบุกรุก ใครเอาไปออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ คนนั้นต้องรับผิด ใช้มาตรฐานเดียวกัน อย่าเลือกความถูกต้องเฉพาะเรื่องที่ตัวเองเอาไปโจมตีคนอื่นได้”

นายนิพนธ์กล่าวทิ้งท้ายว่า การเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ไม่ได้อยู่ที่อายุ แต่อยู่ที่วิธีคิดและวิธีทำการเมือง อยากเป็นการเมืองรุ่นใหม่ ต้องสะอาดทั้งวิธีหาเงินและวิธีหาคะแนน อย่าใช้เงินที่ตอบที่มาไม่ได้ซื้อใจคน และอย่าใช้ข่าวที่ตอบข้อเท็จจริงไม่ได้ทำลายคนอื่น เพราะคนสงขลาเขาดูออกว่าใครทำมาหากินอะไร ใครอยู่กับประชาชนอย่างไร และใครสร้างตัวมาจากไหน ดังนั้นก่อนจะชี้นิ้วไปที่คนอื่น อย่าลืมว่าประชาชนเขาก็มองกลับมาที่ตัวเราและคนรอบตัวเราเหมือนกัน หากที่ดินแปลงใดที่นายสิงโตกล่าวว่าเป็นที่กุโบร์และเป็นที่สาธารณะควรแจ้งกรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนโฉนดและดำเนินคดีกับผู้บุกรุก ผู้ออกโฉนด ดีกว่าโพสต์บน social media หวังโหนกระแสไปวันๆ

เปิดโจทย์นิคมอุตสาหกรรมจะนะ!! จับตา ครม.สัญจรพิจารณา “นิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะ” ชี้พัฒนาต้องโปร่งใส–ชุมชนได้ประโยชน์จริง ย้ำไม่ใช่แค่ “เอาหรือไม่เอา” แต่ต้องตอบให้ได้ว่าชาวบ้านได้อะไร

ครม.กำลังจะพิจารณาโครงการ “นิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะ”ช่วงการประชุม ครม.สัญจร 1 กันยายนนี้

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดผมเคยได้คุยกับ ดร.เจ๊ง รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ดีในการพัฒนาเศรษฐกิจเชื่อมโยงสงขลา-ปัตตานี ภาษาเป็นทางการอาจจะยาก และไม่เข้าใจ อันเป็นการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ

ถ้าพูดถึง “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ในมุมว่า หากเดินหน้าอย่างถูกต้อง โปร่งใส และคำนึงถึงคนในพื้นที่ สังคมจะได้ประโยชน์หลายด้านครับ แต่ต้องพิจารณาผลกระทบที่ตามมาอย่างรอบคอบรอบด้าน หามาตรการป้องกัน อย่างตรงไปตรงมาภายใต้การมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่

สิ่งที่สังคมจะได้จากนิคมอุตสาหกรรมจะนะ

1. สร้างงานให้คนในพื้นที่
-เกิดตำแหน่งงานทั้งในโรงงาน โลจิสติกส์ ก่อสร้าง บริการ และธุรกิจต่อเนื่อง
-คนรุ่นใหม่มีทางเลือกทำงานในบ้านเกิด ไม่จำเป็นต้องออกไปหางานต่างจังหวัด

2. เพิ่มรายได้และเศรษฐกิจท้องถิ่น
-เงินหมุนเวียนจากคนทำงานและภาคธุรกิจจะเข้าสู่ร้านค้า ที่พัก อาหาร การขนส่ง และบริการต่าง ๆ
-หากมีการกำหนดสัดส่วนการจ้างงานคนในพื้นที่อย่างจริงจัง ผลประโยชน์จะกระจายถึงชุมชนมากขึ้น

3. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน
-การลงทุนขนาดใหญ่สามารถผลักดันให้เกิดการพัฒนาถนน ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ระบบขนส่ง และสาธารณูปโภค
-แต่ต้องกำหนดให้ชุมชนได้รับประโยชน์ด้วย ไม่ใช่พัฒนาเฉพาะพื้นที่อุตสาหกรรม

4. สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้ภาคใต้
-จะนะมีศักยภาพด้านทำเล การคมนาคม และเชื่อมโยงกับสงขลา–มาเลเซีย
-หากวางผังให้เหมาะสม สามารถต่อยอดเป็น อุตสาหกรรม + โลจิสติกส์ + การค้าชายแดน ได้

5. เพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่นและรัฐ
-เมื่อมีธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ย่อมมีฐานภาษีและรายได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
-หากออกแบบระบบจัดสรรรายได้ที่ดี ท้องถิ่นสามารถนำเงินกลับมาพัฒนาการศึกษา สาธารณสุข และสาธารณูปโภคได้

6. สร้างโอกาสให้ SMEs ในพื้นที่
-โรงงานขนาดใหญ่ไม่ได้สร้างงานเฉพาะในโรงงาน แต่ต้องใช้ผู้รับเหมา ขนส่ง อาหาร ซ่อมบำรุง รักษาความปลอดภัย และบริการอีกจำนวนมาก
-นี่อาจเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตไปพร้อมกับโครงการ

แต่ “ข้อดี” จะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไข

ประเด็นสำคัญของจะนะจึงไม่ควรถามเพียงว่า “เอานิคมหรือไม่เอานิคม” แต่ควรถามว่า

“ถ้าจะมีนิคมอุตสาหกรรม แล้วประชาชนจะนะได้อะไร และรัฐจะรับประกันอย่างไรว่าเขาจะไม่เป็นผู้แบกรับต้นทุน?”

ต้องมีอย่างน้อย การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่น่าเชื่อถือ, การมีส่วนร่วมของประชาชน, การเปิดเผยข้อมูล, ระบบควบคุมมลพิษที่เข้มงวด, การจ้างงานคนในพื้นที่ และกลไกแบ่งปันผลประโยชน์ให้ชุมชน

เพราะถ้า ได้งาน ได้รายได้ ได้โครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องแลกด้วยทะเลเสีย สิ่งแวดล้อมเสีย สุขภาพประชาชน และวิถีชีวิตชุมชน แบบนั้นก็ต้องกลับมาถามกันใหม่ว่า “การพัฒนาเป็นของใคร และใครเป็นคนจ่ายต้นทุน”

อย่างไรก็ตามต้องรับฟังเสียงค้านอย่างมีเหตุมีผล ฝ่ายค้านก็ต้องแสดงข้อมูลให้ชัดว่าค้านเรื่องอะไร ประเด็นไหน มีข้อเสนออย่างไร ที่มากกว่าการล้มโครงการ

วง OZONE กลุ่มเด็กๆจากภูเก็ตที่ฝีมือดนตรีระดับปีศาจ ลมใต้ปีกของ “เนเน่ รอยัล” บนเวทีโลก

ก่อนเสียง Live Golden Buzzer จาก Mel B จะดังก้องเวที America’s Got Talent หลังโชว์ “Black Hole Sun” เพลงแห่งตำนานของ Soundgarden ที่ทำเอาคนทั้งฮอลล์ลุกขึ้นยืน…
เนเน่ รอยัล ไม่ได้มายืนตรงนั้นคนเดียว
เพราะเบื้องหลังความมั่นใจสุดขีดบนเวทีระดับโลกของเธอ คือเวทีเล็ก ๆ ที่ตลาดนัดภูเก็ต ห้องซ้อมแคบ ๆ และเพื่อนร่วมวงอีก 4 คนที่ชื่อ OZONE
วันนี้เราจะพาไปรู้จักพวกเขาทีละคน เด็กกลุ่มนี้ที่กำลังพิสูจน์ว่า “อายุน้อย ไม่ได้แปลว่าฝีมือน้อยตาม”

จุดเริ่มต้น: จากห้องซ้อมเงียบกริบ สู่วงร็อกที่คนทั้งประเทศจับตา
OZONE ไม่ได้เกิดจากการรวมตัวของเพื่อนสนิท แต่เกิดจากสายตาของครูคนหนึ่ง
ครูชาคริต บิลังโหลด ครูสอนดนตรีจากโรงเรียนดนตรียามาฮ่า นครภูเก็ต อยากส่งวงเข้าประกวดรายการ THE POWER BAND 2025 จึงเริ่มมองหาเด็กที่มีศักยภาพมารวมกัน ทีละคน ทีละคน จนครบวง
วันแรกที่ทุกคนมาเจอกัน บรรยากาศเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าคุยกันเลยด้วยซ้ำ จนกระทั่ง… มีคนชวนเล่น Minecraft หลังซ้อม
ใช่ครับ วงร็อกที่กำลังจะพาเพื่อนไปไกลถึงเวทีโลก เริ่มสนิทกันเพราะเกมออนไลน์ธรรมดา ๆ นี่แหละ

5 นักดนตรีตัวน้อย หัวใจใหญ่กว่าตัว

แพรว – รัตติกานต์ อำลอย AKA เนเน่ รอยัล(ร้องนำ/กีตาร์)
เสียงร้องที่ทรงพลังติดความแหบพร่าที่ปลายเสียงราวกับผู้ใหญ่โตเต็มวัย จุดเริ่มต้นของแพรวหรือเนเน่กลับเรียบง่ายมาก เนเน่เลือกเรียนกีตาร์เพราะชุมนุมวิชาการที่โรงเรียนเต็มหมดแล้ว เหลือแค่ชุมนุมดนตรี
ส่วนการร้องเพลง มาจากภาพที่เธอเห็นตอนเดินตลาดกับพ่อแม่ นักร้องเปิดหมวกที่เห็นมีแต่ผู้ชาย ไม่มีผู้หญิงเลยสักคน เนเน่เลยตัดสินใจว่า “ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกัน หนูจะทำให้ดู” แล้วเธอก็เริ่มเปล่งเสียงร้องเพลงควบคู่ไปกับฝึกทักษะควบคุมเส้นลวดทั้ง 6 สายควบคู่กันไปตั้งแต่วันนั้น

เจซี – จาริล คริสเตอร์แคมโป เดอ-คาสโทร (เบส)
ตัวอย่างลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นที่แท้จริง พ่อของเจซีเป็นนักดนตรีอาชีพชาวฟิลิปปินส์ที่มาทำงานและตั้วรกรากในประเทศไทย เจซีเห็นพ่อเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ลองมาแล้วทั้งอูคูเลเล่ คีย์บอร์ด กีตาร์ แต่สุดท้ายก็ตกหลุมรักเบสเพราะเห็นพ่อเล่นแล้ว “เท่”

โอสถ – กรฤทธิ์ วายุเวช (กีตาร์/คอรัส)
จุดเริ่มต้นการเล่นกีตาร์ของโอสถเพราะ เหตุผลง่ายๆที่ว่า ขี้เกียจออกจากบ้านช่วงโควิด เล่นไปเล่นมาก็ยิ่งอิน ยิ่งฟังยิ่งชอบ จนถอนตัวไม่ขึ้น

เอ็มเค – ญาณกร พูลวโรดม (คีย์บอร์ด/คอรัส)
นักดนตรีสายเกม เริ่มเล่นดนตรีเพราะ “พ่อสั่ง” ให้เลิกติดเกม แต่พอหันมาให้เวลากับทฤษฎีดนตรีอย่างจริงจัง กลับพบว่าตัวเองรักมันเข้าอย่างจัง จากเด็กที่ไม่อยากเล่นดนตรี กลายเป็นคนที่เดินเข้าไปบอกพ่อเองว่าอยากไปต่อสายนี้ ส่วนเหตุผลที่เลือกคีย์บอร์ดแทนเบสที่เป็นเครื่องดนตรีของพ่อ? “ไม่อยากเจ็บนิ้วครับ” เอ็มเคได้เคยกล่าวไว้

บุ๋น – ณัฐฐ์บุญญ์ บุญรุ่งโรจน์ (กลอง)
มือกลองตัวกลมสาย foodie วัยเพียง 12 ปี ที่ลองมาหมดทั้งเปียโน เบส กีตาร์ ก่อนจะลงเอยที่กลองเพราะ “มันเท่และตีแล้วไม่เจ็บมือเท่าเครื่องอื่น” ช่วงแรกตัวยังเล็กจนเหยียบกระเดื่องไม่ถึง จนต้องปรับเก้าอี้ลงต่ำเกือบสุด
ล่าสุดบุ๋นคว้าแชมป์ Drums Off Thailand 2026 รุ่นเด็ก พร้อม 3 รางวัลรวด และได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งระดับเอเชียที่ไต้หวันปลายปีนี้ ในส่วน lifestyle บุ๋นก็ไม่ธรรมดา เห็นลีลาหวดกลองหนักแน่นพริ้วไหวแบบนี้ บุ๋นยังมีอีกบทบาทหนึ่งคือ YouTuber สายกินกับช่อง Boon - Hungry Drummer ให้แฟนๆได้ติดตามกันอีกด้วย

ครูชาคริตเลือกเด็กทั้งห้าคนไม่ใช่แค่เพราะฝีมือ แต่เพราะวัยไล่เลี่ยกันและมุมมองที่ไปด้วยกันได้
“เวลาเล่นก็เล่นกันจริงจัง เวลาผมดุก็เงียบทันที ทุกคนมีวินัยดีมาก เพราะเราสอนเขาเหมือนผู้ใหญ่ จะมางอแงไม่ได้”
เพลย์ลิสต์ของพวกเขาก็ไม่ใช่เพลงเด็กเล่นเบา ๆ ตั้งแต่ Nightmare ของ Avenged Sevenfold, Toxicity ของ System of a Down ไปจนถึงร็อกไทยเพื่อชีวิตอย่างบัวลอย ของคาราบาว

ฝีมือพัฒนาจากการลงสนามจริง
สนามซ้อมที่แท้จริงของ OZONE ไม่ใช่ห้องซ้อมแอร์เย็น ๆ แต่คือตลาดนาคา ภูเก็ต ที่ต้องเล่นให้คนเดินผ่านไปมาหยุดฟัง ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว

ไม่มีใครตั้งใจมาดูพวกเขาโดยเฉพาะ ทุกโชว์คือการพิสูจน์ตัวเองใหม่ทุกครั้ง
ทักษะนี้เองที่หล่อหลอมให้เนเน่กล้าเล่น กล้าคุยกับคนดูนับล้านผ่านหน้าจอ โดยไม่เสียความเป็นธรรมชาติแม้แต่นิดเดียว
ก่อนบินไปแข่งรอบ Live ที่สหรัฐฯ เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เนเน่ยังกลับมาขึ้นเวทีเดิมกับเพื่อน ๆ ที่ตลาดนาคาอีกครั้ง ท่ามกลางแฟนเพลงที่มารอส่งกำลังใจที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกที

พลังแห่งทีมเวิร์ค
พวกเขาเคยพูดถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเล่นเป็นวงไว้ว่า เล่นคนเดียวอาจโดดเด่นที่สุดในห้อง แต่เล่นเป็นวงต้องเรียนรู้เรื่องทีมเวิร์ค ความรับผิดชอบ และการแบ่งพื้นที่ให้เพื่อน

นี่คือสิ่งที่เราเห็นในตัวเนเน่บนเวที AGT กล้าโดดเด่น แต่ยังฟังและสื่อสารกับวงที่เล่นแบ็คอัพและทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ปัจจุบันและอนาคต
OZONE ไม่ใช่แค่ “วงของเนเน่” เพราะทุกคนในวงกำลังเติบโตไปตามทางของตัวเอง มือกลองวัย 12 กำลังจะไปแข่งระดับเอเชีย เด็กที่เคยไม่อยากแตะดนตรีเลยกลายเป็นคนรักมันที่สุด

และที่สำคัญคือหนึ่งในพวกเขากำลังออกเดินจากตลาดนัดเล็ก ๆ ในภูเก็ต ไปถึงเวที ใหญ่ระดับโลกอย่าง America’s Got Talent และคว้า Live Golden Buzzer มาครองสำเร็จและยังมีเส้นทางที่สว่างสดใสทอดรออยู่ข้างหน้าอีกยาวไกล
แต่ก่อนเสียงกริ่งแห่งอนาคตนั้นจะดัง ทุกอย่างสิ่งทุกอย่างถูกขัดเกลามาจากเวทีเล็ก ๆ การซ้อมที่ไม่เคยหยุด และเพื่อนร่วมวงที่ชื่อ OZONE

แม้อายุอาจยังน้อย แต่พลังของเด็กไทยบนเวทีดนตรี ไม่ได้เล็กตามตัวเลยสักนิด ในวันนี้ เนเน่และผองเพื่อนในนาม OZONE อาจยังเป็นเพียงกลุ่มนักดนตรีตัวเล็กๆที่ยังมีเมฆหมอกแห่งอนาคตอันคลุมเครือห่มคลุมอยู่ แต่พวกเราทุกคนก็ได้เห็นกันแล้วว่า ในเมฆหมอกนั้น มีแสงสว่างอันเรืองรองส่องประกายได้ทอดยาวออกไปไกลแสนไกลแล้วในวันนี้ ใครจะรู้ ในอนาคต OZONE กลุ่มเล็กๆกลุ่มนี้อาจขยายใหญ่ขึ้นจนปกคลุมทั้งชั้นบรรยากาศให้คนทั้งโลกได้ยินเสียงดนตรีที่มีจุดกำเนิดมาจากเกาะเล็กๆจากประเทศไทยแห่งนี้ก็เป็นได้

วันนี้หนึ่งในสมาชิกของพวกเขาได้ออกบินไปสู่เป้าหมายระดับโลกแล้วอย่างสวยงาม รอแค่เวลาที่สมาชิกคนอื่นจะก้าวตามกันออกไปเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น

รัฐบาล ลุยปรับภาษี รถยนต์ EV-ไฮบริด!! ทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ครอบคลุม EV ไฮบริดและเครื่องยนต์ 3 เป้าหมายสร้างฐานผลิตระดับภูมิภาค เพิ่มมูลค่า Local Content และจ้างงานไทย

รัฐบาลสั่งกรมสรรพสามิตทบทวนโครงสร้างภาษีครอบคลุม EV-ไฮบริด-รถสันดาป วาง 3 เป้าหมาย เชื่อมการนำเข้ากับการลงทุน ดันไทยเป็นฐานผลิตและส่งออก EV ระดับภูมิภาค พร้อมเพิ่ม Local Content มูลค่าสูง หนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนและการจ้างงานในประเทศ

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 10.35 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกวาง 3 เป้าหมายรับอุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนผ่านรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเร่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายกรมสรรพสามิตพิจารณาโครงสร้างอัตราภาษีและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และสนับสนุนผู้ประกอบการที่ลงทุน ผลิต ใช้ชิ้นส่วน และสร้างการจ้างงานในประเทศไทย

การพิจารณาครั้งนี้ครอบคลุมรถยนต์ทั้งระบบ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาด EV เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ความตกลงการค้าเสรี (FTA) บางฉบับทำให้รถยนต์สำเร็จรูปนำเข้าจากต่างประเทศได้รับสิทธิด้านภาษีศุลกากร จึงจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตควบคู่กัน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมตลาด การลงทุน และการผลิตในประเทศ

ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างภาษีไม่ได้พิจารณาเพียงว่าจะเพิ่มหรือลดอัตราภาษีเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะต่อไป โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายแก่กรมสรรพสามิตไว้ 3 เป้าหมายสำคัญ
1.นำเข้าเพื่อการลงทุน (Investment-Driven Import) การนำเข้ารถยนต์เทคโนโลยีใหม่ต้องเชื่อมโยงไปสู่การลงทุนระยะยาว โดยเปิดโอกาสให้นำรถยนต์รุ่นใหม่และเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาศึกษา ทดลองตลาด และเรียนรู้ ก่อนต่อยอดไปสู่การลงทุนและผลิตจริงในประเทศไทย
2.ผลิตเพื่อส่งออก มุ่งสู่ Regional EV Hub ต่อยอดความแข็งแกร่งของประเทศไทยจากการเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์สำคัญ หรือ “Detroit of Asia” ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของภูมิภาค โดยเพิ่มขนาดการผลิตในประเทศควบคู่กับการขยายตลาดส่งออก
3.ยกระดับ Local Content สู่ชิ้นส่วนมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Local Content) สนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนและห่วงโซ่อุปทานไทยให้ก้าวจากการผลิตและประกอบชิ้นส่วนพื้นฐาน ไปสู่ชิ้นส่วนและเทคโนโลยีสำคัญของยานยนต์ยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับนักลงทุนต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยมากขึ้น
.
“ที่ผ่านมามาตรการส่งเสริม EV มีส่วนสำคัญในการสร้างตลาดและดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย เมื่ออุตสาหกรรมเข้าสู่ระยะต่อไป มาตรการของรัฐจึงต้องปรับให้ทันกับสถานการณ์ เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดประโยชน์กลับมาถึงคนไทยมากขึ้น ทั้งการรักษาและสร้างงานในภาคการผลิต การเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้น รวมถึงสร้างการแข่งขันและทางเลือกด้านเทคโนโลยีให้แก่ผู้บริโภค” นางสาวรัชดา กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงสร้างอัตราภาษีและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศในระยะต่อไป

อ้างอิง : www.thaigov.go.th

ที่มา : https://moneyandbanking.co.th/2026/266446/?fbclid=IwdGRjcAUBJe1jbGNrBQEl6nBkb2YFZXh0bgNhZW0CMTEAc3J0YwZhcHBfaWQMMzUwNjg1NTMxNzI4AAEe8RjAKbcWkYbgpPULTSsylLK5LuK7tIJiJfYZp3OQqr_LRoETAFAHvXz25bQ_aem_oEf5FbJ2pS1qY6NLU4xFGQ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top