Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

'พิธา' พูดคุยกลุ่ม 'ข้าราชการบำนาญ' ย้ำ!! ไม่มีอคติ - ไม่เคยเสนอตัดสวัสดิการ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวพร้อมสหพันธ์ข้าราชการบำนาญแห่งประเทศไทยที่ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนพร้อมนำเสนอแนวทางสวัสดิการมั่นคงที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ห่วงการบริหารงบรัฐบาลที่ผ่านมาทำประเทศไม่มีเงินจ่ายบำนาญในอนาคต

โดยพิธากล่าวว่าที่ผ่านมามีการบิดเบือนว่าพรรคก้าวไกลต้องการตัดเงินบำนาญข้าราชการ ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในช่วงการพิจารณางบประมาณในวาระ 1 และได้มีการส่งข้อความกันทางไลน์ในวงกว้างว่าพรรคก้าวไกลมีนโยบายที่จะลดเงินบำนาญหรือไม่ และได้มีคำถามจากเครือข่ายข้าราชการบำนาญจากทั่วประเทศถามมายังพรรคก้าวไกลว่าพรรคก้าวไกลจะปรับลดเงินบำนาญตามที่มีการปั่นกระแสกันในไลน์หรือไม่? ซึ่งในครั้งนั้นผมก็ได้ส่งจดหมายชี้แจงใน 3 ประเด็นด้วยกัน คือ

หนึ่ง พรรคก้าวไกลไม่มีอคติกับข้าราชการบำนาญ กลับกัน เราเข้าใจและเห็นใจ มีหลายคนที่เป็นข้าราชการบำนาญมาในวันนี้ด้วย

สอง เรายืนยันว่า บำนาญไม่ได้เป็นปัญหา แต่การหารายได้ของประเทศที่น้อยลง และไขมันในงบที่ตัดไม่ลงเป็นปัญหา ซึ่งถ้าเราไม่ชี้ให้เห็นตอนนี้ อีก 8 ปีจะมีปัญหาจริง ๆ เราเตือนตั้งแต่ ยังไม่สายเกินไป

สำนักงานเขตสายไหม ส่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์ จาก สอท. เขตสายไหม

วันที่ 14 กันยายน 2565 น. อ.บัญชาพล อรัณยะนาค ผู้ประสานงานเขตสายไหม พรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงกรณีที่ได้ทำหนังสือร้องทุกข์ไปยังสำนักงานเขตสายไหม เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา กรณีชุมชนเลียบคลองหกวา ฝั่งสายไหม และเคหะชุมชนออเงิน ตึก 21 ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขัง มาเป็นระยะเวลานาน ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยร่วม 1,500 คน ทั้งชีวิตความเป็นอยู่และการจราจรในบริเวณโดยรอบ 

ในวันนี้ได้รับการตอบรับจากสำนักงานเขตสายไหม ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือตามคำร้องขอ โดยช่วยสูบน้ำออกจากบริเวณดังกล่าว และร่วมสำรวจครอบครัวผู้เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เพื่อที่จะหาวิธีในการให้ความช่วยเหลือต่อไป

'อนุชา' เปิดกิจกรรม 'ไทยพร้อม APEC พร้อม' โชว์ความพร้อมการเป็นเจ้าภาพเอเปกของไทย

'อนุชา' เปิดกิจกรรมรณรงค์ 'ไทยพร้อม APEC พร้อม' มุ่งเน้นนำเสนอภายใต้แนวคิด 'เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล' ในการเป็นเจ้าภาพเอเปกของไทย

(14 ก.ย. 2565) ห้องบอลรูม 1-3 โรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ “ไทยพร้อม APEC พร้อม” ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพเอเปกของไทย ปี พ.ศ. 2565 โดยในพิธีเปิดกิจกรรมนี้ มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมด้วย ได้แก่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, นายธนวัต ศิริกุล รองอธิบดีกรมสารนิเทศ, นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และตัวแทนจากเขตเศรษฐกิจทั้งจาก 20 เขตเศรษฐกิจ

15 กันยายน ‘วันศิลป์ พีระศรี’ บิดาแห่งวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร

วันที่ 15 กันยายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น ‘วันศิลป์ พีระศรี’  เพื่อรำลึกถึง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย และผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ครูผู้อุทิศตนทั้งชีวิต เพื่อนักเรียนและศิลปะ

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มีชื่อเดิมว่า CORRADO FEROCI เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 ในเขตซานโจวันนี (San Giovanni) เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี บิดาชื่อ นาย Artudo Feroci และมารดาชื่อ นาง Santina Feroci เมื่ออายุ 23 ปี สามารถสอบผ่านเป็นศาสตราจารย์ จากราชวิทยาลัยศิลปะแห่งนครฟลอเรนซ์ (The Royal Academy of Art of Florence)

สำหรับเรื่องการศึกษานั้น ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เข้าศึกษาในระดับชั้นประถม เมื่อปี 2441 พอจบหลักสูตร 5 ปี ก็ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมอีก 5 ปี หลังจากนั้นก็ได้เข้าศึกษาทางด้านศิลปะในโรงเรียนราชวิทยาลัยศิลปะแห่งนครฟลอเรนซ์ จนจบหลักสูตรวิชาช่าง 7 ปี และได้รับประกาศนียบัตรช่างปั้นช่างเขียน ในขณะที่มีอายุ 23 ปี หลังจากนั้นไม่นานก็รับปริญญาบัตรเป็นศาสตราจารย์ ที่มีความรอบรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ วิจารณ์ศิลป์และปรัชญา นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ยังมีความสามารถทางด้านศิลปะแขนงประติมากรรมและจิตรกรรมอีกด้วย

เมื่อปี 2466 ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้ชนะการประกวดการออกแบบเหรียญเงินตราสยามที่จัดขึ้นในยุโรป ซึ่งผลการประกวดครั้งนี้เองที่ทำให้ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้เดินทางมารับราชการเป็นช่างปั้นประจำกรมศิลปากร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และในวันที่ 14 มกราคม 2466 ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาจารย์สอนวิชาช่างปั้นหล่อ แผนกศิลปากรสถานแห่งราชบัณฑิตยสภา

จนกระทั่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงปี 2484 ประเทศอิตาลียอมพ่ายแพ้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตร ส่งผลให้ชาวอิตาเลียนที่อาศัยอยู่ภายในประเทศไทยตกเป็นเชลยของประเทศเยอรมนีกับญี่ปุ่น แต่รัฐบาลไทยได้ขอควบคุมตัวศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ไว้เอง ก่อนที่จะให้หลวงวิจิตรวาทการ ดำเนินการเดินเรื่องขอโอนสัญชาติจากอิตาเลียนมาเป็นสัญชาติไทย พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "นายศิลป์ พีระศรี" เพื่อป้องกันมิให้ต้องถูกเกณฑ์เป็นเชลยศึกไปสร้างทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว เมืองกาญจนบุรี

สำหรับการวางรากฐานการศึกษา ในช่วงแรก ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้จัดตั้ง "โรงเรียนประณีตศิลปกรรม" ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนศิลปากรแผนกช่าง" เมื่อปี 2480 ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ได้มีการเปิดสอนหลักสูตรวิชาจิตรกรรมและประติมากรรม และในสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้สั่งให้แยกกรมศิลปากรออกจากกระทรวงศึกษาธิการ และให้มาขึ้นอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรีแทน เนื่องจากจอมพล ป. พิบูลสงคราม ตระหนักถึงความสำคัญของศิลปะว่าเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งสาขาหนึ่งของชาติ จึงได้มีคำสั่งให้ พระยาอนุมานราชธน อธิบดีกรมศิลปากร ในขณะนั้น ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรและตราพระราชบัญญัติ เพื่อยกฐานะ "โรงเรียนศิลปากร" ขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยศิลปากร" เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2486 

'กระทิง' ทยอยคืนเงินแสดงความรับผิดชอบ คาด!! ไม่โดนคดี เพราะไม่มีเจ้าทุกข์

'กระทิง ขุนณรงค์' เคลื่อนไหวแล้ว ทยอยคืนเงินแสดงความรับผิดชอบ นักข่าวช่องดังคาด ไม่โดนคดี เพราะไม่มีเจ้าทุกข์ร้อง

(14 ก.ย. 65) ความคืบหน้ากรณีเพจเฟซบุ๊ก รวบรวมผู้โดนโกง จาก Forex 3d ได้เปิดหลักฐานข้อมูลที่มีชื่อพระเอกช่อง 3 นั่นคือ กระทิง ขุนณรงค์ ที่กำลังมีผลงานและกำลังเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิง ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ย. 65) ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เข้ายื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงยุติธรรม โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับเรื่องนี้ ส่วนความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ขณะที่เฟซบุ๊กของบอย ธิติพร จุติมานนท์ บรรณาธิการบริหารฝ่ายข่าวบันเทิงช่อง One ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับกรณีของ กระทิง ขุนณรงค์ ว่า "กระทิง" น่าจะรอดด้วยไม่มีเจ้าทุกข์ เพราะเพื่อน ๆ ไม่แจ้งความ และทราบว่าเจ้าตัวทยอยคืนเงินแสดงความรับผิดชอบ #กระทิง #Forex3D

'เจี๊ยบ-ก้าวไกล' โวยศาลจำคุก 'นิว จตุพร' ถาม ‘ล้อเลียน-ไม่เคารพ’ ผิดมาตราไหน

(14 ก.ย. 65) ที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อและประชาชน ร่วมแถลงข่าว

นางอมรัตน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย. มีคำตัดสินจากศาลอาญากรุงเทพใต้สั่งให้จำคุกน.ส.จตุพร แซ่อึง หรือนิว เป็นเวลา 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา ข้อหาการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยการแต่งชุดไทยไปเดินในกิจกรรมทางการเมืองที่หน้าวัดแขกสีลม เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 รู้สึกว่าการตัดสินคดีนี้อันเป็นปฐมบทเบื้องต้นที่น่ากลัวของการตัดสินคดีมาตรา 112 ที่มีจำนวนมากถึง 210 คดีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีประชาชนตั้งคำถามถึงความไม่สมเหตุสมผลและทำให้สั่นคลอนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากกฎหมายไทย ‘ไม่มีมาตราไหนที่ระบุความผิดในข้อหาล้อเลียน’ เนื้อหาสาระสำคัญของมาตราดังกล่าวคือ การดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้าย ห้ามด้อยค่าสถาบัน ไม่มีข้อใดที่ครอบคลุมไปถึงการล้อเลียนหรือห้ามไม่ให้ไม่เคารพ

“ขอตั้งคำถามว่าการตีความเช่นนี้ถือเป็นการตีความที่เกินขอบเขตตามรัฐธรรมนูญมาตรา 188 หรือไม่ อย่างไร เพราะมาตรา 188 ระบุไว้เพียงให้อิสระในการแสดงความเห็นเท่านั้น แต่ไม่ได้ให้อำนาจในการคุมขังที่ไม่ชอบธรรม รวมถึงต้องตัดสินโดยปราศจากอคติและความลำเอียง ขอตั้งคำถามไปถึงการตีความกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่มีการรับรองสิทธิในการแสดงออกโดยสุจริต และการให้ประกันตัวโดยไม่มีมาตรฐานในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วที่เราจะตระหนักถึงปัญหาของกฎหมายมาตรา 112 ที่มีไว้เพื่อกลั่นแกล้งรังแกผู้มีความเห็นต่างทางการเมือง และไม่สอดคล้องกับการใช้มาตรานี้ในระดับสากล

“ในประเทศอื่นที่มีระบอบการเมืองเดียวกับเรา ก็ไม่ได้มีโทษสูงเหมือนกับเราด้วย ขอเรียกร้องไปยังประชาชนทั่วประเทศให้มองเห็นถึงปัญหาการใช้มาตรา 112 ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่เราจะพิจารณาปรับแก้ไขและลดโทษ หรือมีการระบุว่าผู้ที่จะฟ้องร้องควรจะเป็นหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพื่อป้องกันการฟ้องร้องกลั่นแกล้งกันทางการเมืองเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” นางอมรัตน์ กล่าว

นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตอบคำถาม ทุกหน่วยงานระบุว่า มีคณะกรรมการกลั่นกรองว่าอะไรที่จะเข้าเงื่อนไขฟ้องหรือไม่ฟ้อง เมื่อขอรายชื่อ ขอรายงานการประชุม รายชื่อนักโทษในมาตรา 112 ก็ไม่ได้ ในขณะที่เราตรวจสอบเอกสารด้วยความยากลำบาก ขณะนี้ได้เรียกหน่วยงานมาเกือบครบแล้ว ก่อนที่จะมีการรวบรวมเอกสารทั้งหมดและข้อสังเกตของกมธ.ยื่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ยังไม่เคยมีท่าทีใดๆ ที่ชัดเจนในเรื่องนี้ รวมถึงองค์กรคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ไทยได้ลงนามไว้ในองค์กรนานาชาติ

กระแสล้มเจ้า ‘กร่อยสนิท’ หลัง ‘ควีน’ สวรรคต ด้านโพลชี้ความนิยม 'กษัตริย์ชาร์ลส์ 3' พุ่ง 63%

ความโศกเศร้าอาลัยที่คนอังกฤษมีต่อการจากไปของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทำให้กระแสต่อต้านราชวงศ์อังกฤษซบเซาลงไปถนัดใจ โดยแม้แต่กลุ่ม Republic ที่ต้องการเปลี่ยนอังกฤษไปสู่ระบอบสาธารณรัฐก็ยังออกมาแสดง “ความเสียใจ” และประกาศงดรณรงค์ล้มเจ้าชั่วคราว

ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นที่รักและเคารพทั้งต่อพสกนิกรในอังกฤษและผู้คนทั่วโลก และการเสด็จสวรรคตอย่างกะทันหันของพระองค์ทำให้อังกฤษทั้งประเทศตกอยู่ในความโศกเศร้า

ผลสำรวจโดย YouGov พบว่า คนอังกฤษ 44% “ร้องไห้” เมื่อได้ยินข่าว breaking news ว่าสมเด็จพระราชินีนาถไม่อยู่กับพวกเขาอีกแล้ว

กลุ่มที่ต้องการล้มล้างราชวงศ์ยังคงเป็นประชากรส่วนน้อยมากในอังกฤษ โดยโพล YouGov เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ตอบคำถามแค่ 22% เท่านั้นที่อยากจะได้ประมุขรัฐที่มาจากการเลือกตั้ง เทียบกับ 62% ที่ต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ต่อไป

ฝ่ายที่กระตือรือร้นอยากให้อังกฤษเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐคาดหวังกันมานานว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านรัชสมัยจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ไปสู่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 น่าจะเป็นโอกาสดีที่สุดที่พวกเขาจะรณรงค์ให้คนอังกฤษส่วนใหญ่เห็นดีเห็นงามกับการล้มราชวงศ์

เมื่อวันจันทร์ (12 ก.ย.) นักเคลื่อนไหวสตรีคนหนึ่งได้ชูป้ายที่เขียนว่า ‘Not My King’ บริเวณอาคารรัฐสภาในกรุงลอนดอน ก่อนจะถูกตำรวจพาตัวออกไป ทว่าเจ้าตัวยังพอมีเวลาบอกกับนักข่าว AFP ว่า “เขาเป็นกษัตริย์โดยไม่ได้รับความเห็นชอบ และนั่นมันไม่ถูกต้อง”

ด้านกลุ่ม Republic หลังจากที่ “แสดงความอาลัย” แบบพอเป็นพิธีแล้ว ก็กลับมาเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์สถาบันต่อ ในระหว่างที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ทรงได้รับการประกาศขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่

“การประกาศตั้งกษัตริย์องค์ใหม่สวนทางกับระบอบประชาธิปไตย” พวกเขาระบุ “อังกฤษเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วนับแต่มีการผลัดแผ่นดินครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1952 ในสังคมประชาธิปไตยยุคใหม่ ประมุขรัฐไม่ควรเข้ารับตำแหน่งโดยปราศจากการอภิปราย หรือการตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรม”

'ชัชชาติ' บอก 'บิ๊กป๊อก' “ฝนเยอะมากครับท่าน” ด้าน มท.1 ตอบทันที “อยากได้อะไรบอกผม”

(14 ก.ย. 65) พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร บริเวณสะพานคลองทับยาว เขตลาดกระบัง โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. / นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ / นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย รวมถึงผู้อำนวยการเขตและเจ้าหน้าที่สำนักระบายน้ำเข้าให้ข้อมูลด้วย

ทันทีที่พลเอกอนุพงษ์ เดินทางมาถึง นายชัชชาติ เดินไปต้อนรับ พร้อมกับระบุว่า “ลาดกระบังหนักสุดครับ ฝนตกลงมาเยอะมากครับท่าน 2 เท่าของค่าเฉลี่ย” จากนั้น พลเอกอนุพงษ์ ตอบกลับไปว่า “ท่านผู้ว่าฯ จะเอาอะไรบอกผมได้เลย” จากนั้นทั้งคู่ได้พากันเดินไปดูแผนที่ระบายน้ำบริเวณใต้สะพาน โดยได้ขอบคุณและจับมือกัน 

ทั้งนี้ พลเอกอนุพงษ์ ระบุว่า วันนี้ตนได้รับคำสั่งจากประวิตร ให้มาพูดคุยกับผู้ว่าฯ กทม. ถือว่ามาให้กำลังใจ ทุกคนคงทราบดีว่าสถานการณ์ของกรุงเทพมานครนักหนา โดยกรุงเทพฯ มีเมฆฝนเข้ามาเฉลี่ยแล้วเกือบเกินครึ่ง 30 เขตใน 50 เขต และตกพร้อมกัน

'บิ๊กป้อม' ขอคนกรุงเชื่อมั่น ทุกฝ่ายต่างเร่งแก้น้ำท่วม ย้ำ!! ไม่ท่วม พร้อมยัน 'ชัชชาติ' แข็งแกร่งต้องชื่นชม

ขอคนกรุงเทพมั่นใจ ทุกฝ่ายต่างเร่งแก้น้ำท่วม ย้ำ!! ไม่ท่วม และ 'ชัชชาติ' แข็งแกร่งต้องชื่นชม 

พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2565

ชาวนาเฮ!!! 'รัฐมนตรีเฉลิมชัย' เผยงบข้าวอินทรีย์ผ่านฉลุย 'ครม.' เห็นชอบ 1,747 ล้าน เงินชดเชยผลิตข้าวอินทรีย์รายละ 15 ไร่ๆ ละ 2-4 พันบาท

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนเปิดเผยวันนี้ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบกลางปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 1,747.90 ล้านบาท สำหรับเป็นเงินอุดหนุนเกษตรกรของโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ปี 2563 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์กรมการข้าว ได้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2560 - ปัจจุบัน มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 58 จังหวัด 5,818 กลุ่ม รวม 130,082 ราย มีพื้นที่ผลิตข้าวอินทรีย์รวม 1,209,911 ไร่

โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินชดเชยรายได้จากการผลิตข้าวที่ได้ผลผลิตลดลงในระยะเริ่มต้นของการผลิตระบบอินทรีย์ไม่เกิน รายละ 15 ไร่ ในอัตราตามที่กำหนด คือ 
.
1.) เกษตรกรที่ผ่านการประเมินเตรียมความพร้อม (T1) ไร่ละ 2,000 บาท 
2.) เกษตรกรที่ผ่านการประเมินระยะปรับเปลี่ยน (T2) ไร่ละ 3,000 บาท 
และ 3.) เกษตรกรที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ Organic Thailand (T3) ไร่ละ 4,000 บาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top