Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

'จอง-จ่าย-ชาร์จ' อัปเดต!! แอปฯ EA Anywhere ขยายแล้ว 473 สถานี 2,000 หัวชาร์จ ครอบคลุม 'ห้าง-ปั๊มน้ำมัน-โรงแรม-ร้านอาหาร' ทั่วไทย

ในระหว่างที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้าค่อย ๆ ฝ่าทะลวงเข้ามาเกาะความต้องการของผู้บริโภคคนไทยได้ในระดับหนึ่ง

แต่ก็ยังไม่แทรกซึมพอ ที่จะทำให้คนกล้าเปลี่ยนมาใช้งานทันควัน เนื่องจากยังพะวงถึงสถานีชาร์จที่อาจจะยังไม่รอบคลุมเท่าไรนัก 

อย่างไรก็ตาม หากติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะพบว่าในวันนี้ สถานีอัดประจุไฟฟ้าในประเทศไทยเริ่มมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำ

อย่างล่าสุด EA Anywhere ผู้นำด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้า ก็ได้ขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วกว่า 473 สถานี กว่า 2,000 หัวชาร์จ แบ่งออกเป็น...

16 กันยายน พ.ศ. 2500 ‘จอมพลสฤษดิ์’ ก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจ ‘จอมพล ป. พิบูลสงคราม’

วันนี้เมื่อ 65 ปีก่อน วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อ้างสาเหตุการเลือกตั้ง ที่มีการกล่าวขานว่า เป็นการเลือกตั้งสกปรกที่สุดของประเทศไทย

วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจอมพล ป. พิบูลสงคราม สาเหตุการรัฐประหาร เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ปี 2500 ซึ่งมีการกล่าวขานว่าเป็นการเลือกตั้งสกปรกที่สุดของประเทศไทย โดยผลการเลือกตั้งปรากฎว่า พรรคเสรีมนังคศิลา ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้รับเสียงข้างมาก และได้ตั้งรัฐบาล ท่ามกลางความวุ่นวายอย่างหนักจากการเดินประท้วงของประชาชนจำนวนมาก ที่เรียกร้องให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง 

เมื่อสถานการณ์ลุกลาม จอมพลสฤษดิ์ เป็นผู้นำประชาชนเข้าพบจอมพล ป. ที่ทำเนียบรัฐบาล ทำให้กลายเป็นขวัญใจของประชาชนทันที จากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อจอมพลสฤษดิ์ เห็นว่ารัฐบาลจอมพล ป. ขาดความชอบธรรมในการปกครองบ้านเมืองแล้ว จอมพลสฤษดิ์ จึงประกาศลาออกจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม ในรัฐบาลของ จอมพล ป. คงเหลือแต่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเพียงอย่างเดียว

วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2500 จอมพลสฤษดิ์ และคณะทหาร ยื่นคำขาดต่อ จอมพล ป. ให้รัฐบาลลาออก แต่ได้รับคำตอบจาก จอมพล ป. ว่า ยินดีจะให้รัฐมนตรีลาออก แต่ตนจะขอเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเอง ยิ่งสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน ซึ่งจอมพลสฤษดิ์ ได้พูดผ่านวิทยุยานเกราะถึงผู้ชุมนุมในเหตุการณ์นี้ โดยมีประโยค “พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ”

จากนั้นวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2500 ประชาชนพากันลุกฮือเดินขบวนบุกเข้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อไม่พบจอมพล ป. จึงพากันไปบ้านจอมพลสฤษดิ์ ในขณะที่รัฐบาลจอมพล ป. ก็กำลังเตรียมจับกุมจอมพลสฤษดิ์ ในข้อหากบฏ แต่ไม่ทัน 

และในคืนวันที่ 16 กันยายน นั้นเอง จอมพลสฤษดิ์ ได้นำกำลังรัฐประหารรัฐบาลจอมพล ป. ส่วน  จอมพล ป. ได้หลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ก่อนจะขอลี้ภัยไปอยู่ประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งเสียชีวิต

'คนขายปลา' โพสต์เตือนคนรุ่นใหม่ อย่าทิ้ง 'โอกาส-อนาคต' เพียงเพราะประเมินว่าตนเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา ผู้จำกัดนิยามตนเองว่าเป็น 'คนขายปลา' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Nithipat Bhandhumachinda' ว่า...

กรณีของน้องมิลลินั้น ผมเองแม้จะไม่ได้ชอบแนวเพลงของน้อง และเคยออกความเห็นว่า ท่าเต้นและการแสดงบนเวที น่าจะต้องปรับปรุงให้มีความเป็นมืออาชีพกว่านี้ เพื่อจะนำตัวน้องเองขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้อย่างเต็มตัว

แต่ผมก็คงไม่ใช้พื้นที่เพื่อจะเย้ยหยันอะไรที่น้องเขาไม่ได้ไปแสดงที่เกาหลี และยังรู้สึกเสียดายโอกาสของน้อง ในฐานะศิลปินชาวไทยที่ไม่ได้ไปร่วมแสดงเป็นอย่างมากอีกด้วย

ประเด็นที่ผมอยากพูดถึงมากกว่า ก็คือ การเตรียมความพร้อม

ในฐานะเจ้าของธุรกิจนั้น หลาย ๆ ครั้งผมต้องสัมภาษณ์พนักงานใหม่ และก็ทำให้สังเกตได้ว่า ในขณะที่คนรุ่นเก่า ๆ หน่อยที่มาสมัครงานนั้น มักเตรียมความพร้อมด้านเอกสารต่าง ๆ มาอย่างดี กรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ ด้วยความตั้งใจพยายามคัดลายมืออย่างเต็มที่นั้น

กลับพบว่าน้อง ๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่หลาย ๆ ท่าน ขาดตกบกพร่องเรื่องการเตรียมเอกสาร ขาดนั่นบ้างนี่บ้างอยู่เป็นประจำ และลายมือที่เขียนมาบางทีก็เขียนมาเหมือนไม่เต็มใจ ไม่ทำให้แน่ใจว่าอยากจะทำงาน หรือแค่อยากจะหาเงิน

ซึ่งน้อง ๆ อาจมองว่าไม่สำคัญ แต่สำหรับคนที่มีหน้าที่ต้องพิจารณาแล้ว มันอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีนัยสำคัญในระดับจะได้งานหรือไม่กันเลยทีเดียว

เหมือนที่เห็นเพื่อนเฟซที่น่ารักของผมท่านหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่บางครั้งก็ต้องใช้พื้นที่เฟซเพื่อทวงงานจากลูกศิษย์ หรือแจ้งเตือนตารางการเรียนการสอน ซึ่งผมก็จะแปลกใจที่ อาจารย์กลับเหมือนจะห่วงอนาคตของลูกศิษย์ มากกว่าตัวลูกศิษย์จะมีความคิดที่จะห่วงอนาคตของตัวเอง

การได้วีซ่าหรือไม่ ในกรณีของน้องเขานี้ ผมแน่ใจว่าน้องเขาคงไม่ได้มีการกระทำผิดอะไรใด ๆ จนเข้าประเทศเกาหลีไม่ได้ หรือสาเหตุมาจากปัจจัยอะไรใด ๆ ภายนอก

รัฐบาล จ่ายต่อเนื่องอุดหนุนเด็กแรกเกิด ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเด็กมีพัฒนาการตามวัย

เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ได้โพสต์ข้อความถึงโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยระบุว่า โครงการดังกล่าว เป็นนโยบายสำคัญระดับชาติ มุ่งเน้นให้เด็กแรกเกิดได้รับการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ และมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพในอนาคต อันจะยังประโยชน์ดังนี้

1) ช่วยให้เด็กอายุ 0 – 6 ปี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และเป็นกำลังของสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต

2) การลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนแก่สังคมที่ดีที่สุดในระยะยาว โดยให้ผลตอบแทนกลับคืนมาในอนาคต 7 - 10 เท่า ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีทักษะที่สูงขึ้น ผลการเรียนที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น การเจ็บป่วยที่ลดลง และลดจำนวนอาชญากรรมลง เป็นต้น

3) ทำให้เด็กแรกเกิดสามารถเข้าถึงบริการทางสังคมได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ได้รับการพัฒนาให้เติบโตอย่างเหมาะสมตามวัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดสวัสดิการตามภารกิจของหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความยากจนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตบหน้าสหรัฐ!! Nikkei แฉ 'ยุโรป' เลี่ยงคว่ำบาตร แอบซื้อน้ำมันทางเรือจาก 'รัสเซีย' | NEWS GEN TIMES EP.68

✨ งาน T-POP MUSIC EXPO ล่ม หลังกรรมการผู้มีอำนาจนำเงินไปใช้ส่วนตัว โซเชียลรุมขุด!! พบเป็นอดีตแกนนำกลุ่ม 'นักเรียนเลว' ที่รณรงค์สิทธิด้านมนุษยชนและต่อต้านการคอร์รัปชัน

✨ สหรัฐฯ ขู่คว่ำบาตร!! ใครก็ตามที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เกินราคาที่กลุ่ม G7 กำหนด 

✨ ใครอยากคว่ำ ก็คว่ำไป!! แต่ล่าสุดสื่อญี่ปุ่นแฉ!! ยุโรปหลบมาตรการคว่ำบาตร และแอบซื้อน้ำมันจากรัสเซีย แต่ปกปิดแหล่งที่มา

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

'สี จิ้นผิง' ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ SCO คาด!! อาจมีการหารือนอกรอบกับ 'วลาดิมีร์ ปูติน'

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน 2565 กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางถึงเมืองซามาร์กันด์ของประเทศอุซเบกิสถานเมื่อวันพุธ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ครั้งที่ 22 ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว

องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ในฐานะองค์กรทางการเมือง, เศรษฐกิจ และความมั่นคงที่เป็นคู่แข่งกับชาติตะวันตก โดยประกอบด้วยจีน รัสเซีย, อินเดีย, ปากีสถาน และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียกลางซึ่งแยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตเดิม

สีจิ้นผิงได้เข้าร่วมประชุมหารือกับประธานาธิบดีชัฟคัต มีร์ซีโยเยฟ และนายกรัฐมนตรีอับดุลลา โอรีพอฟ ของอุซเบกิสถาน โดยสำนักข่าวซินหัวกล่าวว่า ประเด็นหารือเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความร่วมมือทวิภาคี เพื่อประโยชน์ร่วมกันในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

เช็กลิสต์ 15 ข้อ ประเมินภาวะหมดไฟจากการทำงาน พร้อมรู้ 'สาเหตุ-วิธีแก้ไข' ก่อน ‘ร่างกาย-จิตใจ’ ย่ำแย่

ปัจจุบันวัยรุ่นและวัยทำงานมีความตระหนักเรื่องสุขภาพทางร่างกายมากขึ้น สังเกตจากแนวทางการใช้ชีวิตและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น การรับประทานอาหารคลีน การรับประทานอาหารเสริม การออกกำลังกายในฟิตเนส เป็นต้น แต่ในทางกลับกันปัญหาสุขภาพทางจิตใจกลับเป็นภัยเงียบที่ส่งผลคุกคามต่อคุณภาพชีวิตของวัยรุ่นและวัยทำงาน

ภาวะหมดไฟจากการทำงาน หรือ Burn Out เป็นภาวะของสภาพจิตใจและความรู้สึกเบื่อหน่ายการทำงานโดยไม่รู้สาเหตุ เหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า ไม่อยากทำงานกับเพื่อนร่วมงาน รู้สึกว่างานล้นมือ ขาดแรงจูงใจในการทำงาน และเฝ้ารอถึงเวลาเลิกงานหรือวันหยุดเพื่อจะได้กลับบ้าน บางคนจะงีบหลับต่อหน้าผู้ร่วมงาน

นอกจากนี้อาจมีสัญญาณความผิดปกติทางร่างกายร่วมด้วย ได้แก่ อาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย รู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง อ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันต่ำลง นอนไม่หลับ อันเป็นสาเหตุให้เกิดอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ตามมาได้ 

สำหรับสัญญาณความผิดปกติทางอารมณ์ ได้แก่ รู้สึกล้มเหลว สิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย กังวลใจทุกครั้งที่ต้องไปทำงาน รู้สึกโดดเดี่ยว ขาดแรงบันดาลใจและแรงกระตุ้นในการทำงาน ขาดสมาธิและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เกิดทัศนคติเชิงลบต่องานและเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งสัญญาณความผิดปกติทางพฤติกรรม เช่น การขาดความรับผิดชอบต่องาน เกี่ยงงาน การปลีกตัวออกจากสังคม รวมทั้งอาจมีการรับประทานอาหารมากขึ้น มีการใช้ยาหรือแอลกอฮอล์เพื่อปลอบประโลมตัวเองจากภาวะดังกล่าว

สาเหตุของภาวะหมดไฟจากการทำงาน
1.) ขาดอำนาจในการตัดสินใจในการทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะหมดไฟจากการทำงาน การไม่สามารถควบคุมงานที่รับผิดชอบได้ด้วยตนเอง เช่น ต้องรอการสั่งการ หรือต้องทำตามแนวทางที่ถูกกำหนดเท่านั้น
2.) เป้าหมายและขอบเขตในการทำงานไม่ชัดเจน
3.) ทำงานร่วมกับทีมงานหรือองค์กรที่ไม่มีประสิทธิภาพ
4.) งานหนักเกินไป
5.) ขาดการสนับสนุนจากหัวหน้า ผู้บังคับบัญชา หรือ องค์กร
6.) งานที่ทำไม่ได้รับการยอมรับ
7.) งานที่ทำเป็นงานลักษณะซ้ำๆ เหมือนเดิมในทุกวัน

แม้ว่าภาวะหมดไฟจากการทำงานจะไม่สามารถวินิจฉัยได้ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์เหมือนโรคอื่นๆ แต่ก็สามารถประเมินได้เบื้องต้นด้วยการใช้แบบสอบถาม ‘Burnout Self-Test’ ที่พัฒนาขึ้นโดย Christina Maslach นักจิตวิทยาสังคมชาวอเมริกัน ซึ่งแบบสอบถามนี้มีคำถามทั้งหมด 15 ข้อ โดยแต่ละข้อมีคะแนนตั้งแต่ 1-5 คะแนน (1 คะแนน = ไม่มีเลย, 5 คะแนน = เกิดเป็นประจำ) เลือกให้คะแนนที่ตรงกับความรู้สึกมากที่สุด

แบบสอบถามการประเมินภาวะหมดไฟจากการทำงาน
1.) ฉันรู้สึกเหนื่อยล้า หมดพลัง ทั้งพลังทางกายและอารมณ์
2.) ฉันรู้สึกในทางลบกับงานในหน้าที่ที่ทำ
3.) ฉันรู้สึกเฉยเมยหรือเห็นอกเห็นใจกับผู้คนน้อยลงอย่างไม่สมเหตุผล
4.) ฉันรู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือหงุดหงิดกับเพื่อนร่วมงาน
5.) ฉันรู้สึกไม่เข้าใจผู้ร่วมงานหรือผู้ร่วมงานไม่ชื่นชอบ
6.) ฉันรู้สึกเหมือนไม่มีใครที่จะพูดคุยด้วย
7.) ฉันรู้สึกว่าประสบความสำเร็จน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
8.) ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ภายใต้แรงกดดันที่ไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่สำเร็จ
9.) ฉันรู้สึกว่ายังไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการในการทำงาน
10.) ฉันรู้สึกว่าเลือกทำงานในองค์กรที่ผิดหรือเลือกอาชีพผิด
11.) ฉันรู้สึกผิดหวังกับบางส่วนของงานที่ทำหรือรับผิดชอบ
12.) ฉันรู้สึกว่าการเมืองในองค์กรหรือการทำงานที่มีขั้นตอนมาก ทำให้ไม่สามารถที่จะทำงานสำเร็จด้วยดี
13.) ฉันรู้สึกว่ามีหลายงานที่เกินขีดความสามารถของตนที่จะทำงานดังกล่าว
14.) ฉันรู้สึกว่าฉันไม่มีเวลาที่จะทำหลายๆ งานที่มีความสำคัญอย่างมีคุณภาพ
15.) ฉันรู้สึกว่าไม่มีเวลาที่มากพอในการวางแผนการทำงานที่อยากจะทำ

การแปลผลแบบสอบถามการประเมินภาวะหมดไฟจากการทำงาน
>> 15-18 คะแนน : ไม่มีอาการของภาวะหมดไฟจากการทำงาน
>> 19-32 คะแนน : มีอาการของภาวะหมดไฟจากการทำงานเล็กน้อย
>> 33-49 คะแนน : มีความเสี่ยงที่จะมีภาวะหมดไฟจากการทำงาน
>> 50-59 คะแนน : มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะมีภาวะหมดไฟจากการทำงาน
>> 60-75 คะแนน : มีความเสี่ยงอย่างรุนแรงที่จะมีภาวะหมดไฟจากการทำงาน

'ก้าวไกล' แถลงโต้!! กกพ. ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ยันค่าไฟต่ำกว่า 4 บาท/หน่วย ได้ ถ้าหยุดเอื้อกลุ่มทุน

จากกรณีที่ข่าวหลายสำนักได้ลงข่าวที่ กระทรวงพลังงาน หรือ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้พูดว่า “ค่าไฟ 4 บาท/หน่วย ในประเทศไทยจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว” 

วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาตอบโต้ว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องขอแถลงข่าวเพื่อให้สื่อมวลชนช่วยสื่อสารกับประชาชน และยืนยันว่าค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชนต่ำกว่า 4 บาท/หน่วย เป็นไปได้ ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนแนวนโยบาย จากการบริหารของรัฐบาลที่เห็นถึงผลประโยชน์ของประชาชน มากกว่า กลุ่มทุนพลังงาน

วรภพกล่าวว่า ตามข่าวนั้น ทางกกพ. ให้ข้อมูลที่ถูกต้องอยู่เรื่องนึง ที่ว่า ราคาต้นทุนก๊าซจากอ่าวไทยนั้นมีราคาที่ถูกอยู่ที่ 2-3 บาท/หน่วย และราคาก๊าซนำเข้า หรือ LNG นั้นมีแนวโน้มที่จะมีราคาแพงต่อเนื่องอยู่ที่ 10 บาท/หน่วย นั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องเพียงแต่ว่า ปริมาณก๊าซจากอ่าวไทยนั้น ที่จริงแล้วมีปริมาณที่เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า ข้อมูลครึ่งปีแรกของ 2565

"จากกระทรวงพลังงานเองก็ยืนยันข้อมูลที่ว่า ปริมาณความต้องการใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 2,600 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน ซึ่งข้อมูลการผลิตก๊าซจากอ่าวไทย นั้นมีการผลิตได้ถึง 2,756 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน ซึ่งแสดงว่าก๊าซจากอ่าวไทยที่มีราคาถูก 2 บาท/หน่วยนั้นเพียงพอกับการผลิตไฟฟ้าใช้ในประเทศ" วรภพกล่าว

วรภพกล่าวขยายความต่อว่า เป็นเพราะนโยบายรัฐที่ปล่อยให้กลุ่มทุนพลังงานของไทย สามารถนำก๊าซจากอ่าวไทยที่มีราคาถูกนั้น ไปสร้างผลกำไร ด้วยการนำก๊าซจากอ่าวไทยที่มีราคาถูกไปขายเป็นเชื้อเพลิงราคาแพงให้กับอุตสาหกรรมได้ก่อนถึง 811 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน และ นำไปขายเป็นวัตถุดิบปิโตรเคมีในเครือ อีก 804 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน หรือ รวมแล้ว 1,615 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน 

บิ๊กเด่น สั่ง PCT รวบตัว อดีตทหารกัมพูชา หลบหนีมาซุกไทย หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเน็ตไอดอล ชาวกัมพูชาเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 63 ได้เกิดเหตุ นายวันเด็ด  เยือน (MR.YEUN VANDET )ซึ่งเคยรับราชการทหารในประเทศกัมพูชา ได้ก่อเหตุฆาตกรรมแฟนสาวของตนเอง ด้วยการใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงเข้าที่บริเวณศรีษะ ทำให้แฟนสาวเสียชีวิตในทันที เหตุเกิดที่ H03 Street B.T, Kantouk Cheung Village, Kantouk Commune, Kambol District, Phnom Penh Municipality, Cambodia. ซึ่งคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญเป็นที่สนใจของประชาชนชาวกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ตายเป็นเน็ตไอดอล หน้าตาดีมีชื่อเสียงในโลกโซเชียลของประเทศกัมพูชา และมีการตั้งข้อสังเกตุสภาพศพของผู้ตายที่บริเวณใบหน้า มีลักษณะ “ยิ้ม” ขณะเสียชีวิต และมีหมายจับศาลชั้นต้นพนมเปญ ที่ 418/2020 ลงวันที่ 10 เม.ย. 63 ข้อหา "Muder" (ฆาตกรรม) ทางกรมตำรวจ ประเทศกัมพูชาโดย พล.ต.อ.วรรณวีระ สม ผู้ช่วย ผบ.ตร.ประเทศกัมพูชา ได้ประสานงาน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร (PCT) ช่วงการประสานงานทลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ประเทศกัมพูชาจึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 / หน.ชป.5 ศปอส.ตร. (PCT 5) เฝ้าสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีดังกล่าวเพื่อเป็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ

ต่อมาได้สืบทราบว่านายวันเด็ดฯผู้ก่อเหตุได้หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตั้งแต่ ปี 2563 หลบซ่อนตัวในประเทศไทยจนได้รายงานให้พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ทราบ โดยให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 /หน.ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) บก.สส.ภ.2 / รอง หน.ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 พ.ต.อ.จักราวุธ  คล้ายนิล ผกก.สส.จว.ระยอง พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี ร.ต.อ.ภัสส์กร เฉลียวบุญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุด หน.ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 ร่วมกันจับกุมตัว

PROUD บุกตลาดเรียลดีมานด์ด้วยแนวคิด More Than Just Living ขยายสู่ CBD พร้อมเปิดโครงการใหม่มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท

PROUD เผยแนวคิด “More Than Just Living” สัมผัสการใช้ชีวิตที่มากกว่า ตอบทุกโจทย์ของการอยู่อาศัย เน้นบุกตลาดเรียลดีมานด์ พร้อมเติบโตในตลาดลักชัวรี่อสังหาฯ ทำเลหายากย่าน CBD (Central Business District) เผย portfolio 4 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท มั่นใจปีนี้กวาดรายได้ทำกำไร พร้อมตั้งงบ 5,000 ล้านบาทเดินหน้าซื้อที่ดิน-ขยายโครงการสร้างรายได้ต่อเนื่องในอีก 2 ปี 

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)  ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่  เปิดเผยว่า PROUD เน้นการพัฒนาโครงการออกแบบที่อยู่อาศัยและบริการภายใต้แนวคิด “More Than Just Living - สัมผัสการใช้ชีวิตที่มากกว่า” ด้วย 3 คุณค่า เพื่อสร้างประสบการณ์และความแตกต่างให้ลูกค้า รวมถึงสังคม ประกอบด้วย...

Sense Of Hospitality (การดูแลเอาใจใส่ในการบริการ) การดูแลที่มากกว่าแค่เรื่องบ้าน แต่รวมถึงการสร้างคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และการมีสุขภาพที่ดี 

Value Of Home Being (คุณค่าที่แท้จริงของบ้านหรือที่อยู่อาศัย) การออกแบบพื้นที่และฟังก์ชั่นเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดผ่านการวิจัยค้นคว้าที่เข้าใจในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง 

Harmonious Living (การผสานต่อความเป็นมา อย่างกลมกลืนแต่โดดเด่น) ด้วยการศึกษาพื้นที่และวิถีชีวิต เพื่อนำมาออกแบบอสังหาริมทรัพย์สไตล์พราว 

พร้อมดึง Partner ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการด้านสุขภาพ การบริหารงานบริการของโครงการระดับโลก และอีกหลากกลุ่มธุรกิจมาร่วมสร้างสรรค์รูปแบบการใช้ชีวิตที่มากกว่า ตั้งแต่การออกแบบที่อยู่อาศัยจนถึงการบริการหลังการขาย

“More Than Just Living” คือ หัวใจหลักในการพัฒนาทุกโครงการของ PROUD ถือเป็นจุดเด่นและได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้ามาโดยตลอด เริ่มที่ความสำเร็จจากโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน (InterContinental Residences Hua Hin) ที่ถือเป็น World Class Branded Residences หนึ่งเดียวในไทย ภายใต้แบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัล 

นายพสุ  ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า PROUD พร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ บนทำเลที่มีศักยภาพ เปิดโครงการไม่มากแต่เน้นการออกแบบและบริการที่ดีที่สุด มีมูลค่าเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงที่เป็นเรียลดีมานด์ เพื่อการอยู่อาศัยจริงและเพื่อการลงทุน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่มากกว่า

ทั้งนี้ โครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้จะเข้ามาเสริมศักยภาพการเติบโตของบริษัท ประกอบด้วย โครงการเวหา (VEHHA)  มูลค่าโครงการราว 2.29 พันล้านบาท เปิดขายในช่วงเดือน ก.ย. 2565 เริ่มก่อสร้างในไตรมาส 4/2565 คาดจะสามารถทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงปี 2568  

โครงการวี อารีย์ (VI ARI) บ้านเดี่ยวใจกลางอารีย์ มูลค่ารวม 507 ล้านบาท โดยมีราคาขายต่อหลังประมาณ 70 ล้านบาท คาดจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 4/2565 และโครงการคอนโดมิเนียม ย่านคอนแวนต์ มูลค่ารวม 3.9 พันล้านบาท คาดว่าทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงปี 2569 รวมโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย และโครงการใหม่ทั้งสิ้น 4 โครงการมีมูลค่ารวม 10,510 ล้านบาท พร้อมเตรียมงบซื้อที่ดินในปี 2565-66 จำนวน 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันให้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างสม่ำเสมอ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top