Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา ส่งต่อธารน้ำใจ ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้แก่โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา ส่งต่อธารน้ำใจ ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้แก่โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก

วานนี้ (12 กันยายน 2565) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมเจ้าหน้าที่ แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ  ยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของเครื่องใช้มอบให้แก่โรงพยาบาลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ประกอบด้วย 
ข้าวสาร ครีมอาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เส้นหมี่ขาว ปลากระป๋อง ยาฟ้าทะลายโจร  ยาพาราเซตามอล ยาตำราหลวง รองเท้าฟองน้ำ เสื้อสำเร็จรูป รวม 11 รายการ คิดเป็นเงินมูลค่าทั้งสิ้น 117,360 บาท (หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันสามร้อยหกสิบบาทถ้วน) โดยมี นายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง เป็นผู้รับมอบ ณ โรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

เทศบาลนครเชียงใหม่ ลงนาม MOU ในการพัฒนาการให้บริการ Digital Service ผ่านเครือข่าย Free Wi-Fi ความเร็วสูง

(13 กันยายน 2565) ที่ ห้องประชุมฝ้ายคำ สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท เอ็นทีไอบัซซ์ จำกัด บริษัทในเครือโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ nt โดยมีสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือในการให้บริการ เรื่องการพัฒนาการให้บริการ Digital Service ผ่านเครือข่าย Free Wi-Fi ความเร็วสูง  

ทั้งนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมกับ บริษัท เอ็นทีไอบัซซ์ ได้ตกลงร่วมมือกันในการพัฒนาการให้บริการ Digital Service ผ่านเครือข่าย Free Wi-Fi ความเร็วสูง ภายใต้ชื่อบริการ Buzz privilege Wi-Fi เป็นบริการ Free Wi-Fi รูปแบบใหม่ เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารกับประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้เข้ามาติดต่อขอรับบริการในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ การประชาสัมพันธ์ข้อมูลของเทศบาลนครเชียงใหม่ที่จำเป็นให้ประชาชนได้รับรู้อีกช่องทางหนึ่ง นอกจากนั้นเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั้ง 97 ชุมชน ในพื้นที่ย่านธุรกิจ แหล่งท่องเที่ยว โรงเรียน สถานพยาบาลต่างๆ และจุดแลนมาร์คสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ Smart City ในปัจจุบัน

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร บำรุงขวัญหน่วยปฏิบัติการแนวชายแดนและสถานีตำรวจในพื้นที่ มุ่งสร้างขวัญกำลังใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ จว.ชุมพร เพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ชุดเฝ้าตรวจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4102 บ้านสันตินิมิต ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จว.ชุมพร และสถานีตำรวจในพื้นที่ ได้แก่ สภ.นาสัก และ สภ.ปากตะโก จว.ชุมพร มุ่งสร้างขวัญกำลังใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน 

พล.ต.ท.ประจวบฯ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ซึ่งมีความห่วงใยความเป็นอยู่และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาในพื้นที่ห่างไกล จึงมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกเยี่ยมเยียน พบปะ พูดคุย ดูชีวิตความเป็นอยู่ สอบถามปัญหาและอุปสรรค จากการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญ กำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย ประกอบกับตามนโยบายรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญในกรณีสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน จึงได้มอบหมายให้ตนพร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จว.ชุมพร เพื่อตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ ชุดเฝ้าตรวจ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4102 บ้านสันตินิมิต ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จว.ชุมพร , สภ.นาสัก และ สภ.ปากตะโก จว.ชุมพร ตามลำดับ 

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของบำรุงขวัญกำลังใจ พร้อมทั้งจัดอาหารกลางวันและร่วมรับประทานอาหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำฐานปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4102 บ้านสันตินิมิต รับฟังบรรยายสรุปภารกิจ หน้าที่ สอบถามปัญหาและอุปสรรค พร้อมทั้งให้คำแนะนำ และมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่ โดยเน้นย้ำให้บูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพิ่มความเข้มงวด เฝ้าระวัง สอดส่องดูแลสถานการณ์ด้านความมั่นคง สกัดกั้น สืบสวนปราบปรามขยายผลเครือข่ายขบวนการกระทําความผิดในรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งกำชับให้ผู้บังคับบัญชาประจำหน่วยดูแลเอาใจใส่ในสิทธิและสวัสดิการของผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัดในครบถ้วน จากนั้นได้เดินทางไปยัง สภ.นาสัก และ สภ.ปากตะโก เพื่อตรวจเยี่ยม และมอบสิ่งของบำรุงขวัญกำลังใจ รับฟังบรรยายสรุปภารกิจ หน้าที่ สอบถามปัญหาและอุปสรรค พร้อมทั้งให้คำแนะนำและมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่ เน้นย้ำให้นำการมีส่วนร่วมของประชาชนมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ตามโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together) เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอและแก้ไขปัญหา ชุมชน สังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ดูแล เอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ชีวิตความเป็นอยู่ ปัญหาหนี้สินต่างๆ สวัสดิการที่พึงจะได้รับแก่ตนเองและครอบครัว มีการสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติหน้าที่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี จะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีขวัญกำลังใจ และมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับใช้ประชาชนต่อไป

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนาย ที่ได้ตรากตรำร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งมาโดยตลอด หลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทพิสูจน์ บทเรียน ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียนรู้และนำไปปรับใช้ เพื่อให้มีความเป็นตำรวจมืออาชีพ ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคม และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยเคร่งครัด

เปิดปฏิบัติการตรวจยึดทรัพย์ผู้ต้องหาเพิ่มอีกกว่า 309 ล้านบาท พร้อมสรุปสำนวนคดีทุจริตสหกรณ์พัทลุงส่งอัยการ

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 ม.ค.65 ที่ผ่านมา กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นสมาชิกสหกรณ์จังหวัดพัทลุง ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ช่วยติดตามคดีการทุจริตภายในสหกรณ์ออมทรัพย์จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวที่เป็นสมาชิกได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และคดีนี้ยังมีความสลับซับซ้อน แม้มีเจ้าหน้าที่หลายคนถูกพบว่ากระทำผิด แต่ยังสามารถทำงานในสหกรณ์ได้ ซึ่งอาจทำให้พยานหลักฐานต่างๆ สูญหายหรือถูกแก้ไขไปอีก ความเสียหายโดยรวมมีมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท นั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.เร่งสืบสวนและสอบสวนคดีที่เกิดขึ้น และได้ออกคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 293/2565 ลงวันที่ 22 มิ.ย.65 แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งดังกล่าว มีอำนาจในการสืบสวนคดีร่วมกันทุจริตเงินสหกรณ์ออมทรัพย์พัทลุง จำกัด โดยประสานความร่วมมือกับ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง เลขา ป.ป.ง., พ.ต.ท.ธีรพงษ์ ดุลยวิจารณ์ ผอ.คด.4 ปปง., นางชลธิชา ดาวเรือง ผอ.คด.3 ปปง. เจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อเร่งคลี่คลายคดีและติดตามทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายกลับคืนให้กลุ่มผู้เสียหายและดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาในความผิดฐานฟอกเงิน

พฤติการณ์ในคดี กล่าวคือ เมื่อปี พ.ศ.2563 ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด ได้มีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการสหกรณ์ , คณะกรรมการดำเนินการชุดใหม่ และได้จัดให้มีการตรวจสอบหลักฐานทางบัญชีของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง พบความผิดปกติทางบัญชี การเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทุจริตของคณะกรรมการดำเนินการ ฝ่ายจัดการเจ้าหน้าที่และบุคคลภายนอก จึงได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และจากการสอบสวนพยานบุคคล และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏพบผู้ต้องหากับพวก ซึ่งเป็นคณะกรรมการดำเนินการ ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด และบุคคลภายนอก มีพฤติการณ์ร่วมกัน ตกลง วางแผน แบ่งหน้าที่กันทำ กระทำความผิดหลายกรรมหลายวาระต่างกัน เป็นเวลาต่อเนื่องกันมาเป็นเวลายาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 จนถึงปี พ.ศ.2563  โดยมีรูปแบบการกระทำความผิดและวิธีการ มากกว่า 10 วิธีการ เช่น การตกแต่งบัญชีของสมาชิกและไม่ได้เป็นสมาชิก การตกแต่งบัญชีลูกหนี้และลูกหนี้ที่ไม่มีตัวตน หรือตกแต่งบัญชีเกินความเป็นจริง การปลอมใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ  1,489,572,427.14 บาท
ในคดีนี้ได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาไปแล้วทั้งสิ้นจำนวน 27 ราย แบ่งเป็น...

- เป็นผู้จัดการและเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ จำนวน  12 ราย (คดีอาญา) 

- เป็นข้าราชการตำรวจ อยู่ในราชการ จำนวน 6 ราย ขณะกระทำความผิดมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ รองประธาน และเหรัญญิก ซึ่งมีอำนาจลงนามสั่งจ่ายเช็ค (คดีอาญา) ร.ต.ต.พันธ์ชัยฯ รอง สว.(ป) สภ.เมืองพัทลุง, พ.ต.ท.วิเชียรฯ สว.กก.2 บก.ส.๑
ด.ต.ชุณฐกฤตม์ฯ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.พัทลุง, ร.ต.อ.ธนเวทย์ฯ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.พัทลุง, ร.ต.ท.หญิง อรุชาฯ รอง สว.ธุรการ สภ.โคกชะงาย และ ด.ต.สุทัศน์ฯ ผบ.หมู่ ป.สภ.ควนขนุน

- เป็นอดีตข้าราชการตำรวจ เกษียณแล้ว จำนวน 3 คน 

ขณะกระทำความผิดมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการ รองประธาน และสมาชิกสมทบ (คดีอาญา), พ.ต.อ.ชำนาญฯ อดีต ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.พัทลุง, ร.ต.ต.ใจฯ อดีต ผบ.หมู่ ป.สภ.ควนขนุน และ ด.ต.วิชาฯ อดีต รอง สว.(ป) สภ.ศรีบรรพต เป็นสมาชิกสมทบ/ผู้นำเช็คไปขึ้นเงิน

- บุคคลภายนอก จำนวน 5 คน (คดีอาญา) 
เป็นสมาชิกสมทบ/ผู้นำเช็คไปขึ้นเงิน/รับโอนเงิน จำนวน 3 ราย (นางสารภีฯ, นายศิรัฐโรจฯ และนางมณฑาฯ) เป็นโปรแกรมเมอร์ จำนวน 1 ราย (นายวิเชียรฯ) เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีภาคเอกชน จำนวน 1 ราย (นางพรศรีฯ)  

โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป, ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง, ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม, ร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม และดำเนินคดีในความผิดเป็นเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่

- เป็นอดีตข้าราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ฯ เกษียณแล้ว จำนวน 1 ราย (ส่ง ปปช.)    

นางพัชราฯ ตำแหน่ง ผอ.ฯ ผู้ตรวจสอบบัญชีภาครัฐ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.65 ได้มีปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 74 เป้าหมายในพื้นที่ 9 จังหวัด เพื่อตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งสามารถยึดอายัดทรัพย์สินได้มูลค่ากว่า 694 ล้านบาท มีรายละเอียด ดังนี้...

1.อายัดบัญชี ผู้ต้องหาจำนวน 37 บัญชี เงินคงเหลือในบัญชี  4,369,867.76 บาท  
2.ตรวจยึดบ้านพร้อมที่ดิน 28 หลัง 
3.ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 28 หลัง 
4.ห้องชุด 6 ห้อง 
5.ที่ดินเปล่า(โฉนด) 13 แปลง 
6.ที่ดินเปล่า (นส.3 ก.) 11 แปลง 
7.รีสอร์ต 1 แห่ง (หัวหิน) 
8.ตลาดสดนาโยง จ.ตรัง (6 ไร่) 
9.อายัดทุนเรือนหุ้นสหกรณ์ (ผตห.6ราย) 
10.รถยนต์ 19 คัน รถจักรยานยนต์ 12 คัน 

ต่อมาเช้าวันที่ 13 ก.ย.65 ได้เข้าตรวจค้นเพิ่มเติมอีก 25 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี, นครศรีธรรมราช, ตรัง และพัทลุง สามารถยึดอายัดทรัพย์สินได้เพิ่มเติมอีกกว่า 309 ล้านบาท
โดยทรัพย์สินที่สามารถติดตามยึดอายัดมาได้ในคราวนี้ ประกอบด้วย...

1. บ้าน จำนวน 7 หลัง โฉนดที่ดิน 5 แปลง (เพิ่ม)
2. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 5 จุด
3. ที่ดินตามโฉนดที่ดิน จำนวน 18 จุด
4. อายัดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 52,311,640 บาท

รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัดในคราวนี้ 309,311,640 บาท

รวมมูลค่าทรัพย์สินตรวจยึดได้ทั้งหมด 1,003,753,140 บาท

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 14 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

ท่องเที่ยวโกยต่างชาติทะลุ 5 ล้าน 9 เดือนแรกปี 65 คาดสิ้นปีถึง 10 ล้าน สร้างรายได้แตะ 1.2 ล้านล้าน

นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐและอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โชว์ยอดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่เดินทางเข้าประเทศไทย 9 เดือนแรก (1 ม.ค.- 8 ก.ย. 65) สะสมแล้ว 5,018,172  คน และจากการติดตามยอดจองตั๋วเครื่องบินและการจองห้องพักล่วงหน้าในอีก 3 เดือนข้างหน้าซึ่งถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นของไทย ทาง ททท. มั่นใจว่า สิ้นปีนี้ไทยจะได้เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9-10 ล้านคน สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านล้าน ตามเป้าหมายได้อย่างแน่นอน 

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้รายงาน นักท่องเที่ยวต่างชาติ สะสม ตั้งแต่ 1 ม.ค.- 8 ก.ย. 2565  เดินทางเข้าประเทศไทย 5 อันดับแรก  ได้แก่...

>> มาเลเซีย (751,397 คน) 
>> อินเดีย (480,825 คน)  
>> สปป.ลาว (310,464 คน)  
>> กัมพูชา (249,084 คน) 

'ทักษิณ' อ้างเป็นคนบุกเบิกใส่เสื้อเหลือง ลั่น เป็นทั้งเหลือง – แดง พร้อมอโหสิทุกคน

'ทักษิณ' อ้างเป็นคนบุกเบิกใส่เสื้อเหลือง เป็นทั้ง เหลือง-แดง อยากเห็นบ้านเมืองมีความสามัคคี ลั่นถ้า ส.ส.พรรคอื่นย้ายกลับมาเพื่อไทย ถ้าเขาสำนึกผิด ก็ควรให้เขาเข้ามา ถ้าไม่สำนึกก็อย่ารับ

14 ก.ย. 2565 - เพจ CARE คิด เคลื่อน ไทย ไลฟ์สด การพูดคุยกับ โทนี วู้ดซัม หรือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในหัวข้อ นโยบายเกษตร-Soft Power ของเพื่อไทย ทำอย่างไรให้ปังเหมือนไทยรักไทย เมื่อวันอังคาร ที่ 13 กันยายน 2565 เวลา 20.00 น. ตอนหนึ่งว่า

Q : คิดยังไงกับ ส.ส.พรรคอื่นย้ายกลับมาเพื่อไทย

'ไซโก' เปิด 2 คอลเล็กชันรุ่นใหม่ 'Zimbe 16 - Zimbe 17' ทุกๆ รายได้ต่อยอดโครงการฟื้นฟู-อนุรักษ์ท้องทะเลไทย

SEIKO Thailand จัดงานเปิดตัวแคมเปญใหม่ของ SEIKO PROSPEX ZIMBE นาฬิกาซีรีย์ยอดนิยม พร้อมเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ Zimbe 16 และ Zimbe 17 และกลับมาพร้อม Seiko Brand Friend คนแรกของปี 2022 อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา 

โดย อากิระ ซากาอิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก ประเทศไทย ได้กล่าวขอบคุณแฟนไซโกที่ให้การสนับสนุนอย่างเสมอมา และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของทะเลประเทศไทยให้สวยงามขึ้นในทุก ๆ ปีจากรายได้ส่วนหนึ่งของการจำหน่ายนาฬิการุ่น Prospex Zimbe และนาฬิกาดำน้ำรุ่นอื่น ๆ จากไซโกที่ได้นำไปจัดทำโครงการ Seiko Save The Ocean เพื่อดูแล ฟื้นฟู และอนุรักษ์ท้องทะเลไทยอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 5 ปี

“ไซโกต้องการที่จะปลุกจิตวิญญาณของจิมเบขึ้นมาอีกครั้งจึงได้เปิดตัวนาฬิกาทั้งสองรุ่นอย่าง SEIKO PROSPEX ZIMBE รุ่น 16 และ 17 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฉลามวาฬอย่างแท้จริง SEIKO PROSPEX ZIMBE รุ่น 16 นั้นมาในรูปแบบของ Baby Tuna ที่ตัวเรือนนั้นมีโครงสร้างของขอบตัวเรือนอีกชั้นหนึ่งเพื่อเสริมประสิทธิภาพความแข็งแรงทนทานและรองรับการดำน้ำเช่นเดียวกับผิวหนังของฉลามวาฬที่จะมีความหนา และมีเกล็ดเล็ก ๆ เสมือนเกราะป้องกัน ส่วน SEIKO PROSPEX ZIMBE รุ่น 17 นั้นมาในรูปแบบ King Samurai ที่มีขอบตัวเรือนสีน้ำเงินเข้ม เปรียบเสมือนน้ำทะเลในช่วงกลางคืนที่ฉลามวาฬนั้นได้แหวกว่ายอยู่ในท้องทะเล” วรรฑนี วาทนากรณ์ (ผู้จัดการแผนกผลิตภัณฑ์การตลาดแห่งไซโก) กล่าว

ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ในงานอยู่ที่ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม เพื่อนเดินทางคู่หูผู้ร่วมจิตวิญญาณเดียวกันกับจิมเบ ซึ่งได้กลับมาร่วมเดินทางอีกครั้งในฐานะ Brand Friend คนแรกของไซโกในปีนี้ หลังจากที่เขาเคยได้ ทำแคมเปญจิมเบครั้งแรกเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ ไซโก (ประเทศไทย) นอกเหนือจากนั้นแล้วยังได้มีการเปิดตัวแคมเปญ TVC ตัวใหม่เป็นที่แรกเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทาง ครั้งใหม่ของอนันดาและจิมเบและเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ได้ชมนั้นกลับมาเริ่มต้นเดินทางเพื่อหา ประสบการ์ณใหม่ ๆ พร้อมกับจิมเบอีกครั้ง (ติดตามชมได้ที่ Seiko Thailand official YouTube : https://youtu.be/GOK9eftB4cI)

'จ่าคลั่ง' ไล่ยิงกำลังพลในกรมยุทธศึกษาทหาร หน่วยปฏิบัติการพิเศษเร่งควบคุมสถานการณ์

(14 ก.ย. 65) เมื่อเวลา 09.30 น. เกิดเหตุทหารใช้อาวุธปืนยิงกันภาย วิทยาลัยการทัพบก กรมยุทธศึกษาทหารบก ถ.เทอดดำริ แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กทม. เบื้องต้นถูกยิงที่ศีรษะ 1 รายเสียชีวิต ส่วนอีก 2 รายถูกยิงได้รับบาดเจ็บ

ผู้ก่อเหตุยังถืออาวุธปืนอยู่ในที่เกิดเหตุประกาศจะยิงให้ครบ 10 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดเจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าไปควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ แต่ยังไม่สามารถควบคุมตัวได้ ทราบชื่อเบื้องต้นว่าชื่อจ่ายงยุทธ สังกัดโรงเรียนเสนาธิการทหารบก

ล่าสุดกำลังพลที่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว 1 ราย คือ จ่าสิบเอกนพรัตน์ อินทสุนทร 


ที่มา : https://www.thaipost.net/x-cite-news/221330/

https://www.springnews.co.th/news/news/829788

ครม. ไฟเขียว 28 ล้านบาท ลุยประเมิน SEA เร่งผลักดันแผนแม่บทพัฒนาสงขลา-ปัตตานี

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 65 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) ว่า สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี ซึ่งครอบคลุมโครงการเมืองต้นแบบ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยได้ดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ตามมติคณะรัฐมนตรี รวม 4 ครั้ง เกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เช่น ความคาดหวังต่อการจัดการประเมิน SEA ระยะเวลาในการดำเนินการ เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top