Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

'อรรถวิชช์' ยื่นผู้ว่า สตง. สอบการแปรญัตติในสภา กทม.โยกงบเพิ่มโครงการสัมมนากว่า 111 ล้าน ยันต้องการช่วยผู้ว่าฯ กทม. ให้มีงบกลางดูแลวิกฤตมากขึ้น

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า พร้อมทีมงาน ยื่นหลักฐานต่อนายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2566 ของกรุงเทพมหานคร พร้อมหลักฐานเอกสารคำแปรญัตติ เปลี่ยนแปลงงบประมาณ 4,803,793,728 ล้านบาท โดยสภากรุงเทพมหานคร ได้เห็นชอบงบประมาณรายจ่ายที่ผู้บริหารเสนอแปรญัตติเพิ่มเท่ากับจำนวนที่ปรับลด โดยพบว่ามีการเพิ่มงบโครงการสัมมนาพาคนไปเที่ยวในหลายสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นมีจำนวนถึง 72 โครงการ ใน 26 เขต รวมวงเงินสูงถึง 111,064,450 บาท ซึ่งเป็นรายการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้งบในลักษณะที่กระจายตามเขตต่างๆ เพื่อพาประชาชนไปเที่ยวนั้น หลังจากปี 2557 ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำดังกล่าว 

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า กรณีเทียบเคียงกับ ส.ส.หลังการประกาศใช้ของรัฐธรรมนูญปี 2560 เราจะพบว่าสภาผู้แทนราษฎรเอง เมื่อได้มีการตัดงบประมาณในรายการใดและต้องมีการแปรญัตติเพิ่มกลับเข้าไป โดยงบถูกจะเพิ่มกลับไปใส่ในงบกลางเพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ใช้ในกรณีวิกฤตเช่นโรคระบาด หรือ น้ำท่วม เขาไม่เอามาหาร แล้วลงกระจายพาไปเที่ยวสัมมนาแบบงบประมาณ กทม.

'ชาวเน็ต' ขุด 'เพจอัศวิน' โพสต์รายงานน้ำท่วมเพียบ เทียบ 'เพจชัชชาติ' มีแต่ไลฟ์ หาอ่านข้อมูลไม่ได้

(13 ก.ย. 65) ขณะนี้ชาวเน็ตให้ความสนใจไปที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งโพสต์เปรียบเทียบการรายงานสถานการณ์และแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร (กทม.) ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คนก่อน โดยมีรายละเอียดดังนี้

เปิดไปดูเพจอดีตผู้ว่ากทม. อัศวิน ขวัญเมือง เลื่อนดูเล่น ๆ ในช่วงเวลาหน้าฝนแทบทุกวันมีแต่ข้อมูล และรายงานว่าได้สั่งงานอะไรบ้าง

รายงานตัวเลขหมด

ความน่าจะเป็นที่กรมอุตุเตือนรอบ 7 วันข้างหน้าว่าอาจจะมีฝนหนักแค่ไหน

มีการรายงานตัวเลขระดับน้ำแต่ละสถานีระบายน้ำ ว่าอยู่ระดับไหน พร้อมสำหรับรับน้ำแค่ไหน

ปริมาณน้ำจากแม่น้ำสูงแค่ไหน น้ำทะเลหนุนแค่ไหน ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านประตูในแต่ละวันระบายได้แค่ไหน เพื่อประเมินกำลังในการระบายหากฝนตกหนัก

14 กันยายน ‘วันบุรฉัตร’ น้อมรำลึกถึง ‘พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร’ ผู้ที่ได้รับการยกย่องเป็น ‘บิดาแห่งรถไฟไทย’

วันที่ 14 กันยายน ของทุกปี ทางราชการกำหนดให้เป็น ‘วันบุรฉัตร’ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ พลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน อดีตผู้บัญชาการรถไฟไทย

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 35 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาวาด(ในสกุล "กัลยาณมิตร") ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2424 ขณะทรงพระเยาว์เริ่มศึกษาที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ

ปี พ.ศ. 2437 เสด็จไปทรงศึกษาต่อด้านโยธาธิการที่ โรงเรียนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ และทรงศึกษาต่อวิชาวิศวกรรมที่ ตรินีตี้คอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และวิชาทหารช่างที่ แชทแฮม จากนั้นเสด็จศึกษาเพิ่มเติมในประเทศฝรั่งเศส ทรงศึกษาการทำทำนบและขุดคลอง ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และเสด็จกลับมาทรงงานและศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ จนได้เป็นสมาชิก M.I.C.E. (Member of the Institution of Civil Engineer) (เทียบเท่า วิศวกรรมสถาน)

พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากรเสด็จกลับประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2447 ทรงรับราชการทหาร เหล่าทหารช่าง กรมยุทธนาธิการทหารบก ทรงดำรงตำแหน่งจเรทหารช่างพระองค์แรกในปี พ.ศ. 2451 และทรงดำรงตำแหน่งนี้เป็นระยะเวลา 17 ปี ทรงนำความรู้ในวิชาการทหารแผนใหม่ตามแบบอย่างประเทศตะวันตกมาปรับปรุงกิจการทหารช่าง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานกิจการทหารช่างแผนใหม่ และกองทัพ

การดำเนินกิจการรถไฟในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ทรงให้ชาวต่างประเทศเป็นผู้ควบคุมการบริหารกิจการทั้งหมด กระทั่งปี พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร รักษาการตำแหน่งเจ้ากรมรถไฟสายเหนือ ในปี พ.ศ. 2460 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า "กรมรถไฟหลวง" และให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง และทรงบุกเบิกพัฒนากิจการต่างๆ ของกรมรถไฟหลวง ขยายเส้นทางเดินรถไฟสายเหนือและสายใต้เข้าด้วยกัน สายตะวันออกเฉียงเหนือทรงสร้างทางรถไฟจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี สายตะวันออกจากฉะเชิงเทราถึงอรัญประเทศ และในปี พ.ศ. 2471 พระองค์ยังได้ทรงสั่งซื้อรถจักรดีเซล จำนวน 2 คัน (หมายเลข 21 และ 22) จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีกำลัง 180 แรงม้า เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นว่า รถจักรไอน้ำลากจูงขบวนรถไม่สะดวก และไม่ประหยัด อีกทั้งลูกไฟที่กระจายออกมาเป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร และอาจทำให้เกิดไฟไหม้ไม้หมอนอีกด้วย ซึ่งรถจักรดีเซลทั้งสองคันดังกล่าว เป็นรถจักรดีเซลคันแรกในทวีปเอเชีย และถือว่าประเทศไทยนำรถจักรดีเซลเข้ามาใช้งานเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียด้วย

'ตำรวจ' จับกุม 'หลี่ อี้เฟิง' ซุป'ตาร์ตัวท็อปของจีน โทษฐาน 'ซื้อบริการทางเพศหลายครั้ง'

ช็อกวงการบันเทิงจีน 'หลี่ อี้เฟิง' พระเอกดังตัวท็อปของวงการ ถูกจับกุม ฐานซื้อบริการทางเพศหลายครั้ง ด้ายยแบรนด์สินค้าต่างก็แห่ยกเลิกสัญญาที่ทำกับพระเอกหนุ่มเป็นที่เรียบร้อย

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานข่าวใหญ่สะเทือนวงการบันเทิงจีน เมื่อพระเอกหนุ่มระดับซูเปอร์สตาร์ของจีนอย่างหลี่ อี้เฟิง (Li Yifeng) วัย 35 ปี ถูกตำรวจปักกิ่งจับกุม ฐานต้องสงสัยเรื่องการซื้อบริการทางเพศมาหลายครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือมาพักใหญ่เกี่ยวกับดาราดังที่ชอบซื้อบริการทางเพศ แต่ทางต้นสังกัดของ หลี่ อี้เฟิง เคยออกมาปฏิเสธข่าวมาแล้ว ด้านสถานีโทรทัศน์ CCTV ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีน ได้รายงานข่าวนี้โดยอ้างอิงแถลงการณ์จากทางตำรวจ เผยว่า เจ้าหน้าที่เพิ่งจะทำการจับกุมนักแสดงชายนามสกุลหลี่ จากการซื้อบริการทางเพศหลายครั้งและยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวคือพระเอกหนุ่ม หลี่ อี้เฟิง 

หลี่ อี้เฟิง หรือ อีวาน หลี่ เป็นนักแสดงตัวท็อปคนหนึ่งของจีน มีผู้ติดตามในบัญชีเว่ยป๋อกว่า 60 ล้านฟอลโลเว่อร์ เริ่มเข้าสู่วงการจากการเข้าร่วมรายการประกวดร้องเพลงทางโทรทัศน์เมื่อปี 2550 ก่อนจะมุ่งหน้าสู่การเป็นนักแสดง เขามีผลงานการแสดงในซีรีส์ดังมากมาย รวมถึงเพิ่งจะรับบทบาทสำคัญเป็น 'ประธานเหมาเจ๋อตุง' ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในวัยหนุ่ม กับภาพยนตร์เรื่อง The Pioneer ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการฉลองวาระ 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์อีกด้วย

นอกจากนี้ หลี่ อี้เฟิง ยังทำงานร่วมกับแบรนด์ดังมากมาย รวมถึงการเซ็นสัญญากับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Prada แต่แบรนด์ต่าง ๆ ก็ออกมาประกาศตัดขาด หลี่ อี้เฟิง ทันที หลังมีรายงานข่าวจาก CCTV 

แม้กระทั่งแบรนด์ Prada ก็ออกแถลงผ่านเว่ยป๋อว่า ทางแบรนด์ได้ยุติการร่วมงานทุกอย่างกับ หลี่ อี้เฟิง แล้ว  

ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดของจีนก็ได้ลบชื่อของ หลี่ อี้เฟิง ออกจากโซเชียลมีเดียเช่นกัน หลังจากที่เขาเคยมีชื่อในสื่อประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานมาก่อน 

ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะมีข่าวลือฉาวเกี่ยวกับนักแสดงดัง หลี่ ที่ปรากฏตามหน้าสื่อ และหลายเบาะแสชี้เป้ามาที่ หลี่ อี้เฟิง แต่ทางต้นสังกัดของเขาก็ยืนกรานปฏิเสธและออกแถลงการณ์ ยืนยันว่า นักแสดงหนุ่มปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพเสมอ ยึดมันในบรรทัดฐานทางศีลธรรม และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแข็งขัน

ผช.รมว.แรงงาน ต้อนรับ คณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี หารืออัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัด มาตรการช่วยเหลือ และการขึ้นทะเบียนการจ้างงานคนพิการ

วันที่ 13 กันยายน 2565 เวลา 14.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายกิตติวุฒิ ศศิวิมลพันธุ์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก และคณะผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เข้าพบเพื่อหารือ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดชลบุรี มาตรการช่วยเหลือนายจ้างให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และการขึ้นทะเบียนและการจ้างงานคนพิการตามาตรา 35 ณ ห้องประชุมแสงสิงแก้ว ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน ได้จัดให้บริการส่งเสริมการมีงานทำให้คนพิการ โดยรับขึ้นทะเบียนหางานและจัดหางานให้คนพิการที่ประสงค์จะทำงานในสถานประกอบการตามมาตรา 33 และประสานนายจ้าง/เจ้าของสถานประกอบการ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อส่งคนพิการเข้ารับการสัมภาษณ์และบรรจุงาน และรับขึ้นทะเบียนคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการที่ขอรับสิทธิตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 เพื่อรองรับความต้องการของนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีความต้องการจ้างงานคนพิการ และคัดลอกรายชื่อคนพิการ ที่ได้ลงทะเบียนไว้ เพื่อนำไปพิจารณารับเข้าทำงานตามมาตรา 33 หรือ ทำสัญญาจ้างงานคนพิการตามมาตรา 35

อีกทั้ง ปัจจุบันกรมการจัดหางาน ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม (มาตรา 35 ประเภทจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 โดยในปี 2565 ได้กำหนดเป้าหมายประเภทจ้างเหมาบริการไว้จำนวน 1,000 คน สามารถจ้างงานคนพิการตามโครงการฯ 1,499 คน เพิ่มจากเป้าหมาย ร้อยละ 45 ก่อให้เกิดรายได้แก่คนพิการ จำนวน 171,253,255 บาทต่อปี และจะขยายการมีงานทำให้คนพิการเพิ่มขึ้น ปีละ 20% ภายใน 4 ปี ถือเป็นการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สร้างโอกาสการมีงานทำและมีรายได้อย่างเป็นรูปธรรมและได้รับประโยชน์โดยตรง คนพิการสามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ชาวเน็ตโวยรมว.อนุทิน แบนบุหรี่ไฟฟ้า แต่กลับหนุนกัญชา

เพจ“มนุษย์ควัน” สวน สธ. อ้างปกป้องสุขภาพประชาชน แต่ทำบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนเกลื่อนตลาด เพราะคนใช้เพิ่มขึ้นกว่า 600% ตั้งคำถามทำไมบุหรี่ไฟฟ้าและยาสูบไร้ควันที่ถูกกฎหมายกว่า 70  กว่าประเทศทั่วโลกกลับถูกประเทศไทยแบน ด้านชาวเน็ตโวย รมว.อนุทิน ย้อนแย้ง แบนบุหรี่ไฟฟ้า แต่กลับหนุนกัญชาเสรี

นายสาริษฏ์ สิทธิเสรีชน เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ “มนุษย์ควัน” ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้สนับสนุนให้บุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย เผยภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการะทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาย้ำแบนบุหรี่ไฟฟ้าว่า “รู้สึกผิดหวังที่ รมว.สธ. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบสุขภาพของประชาชน แต่กลับไม่ศึกษาข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเปิดทางเลือกที่มีสารพิษน้อยกว่าให้กับประชาชน ปัจจุบันคนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย มีเอกสารงานวิจัยหรือข่าวจากต่างประเทศจำนวนมากที่ทำให้คนสูบบุหรี่รู้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าได้รับการยอมรับในฐานะผลิตภัณฑ์ทดแทนการสูบบุหรี่ แต่กลุ่มหมอที่รณรงค์ต่อต้านบุหรี่ในไทยกลับยัดเยียดข้อมูลเพียงด้านเดียว ให้กับ รมว. อนุทิน และคนในสังคมเพื่อหวังให้มีการแบนบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป”

“ขณะที่ประเทศไทยยอมรับมาตรฐานของ อย.สหรัฐอเมริกาในเรื่องวัคซีนโควิด หรือเรื่องยา แต่กลับมีจุดยืนสวนทางกับอย. สหรัฐอเมริกา กระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษและนิวซีแลนด์ และอีกหลายประเทศที่สรุปตรงกันว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ จึงอนุญาตให้ขายได้แบบมีการควบคุม ซึ่งช่วยให้ลดอัตราการสูบบุหรี่ของคนในประเทศได้จริง และไม่มีปัญหาการใช้ในเด็กและตลาดใต้ดิน เช่นในอังกฤษ บุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นเครื่องมือที่คนสูบบุหรี่นิยมใช้มากที่สุดเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ ขณะที่อัตราการสูบบุหรี่ในนิวซีแลนด์ลดลงจาก 13.7% เหลือเพียง 10.9% ภายหลังที่มีการสนับสนุนให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายใต้นโยบายสร้างประเทศปลอดควันในปี 2025”

'อัษฎางค์' ชี้!! ปัญหาน้ำท่วมมีมาตลอด 200 กว่าปี แต่ไม่ใช่เพราะฝนตกหนักที่สุดในรอบ 6 ปี 30 ปี 100 ปี

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก 'เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค' โดยระบุว่า...

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่น้ำมากที่สุดในรอบกี่ปี แต่อยู่ที่ผู้ว่าที่ไม่รู้จักการจัดการกับปัญหาที่มันมีอยู่คู่กับกรุงเทพตลอดมาต่างหาก”

ไอ้ที่ท่วมหนักปีนี้ ไม่ใช่เพราะฝนตกหนักที่สุดในรอบ 6 ปี 30 ปี 100 ปี หรอก

แต่หนักตรงที่มีผู้ว่าที่ “ไม่มีปัญญาจัดการกับปัญหาที่มันมีอยู่ทุกปี” ต่างหาก

ทำให้ปีนี้หนักที่สุด 
เขตไหนไม่เคยท่วม ก็ท่วม

ปัญหาน้ำท่วม อยู่คู่กับกรุงเทพมา 200 กว่าปีแล้ว

ปีไหนที่มันท่วมหนัก ไม่ใช่เพราะปัญหาจากน้ำหรอก เพราะน้ำคือปัจจัยพื้นฐานที่อยู่คู่กับปัญหาน้ำท่วม ที่ใครจะมาเป็นผู้ว่า ควรรู้อยู่แล้ว มิใช่หรือ

ย้ำว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่น้ำ เพราะน้ำท่วมมาตลอด 200 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ตั้งกรุงเทพฯ แล้ว

แต่อยู่ที่ผู้นำไม่รู้จักการจัดการกับปัญหาที่มันมีอยู่คู่กับกรุงเทพฯ มาตลอด 200 กว่าปีต่างหาก

ตัวเองก็อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มาตลอดชีวิต

แถมบอกว่า ได้ศึกษา เตรียมตัว มาก่อนเป็นผู้ว่ากว่า 2 ปี

ฝนตกตูมเดียว กรุงเทพฯ จมน้ำทันที 

'จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี' CEO บริษัทบุญรอดฯ เสียชีวิตอย่างสงบที่สหรัฐอเมริกา ในวัย 65 ปี

เป็นข่าวหนึ่งช็อกแวดวงสังคมบ้านเราเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของ 'คุณนิดหน่อย-จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี' หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีอาการป่วยจนตอนนี้ต้องบินไปรักษาและทำกายภาพที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมี 'คุณหญิงต้น-ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี' ดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมกับลูกๆ แวะเวียนกันไปเยี่ยมเยียนและดูแลอาการของคุณนิดหน่อยอย่างใกล้ชิด ชนิดที่ว่ากำลังใจดีสุดๆ โดยล่าสุดมีข่าวว่าคุณนิดหน่อยเสียชีวิตลงอย่างสงบที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับ คุณนิดหน่อย-จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี นั้นถือเป็นบุตรของ คุณจำนงค์ ภิรมย์ภักดีและสุภัจฉรี ภิรมย์ภักดี ถือเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งบุญรอดบริวเวอรี่ อีกทั้งยังเป็นประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยที่นำทัพนักกีฬาไทย สร้างผลงานคว้าเหรียญในพาราลิมปิก โตเกียว 2020 เป็นที่ 6 ในเอเชีย คนที่สนิทสนมกับคุณนิดหน่อยจะทราบว่าคุณนิดหน่อยเป็นแฟมิลี่แมน รักภรรยาอย่างคุณหญิงต้น-ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดีมาก รวมถึงเป็นคุณพ่อที่น่ารักของลูกๆ ทั้ง 3 คน ตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร, ตุ๊ย นันทญา ภิรมย์ภักดี และต่อย-ณัยณพ ภิรมย์ภักดี


ที่มา : https://mgronline.com/celebonline/detail/9650000088014

'เสี่ยเฮ้ง' ปัดวิจารณ์ 'ธรรมนัส' จ่อหวนคืน พปชร. โฟกัสชัดเจน ขอเชียร์แต่ลุงตู่ เพราะชอบสไตล์นี้

'สุชาติ' ไม่ขอวิจารณ์ 'ธรรมนัส' จ่อหวนคืน พปชร. บอกข้อมูลยังไม่ชัดเจน มอง 'หญิงอ้อ' ออกงานเพื่อไทยที่เชียงใหม่ เพราะอยากให้กำลังใจลูกสาว ย้ำพา 'ทักษิณ' กลับไทยไม่ง่าย ประกาศขอเชียร์ลุงตู่ เพราะชอบสไตล์นี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าว ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย จะหวนคืนพรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนไม่กล้าพูดเรื่องนี้ เพราะไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เเต่เห็นรัฐมนตรีหลายคนในพรรคให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อยู่ จึงไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้เป็นไปได้หรือไม่ 

เมื่อถามว่าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง จะสามารถอยู่ร่วมกันได้หรือไม่ นายสุชาติ หัวเราะ พร้อมตอบว่าตอนนี้ยังไม่เกิด ไม่รู้จะพูดอย่างไร และเรื่องนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันในพรรค แต่ส่วนตัวคิดว่าคงเป็นเรื่องยาก 

ส่วนการที่ ร้อยเอก ธรรมนัส กลับมา จะเป็นการช่วยเสริมกำลังให้พรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ หลัง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าจะหลีกทางให้ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะเพิ่งดูจากข่าว ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เรื่องการเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าข้อมูลไม่จริง พูดอะไรไปแล้วมันจะเป็นคำพูดที่ไม่ดี ขอให้เป็นข้อมูลที่ชัดเจนก่อน แต่เรื่องงานตอบได้เลย เพราะทำเอง ถ้าเรื่องการเมืองต้องอาศัยหลาย ๆ คนคุยกัน 

ส่วนกรณี คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา อดีตนายกฯ ทักษิน ชินวัตร มาร่วมงานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคเหนือ พรรคเพื่อไทย ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นการร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังยุบพรรคไทยรักไทยนั้น นายสุชาติ มองว่า เป็นเรื่องปกติที่คุณหญิงพจมาน จะมาให้กำลังใจลูกสาวที่เข้ามาทำงานการเมือง เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอาจถูกวางเป็นนายกฯ ก็อาจจะต้องอาศัยความอบอุ่นของครอบครัว ต้องอาศัยกำลังใจจากพ่อและเเม่ ถือเป็นเรื่องปกติ

'ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ' นำทีมชลประทานลงพื้นที่กรุงเทพตะวันออก ช่วย กทม. ผันน้ำจากคลองแสนแสบและคลองประเวศน์บุรีรมย์ลงแม่น้ำบางปะกงและอ่าวไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นำคณะประกอบด้วยนายณฐกร สุวรรณธาดา ว่าที่ร้อยตรีธนิตศักดิ์ ดารามั่น นางสาวณัฐิดา เตาเฟ็ส และนายสุรชาติ มาลาศรี ผอ.สำนักบริหารโครงการ นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11
นายยงยส เนียมทรัพย์ รองผอ.ชป.ที่11 นายธีรภัทร สามไพบูลย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต นายสมเดช ศรีวิเชียร

ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตรลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตรและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิตสำนักงานชลประทานที่11ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดฉะเชิงเทราโดยได้ตรวจตราการทำงานของสถานีสูบน้ำหนองจอกซึ่งมีเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจำนวน 20 เครื่องแต่ละเครื่องสามารถสูบน้ำได้ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีกำลังเดินเครื่องสูบน้ำจากคลองแสนแสบลงคลองบางขนากและคลองนครเนื่องเขตสู่แม่น้ำบางปะกงระยะทาง 28 กิโลเมตรเช่นเดียวกับสถานีสูบน้ำประเวศน์บุรีรมย์ที่กำลังสูบน้ำในคลองประเวศน์บุรีรมย์ไปลงแม่น้ำบางปะกงทางตะวันออกและไปลงคลองพระองค์ไชยานุชิตสู่อ่าวไทยอีกทางหนึ่งโดยต้องบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในระดับไม่ล้นตลิ่งเนื่องจากมีชุมชนบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรอยู่ตลอดแนวคลอง

ทั้งนี้ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ.ได้ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำช่วยแก้ไขปัญหาอุทกภัยและได้ย้ำถึงนโยบายที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรโดยเฉพาะกรมชลประทานช่วยเหลือกรุงเทพมหานครให้เต็มที่กำลังความสามารถพร้อมกับกำชับให้ดูแลช่วยเหลือประชาชน2ฝั่งคลองรวมทั้งเรือกสวนไร่นาบ่อปลาบ่อกุ้งและฟาร์มปศุสัตว์ในพื้นที่กรุงเทพ สมุทรปราการและฉะเชิงเทราให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากน้ำท่วมในครั้งนี้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top