Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ (8 ธันวาคม 2568) โดยพบว่ากำลังทหารกัมพูชามีการเสริมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และอาวุธยิงสนับสนุนเพิ่มเติม รวมถึงมีแนวโน้มว่าฝ่ายกัมพูชาระบุพิกัดใช้อาวุธระยะไกลลึกเข้ามาในเขตไทย

ส่งผลให้กำลังพลไทยมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในพื้นที่ช่องบก โดยยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตทางการ 1 ราย และมีข้อมูลไม่เป็นทางการอีก 1 รายซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ เบื้องต้นความเสียหายจากการยิงช่วงเช้าอยู่ในพื้นที่การเกษตร ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บในกลุ่มประชาชน โดยกองทัพจะทยอยให้ข้อมูลผู้บาดเจ็บ-ผู้เสียชีวิต และการดูแลในศูนย์อพยพเป็นระยะ

ล่าสุดสำนักสาธารณสุข จังหวัดอุบลราชธานี ได้ออกประกาศ ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน #รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ใน 10 โรงพยาบาล ได้แก่

1. ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 7 จ.อุบลราชธานี ณ ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 2 เปิดบริการทุกวัน 08.30 -19.30 น. เสาร์ อาทิตย์ 09.00-19.30 น.

2. รพ.สรรพสิทธิประสงค์ ณ งานธนาคารเลือด ชั้น 2 อาคารผ่าตัดและพยาธิวิทยา วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00-19.00 น. วันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ 09.00-18.00 น.

3. รพ.๕๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ จ.อุบลราชธานี ณ ห้องบริจาคโลหิตประตู 3 ชั้น 1 ตึก 9 ชั้น ทุกวันเวลา 08.00-20.00 น.

4. รพ.วารินชำราบ ณ ห้องบริจาคโลหิต อาคารบำบัด ตึก 3 ชั้น 2 วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.15-15.30 น.

5. รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม ณ ห้องบริจาคเลือด งานเทคนิคการแพทย์ อาคาร 4 ชั้น 2 เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ เวลา 08.00-16.00 น.

6. รพ.ตระการพืชผล ณ ห้องคัดกรองผู้บริจาคโลหิต กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ตึกอุบัติเหตุ ชั้น 2 เปิด จันทร์ - ศุกร์ (วันทำการ) เวลา 08.00-16.00 น.

7. รพ.พิบูลมังสาหาร ณ ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 1 เปิดบริการทุกวันราชการ 08.30-15.30 น.

8. รพ.เขมราฐ ณ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ตึกผู้ป่วยนอก เปิดบริการ ทุกวันราชการ เวลา 08.30-15.30 น.

9. รพ.บุณฑริก ณ ตึก 5 ชั้น 2 เปิดบริการจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-15.30 น.

10. รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ณ ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ เปิดบริการ จันทร์-ศุกร์ (วันทำการ) เช้า 09.00-11.00 น. บ่าย 13.00-15.30 น.

นอกจากนี้ ยังมี โรงพยาบาลศรีสะเกษ ขอรับบริจาคโลหิตจำนวนมากเพื่อรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ ธนาคารเลือด อาคาร 10 ชั้น 2 โรงพยาบาลศรีสะเกษเวลาทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-20.00 น. (ไม่หยุดพัก) และวันหยุด เวลา 09.00-15.30 น. (หยุดพักเที่ยง 12.00-13.00 น.)
.
โรงพยาบาลสุรินทร์ ขอรับบริจาคโลหิตเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน สถานที่: บริจาคโลหิตได้ทุกวันที่คลังเลือด อาคารพยาธิ ชั้น 2 เวลาทำการ: เวลา 08.30-18.00 น. 

โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคโลหิตเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ สถานที่รับบริจาค 2 จุด ได้แก่ ศูนย์รับบริจาคโลหิต ชั้น 2 อาคารจอดรถ และแผนกคลังเลือด ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เวลาทำการ: ทั้งสองจุดเปิดรับทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-20.00 น. มีสถานที่จอดรถสำหรับผู้บริจาคโลหิตที่อาคารจอดรถ ชั้น 2 และบริเวณด้านหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ชั้น 5
 

‘รศ.ดร.อักษรศรี’ จี้รัฐบาลไทยถ้า ‘ทรัมป์’ โทรมาอย่ารีบยอม แนะเดินเกมยื้อเวลาเตือนอย่าซ้ำรอยรัฐบาลชุดก่อน

(8 ธ.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ร้อนแรงขึ้น โดยระบุว่า หาก “ทรัมป์” โทรมาจุ้นให้เร่งคลี่คลายปัญหา รัฐบาลไทยควร “เดินเกมดึงเรื่อง ยื้อเวลาให้นานที่สุด อย่าหมอบเร็วอย่างไร้กระบวนท่าเหมือนรัฐบาลชุดก่อน” 

ขณะที่สำนักข่าว CNN รายงานว่า กองทัพอากาศไทยเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเมื่อเช้าวันที่ 8 ธ.ค. 2568 เพื่อตอบโต้การยิงจากฝั่งกัมพูชา ทำให้ความเชื่อมั่นต่อ “ข้อตกลงสันติภาพทรัมป์” ที่เพิ่งลงนามไม่กี่สัปดาห์ก่อน ถูกสั่นคลอนอย่างหนัก

รายงานจาก CNN ระบุว่า การปะทะเริ่มตั้งแต่เช้ามืด ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าอีกฝั่งเป็นผู้เปิดฉากก่อน ฝ่ายไทยชี้แจงว่าตรวจพบการเคลื่อนย้ายอาวุธหนักและมาร์กจุดยิงภายในดินแดนกัมพูชาที่มีแนวโน้มยิงเข้าเขตไทย จึงใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีคลังอาวุธ ศูนย์บัญชาการ และเส้นทางลำเลียงที่มองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรง 

ด้านโฆษกกองทัพไทยย้ำว่าปฏิบัติการมุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหารเพื่อป้องกันอธิปไตยและลดความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชน ขณะที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์โต้ทันที ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่ากัมพูชายึดแนวทางสันติและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ
 

พัฒนานวัตกรรมปลูกผักบนเรือ ด้วยระบบหมุนเวียนลดใช้พลังงานไฟฟ้า ยกระดับคุณภาพชีวิตคนงานไกลฝั่ง ต่อยอดป้อนเกาะแล้ง-หนาวจัด และขาดน้ำ

(10 ธ.ค. 68) คนทำงานกลางทะเลลึกในเขตห่างไกลอย่างขั้วโลก ที่เคยแทบไม่ได้แตะผักสด อาจมีชีวิตง่ายขึ้น เมื่อจีนเปิดตัว “ฟาร์มอัจฉริยะบนเรือ” รุ่นใหม่ในงาน Marintec China 2025 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งระบบนี้ออกแบบโดยบริษัท China State Shipbuilding Corporation Limited (CSSC) ให้สามารถปลูกผัก ผลไม้ และเห็ดกินได้บนเรือได้ตลอดทั้งปี

หยาง เหวินอู่ (Yang Wenwu) ประธานบริษัท CSSC International Engineering ระบุว่า ไฮไลต์ของฟาร์มนี้คือระบบ ผัก–เห็ด สดที่ร่วมกันในห้องปิด เห็ดจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะที่ผักใช้แก๊สนี้ไปสังเคราะห์แสง กลายเป็นวงจรแก๊สที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดการเปิด–ปิดระบบปรับอากาศและลดผลกระทบจากอุณหภูมิภายนอกที่ต่างกันมาก จึงประหยัดพลังงานกว่าระบบปลูกผักทั่วไปอย่างชัดเจน

ฟาร์มบนเรือดังกล่าวใช้วิธีปลูกแบบปลอดสารเคมี สามารถปลูกเห็ด ผัก และผลไม้ได้มากกว่า 120 ชนิด พร้อมออกแบบโครงสร้างและวัสดุให้ทนต่อสภาพแวดล้อมสุดโหดบนทะเล ทั้งไอเค็ม การกัดกร่อน และแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นกับเครื่องยนต์ ด้านตัวเลขประสิทธิภาพ หยาง เหวินอู่เผยว่า ขณะที่ระบบปลูกผักทั่วไปทั่วโลกใช้ไฟเฉลี่ยราว 10 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อผัก 1 กิโลกรัม ระบบของจีนใช้ไฟต่ำกว่า 6 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม

ด้านนักพัฒนามองว่า นวัตกรรมนี้จะช่วยให้แรงงานนอกฝั่งและพื้นที่กันดาร ไม่ต้องรอเรือส่งเสบียงเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจจากการขาดผักสดในระยะยาว และยังสามารถต่อยอดใช้กับเกาะที่ขาดแคลนน้ำ พื้นที่แห้งแล้งลึกเข้าไปในแผ่นดิน หรือชุมชนที่เข้าถึงทรัพยากรอาหารสดได้ยาก ให้มี “ฟาร์มสดเคลื่อนที่” เป็นแหล่งผักปลอดภัยของตัวเองได้ในอนาคต


ที่มา : Xinhua
 

“กีฬาแหลมทอง” เมื่อปี 1959 ถึง SEA Games 2025 เดินหน้าสู่เวทียุทธศาสตร์กีฬา ภายใต้สโลแกน “Ever Forward”

(10 ธ.ค. 68) ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพฯและชลบุรี โดยถือเป็นครั้งที่ 7 ที่ไทยรับบทเจ้าภาพมากที่สุดในอาเซียน สะท้อนบทบาทสำคัญในวงการกีฬาระดับภูมิภาค

ประเทศไทยเดินหน้ารับบทเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งแรกเมื่อปี 1959 ในชื่อ "กีฬาแหลมทอง" ที่สนามกีฬาแห่งชาติ แม้เป็นครั้งแรกแต่ไทยคว้าเหรียญทองรวมอันดับ 1 ของตารางและได้รับคำชื่นชมว่าการจัดงานสำเร็จ รูปแบบนี้เป็นต้นแบบที่เติบโตมาเป็น SEA Games ปัจจุบัน

ยุคสงครามเย็น ไทยเป็นเจ้าภาพปี 1967 และ 1975 ในฐานะเวทีเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศแม้เผชิญความท้าทายด้านการเมือง ในปี 1985 ไทยรับไม้เจ้าภาพ SEA Games ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพฯ โดยเพิ่มชนิดกีฬาและจำนวนประเทศสมาชิกมากขึ้น

ไม่เพียงแค่กรุงเทพฯ ไทยยังส่งเสริมกีฬาโดยจัดครั้งแรกในเมืองเชียงใหม่ปี 1995 แล้วขยับไปที่นครราชสีมาในปี 2007 ซึ่งสร้างมิติใหม่ของกีฬา เริ่มมาตรฐานโมเดิร์น และกีฬาผูกกับการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจท้องถิ่น

สำหรับ SEA Games 2025 พบว่ามี 11 ชาติร่วมมากกว่า 9,000 คนแข่ง 574 เหรียญใน 50 ชนิดกีฬา รัฐบาลไทยต้องการยกระดับมาตรฐานให้ใกล้เคียงเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก โดยใช้สโลแกน "Ever Forward" สื่อถึงการเดินหน้าของกีฬาไทยและอาเซียนอย่างยั่งยืน
 

ปมฉ้อโกง ‘นานา ไรบีนา’ ย้ำเงิน 50 ล้านไม่เคยผ่านบัญชี ‘เวย์’ ยอดจริงในบัญชีเวย์แค่ล้านกว่า หลังเปิดเผยเส้นทางการเงินจริง

(9 ธ.ค. 68) นายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายของ 'เวย์ ไทเทเนี่ยม' ชี้แจงกรณีคดีฉ้อโกงมูลค่ารวมเกือบ 200 ล้านบาทที่มีชื่อ 'นานา ไรบีนา' และสามีแร็ปเปอร์ดัง ยืนยันว่าไม่มีเงิน 50 ล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชี 'เวย์ ไทเทเนี่ยม' มีเพียงประมาณ 1 ล้านบาทที่เคยโอนเข้ามาและเวย์ได้โอนคืนไปแล้วมากกว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมเข้าพบพนักงานสอบสวน ปอศ. ให้ปากคำในวันนี้

ทางทนายเปิดเผยว่าพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ยังคงสอบสวนเพียงเบื้องต้นโดยยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดว่าจะสอบถามประเด็นใด และในครั้งนี้ยังไม่มีการเรียก 'นานา' ให้เข้าพบพนักงานสอบสวน

นายสายหยุดชี้แจงเพิ่มเติมว่า เส้นทางการเงินไม่พบการโอนเงิน 50 ล้านเข้าบัญชีเวย์ มีเพียงเงินประมาณ 1 ล้านในอดีตและมีการคืนกลับให้ผู้โอนเกินกว่า 1.5 ล้านบาท พร้อมย้ำว่าผู้เสียหายในคดีมีตัวตนจริง โดยยอดเงิน 1 ล้านเป็นของผู้เสียหายคนละกลุ่มกับรายที่อ้าง 50 ล้าน

ทางด้านธุรกิจร้านตัดผมของเวย์ ซึ่งมีทั้งหมด 42 สาขา ได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวอย่างหนัก มีคำวิจารณ์ในออนไลน์ทำให้เกิดการบอยคอตจนกระทบรายได้และความมั่นคงของพนักงาน ช่างตัดผมมากกว่า 100 คน ทนายจึงขอให้สังคมใช้วิจารณญาณรอฟังผลการตัดสินจากกระบวนการยุติธรรม

สำหรับความเชื่อมโยงของเวย์กับคดีฉ้อโกง 'นานา' ทนายสายหยุดระบุว่ายังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการลงทุนเป็นการดำเนินการของนานาเอง 'เวย์ไม่ได้ชักชวนผู้เสียหายโดยตรง' และยังรอผลสอบสวนว่าจะเป็นพยานหรือถูกแจ้งข้อหาหรือไม่ในเร็วๆ นี้

 

วอน ‘ไทย–กัมพูชา’ ยุติสู้รบ ปกป้องพลเรือน กลับสู่เส้นทางการทูต เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้น มาเลย์พร้อมเป็นตัวกลางฟื้นสันติภาพ

(8 ธ.ค. 68) นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความกังวลต่อเหตุปะทะด้วยอาวุธระลอกใหม่ ระหว่างกองกำลังไทยและกัมพูชาบริเวณชายแดน พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยระบุว่าเหตุสู้รบที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง อาจบั่นทอนความพยายามรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองฝ่าย

อันวาร์ย้ำว่า ไทยและกัมพูชาเป็นทั้งพันธมิตรใกล้ชิดของมาเลเซีย และเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน จึงขอเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างเต็มที่ เปิดช่องทางการสื่อสารให้กว้าง และใช้กลไกที่มีอยู่ในภูมิภาคให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมยืนยันว่า มาเลเซียพร้อมสนับสนุนทุกขั้นตอนที่ช่วยฟื้นฟูความสงบ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำอีก

ผู้นำมาเลเซียระบุอีกว่า อาเซียนไม่สามารถปล่อยให้ข้อพิพาทที่ยืดเยื้อ กลายเป็นวัฏจักรของการเผชิญหน้าได้ สิ่งเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการยุติการสู้รบ การปกป้องพลเรือน และการกลับสู่เส้นทางการทูต ที่ยึดตามกฎหมายระหว่างประเทศและจิตวิญญาณแห่งมิตรภาพซึ่งอาเซียนยึดถือร่วมกัน

สำหรับอันวาร์เอง ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีบทบาทสำคัญบนโต๊ะเจรจา ร่วมกับสหรัฐอเมริกาและจีน ในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างไทยและกัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ จนสามารถผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ท่าทีล่าสุดของเขา ถูกจับตาว่าอาจนำไปสู่ความพยายามฟื้นกระบวนการสันติภาพรอบใหม่ในภูมิภาคอีกครั้ง

 

ผ้าทอขนแกะ สินค้า OTOP ชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผสมผสานระหว่างขนแกะ-เส้นฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ทอขึ้นรูปประณีตสวยงามเป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แนะนำและพาไปชมผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถือว่าเป็น หนึ่งในของดีที่ตำบลห้วยห้อม คือ “ผ้าทอขนแกะ” ผ้าทอจากการผสมผสานระหว่างขนแกะกับเส้นฝ้ายที่ผ่านการย้อมสีธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน 

นางสายันห์ เสือจันทร์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พาไปชมหนึ่งในของดีที่ตำบลห้วยห้อม ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน นั่นก็คือ “ผ้าทอขนแกะ"

ผ้าทอขนแกะ บ้านห้วยห้อม เป็นผ้าทอที่มีความงดงาม จากการผสมผสานระหว่างขนแกะและเส้นฝ้ายที่ผ่านการย้อมสีธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในฤดูหนาว และยังสามารถใช้ประโยชน์ในงานต่าง ๆ ได้อีกหลากหลายตามแต่วัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ผ้าทอขนแกะถือเป็นผ้าทอที่มีการประยุกต์จากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวปกากะญอ

ซึ่งนางมะลิวัลย์ นักรบไพร ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วยห้อม ในนฐานะเป็นผู้ริเริ่มนำสตรีของหมู่บ้านมาช่วยกันทอผ้าจากขนแกะเพื่อจำหน่าย ซึ่งแม้จะเป็นเพียงอาชีพเสริม แต่กลับสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างดี และความต้องการของตลาดยังสูง เนื่องจากเป็นงานที่ประณีตสวยงามและใช้การทำมือในทุกขั้นตอน

การทอผ้าขนแกะ ที่บ้านห้วยห้อม เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยกลุ่มมิชชันนารีที่มาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ ได้นำความรู้เกี่ยวกับการใช้ขนแกะมาทำเป็นเส้นด้ายสำหรับทอผ้า สอนให้กับชาวบ้าน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเสด็จพระราชดำเนินที่บ้านห้วยห้อม และได้พระราชทานแกะพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ให้กับชาวบ้านได้เลี้ยง เพื่อใช้ขนแกะนำมาเป็นผ้าทอ หลังจากนั้นชาวบ้านจึงขยายพันธุ์แกะเพื่อเลี้ยงในชุมชน พร้อมทั้งจัดตั้งกลุ่มทอผ้าขนแกะขึ้น ซึ่งในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีการตัดขนแกะ โดยแกะ 1 ตัว ตัดขนได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม ส่วนขนแกะอีกส่วนหนึ่งจะซื้อจากที่โครงการหลวง ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท

หลังจากที่ได้ขนแกะมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การนำขนแกะไปแช่กับผงซักฟอก แล้วล้างทำความสะอาด แล้วนำไปต้มกับน้ำเดือดเพื่อให้ไขมันที่ติดขนแกะออก จากนั้นนำไปผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำขนแกะที่แห้งมาสางยีด้วยหวีที่นำเข้ามาจากนิวซีแลนด์ ให้เป็นขนปุยนุ่มเหมือนสำลี ต่อจากนั้นนำไปทำเป็นเส้นด้ายขนแกะ พร้อมที่จะเอาเส้นด้ายไปทอ ซึ่งคุณสมบัติของขนแกะที่ได้มีคุณภาพดี 100% นอกจากการทอด้ายขนแกะแล้ว ยังมีการนำด้ายขนแกะมาทอผสมผสานกับฝ้ายท้องถิ่นที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการทอแบบโบราณ ด้วยการใช้ด้ายผูกกับไม้และผูกกับเอว หรือที่เรียกว่า กี่เอว จึงทำให้ผ้าทอที่ได้มีความนุ่ม มีลวดลายสวยงาม

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผ้าทอ เช่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าคลุมเตียง พรม เสื้อ และถุงย่าม ราคาของผลิตภัณฑ์ที่ทอออกมาเป็นชิ้นงานแล้ว เริ่มต้นตั้งแต่ 450 บาท ไปจนถึง 7,500 บาท โดยเฉพาะผ้าคลุมเตียงและผ้าคลุมไหล่ที่ต้องสั่งเป็นพิเศษตามขนาดและสีที่ลูกค้าต้องการ

สนใจผ้าทอขนแกะ ติดต่อสอบถามได้ที่นางมะลิวัลย์ นักรบไพร ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะ โทร.089 555 3900 หรือ โทร.095 448 2350 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อมโทร. 08-6420-4897 facebook : อบต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
 

สินค้า OTOP ชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผสมผสานระหว่างขนแกะ-เส้นฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ทอขึ้นรูปประณีตสวยงาม ด้วยวิธีโบราณ “กี่เอว” เป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แนะนำและพาไปชมผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งถือว่าเป็น หนึ่งในของดีที่ตำบลห้วยห้อม คือ “ผ้าทอขนแกะ” ผ้าทอจากการผสมผสานระหว่างขนแกะกับเส้นฝ้ายที่ผ่านการย้อมสีธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน 

นางสายันห์ เสือจันทร์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พาไปชมหนึ่งในของดีที่ตำบลห้วยห้อม ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน นั่นก็คือ “ผ้าทอขนแกะ “

ผ้าทอขนแกะ บ้านห้วยห้อม เป็นผ้าทอที่มีความงดงาม จากการผสมผสานระหว่างขนแกะและเส้นฝ้ายที่ผ่านการย้อมสีธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในฤดูหนาว และยังสามารถใช้ประโยชน์ในงานต่าง ๆ ได้อีกหลากหลายตามแต่วัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ผ้าทอขนแกะถือเป็นผ้าทอที่มีการประยุกต์จากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวปกากะญอ

ซึ่งนางมะลิวัลย์ นักรบไพร ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะบ้านห้วยห้อม ในนฐานะเป็นผู้ริเริ่มนำสตรีของหมู่บ้านมาช่วยกันทอผ้าจากขนแกะเพื่อจำหน่าย ซึ่งแม้จะเป็นเพียงอาชีพเสริม แต่กลับสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างดี และความต้องการของตลาดยังสูง เนื่องจากเป็นงานที่ประณีตสวยงามและใช้การทำมือในทุกขั้นตอน

การทอผ้าขนแกะ ที่บ้านห้วยห้อม เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2500 โดยกลุ่มมิชชันนารีที่มาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ ได้นำความรู้เกี่ยวกับการใช้ขนแกะมาทำเป็นเส้นด้ายสำหรับทอผ้า สอนให้กับชาวบ้าน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเสด็จพระราชดำเนินที่บ้านห้วยห้อม และได้พระราชทานแกะพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ให้กับชาวบ้านได้เลี้ยง เพื่อใช้ขนแกะนำมาเป็นผ้าทอ หลังจากนั้นชาวบ้านจึงขยายพันธุ์แกะเพื่อเลี้ยงในชุมชน พร้อมทั้งจัดตั้งกลุ่มทอผ้าขนแกะขึ้น ซึ่งในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีการตัดขนแกะ โดยแกะ 1 ตัว ตัดขนได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม ส่วนขนแกะอีกส่วนหนึ่งจะซื้อจากที่โครงการหลวง ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท

หลังจากที่ได้ขนแกะมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การนำขนแกะไปแช่กับผงซักฟอก แล้วล้างทำความสะอาด แล้วนำไปต้มกับน้ำเดือดเพื่อให้ไขมันที่ติดขนแกะออก จากนั้นนำไปผึ่งแดดให้แห้ง แล้วนำขนแกะที่แห้งมาสางยีด้วยหวีที่นำเข้ามาจากนิวซีแลนด์ ให้เป็นขนปุยนุ่มเหมือนสำลี ต่อจากนั้นนำไปทำเป็นเส้นด้ายขนแกะ พร้อมที่จะเอาเส้นด้ายไปทอ ซึ่งคุณสมบัติของขนแกะที่ได้มีคุณภาพดี 100% นอกจากการทอด้ายขนแกะแล้ว ยังมีการนำด้ายขนแกะมาทอผสมผสานกับฝ้ายท้องถิ่นที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการทอแบบโบราณ ด้วยการใช้ด้ายผูกกับไม้และผูกกับเอว หรือที่เรียกว่า กี่เอว จึงทำให้ผ้าทอที่ได้มีความนุ่ม มีลวดลายสวยงาม

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผ้าทอ เช่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าคลุมเตียง พรม เสื้อ และถุงย่าม ราคาของผลิตภัณฑ์ที่ทอออกมาเป็นชิ้นงานแล้ว เริ่มต้นตั้งแต่ 450 บาท ไปจนถึง 7,500 บาท โดยเฉพาะผ้าคลุมเตียงและผ้าคลุมไหล่ที่ต้องสั่งเป็นพิเศษตามขนาดและสีที่ลูกค้าต้องการ

สนใจผ้าทอขนแกะ ติดต่อสอบถามได้ที่นางมะลิวัลย์ นักรบไพร ประธานกลุ่มทอผ้าขนแกะ โทร.089 555 3900 หรือ โทร.095 448 2350 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อมโทร. 08-6420-4897 facebook : อบต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน
 

เจรจา ‘ไดกิ้น’ สำเร็จ โบนัส 7 เดือน เงิน 15,000 บาท เปลี่ยนทองเป็นเงิน 50,000 บาท พนักงานกลับเข้างานตามปกติ

(9 ธ.ค. 68) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเจรจาร่วมกันระหว่างบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ สหภาพแรงงานไดกิ้น อมตะ รักษ์เสรี ว่า หลังการเจรจานานกว่า 12ชม.โดยมีการเจรจาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. - วันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 เวลา 00.30 น.ในที่สุดก็ได้ข้อยุติเป็นทางออกร่วมกัน 

รมว.แรงงาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มอบหมายให้นายประสิทธิ์ ปาตังคะโร ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นหัวหน้าคณะเจรจาไกล่เกลี่ย พร้อมด้วยนายเชิดศักดิ์ อุ่นคำ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี นายดุสิต สุขไสย ผอ.กลุ่มงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้ง นายชุมพล ไพโรจน์สมบัติ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ สำนักแรงงานสัมพันธ์ และทีมงาน ร่วมเจรจา ณ ห้องลานนา โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุวรรณภูมิ จากการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ โดยมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง มีสาระสำคัญ สรุปได้ ดังนี้

1. บริษัทฯ ตกลงจ่ายเงินโบนัสประจำปี 2568 ในอัตรา 7 เดือน + 12,000 + 3,000 บาท
2. บริษัทฯ ตกลงปรับขึ้นค่าจ้างประจำปี 2569 ที่ค่ากลางเกรด C ในอัตรา 3.0%
3. สวัสดิการรางวัลสถิติการทำงานต่อเนื่อง เปลี่ยนระบบการจ่ายจากทองคำเป็นการจ่ายด้วยเงิน 10 ปีขึ้นไป 50,000 บาท
4. บริษัทตกลงปรับเพิ่มสวัสดิการค่ากะจากเดิม 150 บาท/วัน เปลี่ยนเป็น 160 บาท/วัน
5. บริษัทตกลงพิจารณากำหนดวันหยุดเพิ่มเติมในปฏิทินปี 2569 วันหยุดเทศกาลสงกรานต์ 9 วัน และวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 9 วัน
.
นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ข้อตกลงมีอายุ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2569 ทั้งนี้ พนักงานซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานฯ จะกลับเข้าทำงานตามปกติในวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป 

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกฝ่ายที่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ดีร่วมกันในครั้งนี้ กระทรวงแรงงานพร้อมที่จะดูแลสิทธิประโยชน์และคุ้มครองแรงงานทั้งนายจ้างและลูกจ้างอย่างดีที่สุด
 

รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่คนใหม่ นักปกครองที่ทำงานใกล้ชิดวิถีชีวิตคนกระบี่ ผสานงานความมั่นคง การศึกษา สังคม สิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนกระบี่สู่เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย เป็นมิตรกับชุมชน

ช่วงปลายปี 2568 กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งแต่งตั้ง-โยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดรวม 40 ตำแหน่ง เพื่อ “จัดทัพใหม่” ให้การบริหารงานจังหวัดสอดรับโจทย์พัฒนาเชิงรุกมากขึ้น หนึ่งในรายชื่อที่น่าจับตามอง คือ นายนิรันดร์ ปราบอักษร ปลัดจังหวัดกระบี่ ที่ได้รับโอนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มีผลตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ถือเป็นการขยับขึ้นสู่บทบาทบริหารระดับจังหวัดของข้าราชการสายปกครองที่เติบโตบนเส้นทางราชการในจังหวัดกระบี่ต่อเนื่องหลายปี

เส้นทางราชการของนายนิรันดร์สะท้อนภาพ “นักปกครองสายพื้นที่” ชัดเจน เขาเคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ตั้งแต่ปี 2561 ก่อนจะเลื่อนมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองกระบี่ ดูแลงานความมั่นคงและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวหลักของจังหวัด จากนั้นจึงขยับขึ้นเป็นปลัดจังหวัดกระบี่ ทำหน้าที่ประสานและขับเคลื่อนงานร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ในระดับจังหวัด ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดในปัจจุบัน

ในด้านผลงาน นายนิรันดร์ผ่านการทำงานที่สัมผัสประชาชนหลากหลายมิติ ตั้งแต่สมัยเป็นนายอำเภอเขาพนม เขามีบทบาทร่วมผลักดัน “โครงการธนาคารแห่งความสุข (The Happiness Bank)” ของเทศบาลตำบลเขาพนม ซึ่งเป็นกลไกเชื่อมภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและเปิดโอกาสให้คนในชุมชน “ฝากความดี-ส่งต่อความสุข” สู่กันและกัน

ต่อมาช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองกระบี่และปลัดจังหวัด เขามักได้รับมอบหมายให้กำกับแผนปฏิบัติการด้านความปลอดภัย เช่น การปล่อยแถวจัดระเบียบสังคมช่วงเทศกาลลอยกระทง การปราบปรามยาเสพติด และการบังคับใช้กฎหมายกับสถานบริการและกิจกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวทะเลระดับโลกอย่างกระบี่
.
ในช่วงดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัด นายนิรันดร์ยังทำหน้าที่แทนผู้ว่าราชการจังหวัดในภารกิจสำคัญหลายด้าน ทั้งการเป็นประธานจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับจังหวัด สนับสนุนเวทีแสดงศักยภาพเยาวชนและ Soft Power ด้านการศึกษาในพื้นที่
.
การกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรำลึกครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์สึนามิ ที่ตอกย้ำบทเรียนเรื่องการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติและการดูแลจิตใจผู้สูญเสียในพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน ตลอดจนการเข้ารับหนังสือร้องเรียนจากเครือข่ายภาคประชาชนที่คัดค้านการระเบิดภูเขาทำเหมืองแร่ในจังหวัดกระบี่ สะท้อนบทบาท “ตัวกลาง” ที่ต้องฟังเสียงชุมชน ควบคู่กับการเดินหน้านโยบายของรัฐอย่างระมัดระวังและรอบด้าน

การได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ของนายนิรันดร์ จึงถูกคาดหวังว่า จะช่วยต่อยอดยุทธศาสตร์ “เมืองท่องเที่ยวทะเลระดับโลก” สู่การพัฒนาที่สมดุลมากขึ้น เส้นทางราชการที่เติบโตในพื้นที่เดียวกัน ทำให้เขารู้จักภูมิประเทศ เครือข่ายผู้นำท้องถิ่น และข้อจำกัดของชุมชนทั้งฝั่งเมืองและชนบทอย่างลึกซึ้ง เมื่อผนวกกับประสบการณ์ดูแลงานความมั่นคง ความปลอดภัย การจัดการภัยพิบัติ และการสื่อสารกับภาคประชาสังคม ย่อมเป็นทุนสำคัญในการขับเคลื่อนกระบี่ให้เติบโตบนฐานการท่องเที่ยวคุณภาพ มีความปลอดภัย เคารพสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของคนในจังหวัด

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top