Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

'พีระพันธุ์' จี้ กกพ.เร่งเก็บ 'เงินชอร์ตฟอล' จาก ปตท. ชดเชยลดค่าไฟ ให้เหลือหน่วยละ 3.71 บาท

'พีระพันธุ์' จี้ กกพ.เร่งเก็บ 'เงินชอร์ตฟอล' จาก ปตท. ชดเชยลดค่าไฟให้เหลือหน่วยละ 3.71 บาท ย้ำค่าไฟถูกกว่านี้แน่ หากรัฐจริงใจช่วยประชาชน  แนะตรวจสอบบิลค่าไฟให้ตรงตามอัตราจริง

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนมกราคม–เมษายน 2569 อยู่ที่หน่วยละ 3.88 บาทว่า  หากต้องการจะช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนจริง ๆ แล้ว ค่าไฟฟ้าสามารถปรับลดลงได้มากกว่านี้ และควรอยู่ที่ประมาณหน่วยละ 3.71 บาท

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ตนได้ย้ำมาตลอดว่า ในปี 2569 ค่าไฟฟ้าควรอยู่ที่ประมาณหน่วยละ 3.70 บาท สาเหตุที่ควรเป็นเช่นนั้น เพราะภาครัฐมีแหล่งเงินที่สามารถนำมาช่วยลดภาระค่าไฟของพี่น้องประชาชนได้ นั่นคือ “เงินชอร์ตฟอล” (Short Fall) ซึ่งอธิบายง่าย ๆ ก็คือ เงินที่ ปตท.ขายก๊าซเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าสูงกว่าราคาที่กำหนดไว้ในสัญญา จึงต้องมีการคืนเงินส่วนเกินนี้ให้ กกพ. เพื่อนำมาลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ก่อนที่ตนจะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตนได้สำรวจพบเงินในส่วนนี้ที่มีมูลค่าประมาณ 12,000–13,000 ล้านบาท ซึ่งทาง กกพ. และ ปตท. ต่างยอมรับยอดเงินนี้แล้ว เหลือเพียงแต่ให้ กกพ. ออกคำสั่งเรียกให้ ปตท. จ่ายเงินในส่วนนี้เท่านั้น เพื่อนำไปลดค่าไฟให้ประชาชน หากสามารถเรียกคืนเงินจำนวนนี้จาก ปตท. มาได้ ก็จะช่วยลดค่าไฟของประชาชนลงได้อีกประมาณ 17 สตางค์  จากหน่วยละ 3.88 บาท เหลือหน่วยละ 3.71 บาท ตามเป้าหมายที่ตนเคยบอกไว้

สำหรับรอบนี้ที่ กกพ.ประกาศลดค่าไฟลงมาอยู่ที่หน่วยละ 3.88 บาท นายพีระพันธุ์ อธิบายว่า มาจากผลลัพธ์ของราคาก๊าซที่ถูกลง 6 สตางค์ และยังไม่ได้มีการนำ ‘เงินชอร์ตฟอล’ มาช่วยลดต้นทุนค่าไฟแต่อย่างใด

"ผมเสนอให้ กกพ. มีคำสั่งเรียกเงินส่วนนี้จาก ปตท. เพื่อนำมาสร้างประโยชน์ ลดค่าไฟให้ประชาชน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ก่อนที่ผมจะพ้นจากตำแหน่ง" นายพีระพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ กกพ. และกระทรวงพลังงาน ต้องเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ก็คือ การตรวจสอบว่าการคิดค่าไฟฟ้ากับประชาชนของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในส่วนที่เป็นที่พักอาศัยจะต้องอยู่ที่อัตราหน่วยละ 3.94 บาท สำหรับงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2568 และหน่วยละ 3.88 บาท สำหรับงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2569 อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นราคาหรืออัตราเฉลี่ยตามมติของ กพช. เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ตนจึงขอให้ประชาชนตรวจสอบบิลค่าไฟฟ้าจาก กฟน. สำหรับกรุงเทพมหานคร และจาก กฟภ. สำหรับจังหวัดในส่วนภูมิภาคว่ามีการเรียกเก็บถูกต้องตามอัตราดังกล่าวหรือไม่  ซึ่งในเรื่องนี้ตนจะติดตามความคืบหน้าต่อไป
 

ออกมาตรการแบน ‘สมาร์ตโฟน’ ในโรงเรียน มีผลในระดับมัธยมศึกษาทั่วทั้งประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เป็นต้นไป หวังช่วยปรับสุขภาพจิตเด็ก และโฟกัสที่ดีขึ้น

(3 ธ.ค. 68) กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ (MOE) ประกาศมาตรการใหม่ให้โรงเรียนมัธยมศึกษาทั้งประเทศ “ห้ามใช้สมาร์ตโฟนและสมาร์ตวอทช์ตลอดเวลาเรียน” เริ่มมีผลเดือนมกราคม 2026 จากเดิมที่ห้ามใช้เฉพาะในชั่วโมงเรียนเท่านั้น โดยจะขยายให้ครอบคลุมทั้งช่วงพักกลางวัน เวลาทำกิจกรรมนอกห้องเรียน (CCA) รวมถึงชั่วโมงเสริม ซ่อม และติวเข้มต่าง ๆ โดยอุปกรณ์ของนักเรียนจะต้องถูกเก็บไว้ในที่จัดเก็บที่โรงเรียนกำหนด หรือในกระเป๋าเรียนตลอดเวลา ยกเว้นกรณีจำเป็นที่โรงเรียนอนุญาตเป็นรายๆ ไป

MOE ระบุว่า แนวทางเดียวกันนี้ถูกใช้กับโรงเรียนประถมแล้วภายใต้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพระดับชาติ “Grow Well SG” และมีโรงเรียนมัธยมบางแห่งนำไปใช้ล่วงหน้าจนพบผลเชิงบวก เช่น เด็กมีสมาธิมากขึ้น สุขภาวะดีขึ้น และหันกลับมาพูดคุย–เล่นกับเพื่อนแบบเผชิญหน้ามากกว่าเดิม มาตรการใหม่ยังสอดรับกับการผลักดันแนวทางใช้หน้าจออย่างเหมาะสมในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว หลังผลสำรวจพบว่าเด็กจำนวนมากใช้หน้าจอเกินเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ

แม้รัฐบาลจะวาง “กรอบใหญ่” ให้แต่แต่ละโรงเรียนยังมีอิสระออกกฎระเบียบด้านวินัยของตนเองให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว โดยในกรณีใช้มือถือหรือสมาร์ตวอทช์ผิดวัตถุประสงค์ โรงเรียนจะเน้นทำงานเชิงให้การศึกษา พูดคุยกับนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ และช่วยให้เด็กเรียนรู้การจัดการการใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการใช้มาตรการทางวินัยเมื่อจำเป็น เพื่อให้เด็กเข้าใจผลของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ส่วนระดับที่สูงขึ้นอย่างจูเนียร์คอลเลจและ สถาบันมิลเลนเนีย (Millennia Institute) รัฐบาลคาดหวังว่านักเรียนมีวุฒิภาวะพอจะใช้มือถือและสมาร์ตวอทช์อย่างมีวินัย แต่ก็ยังคงจำกัดการใช้ในชั่วโมงเรียน ต้องได้รับอนุญาตจากครู ขณะที่นอกเวลาเรียนอาจใช้ได้เมื่อจำเป็น นอกจากนี้ MOE ยังขยับเวลา “ปิดเครื่องอัตโนมัติ” บนแอปจัดการอุปกรณ์การเรียนส่วนตัว (Device Management Application) ให้เร็วขึ้นจาก 23.00 น. มาเป็น 22.30 น. เพื่อช่วยให้เด็กวางหน้าจอเร็วยิ่งขึ้นและเข้านอนได้ตรงเวลา พร้อมเชิญชวนผู้ปกครองร่วมปรับกติกาที่บ้านให้สอดคล้องกับกฎใหม่

ด้าน กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า แนวทางและเหตุผลของมาตรการทั้งหมดจะถูกสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครองผ่านหลายช่องทาง เช่น การปาฐกถาตอนเปิดเทอม สมุดพกนักเรียน เว็บไซต์โรงเรียน และการประชุมผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้นปีการศึกษา แจสมิน หลิว (Jasmin Lau) รัฐมนตรีแห่งรัฐด้านการพัฒนาดิจิทัลและการศึกษา กล่าวผ่านอินสตาแกรมว่า โรงเรียนจะทยอยแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงต่อไป และหวังว่าผู้ปกครองจะร่วมมือกับโรงเรียนในการพาเด็กๆ ไปสู่การใช้เทคโนโลยีอย่างสมดุลและมีสติ

ที่มา : https://www.channelnewsasia.com/singapore/secondary-school-can-use-phone-in-class-smartphone-screen-time-students-5495621
 

“วิว–กุลวุฒิ” ร่างกายไม่เต็มร้อย ขอช่วยชาติแค่ประเภททีม ยืนหยัดเป็นหัวใจของทีมชายไทย แบดมินตันซีเกมส์ 2025

(5 ธ.ค. 68) กุลวุฒิ วิทิตศานต์ หรือ 'วิว' มือหนึ่งแบดมินตันทีมชาติไทย ออกมายืนยันว่าจะลงแข่งเพียงประเภททีมชายในการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ พร้อมงดลงประเภทชายเดี่ยวบุคคล เนื่องจากร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มร้อยหลังผ่าฟันคุดและผ่านโปรแกรมหนักในปีนี้

'วิว' ระบุว่า "ไม่ใช่ไม่อยากลง แต่เดี๋ยวไม่ไหว" กับการเล่นทุกประเภทในโปรแกรมอัดแน่นของซีเกมส์ พร้อมประเมินสภาพร่างกายตัวเองอยู่ที่ประมาณ 80% และต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อมรวมถึงความฟิตอีกเล็กน้อย

การตัดสินใจนี้มีเหตุผลสำคัญ ได้แก่ การเซฟร่างกายในระยะยาวเพื่อป้องกันการบาดเจ็บเรื้อรังที่อาจกระทบต่ออาชีพในระดับเวิลด์ทัวร์และการทุ่มสมาธิเพื่อช่วยทีมชาติในประเภททีมชายอย่างเต็มที่ รวมถึงบทบาทผู้นำของ 'วิว' ในฐานะมือหนึ่งและรุ่นพี่ที่มีส่วนช่วยยกระดับทั้งทีม

ซีเกมส์ 2025 ถูกมองว่าเป็นศึกแบดมินตันที่เข้มข้นกว่าทุกครั้ง มีหลายชาติส่งนักกีฬาระดับโลกมาร่วมแข่ง และประเภทบุคคลที่แข่งถี่ในเวลาไม่กี่วันทำให้การลงหลายประเภทเป็นภาระหนัก ทั้งนี้ 'วิว' ยืนหยัดเป็นหัวใจของทีมชายไทย โดยที่เพียงแค่ชื่อเขาในไลน์อัปก็สร้างแรงกดดันต่อคู่แข่ง

แฟนแบดมินตันต่างมีความเห็นแตกต่างกัน บางส่วนเสียดายที่ไม่ได้เห็นเขาลงแข่งเดี่ยว ส่วนอีกฝ่ายชื่นชมที่เขารู้จักรักษาตัวเองและแสดงความรับผิดชอบต่อทีมชาติอย่างชัดเจน แม้ไม่ลงแข่งเดี่ยวแต่ 'วิว' ยังเป็นกำลังสำคัญของทีมและพร้อมกลับมาเต็มร้อยเมื่อร่างกายฟื้นตัว

อีกหนึ่งสนามธุรกิจ–สนามชีวิตจริงของ “นานา ไรบีนา” ที่สร้างอาณาจักรหลายเสาหลัก ทั้งร้านตัดผม แบรนด์เสื้อผ้า ไปจนถึงอีเวนต์และกีฬา YBL Thailand: อีกหนึ่งสนามธุรกิจ–สนามชีวิตของ

ในวันที่คนส่วนใหญ่รู้จัก “นานา ไรบีนา” ในหลายบทบาท ทั้งพิธีกร ดีเจ นักแข่งรถ คุณแม่แก๊งส์ “เด็กเท่” หรือภรรยาของแร็ปเปอร์ชื่อดัง “เวย์ ไทเทเนียม” อีกมุมหนึ่งที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือบทบาท “นักธุรกิจ” ที่สร้างอาณาจักรหลายเสาหลัก ทั้งร้านตัดผม Never Say Cutz, แบรนด์เสื้อผ้าเด็ก DekTay, โปรเจกต์แฟชั่น–แอคเซสซอรี่ ไปจนถึงธุรกิจอีเวนต์และกีฬาอย่าง YBL Thailand 

สำหรับ The States Times วันนี้ เราชวนมาดูให้ชัดว่า YBL Thailand คืออะไร ทำเงิน–เผาเงินแบบไหน และสะท้อน “ดีเอ็นเอธุรกิจ” ของนานาอย่างไร 
--------------------------------------------------
 YBL Thailand คืออะไร? มากกว่าลีกบาสฯ เด็ก
 --------------------------------------------------
.
YBL Thailand หรือ Youth Ballers League Thailand คือ “ลีกบาสเกตบอลเยาวชนแบบผสมลีก” ที่ออกแบบให้เด็กไทยได้เล่นบาสอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่รุ่นอายุประมาณ U10–U12 ด้วยกติกาที่อ้างอิงจาก NBA Junior และการเก็บสถิติแบบละเอียด ไม่ต่างจากลีกอาชีพย่อส่วนสำหรับเด็ก ๆ 

ลีกนี้ดำเนินการโดยทีมของ “Daboyway – เวย์ ปริญญา” และ “นานา ไรบีนา” ในฐานะผู้อำนวยการร่วมของ YBL Thailand เชื่อมโลกฮิปฮอป–บันเทิง เข้ากับโลกกีฬาและเยาวชนอย่างเต็มตัว 

สิ่งที่ทำให้ YBL ต่างจากทัวร์นาเมนต์เยาวชนทั่วไป คือ 
 - มีระบบ Draft คัดเลือกตัวเด็กเข้าแต่ละทีม เหมือนลีกอาชีพ 
 - เน้นการสร้างประสบการณ์แบบ “ลีกจริง” ทั้งเพลงเปิดตัว, โลโก้ทีม, ชุดแข่ง, สถิติ และคอนเทนต์ออนไลน์ 
 - สร้าง “ความเป็นแบรนด์” ให้กับแชมป์ ผ่านรายละเอียดอย่างแหวนแชมป์ YBL ที่หลายสื่อเคยหยิบไปเล่าเรื่องดีไซน์และความหมาย

ทั้งหมดนี้ทำให้ YBL ไม่ได้เป็นแค่ “รายการแข่งบาสฯ เด็ก” แต่กลายเป็นแพลตฟอร์มกีฬา + คอนเทนต์ + ไลฟ์สไตล์ ในเวลาเดียวกัน 
--------------------------------------------------
 อีกหนึ่ง “เสา” ในพอร์ตธุรกิจของนานา
 --------------------------------------------------
สื่อหลายแห่งที่เปิดพอร์ตธุรกิจของ “นานา–เวย์” จะจัด YBL Thailand ไว้ในหมวด “ธุรกิจอีเวนต์และกีฬา” เคียงข้างกับการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์บันเทิงขนาดใหญ่ เช่น LAND OF MUSIC เป็นต้น 
หากมองเชิงโครงสร้าง YBL เป็นธุรกิจที่มีองค์ประกอบครบถ้วนแบบ Startup ด้านกีฬา–เอนเตอร์เทนเมนต์ คือ 
 1. มี Community ชัดเจน – ฐานเยาวชน นักกีฬา ผู้ปกครอง และแฟนกีฬา 
 2. มีคอนเทนต์ต่อเนื่อง – การแข่งขันเป็นซีซัน, ตัดไฮไลต์, ทำไลฟ์, ทำคลิปสถิติ 
 3. มีสินค้า–แบรนด์ต่อยอด – เสื้อแข่ง, เมอร์ชันไดซ์, เสื้อผ้าเด็กสายสตรีท, ดีลพาร์ตเนอร์ (เช่น แบรนด์ที่ตามไปเปิดบูธข้างสนาม, แบรนด์เสื้อผ้า Dektay ฯลฯ) 
 4. มีภาพลักษณ์ “ให้โอกาสเด็ก” – ซึ่งตีคู่ไปกับการเป็นคุณแม่และสายสปอร์ตของนานาโดยตรง 

พอเอามารวมกับธุรกิจเดิมอย่าง DekTay, Never Say Cutz, โปรเจกต์แว่น และล่าสุดแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลัง YBL Energy ที่เตรียมบุกตลาด จะเห็นว่า นานากำลังสร้าง “จักรวาล YBL” ที่เชื่อม 3 โลกเข้าหากันคือ 
Street Culture – Youth Sport – Family Lifestyle 
--------------------------------------------------
 โมเดลรายได้: จากสนามแข่ง สู่สปอนเซอร์ และประสบการณ์ระดับโลก
 --------------------------------------------------

แม้จะไม่มีตัวเลขทางการเปิดเผยละเอียดทั้งหมด แต่จากการเคลื่อนไหวของ YBL Thailand พอจะอ่านโมเดลรายได้–รายจ่ายได้คร่าว ๆ ดังนี้ 
1. รายได้จากการจัดลีก 
 - ค่าสมัครทีม/นักกีฬา 
 - รายได้จากการขายบัตร (ถ้ามีรูปแบบอีเวนต์ใหญ่) 
 - ค่าบริการต่าง ๆ ในวันแข่ง (บูธอาหาร เครื่องดื่ม แบรนด์สินค้า) 
2. รายได้จากแบรนด์และสปอนเซอร์ 
 ดีลกับแบรนด์กีฬาระดับโลก เช่นการร่วมกิจกรรมกับ CURRY Brand และ Under Armour ที่พานักกีฬาบาสเยาวชนจากทีม YBL Thailand ไปสัมผัส Curry Camp Asia ใกล้ชิดระดับขอบสนาม ถือเป็นตัวอย่างของการจับมือพาร์ตเนอร์เพื่อต่อยอดทั้งภาพลักษณ์และโอกาสในอนาคต 
ดีลแบบนี้ไม่ใช่แค่รายได้สปอนเซอร์ แต่เพิ่ม “เครดิต” ให้กับลีกเยาวชนไทยว่าเชื่อมถึงระดับเอเชีย–ระดับโลกได้จริง 
3. รายได้จากคอนเทนต์และเมอร์ชันไดซ์ 
 - การถ่ายทอดสด, ไลฟ์สตรีม, การขายคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ 
 - เมอร์ชันไดซ์ เช่น เสื้อแข่ง, เสื้อยืด, หมวก, แบรนด์ร่วมกับ DekTay ฯลฯ 
ทั้งหมดนี้ทำให้ YBL ไม่ได้พึ่งแค่ “ค่าสมัครแข่ง” แต่ยืนอยู่บนโมเดล Sport x Entertainment x Commerce อย่างเต็มตัว 
--------------------------------------------------
 ความฝัน vs ความจริง: ลีกเด็กที่ขาดทุน 2 ปี
 --------------------------------------------------

ในด้านธุรกิจ YBL ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป มีการเปิดเผยหลังจบ Season 3 ว่า YBL Thailand ขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปี และต้องประกาศปรับโครงสร้างการบริหารใหม่ เพื่อให้ลีกเดินหน้าต่อในระยะยาว 

นี่คือภาพตรงไปตรงมาแบบที่หลายคนในวงการกีฬาเยาวชนรู้ดีว่า 
 - การทำลีกคุณภาพสูง ใช้ต้นทุนมหาศาล ทั้งสนาม ทีมงาน โปรดักชัน และการจัดการ 
 - ในช่วงแรก รายได้จากสปอนเซอร์และค่าสมัคร มักไล่ตามค่าใช้จ่ายไม่ทัน 
 - สิ่งที่เจ้าของลีกได้ “กลับมา” จึงไม่ได้เป็นแค่เงิน แต่คือแบรนด์–เครดิต–และทุนทางสังคม (Social Capital) 
.
สำหรับนานา–เวย์ การยอมรับว่าขาดทุน และยังยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุนเยาวชนต่อไป คือการส่งสัญญาณว่า พวกเขามอง YBL ไม่ใช่แค่ “ธุรกิจเงินสด” แต่เป็นแพลตฟอร์มระยะยาว 
--------------------------------------------------
 เมื่อเจ้าของลีกกลายเป็นข่าว: ความเสี่ยงแบบคนดังทำธุรกิจ
 --------------------------------------------------

ในช่วงปลายปีนี้ ชื่อของ “นานา ไรบีนา” ถูกพาดหัวข่าวใหญ่จากกรณีถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกงและเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน โดยก่อนถูกจับไม่กี่ชั่วโมง เธอโพสต์ร่ายยาวถึงเด็ก ๆ ในลีก YBL และประกาศ “ขอถอยออกมาจัดการและแก้ไขเรื่องส่วนตัว” 

กรณีนี้สะท้อน “ด้านมืดของการทำธุรกิจในนามคนดัง” อย่างชัดเจน คือ 
 - แบรนด์ = คน : เมื่อคนเป็นแบรนด์หลัก ทุกความเคลื่อนไหวส่วนตัว ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจโดยตรง 
 - ธุรกิจดี แต่เจ้าของมีปัญหา : ลีก YBL ในฐานะแพลตฟอร์มเยาวชน–กีฬา ยังได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองและเด็กจำนวนมาก แต่ความเสี่ยงกลับมาจากฝั่งการเงิน/ส่วนตัวของเจ้าของ 
 - การแยกโครงสร้างธุรกิจ : นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ YBL ต้องรีบปรับโครงสร้างบริหาร เพื่อให้ลีกสามารถเดินหน้าต่อได้ แม้เจ้าของเดิมต้องถอยไปจัดการปัญหาส่วนตัว 

สำหรับสังคมไทยที่กำลังจับตาเคสนี้ บทเรียนที่ควรเก็บไม่ใช่แค่ “ดราม่าดารา” แต่คือคำถามสำคัญว่า 
เราจะสร้างระบบธุรกิจ–กีฬาเยาวชนที่ “พึ่งพาคนดังให้น้อยลง แต่พึ่งพาระบบให้มากขึ้น” ได้อย่างไร? 
--------------------------------------------------
 บทเรียนจาก YBL: ทำธุรกิจที่ “กำไร” เกินตัวเลขในงบการเงิน
 --------------------------------------------------

ถ้าแยก YBL Thailand ออกจากดราม่ารอบตัวเจ้าของ แล้วมองในฐานะ “เคสธุรกิจ” เราเห็นบทเรียนหลายอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทย 
1. เริ่มจาก Passion แต่ต้องจบด้วย System 
    - YBL เริ่มจากความรักในกีฬาและลูก ๆ ของตัวเอง แต่การจะโตต่อ ต้องมีระบบบริหาร สายป่าน และโครงสร้างการเงินที่โปร่งใส–ตรวจสอบได้ 
2. กีฬาเยาวชน = ธุรกิจระยะยาว 
    - รายได้ไม่ระเบิดในปีสองปีแรก แต่สร้างทุนทางสังคมและแบรนด์ในระยะยาว โดยเฉพาะถ้าเชื่อมต่อกับแบรนด์ใหญ่ ระดับภูมิภาค–โลก ได้แบบที่ YBL ทำร่วมกับ CURRY Brand / Under Armour 
3. คนดังทำธุรกิจ ต้องแยก “บุคคล” ออกจาก “องค์กร” ให้ชัด 
    - ยิ่งแบรนด์ผูกกับตัวบุคคลมากเท่าไร ความเสี่ยงจากปัญหาส่วนตัวก็ยิ่งสูงเท่านั้น 
    - โครงสร้างบริษัทที่ชัด การมีบอร์ด/ผู้ร่วมบริหารที่เข้มแข็ง อาจช่วยปกป้องธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เมื่อเจ้าของต้องถอยออกไปจัดการเรื่องส่วนตัว 
4. กำไรแบบ Non-financial 
    - การเห็นเด็ก ๆ ได้สนาม, ได้เพื่อน, ได้โอกาสเดินทาง, ได้เจอไอดอลระดับโลก — ทั้งหมดนี้คือ “กำไรทางสังคม” ที่สะท้อนผ่านชื่อ YBL อยู่แล้ว 
    - ถ้าปรับโครงสร้างการเงิน–การบริหารให้ยืนระยะได้ กำไรทางตัวเลขจะตามมาในที่สุด 
--------------------------------------------------
 สรุป: YBL Thailand อีกหนึ่งเสาที่พิสูจน์ว่า “นานา” ไม่ได้เป็นแค่ดารา
 --------------------------------------------------

YBL Thailand ทำให้เห็นชัดว่า “นานา ไรบีนา” ไม่ได้เป็นแค่ดารา–อินฟลูเอนเซอร์ แต่เป็นผู้เล่นตัวจริงในธุรกิจที่เชื่อมบันเทิง กีฬา และเยาวชนเข้าด้วยกัน

แม้วันนี้เธอจะต้องถอยหลังจากลีกชั่วคราวเพื่อจัดการปัญหาส่วนตัว แต่สิ่งที่ YBL สร้างไว้ — เด็ก ๆ ที่รักบาสเกตบอลมากขึ้น, ครอบครัวที่ได้มานั่งเชียร์กันข้างสนาม, และมาตรฐานใหม่ของลีกเยาวชนไทย — คือ “ร่องรอยธุรกิจ” ที่ไม่มีใครลบได้ง่าย ๆ 

คำถามต่อไปไม่ใช่แค่ว่า “นานาจะกลับมาอย่างไร” 
แต่คือ “สังคมไทยจะช่วยกันทำให้แพลตฟอร์มอย่าง YBL เดินหน้าต่ออย่างยั่งยืนได้อย่างไร” 
และนี่คืออีกหนึ่งหน้าของอาณาจักรธุรกิจในชื่อ YBL Thailand ที่ต้องจดไว้ในแฟ้ม “นักธุรกิจนานา ไรบีนา” ของ The States Times

 

บอกไม่เคยกันออกจากโต๊ะคุยยูเครน ชี้ ‘อียู’ อยู่ข้างสงครามไม่มีวาระเพื่อสันติ กำลังขวางความพยายามของ ‘สหรัฐ–ทรัมป์’ หลังตั้งเงื่อนไขที่รู้ว่าเครมลินไม่มีวันเซ็น

(4 ธ.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สื่อในมอสโก โดยระบุว่ายุโรป “ไม่ได้ถูกกันออกจากกระบวนการยุติความขัดแย้งในยูเครน แต่เป็นฝ่ายเดินออกไปเอง” พร้อมวิจารณ์ว่ารัฐยุโรปจำนวนมากรับเอาแนวคิด “ต้องทำให้รัสเซียพ่ายแพ้เชิงยุทธศาสตร์” มาเป็นกรอบคิดหลัก แล้วก็ยัง “หลงอยู่ในมายาคติ” นี้จนถึงทุกวันนี้

ปูตินกล่าวต่อว่า เมื่อยุโรปไม่ชอบผลลัพธ์ในตอนนี้ ก็หันไปขัดขวางความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการผลักดันการเจรจาสันติภาพ พร้อมระบุว่ายุโรป “ไม่มีวาระเพื่อสันติภาพ เป็นฝ่ายของสงคราม” แม้จะเสนอปรับแก้ข้อเสนอของทรัมป์ แต่ก็เป็นการเปลี่ยนให้เงื่อนไข “รับไม่ได้สำหรับรัสเซีย” เพื่อใช้เป็นข้ออ้างโยนความผิดว่าเป็นฝ่ายมอสโกที่ทำให้กระบวนการสันติภาพล้มเหลว 

อย่างไรก็ตาม ปูตินยังทิ้งท้ายว่ารัสเซียพร้อมเปิดให้ยุโรปกลับมาที่โต๊ะเจรจา หากยอมรับข้อเท็จจริงในสนามรบ

ในอีกประเด็น ปูตินย้ำว่ารัสเซีย “ไม่ต้องการทำสงครามกับยุโรป” และเคยพูดเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยืนยันว่าหากยุโรปเป็นฝ่ายเปิดฉากเผชิญหน้าทางทหาร รัสเซีย “เราก็พร้อมทันที” โดยไม่ควรมีข้อสงสัยใด ๆ เขาเตือนว่า หากสถานการณ์บานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ “อาจถึงจุดที่เราไม่เหลือคู่เจรจาให้พูดคุยด้วยอีกต่อไป” 


ที่มา : Sputnik 

 

ไทยพร้อมเต็มร้อย ดึง “แบมแบม” ขึ้นเวทีพิธีเปิด โชว์ศักยภาพบันเทิง–กีฬาในช็อตเดียว นำทัพเปิดซีเกมส์ครั้งที่ 33

(7 ธ.ค. 68) มหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการบนแผ่นดินไทย ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยมีซูเปอร์สตาร์ระดับโลกสัญชาติไทย ‘แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล’ ขึ้นแสดงบนเวทีพิธีเปิดร่วมกับศิลปินไทยคนอื่นๆ เพื่อกระตุ้นพลังเชียร์ทั่วประเทศและภูมิภาคอาเซียน

รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมเต็ม 100% สำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งนี้ โดยจะมีนักกีฬาจาก 11 ชาติในอาเซียนเข้าร่วมแข่งขันในกว่า 50 ชนิดกีฬา ชิงเหรียญทองมากกว่า 500 เหรียญ โดยกิจกรรมหลักกระจายอยู่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดชลบุรี การถ่ายทอดสดจะให้สถานีโทรทัศน์ NBT เป็นแม่ข่ายควบคู่กับช่องทางออนไลน์ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

‘แบมแบม’ จะเป็นหัวใจของโชว์พิเศษในพิธีเปิด ตอกย้ำบทบาทจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์เชียร์ไทยสู่ศิลปินบนเวทีใหญ่ พร้อมคำสัญญาว่าจะมี "บิ๊กเซอร์ไพรส์" สร้างความประทับใจให้แฟนกีฬาทั้งที่สนามและหน้าจอ เขายังสะท้อนความรักบ้านเกิดผ่านเพลงและโปรเจ็กต์ "Hometown" โดยกล่าวว่า "ไปในนามแบมแบม ไปในนามคนไทยครับ"

การกีฬาแห่งประเทศไทยเปิดให้ประชาชนสามารถจองบัตรเข้าชมพิธีเปิดฟรี เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในฐานะเจ้าภาพร่วมของคนไทยทั่วประเทศ แม้การแข่งขันจะจัดในบางจังหวัดก็ตาม ภาพรวมของซีเกมส์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่เป็นโอกาสแสดงศักยภาพทางซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่ผสมผสานกีฬาและวัฒนธรรม สร้างภาพจำใหม่ในสายตาอาเซียนและโลก

ในวันที่ 9 ธันวาคม 2568 แสงไฟและเสียงเพลงของ ‘แบมแบม’ บนเวทีราชมังคลากีฬาสถาน จะไม่ใช่แค่สัญญาณการเปิดการแข่งขัน แต่ยังเป็นประกาศว่าประเทศไทย...ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าภาพที่ใช้กีฬาและวัฒนธรรมเป็นสะพานสู่ความยิ่งใหญ่ในเวทีโลก

ผู้โดยสารใช้บริการทะลุล้านครั้ง ขนส่งสินค้าต่อเนื่องเกิน 72 ล้านตัน เชื่อมคุนหมิง–เวียงจันทน์–ไทยคล่องตัว ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

(7 ธ.ค. 68) บริษัท การรถไฟแห่งประเทศจีน จำกัด ระบบควบคุมทางรถไฟจีน-ลาวรับรองการเดินทางของวิสัยทัศน์มากกว่า 62.5 ล้านครั้งและประสิทธิภาพของตัน 72.5 ล้านตันมากกว่าเปิดทำการเมื่อสี่อย่างเป็นทางการซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค

ทางรถไฟจีน-ลาวของระบบ 1,035 กรณีมาจากเมืองคุนหมิงเคาน์ตี้อวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางเส้นทางไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ของลาวได้ด้วยการยกระดับและมังสวิรัติของระบบขับเคลื่อนของภูมิภาคช่วยให้เกิดการโลจิสติกส์ในระบบขับเคลื่อน 50 บนเส้นทางจากคุนหมิงสู่ไทยโดยผ่านลาวและวิเคราะห์ข้อมูลภายในลาวอีกครั้ง 40

สำหรับทางรถไฟจีน-ลาว เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางข้ามพรมแดนที่เพิ่มขึ้น บริการรถไฟโดยสารระหว่างประเทศระหว่างคุนหมิงและเวียงจันทน์จึงเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2566


ที่มา : Xinhua 

เป็นจำนวนเงิน 3.8 ล้านรูเบิล ฐานเมินลบข้อมูลต้องห้าม ด้าน ‘ยูเครน’ หัวหมออาศัยช่องว่าง จับมือกูเกิลเร่งสร้าง AI ทางเลือกใหม่

(5 ธ.ค. 68) ศาลแขวงตากันสกี กรุงมอสโก มีคำสั่งปรับบริษัท Google จำนวน 3.8 ล้านรูเบิล (ราว 1.5 ล้านบาท) หลังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ลบเนื้อหาที่ถูกจัดเป็นข้อมูลต้องห้ามในรัสเซีย โดยคำสั่งปรับดังกล่าวเกิดขึ้นตามรายงานที่ยื่นโดยหน่วยงานกำกับดูแลสื่อและการสื่อสารของรัสเซีย (Roskomnadzor) ภายใต้มาตรา 13.41 ของกฎหมายละเมิดทางปกครองของประเทศ

ขณะที่ยูเครนประกาศเดินหน้าพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ (LLM) ของตนเอง โดยใช้โครงสร้าง Gemma ของ Google เพื่อสร้างระบบ AI ที่เป็นอิสระ รองรับความต้องการในภาคทหารและพลเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น โครงการจะเริ่มเทรนบนโครงสร้างพื้นฐานของ Google ก่อนจะย้ายไปทำงานบนศูนย์ข้อมูลภายในประเทศ เพื่อให้ยูเครนควบคุมระบบได้อย่างเต็มรูปแบบ

เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า การพัฒนา AI ภายในประเทศช่วยลดค่าใช้จ่ายมหาศาลจากการพึ่งพาระบบต่างชาติ รวมถึงลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการใช้งานในระบบบัญชาการรบและการวิเคราะห์การโจมตีของรัสเซีย ทั้งยังแก้ปัญหาข้อจำกัดของโมเดล AI ปัจจุบันที่ไม่รองรับภาษาท้องถิ่นและภาษาผสมซึ่งพบมากในยูเครน

สำหรับโครงการดังกล่าวได้จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา 4 ชุด เพื่อกำกับด้านเทคนิค กฎหมาย และภาษา พร้อมรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานรัฐกว่า 90 แห่ง ก่อนฝึกโมเดลบน GPU ที่ปลอดภัยในต่างประเทศ เมื่อพัฒนาเสร็จ AI จะถูกนำมาใช้กับระบบภาครัฐและแพลตฟอร์มของ Kyivstar ก่อนขยายสู่ภาคเอกชน โดยต้องรับมือความเสี่ยงด้านไซเบอร์จากการโจมตีของรัสเซียที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทันทีหลังเปิดตัวระบบใหม่


ที่มา : Sputnik

‘อนุทิน’ เผยสัมพันธ์ ไทย–จีน คู่มิตรถาวร ชื่นชมการต้อนรับพระมหากษัตริย์สมพระเกียรติ ย้ำความร่วมมือก้าวหน้าในทุกด้าน หวังผลักดันเศรษฐกิจและความมั่นคงร่วมอาเซียน

(6 ธ.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่ามิตรภาพอันยืนยาว การสนับสนุนซึ่งกันและกัน และสันถวไมตรีอันดีระหว่างไทยกับจีนจะขยับขยายกว้างไกลกว่าช่วงเวลา 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูต

นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวว่าการเสด็จเยือนจีนของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. ตอกย้ำความไว้วางใจอันลึกซึ้งและมิตรภาพอันยืนยงระหว่างสองประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ พร้อมเสริมว่าเขาได้เห็นพิธีต้อนรับพระมหากษัตริย์ไทยในระดับสูงเป็นพิเศษ ซึ่งสะท้อนนัยสำคัญอันประเมินค่าไม่ได้ต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี

พร้อมกล่าวอีกว่าประมุขของรัฐทั้งสองปฏิบัติต่อกันดุจมิตรสหายที่คบหากันมานาน ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุฉันทามติสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคี ขณะที่ความร่วมมือทวิภาคีในภาคส่วนต่างๆ กำลังก้าวหน้า ทั้งการเกษตร เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการศึกษา โดยเฉพาะความก้าวหน้าของการพัฒนาทางดิจิทัล ความร่วมมือทางโลจิสติกส์ และการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค

และชี้ว่าจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในอาเซียนช่วยให้ไทยมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการรวมกลุ่มระดับภูมิภาคควบคู่กับจีน นอกจากนี้การสนับสนุนจากจีนต่อการพัฒนาทางรถไฟความเร็วสูงของไทยแสดงให้เห็นความลึกซึ้งของความร่วมมือด้านการเชื่อมต่อ และจะช่วยทั้งสองฝ่ายยกระดับห่วงโซ่มูลค่าทางอุตสาหกรรมและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค 

อนุทินกล่าวว่าไทยกำลังเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงครั้งถัดไป และบรรดาประเทศสมาชิกยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในอุตสาหกรรม พลังงาน และการเกษตร ซึ่งมีส่วนส่งเสริมสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค 

สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคง อนุทินเน้นย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ เพื่อปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ และยืนยันว่าไทยจะไม่เป็นสวรรค์อันปลอดภัยของการก่ออาชญากรรม ทั้งนี้ อนุทินแสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือไทย-จีนในอนาคตจะยังคงเติบโตและแข็งแกร่งต่อไป


ที่มา : Xinhua 
 

ชี้ความเสี่ยงสูง–ไม่เคยมีมาก่อน ยอมรับไม่พอใจ ‘อียู’ ไร้น้ำใจตอบแทน พร้อมเสนอออกเงินกู้แทนแผนเดิม หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ‘ยูโรโซน’

(6 ธ.ค. 68) เบลเยียมออกมาคัดค้านข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ต้องการนำทรัพย์สินของรัสเซียมาใช้สนับสนุนยูเครน โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ มักซิม เพรวอต (Maxime Prevot) ระบุว่าทางเลือกนี้มีความเสี่ยงสูงมากและไม่เคยมีประเทศใดดำเนินการมาก่อน ทำให้เบลเยียมไม่อาจเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

เพรวอต กล่าวว่าเบลเยียมถูกขอให้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการใช้ทรัพย์สินรัสเซีย แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือหรือการสนับสนุนในระดับเดียวกันจากประเทศสมาชิกอื่นของสหภาพยุโรป เขาย้ำว่าปัญหานี้หาทางออกที่มั่นคงไม่ได้มานานหลายเดือนแล้ว สะท้อนว่าแนวทางที่เสนอมีจุดอ่อนอย่างมาก

เบลเยียมจึงยังคงผลักดันทางเลือกอื่น โดยเสนอให้สหภาพยุโรปออกเงินกู้จากตลาดทุนแทนการนำทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดไปใช้ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่าทรัพย์สินรัสเซียที่เกี่ยวข้องมีมูลค่าราว 140,000 ล้านยูโร ซึ่งถูกแช่แข็งหลังการเริ่มปฏิบัติการทหารในยูเครนปี 2022

ขณะนี้ กว่า 200,000 ล้านยูโรของทรัพย์สินรัสเซียถูกเก็บไว้ในบัญชีต่าง ๆ ของยุโรป โดยส่วนใหญ่อยู่ที่สถาบันการเงิน Euroclear ในเบลเยียม ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่าหากยุโรปริบทรัพย์สินเหล่านี้จะถือเป็นการ “ขโมยทรัพย์สิน” และจะทำลายความเชื่อมั่นในยูโรโซนอย่างรุนแรง


ที่มา : Sputnik

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top