Sunday, 7 June 2026
NewsFeed

ปั้นวงจรเทคโนโลยีครบเครื่อง หนุนเศรษฐกิจรัสเซียปี 2030 มูลค่ากว่า 128,000 ล้านดอลลาร์ ขึ้นเกมใหม่บนเวทีโลก

(07 ธ.ค. 68) มอสโก (Sputnik) องค์การพลังงานนิวเคลียร์แห่งรัฐรัสเซีย 'รอสอะตอม' เตรียมผลักดันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจของประเทศอย่างน้อย 128,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ผ่านการพัฒนาวงจรเทคโนโลยีครบวงจร ตั้งแต่การผลิตพลังงานไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติ้งและการพัฒนาอัลกอริทึม

อเล็กเซย์ ลีคาเชฟ ผู้อำนวยการใหญ่ของ 'รอสอะตอม' กล่าวในงานสัมมนานานาชาติของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่กรุงเวียนนา ระหว่างวันที่ 3-4 ธันวาคม ว่า "เรากำลังสร้างวงจรเทคโนโลยีที่สมบูรณ์ ตั้งแต่การผลิตพลังงานไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลคอมพิวเตอร์ การพัฒนาอัลกอริทึม และการต่อยอดสู่ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งหมดนี้จะช่วยขับเคลื่อนสู่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการทำให้ AI สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจของประเทศเราได้อย่างน้อย 110,000 ล้านยูโรภายในปี 2030"

ลีคาเชฟชี้ว่า การผสานความเชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์เข้ากับเทคโนโลยี AI จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในภาคพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการประเด็นด้านจริยธรรม กฎหมาย และสังคม โดยเฉพาะความเสี่ยงของ AI ในภาคพลังงานนิวเคลียร์ ท่ามกลางการพัฒนาระบบอัจฉริยะที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

งานสัมมนาของ IAEA ครั้งนี้มีบริษัทกว่า 260 แห่งเข้าร่วม รวมถึงผู้แทนจาก 'รอสอะตอม' ของรัสเซียด้วย ถือเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในด้านพลังงานนิวเคลียร์และเศรษฐกิจระดับโลก


ที่มา : Sputnik

 

“ลิซ่า” ปรากฏตัวลุคซีทรู Louis Vuitton จนสื่อเกาหลีเทใจเรียก ‘ตุ๊กตาที่มีชีวิต’ เผยแฟชั่นชิคจาก Spring 2026 ตอกย้ำไอคอนแฟชั่นระดับโลก

(4 ธ.ค. 68) 'ลิซ่า ลลิษา มโนบาล' หรือ 'ลิซ่า BLACKPINK' ปรากฏตัวในฐานะฮาวส์แอมบาสเดอร์ของ Louis Vuitton ที่งาน Louis Vuitton Visionary Journey ที่เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางสายตาสื่อและแฟน ๆ ทั่วโลก

ลิซ่าสวมใส่ชุดซีทรูจากคอลเลกชัน Louis Vuitton Spring 2026: Home Sweet Home Collection โดยแทบไม่ปรับแต่งจากรันเวย์ ชุดดีไซน์ชิคเผยให้เห็นบราด้านในอย่างชัดเจน ผสมผสานกับสไตลิ่งโทนโมเดิร์นที่เน้นความโฉบเฉี่ยวแต่ดูหรูหรา เสริมด้วยทรงผมลอนหยิกที่ช่วยให้ภาพลักษณ์ดูคล้าย “ตุ๊กตาที่มีชีวิต” ตามคำบรรยายของสื่อเกาหลีและชาวเน็ต

หลังภาพเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตหลายคนยกย่องว่า “ลุคดีกว่านางแบบบนรันเวย์” และยอมรับว่า 'ลิซ่า' นำเสนอชุดนี้ได้มีชีวิตชีวามากขึ้น ความเห็นส่วนใหญ่เชื่อว่า หากลิซ่าขึ้นเดินแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton ก็สามารถทดแทนนางแบบได้สบาย ด้วยคาแรกเตอร์และพลังการนำเสนอชุดที่โดดเด่น

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง 'ลิซ่า' กับ Louis Vuitton ที่ยังคงเดินหน้าสร้างกระแสในแฟชั่นและซอฟต์พาวเวอร์ของ K-pop บนเวทีโลก ชุดซีทรูของเธอจึงไม่เพียงแค่ “เอาอยู่ทุกมุมกล้อง” แต่ยังตอกย้ำการเป็นแฟชั่นไอคอนระดับโลกของศิลปินไทยบนเวทีลักซ์ชัวรีชั้นนำอีกด้วย

หน้าตาทัพไทยยุคใหม่ ได้รับเกียรติ ควงคู่ถือธงไตรรงค์ นำทัพไทยพิธีเปิดซีเกมส์ 33 สะท้อนพลังนักกีฬาเจนใหม่ของวงการกีฬาไทย

“กุลวุฒิ–จันทร์แจ่ม” คู่ฮีโร่โอลิมปิก รับหน้าที่ถือธงไตรรงค์ นำทัพนักกีฬาไทยพิธีเปิดซีเกมส์ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 เดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเตรียมความพร้อมทุกด้าน ล่าสุดมีการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า เกียรติสูงสุดในพิธีเปิด นั่นคือการถือธงชาติไทยนำหน้าขบวนนักกีฬา จะเป็นของสองฮีโร่โอลิมปิก “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ และ “บี” จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง

โดย “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในฐานะหัวหน้าคณะนักกีฬาไทย เปิดเผยว่า คณะทำงานได้หารือร่วมกับสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ก่อนมีมติเอกฉันท์ให้ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยว เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก ปารีส 2024 ทำหน้าที่ผู้ถือธงชาติไทยฝ่ายชาย และ จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง นักมวยสากลสมัครเล่นหญิง เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2024 รับหน้าที่ผู้ถือธงชาติไทยฝ่ายหญิง ในพิธีเปิดซีเกมส์ วันที่ 9 ธันวาคมนี้ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

ธนา ระบุว่า ทั้งสองคนเป็นนักกีฬาที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในระดับโลก มีความประพฤติดี และได้รับการยอมรับในฐานะแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย จึงเห็นว่า “เหมาะสมทุกด้าน” สำหรับการเป็นตัวแทนถือธงไตรรงค์ นำหน้าทัพนักกีฬาชาติไทยเข้าสู่สนามในมหกรรมกีฬาครั้งสำคัญบนแผ่นดินบ้านเกิดสำหรับ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ถือเป็นดาวเด่นของวงการแบดมินตันโลกยุคปัจจุบัน เคยสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกประเภทชายเดี่ยวให้ทีมชาติไทยเป็นคนแรก ก่อนต่อยอดผลงานกวาดแชมป์ระดับเวิลด์ทัวร์หลายรายการ และก้าวขึ้นสู่ระดับท็อปของโลก จนคว้าเหรียญเงินโอลิมปิก ปารีส 2024 ในประเภทชายเดี่ยว สร้างความภาคภูมิใจให้แฟนกีฬาชาวไทยทั่วประเทศ

ด้าน จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง นักชกจากจังหวัดหนองคาย เป็นกำปั้นหญิงที่สร้างผลงานต่อเนื่องในเวทีนานาชาติ ทั้งรายการชิงแชมป์เอเชียและชิงแชมป์โลก ก่อนจะคว้าเหรียญทองแดงในโอลิมปิก ปารีส 2024 รุ่น 66 กิโลกรัมหญิง กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของกีฬามวยสากลหญิงไทย พร้อมดันให้ชื่อของจันทร์แจ่มขึ้นมาเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว

นอกจากคู่ธงชาติแล้ว พิธีเปิดซีเกมส์ครั้งนี้ยังมีการวางตัวนักกีฬาคนสำคัญร่วมทำหน้าที่เชิงสัญลักษณ์ ได้แก่ “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดทีมชาติไทย ซึ่งจะทำหน้าที่เกี่ยวกับการถือธงหรือคำปฏิญาณในสนาม ขณะที่ “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง นักเทควันโดแชมป์โลก และ “ธัญญ่า” ธันยพร พฤกษากร นักยิงปืนมากประสบการณ์ จะร่วมกล่าวคำปฏิญาณในนามนักกีฬาไทย แสดงเจตจำนงแข่งขันด้วยน้ำใจนักกีฬาและเคารพกติกา

การได้รับเลือกให้ถือธงชาติในพิธีเปิด ถือเป็นเกียรติสูงสุดอย่างหนึ่งของชีวิตนักกีฬา เพราะหมายถึงการได้รับความไว้วางใจให้เป็น “ใบหน้า” ของทัพนักกีฬาทั้งประเทศ สำหรับครั้งนี้ การที่ “กุลวุฒิ–จันทร์แจ่ม” ได้รับเกียรติดังกล่าว จึงไม่ใช่แค่ภาพสวยงามในพิธีการเท่านั้น หากยังสะท้อนว่า ทั้งสองคนได้ก้าวขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของยุคใหม่ในวงการกีฬาไทย 

ผู้ว่าฯ กฟผ. แถลงทิศทางการทำงาน ขับเคลื่อน กฟผ. สู่ผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย มุ่งเน้นพลังงานสะอาด ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่ออนาคตพลังงานไทยที่มั่นคง-ยั่งยืน

(4 ธ.ค. 68) นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมพูดคุยกับสื่อมวลชนถึงทิศทางการดำเนินงานของ กฟผ. และแนวทางการบริหารงานหลังเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 17 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่าทิศทางพลังงานโลกที่มีความต้องการพลังงานหมุนเวียนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการขยับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยเร็วขึ้นเป็นปี ค.ศ. 2050 ทำให้ กฟผ. ต้องปรับบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงไปสู่การดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าไทยและผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทยด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเร่งผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี รวมกำลังผลิต 1,638 เมกะวัตต์

ภายใต้ทิศทางดังกล่าว กฟผ. ได้กำหนดกรอบการขับเคลื่อนองค์กร “SENSE” เป็นเข็มทิศในการดำเนินงาน ประกอบด้วย

S - Safety Operation ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการผลิตและส่งไฟฟ้า ลดความสูญเสียของทั้งบุคลากรและชุมชน 

E - Energy Security ดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าให้เพียงพอ เชื่อถือได้ และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ 

N - Naturality มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด 

S - Social Responsibility ดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนรอบโรงไฟฟ้า

E - Economic Energy บริหารจัดการต้นทุนพลังงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงไฟฟ้าในราคาที่เป็นธรรม

นอกจากนี้ กฟผ. ได้มองหาพลังงานคาร์บอนต่ำใหม่ที่ยั่งยืน อาทิ การนำไฮโดรเจนมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนร้อยละ 5 โดย กฟผ. ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงระบบเชื้อเพลิงผสมไฮโดรเจนของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม กฟผ. รวมทั้ง 16 โรงไฟฟ้า ได้แก่ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าวังน้อย โรงไฟฟ้าบางปะกง โรงไฟฟ้าน้ำพอง และโรงไฟฟ้าจะนะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการรายงานผลการศึกษาข้อจำกัดของโรงไฟฟ้าต่อคณะกรรมการ กฟผ. ศึกษาและพัฒนาการผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและแอมโมเนียบนพื้นที่ศักยภาพ กฟผ. เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงผลักดันโรงไฟฟ้า SMR ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เป็นพลังงานสะอาด และมีต้นทุนที่แข่งขันได้ สอดรับกับความต้องการของนักลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์

กฟผ. ยังเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย (Grid Modernization) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นระบบไฟฟ้า รองรับความผันผวนจากการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน อาทิ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ โดย กฟผ. มีแผนพัฒนาโครงการจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนกะทูน พัฒนาแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานซึ่งสามารถจ่ายไฟเข้าระบบไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว พัฒนาศูนย์การพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast Center) ผสานข้อมูลพยากรณ์ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์ รวมถึงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานทดแทน การเชื่อมโยงกับโรงไฟฟ้าเอกชน และการขยายตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัลในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กฟผ. เดินหน้าจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราคาถูกด้วยสัญญาระยะยาว พร้อมยืดอายุโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ อาทิ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ โรงไฟฟ้าน้ำพอง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลดต่ำลงและแข่งขันได้ พร้อมแสวงหาโอกาสต่อยอดธุรกิจ LNG ซึ่งล่าสุดบริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง กฟผ. กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ Topside สูบถ่าย LNG จากเรือขนส่งเข้าสู่สถานี LNG ณ ท่าเทียบเรือที่ 2 ของสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 2 จ.ระยอง เพื่อให้สถานีสามารถรักษาความต่อเนื่องของการรับเรือและจ่ายก๊าซธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเสริมความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศในระยะยาวอีกด้วย

นายนรินทร์ เผ่าวณิช กล่าวต่อไปว่า ผมมุ่งบริหาร กฟผ. ให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีประสิทธิภาพโดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (A) ขับเคลื่อนดำเนินงานด้วยความรวดเร็วโดยยึดหลักธรรมภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้ สนับสนุนบุคลากรเรียนรู้ทักษะใหม่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบการบริหารองค์กรอย่างยั่งยืน หรือ GRC (Governance - Risk Management - Compliance) โดย กฟผ. ถือเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกของประเทศไทยที่ออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) วงเงิน 2,000 ล้านบาท เป็นการใช้เครื่องมือทางการเงินเชื่อมโยงกับการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่จะลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย ในอัตราขั้นต่ำร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2571 ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของ กฟผ. ในการเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero

ส่วนการดูแลสังคม ชุมชน กฟผ. ยังคงเดินหน้าสร้างการยอมรับและความร่วมมือกับพันธมิตรทุกระดับ มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในการพัฒนาธุรกิจใหม่ร่วมกับชุมชนด้วยการยกระดับจาก CSR สู่ CSV เติบโตด้วยกันอย่างยั่งยืน

นายนรินทร์กล่าวทิ้งท้ายว่า กฟผ. จะไม่เป็นเพียง "ผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคง" แต่จะเป็น "ผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทยด้วยพลังงานสะอาดเทคโนโลยีอัจฉริยะ และการบริหารแบบมืออาชีพ" เพื่ออนาคตที่มั่นคง ยั่งยืนของประเทศ และคนไทยทุกคน
 

หยุดป่วนซ้อมรบทางทหาร ยันจีนซ้อมรบตามปกติไม่ได้หาเรื่อง ลั่นไม่รับคำประท้วงจากญี่ปุ่น เตือนอย่าปล่อยข่าวบิดเบือนความจริง

(8 ธ.ค. 68) กระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาเตือนญี่ปุ่นอย่างแข็งกร้าว ให้ “ยุติทันที” กับการเคลื่อนไหวที่เป็นอันตรายและรบกวนการฝึกซ้อมทางทหารตามปกติของจีน พร้อมตำหนิโตเกียวว่ากำลังกุข่าวและเล่นการเมือง หลังรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ชินจิโร โคอิซูมิ แถลงข่าวด่วนในช่วงเช้ามืด อ้างกรณีเรดาร์ของจีนส่องใส่เครื่องบินญี่ปุ่น

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ข้อเท็จจริงชัดเจนอยู่แล้ว สิ่งที่เป็น “ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางทะเลและทางอากาศที่ใหญ่ที่สุด” ไม่ใช่การฝึกของกองทัพจีน แต่คือการที่เครื่องบินรบญี่ปุ่นบินสอดแนมประชิด และเข้ามารบกวนการปฏิบัติการตามปกติของจีนถี่ครั้ง จีนจึงไม่อาจยอมรับคำประท้วงจากรัฐบาลญี่ปุ่นได้

ทางการจีนเผยด้วยว่า ได้ปฏิเสธ “การประท้วง” ของญี่ปุ่นทันทีที่เกิดเหตุ ทั้งในจุดปฏิบัติการภาคสนาม รวมถึงได้ยื่นหนังสือ “คัดค้านกลับ” อย่างเป็นทางการทั้งที่กรุงปักกิ่งและกรุงโตเกียว เพื่อย้ำจุดยืนว่าจีนกำลังทำภารกิจทางทหารตามสิทธิและกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสร้างความตึงเครียด

นอกจากนี้ จีนยังกล่าวว่าญี่ปุ่นว่ากำลัง “ปั่นกระแส” เรื่องที่เรียกว่า “การส่องเรดาร์ใส่เครื่องบินญี่ปุ่น” เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้สถานการณ์ดูรุนแรงเกินจริง และหวังใช้ประเด็นนี้สร้างความหวาดระแวงต่อจีนในสายตาประชาคมโลก พร้อมย้ำว่าจีนคัดค้านการใส่ร้ายและการเล่นการเมืองในทุกมิติ และเรียกร้องให้ญี่ปุ่นกลับมาดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค


ที่มา : Xinhua

ทัพเทคบอลไทยกวาด 2 แชมป์โลกกลางโรมาเนีย คว้า 2 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง เตรียมลุยต่อในซีเกมส์ที่ชลบุรี

(8 ธ.ค. 68) ทัพเทคบอลทีมชาติไทย สร้างชื่อเสียงระดับโลกอีกครั้งที่โรมาเนีย คว้าถึง 2 แชมป์โลก ในการแข่งขันเทคบอลชิงแชมป์โลก 2025 ที่เมืองโอดอร์เฮอู เซกุยเอสค์ ประเทศโรมาเนีย พร้อมกับเก็บเหรียญรวมสูงสุด 5 เหรียญ ได้แก่ 2 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง ลั่นสถานะมหาอำนาจเทคบอลโลก

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–7 ธันวาคม 2568 มี 5 ประเภทแข่งขันหลัก ทั้งเดี่ยวและคู่ชาย-หญิงและคู่ผสม ท่ามกลางการเชียร์จากแฟนกีฬาหลายชาติ ทั้งนี้ ทีมชาติไทยในฐานะแชมป์เก่าจากปี 2024 ที่เวียดนาม มีเป้าหมายป้องกันแชมป์และยืนยันความแข็งแกร่งบนเวทีโลกอีกครั้ง

'หยก' จุฑาทิพย์ กันทะธง มือ 1 โลกประเภทเดี่ยวหญิง โชว์ฟอร์มสุดยอดคว้าแชมป์โลก 2 ประเภท ทั้งเดี่ยวหญิง และคู่หญิงกับ 'นิด' สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ คู่มือ 1 ของโลก โดยเฉพาะในรอบชิงชนะเลิศเดี่ยวหญิง เธอเอาชนะมือ 2 โลกเจ้าภาพโรมาเนียได้ด้วยสกอร์ 2-1 เซต เผยว่า "นี่คือชัยชนะที่ยืนยันว่าอันดับ 1 โลกของฉันไม่ได้มาเพราะกระแส แต่ด้วยฝีมือและความสม่ำเสมอ"

นอกจากนี้ ทีมไทยยังคว้าเหรียญเงินจากประเภทคู่ชายและคู่ผสม และเหรียญทองแดงจากเดี่ยวชาย แสดงให้เห็นศักยภาพและความลึกของทีม ขณะเดียวกันเตรียมลุยต่อในซีเกมส์ 2025 ที่ชลบุรีเกือบครบชุด พร้อมเป้าหมาย "ต่อยอดจากเวทีโลกสู่เวทีภูมิภาค"

เทคบอลกีฬาใหม่ที่ผสมผสานทักษะฟุตบอลและตะกร้อบนโต๊ะโค้ง ชี้เป็นสนามใหม่ที่ไทยรับมือได้ดีและอาจเป็นแหล่งเหรียญทองสำคัญของประเทศในอนาคต

“ชอยกู” นำทีมคณะใหญ่เยือนเวียดนาม–ลาว หารือผู้นำการเมือง–กองทัพระดับสูง สัปดาห์หน้า พร้อมเยี่ยมอนุสรณ์วีรชน ‘นักบินโซเวียต’ ต่อยอดสัมพันธ์มั่นคงยาวนานหลายทศวรรษ

(8 ธ.ค. 68) เซอร์เกย์ ชอยกู (Sergei Shoigu) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งรัสเซีย เตรียมนำคณะผู้แทนหลายหน่วยงานเดินทางเยือนเวียดนามและลาวในสัปดาห์หน้า โดยถือเป็นการเยือนเชิงปฏิบัติการ เพื่อพบหารือกับผู้นำการเมืองและผู้นำกองทัพระดับสูงของทั้งสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แถลงการณ์จากสภาความมั่นคงรัสเซียระบุว่า ระหว่างการเดินทางครั้งนี้ โชย์กูมีโปรแกรมเข้าพบผู้นำด้านความมั่นคง หัวหน้าหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกองทัพ เพื่อพูดคุยประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคง กลาโหม และกฎหมาย รวมถึงการปรับตัวต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในกำหนดการยังรวมถึงการเดินทางไปวางพวงมาลาและเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานรำลึกวีรชนและนักบินโซเวียต ตลอดจนการเยี่ยมชมบางส่วนของโรงงานและสถานที่สำคัญในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของคู่เจรจา ซึ่งสะท้อนการให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ร่วมและความร่วมมือทางทหารที่สืบเนื่องยาวนาน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เคยกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับลาวที่ยืนยาวมาถึง 65 ปี ยังพัฒนาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์โลกจะเปลี่ยนแปลงมากก็ตาม โดยเขายังชื่นชมรัฐบาลลาวที่ช่วยรักษาและให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ร่วมระหว่างสองประเทศ เพราะมองว่าสิ่งนี้คือพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือในอนาคต


ที่มา : Sputnik

รีแบรนด์ ‘X’ ปั้นเป็นซูเปอร์แอปแบบ WeChat จีน รวมโซเชียลมีเดีย และระบบจ่ายเงินไว้ในที่เดียว เล็งให้เอ็กซ์เป็นศูนย์กลางชีวิตดิจิทัล และการเงินของโลกตะวันตก

(8 ธ.ค. 68) อีลอน มัสก์ เจ้าของแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เผยวิสัยทัศน์ล่าสุดว่า เขาต้องการเปลี่ยนเอ็กซ์ให้กลายเป็น “WeChat++” หรือซูเปอร์แอปเวอร์ชันอัปเกรด ที่รวมทั้งโซเชียลมีเดียและบริการการเงินไว้ในที่เดียว คล้ายกับแอป WeChat ของบริษัทยักษ์ใหญ่เทนเซนต์ (Tencent) ของจีน 

มัสก์ยก WeChat เป็นต้นแบบว่าเป็นแอปที่ “คนจีนใช้แทบทั้งชีวิตในแอปเดียว” ตั้งแต่คุยกัน โพสต์คอนเทนต์ ไปจนถึงโอน–จ่ายเงิน พร้อมชี้ว่า “นอกจีนยังไม่มีอะไรแบบ WeChat” โดย WeChat หรือชื่อท้องถิ่นว่า Weixin รวมทุกอย่างทั้งโซเชียล คอนเทนต์ ระบบจ่ายเงิน และมินิโปรแกรมจากผู้ให้บริการภายนอก ในขณะที่ Weixin อยู่ภายใต้ระบบเซ็นเซอร์เข้มงวดของจีน ส่วนเอ็กซ์ก็ถูกบล็อกไม่ให้ใช้งานในประเทศ

เขาย้ำว่าความคิดนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด เพราะตั้งแต่รีแบรนด์ Twitter เป็น X ในเดือน ก.ค. 2023 มัสก์ก็พูดต่อเนื่องว่าอยากพัฒนาให้เอ็กซ์มีบทบาทใกล้เคียงกับ WeChat มากขึ้น และเชื่อมโยงกลับไปถึง “แผนดั้งเดิมของ X.com” ที่เขาฝันไว้ให้เป็นศูนย์กลางธุรกรรมการเงิน สำหรับการโอนและชำระเงินในโลกออนไลน์

ด้านบริการการเงิน เอ็กซ์เริ่มเดินเกมจริงจังมากขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยการจับมือกับ Visa เปิดตัวฟีเจอร์ด้านการเงินชื่อ X Money (คาดว่าจะเปิดใช้เต็มรูปแบบปลายปีนี้) เพื่อให้ผู้ใช้โอนเงินระหว่างกันผ่านบัตรเดบิต และโอนเข้าบัญชีธนาคารได้โดยตรง นอกเหนือจากฟังก์ชันโซเชียลเดิมที่มีอยู่บนแพลตฟอร์ม

พร้อมกันนั้น เอ็กซ์ยังทยอยเพิ่มความสามารถด้านคอลเสียงและวิดีโอ โดยมัสก์เชื่อว่าอนาคต “การโต้ตอบส่วนใหญ่จะกลายเป็นวิดีโอเรียลไทม์ร่วมกับเอไอ” ขณะที่ข้อความตัวหนังสือจะมีสัดส่วนลดลง เขาเผยว่าตอนนี้เอ็กซ์มีผู้ใช้งานต่อเดือนราว 600 ล้านบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “คนที่อ่านตัวหนังสือ” จึงยังมีพื้นที่ให้ขยายฐานผู้ใช้กลุ่มใหม่ๆ ผ่านวิดีโอและบริการเสริมแบบซูเปอร์แอปที่เขากำลังเดินหน้าอยู่ในตอนนี้

อิสรา เจริญชาศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มากด้วยประสบการณ์งานด้านการปกครอง กำลังสำคัญขับเคลื่อนชลบุรีให้เติบโตมั่นคง

ในรอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา มีการปรับทีมผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับโจทย์การพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง 

หนึ่งในรายชื่อที่ถูกจับตามอง คือ “อิสรา เจริญชาศรี” ข้าราชการสายปกครองที่เติบโตมาจากทั้งระดับอำเภอ ส่วนกลาง และกรมการปกครอง ซึ่งได้รับการย้ายมาดำรงตำแหน่ง “รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี” ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 3513/2568 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป 

การมารับตำแหน่งครั้งนี้ไม่เพียงเติมเต็มทีมบริหารจังหวัดชลบุรีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของส่วนกลางต่อบทบาทของชลบุรีในฐานะจังหวัดเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ

ในเชิงภูมิหลังส่วนตัว อิสราเป็น “ชาวจังหวัดชลบุรีโดยกำเนิด” เติบโตจากเมืองที่มีทั้งเศรษฐกิจดั้งเดิม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม ก่อนจะไปต่อยอดองค์ความรู้ในต่างประเทศ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา Conflict Development and Security (MA) จาก University of Leeds ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา การจัดการความขัดแย้ง และความมั่นคงเชิงสังคม ฐานวิชาการด้านนี้ทำให้เขามองเห็นทั้งภาพเชิงนโยบาย โครงสร้างปัญหา และพลวัตของผู้คนในพื้นที่ที่หลากหลายไปพร้อมกัน

เส้นทางในราชการของนายอิสราเดินอยู่บนสายงานมหาดไทยมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากบทบาทปลัดอำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท และปลัดอำเภอเมืองชลบุรี ที่ทำให้ได้เรียนรู้การบริหารงานปกครองใกล้ชิดประชาชนในระดับอำเภอ จากนั้นก้าวสู่ตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี (ในสมัยนายเสนีย์ จิตตเกษม) และเลขานุการรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายประชา เตรัตน์) ก่อนขึ้นมาทำงานเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนกลาง ในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานการเมือง สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย รวมถึงตำแหน่งนายอำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นด่านหน้าสำคัญของงานปกครองท้องที่

ในระดับกรมการปกครอง อิสรา ยังผ่านงานบริหารที่มีความซับซ้อนหลากหลาย ทั้งในตำแหน่งผู้อำนวยการกองการสื่อสาร ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ และผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารบุคลากร การสื่อสารภายในองค์กร และการสนับสนุนกำลังภาคประชาชนในนาม “อาสารักษาดินแดน” ทั่วประเทศ 

บทบาทเหล่านี้ทำให้เขาคุ้นเคยกับการทำงานเชิงระบบ การวางกลไกสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ และการประสานพลังระหว่างราชการกับประชาชนในสถานการณ์ที่หลากหลาย อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในมิติความมั่นคงควบคู่ไปกับการบริการประชาชน

เมื่อมองจากประสบการณ์ทั้งหมดมาถึงวันนี้ การที่ชลบุรีได้รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นทั้ง “ลูกหลานชลบุรี” และ “ข้าราชการมหาดไทยสายปฏิบัติ-สายยุทธศาสตร์” ในคนเดียวกัน ย่อมน่าจับตาในแง่แนวทางการพัฒนาจังหวัด 

ในด้านหนึ่ง เขามีพื้นฐานเข้มแข็งด้านการบริหารความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ซึ่งจำเป็นต่อจังหวัดที่เป็นทั้งเมืองท่องเที่ยว เมืองอุตสาหกรรม และส่วนหนึ่งของพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคตะวันออก 

ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ในงานบุคลากร การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับกำลังภาคประชาชน น่าจะช่วยให้เขาออกแบบกลไกการทำงานที่เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมมากขึ้น หากเขาสามารถดึงบทเรียนจากทั้งระดับอำเภอ ระดับกรม และระดับจังหวัดมาร้อยรวมกันได้อย่างลงตัว ก็มีโอกาสที่ชลบุรีจะเดินหน้าไปในทิศทางที่ “เติบโต มั่นคง และไม่ทิ้งคนในพื้นที่ไว้ข้างหลัง”
 

“ลิซ่า” โพสต์รูปคู่ “กงยู” ครั้งแรก เฟรมเดียวฟาดทุกไทม์ไลน์ โมเมนต์ในฝันแฟนเกิร์ลทั่วโลก แฟน ๆ แห่แซวฝันสำเร็จแล้วแม่!

(8 ธ.ค. 68) ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ 'ลิซ่า BLACKPINK' โพสต์ภาพคู่กับพระเอกเกาหลีชื่อดัง 'กงยู' ลงอินสตาแกรมครั้งแรกจากงานเปิดตัวพื้นที่ใหม่ Louis Vuitton ที่ Shinsegae กรุงโซล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2025 ก่อนภาพโพสต์ลงวันที่ 5 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่น

ภาพนี้กลายเป็นโมเมนต์ที่แฟนคลับทั่วโลกตื่นเต้นอย่างมาก เพราะลิซ่าเคยบอกไว้ว่าฝันอยากถ่ายรูปคู่กับ 'กงยู' สักครั้งในชีวิต งานนี้จึงเป็นเหมือนความฝันที่เป็นจริงท่ามกลางงานใหญ่ของแบรนด์ LV The Place Seoul ซึ่งรวมดาวดังระดับเอเชียทั้ง 'กงยู', 'จอนจีฮยอน', 'ชินมินอา', 'จองโฮยอน', 'J-Hope (BTS)' และ 'Felix (Stray Kids)'

ลิซ่าเคยบอกในรายการ 'Knowing Brothers' ว่า “'กงยู' คือสเปกเลย” และเมื่อสื่อถามฝั่งพระเอกชื่อดัง เขาก็ตอบอย่างเขิน ๆ พร้อมส่งลายเซ็นพร้อมข้อความขอบคุณลิซ่า “ขอบคุณที่ติดตามผลงานผมด้วยความรักแบบนั้น” สร้างความฟินให้แฟน ๆ อย่างมาก

เซ็ตภาพที่ลิซ่าโพสต์มีทั้งหมด 11 รูป ไฮไลต์คือภาพคู่กับ 'กงยู' ที่ใส่ชุดสูทโทนเข้มเรียบง่าย ดูอบอุ่น ในขณะที่ลิซ่าใส่ชุดโทนพาสเทลซีทรูจากคอลเลกชัน Spring/Summer 2026 ที่สื่อมองว่าเป็น 'Louis Vuitton Doll' ลุคสำคัญของงาน

แฮชแท็ก #LisaGongYoo ขึ้นเทรนด์หลายแพลตฟอร์ม ทั้งนี้เพราะทั้ง 'ลิซ่า' และ 'กงยู' ต่างเป็นแอมบาสเดอร์ Louis Vuitton ฝ่ายหญิงและชาย โมเมนต์นี้จึงไม่ใช่แค่ช่วงเวลาฟิน แต่ยังสะท้อนพลังซอฟต์พาวเวอร์เอเชีย และแรงบันดาลใจว่า "การเป็นแฟนเกิร์ล/แฟนบอยไม่ใช่เรื่องไร้สาระ" อย่างที่ 'ลิซ่า' กล่าวไว้ว่า "ถ้าเราตั้งใจทำความฝันของเรา สักวันหนึ่งอาจยืนระดับเดียวกับไอดอลได้"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top