Monday, 8 June 2026
NewsFeed

กัมพูชาถอนอาวุธหนักจากชายแดน สัญญาณคลี่คลายความตึงเครียด หลัง ‘ไทย–กัมพูชา’ ลงนาม ‘ปฏิญญาสันติภาพ’ ที่มาเลเซีย

(27 ต.ค. 68) สำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชา รายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่า กัมพูชาและไทยได้เริ่มถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์บางส่วนจากพื้นที่ชายแดนที่เป็นข้อพิพาท เพื่อกลับสู่ฐานทัพเดิม ภายใต้การสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจของกระทรวงข่าวสารกัมพูชาเป็นเวลาราว 10 นาที

การถอนกำลังเกิดขึ้นหลังจากทั้งสองประเทศลงนามใน “ปฏิญญาร่วมเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งชายแดน” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ลงนาม และมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รวมถึงนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน

Fresh News ระบุอีกว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็น “ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์” ของทั้งสองประเทศ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าสันติภาพเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ หากผู้นำมีเจตนารมณ์และความกล้าพอที่จะร่วมมือกัน กัมพูชายืนยันจะปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างจริงใจ และเดินหน้าร่วมมือกับไทยและพันธมิตรทุกฝ่าย เพื่อให้สันติภาพเกิดผลในทางปฏิบัติ

ขณะเดียวกัน วุฒิสภากัมพูชาได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนการลงนามปฏิญญาร่วมครั้งนี้ โดยระบุว่าเป็นการเปิด “บทใหม่ของสันติภาพ” และย้ำจุดยืนให้ทุกปัญหาชายแดนได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธี พร้อมเสนอให้ตั้งกลไกถาวรของอาเซียนเพื่อรักษาเสถียรภาพและผลักดันการเจรจาชายแดนที่ยังคงค้างอยู่ต่อไป

 

พระสุรเสียงที่ยังก้องอยู่ในใจ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เผยความทรงจำสุดซึ้ง เทิดทูน “สมเด็จย่า” คือแม่คนที่สอง ผู้หล่อหลอมชีวิตด้วยความรักและเมตตา

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 แฟนเพจเฟซบุ๊ก HRH Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya เผยแพร่ข้อความของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ระบุว่า... “หลานจ๊ะ” เป็นพระสุรเสียงที่ก้องอยู่ในใจหลานเสมอ ทรงแนะนำกับผู้คนที่มาเฝ้าว่า “นี่หลานฉัน...หลานสิริวัณวรี “ชื่อ สิริวัณวรี(เดิม)เป็นชื่อที่ทรงเลือกพระราชทานด้วยพระองค์เอง พระนามนี้เหมือนเปลี่ยนชีวิตหลานให้เกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทรงเลี้ยง อบรม สั่งสอนหลานเปรียบเสมือนแม่ ทรงส่งเข้านอน พาสวดมนต์ด้วยกัน สอนในเรื่องกิริยา มารยาทไทย และแบบสากล สอนประวัติศาสตร์ และมีเรื่องเล่าสนุกมากมาย

ทรงให้ความเมตตาหลานเสมอ หลานมีความสุขทุกครั้งที่ได้ ร่วมกิจกรรมกับสมเด็จย่า ในทุกโมเมนต์ ตามเสด็จไปว่ายน้ำที่หัวหิน ทรงสอนหลานว่ายน้ำ ซึ่งท่าน โปรดทะเลมาก

อีกหนึ่งความทรงจำ คือการได้ตามเสด็จสมเด็จย่า ไป ตามที่ต่าง ๆ เหนือ อีสาน ใต้ ในช่วงเวลาตอนปิดเทอม ที่เด็ก ๆ หลายคนจะได้ไปเที่ยวเล่น เรียนพิเศษ เเต่หลาน รู้สึกว่าการได้ตามเสด็จสมเด็จย่าไปตามถิ่นทุรกันดาร นับเป็นการฝึกงานแบบไม่รู้ตัว ได้ซึมซับการทรงงานในแบบวิธีของท่าน เเละ ท่านจะมีวิธีการสอนหลานในแบบประสบการณ์จริง ให้ไปพูดคุยกับชาวบ้าน ลงมือทำเอง ได้เรียนรู้ เรื่องต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เกิดการซึมซับ ทำให้อยากเรียนรู้ อยากทำต่อไป

จุดที่อยากเป็นนักออกแบบเเละเรียนศิลปะ ก็เพราะมีสมเด็จย่าเป็นแรงบันดาลใจ รวมถึงการเรียนภาษาฝรั่งเศส ด้วยความคิดที่ว่าอยากรู้ว่าปู่กับย่าคุยอะไรกัน

สมเด็จย่า ส่งเสริมให้เรียนรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม ให้เรียนรู้ดนตรีไทย ดนตรีสากล ทรงให้กำลังใจและตรัสชมการแสดงของหลานทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ก็ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง

จำได้ว่า 7 โมงเช้าของวันหนึ่ง หลานได้ไปทูลลาสมเด็จย่าก่อนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ท่านทรงให้ข้อคิดที่มีค่ามาก ทรงเน้นย้ำเรื่องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย การไปเรียนเมืองนอกแต่อย่าลืมความเป็นไทยนำส่วนดีของเขาเอามาปรับใช้ ท่านทรงเล่าให้ฟังว่าในยุคของท่านมีวิธีการศึกษาอย่างไร ท่านไม่ได้สอนตรง ๆ เเต่เป็นการสอนให้หลานรู้จักหาวิธีเรียนรู้ด้วยตนเองและต้องรู้อย่างถ่องแท้

เมื่อมาถึงวันนี้ หลานก็ไม่เคยคิดเลยว่าหลานจะทำได้ ทรงสอนให้มีความเข้มแข็ง อดทน มุ่งมั่น และมีเมตตา ท่านมักจะตรัสชมประชาชนของท่านอยู่เสมอ ส่วนหนึ่งที่หลานจำฝังใจ คือ สิ่งที่สมเด็จย่า ตรัสว่า คนไทยมีเลือดศิลปินอยู่ในตัว ต่อให้เขาเป็นชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร เมื่อได้รับการฝึกฝน ทางศิลปะ เข้าก็สามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างงดงาม

สำหรับหลาน สมเด็จย่า จะไม่มีวันจากลาไปไหน ทุกสิ่งที่ท่านทรงห่วง ทุกสิ่งที่ท่านทรงรัก หลานจะเป็นธุระสานต่อให้ตลอดไป

หลาน สิริวัณณวรี
26 ตุลาคม 2568
22:25 น.
 

‘ประชาธิปัตย์’ ถึงเวลากู้ศรัทธาคืน สลัดภาพ “พรรคเก่าแก่-อนุรักษ์นิยม” สู่ “พรรคสมัยใหม่-โปร่งใส-ทันโลก” หนุนคนรุ่นใหม่ นโยบายจริงจัง สื่อสารตรงไปตรงมา

ข้อเสนอแนวปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อการฟื้นฟู เรียกศรัทธาคืนมา
ผม #นายหัวไทร เคยเขียนข้อเสนอเชิงวิชาการเพื่อการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ให้ฟื้นฟูกลับมา เรียกศรัทธาคืนจากประชาชนในยุคผู้บริหารชุดใหม่ ก่อน“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”จะได้รับเลือกกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค

ขออนุญาตนำมาเสนอซ้ำ เผื่อบางคนในกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ยังไม่เห็น ยังไม่ได้อ่าน
โจทย์ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ต้องเผชิญ เพราะพรรคเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยกำลังสูญเสียทั้งฐานเสียง ประวัติศาสตร์ และความศรัทธาของประชาชนไปทีละน้อย รุนแรง และรวดเร็วอย่างไม่คาดคิด จน “เฉลิมชัย ศรีอ่อน”ต้องตัดสินใจสละตำแหน่งหัวหน้าพรรคออกไป

แนวทางการ “ปฏิรูป/ปรับปรุง” พรรคประชาธิปัตย์
1. ด้านภาพลักษณ์ (Branding & Image)
สร้างเอกลักษณ์ใหม่: จากภาพ “พรรคเก่าแก่-อนุรักษ์นิยม” ไปสู่ “พรรคสมัยใหม่-โปร่งใส-ทันโลก” หรืออาจจะเรียกว่า พรรคประชาธิปัตย์ใหม่ ซึ่งอภิสิทธิ์บอกว่า เป็นพรรคแนวเสรีนิยม
ใช้สื่อดิจิทัลจริงจัง: ทีมโซเชียลมีเดียต้องมืออาชีพ ไม่ใช่แค่ประชาสัมพันธ์ แต่ต้อง Engagement กับคนรุ่นใหม่ และสมาชิกพรรค ให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ อุดมการณ์ นโยบายของพรรค ความคืบหน้า ก้าวหน้าใหม่ ๆ ต้องสื่อสารให้สังคมเข้าใจอย่างไม่ชักช้า
รีแบรนด์สีและสัญลักษณ์: ทำให้ภาพลักษณ์แตกต่างจากเดิม เช่น พรรคแรงงานอังกฤษเคยปรับจาก “อนุรักษ์-แรงงานแบบดั้งเดิม” สู่ภาพที่สดใหม่

2. ด้านนโยบาย (Policy Platform) วางจุดขายชัดเจน ไม่แข่งประชานิยมอย่างเดียว แต่ต้องเป็น “พรรคที่มีความรู้-นโยบายปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่เพ้อฝัน แต่อธิบายได้
นโยบายจับต้องได้: เช่น เศรษฐกิจฐานรากทันสมัย (Smart Farmer, Digital SME), สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด (Clean Energy), การศึกษาเชื่อมตลาดแรงงาน เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่: สร้าง “Think Tank” ภายในพรรค ให้คนรุ่นใหม่คิดนโยบายโดยตรง ไม่ผ่านกรอบเก่า ๆ ง่าย ๆ คืออย่าไปวางกรอบครอบงำคนรุ่นใหม่ ปล่อยให้เขาคิดอย่างเสรี ผู้ใหญ่ก็รับฟังอย่างตั้งใจ เพื่อนำไปปรับเปลี่ยน

3. ด้านบุคคล/ทีมบริหาร (Leadership & Team)
ต้องลดภาพ “การเมืองตระกูล-การเมืองรุ่นเก่า” เปิดทางให้ Gen X / Gen Y /Gen Z ก้าวขึ้นมาเป็นแกนกลาง อันจะเป็นแนวทางสร้างคนรุ่นใหม่ สร้างรอยต่อสานต่ออุดมการณ์ของพรรค ไม่ให้ขาดช่วงบุคลากร
รักษาฐานเก่า-เสริมคนใหม่: ใช้แนวคิด 3 ข. (ขยี้ ขยับ ขยาย) คนอย่าง ชวน หลีกภัย / บัญญัติ บรรทัดฐาน ควรอยู่ในฐานะ “ผู้อาวุโสที่ให้คำปรึกษา” ไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทาง บงการ หรือสั่งการ
แสวงหาคนรุ่นเข้ามา กล้าเดินเข้าไปค้นหาชักชวน ดันดาวรุ่งให้ชัดเจน ทายาทการเมืองท้องถิ่นที่มีศักยภาพ, คนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ-ใต้ ให้มีบทบาทนำ
ผสมผสานทีมมืออาชีพดึงนักเศรษฐศาสตร์ นักสิ่งแวดล้อม นักธุรกิจเทคโนโลยีเข้ามา ไม่ใช่แค่นักการเมืองสายอาชีพ เทคโนแครตเฉพาะด้านต้องเข้ามา อย่างการกระจายอำนาจที่เคยเป็นจุดเด่นของพรรค ทุกวันนี้ใครรู้จริง และอธิบายได้ มองไม่เห็นตัวบุคคล

4. โครงสร้างภายในพรรค (Party Reform)ประชาธิปไตยในพรรคต้องเกิดขึ้นจริง ๆ เปิดให้สมาชิกโหวตเลือกหัวหน้า/กรรมการบริหารอย่างโปร่งใส ไม่ใช่เกิดจากการล็อบบี้จนเกินงาม
สร้างระบบ Talent Pool: คัดสรรและฝึกอบรมคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมืองในนามพรรค (เหมือนที่พรรคการเมืองยุโรปทำ)
อาจจะการรื้อฟื้นโรงเรียนการเมืองขึ้นมาทำใหม่ ฝึกผู้นำคนรุ่นใหม่อย่างเอาจริงเอาจัง มีหลักสูตรใหม่ ๆ ขึ้นมาจัดอบรม
เชื่อมโยงกับท้องถิ่น ประชาธิปัตย์ ต้องไม่ใช่พรรคคนใต้ ไม่ใช่พรรค กทม. หรือพรรคภาคใต้เท่านั้น ต้องกระจายคนทำงานไปทุกภูมิภาค ภาคอีสานคือฐานใหญ่ด้วยจำนวนประชากร

สรุปสั้น ๆ:
 -สร้างภาพลักษณ์ใหม่ → ทันสมัย โปร่งใส
 -นโยบายใหม่ → Practical + ตอบโจทย์อนาคต
 -คนใหม่ → ดาวรุ่ง + มืออาชีพเข้ามามีบทบาทจริง
 -โครงสร้างใหม่ → พรรคเปิดกว้าง มีส่วนร่วมจริง
มีคำถามว่า….จุดอ่อนที่คนมักมองว่า“ประชาธิปัตย์ ”ดีแต่พูด แต่ทำจริงน้อย หรือไม่พูดแล้วไม่ทำ” + “ส่งใครก็ได้ลงเลือกตั้ง” จนเสียศรัทธาไปมาก “กรณีเสาไฟฟ้า”
ถ้าจะ “ฟื้นภาพลักษณ์” ต้องแก้เพิ่มจากที่ผมสรุปไปก่อนหน้า โดยเฉพาะจุดเจ็บพรรคเอง 

สิ่งที่ ปชป. ต้องปรับเพิ่ม
1. วัฒนธรรมการเมืองภายในพรรค
 -เลิกระบบ “เสาไฟฟ้า” ต้องยุติการส่งผู้สมัครแบบใช้แบรนด์พรรคค้ำอย่างเดียว ต้องคัดคนที่มีโปรไฟล์-ผลงาน-เป็นที่ยอมรับในท้องถิ่นจริง ๆ
 -ปรับโครงสร้างคัดเลือกผู้สมัคร ตั้ง “คณะกรรมการสรรหา” ที่เปิดรับสมัคร + ประชุมรับฟังความเห็นคนพื้นที่ ไม่ใช่ล็อกไว้แค่คนของผู้ใหญ่ สืบทอดทายาททางการเมือง แต่ขาดคุณภาพ
 -ความรับผิดชอบ ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้ ต้องมี mechanism ที่ชัดเจน เช่น ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหาร หรือลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองอย่างมีสปิริต ทำให้เห็น

2. สื่อสารตรงไปตรงมา (Communication) เลิกแนว “พูดสวย แต่เลื่อนลอย” ต้องพูดสั้น กระชับ แล้วทำให้เห็นผล
ตั้ง KPI รายปีของพรรค เช่น “เราจะผลักดันกฎหมาย A, แก้ปัญหา B” แล้วรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนทุก 6 เดือน ทำไม่ได้อย่างที่พูด มีกติกากำหนดความรับผิดชอบ
ใช้ Fact-checking เชิงบวก ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามที่หาเสียง พรรคต้อง “รายงานต่อสังคม” ว่าใครผิดสัญญา พรรคไหนหาเสียงไว้แล้วทำไม่ได้ แต่เทคนิคการหาเสียง

3. เปลี่ยนจากพรรคของคนรุ่นเก่า (อนุรักษ์)เป็นพรรคอนุรักษ์นิยมใหม่พรรคที่มีชีวิตชีวา
เลิกการเมืองแบบ “คลับเก่า” ที่วนเวียนอยู่กับแกนนำเดิม ๆ สร้างคนหน้าใหม่ให้เป็นตัวจริง เช่น เปิดตัว 10–15 คนรุ่นใหม่ในสภา/ท้องถิ่น ให้คนเห็นว่าพรรคนี้ไม่ได้หมดไฟรอเวลาตายซาก สิ้นตำนานพรรคใหญ่ สถาบันทางการเมือง
ทำ Political Incubator เหมือนโรงเรียนการเมืองพรรค ที่เปิดให้คนหนุ่มสาว นักกิจกรรม องค์กรท้องถิ่น เข้ามาเป็น pipeline

4. ความเชื่อมโยงกับประชาชน (Grassroots Connection)
ลงพื้นที่จริงแบบมีเป้าหมาย ไม่ใช่ลงไปแจกใบปลิว แต่ไปทำงานร่วมกับชุมชน เช่น โครงการเล็ก ๆ (น้ำเสีย, เกษตร, การศึกษา) ที่ทำได้จริงในเขต ลงชุมชนจัดอบรม สัมมนาให้ความรู้ใหม่ ๆ
เน้นความใกล้ชิด ผู้สมัคร/ส.ส. ต้องเป็น “ตัวแทน” ของประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่ “ตัวแทนพรรค-กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองที่ถูกส่งมา

5. เลิกวาทกรรมเก่าประชาชนเบื่อคำว่า “เราเป็นพรรคประชาธิปไตยที่เก่าแก่ที่สุด” หรือ “เราไม่โกง” หรือสถาบันทางการเมืองที่หลายพรรคเริ่มใช้
ต้องเปลี่ยนเป็น “เราแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เร็วกว่า” หรือ “เราเสนอสิ่งที่รัฐบาลนี้ไม่กล้าทำ”
ถ้าให้สรุปอีกชั้น
 -เลิกใช้ “เสาไฟฟ้า” คัดคนจริง คนทำงานจริง มีความรู้ความสามารถจริง ไม่เล่นพรรคเล่นพวก ส่งทายาทมาสืบทอดทางการเมือง โดยคนไม่มีคุณภาพเพียงพอ (ถ้าดี มีคุณภาพ ก็ไม่ว่ากัน ผ่านการกลั่นกรองจากกรรมการสรรหาจริง)
จาก “พรรคพูด” → ไปสู่ “พรรคทำ-รายงานผล”
จาก “ภาพเก่า” → ไปสู่ “พรรคมีชีวิตชีวา มีดาวรุ่ง”
จาก “วาทกรรมเก่า” → ไปสู่ “สารที่ตรงกับปัญหาประชาชน”
ลองวาง “ภาพรีแบรนด์ใหม่” ของพรรคประชาธิปัตย์ (สมมติฐาน) ให้เห็นชัด ๆ กันเลย
ภาพลักษณ์ใหม่ (Brand Identity) สโลแกนใหม่:
เช่นเดิม: “เรามีอุดมการณ์ เราไม่โกง” มันเป็นแค่ defensive
ใหม่: “คิดใหม่ ทำจริง เพื่อคนไทยทุกคน” เป็นต้น ควรมีนักคิดให้สอดคล้องกับทิศทาง/แนวทางของพรรค
 • โทนสี/สัญลักษณ์:
 • จากสีฟ้าบาง เป็นสีฟ้าเข้มแบบอนุรักษ์ เพิ่ม ฟ้า-ขาว เน้นความโปร่งใส ทันสมัย สดใส
โลโก้ควรมีเส้นโค้ง/เอาวงกลมกลับมา สื่อถึง “ความร่วมมือ-เปิดกว้าง” ไม่ใช่ลอย ๆ ตามที่ปรับแก้ใหม่ ไม่มีวงกลม
นโยบายเด่น (Policy Platform)
-เศรษฐกิจ: พรรคของ SME และเกษตรสมัยใหม่ → Digital SME Fund, Smart Farmer Academy
-สิ่งแวดล้อม: ผลักดัน Clean Air Act และ พลังงานสะอาด ให้เป็น agenda หลัก
-เยาวชน/แรงงานรุ่นใหม่: กองทุน reskill คนวัยทำงาน + Start-up support สำหรับคนรุ่นใหม่
ท้องถิ่น: Local First Policy → งบตรงถึงท้องถิ่นให้จัดการเอง ไม่ต้องผ่านระบบราชการส่วนกลาง (กระจายอำนาจจริง ไม่กั๊ก ไม่หวงอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง

ทีมบุคคล (Leadership Mix)
 -อาวุโส: ชวน / บัญญัติ → “ที่ปรึกษาพรรค” (Symbolic elder statesmen)
 -รุ่นกลาง: เช่น สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นิพนธ์ บุญญามณี → เป็น “กุนซือ” ไม่ใช่ตัวนำ
 -ดาวรุ่ง เปิดตัวเป็น “หน้าใหม่ทีมปฏิรูปพรรค” อย่างน้อย 10 คน
 -คนรุ่นใหม่ในกรุงเทพฯ
 -นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ/สิ่งแวดล้อม
 -ผู้นำท้องถิ่น/NGO ที่มีเครดิต
 -หัวหน้าพรรค: ควรเป็นคนรุ่นกลางที่มีภาพ “สะอาด + ทันสมัย” ไม่ใช่สายเก่าเต็มตัว

🔹 วิธีสื่อสาร (Communication Strategy)
 -ลงพื้นที่ + ทำจริง → เช่น ประกาศนโยบาย “Clean Canal Bangkok” แล้วลงมือทำ pilot project ทันที
 -Digital-first Party → พรรคต้องเล่น TikTok, Reels, X, Podcast ,เพจ,เว็บไซต์ ให้เหมือน start-up มากกว่าพรรคเก่า
 -รายงานผลทุก 6 เดือน → ตั้งระบบ “Dems Report Card” ให้ประชาชนเช็กได้ว่า พรรคทำตามที่พูดแค่ไหน (Re-check)
ภาพทีม/แคมเปญ
 -โปสเตอร์ทีมใหม่: คนรุ่นใหม่ยืนแถวหน้า อาวุโสยืนแถวหลัง → สื่อว่า “ส่งไม้ต่อแล้ว”
.
 • คีย์เมสเสจ:
 1.เราไม่ใช่พรรคเก่า → เราเป็น พรรคเก่าแก่ที่รีสตาร์ทแล้ว
 2.ไม่ใช่แค่พูด → ทุกนโยบายต้องมีโครงการนำร่องทันที
 3.พรรคที่ใครก็เข้ามาได้ → Talent-based Party ใครมีผลงาน-ได้ขึ้นนำ

ถ้าทำแบบนี้ ภาพที่สื่อออกมาจะเปลี่ยนจาก “พรรคเก่าแก่ที่หมดไฟ” → ไปเป็น “พรรครีสตาร์ท ที่พร้อมเป็นทางเลือกจริง”
ยาวหน่อย แต่เป็นข้อเสนอที่ผ่านการศึกษากึ่งวิจัยมาแล้ว อ่านมามาก ฟังมามาก จนตกผลึกนำมาเขียนสรุปเป็นข้อเสนอสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ในยุค “ปฏิรูป”

 #นายหัวไทร 

 

รมว.ศึกษาฯ แจงคำสั่งงดกิจกรรมรื่นเริง ไม่กระทบ “กีฬาสี-จตุรมิตรสามัคคี” ย้ำไม่ปิดกั้นเวทีพัฒนาทักษะนักเรียน แต่ขอจัดให้เหมาะสมกับสถานการณ์

(27 ต.ค. 68) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงกรณีหนังสือด่วนที่สุดของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการงดจัดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 1 ปี เพื่อแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ว่า หนังสือดังกล่าวหมายถึงงานสังสรรค์ที่ไม่เป็นทางการ เช่น งานเลี้ยง หรืองานแสดงความยินดีรับ-ส่งเท่านั้น ไม่รวมถึงกิจกรรมการเรียนการสอนหรือกิจกรรมเสริมหลักสูตรของนักเรียน

รมว.ศึกษาธิการยืนยันว่า กิจกรรมกีฬาสี กิจกรรมสร้างสรรค์ภายในโรงเรียน หรือการแข่งขันฟุตบอล “จตุรมิตรสามัคคี” ยังสามารถจัดได้ตามปกติ เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของผู้เรียน ไม่ใช่งานรื่นเริงในเชิงบันเทิง ทั้งยังเป็นเวทีให้นักเรียนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจถึงขอบเขตของกิจกรรมที่งดจัดให้ชัดเจน และให้ถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน

ศ.ดร.นฤมล ยังขอให้โรงเรียนทุกแห่งสื่อสารกับครู นักเรียน และผู้ปกครองอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด พร้อมย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่เคยมีนโยบายปิดกั้นการแสดงออกของเด็กนักเรียน แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมและเคารพต่อสถานการณ์โดยรวมของประเทศ


 

‘ฮุน เซน’ เคลื่อนไหวทันที หลังดีลสันติภาพไทย–กัมพูชา โพสต์ยกย่องลูกชาย ‘ฮุน มาเนต’ ใช้กลยุทธ์ ‘เงียบแต่ไม่เฉย’ สู่สันติ

(27 ต.ค. 68) หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ลงนามใน “ถ้อยแถลงสันติภาพไทย–กัมพูชา” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน เป็นสักขีพยาน โดยล่าสุด สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชา ก็ออกมาเคลื่อนไหวทันทีผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแบบทันที

ฮุน เซน โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ระบุว่า นี่คือผลลัพธ์จาก “กลยุทธ์เงียบแต่ไม่อยู่นิ่งเฉย” ของลูกชาย ฮุน มาเนต ซึ่งนำไปสู่การลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างสองประเทศ ภายใต้การอำนวยความสะดวกของผู้นำมาเลเซียและสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า “การรักษาสันติภาพทั้งภายในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน คือภารกิจสูงสุดของเรา”

ก่อนหน้านี้ ฮุน เซน เคยกล่าวในพิธีเปิดสนามบินเตโชเมื่อ 20 ตุลาคม ตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่มองว่ารัฐบาลกัมพูชานิ่งเฉยต่อปัญหาชายแดน โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่นิ่ง แต่ดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม พร้อมใช้กลไกทางกฎหมายและช่องทางสันติในการแก้ปัญหา

ขณะที่ สำนักข่าว Kampuchea Thmey Daily รายงานว่า กลยุทธ์ “เงียบแต่ไม่เฉย” ของฮุน มาเนต ได้พิสูจน์ผลสำเร็จ ผ่านการสร้างความร่วมมือกับไทยจนเกิดข้อตกลงสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งสหรัฐฯ และมาเลเซีย ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์สองชาติในรอบหลายทศวรรษ

ตร.แดนน้ำหอม จับ 2 ผู้ต้องหา ปล้นเพชรในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ฝรั่งเศส ขณะหนีขึ้นเครื่องไปแอลจีเรียและมาลี มูลค่าความเสียหายทะลุ 3,700 ล้าน

(27 ต.ค. 68) ตำรวจฝรั่งเศสจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย จากคดีปล้นอัญมณีครั้งใหญ่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส หลังทั้งคู่พยายามหลบหนีออกนอกประเทศ โดยรายแรกถูกจับที่สนามบินชาร์ล เดอ โกล ขณะเตรียมขึ้นเครื่องไปแอลจีเรีย ส่วนอีกรายถูกควบคุมตัวก่อนเดินทางไปมาลีในแอฟริกาตะวันตก เจ้าหน้าที่ระบุว่าทั้งคู่เป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายแอฟริกันจากย่านแซ็ง-แซ็ง-เดอนี และเคยมีประวัติคดีลักทรัพย์มาก่อน

การจับกุมเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบดีเอ็นเอจากหมวกกันน็อกที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ตรงกับหนึ่งในผู้ต้องสงสัย ทำให้ตำรวจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและออกหมายจับได้ทันก่อนหลบหนี โดยทั้งสองเชื่อว่ามีส่วนร่วมโดยตรงกับเหตุปล้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ซึ่งคนร้ายบุกเข้าไปในห้องแสดง “Apollo Gallery” ของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ และขโมยเครื่องเพชรพลอยรวม 8 ชิ้น รวมถึงมงกุฎที่ประดับเพชรและอัญมณีกว่า 1,000 เม็ด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตามล่าผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 ราย และตรวจสอบว่ามี “คนใน” ของพิพิธภัณฑ์มีส่วนช่วยเหลือหรือไม่ โดยอัญมณีที่ถูกขโมยไปนั้นมีมูลค่ารวมราว 102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,700 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงเครื่องประดับของ นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoléon Bonaparte) จักรพรรดิองค์แรกของฝรั่งเศส

ด้าน รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส โลรองต์ นูนเญซ (Laurent Nuñez) กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ผู้สืบสวนที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้สำเร็จ พร้อมย้ำว่าการสอบสวนจะดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อจับตัวผู้หลบหนีและติดตามของกลางกลับคืน โดยระบุว่า “เราจะไม่หยุดจนกว่าจะได้ทุกอย่างกลับมา — ทั้งผู้ร้ายและมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาติ”

‘พีระพันธุ์’ ลั่น! ถ้าได้เป็นนายกฯ จะยกเลิก MOU 43–44 จี้รัฐบาลจัดการปัญหากัมพูชาให้เด็ดขาด

(27 ต.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า หากตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543–2544 ทันที โดยมองว่ารัฐบาลไทยควรจัดการปัญหานี้อย่างจริงจังและเร่งด่วน เพราะ “ไม่ควรยอมในสิ่งที่อีกฝ่ายทำผิด”

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เข้าหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควบคู่กับการลงประชามติยกเลิก MOU ไทย–กัมพูชา ทั้งสองฉบับ ในวันเลือกตั้งทั่วไป

สำหรับ การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่สำนักงานกกต. โดยมีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. เป็นประธานหารือ ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญทางการเมือง หากรัฐบาลสามารถจัดทำประชามติควบคู่กับการเลือกตั้งได้จริง

 

ทำเนียบขาวเผยกรอบ ข้อตกลงการค้า ‘ไทย–สหรัฐ’ ชี้ไทยต้องซื้อเครื่องบิน–เกษตร และพลังงานอเมริกา 2 หมื่นล้านดอลล์

(27 ต.ค. 68) ทำเนียบขาวเผยรายละเอียดกรอบความร่วมมือทางการค้าไทย–สหรัฐ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ระบุว่า ทั้งสองประเทศได้บรรลุ “ข้อตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน” เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยไทยเตรียมจัดซื้อสินค้าเกษตร พลังงาน และเครื่องบินจากสหรัฐ รวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นดีลการค้าครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี

ข้อตกลงนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดตลาดให้ผู้ส่งออกทั้งสองประเทศเข้าถึงซึ่งกันและกันได้มากขึ้น ไทยจะยกเลิกข้อจำกัดด้านภาษีสำหรับสินค้าสหรัฐกว่า 99% ขณะที่สหรัฐยังคงอัตราภาษีตอบโต้ตามกรอบเดิม พร้อมทั้งร่วมมือแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การนำเข้ารถยนต์ การรับรองสินค้าเกษตร และการปรับกฎหมายศุลกากรให้โปร่งใส

ด้านสหรัฐและไทยยังตกลงเร่งดำเนินมาตรการคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานสากล เสริมความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม และยกระดับการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการปลอมแปลงลิขสิทธิ์ รวมถึงเปิดเสรีด้านดิจิทัล ห้ามเก็บภาษีบริการออนไลน์ และอนุญาตให้ข้อมูลถ่ายโอนข้ามพรมแดนได้อย่างเสรี

ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบดีลระหว่างภาคเอกชน โดยไทยจะจัดซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐปีละ 2.6 พันล้านดอลลาร์ พลังงานมูลค่า 5.4 พันล้านดอลลาร์ และเครื่องบินสหรัฐกว่า 80 ลำ รวมมูลค่ากว่า 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะลงนามอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ พร้อมยกย่องพระราชกรณียกิจ ส่งเสริมมิตรภาพจีน–ไทย ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจไปยังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในนามของรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีน ประธานาธิบดีแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นที่เคารพรักอย่างสูงยิ่งในหมู่ราชวงศ์และประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงส่งเสริมมิตรภาพจีน-ไทยอย่างแข็งขัน และเสด็จฯ เยือนจีนในพระนามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวงในการส่งเสริมมิตรภาพ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” เราจะรำลึกถึงพระองค์ตลอดไป

 

พี่น้องไทยมุสลิมในนาม ‘ไทยมุสลิมอันดามัน’ ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ จ.พังงา คัดค้านการสร้าง ‘ฐานทัพเรือสหรัฐฯ’ ที่ทับละมุ หวั่นผลกระทบรอบด้าน

(27 ต.ค. 68) เมื่อเวลา 10.30 น. ได้มีพี่น้องชาวไทยมุสลิมประมาณ 50 คน ในนามไทยมุสลิมอันดามัน ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา คัดค้านการสร้างฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกา ที่ทับละมุ

ธงชัย ม่วงแก้ว ผู้ประสานงานไทยมุสลิมอันดามัน อ่านแถลงการณ์ระบุว่า ทราบข่าวการเคลื่อนไหวของสหรัฐอเมริกาในการจะขอตั้งฐานทัพเรือในไทยที่อ่าวทับละมุ จังหวัดพังงา ก่อให้เกิดความกังวลของพี่น้องประชาชนในจังหวัดพังงา และจังหวัดข้างเคียงต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง รวมถึงการท่องเที่ยว

จังหวัดพังงา และจังหวัดข้างเคียงเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เหมาะแก่การท่องเที่ยว วิถีชีวิตความเป็นอยู่ขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามความอนุรักษ์รักษาไว้ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจากการสร้างท่าเรือทับละมุ จะส่งผลกระทบต่อชีวิต และจิตใจของชาวพังงา และจังหวัดข้างเคียงเป็นอย่างยิ่ง

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top