Monday, 8 June 2026
NewsFeed

สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เผย!! ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ ของชาวจีน

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จสวรรคต

โดยฯพณฯ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานทูตทุกคน ได้ถวายความอาลัยต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

พระองค์ทรงเป็นมหามิตรที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวจีน และเป็นที่รักและเคารพยิ่งของปวงชนชาวไทย

คอนเสิร์ตยังมีได้ ความอาลัยก็ยังอยู่ บทพิสูจน์ว่า ‘ไทย’ คือ ประเทศแห่งการประนีประนอม ผ่าน!! คอนเสิร์ต ‘แบล็กพิงก์’ ‘รัฐบาล–ประชาชน’ ร่วมใจหาทางออก อย่างสง่างาม

(26 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ความเห็นของผม’ ได้โพสต์ ข้อความ ระบุว่า ...

ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งการประนีประนอม

ประโยคนี้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเคยพูดกับนักข่าวต่างประเทศเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน 

มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างแท้จริงว่า ประเทศเราเป็นประเทศแห่งการประนีประนอมจริง ๆ หลังมีการประกาศการสวรรคตของพระพันปีหลวงช่วงดึกวันศุกร์ต่อเช้ารุ่งของวันเสาร์ ในตอนสาย ๆ ของเมื่อวาน ทุกคนจึงจับตาดูท่าทีของรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไรกับคอนเสิร์ตแบล็คพิ้งค์ วงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลกที่จะแสดงที่ไทยอีก 2 รอบ คือค่ำวันเสาร์ กับ อาทิตย์ หลายคนก็รอดูว่าจะมีการประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตหรือไม่ หรือจะมีคอนเสิร์ตต่อ แล้วคนที่ไปดูจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

ก็ปรากฏว่า มีการขอความร่วมมือให้คนที่ไปดูแต่งชุดขาว/ดำ และในคอนเสิร์ตก็มีการไว้อาลัยก่อนเริ่มคอนเสิร์ต โดยคอนเสิร์ตก็ยังแสดงได้ต่อตามปรกติ ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม คนดูก็ได้ดู เพียงแค่อาจจะต้องใส่ชุดขาวดำ นักร้องก็แสดงต่อ ผู้จัดก็ไม่ต้องยกเลิกอะไร มันเป็นทางออกที่สวยงาม
ความเห็นของชาวโซเชียลจึงชื่นชมทางออกนี้กันอย่างล้นหลาม แม้จะมีความเศร้า แต่ทุกคนก็รู้ว่าพระอาทิตย์ยังคงส่องแสง โลกยังคงหมุน ชีวิตก็ต้องไปต่อ 

มันคือการ Compromise แบบที่ในหลวงทรงบอก 

นี่คือการปรับตัวของสถาบันพระมหากษัตริย์ยุคใหม่ โดยแท้จริง และรัฐบาลก็นำมาปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม

กลายเป็นว่า ใครก็ตามที่ง้างปากรอจะด่าเพื่อก่อดราม่า เจอการประนีประนอมแบบนี้เข้าไป ก็หุบปากแทบไม่ทัน ใครที่ด่าไปแล้ว ก็เจอด่าสวนอีกต่างหาก ว่ารัฐบาลก็ผ่อนปรนให้อย่างมากแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบกับทุกฝ่าย 

ผมก็หวังว่าหลังจากนี้ คนไทยจะร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ กันแบบนี้ไปตลอดจนผ่านพ้นช่วงพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี ซึ่งผมว่าก็คงจะใช้เวลาเป็นปีเหมือนกัน 

ผมเชื่อว่า หากเราคิด และตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุและผล การร่วมกันแก้ปัญหาในเรื่องต่าง ๆ มันย่อมมีทางออกของมัน 
อย่างน้อยคนไทยก็ร่วมด้วยช่วยกัน ให้พระพันปีหลวงที่สถิตอยู่บนสวรรค์ ได้สบายพระราชหฤทัยเถิดครับ

‘บุ๋ม ปนัดดา’ โพสต์ข้อความสุดซึ้ง ระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

เคยมีโอกาสได้ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ให้พระองค์ท่าน และยังจำได้ไม่ลืมถึงช่วงเวลาสำคัญนั้น เมื่อพระองค์ตรัสถามด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยนว่า

“หนูนางสาวไทย ใช่ไหมจ๊ะ หนูสวยมากจ้ะ”

เจ้าตัวเล่าว่าตอนนั้นถึงกับ “เข่าอ่อน” เพราะทั้งปลื้มและตื่นเต้นสุดหัวใจ ได้แต่ตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นว่า “เพคะ” พร้อมในใจคิดเพียงว่า พระองค์ท่านทรงสง่างามและมีพระสิริโฉมงดงามเหลือเกิน

วันนี้เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคต “บุ๋ม ปนัดดา” ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งว่า

“ตื่นมาพบข่าวร้าย ว่าพระองค์ท่านจากไปแล้ว บุ๋มขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้”

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวแห่งความทรงจำอันงดงาม ที่สะท้อนถึงความรักและความเคารพที่คนไทยมีต่อพระองค์ท่านอย่างสุดหัวใจ

‘โอปอล สุชาตา’ น้อมรำลึก!! ยก!! ‘พระพันปีหลวง' ต้นแบบ ‘Soft Power’ ทรงเป็นแรงบันดาลใจของสตรี ส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกคน เห็นคุณค่าของตนเอง

เมื่อวานนี้ (25 ต.ค. 68) ‘โอปอล สุชาตา ช่วงศรี’ มิสเวิลด์ 2025 ได้โพสต์แสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของสตรีไทยและคนทั้งโลก ส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกคนเห็นคุณค่าของตนเอง และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม

นอกจากนี้ พระองค์ทรงเป็นผู้นำแห่งความงามและคุณค่าทางวัฒนธรรม ยกระดับผ้าไหมไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งอัตลักษณ์ไทยที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก ทรงเป็นต้นแบบของ ‘Soft Power’ ที่แท้จริง

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของสตรีไทยและคนทั้งโลก ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกร โดยเฉพาะด้านสุขภาพของสตรีไทย ทรงส่งเสริมให้ผู้หญิงทุกคนเห็นคุณค่าของตนเอง และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม

พระองค์ทรงเป็นผู้นำแห่งความงามและคุณค่าทางวัฒนธรรม

ผู้ทรงยกระดับผ้าไหมไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งอัตลักษณ์ไทยที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก

ด้วยพระปรีชาญาณและพระเมตตา พระองค์ทรงเป็นต้นแบบของ Soft Power ที่แท้จริง สตรีผู้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนแต่เข้มแข็ง สง่างามทั้งกาย วาจา และจิตใจ

พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าดำเนินชีวิตด้วยความเสียสละ ความงามจากภายใน และการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น พระราชดำรัสและพระจริยวัตรของพระองค์จะคงอยู่เป็นแสงนำทางให้ข้าพเจ้าและสตรีไทยทุกคนก้าวเดินบนเส้นทางแห่งคุณค่าชีวิตอย่างงดงาม 💙👑

แม่ของแผ่นดิน ผู้สถิตเหนือกาลเวลา… และอยู่ในใจเราตลอดไป
 

จับตา!! เพื่อไทย ประชุมใหญ่ 31 ต.ค. นี้ เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ หลัง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลาออก ‘จาตุรนต์ – ชลน่าน – จุลพันธ์ - สุทิน’ ติดโผ!! ชิงเก้าอี้

(26 ต.ค. 68) การประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ในวันที่ 31 ต.ค. ภายหลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำให้ขณะนี้บรรดา สส.ของพรรคเพื่อไทย ต่างพูดคุยถึงแคนดิเดตของคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ จากเดิมที่มี 2 รายชื่อคือนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ ที่มีความโดดเด่น จุดแข็งในเรื่องของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ถือเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายประชาธิปไตยในเวทีการเมืองมาอย่างยาวนาน นายจุลพันธ์ อมรววิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ ที่มีเสียงสนับสนุนในความเป็นคนรุ่นใหม่ ทำงานช่วยน.ส.แพทองธาร ในช่วงที่อยู่ในตำแหน่ง ล่าสุดมีการหยิบยกรายชื่อขึ้นมาอีก 2 รายชื่อคือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่มีความโดดเด่นในสภาฯ และเคยเป็นหัวหน้าพรรคในช่วงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีบทบาทนำอย่างชัดเจน อีกรายชื่อคือนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากมีความโดดเด่นงานสภาฯ เช่นเดียวกันเพราะเคยทำหน้าที่เป็นผู้อภิปรายสรุปจบในหลาย ๆ ครั้ง

สำหรับแนวโน้มรายชื่อที่จะได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุด ในขณะนี้ก็คือ นายจาตุรนต์ เพราะต่างมองที่จุดเด่นในความเป็นนักประชาธิปไตย ที่เหมาะจะมานำพรรคในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อเรียกคะแนนนิยมให้กับพรรค ในส่วนของนพ.ชลน่านที่มีความโดดเด่นเรื่องความเป็นผู้นำ สส.บางส่วนเห็นว่าควรให้ไปลุ้นเป็นหนึ่งในสามแคนดิเดตนายกฯของพรรคที่ต้องเสนอจำนวน 3 รายชื่อ โดยการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ทางผู้บริหารพรรคค่อนข้างเปิดกว้างกว่าครั้งก่อนๆ ทำให้วันที่ 28 ต.ค. ที่จะมีการประชุมสส.พรรค จะเปิดโอกาสให้สส.ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างเพื่อสะท้อนมุมมองให้สมาชิกนำข้อคิดเห็นไปประกอบการตัดสินใจในวันเลือกหัวหน้าพรรควันที่ 31 ต.ค. นี้ 

พบ!! โควิดสายพันธุ์ใหม่ ‘Stratus’ ระบาด!! ในอังกฤษ อาการ ‘เจ็บคอ–เพลีย’ แพทย์ย้ำ!! อย่าตื่นตระหนก

(26 ต.ค. 68) ช่วงนี้ถ้าใครรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว เจ็บคอ หรือไม่สบายเล็กน้อย อาจเป็นอาการจากโควิดสายพันธุ์ใหม่ชื่อ “XFG” หรือ “Stratus” ซึ่งกำลังแพร่กระจายอยู่หลายพื้นที่ในสหราชอาณาจักร  

แพทย์ยืนยันว่า

 สายพันธุ์นี้ ไม่ได้รุนแรงกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า
แต่มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมเล็กน้อย
ทำให้ ติดง่ายขึ้นเล็กน้อย และมีอาการต่างจากเดิม เช่น
เจ็บคอ / คอแห้ง
รู้สึกเพลียหรือป่วย ๆ แต่ไม่มีไข้สูง

ยังไม่มีหลักฐานว่าสายพันธุ์ Stratus ทำให้เกิดอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตมากขึ้น
แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ระวังสุขภาพช่วงอากาศเปลี่ยน — โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนภูมิต่ำ

 สรุปสั้น:
> โควิดสายพันธุ์ “Stratus” ระบาดใน UK
อาการหลัก: เจ็บคอ–เพลีย แต่ไม่รุนแรง
แพทย์ย้ำ ยังไม่ต้องตื่นตระหนก แค่ดูแลสุขภาพและสวมหน้ากากในที่แออัด

‘สวนดุสิตโพล’ เผย!! คนละครึ่ง ‘สมัยลุงตู่’ ยังครองใจประชาชน ช่วยลดค่าครองชีพได้จริง เห็นผลชัด!! ในชีวิตประจำวัน ช่วยพยุง!! ให้ก้าวต่อไป ในช่วงที่ลำบาก

(26 ต.ค. 68) สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ‘คนไทยกับนโยบายลดค่าครองชีพ’ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,216 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 21-24 ต.ค.2568

ประชาชนเข้าร่วมโครงการของภาครัฐใดบ้างที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ พบว่า ร้อยละ 76.43 ระบุคนละครึ่ง (รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ร้อยละ 42.16 คนละครึ่งพลัส (รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล) ร้อยละ 33.61 เงินหมื่นบาท (รัฐบาลเพื่อไทย) ร้อยละ 28.30 บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และร้อยละ 26.06 เราเที่ยวด้วยกัน/เที่ยวไทยคนละครึ่ง

ทั้งนี้ ร้อยละ 78.04 เห็นว่า โครงการเหล่านี้ช่วยแก้ปัญหาปากท้องและลดภาระค่าครองชีพได้ จากโครงการช่วยเหลือต่างๆ

โครงการที่ชอบมากที่สุด คือ คนละครึ่ง (รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์) ร้อยละ 69.31 รองลงมา ร้อยละ 33.03 ระบุเงิน 10,000 บาท (รัฐบาลเพื่อไทย) ร้อยละ 30.77 ระบุคนละครึ่งพลัส (รัฐบาลอนุทิน)

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวเพื่อลดภาระค่าครองชีพ อยากให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าให้เหมาะสม ร้อยละ 61.92 ขณะที่ร้อยละ 56.79 เพิ่มมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และร้อยละ 49.67 ขยายโครงการคนละครึ่งให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

หากมีการเลือกตั้งคิดว่าพรรคการเมืองที่มีนโยบายประชานิยมจะได้เปรียบ ร้อยละ 67.43 ขณะที่ร้อยละ 23.25 ระบุไม่ได้เปรียบ

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากนโยบายช่วยเหลือต่าง ๆ ของหลายรัฐบาล พบว่า “โครงการคนละครึ่ง” ยังคงครองใจ เพราะใช้ง่าย เข้าถึงจริง และเห็นผลชัดในชีวิตประจำวัน แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้น แต่ช่วยสร้างความรู้สึกว่ารัฐอยู่เคียงข้างประชาชน

ขณะเดียวกันการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนคาดหวังทั้งความเร็วในการช่วยเหลือและความยั่งยืนของผลลัพธ์ไปพร้อมกัน

รองศาสตราจารย์ ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาปากท้องในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูงมากขึ้น เป็นนโยบายที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหามากที่สุด

โดยเฉพาะการที่รัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือประชาชนให้มีกำลังซื้อในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคสินค้าและการบริการ ช่วยเหลือผู้ประกอบขนาดเล็กและร้านค้ารายย่อยให้มีรายได้พยุงกิจการให้ดำเนินต่อไปได้ เป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมามีความคึกคัก ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้คล่องตัวมากขึ้น

โครงการคนละครึ่งที่ได้มีการริเริ่มในสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคของประชาชนได้อย่างเห็นผลและโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำลังดำเนินโครงการอยู่ในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอยและคาดหวังว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาด้วยการควบคุมราคาสินค้าให้มีความเหมาะสม โดยเข้าไปตรวจสอบและควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างเช่นราคาพลังงาน น่าจะลดปัญหาค่าครองชีพและทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพื่อการบริโภคได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าการใช้นโยบายประชานิยมที่ทุ่มงบประมาณในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้นๆ ได้เป็นครั้งคราว

‘หนึ่ง วิทิตนันท์’ เล่าความประทับใจ!! ครั้งถวายงาน!! ภาพพระราชกรณียกิจ พระพันปีหลวง ย้ำ!! ภาคภูมิใจ ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ตั้งใจ!! ทำความดี เดินตามรอยพระบาท

(26 ต.ค. 68) ‘หนึ่ง’ วิทิตนันท์ โรจนพานิช คนไทยคนแรกที่ปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ ครีเอทีฟรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ...

เมื่อราวปีพุทธศักราช 2536 ผมได้รับมอบหมายจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นผู้อัดขยายภาพ Cibachrome และภาพขาวดำเกี่ยวกับ พระราชกรณียกิจ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ในขณะนั้นคือสมเด็จพระบรมราชินีนาถ) ที่ทรงโปรดเกล้า พระราชทานความช่วยเหลือดูแลผู้อพยพชาวกัมพูชาจำนวนมากมายมหาศาล ที่ศูนย์อพยพเขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ เพื่อนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด 

งานที่ได้รับมอบหมายในครั้งนั้นมีผมเป็นผู้อัดขยายภาพ และรุ่นน้องคณะศิลปกรรมฯ จุฬาฯ สัมพันธ์ สารารักษ์ รับงานเขียนภาพจิตรกรรม 

ในขณะที่ผมขยายภาพไปแต่ละภาพก็บังเกิดความรู้สึกประทับใจและตื้นตันใจเป็นอันมาก เป็นเพราะภาพเหล่านั้นได้แสดงให้เห็นถึงความเมตตาความกรุณาของมนุษย์ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน รวมทั้งพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระพันปีหลวงฯทรงมีต่อผู้อพยพชาวกำพูชา และยิ่งได้รับรู้เรื่องราวเบื้องหลังเรื่องหนึ่งของที่มา จุดเริ่มต้นของการสร้างศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดแห่งนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกปลาบปลื้มและเกิดแรงบันดาลใจอย่างมากมาย หนึ่งเรื่องที่ผมได้ยินจากปากของท่านอาจารย์ที่ผมเคารพนับถือ ท่านเล่าให้ฟังว่าเมื่อราวปี พ.ศ. 2522 พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปส่งเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมศูนย์อพยพ และเมื่อทรงได้ทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่อันกันดารแร่งแค้นของผู้อพยพเหล่านั้น ก็ทรงรับสั่งว่า ฉันจะไม่กลับ ฉันจะไม่ไปไหน เราต้องช่วยกัน ทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาเหล่านี้ดีขึ้น และต้องทำเดี๋ยวนี้ อาจารย์เล่าต่ออีกว่า ไม่ว่าข้าฯราชบริบาลจะกราบทูลบังคมทูลขอให้ทรงเสด็จกลับเท่าไหร่ พระองค์ท่านก็ไม่ยอม จนทุกฝ่ายต้องมาประชุมร่วมกันตั้งสัตยาบันและกราบบังคมทูลแนวทางในการช่วยเหลือต่าง ๆ จนเห็นเป็นรูปธรรม จึงทรงยอมเสด็จพระราชดำเนินกลับ 

นี่เป็นเรื่องเล่าหนึ่งในอีกหลาย ๆ เรื่อง ที่ผมได้ยินและได้เห็นประจักษ์พยาน สิ่งเหล่านี้เป็นความประทับใจที่ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยและมีโอกาสที่ดีที่ได้มีส่วนร่วม เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการสำคัญถึงแม้แต่จะเล็กน้อย และผมตั้งใจว่าจะทำความดีทุก ๆ วัน เดินตามรอยพระบาทไม่คลาดคลา 

กราบถวายบังคมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ถอดรหัสความสำเร็จ จากสนามจริง จาก ‘พี่อู๋ ศรายุทธ’ กูรูการตลาดยุคใหม่ เปิดตัว!! ‘หนังสือใหม่ - รายการใหม่’ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง ถ่ายทอดด้วยประสบการณ์

(26 ต.ค. 68) ‘พี่อู๋’ ศรายุทธ พุทธรักษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดยุคใหม่ ได้เปิดตัว หนังสือเล่มใหม่!! ‘การตลาดแบบง่าย ๆ และใช้ได้จริง’ Simple & Practical Marketing โดยภายในเล่ม เน้น!! เนื้อหา ความภาคภูมิใจ แนวคิดสะกิดใจ และโอกาสในการทำธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จ 

แบ่งปันมุมมองการตลาดจากประสบการณ์ตรง ที่สามารถนำไปใช้กับการทำงานจริงได้

ย่นย่อจากประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ในการทำงาน มาสู่หนังสือเล่มนี้

สามารถนำไปใช้เป็นแบบเรียนการตลาดทั่วไปโดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นจากการทำงานจริง

คุณจะได้อะไรบ้างจากหนังสือเล่มนี้

ใครคือผู้ที่ทำน้ำปลาร้าบรรจุขวดที่มี อ.ย. รายแรกของประเทศไทย ต้องเจออะไรบ้างกว่าที่จะได้วางขาย จนทำให้ตลาดน้ำปลาร้าในประเทศไทยกลายมาเป็นตลาดขนาดใหญ่กว่า 10,000 ล้านบาท/ปี

การยอมรับความผิดพลาดตรง ๆ กับลูกค้า จะส่งผลอะไรบ้างกับธุรกิจ

รอยยิ้มจากการลงมือทำ (ที่อ่านแล้วคุณจะยิ้มตาม)

บุคคลต้นแบบของความซื่อสัตย์ ซึ่งจะทำให้เราได้รู้ว่าความซื่อสัตย์ คือสิ่งที่ปกป้องธุรกิจและคนในครอบครัวได้

คำว่า ‘เพื่อ’ ทำไม?? จึงเป็นคำที่กำหนดอนาคตของธุรกิจได้

ประเทศไทยจะกลายเป็น ‘มหาอำนาจ’ ทางเศรษฐกิจของโลก

อาชีพที่คุณจะคาดไม่ถึงว่าเป็นอาชีพที่สร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน
อาชีพอะไรที่จะหายไปเร็วกว่าที่คิดไว้
สังคมไทยจะต้องส่งเสริมอาชีพนี้ ประเทศไทยจึงจะอยู่รอด

วิธีการควบคุมประชากรโลกได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

‘หนังสือเล่มนี้เลือกคุณ’

เพราะ ‘ความบังเอิญ; ไม่มีอยู่จริง!!

นอกจากนี้!!  เตรียมพบกับโปรเจกต์สร้างแรงบันดาลใจครั้งใหม่!!

เมื่อ “พี่อู๋ – ศรายุทธ พุทธรักษา” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดยุคใหม่
จับมือกับ สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES
ร่วมผลิตคอนเทนต์เข้มข้น!! ถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากสนามธุรกิจ
ทั้งการเริ่มต้น ลงมือทำ ฝ่าวิกฤต และพลิกเกมให้สำเร็จ!!

เพื่อ ‘จุดไฟความคิด’ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่
และทุกคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจในยุคดิจิทัล
เนื้อหาแน่น แรงบันดาลใจเต็มร้อย พร้อมเทคนิคต่อยอดได้จริง!!

จากพระราชพิธี รัชกาลที่ 9 สู่พระพันปีหลวง รถพระที่นั่งคันเดียว ที่ส่งเสด็จทั้งสองพระองค์ สัญลักษณ์แห่งความพอเพียง ที่ยังคงวิ่งอยู่ ในหัวใจคนไทย

(26 ต.ค. 68) รถตู้สีเทาเรียบง่าย หมายเลขทะเบียน 1ด–0929 ที่ปรากฏในพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันนี้

คือรถคันเดียวกันกับที่เคยใช้อัญเชิญพระบรมศพของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พุทธศักราช 2559
รถพระที่นั่งคันโปรดที่พระองค์ทรงใช้ทรงงานมาอย่างยาวนาน เรียบง่าย สมถะ แต่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจและความหมายอันลึกซึ้ง สะท้อนถึงพระราชจริยวัตรแห่ง ‘ความพอเพียง’ ที่ทั้งสองพระองค์ทรงยึดมั่นและทรงสืบสานร่วมกันตราบจนวาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขบวนรถเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราชมุ่งหน้าไปยังพระบรมมหาราชวังด้วยรถตู้สีเทาเรียบ ๆ หมายเลขทะเบียน 1ด–0929 ซึ่งแทบไม่ต่างจากรถตู้ทั่วไป


รถพระที่นั่งคันนี้ไม่ได้เป็นรุ่นใหม่หรือหรูหรา หากแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวและคุณค่าทางจิตใจ เพราะเป็นรถที่พระองค์ทรงโปรดและทรงมีรับสั่งให้ใช้คันนี้เสมอ

ภายในรถก็เรียบง่ายเช่นเดียวกัน  มีเพียงวิทยุเดิมติดรถและโต๊ะขนาดเล็กสำหรับทรงงาน นายช่างประจำตัวจะคอยดูแลซ่อมแซมให้อยู่เสมอ
ไม่มีตรา ไม่มีธง ไม่มีสัญลักษณ์ประจำรัชกาล เพราะเมื่อสิ้นรัชกาล ตราสัญลักษณ์ทั้งปวงจะหยุดใช้งานทันที เพื่อรอการสืบราชสมบัติของพระมหากษัตริย์พระองค์ต่อไป

รถพระที่นั่งคันนี้คือ Volkswagen Caravelle T4 รุ่น V6 แบบฐานล้อยาว (Long Wheel Base) ผลิตระหว่างปี 2002–2003 เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ DOHC 24 วาล์ว ขนาด 2.8 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า

ในต่างประเทศ รถรุ่นนี้ถือเป็นรถที่เรียบง่าย เน้นการใช้งานจริงมากกว่าความหรูหรา ราคาขณะนั้นราว 2 ล้านบาทกว่า แต่ในมือของพระมหากษัตริย์ไทย รถธรรมดาคันนี้กลับกลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง ‘ความพอเพียง’ และ ‘การใช้สิ่งของอย่างรู้คุณค่า’ ได้อย่างงดงาม

และเมื่อเวลาผ่านไปกว่าเกือบหนึ่งทศวรรษ รถพระที่นั่งคันเดิม ที่มีนามเรียกขานว่า ‘เจมส์ บอนด์’ ก็ได้ปรากฏอีกครั้ง ในพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ราวกับเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายร่วมกันของสองพระองค์ ที่คนไทยทั้งประเทศ เคารพรักเป็นที่สุด เพราะทั้งสองพระองค์ นั้นทรงอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อประชาชนไทยตราบจนวาระสุดท้าย

‘เจมส์ บอนด์’ นั้นจึงไม่ใช่เพียงรถยนต์คันหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเรียบง่าย ความสมถะ และความพอเพียงในแบบฉบับของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นเครื่องเตือนใจคนไทยทุกคนให้เห็นว่า

ความยิ่งใหญ่... มิได้อยู่ที่ความหรูหรา แต่อยู่ที่หัวใจที่รู้คุณค่าของทุกสิ่งที่มีอยู่

รถพระที่นั่งคันนี้จึงเปรียบเสมือน ‘ความพอเพียง’ ที่สองพระองค์ทรงมอบไว้ให้แผ่นดินไทยตราบนิรันดร์
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top