Monday, 8 June 2026
NewsFeed

'ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์' ซาบซึ้งในพระเมตตา เทิดไท้องค์ราชินีในดวงใจ เผยทรงเป็นแรงบันดาลใจตั้งแต่วัยเด็ก

(25 ต.ค. 68) ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอน หรือ ‘ปุ๋ย’ ได้เคยโพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เกี่ยวกับ  ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ โดยมีใจความว่า …

“I sincerely want to pay our most humble respect to Her Majesty, the Queen Mother of Thailand. My family and I always have the beloved Queen Sirikit in our hearts,
especially at this time with the concerning news of her recent stroke. Our Queen has been a profound role model for me from a young age. For a Thai girl growing up in the US, seeing Her Majesty's photos was always a source of Thai Her loveliness and arace are inimitable.

“ข้าพเจ้าขอแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีของไทย ข้าพเจ้าและครอบครัว เทิดไท้องค์ราชินีในดวงใจเสมอมา โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่มีข่าวล่าสุด เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองของพระองค์ องค์ราชินีของเราทรงเป็นแบบอย่างที่ลึกซึ้งสำหรับข้าพเจ้าตั้งแต่ยังเด็ก สำหรับสาวไทยที่เติบโตในอเมริกา การได้ชมพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ และได้เห็นถึงความน่ารัก อันเป็นเอกลักษณ์ทางเชื้อชาติของพระองค์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้ อีกทั้ง ยังถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเสมอมา นับเป็นความซาบซึ้งอย่างหาที่สุดมิได้”

ยาทั่วสหรัฐฯ พึ่ง ‘จีน’ เกือบหมด วัตถุดิบสำคัญในยา 700 ชนิด สาร!! ‘อะม็อกซีซิลลิน’ ผลิตจาก ‘จีน’ เพียงประเทศเดียว

(25 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

มียา #สหรัฐฯ เกือบ 700 ชนิด ที่ต้องพึ่งพาส่วนผสม (ingredients) ซึ่งมาจากจีนเพียงประเทศเดียว

จีนเป็นผู้ผลิต สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (Active Pharmaceutical Ingredients - API) สำหรับทุกอย่าง ตั้งแต่ยาปฏิชีวนะราคาถูก ไปจนถึงยาชีวิตสำคัญ (life-saving generics)

โดยเฉพาะ สารเคมี 4 ชนิดที่จำเป็นในการผลิตยาอะม็อกซีซิลลิน (amoxicillin) — ทั้งหมดผลิตในประเทศจีน

สำหรับ API หรือ สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม หมายถึง สารสำคัญที่ให้ผลทางการรักษาในยา — เป็นส่วนประกอบหลักของยาที่ทำให้ยาออกฤทธิ์ทางชีวภาพในร่างกาย

พูดง่าย ๆ คือ API คือ 'หัวใจ' ของยา เพราะมันคือสารที่ทำให้ยานั้นมีผลต่อโรคหรืออาการที่รักษา

ตัวอย่าง
• พาราเซตามอล (Paracetamol) → API ในยาแก้ปวดลดไข้ เช่น Tylenol หรือ Panadol
• อีบูโพรเฟน (Ibuprofen) → API ในยาแก้อักเสบลดปวด เช่น Nurofen
• อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) → API ในยาปฏิชีวนะ
 ส่วนประกอบอื่น ๆ ของยา (นอกจาก API)
นอกจากสารออกฤทธิ์ (API) ยายังมีส่วนประกอบที่เรียกว่า Excipient ได้แก่
• สารเติมแต่ง (Fillers)
• สารช่วยแตกตัว (Disintegrants)
• สารยึดเกาะ (Binders)
• สารเคลือบเม็ดยา ฯลฯ
ซึ่งสารเหล่านี้ไม่มีฤทธิ์ทางการรักษา แต่ช่วยให้ตัวยาเสถียร เก็บได้นาน และกินง่ายขึ้น

การผลิต API
API สามารถผลิตได้ 2 รูปแบบหลัก:
1. Chemical synthesis – สังเคราะห์ทางเคมี (เช่น ยาแก้ปวดทั่วไป)
2. Biotechnological process – ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (เช่น วัคซีน หรืออินซูลินจากจุลชีพ)
สำหรับ “4 สารประกอบหลักที่ใช้ในการผลิตอะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin)” คืออะไร และแต่ละตัวมีบทบาทอย่างไรในกระบวนการผลิตยา
ภาพรวมของการผลิต Amoxicillin
อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม β-lactam (เบต้าแลคแทม) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของ Penicillin (เพนิซิลลิน)
การผลิตเริ่มจากสารตั้งต้นที่มาจากจุลชีพ (เช่น Penicillium chrysogenum) แล้วผ่านกระบวนการทางเคมีและเอนไซม์ เพื่อให้ได้ตัวยาสำเร็จรูป

สารประกอบหลัก 4 ชนิด
1.) 6-APA (6-Aminopenicillanic acid)
2.) p-Hydroxyphenylglycine (p-HPG)
3.) Phenylglycine chloride hydrochloride (PGCl·HCl)
และ 4.) Penicillin G (Benzylpenicillin)
 ทำไมถึงบอกว่า “all Chinese” ?
เพราะว่าในตลาดโลก:
• โรงงานผลิต 6-APA, p-HPG และ intermediates ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศจีน
• จีนเป็นผู้ผลิตและส่งออก KSMs สำหรับยาปฏิชีวนะกว่า 70–80% ของตลาดโลก
ดังนั้นจึงมักพูดว่า

“The 4 compounds needed to make amoxicillin are all Chinese.”
หมายถึง “วัตถุดิบหลักทั้งหมดสำหรับผลิตอะม็อกซีซิลลินมาจากจีน”

เชียงใหม่- ททท. เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ ปี 2569  “Season of North 2026 : สุขทันที...ฤดูนี้ฤดูเหนือ” 

ททท. จัดงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ ปี 2569 ชู “Season of North 2026 : สุขทันที...ฤดูนี้ฤดูเหนือ” เที่ยวเหนือได้ทั้งปี หวังดันรายได้ 178 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (24 ต.ค. 68) นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนายขจรเดช อภิชาตตรากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. ร่วมงาน “เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ ประจำปี 2569” ณ ร้านอาหาร Le Coq d'Or Restaurant อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมจับมือพันธมิตร 17 จังหวัดภาคเหนือ สร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หวังกระตุ้นการเดินทางภาคเหนือช่วง High Season และขยายฐานนักท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาล ดันตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านคน สร้างรายได้สะพัดไม่ต่ำกว่า 178 ล้านบาท

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีความพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งในการต้อนรับนักท่องเที่ยวในการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ ประจำปี 2569 โดยปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด "Value is the New Volume" พัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับนานาชาติ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ผ่านการท่องเที่ยวด้วย “โครงการ 12 เดือน 12 เทศกาล จังหวัดเชียงใหม่เที่ยวได้ทั้ง 365 วัน" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 

นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับการท่องเที่ยวด้วยการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของผู้ประกอบการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และบริการทางการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการจัดการสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ ตั้งเป้ายกระดับเชียงใหม่สู่ "เมืองแห่งชีวิต สุขภาพ และเทศกาล" และผลักดันให้เป็น "The Best Destination" เพื่อให้เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางที่ "ทรงคุณค่า" อย่างแท้จริง

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยว่า ปี 2569 ททท. เตรียมดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคภาคเหนือ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ในพื้นที่ 17 จังหวัด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำและบอกต่อ (Grand Moment) จากการเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือในแต่ละฤดู และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี (Year-round Destination) 

ผ่านแนวคิด Season of North 2026 : สุขทันที...ฤดูนี้ฤดูเหนือ ชวนเที่ยวภาคเหนือในทุกฤดู ภายใต้ 3 ทิศทางหลัก ได้แก่ 1. ฤดูแห่งการให้รางวัลแก่ชีวิต (หลังจากที่ทำงานตลอดทั้งปี)กระตุ้นค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือและขยายฐานตลาดเฉพาะกลุ่ม 2. ฤดูแห่งการเฉลิมฉลอง ความสุข สนุกสนาน และการฮีลใจ พักผ่อน/ผ่อนคลาย ค้นหาตัวเอง กระตุ้นความถี่ในการเดินทางช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ และ 3. ฤดูแห่งการแบ่งปัน บอกเล่าเรื่องราวของความเป็นเหนือ (Northern Stories) 

กระตุ้นการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวสู่พื้นที่เมืองน่าเที่ยว ด้วยการเสนอขายสินค้าและบริการด้านสุขภาพ งานคราฟต์ เทศกาลประเพณี อีเวนต์ กิจกรรมท่องเที่ยวยามค่ำคืน แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่พักที่มีสไตล์การออกแบบที่สวยงาม วิถีชีวิตชุมชนน่าเที่ยว อาหารถิ่น รวมถึงสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืนที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย รางวัล CF Hotel (Carbon Footprint Hotels)และ รางวัล STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) 

โดยการจัดงาน “เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ ประจำปี 2569” ในครั้งนี้ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานภาคเหนือ ทั้ง 11 สำนักงาน ได้เข้าร่วมนำเสนอทิศทางส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในพื้นที่ พร้อมทั้งนำผู้ประกอบการเข้าร่วมเสนอขาย Product Highlight ของทั้ง 17 จังหวัดด้วย

ภูมิภาคภาคเหนือเป็นภูมิภาคที่มีความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อีกทั้งยังมีสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในทุกรูปแบบ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล โดย ททท. ได้เตรียมนำเสนอหลากหลายกิจกรรมท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ใน 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก อุทัยธานี นครสวรรค์ และพิจิตร

กิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจช่วงฤดูหนาว เช่น ประเพณีตักบาตรเป็งปุ๊ด จังหวัดน่าน, เทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพนครสวรรค์จังหวัดนครสวรรค์, งานเปิดเมิงไต จังหวัดแม่ฮ่องสอน, งานสีสันดอยตุงและงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม จังหวัดเชียงราย, งานแพร่คราฟท์จังหวัดแพร่, Balloon Festival Huppatat จังหวัดอุทัยธานี, งานเทศกาลหุ่นโคมไฟนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์,  Ultra Trail Doi Soi Malaiจังหวัดตาก, Chalawan Running จังหวัดพิจิตร ฯลฯ

กิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจช่วงฤดูร้อน เช่น ประเพณีปอยส่างลองจังหวัดแม่ฮ่องสอน, เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่, งานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมืองนครลำปาง จังหวัดลำปาง, งานประเพณีเวียนเทียนทางน้ำ กลางกว๊านพะเยาจังหวัดพะเยา, Chiang Mai Design Week และ Amazing Chiang Mai Pride จังหวัดเชียงใหม่, เทศกาลทุเรียน จังหวัดอุตรดิตถ์, เทศกาลวันวานอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี, เทศกาลดอกเสี้ยวบาน จังหวัดลำปาง, เทศกาลพายเรือเที่ยวป่า ตามหาแมงกะพรุนน้ำจืด จังหวัดเพชรบูรณ์, กิจกรรมล่องห่วงยางแม่น้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ฯลฯ
กิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจช่วงฤดูฝน เช่น ประเพณีสลากภัตรหรือสลากย้อม จังหวัดลำพูน, กิจกรรมเวียนเทียนตะคัน เมืองโบราณสุโขทัยจังหวัดสุโขทัย, เทศกาลเชียงใหม่คเณศจตุรถี จังหวัดเชียงใหม่, ดอยช้างเทรล จังหวัดเชียงราย, Pai Jazz and Blues Fest 2026 จังหวัดแม่ฮ่องสอน, Mae La Noi Craft Camp จังหวัดแม่ฮ่องสอน, เทศกาลทุเรียนอุทัยจังหวัดอุทัยธานี, กิจกรรมล่องแก่งลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก ฯลฯ

สำหรับเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะมาถึงนี้ ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ ขอเชิญชวนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง ซึ่งมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ไม่ว่าจะเป็นประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่, ประเพณีล่องสะเปาจาวละกอน จังหวัดลำปาง, เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน จังหวัดลำพูน, งานนมัสการพระธาตุดอยกองมูและลอยกระทงสวรรค์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน, งานประเพณีลอยกระทง “จุดผางปะตี๊ปตี๋นก๋า ปูจาแม่ก๋าเผือก” จังหวัดแพร่, ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย, งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จังหวัดตาก, งานลอยกระทงลาวา สายธาราดงกลาง จังหวัดพิจิตร ฯลฯ 

ทั้งนี้ ททท. คาดหวังว่าการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเดินทางตลอดทั้งปีจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในภาคเหนือเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 25 ล้านคน-ครั้ง ในปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.37 จากปี 2568พร้อมคาดว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 178 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 3.38 เมื่อเทียบกับปี 2568

ร.ล.เจ้าพระยา ยิงสลุต19 นัด คำนับผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสตรวจเยี่ยมกองเรือยุทธการ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร

เมื่อวานนี้ (24 ต.ค. 68) พลเรือเอก ไพโรจน์  เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมกองเรือยุทธการ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร โดยมี พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือในสังกัดของกองเรือยุทธการ ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งเรียนเชิญผู้บัญชาการทหารเรือ ขึ้นแท่นเพื่อรับการยิงสลุตคำนับ โดยเรือหลวงเจ้าพระยา จำนวน 19 นัด ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี   

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบโอวาทแก่กำลังพลในสังกัดกองเรือยุทธการ ลงนามในสมุดเยี่ยม พร้อมทั้งเข้ารับฟังบรรยายสรุปเพื่อรับทราบถึงผลการปฏิบัติ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ของหน่วยต่าง ๆ ในกองเรือยุทธการ

กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยในส่วนกำลังรบของกองทัพเรือ ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2466 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเดิม เป็นหน่วยในกระทรวงทหารเรือชื่อว่า “กองทัพเรือ” และ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “กองเรือรบ” และเมื่อกระทรวงทหารเรือได้เปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพเรือในปี พ.ศ.2476 กองเรือรบ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กองเรือยุทธการ” ในปี พ.ศ.2494 กองเรือยุทธการ มีภารกิจ ในการจัดและเตรียมกำลังทางเรือ และกำลังทางอากาศ ให้มีสมรรถภาพและความพร้อมที่จะทำการรบ มีหน่วยขึ้นตรงประกอบด้วย กองเรือตรวจอ่าว กองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ กองเรือดำน้ำ กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยามฝั่ง กองเรือลำน้ำ กองการบินทหารเรือ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองการฝึก และกองสนับสนุน

คดีฆาตกรรม!! ซีอีโอ UnitedHealthcare ผู้ต้องสงสัยอาจโดน!! ‘โทษประหาร’ เหตุแค้น!! ระบบประกันสุขภาพสหรัฐฯ เผย!! ระบบสุขภาพไทย ดีกว่า สหรัฐอเมริกา

(25 ต.ค. 68) คดีการสังหาร ไบรอัน ทอมป์สัน ซีอีโอของบริษัทประกันสุขภาพยักษ์ใหญ่ UnitedHealthcare ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2024 ได้ทวีความตึงเครียดขึ้น 

เมื่อมีรายงานว่า ลุยจิ แมงจิโอนี ผู้ต้องสงสัยหลัก อาจเผชิญกับ โทษประหารชีวิต

คดีนี้เป็นที่จับตาของทั่วโลก ไม่เพียงเพราะเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงต่อผู้นำธุรกิจ แต่ยังเป็นเพราะแรงจูงใจที่ถูกระบุว่าเชื่อมโยงกับการต่อต้านระบบประกันสุขภาพของสหรัฐฯ ซึ่งถูกตอกย้ำด้วยประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ต้องหาขณะเดินทางในประเทศไทยโดยการถูกทำร้ายต้องเข้ารักษาตัวในไทยถูกอ้างเป็นแรงจูงใจ

จากรายงานของ The New York Times, Fox News เผยว่า Mangione ได้แชร์ข้อความทาง WhatsApp กับเพื่อน โดยเล่าว่าเขาเคยถูก ladyboys 7 คน ทำร้ายร่างกายที่กรุงเทพฯ พร้อมแนบรูปแขนมีรอยข่วน เมื่อเดือนมีนาคม 2024

เหตุการณ์นี้ทำให้เขามีประสบการณ์ในระบบสุขภาพไทย โดยเขาเปรียบเทียบว่า ค่า MRI ในประเทศไทยถูกมาก เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้เกิดทัศนคติเชิงลบอย่างรุนแรงต่อระบบประกันสุขภาพอเมริกันที่แสวงหากำไรเหนือชีวิตผู้คน

อย่างไรก็ตาม Fox News รายงานว่า เหตุการณ์นั้น เป็นแค่เรื่องที่เขาเล่าในแชต หรือเป็นส่วนให้คิดก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังตรวจสอบ
การสังหารซีอีโอและการจับกุม

ไบรอัน ทอมป์สัน ซีอีโอ UnitedHealthcare ถูกยิงเสียชีวิตด้วยปืนพก 9 มม. ติดที่เก็บเสียง กลางย่าน Midtown Manhattan ขณะกำลังไปร่วมการประชุมนักลงทุน

แมงจิโอนี ถูกจับกุมในอีก 5 วันต่อมา (9 ธันวาคม 2024) ที่ร้าน McDonald’s ใน Altoona รัฐเพนซิลเวเนีย

แรงจูงใจและข้อหา
แมงจิโอนี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม การครอบครองอาวุธ โดยการติดตามเหยื่อ โดยตำรวจพบเอกสารที่ แมงจิโอนี เขียนด้วยลายมือ 262 คำ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์อุตสาหกรรมประกันสุขภาพของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง และระบุว่าการสังหาร Thompson เป็น “สัญลักษณ์” ที่มีเป้าหมายเพื่อจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบสุขภาพในสหรัฐ

ลุ้นระทึก! โทษประหารชีวิตจากรัฐบาลกลาง

ปัจจุบันแมงจิโอนี ยังคงถูกคุมขัง และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม คดีนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาในระดับรัฐบาลกลาง ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) จะเรียกร้องให้ศาลพิจารณา โทษประหารชีวิต (Death Penalty) ซึ่งเป็นโทษสูงสุดตามกฎหมายของรัฐบาลกลางสำหรับอาชญากรรมบางประเภท การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโทษนี้จะขึ้นอยู่กับการดำเนินคดีในศาลและพยานหลักฐานที่นำเสนอต่อไป

‘ยูเอ็น’ ออกแถลงการณ์ ถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยกย่อง ‘พระราชกรณียกิจ’ เป็นแรงบันดาลใจของชาวโลก

(25 ต.ค. 68) ภายหลังสำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ในวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 21 นาฬิกา 21 นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93

องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกแถลงการณ์ถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แถลงการณ์ถวายความอาลัยของยูเอ็นซึ่งลงนามโดยนางมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย ความว่า ข้าพระพุทธเจ้า และองค์การสหประชาชาติในประเทศไทย ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถวายความห่วงใยแด่พระบรมวงศานุวงศ์และขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นที่เคารพรักยิ่งของปวงชนชาวไทย

ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยในด้านสวัสดิการสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสืบสานงานหัตถศิลป์ไทย อีกทั้งทรงมีน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม พระราชปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรี ชุมชนชนบท ผู้เปราะบาง และยังคงเป็นแรงบันดาลใจสืบไปทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

สหประชาชาติขอร่วมอยู่เคียงข้างประเทศไทยในช่วงเวลาอันเศร้าโศกนี้

เส้นทางขบวนเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จาก รพ. จุฬา ไปยังพระบรมมหาราชวัง

(25 ต.ค. 68) ตำรวจแจ้งเส้นทาง ขบวนเคลื่อน พระศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในวันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.2568) เวลา 16.00 น. 

โดยใช้เส้นทาง ออกจาก รพ. จุฬา เลี้ยวซ้าย ถ.อังรีดูนังต์ แล้วเลี้ยวขวาออกเส้น ถ.พระราม 4 แยกสามย่านเลี้ยวขวาเข้า ถ.พญาไท แยกพญาไทเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ศรีอยุธยา ผ่าน 901 Land ผ่าน วัดเบญฯ เลี้ยวซ้ายเข้า ถ.ราชดำเนิน ระยะทางประมาณ 10 กม. 

พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

(25 ต.ค. 68) สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระมเหสีในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และเป็นสมเด็จพระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (รัชกาลที่ 10)

พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรชาวไทยในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

พระราชประวัติ

สมเด็จพระพันปีหลวงมีพระนามเดิมว่า สิริกิติ์ กิติยากร ประสูติเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ณ พระตำหนักสระปทุม กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นพระธิดาใน พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ณัฐนิภาธาร กิติยากร และ หม่อมหลวงบัว กิติยากร

เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาในต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษและฝรั่งเศส ก่อนจะเสด็จกลับประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อศึกษาต่อที่โรงเรียนราชินี กรุงเทพมหานคร

ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงศึกษา ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งสองพระองค์ได้พบกันและหมั้นหมายในปี พ.ศ. 2492

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรส และได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

ภายหลังจากรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงสถาปนาพระราชมารดาเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เพื่อเทิดพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่

พระราชกรณียกิจสำคัญ
พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวงมีหลากหลายด้าน ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนถึงพระราชหฤทัยที่ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาและความห่วงใยต่อประชาชน

1. การส่งเสริมอาชีพและพัฒนาชุมชน
พระองค์ทรงก่อตั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อสร้างงานและรายได้แก่ประชาชนในชนบท โดยส่งเสริมให้ราษฎรนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นอาชีพ เช่น การทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย การปักผ้าและงานจักสาน การทำเครื่องเงินและเครื่องประดับพื้นเมืองโครงการศิลปาชีพไม่เพียงสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แต่ยังช่วยอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไป

2. การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟู ผ้าไหมไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ทรงส่งเสริมให้ผ้าไหมไทยเป็นทั้งเครื่องแต่งกายและสัญลักษณ์แห่งความงามแบบไทย
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงสนับสนุนการจัดแสดง “โขนพระราชทาน” ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นการสืบสานนาฏศิลป์ชั้นสูงของชาติไทยให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาและภาคภูมิใจ

3. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า และทะเลไทย ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ เช่น โครงการสวนป่าห้วยทราย จังหวัดเพชรบุรี เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และฟื้นฟูระบบนิเวศ โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก พระราชดำริเหล่านี้กลายเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ

4. การสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชน
พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลอยู่เสมอ ทรงรับฟังปัญหาและพระราชทานแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พระองค์ยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ มูลนิธิสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พระเกียรติคุณและพระราชจริยวัตร
พระราชจริยวัตรของสมเด็จพระพันปีหลวงทรงงดงาม เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงเป็นแบบอย่างแห่งกุลสตรีไทยที่มีทั้งความงาม ความเข้มแข็ง และความเสียสละ

พระองค์ทรงได้รับการถวายพระสมัญญานามว่า “แม่ของแผ่นดิน” ซึ่งสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นสตรีผู้ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินไทย พระราชกรณียกิจของพระองค์ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนไทยทุกคนยึดมั่นในความพอเพียง ความเสียสละ และความรักชาติอย่างแท้จริง สมดังพระราชปณิธานที่ว่า

“ข้าพเจ้าจะทำทุกสิ่งเพื่อให้ประชาชนของข้าพเจ้ามีความสุข”

...She is my smile... นั่นไง...รอยยิ้มของฉัน

(25 ต.ค. 68) เฟซบุ๊กเพจ “โบราณนานมา” โพสต์พระบรมฉายาลักษณ์และข้อความว่า [ นั่นไง...รอยยิ้มของฉัน ]

เป็นบทสัมภาษณ์ตอนหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานสัมภาษณ์นักข่าวต่างประเทศ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนิน เยือนสหรัฐอเมริกา ในปี ๒๕๐๓ นักข่าวต่างประเทศกราบบังคมทูลถามว่า ความว่า

“...เหตุใดพระมหากษัตริย์ไทยจึงไม่ค่อยยิ้ม...”

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงผายพระหัตถ์ไปทางสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วตรัสสั้น ๆ ว่า

“...She is my smile...”
“นั่นไง...รอยยิ้มของฉัน”

ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล โพสต์ซึ้ง!! ให้กำลังใจ ‘กัน จอมพลัง’ ยกเป็น คนทำดีเพื่อชาติ ย้ำ!! ความดีน้องต้องทำต่อไป แม้ถูกกลั่นแกล้ง

(25 ต.ค. 68) ‘พี่อ้อ’ ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล ได้โพสต์ข้อความให้กำลังใจ ‘กัน จอมพลัง’ โดยระบุว่า ...

ตื่นมาวันนี้ทราบข่าวว่ากันจอมพลังจะแถลงข่าวที่ถูกพวกความคิดต่ำเลวทรามแซะและพยายามทำลาย ก็กะว่าแค่ว่าเจอหน้าน้องมันก็แค่นั้น เพราะไม่รู้จัก น้องเค้าส่วนตัวเลย แต่ เป็นคนที่เฝ้าดูการทำความดีของน้องเขามาตลอด เคสใหญ่ๆไม่ว่าน้ำท่วมเชียงรายตึกถล่มหรือจนสงครามไทยเขมร เค้าเสี่ยงตายแต่พวกจิตใจต่ำ ตามืดบอด มองไม่เห็น พอไปถึงเค้าไม่ ให้เข้าห้องแถลงข่าวบอกว่าเฉพาะนักข่าวก็เลยมานั่งอยู่ข้างนอกพอดีมีพี่คนนึงเปิดไลฟ์สดก็เลยนั่งดูเห็น สส.ไอซ์ อีนางงาม และณวัฒน์ ก็เลยไปถามที่รปภ. ที่เฝ้าประตูว่าทำไมพวกนี้เข้าไปได้แล้วทำไมผมเข้าไม่ได้แบบนี้มันกีดกันและเลือกข้าง ผมเป็นกองเชียร์คุณกันก็ควรจะเข้าได้ ประตูเลยเปิดมีนักข่าวหันกล้องมาถ่าย ผมพูดว่าก็มาแค่ให้กำลังใจ คุณกัน ปรากฏว่าทางหน้าเวทีบอกให้เชิญข้างหน้าเวทีก็เลยได้มีโอกาสพูดความในใจ แทนคนไทยหลายๆ คน ที่ยังเชื่อมั่นในกันจอมพลัง แบบตกกระไดพลอยโจน

ความดีน้องต้องทำไป!!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top