Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

‘ชัชชาติ’ ลงพื้นที่ตรวจถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล สั่งตั้งวอร์รูมเฝ้าระวัง!! หวั่นฝนตกซ้ำทำดินทรุดเพิ่ม

(24 ก.ย. 68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบถนนทรุดหน้ารพ.วชิรพยาบาล พร้อมเปิดเผยว่าจุดเกิดเหตุเกิดจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายม่วงใต้ โดยเป็นจุดรอยต่อระหว่างอุโมงค์กับสถานี ทำให้ดินยุบตัวและไหลเข้ามาในอุโมงค์ ส่งผลให้ท่อประปาแตกและเกิดหลุมลึกบริเวณสถานี

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า อุโมงค์และอาคารรอบข้างส่วนใหญ่มีความมั่นคง แต่สถานีตำรวจสามเสนยังถือเป็นจุดเสี่ยง เพราะไม่มีกำแพงกันดิน ทำให้เห็นเสาเข็มชัดเจน และอาจเกิดอันตรายหากฝนตกซ้ำ จึงสั่งตั้งวอร์รูมประเมินสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้หยุดจ่ายน้ำ ตัดไฟ และติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนตัวของดิน

นอกจากนี้ กทม. ร่วมกับผู้รับเหมาและการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ประเมินอาคารรอบพื้นที่และตรวจสอบท่อประปา เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม และวางมาตรการความปลอดภัยรอบจุดอันตราย ขณะที่ถนนบางส่วนยังสามารถเบี่ยงเลี่ยงได้ ทำให้การจราจรไม่ติดขัดมากนัก

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ และยังไม่สามารถสรุปสาเหตุแน่ชัด ต้องเฝ้าติดตามและป้องกันดินทรุดเพิ่มเติม โดยเฉพาะพื้นที่ลึกประมาณ 50–100 เมตร ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงหลัก และจะใช้เวลาในการแก้ไขค่อนข้างนาน เน้นความปลอดภัยเป็นลำดับแรก

สำหรับผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลวชิรพยาบาลจะงดให้บริการชั่วคราวประมาณ 2 วันเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ผู้ป่วยในยังให้บริการตามปกติ ส่วนผู้ป่วยนอกจะถูกนัดไปโรงพยาบาลอื่น ทั้งนี้ กทม. ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

สงขลาคว้ารางวัลใหญ่ IFEA World Festival & Event City 2025 ยกย่องเป็นเมืองแห่งเทศกาล และศูนย์กลางเมืองไมซ์ระดับโลก

(24 ก.ย. 68) จังหวัดสงขลาสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทย หลังคว้ารางวัล IFEA World Festival & Event City 2025 บนเวทีสมาพันธ์งานเทศกาลและอีเวนต์นานาชาติ (IFEA) ที่เมืองปาล์มสปริงส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นการยืนยันว่าจังหวัดชายแดนใต้แห่งนี้สามารถก้าวสู่การเป็นเมืองไมซ์ (MICE Hub) และเทศกาลระดับโลกได้สำเร็จ

พิธีรับรางวัลนำโดยนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมกับนายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการทีเส็บภาคใต้ พร้อมภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และภาคเอกชน ที่ร่วมกันผลักดันให้สงขลากลายเป็น “เมืองเทศกาล” ที่มีทั้งโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนการจัดงานครบวงจร

IFEA ระบุว่า เมืองที่ได้รับรางวัลไม่ใช่ผู้ชนะการแข่งขัน แต่คือเมืองที่มีศักยภาพในการจัดเทศกาลอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม สงขลาถูกยกให้เป็นตัวอย่างเพราะมีการทำงานเชิงระบบ และใช้จุดแข็งด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผสมผสานกับการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

รางวัลครั้งนี้ไม่เพียงยกระดับสงขลาในสายตาชาวโลก แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน พร้อมสร้างรายได้และการจ้างงานในท้องถิ่น ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดเทศกาลและไมซ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

การฝึกผสมไทย – อินเดีย MAITREE 2025

กองทัพบกไทย ร่วมกับ กองทัพบกอินเดีย จัดการฝึกผสมร่วมกัน ภายใต้รหัส "MAITREE 2025" ประจำปี 2568 ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม - 15 กันยายน 2568 ณ Umroi Cantonment เมือง อุมรอย รัฐเมฆาลัย สาธารณรัฐอินเดีย เป็นการฝึกตามโครงการฝึกระหว่างหน่วยของกองทัพบกไทย กับกองทัพมิตรประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทหาร และการทำงานร่วมกัน ในระดับยุทธวิธี 2) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถส่วนบุคคลในการปฏิบัติการร่วมกับกำลังทหาร 3) เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้, ประสบการณ์, เทคนิคการปฏิบัติทางการทหารแนวความคิดในการปฏิบัติการและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ และ 4) เพื่อฝึกแผนปฏิบัติการร่วม ตลอดจนการฝึกควบคุมบังคับบัญชาหน่วยกำลังผสม มีผู้เข้าร่วมการฝึกฯ จำนวน 225 นายประกอบด้วย ฝ่ายไทย จำนวน 53 นาย และฝ่ายอินเดีย จำนวน 172 นาย

ในการนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้รับมอบหมายให้จัดกำลังพลร่วมในการการฝึกฯ ครั้งนี้ โดยจัดจากหน่วยขึ้นตรงกรมทหารราบที่ 14 กองพลทหารราบที่ 4 สำหรับเรื่องที่ทำการฝึกฯ ประกอบด้วย 
1. Search and Destroy operation
2. United Nations Chapter VI and VII
3. Road Opening Party and Mobile Check Post
4. Raid on terrorist hideouts
5. Small Team Concept 
6. Ambush and Convoy Protection 

สำหรับการฝึกผสม MAITREE 2025 ประจำปี 2568 ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางทหารระดับยุทธวิธีร่วมกันทั้งสองกองทัพ และจะได้นำไปประยุกต์ใช้ต่อการปฏิบัติการทางทหารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ในการสร้างผลประโยชน์ของชาติให้มั่นคงยิ่งขึ้นสืบไป

ชัดเจน… ‘เฉลิมชัย’ ทิ้งประชาธิปัตย์แล้ว แต่พร้อมหนุนช่วย ‘อภิสิทธิ์’ นั่งหัวหน้าพรรค

(24 ก.ย. 68) สมชาย โล่สถาพรพิพิธ (โกหน่อ) อดีต สส.ตรัง บ้านใหญ่อีกหลัง เปิดเผยถึงการพบกับเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ โดยระบุว่า ได้คุยกับเฉลิมชัย 3 เรื่อง 1.จะยังอยู่ประชาธิปัตย์ต่อไปหรือไม่ 2.อนาคตทางการเมือง ยังจะเดินหน้าต่อ หรือพอแค่นี้ และ 3 ถ้าเดินหน้าต่อจะอยู่พรรคไหน

โกหน่อ บอกว่า คำตอบข้อที่ 1 คือ ไม่อยู่ประชาธิปัตย์แล้ว แต่จะช่วยให้จัดการเลือกหัวหน้าพรรคให้เรียบร้อยในวันที่ 18 ตุลาคม

“ดูท่าทีของคุณเฉลิมชัย หนุนช่วยคุณอภิสิทธิ์อยู่นะ”

คำตอบข้อที่ 2 ยังจะเล่นการเมืองต่อไหม คำตอบคือ ขอเวลาอีก 1 อาทิตย์ เพื่อพบกับ สส.ของพรรคทุกคน เพื่อสอบถามว่า ทุกคนมีที่อยู่ที่ไปหรือไม่อย่างไร ถ้าทุกคนมีที่อยู่ที่ไปเรียบร้อย ก็จะเลิกเล่นการเมือง

ข้อที่ 3 ถ้าเล่นการเมืองต่อ ก็มีทางเลือกอยู่สองพรรค ไม่ภูมิใจไทย ก็พรรคกล้าธรรม แต่แนวโน้มมาทางภูมิใจไทยมากกว่า

โกหน่อ กล่าวถึงตัวเองว่า ส่วนตัวสนับสนุนอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค เพราะเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ นำพาพรรคต่อไปได้

เมื่อถามว่า โกหน่อยังจะอยู่ประชาธิปัตย์ต่อไปไหม ถ้าอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค โกหน่อ กล่าวว่า ถ้าผมอยู่ผมมีเงื่อนไขว่า ต้องไม่มีสาทิตย์ วงค์หนองเตย อยู่ ถ้าสาทิตย์อยู่ ผมก็ไม่อยู่ เวลาเราทะเลาะกันไม่มีใครรู้ ไม่มีใครมาช่วยเจรจา จึงอยู่ร่วมกันไม่ได้

โกหน่อย้ำชัดว่า ถ้าพรรคเลือกสาทิตย์ พวกผมก็ไปอยู่ภูมิใจไทย “ไม่ใช่ว่า เฉลิมชัยไปไหน ผมไปนั้นนะ เช่น ถ้าเฉลิมชัยไปกล้าธรรม และมีนายกฯ ชายอยู่ด้วย ผมคงจะเข้าไปยาก เพราะหน่อให้กว่าต้น

รายการข่าวแจ้งว่า พรุ่งนี้เฉลิมชัยนัดพบกับอภิสิทธิ์ เพื่อแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการถึงการสนับสนุนให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ประชุมเชิงปฏิบัติการ การเล่นกีฬา  และสันทนาการส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางจิต

(24 ก.ย. 68) สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย“ประชุมเชิงปฏิบัติการ กีฬาและสันทนาการ ส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางจิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียั่งยืน”

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย นำโดย
นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางจิตให้มีสุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ ด้วยการกีฬาและการสันทนาการ
ระหว่างวันที่ 24 – 25 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุม โรงแรมชลพฤกษ์รีสอร์ท ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่าโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ ส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางจิตให้มีสุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ ด้วยการกีฬาและการสันทนาการ มีวัตถุประสงค์  เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  มีศักยภาพที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม  เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน  สามารถพัฒนาตนเองจากการเล่นกีฬาและการทำสันทนาการ มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสามารถเข้าร่วมสังคมกับผู้อื่นได้
 
โดยมีพระครูสังฆกิจดิลก,ดร.เจ้าอาวาสวัดสารอด กทม. วิทยากร บรรยายเรื่องสติปัญญาทุกลมหายใจเพื่อสันติสุขอย่างยั่งยืน นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย บรรยายเรื่อง บรรยาย เรื่อง การเล่นกีฬามีประโยชน์อย่างไร และ เกณฑ์การคัดเลือกคนพิการทางจิตเล่นกีฬา น.ส.ญาณี  ชีวะเจริญ  พยาบาลจิตเวช  ข้าราชการบำนาญ บรรยายเรื่อง กิจกรรมสันทนาการเพื่อการผ่อนคลาย ฯลฯนอกจากนี้ ฝึกปฏิบัติ  “การทำกิจกรรมสันทนาการ” “การเล่นกีฬาสร้างสุขภาพและความสามัคคี”

กลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ กรรมการที่ปรึกษา ที่ปรึกษาสมาคมฯ  กรรมการภาค – เขต / ที่ปรึกษา แกนนำชมรมเครือข่าย คนพิการ/ผู้ดูแล เจ้าหน้าที่สมาคมฯ/เจ้าหน้าที่ภาค-เขต อาสาสมัคร ผู้สังเกตการณ์   วิทยากร และคณะทำงาน รวมจำนวน   778 คน                

สำหรับประเภทกีฬา ปิงปอง DORGEBE SAMSPEL สาธิต ชักกะเย่อ เบบอล โยนบอลใส่ตระกร้า เตะบอลเข้าโก เต้นออกกำลังกาย ปิงปอง คาดว่าผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม  ร้อยละ 90  มีความรู้ ความเข้าใจ  และมีความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรมการเล่นกีฬาสันทนาการ  รวมทั้งสามารถเลือกกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมแก่ตนเอง คนพิการทางจิตสามารถพัฒนาตนเองได้  จากการเล่นกีฬาและการทำสันทนาการ ทำให้มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์  ลดความเครียด เพิ่มความสุข  และสามารถเข้าร่วมสังคมกับผู้อื่นได้

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดกิจกรรมวันมหิดล

(24 ก.ย. 68) โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล

โดยมี พล.ร.ต.พัฒนชัย เฉลิมวรรณ์ ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยขึ้นตรง รพ.ฯ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมพิธีสงฆ์ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระราชานุสาวสรีย์ฯ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

วันมหิดล เป็นวันระลึกถึง จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ตรงกับวันที่ 24 กันยายน ของทุกปี จอมพลเรือสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้รับการถวายพระสมัญญา พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย จากพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงปฏิบัติแก่วงการแพทย์ และการสาธารณสุขของ ประเทศไทย

รัสเซียจวกยุโรป ‘สร้างโลกคู่ขนาน’ ในยูเอ็น บิดเบือนความจริงไม่ยอมรับ ‘ยูเครน’ พ่ายในสนามรบ

(24 ก.ย. 68) รัสเซียออกโรงวิจารณ์ยุโรปกลางที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN) โดยนายดมิทรี โปลยานสกี (Dmitry Polyanskiy) รองเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวหาว่าประเทศผู้สนับสนุนยูเครนในยุโรปกำลังสร้าง “โลกคู่ขนาน” ให้ยูเอ็นเห็นว่า ยูเครนไม่ได้กำลังพ่ายแพ้ในสนามรบ

นายดมิทรี โปลยานสกี ย้ำว่าภาพที่ยุโรปพยายามนำเสนอเป็นเพียง “ภาพบิดเบือน” ของสถานการณ์จริง ซึ่งแตกต่างจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสนามรบอย่างสิ้นเชิง

โดยก่อนหน้านี้ วิคเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orbán) นายกรัฐมนตรีฮังการี ออกมายืนยันว่า รัสเซียเป็นฝ่ายชนะเรียบร้อยแล้วในความขัดแย้งกับยูเครน และตอนนี้มันขึ้นอยู่กับตะวันตก ว่าจะยอมรับความเป็นจริงนี้หรือไม่

ออโตบาห์น-เกาะแมน-ออสเตรเลียเหนือ เสน่ห์ดึงดูด!! ของนักขับที่อยากลองเหยียบมิดไมล์

การจำกัดความเร็ว เป็นมาตรการแบบหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมความเร็วของยานพาหนะในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ถนน, ทางหลวง, หรือเขตเมือง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงในโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ การจำกัดความเร็วจะกำหนดเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความเร็วสูงสุดที่ยานพาหนะสามารถขับขี่ได้ในพื้นที่นั้น ๆ จุดประสงค์ของการจำกัดความเร็ว: (1)ลดอุบัติเหตุ: ความเร็วที่สูงเกินไปทำให้ระยะการหยุดรถเพิ่มขึ้น และลดเวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนน (2)เพิ่มความปลอดภัย: การจำกัดความเร็วช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้นในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และ (3)ป้องกันการเสียชีวิต: การลดความเร็วในพื้นที่เสี่ยง เช่น บริเวณโรงเรียนหรือเขตชุมชน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

ประเภทของการจำกัดความเร็ว แบ่งออกเป็น (1)การจำกัดความเร็วตามประเภทของถนน อาทิ ถนนในเขตเมือง: มักจะจำกัดความเร็วที่ประมาณ 50-60 กม./ชม. เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรที่หนาแน่นและสัญญาณไฟจราจร หรือ ถนนทางหลวง: โดยทั่วไปจะจำกัดความเร็วอยู่ที่ 90-120 กม./ชม. ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและความปลอดภัย และ ทางด่วน: สามารถจำกัดความเร็วที่ 120 กม./ชม. หรือต่ำกว่านั้นในบางจุด

(2)การจำกัดความเร็วตามประเภทของยานพาหนะ ได้แก่ ยานพาหนะที่มีน้ำหนักหรือขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก อาจมีการจำกัดความเร็วที่ต่ำกว่ารถยนต์ทั่วไป เพื่อความปลอดภัย ในบางครั้งจะมีการจำกัดความเร็วสำหรับ จักรยานยนต์ หรือ รถโดยสาร ตามที่กฎหมายกำหนด และ (3)การจำกัดความเร็วในเขตอันตราย: ในบางจุด เช่น บริเวณใกล้โรงเรียน หรือเขตชุมชนที่มีความหนาแน่นของผู้คน มักจะมีการจำกัดความเร็วที่ต่ำลง เช่น 30-40 กม./ชม. เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากความเร็วที่สูงเกินไป

แต่ก็มีถนนบางสายบนโลกใบนี้ที่ไม่มีการจำกัดความเร็วเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจินตนาการถึงชีวิตที่ไร้ขีดจำกัดในเรื่องความเร็ว แต่มีถนนบางสายที่เป็นแบบนี้จริง ๆ ดังนั้น หากท่านผู้อ่านเป็นคนที่ชอบขับรถเร็ว เชิญชวนให้ลองแวะไปเยี่ยมชมและทดลองขับรถบนถนนอันน่าทึ่งเหล่านี้ดูสักครั้งหนึ่งในชีวิต

1. ออโตบาห์น (Autobahn) ประเทศเยอรมนี เมื่อเรานึกถึงถนนที่ไม่มีการจำกัดความเร็ว ถนนสาย แรกที่มักจะนึกถึงคือ ออโตบาห์น ระบบทางหลวงอันเป็นสัญลักษณ์ของเยอรมนี ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องของถนนมาตรฐานที่ทอดยาวอย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งมักถูกมองข้ามว่า มีการจำกัดความเร็วไว้ที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (80 ไมล์ต่อชั่วโมง) แม้ว่า ถนนที่ไม่มีการจำกัดความเร็วอาจฟังดูเหมือนถนนที่รอวันเกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่ออโตบาห์นเป็นหนึ่งในเครือข่ายทางหลวงที่ปลอดภัยที่สุดในโลก สาเหตุหลักมาจากกฎระเบียบความปลอดภัยที่เข้มงวด และการมีอยู่ของ Autobahnpolizei หรือ หน่วยตำรวจประจำออโตบาห์นโดยเฉพาะ แต่เรื่องที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับออโตบาห์นก็คือ มันไม่ได้มีการจำกัดความเร็วเสมอไป อันที่จริงแล้ว เส้นทางกว่า 8,000 ไมล์ของเครือข่ายเส้นทางสายนี้ถูกควบคุมด้วยการจำกัดความเร็ว และหลายคนเชื่อว่าการจำกัดเหล่านี้ควรขยายไปทั่วทั้งระบบ ทั้งด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะออกการจำกัดความเร็วเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางด่วนเยอรมัน แต่ในที่สุดผู้รณรงค์ก็อาจได้สิ่งที่ต้องการ ดังนั้น หากต้องการใช้ความเร็วบนทางด่วนอันน่าทึ่งนี้ ควรรีบคว้าโอกาสไว้เลยดีกว่า ก่อนที่จะมีการจำกัดความเร็วเกิดขึ้นบนถนนออโตบาห์น

2. เกาะแมน (Isle of Man) หมู่เกาะของสหราชอาณาจักรในทะเลไอริช เกาะแมนมีชื่อเสียงในสองเรื่อง คือ แมวแมงซ์ไร้หาง และการแข่งขัน Isle of Man TT หนึ่งในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบประจำปีที่เก่าแก่และอันตรายที่สุดในโลก และบางทีเหตุผลที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้กลายเป็นสถานที่จัดงานแข่งขันมอเตอร์ไซค์สุดหวาดเสียวเช่นนี้ได้ ด้วยเพราะเป็นสถานที่หนึ่งในไม่กี่แห่งบนโลกที่ไม่มีการจำกัดความเร็ว ด้วยถนนชนบทและหมู่บ้านที่เงียบสงบ เกาะแมนอาจฟังดูไม่เหมือนสนามแข่งความเร็ว แต่ ด้วยความนิยมอย่างล้นหลามของการแข่งขัน Isle of Man TT และถนนที่ไร้การจำกัดความเร็วของเกาะ ทำให้มีผู้คนนับพันเดินทางมาบิด/เหยียบคันเร่งเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในแต่ละปี การไม่จำกัดความเร็วของเกาะแมนเริ่มต้นขึ้นในปี 1904 เมื่อผู้ว่าการเกาะแมนได้กำหนดให้มีเส้นทางการแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ ซึ่งเขาคิดว่า จะเป็นการช่วยส่งเสริมการมาเยือนเกาะแห่งนี้ เมื่อรวมกับการแข่งขัน TT และ Manx Grand Prix ได้ทำให้เกาะนี้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความเร็วกลางทะเลไอริช ปัจจุบันผู้ขับขี่ยานพาหนะบนเกาะแมนจะพบการจำกัดความเร็วบ้างเฉพาะในเขตชุมชนบนเกาะ แต่ถนนหลายเส้นทางยังคงไม่มีการจำกัดความเร็ว ทำให้ธุรกิจเช่ารถสปอร์ตซุปเปอร์คาร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากบนเกาะแห่งนี้ เพียงแต่ต้องระวังทางโค้งคดเคี้ยวที่ต้องพบเจอตามเส้นทาง TT Mountain Route อันเลื่องชื่อ

3. นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (The Northern Territory (NT)) ออสเตรเลีย เขตปกครองนอร์เทิร์นเทร์ริ ทอรีอันแห้งแล้งของออสเตรเลียนั้น ใหญ่โต กว้างใหญ่ไพศาลมาก มากกว่าขนาดของสหราชอาณาจักรถึง 5 เท่า นั่นหมายความว่าที่นี่เป็นที่ตั้งของถนนที่ยาวเหยียด ตรง และราบเรียบ ซึ่งมีจำนวนจิงโจ้มากกว่าจำนวนประชากรเสียอีก ถนนหลายสายในเขตนี้ไม่มีข้อจำกัดความเร็ว และเหมาะสำหรับการขับขี่รถยนต์ ในอดีต ถนนในเขตนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีไม่มีข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปเมื่อมีการบังคับใช้กฎจำกัดความเร็วในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งรัฐบาลออสเตรเลียชุดปัจจุบันกำลังยกเลิกกฎดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน ทางหลวงหลายร้อยไมล์ในเขตนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีได้รับการฟื้นฟูสภาพให้กลับมาเป็นทางหลวงที่ไม่มีการจำกัดความเร็ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่ และแม้แต่ในพื้นที่ที่มีการจำกัดความเร็ว ผู้ขับขี่ก็ถูกจำกัดความเร็วไว้ถึง 86 ไมล์ต่อชั่วโมง แม้ว่าการจำกัดความเร็วจะเป็นสิ่งสำคัญในเขตเมือง แต่สำหรับเขตปกครองนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีแล้วไม่ใช่ปัญหาเลย แม้จะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่กลับมีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึงสองแสนห้าหมื่นคน ดังนั้นแม้จะอยู่บริเวณเส้นทางสีแดงก็ไม่น่าจะเจอปัญหารถติด

ยังมีถนนบางสายที่แม้มีการจำกัดความเร็ว แต่ความเร็วสูงสุดที่จำกัดนั้นค่อนข้างสูงมากจนเกือบเป็นเสมือนถนนที่ไม่มีการจำกัดความเร็วได้เลย เช่น

1. ออโตสตราดา ของโปแลนด์ บางทีอาจจะเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นได้ ที่นี่ผู้ขับขี่สามารถขับรถได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 87 ไมล์ (140 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง และด้วยมาตรการควบคุมความเร็วที่น้อยมาก จึงน่าจะทำความเร็วได้มากกว่านี้อีกมาก ซึ่งแน่นอนว่าผิดกฎหมายและมีโทษปรับในอัตราสูง เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้โปแลนด์มีการจำกัดความเร็วบนมอเตอร์เวย์ที่สูงเช่นนี้ เป็นเพราะถนนหลายสายของโปแลนด์เชื่อมต่อกับทางหลวงออโตบาห์นของเยอรมนี รวมถึงเส้นทางขับรถ E30 อันโด่งดังซึ่งทอดยาวจากเมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์ ไปจนถึงกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยาวกว่า 2,100 ไมล์

2. ทางหลวงหมายเลข 130 ของสหรัฐอเมริกา การจำกัดความเร็วสูงสุดสหรัฐอเมริกามีแนวทางที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย อันเนื่องจากข้อจำกัดเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นตามแต่ละมลรัฐ ซึ่งหมายความว่าต้องคอยตรวจสอบการจำกัดความเร็วในพื้นที่ที่ขับยานพาหนะอยู่เสมอ หากมีการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา หนึ่งในเส้นทางที่เร็วที่สุดที่สามารถขับได้ในสหรัฐอเมริกาคือ ทางหลวงหมายเลข 130 ตัดผ่านมลรัฐเท็กซัส บางส่วนของเส้นทางนี้จำกัดความเร็วไว้ที่ 85 ไมล์ (ราว 137 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยทิวทัศน์ของอันน่าทึ่งของทางหลวงสายนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจหากมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา
*ทางหลวงสหรัฐอเมริกาหมายเลขคี่จะเป็นเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ และหมายเลขคู่จะเป็นเส้นทางแนวตะวันตก-ตะวันออก

3. ทางหลวง E11 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ด้วยรถซุปเปอร์คาร์จำนวนมหาศาลของประเทศนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะการจำกัดความเร็วที่สูงลิ่ว บนถนนสายหนึ่งใกล้อ่าวเปอร์เซีย ผู้ขับขี่ไม่ได้รับอนุญาตให้ขับด้วยความเร็วมากกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่สามารถขับได้สบาย ๆ ด้วยความเร็วจำกัดที่ 99 ไมล์ (ราว 160 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง แต่ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาและจำนวนรถยนต์บนท้องถนนยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังเผชิญกับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นและการจำกัดความเร็วที่สมเหตุสมผลมากขึ้น นั่นหมายความว่าสำหรับเจ้าของรถสปอร์ตหลายพันคนในประเทศนี้ การขับขี่ด้วยความเร็ว 99 ไมล์ต่อชั่วโมงในอนาคตอาจถูกจำกัด

สำหรับบ้านเราแล้ว กฎกระทรวง กำหนดความเร็วรถวิ่งเลนขวา 100-120 กม./ชม. กำหนดอัตราความเร็วรถยนต์บนทางหลวงและทางหลวงชนบท รถยนต์สูงสุดไม่เกิน 120 กม./ชม. รถจักรยานยนต์ไม่เกิน 100 กม./ชม. ตั้งแต่ 10 มีนาคม 2564 บังคับใช้แก่ทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่มีทางเดินรถ ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถขึ้นไป แม้ว่า ปัจจุบันสามารถขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็ว 100-120 กม./ชม. ได้แล้วก็ตาม แต่ก็มีข้อพิจารณาหลายประการในการขับขี่ยานพาหนะ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ทางคนอื่น ๆ โดยต้องพิจารณาถึงสภาพของผู้ขับขี่ เช่น สุขภาพกายและใจ การมองเห็น การรับฟัง การเคลื่อนไหว การตัดสินใจ ฯลฯ การดื่มแอลกอฮอล์ การอ่อนเพลีย ง่วงนอน เหล่านี้ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเป็นผู้ขับขี่

ทั้งนี้ ไทยเราเคยติด อันดับหนึ่งในสามของโลก ในแง่ของอัตราการเสียชีวิตบนถนนต่อประชากร (จำนวนรายต่อ 100,000 คน/ปี) ตัวเลขประมาณการโดย WHO (ช่วงก่อนโควิดระบาด) อยู่ที่ 30 - 36 คนต่อ 100,000 คน/ปี ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ~32 คน/100,000 คน/ปี ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ ~18 คน/100,000 คน/ปี และประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น สวีเดน จะต่ำกว่า 5 คน/100,000 คน/ปี สถิติจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของบ้านเราอยู่ที่ประมาณปีละ 10,000 คน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น สงกรานต์, ปีใหม่, และ วันหยุดยาว ที่มักจะมีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น โดยช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด มักจะเกิดขึ้นในช่วง กลางคืน โดยเฉพาะระหว่าง 18:00 – 22:00 น. ประเภทของอุบัติเหตุที่พบมากที่สุดเกิดจาก การขับขี่เร็วเกินกำหนด, การเมาแล้วขับ, และ การใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับขี่ ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็น ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในการเกิดอุบัติเหตุ คือ วัยรุ่นและคนหนุ่มสาว อายุระหว่าง 15-29 ปี ดังนั้นจึงต้องขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท ดื่มแอลกอฮอล์ การอ่อนเพลีย ง่วงนอน ต้องไม่ขับ

จีนขยับ!! เสนอตัวเป็น ‘ตู้เซฟทองคำโลก’ ชูทางเลือกใหม่ของการเก็บทองแท่ง ลดพึ่ง ‘สหรัฐ-อังกฤษ’

(24 ก.ย. 68) จีนกำลังเดินหน้าสร้างบทบาทใหม่ในตลาดการเงินโลก ด้วยการเสนอตัวเป็น “ตู้เซฟทองคำโลก” สำหรับธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ผ่านตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Gold Exchange) โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้หารือกับหลายประเทศพันธมิตร และมีชาติอาเซียนแสดงความสนใจฝากทองคำสำรองแล้วอย่างน้อยหนึ่งราย

ความพยายามนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ซึ่งทำให้หลายประเทศหันมาซื้อทองคำเพิ่มเพื่อกระจายความเสี่ยง จีนจึงใช้โอกาสนี้ดันสถานะของตนเองให้เป็นแหล่งเก็บรักษาทองคำแท่งทางเลือก แทนที่จะพึ่งพาศูนย์กลางการเงินแบบดั้งเดิมอย่างสหรัฐ อังกฤษ หรือสวิตเซอร์แลนด์

นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์ระยะยาวของจีน ที่ต้องการลดบทบาทเงินดอลลาร์ในระบบการเงินโลก และสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะศูนย์กลางสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ราคาทองคำล่าสุดยังพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่แตะเกือบ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงซื้อของธนาคารกลางหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าจีนยังต้องใช้เวลาอีกมากในการท้าทายบทบาทของศูนย์กลางทองคำเดิม เช่น ลอนดอน ซึ่งปัจจุบันมีทองคำสำรองจากทั่วโลกเก็บอยู่มากกว่า 5,000 ตัน และยังเป็นตลาดหลักที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนระหว่างประเทศ

‘สส.สิงโต’ ลูกชาย ‘เดชอิศม์’ ย้ำไม่ทิ้งประชาธิปัตย์ บอกชีวิตการเมืองเริ่มที่นี่ และจะอยู่ตอบแทนพรรคต่อไป

(24 ก.ย. 68) นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หรือ “สส.สิงโต” สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งเป็นบุตรชายของ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กยืนยันจะอยู่กับพรรค ปชป. ต่อไป โดยระบุว่าเส้นทางการเมืองของตนเริ่มต้นที่นี่ และจะอยู่ตอบแทนพรรค ไม่ทิ้งกันในช่วงลำบาก พร้อมเชิญชวนช่วยกันฟื้นฟูพรรคของคนใต้บ้านเรา

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่านายเดชอิศม์ กำลังเจรจากับแกนนำพรรคกล้าธรรม เพื่อเตรียมย้าย สส.สงขลาในกลุ่มของตน 4 คน ได้แก่ ภรรยา บุตรชาย รวมถึง พ.ต.ท.สุรินทร์ ปาลาเร่ และตัวเอง ไปร่วมงานการเมืองกับพรรคใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ล่าสุดบุตรชายออกมาย้ำชัดว่า “ยังไม่ไปไหน” และยืนหยัดอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top