Tuesday, 9 June 2026
NewsFeed

ผบช.ภ.2 เช็กยุทโธปกรณ์ ซักซ้อมตำรวจกองร้อย คฝ. 1,400 นาย ขวัญดี! พร้อมรับทุกภารกิจรักษาความสงบ

(21 ก.ย. 68) “ผบช.ภ.2” ตรวจความพร้อมกองร้อย คฝ. เช็กยุทโธปกรณ์ พร้อมรับทุกภารกิจรักษาความสงบในพื้นที่ภาคตะวันออก กำชับซักซ้อมยุทธวิธี ยึดหลักกฎหมาย เน้นความปลอดภัยกำลังพล ตำรวจ 1,400 นาย ขวัญดี “ผบ.ตร.” ส่งความห่วงใย     ย้ำยึดมั่นปฏิบัติอย่างตำรวจมืออาชีพ เผยถกสถานการณ์ชายแดนไม่น่าห่วง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2  (ผบช.ภ.2) เดินทางไปที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว จว.สระแก้ว ตรวจสอบความพร้อมซ้อมการปฏิบัติของตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน จากตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวม 1,400 นาย และกำลังจากกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระแก้ว  80 นาย และตรวจเช็กความพร้อมของยุทโธปกรณ์ในการควบคุมฝูงชน โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง และ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ร่วมด้วย

“การตรวจความพร้อมของตำรวจควบคุมฝูงชน หรือ คฝ. ในวันนี้ เพื่อสร้างความพร้อมปฏิบัติในภารกิจรักษาความสงบในเขตรับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งครอบคลุม 8 จังหวัดภาคตะวันออก รวมทั้งเมื่อมีสถานการณ์จำเป็นที่หน่วยความมั่นคง เช่น กำลังป้องกันชายแดน อาทิ กองกำลังบูรพา กองกำลังจันทบุรีตราด มีการร้องขอ ซึ่งวันนี้ได้เน้นย้ำการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชนต้องปฏิบัติตามยุทธวิธี และให้ผู้ควบคุมกำลังตรวจสอบความพร้อมของยุทโธปกรณ์ และซักซ้อมการปฏิบัติอยู่เสมอเพื่อป้องกันความผิดพลาด รวมถึงป้องกันการสูญเสียของกำลังพล  และจากการพูดคุยกับกำลังพลพบว่ามีความพร้อมและมีขวัญกำลังใจที่ดี” ผบช.ภ.2 กล่าว 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวย้ำว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ฝากความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายบังคับบัญชาทุกนาย ขอให้ยึดมั่นในการปฏิบัติทุกภารกิจอย่างตำรวจมืออาชีพ และรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต โดยผู้บังคับบัญชาพร้อมให้การดูแลสนับสนุนการปฏิบัติ

ผบช.ภ.2 กล่าวอีกว่า วันนี้ได้ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนประเทศกัมพูชา ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และ ผบ.กองกำลังบูรพา พบว่าขณะนี้ อยู่ในสถานการณ์ ที่ไม่น่าเป็นห่วง กองกำลังที่รับผิดชอบในพื้นที่ยังคงพร้อมปฏิบัติ ในส่วนของตำรวจตนได้เน้นย้ำการปฏิบัติ ตามกฎหมาย ทั้งกฎหมายที่มีโทษอาญาตามปกติและการปฏิบัติตามกฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก เมื่อหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ร้องขอโดยเคร่งครัด

นราธิวาส-วันสันติภาพสากล ปัตตานี จัดงานยิ่งใหญ่ ‘We Are One Family Festival’ สะท้อนพลังประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้”

(21 ก.ย. 68) คณะขับเคลื่อนการพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่ จัดประชุมพร้อมจัดกิจกรรม “We Are One Family Festival ต่างศาสนา ต่างที่มา แต่เราคือครอบครัวเดียวกัน” เนื่องในวันสันติภาพสากล (International Day of Peace). ที่ห้องน้ำพราว โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยมี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธาน งานนี้มีแขกรับเชิญพิเศษ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปธ.คณะกรรมาธิการสันติภาพ 

การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ผ่านกระบวนการพูดคุยและสร้างความเข้าใจ เพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และขับเคลื่อนสังคมสู่ความสงบสุข ผ่านการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น กว่า 240 เวที 1ปีที่ผ่านมา
ไฮไลต์สำคัญคือเวที โดยมีบุคคลสำคัญขึ้นเวที 
คุณจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนักการเมืองอาวุโส ร่วมปาฐกถาพิเศษด้านนโยบายสันติภาพ
พระครูโฆษิตสุทธากรณ์ หัวข้อ “พุทธธรรมในชายแดนใต้ TED Talk ด้านแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี 

สันติสุขชายแดนใต้ มุมมองใหม่จากนักวิชาการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมัชชา นิลปัทม์ (ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ) อิสลามกับสันติสุข พลังแห่งความหวังชายแดนใต้ โดย ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ  เสียงเยาวชน ก้าวใหม่สู่สันติสุชายแดนใต้ โดย นายฟาอิก กรระสี (ที่ปรึกษา กมธ.สันติภาพ)และ ชาลี สร้างภาพ..สู่การสร้างเสริมสันติสุข โดย นายอาหมัดกูเซียรี ดอเล้าะ อิฟูเดินเซอร์ ชาลี สร้างภาพ  ได้รับความสนใจจากนักศึกษาและประชาชนจำนวนมาก 1,000คน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มต้นปรากฏชัดเจนตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนปี 2547 จากวันนั้นจนถึงวันนี้ รัฐบาลและสังคมไทยได้พยายามค้นหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับฟังความคิดเห็น การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ การศึกษาแนวทางการใช้กำลัง การสร้างความเป็นธรรม การลดเหตุรุนแรง รวมถึงประเด็นเรื่องการศึกษาปอเนาะ สิทธิการถือสองสัญชาติ และข้อเสนออีกมากมายที่มีประโยชน์ แต่ที่ผ่านมา หลายแนวคิดยังไม่สามารถถูกผลักดันจนกลายเป็นนโยบายที่มีผลในทางปฏิบัติได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม วันนี้ประเทศไทยได้ก้าวมาสู่กระบวนการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งมีคณะขับเคลื่อนระดับชาติเข้ามาร่วมดำเนินการ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องเชื่อมโยงการทำงานในอดีตกับการขับเคลื่อนในปัจจุบัน เพื่อสร้างรากฐานสันติสุขที่มั่นคงและยั่งยืน สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ไม่อาจละเลยได้ คือ การพัฒนาเยาวชนและการศึกษา ในอดีต มีการประเมินว่าเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ได้รับโอกาสทางการศึกษาต่ำกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ ความเหลื่อมล้ำนี้กลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในอนาคต ดังนั้น รัฐจะต้องเร่งลงทุนในระบบการศึกษา ทั้งการสร้างบุคลากรทางการแพทย์ การยกระดับโรงเรียน การสร้างทักษะอาชีพ และการจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง อีกหนึ่งประเด็นที่นายจาตุรนต์ให้ความสำคัญคือ เรื่องภาษาและอัตลักษณ์ โดยเห็นว่าการส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้ภาษามลายูหรือภาษาแม่ของตนเอง จะช่วยรักษารากเหง้าและความเป็นตัวตนของสังคมมลายูมุสลิมในพื้นที่ การไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาของตนเองอย่างจริงจัง จะยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกถูกกีดกันและอาจกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งการพัฒนา “ประเทศใดที่มีความขัดแย้ง หากไม่เร่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ลงทุนกับอนาคตของเด็ก เยาวชนก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และความขัดแย้งจะยิ่งยืดเยื้อ” นายจาตุรนต์ย้ำ

ด้านแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี มองว่า “สันติสุข” ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้เพียงด้านเดียว แต่ต้องสร้างพร้อมกันทั้งในมิติ การศึกษา การสาธารณสุข และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม
เธอกล่าวว่า ภาพของสันติสุขในใจของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป บางคนเห็นเป็นภาพครอบครัวกินข้าวร่วมกัน บางคนเห็นเป็นเด็ก ๆ วิ่งเล่นอย่างปลอดภัยในชุมชน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า สันติสุขเป็นประสบการณ์ที่แต่ละคนเฝ้าฝันและอยากเห็น เมื่อเด็ก ๆ วาดภาพ “สิ่งที่อยู่ในใจ”

ครั้งหนึ่งเมื่อเธอรับราชการอยู่ศูนย์สุขภาพจิตภาคใต้ ได้จัดกิจกรรมให้เด็กนักเรียนวาดภาพในหัวข้อ “สิ่งที่อยู่ในใจของหนู” เด็กจากจังหวัดอื่นมักวาดรูปครอบครัว ดอกไม้ พระอาทิตย์ หรือทิวทัศน์สวยงาม
แต่เด็กจากชายแดนใต้วาดรถถัง ปืน สีที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นสีเทา–ดำหม่น ๆ บางคนวาดภาพสีแดง ไม่สดใส 

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนความจริงว่า เด็ก ๆ ในพื้นที่เติบโตท่ามกลางความรุนแรง เช่น เหตุระเบิดหน้าโรงเรียนในนราธิวาส ที่ทำให้เด็กบางคนเห็นทหารซึ่งเคยทักทายกันทุกเช้าเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ความทรงจำเหล่านี้ก่อให้เกิดภาวะ PTSD หากไม่ได้รับการดูแลต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตระยะยาว
สันติสุขในมิติของสังคม

หมอเพชรดาวย้ำว่า สันติสุขจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากประชาชนยังรู้สึกว่า ถูกกีดกัน ไม่ได้รับความเท่าเทียม หรือถูกมองข้าม เช่น วันสารทเดือนสิบ ประเพณีสำคัญของชาวไทยพุทธภาคใต้ ซึ่งยังไม่ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ทั้งที่วันฮารีรายอของชาวมุสลิม และตรุษจีนของชาวไทยเชื้อสายจีนได้รับการยอมรับแล้ว เธอเล่าว่า ในปี 2562 ได้อภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ และนำไปสู่การผลักดันของรัฐบาลปี 2564 แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เป็นจริงเสียที นี่คือตัวอย่างที่สะท้อนว่า เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณเลย แต่มีคุณค่าทางจิตใจกลับยังยืดเยื้อมานาน
สามเสาหลักของสันติสุข ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดสันติสุขจริง ๆ มี 3 เสาหลัก

1. การศึกษา – ไม่ใช่แค่การให้ความรู้ แต่คือการสร้างความเข้าใจ เคารพความแตกต่าง และหล่อหลอมเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
2. สุขภาพ – ความมั่นคงของชีวิตเริ่มต้นจากสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง หากประชาชนอ่อนแอ ย่อมยากที่จะสร้างสันติสุขได้
3. สังคม – ต้องส่งเสริมอัตลักษณ์ของทุกกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินนี้ เพื่อสร้างการยอมรับและความภาคภูมิใจร่วม
ทุกอย่างที่ได้กล่าวไป มันไม่ใช่แค่เป้าหมายที่เราต้องไปให้ถึงแต่คือกระบวนการที่เรา
สร้างขึ้นทุกวัน ทุกเดือน ทุกปีผ่านการกระทำเล็ก ๆ ของเราและเครือข่ำยของเรำ
We are one family ต่างที่มาแต่เราคือครอบครัวเดียวกัน.

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

เปิดตัว “T-Alert” ระบบเตือนภัยรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ครอบคลุม 14 ภัยพิบัติ!! ส่งข้อมูลเข้าถึงมือถือประชาชนทันที

(22 ก.ย. 68) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดตัว “T-Alert” ระบบแจ้งเตือนภัยแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยของประเทศให้ทันสมัยและเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับระบบ T-Alert ใช้เทคโนโลยี Cell Broadcast ส่งข้อความตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนโดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ถือเป็นการเสริมศักยภาพกลไกการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) เพื่อให้คนไทยสามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที

ปัจจุบันระบบรองรับภัยพิบัติแล้ว 8 ประเภท ได้แก่ แผ่นดินไหว สึนามิ วาตภัย อุทกภัย ดินโคลนถล่ม ภัยหนาว ฝุ่น PM2.5 และเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ พร้อมเตรียมเพิ่มอีก 6 ประเภท อาทิ โรคระบาด อัคคีภัย–สารเคมี ภัยไซเบอร์ และภัยจากการจราจร โดยคาดว่าจะพัฒนาเสร็จสิ้นภายในปี 2569

‘Zapad 2025’ การซ้อมรบใหญ่ระหว่าง รัสเซีย–เบลารุส เกมท้าทายอำนาจ - เสถียรภาพ NATO ในยุโรปตะวันออก

(22 ก.ย. 68) การซ้อมรบร่วมระหว่างรัสเซียและเบลารุสภายใต้รหัส “ซาปัด 2025” «Запад 2025»” ได้รับการจับตามองอย่างกว้างขวางจากประชาคมโลก เนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ยังคงทวีความร้อนแรงต่อเนื่องจากสงครามในยูเครน แม้ว่ารัสเซียและเบลารุสจะระบุว่าเป็นเพียงการฝึกเพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการป้องกัน แต่ขนาดของกำลังพล ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย และการจำลองสถานการณ์เชิงรุก เช่น การยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “ช่องแคบซูวาลกี” (Suwalki Gap) ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านและชาติตะวันตกมองว่าการซ้อมรบครั้งนี้มีนัยทางยุทธศาสตร์เกินกว่าการฝึกปกติ ในบริบทดังกล่าวการซ้อมรบซาปัด 2025 ไม่เพียงสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างรัสเซียและเบลารุส หากยังชี้ให้เห็นถึงพลวัตความมั่นคงในยุโรปที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ กล่าวคือ เมื่อรัสเซียใช้การแสดงแสนยานุภาพเพื่อยืนยันบทบาทของตนในภูมิภาคย่อมกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกนาโต โดยเฉพาะโปแลนด์และรัฐบอลติก ต้องเสริมกำลังตอบโต้ ผลลัพธ์คือความตึงเครียดที่อาจขยายวงกว้างจนกระทบต่อเสถียรภาพของยุโรปทั้งทวีป

การซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ของรัสเซียและเบลารุสในปี 2025 มีชื่อว่า “ซาปัด «Запад 2025»” ซึ่งหมายถึง “ตะวันตก” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 16 กันยายน ค.ศ. 2025 ในพื้นที่ของทั้งสองประเทศ รวมถึงใกล้พรมแดนโปแลนด์และน่านน้ำทะเลบอลติกและทะเลแบเรนตส์ โดยมีการกระจายการฝึกในศูนย์ฝึก 41 แห่ง ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ปรากฏตัวในเครื่องแบบทหารในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดและระบุว่ามีกำลังพลเข้าร่วมราว 100,000 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์นับหมื่นรายการ รวมถึงเครื่องบิน 33 ลำ และเรือรบ 247 ลำ ขณะเดียวกันเบลารุสเปิดเผยว่ามีกำลังพลเเพียง 7,000 นายเข้าร่วมในพื้นที่ของตน การซ้อมรบครั้งนี้มีผู้แทนจาก 25 ประเทศเข้าร่วม โดย 16 ประเทศส่งผู้แทนเข้าสังเกตการณ์ อาทิ อินเดีย อิหร่าน บังกลาเทศ บูร์กินาฟาโซ คองโก และมาลี จุดประสงค์หลักตามคำกล่าวของปูติน คือการฝึกซ้อมเพื่อป้องกันและขับไล่การรุกรานที่อาจเกิดขึ้นกับ “ยูเนียนสเตต” (Union State) หรือพันธมิตรระหว่างรัสเซียและเบลารุส และจุดยุทธศาสตร์ "ฉนวนซูวาลกี" ระหว่างโปแลนด์-ลิทัวเนียซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับภูมิภาคคาลินินกราดของรัสเซีย ไฮไลต์ของการฝึกที่น่าจับตาได้แก่ แผนฝึกการประจำการอาวุธนิวเคลียร์ของเบลารุสและการซ้อมยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่"เซอร์คอน" (Zircon) จากเรือฟริเกตของรัสเซียในทะเลแบเรนตส์โดยถือเป็นการแสดงศักยภาพยุทโธปกรณ์ทางเรือขั้นสูงและเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลต่อประเทศแถบยุโรปและนาโต

โดยการยิงทดสอบขีปนาวุธ Zircon (3M22) ถูกดำเนินการจากเรือฟริเกตชั้น Admiral Gorshkov ในทะเลแบเรนตส์ ขีปนาวุธชนิดนี้มีความเร็วสูงสุดถึง 9 มัค (9,800–11,000 กม./ชั่วโมง) และระยะยิงประมาณ 1,000 กม. จุดเด่นของ Zircon คือความสามารถในการหลบหลีกระบบป้องกันขีปนาวุธของฝ่ายตรงข้าม มีคุณสมบัติเคลื่อนที่ในชั้นบรรยากาศอย่างรวดเร็ว เกิดพลาสมาแปรสภาพซึ่งรบกวนคลื่นเรดาร์และป้องกันการตรวจจับ ขีปนาวุธ Zircon สามารถติดหัวรบธรรมดาหรือหัวรบนิวเคลียร์ ใช้โจมตีเป้าหมายทั้งบนบกและในทะเล โดยเฉพาะการต่อต้านเรือบรรทุกเครื่องบิน ขีปนาวุธ Zircon จึงถือเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนสมดุลพลังของการรบทางทะเลในศตวรรษที่ 21

การซ้อมรบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับนาโต โดยเปิดฉากเพียงสองวันหลังจากโปแลนด์ยิงโดรนรัสเซียที่ล้ำเข้าน่านฟ้า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาติตะวันตกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยโปแลนด์เชื่อว่าการฝึกครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจำลองการยึด “ช่องแคบซูวาลกี” (Suwalki Gap) จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโปแลนด์และนาโตโดยช่องแคบซูวาลกีถือเป็น “จุดอ่อนที่สุด” ของ NATO ในยุโรปตะวันออก หากเกิดความขัดแย้งรัสเซียสามารถใช้กำลังทหารจาก คาลินินกราดและเบลารุสโจมตีปิดล้อมทำให้รัฐบอลติก (เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย) ถูกตัดขาดจากการสนับสนุนทางบกของ NATO สำหรับรัสเซียหากสามารถควบคุมช่องแคบนี้ได้จะเปิดทางเชื่อมต่อทางบกโดยตรงระหว่างคาลินินกราดกับเบลารุสซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ ช่องแคบซูวาลกีเป็นเส้นเลือดหลักของการส่งกำลังบำรุงจากยุโรปตะวันตกไปยังรัฐบอลติกการขู่โจมตีหรือกดดันบริเวณนี้เท่ากับเป็นการ ท้าทายความมั่นคงของ NATO โดยตรง รัสเซียใช้การซ้อมรบ เช่น “Zapad Exercises” ที่เบลารุสและรัสเซียจัดการเคลื่อนไหวกำลังใกล้ซูวาลกีเพื่อส่งสัญญาณว่าหากเกิดสงครามจริง NATO จะปกป้องรัฐบอลติกได้ยาก การซ้อมรรบดังกล่าวสร้างความกังวลต่อ NATO และประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากมีการทดสอบยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ เช่น จรวด Oreshnik ที่อาจมีศักยภาพนิวเคลียร์และการใช้โดรนกับเครื่องบินทิ้งระเบิด ขณะที่ทางการรัสเซียและเบลารุสอธิบายว่าเป็นการฝึกตอบโต้ภัยคุกคามและรักษา “ความสมบูรณ์ของรัฐสหภาพ” (Union State) นอกจากนี้ยังมีประเทศคู่มิตรอย่างอินเดียและอิหร่านเข้าร่วมหรือส่งผู้สังเกตการณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางทหารที่กว้างขึ้น ขณะที่ฝ่ายตะวันตกมองว่าเป็นการแสดงแสนยานุภาพและเพิ่มแรงกดดันต่อยุโรปตะวันออก

ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก แห่งเบลารุส ยืนยันว่ามีการเคลื่อนย้ายหัวรบนิวเคลียร์จำนวนหนึ่งจากรัสเซียมาประจำการในเบลารุสแล้ว และการฝึกซ้อมคือเพื่อสร้างศักยภาพในการตอบโต้โดยทันทีหากถูกโจมตี แผนฝึกแบ่งเป็นสองระยะระหว่างดินแดนรัสเซียและเบลารุส โดยมีการจำลองสถานการณ์การใช้ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์โจมตีเป้าหมายในยุโรปตะวันออกและยุโรปกลาง ทั้งนี้เบลารุสได้เน้นย้ำว่าการฝึกนี้เป็น “มาตรการเชิงรุก” เพื่อเพิ่มศักยภาพตอบโต้และขยายขอบเขตการคุ้มครองอธิปไตยของสหภาพรัสเซียและเบลารุส การซ้อมรบและแผนประจำการนิวเคลียร์ในเบลารุสถือเป็นการส่งสารเชิงยุทธศาสตร์ต่อประเทศข้างเคียงและนาโต ตอกย้ำศักยภาพเกมรุกและการป้องปรามนิวเคลียร์ในภูมิภาคยุโรป สังคมยุโรปและนาโตแสดงความกังวลต่อการประจำการอาวุธนิวเคลียร์แบบนี้เพราะเป็นการขยายจุดยุทธศาสตร์และเพิ่มความตึงเครียดในยุโรปตะวันออก

ท่าทีของชาติพันธมิตรของรัสเซียต่อการซ้อมรบครั้งนี้
- จีนไม่ได้ส่งกำลังพลเข้าร่วมการซ้อมรบทางบก “Zapad 2025” กับรัสเซียและเบลารุสโดยตรง แต่ในปี 2025 นี้ จีนมีบทบาทสำคัญในความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียผ่านการฝึกซ้อมรบร่วมทางทะเลภายใต้ชื่อ “Joint Sea-2025” และ “Maritime Interaction 2025” บริเวณทะเลญี่ปุ่นและญี่ปุ่น-วลาดิวอสต็อก กองทัพเรือจีนร่วมซ้อมรบกับรัสเซียในทะเลญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม 2025 ที่ผ่านมาโดยเน้นความร่วมมือในด้านการต่อต้านเรือดำน้ำ ป้องกันทางอากาศ การช่วยชีวิตเรือดำน้ำ และการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางทะเลร่วมกับรัสเซีย การซ้อมรบทางทะเลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ เสริมสร้างความมั่นคงภูมิภาค และตอกย้ำพันธมิตรระหว่างสองประเทศ. จีนเน้นย้ำว่าไม่มีเป้าหมายต่อต้านประเทศใดโดยเฉพาะเป็นการขยายความร่วมมือด้านทหารและเสถียรภาพระหว่างชาติพันธมิตร ความร่วมมือทางทหารของจีนกับรัสเซียมีความลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจีนยังช่วยสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจให้รัสเซียท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตกหลังสงครามยูเครน จีนประกาศขยายความสัมพันธ์ทางทหารกับต่างชาติ พร้อมประณามการใช้อำนาจอย่างไร้หลักการในเวทีระหว่างประเทศ จีนจึงมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ควบคู่กับรัสเซียผ่านความร่วมมือทางทะเลในปี 2025 แม้จะไม่เข้าร่วมซ้อมรบภาคพื้นดิน “Zapad 2025” โดยตรง

- อินเดีย ส่งทหาร 65 นายเข้าร่วมการซ้อมรบ พร้อมยืนยันผ่านกระทรวงกลาโหมว่าเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือและความไว้ใจระดับทวิภาคีกับรัสเซีย อินเดียยืนยันความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับรัสเซียแม้จะเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐและยุโรป ระบุชัดว่าการเข้าร่วมซ้อมรบเป็นมาตรการรักษาสมดุลทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ไม่ใช่เลือกข้างในความขัดแย้ง

- อิหร่านร่วมซ้อมรบทั้งในรัสเซียและจัดซ้อมรบทางทะเลกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงความไว้วางใจและเสริมสร้างศักยภาพกองทัพร่วม ผู้นำอิหร่านเน้นย้ำเป้าหมายประสานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับรัสเซีย เพื่อตั้งรับแรงกดดันจากนาโตและสหรัฐ

- บังกลาเทศ บูร์กินาฟาโซ คองโก มาลี ทั้ง 4 ประเทศมีท่าทีเชิงสัญลักษณ์ในการส่งทหารเข้าร่วมการซ้อมรบ แสดงการยอมรับรัสเซียในเครือข่ายพันธมิตรทางทหาร การเข้าร่วม "Zapad 2025" ถือเป็นเวทีสร้างสัมพันธภาพกับมหาอำนาจและยกระดับศักยภาพกองทัพประเทศตนเองด้วยเทคโนโลยีและยุทธวิธีของรัสเซีย ผู้นำบางประเทศ เช่น บูร์กินาฟาโซและมาลี มองว่านี่เป็นโอกาสยกระดับกองทัพท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงภายในและเพื่อสร้างพันธมิตรต่างชาติที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทุกประเทศที่กล่าวมานี้ล้วนให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางยุทธศาสตร์กับรัสเซีย ทั้งในฐานะพันธมิตรและในมิติการปรับปรุงขีดความสามารถทางทหารของรัฐ

ท่าทีของนาโตและสหรัฐฯ นาโตและสหรัฐฯ มีท่าทีกังวลและตอบโต้การซ้อมรบรัสเซีย-เบลารุส "Zapad 2025" อย่างจริงจังโดยมองว่าเป็นการแสดงกำลังที่เพิ่มความตึงเครียดในยุโรปตะวันออก และเป็นภัยต่อความมั่นคงภูมิภาค โดยมีท่าทีและการตอบโต้ดังนี้

- รัฐบาลโปแลนได้ตอบโต้โดยประกาศปิดพรมแดนติดเบลารุสอย่างไม่มีกำหนด โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงท่ามกลางการซ้อมรบที่ถูกมองว่า “ก้าวร้าว” และปัญหาสงครามลูกผสมจากการผลักดันผู้อพยพผิดกฎหมายเข้าสู่ยุโรป พร้อมกันนี้ยังสั่งตรึงกำลังทหารกว่า 40,000 นายไว้ตามแนวชายแดนและขอให้ NATO ช่วยเสริมกำลังป้องกันทางอากาศนอกจากนี้การปิดพรมแดนยังกระทบเส้นทางการค้าสำคัญของจีนเข้าสู่ยุโรป จนโปแลนด์ต้องอธิบายต่อจีนว่าประเด็นด้านความมั่นคงมีความสำคัญเหนือกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน

- นาโตจัดการซ้อมรบแสดงแสนยานุภาพทางทหารในโปแลนด์ ภายใต้รหัส "Iron Gate" และ "Iron Defender" เพื่อเตรียมปกป้องอธิปไตยชาติสมาชิก โดยมีกองทัพสหรัฐฯร่วมส่งกำลังเช่น รถถัง เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินขับไล่ ตอบรับการโจมตีโดรนรัสเซียที่เข้าล้ำเขตน่านฟ้าโปแลนด์-โรมาเนียด้วยการประชุมมาตรา 4 เพื่อเสริมกำลังทหารและอาวุธตรึงชายแดน นอกจากนี้ยังได้ส่งตัวแทนจากตุรกีและฮังการี เข้าชมการซ้อมรบ "Zapad 2025" พร้อมตัวแทนจากสหรัฐฯและประเทศอื่น ๆ รวม 23 ประเทศ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

- สหรัฐฯ ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 คน เข้าร่วมชมซ้อมรบร่วมกับรัสเซียและเบลารุสที่เมืองโบริซอฟแสดงถึงความพยายามรักษาช่องทางการสื่อสารแม้สถานการณ์ความสัมพันธ์โดยรวมตึงเครียด นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังได้สนับสนุนกองกำลังนาโตและโปแลนด์โดยส่งเครื่องบินรบเข้าปกป้องน่านฟ้าและเตรียมส่งอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้ยูเครนเพื่อรับมือกับรัสเซีย และยังแสดงความกังวลว่าการซ้อมรบขนาดใหญ่ซึ่งรวมถึงการฝึกใช้อาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกเป็นการส่งสัญญาณเตือนความขัดแย้งที่อาจลุกลามเป็นสงครามได้  โดยสรุป 
ท่าทีของนาโตและสหรัฐฯ ต่อการซ้อมรบ "Zapad 2025" คือ การเตรียมพร้อมตอบโต้และเสริมกำลังทหารในภูมิภาคอย่างเข้มข้นเพื่อปกป้องพันธมิตรและรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ

บทสรุป การซ้อมรบ “Zapad 2025” ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมใหญ่ระหว่างรัสเซียและเบลารุสในปี 2025 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สะท้อนถึงความตึงเครียดในยุโรปตะวันออกอย่างชัดเจน การซ้อมรบใช้กำลังทหารกว่าแสนคน พร้อมปฏิบัติการยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง รวมถึงการประจำการอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีที่เบลารุสเป็นเครื่องมือสร้างความพร้อมตอบโต้ภัยคุกคาม ประเทศพันธมิตรหลายชาติ เช่น อินเดีย อิหร่าน บังกลาเทศ และชาติแอฟริกาต่างเข้าร่วมแสดงท่าทีสนับสนุน หรือใช้เวทีนี้สร้างความร่วมมือทางทหารกับรัสเซีย 

ขณะที่จีนมีบทบาทสำคัญในการซ้อมรบร่วมทางทะเลกับรัสเซีย ตอกย้ำพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ ในขณะเดียวกัน นาโตและสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการเสริมกำลังในโปแลนด์และภูมิภาคใกล้เคียง เตรียมพร้อมรับมือความตึงเครียดและภัยคุกคาม พร้อมส่งตัวแทนติดตามซ้อมรบอย่างใกล้ชิด ทั้งยังสนับสนุนยูเครนด้วยอาวุธขั้นสูง ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนภาพความขัดแย้งและการแข่งขันทางทหารที่ยังคงดำเนินต่อไป โดยรวม การซ้อมรบ “Zapad 2025” ไม่เพียงเป็นการฝึกทหารและแสดงศักยภาพทางทหารของรัสเซียและพันธมิตรแต่ยังเป็นสัญญาณทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของยุโรปและระบบระหว่างประเทศในปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง

‘มาเลเซีย’ ถูกเตือน!! อย่าหลงเหลี่ยม ‘กัมพูชา’ มักชอบ ‘เล่นบทเหยื่อ’ อาจบั่นทอนความเป็นกลางได้

(22 ก.ย. 68) มาเลเซีย ถูกเตือนให้ใช้ความระมัดระวังในการรับมือกับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา หลังมีกระแสว่า กัมพูชาอาจ “เล่นบทเหยื่อ” เพื่อสร้างความเห็นใจในเวทีระหว่างประเทศ โดยกรณีล่าสุดที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ไทยยืนยันว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง ทั้งการใช้โดรน วางกับระเบิด และการชุมนุมข้ามแดน ทำให้ฝ่ายไทยต้องใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่กัมพูชานำภาพพระสงฆ์ ผู้หญิง และเด็กที่ได้รับผลกระทบไปเผยแพร่ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

นักวิชาการมาเลเซียเตือนว่า หากรัฐบาลกัวลาลัมเปอร์แสดงท่าทีเอียงข้างกัมพูชาเร็วเกินไป อาจทำให้ไทยซึ่งเป็นสมาชิกก่อตั้งอาเซียนรู้สึกไม่พอใจ ส่งผลต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ทั้งยังบั่นทอนบทบาทของมาเลเซียในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยระดับภูมิภาค เพราะความเป็นกลางคือหัวใจสำคัญของอาเซียน

นอกจากนี้มาเลเซียควรตรวจสอบข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายอย่างรอบด้าน รวมถึงผลักดันให้อาเซียนส่งคณะผู้สังเกตการณ์กลางเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อลดการผูกขาดข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นต่อบทบาทของอาเซียนในฐานะผู้รักษาสันติภาพในภูมิภาค

อีกทั้ง มาเลเซียควรสื่อสารอย่างระมัดระวัง โดยแสดงความห่วงใยด้านมนุษยธรรมต่อผู้ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ละเลยมิติด้านอธิปไตยและกติกาสากล เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ท้ายที่สุด กรณีชายแดนไทย–กัมพูชาไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเรื่องแผนที่ แต่ยังเป็นการช่วงชิงความน่าเชื่อถือและบทบาทนำของอาเซียน การที่มาเลเซียรักษาความเป็นกลางและยึดมั่นในความจริง จะเป็นกุญแจสำคัญในการคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและความไว้วางใจในระดับภูมิภาค Malaymail รายงาน

‘อนุทิน’ ย้ำปิดด่านชายแดนต่อ มอบอำนาจทหาร ตัดสินใจเต็มที่!! ยันรัฐบาลหนุนกองทัพ 100%

เมื่อวันที่ (21 ก.ย. 68) ที่จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยยืนยันว่าได้หารือกับกองทัพแล้ว และมอบอำนาจให้ทหารตัดสินใจเต็มที่ รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนด้านการทูตและการเจรจาตามความจำเป็น

นอกจากนี้ นายอนุทินยังปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องผู้นำต่างประเทศพยายามล็อบบี้ ย้ำว่า “ไม่มีใครล็อบบี้ผมได้” และยืนยันว่าการตัดสินใจทั้งหมดจะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนเท่านั้น เงื่อนไขใด ๆ จะถูกยอมรับก็ต่อเมื่อคู่เจรจายอมตามข้อกำหนดของไทย

สำหรับพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ที่ยังมีเหตุความไม่สงบจากฝั่งกัมพูชา นายอนุทินระบุว่า หากยังมีการใช้โล่มนุษย์หรือกดดันด้วยอาวุธ จะไม่มีการเจรจาใด ๆ ด่านชายแดนจะปิดต่อไป และรัฐบาลอาจเพิ่มมาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้นหากจำเป็น

‘รัสเซีย’ ยืนหนึ่งครอง ‘ยูเรเนียม’ มากสุดในโลก แม้สหรัฐฯ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุด แต่ยังต้องพึ่งรัสเซีย

(22 ก.ย. 68) รัสเซียยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดยูเรเนียมโลก โดยนายคิริล โคมารอฟ (Kirill Komarov) รองผู้อำนวยการใหญ่รัฐวิสาหกิจ Rosatom เปิดเผยว่า ส่วนแบ่งตลาดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของรัสเซียสูงเกือบ 40% ทำให้ยังคงเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลก แม้ชาติตะวันตกพยายามหาทางลดการพึ่งพารัสเซียแต่ยังคงไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ โคมารอฟ ยังระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะมีขีดความสามารถด้านพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก ราว 100 กิกะวัตต์ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของรัสเซียอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลและความสำคัญของรัสเซียในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โลก

“Thailand Pavilion” ฮิตกระหึ่ม Expo 2025 โอซากา – ดันท่องเที่ยวไทย Low Carbon โชว์เสน่ห์ธรรมชาติสู่สายตาโลก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ (21 ก.ย. 68) นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าเยี่ยมชมคูหานิทรรศการกรมการท่องเที่ยว ภายใน Thailand Pavilion ในงาน Expo 2025 Osaka Kansai ณ เกาะยูเมะชิมะ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

โดยมีนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ให้การต้อนรับและนำชมบูธซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “Journey Through Nature’s Wonders” โชว์แนวคิด “Low Carbon Tourism” หรือการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ พร้อมกิจกรรมให้ผู้ร่วมงานได้สนุกและตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้คอนเซปต์ “Save the world, enjoy low carbon travel”

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมถ่ายรูปใส่หัวน้องช้างชูงวงเริงร่า (สัญลักษณ์มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย) และแจกกระเป๋าผ้า DIY stamp ลาย Low Carbon Tourism สุดเก๋ เป็นของที่ระลึก

ในวันเดียวกันนี้ มีผู้เข้าเยี่ยมชมคูหานิทรรศการกว่า 3,380 ราย สะท้อนกระแสความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานนานาชาติอย่างล้นหลาม ยืนยันศักยภาพการท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก 

ยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสู่ธุรกิจ กฟผ. จับมือ IWRM ลงนามให้บริการบริหารจัดการด้านพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ (22 ก.ย. 68) นายเมธาวัจน์ พงศ์รดาภิรมย์ รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (รวธ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมเป็นเกียรติในงานลงนามสัญญา (MOU) ให้บริการบริหารจัดการพลังงานโดยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ระหว่าง กฟผ.และ บริษัท ไอดับบลิวอาร์เอ็ม จำกัด (IWRM) ผู้ให้บริการน้ำเพื่ออุตสาหกรรมรายใหญ่ในพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยมีนายสายัณห์ ปานซัง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารธุรกิจ (ชธก.) และนายธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการผู้จัดการ IWRM ร่วมลงนามในสัญญา พร้อมด้วยนางณิศรา ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน (อธพ.) และนางอัมพวัน พงศ์สิทธิศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ IWRM ลงนามในฐานะพยาน ณ ห้อง Press Conference สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี

สำหรับการให้บริการดังกล่าว เป็นการให้บริการบริหารจัดการพลังงานโดยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro-Grid) ณ สถานีผลิตน้ำประปามรกตสยาม อ.พานทอง จ.ชลบุรี เพื่อยกระดับความมั่นคงและประสิทธิภาพในการผลิตน้ำประปา ด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่ทันสมัย ประกอบด้วยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Floating PV System) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) ของ กฟผ. หรือ “ENZY Platform” ซึ่งจะช่วยยกระดับการบริหารจัดการพลังงาน และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทั้งในด้านการควบคุมค่าไฟฟ้า การพยากรณ์พลังงาน ตลอดจนรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน การลงนามในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่าง กฟผ. และภาคเอกชน ในการผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีด้านพลังงานอัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

กองพันทหารราบ ร.16 พัน.2 ส่งทหารสอบปลายภาค กศน. เพื่อพัฒนาความรู้–สร้างเส้นทางอาชีพหลังปลดประจำการ

(23 ก.ย. 68) กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 16 ได้นำกำลังพลทหารกองประจำการของหน่วย ที่ศึกษา กศน. เข้าสอบปลายภาค ทั้งระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ณ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 16 (บดินทร2) เพื่อส่งเสริมให้น้องๆ ทหาร ได้มีความรู้ และวุฒิการศึกษานำไปต่อยอดสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ และประกอบอาชีพอื่นๆ อีกต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top