Saturday, 18 July 2026
NewsFeed

ท้าวเวสสุวรรณ หน้าทองคำ เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ แห่งวัดเดิมบาง โชคลาภสมปรารถนา พลังเสน่ห์เมตตามหานิยม

‘ท้าวเวสสุวรรณ หน้าทองคำ’ เทพแห่งโภคทรัพย์สมบัติ บันดาลความรุ่งเรือง ความร่ำรวย ที่สำคัญก็คือมีใบหน้าเป็นทองคำ บันดาลฤทธิ์พลัง สายเสน่ห์เมตตามหานิยมแกผู้คนที่มากราบไหว้ นอกจะได้โชคลาภ สมปรารถนาแล้ว  ยังได้พลังเสน่ห์เมตตามหานิยม ดุจดั่ง ได้รับพลังวิเศษ นะหน้าทอง จากท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณ

ท้าวเวสสุวรรณองค์นี้ ที่วัดเดิมบาง จัดสร้างโดย ท่านพระครูบาวชิริล สร้างถวายเพื่อประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ สาเหตุที่สร้างเป็นหน้าทองคำก็เนื่องจากหลังพิธีเททองหล่อ ท่านพระครูบาฯ ได้นิมิตฝันว่า "ได้ยินเสียงดังขึ้นว่า ใบหน้าฉันเป็นทองคำนะ หน้าทอง" จึงเป็นปฐมเหตุให้สร้าง ท้าวเวสสุวรรณเป็นหน้าทองคำขึ้นมา ตามความประสงค์ของท่านท้าวเวสสุวรรณ ที่มาเข้าฝัน เพื่อเป็นศุภนิมิตมงคลสืบไป

ผู้ที่ต้องการตั้งจิตอธิษฐานไหว้ ท่านท้าวเวสสุวรรณจะนิยมไปไหว้กันในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ โดยของไหว้หลักๆ ที่จะต้องเตรียมไว้บูชานั้นก็ได้แก่ ธูป 9 ดอก และดอกกุหลาบ 9 ดอก รวมทั้งต้องเตรียมผลไม้ 5 อย่าง ที่สื่อถึงความหมายมงคล เช่น ผลไม้ที่มีสีแดง แก้วมังกร หรือทับทิมเป็นต้น และวิธีขอพราท่านท้าวเวสสุวรรณเพื่อเรียกทรัพย์นั้น ก็จะนิยมนำกระเป๋าสตางค์ที่ใช้ใส่เงินของตัวเอง ไปวนขวารอบกระบองของท่านท้าวเวสสุวรรณ จำนวน 9 รอบ หลังจากนั้นก็จะตั้งจิตอธิษฐานในสิ่งที่ตนเองปรารถนา

‘ลิลลี่ นารีนาท’ โพสต์ซึ้งถึงค่ายเพลง ‘ได้หมดถ้าสดชื่น’ พร้อมบอก “ถ้าวันหนึ่งต้องยุบค่าย คงใจหายไม่น้อย”

(10 ก.ค. 66) เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักร้องคลื่นลูกใหม่อายุน้อยของวงการลูกทุ่งไทย สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว ‘ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ น้องสาวของ ‘เจนนี่ รัชนก’ หรือ ‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ กับบทเพลงที่ดังสนั่นลั่นทุ่ง ไม่ว่าจะวัยไหนก็ต้องร้องตามกันได้กับ ‘เพลงได้หมดถ้าสดชื่น’ ซึ่งถ้าใครได้ติดตามก็จะเห็นว่า ‘ลิลลี่’ ทั้งทำงาน ทั้งเรียนไปด้วย บอกเลยว่าดีกรีไม่ธรรมดาจริงๆ ล่าสุด ‘ลิลลี่’ ได้ออกมาร่ายยาวซึ้งๆ บอกความรู้สึกในใจที่มีต่อค่ายเพลงแห่งนี้ โดยเธอได้เขียนข้อเอาไว้ว่า…

“ค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น หรือ DM เป็นบ้านหลังแรกของลิลลี่ที่อยู่แล้วอุ่นใจและมีความสุขที่สุด เป็นบ้านที่อยู่กันแบ ครอบครัว เปิดรับคนใหม่อยู่ทุกๆ ปี เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน มีเสียงเพลง เสียงหัวเราะ และความสุข บางครั้งอาจจะปะปนน้ำตาไปบ้าง ก็หลากหลายอรรถรส ลิลลี่อยู่ตรงนี้ จุดนี้มา 4 ปีแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเป็นเวลานานมากกกกกก!!!”

“สำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้เติบโตมาจากที่นี่ อยู่ที่นี่ กินที่นี่ นอนที่นี่ เชื่อว่าหลายๆคนก็คิดแบบนี้ ลิลลี่ ไม่เคยมีเพื่อนอยู่โลกภายนอก เพราะส่วนใหญ่จะสนิทกับคนในค่าย พี่ๆ หลายๆ ซีซั่นที่ผ่านเข้ามา แดนซ์เซอร์ นักดนตรี และคนในบ้าน ตั้งแต่มีคนเหล่านี้เข้ามาในชีวิต ไม่เคยเรียกร้องหรือขออะไรเลย เรารู้สึกว่าพอใจในจุดนี้แล้ว มีคนที่คอยเคียงข้าง มีคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข สบายใจ คอยเดินทางบนถนน หรือเดินทางชีวิตไปด้วยกัน เติบโตไปด้วยกัน นั่งรถไปคอนเสิร์ตด้วยกัน ร้องเพลงด้วยกัน กินข้าวพร้อมกัน กินหมูกะทะข้างสระพร้อมกัน และอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านมา ถ้าวันนึงต้องยุบค่ายไปหรือปิดค่ายไป ก็คงใจหายไม่น้อยเลย ทุกวันนี้เลยพยายามทำงาน ร้องเพลง หรือทำอะไรก็ตามแต่ เพื่อให้มีคนคอยติดตาม คอยรัก คอยมาดูพวกเราเล่นคอนเสิร์ต คอยเจอพวกเรา คอยฟังเพลง”

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อยากขอบคุณเอฟซีทุกคนที่คอยติดตามและซัพพอร์ตมาตลอด สัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้ดี ตั้งใจทำเพลงออกมาให้มีคุณภาพมากที่สุด ตั้งใจทำหน้าที่ตรงนี้ในตอนที่ยังมีโอกาส ใครก็ตามแต่ที่เข้ามาในชีวิต ที่ทั้งดีและไม่ดี ขอบคุณที่ผ่านเข้ามา ขอบคุณที่เคยเติบโตไปด้วยกัน เราต่างล้วนเป็นบทเรียนและความทรงจำซึ้งกันและกัน ไม่เคยโกรธหรือเกลียดใครเลย นึกถึงวันที่มีความสุขและยิ้มได้ซะมากกว่า ขอให้เติบโตไปในเส้นทางที่มีความสุขและประสบความสำเร็จนะ”

ซึ่งงานนี้ก็มีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์มากมาย อาทิ เกิดอะไรขึ้นน้องลี่สู้ๆ นะน้องเก่ง, ติดตามผลงานค่าย DM ตลอดไป, เก่งมากน้อง ขอให้ทุกวันเป็นวันที่ดีของน้องนะ สู้ๆ , รักเสมอ จะคอยซัพพอร์ตไปตลอดนะคะคนเก่ง, อายุเท่านี้ น้องมาไกลมากๆ ความคิดทุกๆอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุของน้องเลย รักนะ DM, เก่งที่สุดแล้วสาวน้อยจะติดตามไปตลอดนะ, คิดถึง อยากให้มีงานทัวร์คอนเสิร์ตเยอะๆ คอยติดตามนะเด็กดี เป็นต้น

‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ โชว์โปรไฟล์ทินเดอร์ รับสมัคร ‘FWB’ ลั่น!! “ขอคนไม่เล่น เบื่อจะเหงาละ” ชาวเน็ตแห่แซวเพียบ

(10 ก.ค. 66) เรียกว่ายิ่งโสด ก็ยิ่งสวย แถมยิ่งเพิ่มดีกรีความแซ่บเหมือนยกพริกมาทั้งสวนกันเลยทีเดียว สำหรับสาว ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ หรือ ‘เบียร์ ภัสรนันท์’ ที่เพิ่งประกาศจบความสัมพันธ์กับอดีตแฟนหนุ่ม ‘ท็อป Lazyloxy’ หรือ ‘ท็อป ปฐมภพ’ ซึ่งรักในครั้งนี้ จบด้วยดี ต่างคนต่างไปทำตามความฝันตัวเอง

ล่าสุด สาว ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ ก็เผยลุกส์ใหม่ต้อนรับความโสด ด้วยการทำไฮไลท์สีผมใหม่ พร้อมผมหน้าม้าลดอายุ และยังตัดผมสั้นลงกว่าเดิม ให้ลุกส์สาวซนปนแสบเหมาะกับสาวเบียร์มาก ท่ามกลางบรรดาแฟนคลับที่เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมลุกส์ใหม่ของสาวเบียร์กันยกใหญ่
แต่บอกเลยว่าความแซ่บไม่ได้หยุดที่ตรงนี้ เพราะล่าสุดเจ้าตัวโพสต์ภาพพร้อมข้อความที่ทำเอาไทม์ไลน์แตกแตน ลุกเป็นไฟกันเลยทีเดียว

เมื่อสาว ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ ออกมาโพสต์ผ่าน Facebook : Bizcuitbeer เขียนแคปชั่นสุดปังว่า “รับสมัคร FWB” พร้อมแนบภาพบัญชีจากแอพพลิเคชั่น ‘ทินเดอร์’ (Tinder) ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มหาคู่ออนไลน์ระดับโลก ระบุชื่อ “Passaranan” ที่สำคัญมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้ายืนยันตัวตนอีกด้วย

โดยในส่วนของข้อมูลประวัติส่วนตัว ยังระบุคุณสมบัติชัดเจนว่า “รับสมัคร FWB ขอคนไม่เล่น เบื่อจะเหงาละ” ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามากดถูกใจและคอมเมนต์ภาพดังกล่าวถล่มทลาย
โดยคอมเมนต์ส่วนใหญ่เข้ามาแซวสาวเบียร์ บางส่วนรีบคอมเมนต์แข่งขันกันเพื่อลงสมัคร ขณะที่บางส่วนคอมเมนต์ถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือหลอก และมีบางส่วนตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการโปรโมทแอพพลิเคชั่นก็เป็นได้

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีบทสรุป แต่บอกเลยว่างานนี้มีผู้ที่สนใจตำแหน่งดังกล่าวจำนวนมาก คงต้องจับตาดูว่าใครจะเป็นหนุ่มผู้โชคดีที่คนนั้น

‘ประเทศไทย’ ติด 1 ใน 10 ประเทศน่าอยู่หลังเกษียณ ต่างชาติพอใจราคา ‘ค่าครองชีพ-ที่พัก-รักษาพยาบาล’ 

เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์นิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) เผยผลสำรวจ 10 ประเทศที่น่าพำนักอยู่หลังเกษียณ (10 Cheapest Places To Live After Retiring) ปี 2023 จากการจัดอันดับของ Annual Global Retirement Index

ผลสำรวจนี้ประมวลข้อมูลจากค่าครองชีพ สภาพอากาศ วีซ่า ค่าอาหาร ที่พัก และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ที่อาจอยู่ได้โดยแทบไม่ต้องทำงาน หรือใช้เงินจำนวนมาก

โดย 10 ประเทศที่น่าพำนักอยู่หลังเกษียณ ได้แก่ 
1.โปรตุเกส  
2.เม็กซิโก 
3.ปานามา 
4.เอกวาดอร์ 
5.คอสตาริก้า 
6.สเปน 
7.กรีซ 
8.ฝรั่งเศส 
9.อิตาลีและไทย

สำหรับ ‘ประเทศไทย’ คว้าอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 9 ของโลก (เท่ากับอิตาลี) ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดในโลก แม้การท่องเที่ยวจะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 10% ของจีดีพี แต่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตผ่อนคลาย สนุกสนาน และเต็มไปด้วยการผจญภัย

และยังแนะให้ผู้สนใจเลือกใช้ชีวิตทั้งในกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสีและตึกใหญ่ หรือเลือกอยู่ในจังหวัดภาคเหนือที่อากาศเย็นสบาย

ส่วนค่าใช้จ่ายเรื่องที่อยู่อาศัยไม่แพง สามารถเลือกซื้อคอนโดมิเนียมขนาด 2 ห้องนอนได้ในราคาไม่ถึง 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเลือกเช่าได้ในราคาเพียงเดือนละ 180 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น

'อีลอน มัสก์' เผย Starlink ต้องถือสิทธิ์เจ้าของกิจการในไต้หวัน 100%  แลกอินเทอร์เน็ตดาวเทียมแบบเร่งด่วน เพื่อทำสงครามกับจีน

ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้บริหารเบอร์ต้นๆ ของโลก การจะเจรจาเรื่องธุรกิจใดสักอย่าง จึงย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้วสำหรับ อีลอน มัสก์ ที่ตอนนี้ดูแลกิจการยักษ์ใหญ่ ทั้ง Tesla, SpaceX และล่าสุดกับระบบอินเตอร์เนตดาวเทียม Starlink ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ 

โดยไม่นานมานี้ อีลอน มัสก์ ได้นำเสนอไอเดียให้รัฐบาลไต้หวัน พิจารณาดาวเทียม Starlink เป็นระบบ Backup สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ตสำรอง กันการโจมตีจากจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อให้ไต้หวันมั่นใจว่าการสื่อสาร และ ส่งผ่านข้อมูลสำคัญในประเทศยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ติดขัดแม้จะมีความพยายามตัดระบบเคเบิลพื้นฐานจนได้รับความเสียหาย

ข้อเสนอของอีลอน มัสก์ เกิดขึ้นหลังจากที่สายเคเบิลใต้ทะเล 'ไต้หวัน-มัทสุ' ทั้ง 2 เส้น ที่ลากผ่านใกล้พรมแดนทางทะเลระหว่างจีน และ ไต้หวันถูกตัดขาด โดยเรือประมงจีนลำหนึ่ง และเรือขนส่งจีนอีกลำหนึ่ง เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทางไต้หวันตั้งข้อสงสัยว่าจีนจงใจแล่นเรือผ่านเพื่อตัดเคเบิลสื่อสารใต้ทะเลของไต้หวัน ทำให้ชาวไต้หวันกว่า 14,000 คน ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตได้ 

จากเหตุการณ์นี้ จึงนำไปสู่การพิจารณาในการพัฒนาระบบอินเตอร์เนตดาวเทียมเป็นกรณีเร่งด่วน ไว้เป็นแผนสำรองเตรียมรับมือกับจีน 

โดยก่อนหน้านี้ ทางรัฐบาลไต้หวันได้ริเริ่มโครงการระบบอินเทอร์เน็ตดาวเทียมของตัวเองตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว (2565) โดยเล็งเห็นตัวอย่างจากสงครามในยูเครน ที่ระบบสื่อสารออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศจะขาดไม่ได้ และต้องการให้มีเน็ตเวิร์กสำรองในยามสงคราม เช่นเดียวกับโมเดล Starlink ในยูเครน 

แต่ด้วยเหตุการณ์สายเคเบิลใต้ทะลขาดที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลไต้หวันเห็นว่า แผนพัฒนาอินเทอร์เน็ตดาวเทียมเป็นสิ่งที่รอไม่ได้อีกต่อไป และอาจต้องพึ่งพาบริการของ Starlink ที่มีดาวเทียมเครือข่ายพร้อมใช้ และเปิดให้บริการครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดถึง 7 ทวีป รวมถึง แอนตาร์กติกา ด้วย 

ทว่า ด้วยความเป็นคนไม่ธรรมดาของ อีลอน มัสก์ ก็ได้ใช้โอกาสนี้ยื่นข้อเสนออย่างเด็ดขาดมายังรัฐบาลไต้หวันว่า Starlink ต้องเป็นเจ้าของกิจการในระบบที่ไต้หวัน 100% เท่านั้น หากไม่แล้ว ก็จะล้มเลิกข้อตกลงทั้งหมด 

ทั้งนี้หากย้อนไปช่วงปี 2019 สื่อไต้หวันได้รายงานว่า อีลอน มัสก์ เริ่มนำเสนอธุรกิจอินทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ให้กับรัฐบาลไต้หวันมาแล้วตั้งแต่ตอนนั้น แต่ตามกฎหมายของไต้หวันระบุว่า ธุรกิจโทรคมนาคมที่ต้องร่วมค้ากับบริษัทต่างชาติ จำเป็นต้องมีบริษัทไต้หวันถือหุ้นส่วนอย่างน้อย 51% 

แต่เมื่ออีลอน มัสก์ ยืนยันว่า Starlink ต้องการดำเนินธุรกิจในไต้หวัน ด้วยสิทธิ์การเป็นเจ้าของกิจการ 100% เท่านั้น โดยอีลอน มัสก์ ยืนยันว่าเป็นโมเดลธุรกิจของ Starlink ที่ทำในทุกประเทศทั่วโลก นั่นก็หมายความว่า หากรัฐบาลไต้หวันต้องการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตดาวเทียมของ Starlink ก็ต้องแก้กฎหมายเพื่อเปิดทางให้กับธุรกิจของอีลอน มัสก์

นี่ถือเป็นเงื่อนไขที่ไม่ง่ายทั้งสำหรับ รัฐบาลไต้หวัน และ ธุรกิจ Starlink เอง และปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความต้องการระบบดาวเทียม แต่อยู่ที่เงื่อนเวลาว่าทางไต้หวันรอได้หรือไม่ ที่ต้องรับมือกับความกดดันจากจีน 

เพราะตอนนี้ ไต้หวันก็กำลังพัฒนาอินเทอร์เน็ตดาวเทียมร่วมกับ OneWeb บริษัทของอังกฤษ และมีการทดลองใช้ในบางพื้นที่บ้างแล้ว แต่อาจต้องรอเวลาอีก 2-3 ปี ในการเปิดให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ได้ 

ขณะเดียวกัน หากไต้หวันรอไม่ได้แล้ว เพราะสถานการณ์ความตึงเครียดกับจีน ไม่น่าไว้วางใจ Starlink อาจเป็นคำตอบที่เร็วที่สุดในเวลานี้ ที่ต้องแลกกับอธิปไตยเหนือสิทธิ์การควบคุมธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศ

ก็ต้องยอมรับว่า การสร้างความกดดัน หวั่นไหว สั่นประสาท ในลักษณะนี้ อีลอน เจ้าของ Twitter คนปัจจุบัน เขาปั่นเก่งนักแล...

ปังไม่หยุด!! ‘ลิซ่า BLACKPINK’ พาเพลง ‘MONEY’  คว้าแชมป์ยอดสตรีมสูงสุดใน Spotify ของฝ่ายหญิง 

(10 ก.ค. 66) นับตั้งแต่ปล่อยเพลงฮิต ‘LALISA’ และ ‘MONEY’ ในปี 2021 ลิซ่า ก็มุ่งมั่นสร้างชื่อของเธอในประวัติศาสตร์ ในฐานะหนึ่งในศิลปินเดี่ยวเอเชียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา โดยเธอได้สร้างสถิติใหม่โดยกินเนสส์เรคคอร์ด เป็นศิลปินเดี่ยวเคป๊อปที่ได้รับรางวัลสำคัญมากมาย รวมถึง VMA และ EMA อันทรงเกียรติ

อีกทั้งเธอยังเป็นผู้หญิงที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบน บัญชี Instagram ฝั่งเอเชีย และครองแชมป์ Youtube, Spotify, iTunes, Shazam และแพลตฟอร์มหลักอื่น ๆ รวมถึงการโอ้อวดเกี่ยวกับการได้รับเกียรติในรายการ A100 ของชาวเอเชียที่มีอิทธิพลมากที่สุดของ Gold House นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงพลังของไอคอน K-pop และสมาชิก BLACKPINK

แม้จะมีสิ่งที่น่าประทับใจมากมายที่เธอทำสำเร็จในเวลาเพียงสองปี แต่ลิซ่ายังคงสร้างเหตุการณ์สำคัญที่น่าประทับใจบน Spotify ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘Money’ มียอดสตรีมเกิน 822 ล้านครั้ง กลายเป็นเพลงของศิลปินเคป็อปหญิง ที่มียอดสตรีมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ Spotify แซงหน้าเพลง 'How You Like That' ของวงเธอเอง (815 ล้านสตรีม)

'อี้ แทนคุณ' ประณาม 'พิธา-ก้าวไกล' นำเด็ก 10 ขวบเอี่ยวการเมือง หลังให้ขึ้นเวทีกล่าว Hate Speech ขัดอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

(10 ก.ค. 66) ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ รักษาการประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลนำเด็ก 10 ขวบขึ้นไปพูดบนเวทีการเมือง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ถือเป็นการกระทำที่สิ้นคิดไร้สำนึกทางสิทธิมนุษยชน ขัดหลักการสากล ว่าด้วยสิทธิเด็กที่องค์กรสหประชาชาติก็ให้ความสำคัญ กับหลักการ 'กันเด็กออกจากการเมือง' และ 'เด็กต้องได้รับความคุ้มครองจากการแสวงประโยชน์กับเด็กในทุกรูปแบบจากรัฐ' 

โดยหลักการอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิเด็กที่จัดทำขึ้นในปี พ.ศ.2532 เป็นข้อตกลงด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ได้รับการรับรองมากที่สุดในโลกถึง 196 ประเทศ ข้อตกลงฉบับประวัติศาสตร์นี้คือ การที่ผู้นำทั่วโลกได้มาร่วมให้สัญญากับเด็กๆ ทุกคนให้ได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างเต็มที่ โดยประเทศไทยลงนามภาคยานุวัติรับรอง เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2535 นั่นหมายความว่า รัฐบาลมีพันธะผูกพันที่จะดำเนินการให้เด็กๆ ทุกคนในประเทศให้ได้รับสิทธิตามอนุสัญญาฯ ดังกล่าว 

การที่พรรคก้าวไกลนำเด็ก 10 ขวบขึ้นเวทีสัมภาษณ์โดยมีการพูด Hate Speech ซึ่งเป็นเแนวคิดเดียวกันกับสิ่งที่พรรคก้าวไกลและขบวนการปลุกปั่นทางสังคมและการเมืองส่งผลต่อเด็กและเยาวชนตามปรากฏในโซเชียลมีเดียต่างๆ ดังที่คนเคยตั้งข้อสังเกตไว้แล้วก่อนหน้านี้ ตนจึงขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และรัฐสภา ได้เข้ามามีส่วนในการตรวจสอบพฤติกรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยเฉพาะนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่จัดเวทีดังกล่าวที่มีการนำเด็กมา สัมภาษณ์ทางการเมืองบนเวทีดังกล่าว ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเวทีการเมืองของพรรคก้าวไกล

นอกจากนี้ ยังขอเรียกร้องไปยังขบวนการภาคประชาสังคมด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก ให้มาช่วยเหลือดูแล ดำเนินการกับกรณีดังกล่าวโดยเร่งด่วนอย่านิ่งเฉยหายเงียบเหมือนกรณี ส.ส.ทำร้ายแฟนสาว เพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิของเด็ก ไม่ให้ถูกพรรคการเมืองใดนำไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองอีกต่อไป

‘ปรเมษฐ์ ภู่โต’ ย้ำ!! บทบาท ส.ว. ใต้รัฐธรรมนูญ 60  อย่าละเลย 'ตรรกะ' ที่ถูกต้อง บนอำนาจที่พึงมี

(10 ก.ค. 66) นายปรเมษฐ์ ภู่โต สื่อมวลชนอาวุโส พิธีกร ผู้ประกาศข่าว รายการคุยถึงแก่น ออกอากาศทางช่อง NBT ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดย ส.ว. ระบุว่า...

เรื่องของการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคมนี้ ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ก็จะลงคะแนนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นตัวยืนในการโหวตครั้งนี้ หลังมีพรรคร่วม 8 พรรคเป็นผู้เสนอชื่อนั้น

ประเด็นที่น่าสนใจ นอกจากประเด็นที่ว่า พรรคก้าวไกลจะหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ได้หรือไม่ ซึ่งล่าสุดคุณไหม ศิริกัญญา ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้เสียงจาก ส.ว. ครบถ้วนแล้ว ตอนนี้ก็กำลังหาเสียงสำรองไว้เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้อีกจำนวนเล็กน้อย แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหาเสียงได้ครบแล้วจริงๆ ทำไมพรรคก้าวไกลนั้นดูร้อนรนเหลือเกิน มีการเปิดเวที เพื่อขอบคุณประชาชน ในหลายจังหวัดไม่ว่าจะเป็นในนครราชสีมา หรือที่จังหวัดสุพรรณบุรี ล่าสุดก็เป็นที่เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

สื่อหลายสำนักก็ยังได้วิเคราะห์ว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์นั้น ยังไม่สามารถหาเสียงจาก ส.ว. ได้ครบ แต่ก็มี ส.ว.อีกบางส่วนได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะสนับสนุนนายพิธา

ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ได้ให้อำนาจ ส.ว.ไว้ว่า มีหน้าที่ที่จะต้องให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะพูดกัน และจะเป็นประเด็นสำคัญมากกว่าที่ ส.ว.จะเลือกหรือไม่เลือก พิธา หากแต่คุณจะใช้เหตุผลหรือตรรกะใดในการที่จะยกมือหรือไม่ยกมือให้นายพิธา เป็นนายกฯ ตรงนี้มากกว่าที่น่าสนใจ

แน่นอนว่า ส.ว.บางท่านที่ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะ สนับสนุนให้พิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เพราะว่าพิธาได้รับเสียงส่วนใหญ่เสียงข้างมาก จากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเท่ากับว่าเป็นเสียงแห่งฉันทามติของพี่น้องประชาชน ส.ว.ก็จะโหวตให้กับนายพิธา เพราะถือว่าทำตามฉันทามติของประชาชน...นี่คือเหตุผลของส.ว.คนที่มีจุดยืนในการเลือกนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี

ทว่า การที่ ส.ว. ใช้เรื่องฉันทางมติมาเพื่อจะโหวตสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ผมก็อยากจะขอถามไปยังท่าน ส.ว. ด้วยว่า ทำไมท่านใช้ตรรกะนี้ในการเลือกโดยไม่พิจารณาคุณสมบัติอื่น โดยเฉพาะคุณสมบัติส่วนบุคคล ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ จะมีปัญหาหรือไม่มีปัญหาในการทำงาน 

ที่ถามเช่นนี้ เพราะถ้าใช้ตรรกะนี้ในการทำงานอีกหน่อย ส.ส. พิจารณากฎหมายขึ้นมา จนมาถึงชั้นส.ว. ทาง ส.ว. ก็ต้องให้ผ่านไปเลย โดยไม่ต้องพิจารณาอะไรอีก เพราะว่าเสียงข้างมากของสภาฯ ผู้แทนราษฎรเขาผ่านเขาเห็นชอบกฎหมายฉบับนั้นๆมาแล้ว จะใช้ตรรกะเดียวกันแบบนี้จริงๆ หรือ?

แล้ว ถ้าท่าน ส.ว. อ้างเสียงส่วนใหญ่ที่เป็นฉันทามติมาจากประชาชน แล้ว ส.ว. ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 60 นี้มีที่มาอย่างไร ส.ว.ก็มาจากรัฐธรรมนูญ แล้วรัฐธรรมนูญปี 60 มาจากไหน รัฐธรรมนูญปี 60 ก็มาจากประชาชน

ร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ประชาชนไปลงรับร่างประมาณ 16,800,000 คน คิดเป็นประมาณ 61% ของผู้มาใช้สิทธิ์ ในขณะที่คำถามพ่วงเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. อำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. ก็ได้รับคะแนนเสียงประมาณ 15,100,000 คิดเป็น 58% ของผู้ที่เดินทางมาใช้สิทธิ์ 

คำถาม คือ เจตจำนงของคนที่ไปลงคะแนนเมื่อปี 2560 คืออะไร? ประชาชนเหล่านี้เขาได้ให้อำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ให้อำนาจ ส.ว. ในการกลั่นกรองนายกรัฐมนตรีอีกชั้นหนึ่งหลังจากที่ผ่าน ส.ส.มาแล้ว ซึ่งก็กระทำการกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอนใช่หรือไม่?

ถ้าใช่!! ที่มาของท่าน ส.ว.นั้น ก็ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ท่านจะทำ เพราะเมื่อท่าน ส.ว.ได้ถูกเลือกมาแล้วโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ระบุอำนาจหน้าที่ของท่าน ส.ว.ไว้อย่างชัดเจนว่ามีอะไรบ้าง และที่สำคัญก็เป็นรัฐธรรมนูญที่คุณพิธา และพรรคก้าวไกลใช้ในการเลือกตั้งด้วย

แต่หากพวกท่าน ส.ว.ไม่คิดจะทำการอันใด รอฟังแต่เสียงจาก ส.ส.ส่วนใหญ่...ถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านก็ไม่ควรที่จะทำหน้าที่ ส.ว. อีกต่อไป

‘ครูไพบูลย์’ ทำละครคุณธรรมลงยูทูป หวังเป็นคอนเทนต์สอนใจ  แต่เจอชาวเน็ตจวกยับ!! ล่าสุดไม่แคร์ปล่อยตอน 2 ออกมาอีก

(10 ก.ค. 66) ติดโผเจ้าพ่อดรามา ทำอะไรมักได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตลอด ‘ครูไพบูลย์ แสงเดือน’ และสามีนักร้องลูกทุ่งดัง ‘กระต่าย พรรณนิภา’ ล่าสุดโดนชาวเน็ตวิจารณ์อีก เมื่อครูไพบูลย์และกระต่ายทำละครคุณธรรมในช่องยูทูปของตัวเอง งานนี้ครูไพบูลย์แสดงเอง เนื้อหาประมาณว่าเป็นคู่รักวัยเรียนในวัยนักศึกษาแล้วโดนแฟนนอกใจ

ปรากฏว่างานนี้ไม่วายมีชาวเน็ตเข้ามาดรามาต่างๆนานา ทั้งในโพสต์ของ ‘กระต่าย’ และในยูทูป อาทิ คือกล้าเฮ็ดละครแนวนี้หว่า บ่คึดอยากอายจะของแหน่เบาะ, ละครแนวนี้ ถูกตรงคาแร็คเตอร์และนิสัยส่วนตัวครูแล้วใช่ไหมครับ, บ่อายแน่บ่ บักคนมีคุณธรรม, ตัวเองยังทำไม่ได้ทำไมกล้าแสดง, คุณธรรมว่างั้น ไม่รู้สึกอายเหน่อยเหรอ? เป็นต้น

ล่าสุด ครูไพบูลย์ ไม่สนดรามา ปล่อยละครคุณธรรม ตอนที่ 2 ออกมาอีกต่างหาก ชื่อเรื่อง ‘ธาตุแท้’ ไม่วายก็ยังเจอดรามาหาว่าก๊อปเขามาอีก

เกม 'ล้มประชุม' เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เบรกความฮอตขั้ว 'เฉลิมชัย' อีก 1 เดือนวัดกันใหม่

การประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ เริ่มขึ้นเวลา 09.00 น.ของวันที่ 9 กรกฎาคม โดยการกล่าวต้อนรับสมาชิกโดยผู้อำนวยการพรรค จากนั้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยดำเนินการไปตามระเบียบวาระ เมื่อจะเข้าวาระ 4 ว่าด้วยเรื่องการเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ที่ประชุมได้เชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุม

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคกรุงเทพมหานคร เสนอให้ยกเว้นการบังคับใช้ข้อบังคับพรรค ในขณะที่นายสาธิต ปิตะเตชะ รองหัวหน้าพรรค เสนอให้งดเว้นการบังคับใช้ข้อบังคับพรรคเกี่ยวกับสัดส่วน-น้ำหนัก ส.ส.กับโหวตเตอร์อื่นๆ 70:30 ทำให้นายจุรินทร์ เปิดให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น มีสมาชิกแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง นายองอาจจึงเสนอให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อน พี่น้องภายในพรรคไปคุยตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนว่าจะเอาอย่างไร

การประชุมยังเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ในขณะที่ด้านนอกมีกระแสข่าวมาเรื่อยๆ 'อลงกรณ์ พลบุตร' ถอนตัวจากการชิงหัวหน้าพรรคกระทันหัน และไม่เข้าร่วมประชุมด้วย

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ให้คำตอบในนาทีสุดท้าย ปฏิเสธลงชิงหัวหน้าพรรค เกมเริ่มพลิก ขั้วของเฉลิมชัย ศรีอ่อน ขาดหัวในการชิงหัวหน้าพรรค จึงดึง 'นราพัฒน์ แก้วทอง' จากพิจิตร มาเสนอตัวแทน และ 'ติ่ง-มัลลิกา บุญมีตระกูล' ตัวจี๊ดขันอาสามาสมัครอีกคน

บรรยากาศในห้องประชุมยังดำเนินไปอย่างเคร่งเครียดกับข้อเสนอให้งบใช้ข้อบังคับการประชุม การประชุมลากยาวไปถึงภาคบ่าย และสไตล์ประชาธิปัตย์ เมื่อเห็นไม่ตรงกันก็จบลงด้วยการลงมติ ที่ประชุมไม่ให้เลื่อนการประชุมออกไป และยังใช้ข้อบังคับพรรคในสัดส่วน 70:30 ต่อไป

กว่าจะได้พักรับประทานอาหารการประชุมลากยาวมาถึงบ่ายโมง พัก 1 ชั่วโมง นัดประชุมใหม่ 14.00 น. 

ผู้ล้ำลึกในเกมวิเคราะห์ถึงการชิงไหวชิงพริบกันในภาคเช้า ขั้วของเฉลิมชัยยังอยู่ในฐานะได้เปรียบในทุกประตู ทั้งไม่เลื่อนการประชุม และงดใช้สัดส่วน 70:30

แต่หลังรับประทานอาหารเสร็จ ภาพที่เห็นคือ คนที่เป็นองค์ประชุมเริ่มเช็กเอาต์ ลากกระเป๋าออกจากห้องพัก ซึ่งเป็นไปตามกติกา ถ้าไม่พักต่อก็ต้องเช็กเอาต์ก่อนบ่ายสองโมง 

สัญญาณเริ่มได้ยิน "ล้มการประชุม" องค์ประชุมหลายคนจึงลากกระเป๋าออกจากโรงแรม บางคนอ้างจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว จองตั๋วรถทัวร์ไว้แล้วบ้าง

14.00 น.การประชุมช่วงบ่ายเริ่มขึ้น คนเริ่มโหรงเหรง เหลือครึ่งหนึ่ง จึงมีคนเสนอให้นับองค์ประชุม เป็นไปตามคาด 'ไม่ครบองค์ประชุม'

จริงๆ แล้ว การนับองค์ประชุม เป็นเกมที่ไม่ต้องการให้การประชุมเดินต่อไปได้ ซึ่งหมายถึงไม่สามารถเดินไปสู่การเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นหัวหน้าพรรคต่อได้นั่นเอง และถ้าดูผลการประชุมในช่วงเช้า ขั้วของเฉลิมชัย ที่ดันนราพัฒน์ ยังเป็นต่ออยู่ เกมล้มการประชุมด้วยการนับองค์ประชุมจึงถูกกำหนดขึ้น และบรรลุเป้าหมาย ยังมีเวลาอีก 1 เดือนในการล็อบบี้ 

งานนี้นักการเมืองหนุ่มขั้วเฉลิมชัยถึงกับส่ายหน้ากับเกมล้มการประชุมที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

ประเด็นเวลานี้คือ อลงกรณ์มีเหตุผลอะไรถึงถอนตัวจากการลงชิงหัวหน้าพรรค และไม่เข้าร่วมประชุม เกิดอะไรขึ้น 1 วันก่อนการประชุม เช่นเดียวกับ ดร.เอ้ ที่มาปฏิเสธในช่วงโค้งสุดท้าย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ดูท่าทีดีใจที่ถูกผู้ใหญ่ในพรรคทาบทามให้ลงชิงหัวหน้าพรรค แต่กลับมาตัดสินใจ และบอกกล่าวในนาทีสุดท้าย จนขั้วเฉลิมชัย เกือบพลิกตัวไม่ทัน ยังดีที่ไปคว้านราพัฒน์ไว้ได้ทัน

ชัดเจนครับว่า การประชุมครั้งหน้า ก็จะเริ่มต้นด้วยการเสนอชื่อผู้ที่จะลงชิงหัวหน้า ไม่ต้องมาหารือ หรือลงมติเรื่องอื่นกันให้เสียเวลาอีก แต่ 1 เดือนที่เหลือ น่าจะเป็นช่วงเวลาของการล็อบบี้-หาคะแนนกันอย่างแท้จริง ทั้งฝ่ายสนับสนุน 'นราพัฒน์ แก้วทอง' และฝ่ายสนับสนุน 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ'


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top