Wednesday, 15 July 2026
WORLD

‘ทรัมป์’ สั่ง!! เคลื่อน ‘เรือดำน้ำนิวเคลียร์’ สองลำ ประจำการ หลังรัสเซีย!! ขู่กลับ จากกรณีทรัมป์ ให้ ‘ปูติน’ ยุติสงคราม

(2 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (1ส.ค.) ที่ผ่านมาว่า เขาสั่งให้เรือดำน้ำนิวเคลียร์สองลำ “ประจำการในภูมิภาคที่เหมาะสม” เพื่อตอบโต้ต่อคำเตือนของดมิทรี เมดเวเดฟ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียที่ส่งถึงสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

เมดเวเดฟ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์ว่า การยื่นคำขาดใหม่แต่ละครั้งของทรัมป์ต่อรัสเซียเพื่อบังคับให้ยุติสงครามกับยูเครน “เป็นภัยคุกคามและเป็นก้าวสู่สงคราม”

เมดเวเดฟเขียนบนแพลตฟอร์ม X ว่า “ไม่ใช่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่กับประเทศของเขาเอง”

ทรัมป์กล่าวเมื่อเช้าวันจันทร์ว่า เขาจะลดระยะเวลาเส้นตายสำหรับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครน จาก 50 วัน เหลือไม่ถึงสองสัปดาห์ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับ “ภาษีศุลกากรอัตราสูงสำหรับคู่ค้าของมอสโก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “จากคำกล่าวที่ยั่วยุอย่างยิ่งของอดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ดมิทรี เมดเวเดฟ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ผมได้สั่งให้เรือดำน้ำนิวเคลียร์สองลำประจำการในพื้นที่ที่เหมาะสม เผื่อกรณีที่มีอะไรมากไปกว่าคำกล่าวที่โง่เขลาและยั่วยุเหล่านี้”

“คำพูดมีความสำคัญมาก และมักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ ผมหวังว่านี่จะไม่ใช่หนึ่งในกรณีเหล่านั้น” ทรัมป์กล่าว ขอบคุณสำหรับความสนใจในเรื่องนี้!!”

เมดเวเดฟทวีตเมื่อวันจันทร์ว่า

“ทรัมป์กำลังเล่นเกมคำขาดกับรัสเซีย: 50 วันหรือ 10 วัน... เขาควรจำไว้ 2 สิ่ง”

1. รัสเซียไม่ใช่อิสราเอลหรือแม้แต่อิหร่าน 2. คำขาดแต่ละคำคือภัยคุกคามและก้าวไปสู่สงคราม” เมดเวเดฟเขียน

“ไม่ใช่ระหว่างรัสเซียกับยูเครน แต่กับประเทศของเขาเอง อย่าไปยึดติดกับเส้นทางของโจผู้ง่วงซึม!” เมดเวเดฟกล่าวเสริม โดยอ้างถึงอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ทรัมป์โพสต์ข้อความลงบน Truth Social เมื่อวันพฤหัสบดี เตือนเมดเวเดฟเกี่ยวกับวาทกรรมของเขา พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ความร่วมมือทางการค้าระหว่างรัสเซียกับอินเดีย

ผมไม่สนใจว่าอินเดียจะทำอะไรกับรัสเซีย พวกเขาสามารถนำพาเศรษฐกิจล่มสลายไปด้วยกันได้ ผมไม่สนใจหรอก” ทรัมป์เขียน “เราทำธุรกิจกับอินเดียน้อยมาก ภาษีศุลกากรของพวกเขาสูงเกินไป เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราสูงที่สุดในโลก

“ในทำนองเดียวกัน รัสเซียและสหรัฐอเมริกาแทบจะไม่ทำธุรกิจร่วมกันเลย” ทรัมป์กล่าว “ขอให้เป็นแบบนี้ต่อไป และบอกเมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียที่ล้มเหลว ซึ่งคิดว่าตัวเองยังคงเป็นประธานาธิบดีอยู่ ให้ระวังคำพูด เขากำลังเข้าสู่ดินแดนที่อันตรายมาก!!”

เมดเวเดฟขู่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ตอบโต้

เมดเวเดฟตอบโต้ในวันพฤหัสบดีด้วยแถลงการณ์ว่า “หากคำพูดเพียงไม่กี่คำจากอดีตประธานาธิบดีรัสเซียสามารถกระตุ้นให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ทรงอิทธิพลในปัจจุบันเกิดปฏิกิริยาวิตกกังวลเช่นนี้ได้ ก็ชัดเจนว่ารัสเซียทำถูกต้องแล้ว และจะยังคงเดินต่อไปบนเส้นทางที่เลือก”

“สำหรับคำพูดของเขาเกี่ยวกับ ‘เศรษฐกิจที่ล่มสลาย’ ของอินเดียและรัสเซีย และ ‘การเสี่ยงภัยในดินแดนอันตราย’ บางทีเขาน่าจะกลับไปดูหนังเรื่องโปรด ซอมบี้ของเขา และระลึกไว้ว่า ‘มือปีศาจ’ ในตำนานนั้นอันตรายเพียงใด” เมดเวเดฟกล่าว

มือปีศาจ (Dead Hand) คือระบบของรัสเซียที่ใช้โจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์โดยอัตโนมัติ หากตรวจพบการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์

เปิดทฤษฎีสมคบคิด!! ‘ฮุนเซน’ ไม่ได้ต้องการปราสาท เป้าหมาย!! ทรัพยากรจุดพิพาท ‘น้ำมัน - ก๊าซธรรมชาติ’

ในช่วงที่มีการรบพุ่งที่ชายแดนอย่างดุเดือดกลับมีเสียงหนึ่งดังมาถึงหูของเอย่า  นั่นคือหากปัญหาที่ทำให้ทางกัมพูชานั้นรบพุ่งกับไทยไม่ใช่เพื่อต้องการดินแดนหรือปราสาทอย่างที่ทางกัมพูชาพยายามแล้ว อะไรละคือสิ่งที่จะมาเป็นชนวนครั้งนี้ได้

แต่กลับมีกลุ่มนักทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองสร้างประเด็นให้ชวนคิดอยู่ว่าหากทางฮุนเซนไม่ได้อยากได้ปราสาทแล้ว อะไรละคือสิ่งที่ชายคนนี้ต้องการ ว่าแล้วก็ต้องย้อนกลับไปก่อนจะมีประเด็นเรื่องปราสาทตาเมือนธม กัมพูชาก็มาฮึ่มๆ กับไทยเรื่องเกาะกูด แถมฝ่ายการเมืองไทยก็ขานรับเสียด้วย ทำเอาเป็นประเด็นร้อนเพราะจะทำให้ไทยเสียดินแดนจนมีคนออกมาแฉว่ามากกว่าเรื่องของเขตแดนนั่นคือทรัพยากรที่มีอยู่ในบริเวณนั้น ว่ากันว่ามูลค่าของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติตรงบริเวณเกาะกูดมีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านล้านบาท และนั่นน่าจะเป็นประเด็นที่ชวนคิดว่า 2 ตระกูลระหว่างไทยและกัมพูชานั้นคิดอะไรอยู่

ประเด็นคือเมื่อมีการต่อต้านจนประเด็นเรื่องชายแดนเกาะกูดร้อนแรงขึ้นอีกทั้งประชาชนกัมพูชาก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเหตุการณ์นี้ ก็ทำให้ฝั่งกัมพูชานั้นเปลี่ยนแผนไปวุ่นวายกับเรื่องปราสาทและดินแดนแทนเพื่อเรียกพลังมวลชนให้เข้ามามีส่วนร่วม จุดนี้จะทำให้เห็นว่าทางกัมพูชาพยายามที่จะกล่าวหาไทยว่าเป็นผู้กระทำก่อนเพื่อที่สุดท้ายจะอ้างผลประโยชน์เรื่องดินแดนให้มีการแบ่งปักปันดินแดนใหม่เพื่อที่จะนำมาซึ่งผลของการปักปันดินแดนบริเวณเกาะกูดด้วยเช่นกัน  หากเป็นไปตามแผนนี้ นั่นแปลว่ากัมพูชาจะแสร้งทำเป็นยอมเสียอาณาเขตที่เคยเป็นของไทยแต่กัมพูชาเข้ามายึดไปดื้อๆอย่างปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควายและปราสาทเขาพระวิหาร แต่จะขออาณาเขตทางทะเลตรงบริเวณเกาะกูดมาแทน ดูแบบนี้ใครไม่รู้ความจริงก็จะมองว่ากัมพูชายอมเสียเปรียบ แต่หากคนที่รู้ความจริงคือนายฮุนเซนไม่ได้สนใจความต้องการของประชาชนของเขาเลยเพียงแต่เอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือเพื่อแอบอ้างความถูกต้องในขณะที่ตนเองและพวกพ้องก็จะทำการฮุบทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นของตนและพรรคพวก ซึ่งนั่นก็รวมถึงพยาธิ เอ้ย ญาติที่ฝั่งไทยด้วยกระมัง เรื่องนี้อาจจะฟังดูเป็นนิทานการเมืองที่สนุกสนานแต่หากมองในอีกมุมแล้วนี่คือแผนอันเลือดเย็นของทั้งผู้นำกัมพูชาและคนที่ได้ชื่อว่าผู้อยู่เหนือผู้นำรัฐบาลไทยที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อของเหล่าทหารและผู้บริสุทธิ์ของทั้ง 2 ประเทศ  

สุดท้ายเรื่องที่ไม่คาดคิดและอาจจะไม่ได้เกินที่จะคาดหมายคือการมาของสหรัฐอเมริกาที่จะมาตั้งฐานทัพในกัมพูชา ถามว่างานนี้สหรัฐได้อะไร…? ต้องถามอีกทีว่าแปลกไหมที่อยู่ดีๆ สหรัฐก็ลดภาษีนำเข้าให้ไทยเท่ากับกัมพูชาทั้งๆ ที่ไทยก็ไม่ได้เสียอะไรเลย ทุกคนไม่สงสัยอะไรบ้างหรือว่าเบื้องหลังการไปตั้งกองทัพสหรัฐครั้งนี้ฝ่ายไทยนี่แหละอาจจะส่งซิกแนลไปให้พ่อใหญ่สมเด็จวุ้นเส้นก็เป็นได้ และแน่นอนผลที่ได้คือความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐเมื่อกัมพูชาหักหลังจีน เวียดนามที่เป็นลูกที่เชื่อฟังพ่อจีนมาตลอดคงยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้ฐานทัพศัตรูมาอยู่ในดงที่ทางฝ่ายจีนต้องการขยายอำนาจเป็นแน่แท้  และเชื่อว่าความวุ่นวายที่จะเกิดกับกัมพูชาอาจจะนำมาเรื่องปัญหาเขตแดนแน่นอน อย่าลืมว่าพวกเขายังไม่ได้สิ่งที่ต้องการได้ และเชื่อได้ว่าอเมริกาน่าจะเป็น 1 ในหมากของ 2 ตระกูลใหญ่วางไว้เพื่อให้เกิดปัญหาในทะเลอ่าวไทยในอนาคตเพื่อจะชักนำให้เกิดการปักปันเขตแดนใหม่เพื่อจะทำการแบ่งสันปันส่วนสมบัติแผ่นดินกัน สุดท้ายมีคนบอกว่าลองดูให้ดีหลังจากนี้ อาวุธฝ่ายกัมพูชาที่จะนำมาใช้รบอาจจะไม่ใช่อาวุธจากจีนอีกต่อไปแต่จะเป็นอาวุธจากประเทศซีกโลกตะวันตกแทน

สุดท้ายอย่างว่านะคะ…..นี่คือทฤษฎีสมคบคิดของนักทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองคิดกันขึ้นโดยนำเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาปะติดปะต่อกัน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและวิเคราะห์นะคะ

‘ทรัมป์’ ยอมรับต่อให้คว่ำบาตรรัสเซียอีก ก็มิอาจหยุดปูตินได้ ยืนยันเตรียมส่ง ‘วิทคอฟฟ์’ ผู้แทนพิเศษไปเจรจาสงบศึกถึงเครมลิน

(1 ส.ค. 68)  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เตรียมส่งผู้แทนพิเศษ สตีฟ วิทคอฟฟ์ (Steven Witkoff) ไปยังรัสเซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อหารือประเด็นสงครามยูเครน พร้อมยืนยันว่ากำลังวางแผนใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อมอสโก หากยังไม่เห็นท่าทีร่วมเจรจาสันติภาพจากฝ่ายรัสเซีย

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวระหว่างงานแถลงที่ทำเนียบขาวว่า รู้สึกโกรธมากต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนล่าสุดของรัสเซียในกรุงเคียฟ โดยใช้คำว่า “น่ารังเกียจ” ซ้ำถึงสองครั้ง และชี้ว่าหากไม่มีความคืบหน้าทางการทูต สหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับตรง ๆ ว่า “ไม่แน่ใจว่าการคว่ำบาตรจะมีผลต่อปูตินหรือไม่” พร้อมเสริมว่า รัสเซียรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องคว่ำบาตร และตัวเขาเองก็เข้าใจเรื่องนี้มากที่สุด “ผมไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนอะไรได้ไหม แต่เราจะทำ”

ด้านแผนการเดินทางของ 'วิทคอฟฟ์' ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม แต่มีรายงานว่าครั้งล่าสุดที่เขาเยือนรัสเซียคือเมื่อเดือนเมษายน โดยพบกับประธานาธิบดีปูตินที่เครมลิน แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพใด ๆ ได้ ขณะที่สถานการณ์ในยูเครนยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

‘ฮุน มาเนต’ ขอบคุณ ‘ทรัมป์’ ลดภาษีสินค้านำเข้าเหลือ 19% แถมมีส่วนสำคัญ!! ช่วยผลักดันหยุดยิงชายแดนไทย-กัมพูชา

(1 ส.ค.68) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ตัดสินใจลดภาษีนำเข้าสินค้าจากกัมพูชาลงเหลือ 19% จากเดิมที่สูงถึง 49% โดยชี้ว่าเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจและประชาชน พร้อมยกย่องทีมเจรจากัมพูชาที่ทำงานอย่างหนัก

ฮุน มาเนต เปิดเผยว่า เขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับทรัมป์ถึง 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 และ 28 กรกฎาคม เพื่ออธิบายสถานการณ์ฟื้นตัวของกัมพูชาหลังสงครามยาวนาน และเสนอให้ลดภาษีนำเข้า เพื่อยกระดับชีวิตประชาชน ซึ่งทรัมป์ตอบรับข้อเสนอและให้คำมั่นว่าจะทำให้กัมพูชามีความสุข

นอกจากนี้ ฮุน มาเนต ยังระบุว่า ทรัมป์ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการหยุดยิงโดยตรงระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ เพื่อมุ่งสู่สันติภาพถาวรในภูมิภาค พร้อมขอบคุณรองนายกฯ ซุน จันทอล และทีมเจรจาที่ร่วมกันผลักดันข้อตกลงนี้จนสำเร็จ

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้ ไทยต้องรู้ทันเกมข้าศึกข้างบ้าน หลังเขมรแสดงออกชัดเจน ส่อเลือกข้างซบสหรัฐฯ

รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ว่า อย่าโลกสวย  รู้ทันเกมข้าศึกข้างบ้าน แผนเขมร ข้าศึกข้างบ้าน ขยับเร็วเดินเกมวางหมากไว้ในทุกรูปแบบ !! เมื่อเดือนก.พ. ฮุนมาเนต เพิ่งพบกับทีมผู้บริหาร SpaceX ของอิลอน มัสก์ ผู้ให้บริการโครงข่ายสัญญาณดาวเทียม Starlink

‘ฮุนเซน’ โพสต์แจงดรามาครอบครัว วอนหยุดโยงภรรยาเป็น ‘ลูกเมียน้อย’ พ่อตา

(1 ส.ค. 68) สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยอมรับว่าไม่อยากใช้ช่องทางสาธารณะเพื่อพูดเรื่องส่วนตัวในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหา แต่จำเป็นต้องออกมาชี้แจง เพราะเกรงจะเกิดความเข้าใจผิดจากคำพูดของหลานสาวคนหนึ่งในวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียล

ฮุน เซน ระบุว่าหญิงสาวในคลิปกล่าวว่าเป็นญาติของฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นลูกชายของตน โดยอ้างถึงสายสัมพันธ์ทางครอบครัวที่อาจทำให้คนเข้าใจผิดว่า พ่อของภรรยาตนมีภรรยาสองคน ซึ่งไม่เป็นความจริง และถือเป็นการพาดพิงที่กระทบต่อเกียรติยศของครอบครัว

ฮุน เซน ยืนยันว่า ฮุน มาเนต เป็นบุตรชายตามสายเลือด และยังให้เกียรติญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวอย่างเหมาะสม การกล่าวอ้างของหลานสาวในครั้งนี้ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อฮุน มาเนต แต่ยังบั่นทอนความไว้วางใจที่ตนและภรรยา (บุน รานี) มีต่อหลาน ๆ คนอื่นด้วย

ท้ายโพสต์ ฮุน เซน วิงวอนให้หลานสาวหยุดพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะทันที เพราะไม่เพียงแต่ทำลายชื่อเสียงของตนและภรรยา แต่ยังลุกลามไปถึงพ่อแม่ของภรรยาตน ซึ่งเป็นคู่สมรสที่ซื่อสัตย์ต่อกันมาตลอดชีวิตอีกด้วย

ปักกิ่งเรียก Nvidia แจงด่วน!! ชิป H20 อาจมีช่องโหว่เรื่องระบบติดตาม หวั่นแอบส่งข้อมูลกลับสหรัฐฯ แม้ปิดดีลซื้อ-ขายกันแล้ว 300,000 ชิ้น

(31 ก.ค. 68) สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซของจีน (Cyberspace Administration of China) แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงในชิปปัญญาประดิษฐ์ H20 ของ Nvidia ซึ่งเพิ่งกลับมาจำหน่ายในจีนหลังสหรัฐฯ เพิ่งยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออก โดยทางการจีนเรียก Nvidia เข้าชี้แจงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ชิปดังกล่าวอาจมี “ช่องโหว่” หรือระบบติดตามที่กระทบข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานในประเทศ

กรณีนี้เกิดขึ้นหลังวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายให้ชิป AI ที่ส่งออกต้องมีระบบระบุตำแหน่ง เพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ซึ่งทางการจีนมองว่าอาจเป็นการสอดแนมและละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว

แม้ Nvidia จะยังไม่ออกแถลงการณ์ใด ๆ แต่ก่อนหน้านี้ “เจนเซ่น ฮวง” ซีอีโอของบริษัทเดินทางเยือนจีนอย่างเปิดเผย เพื่อแสดงความจริงจังกับตลาดจีน และได้รับคำสั่งซื้อชิป H20 มากถึง 300,000 ชิ้น ท่ามกลางความต้องการสูงในวงการเทคโนโลยีของจีน รวมถึงภาคการทหารและมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนจับตาบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้เคยสั่งห้ามหน่วยงานสำคัญใช้สินค้าจาก Micron Technology, Inc. บริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา และเคยเรียกร้องให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์จาก Intel โดยอ้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงเช่นกัน

นอกจากนี้ Nvidia ยังอยู่ระหว่างถูกสอบสวนด้านการผูกขาดในจีนจากกรณีซื้อกิจการ Mellanox เมื่อปี 2020 ซึ่งทางการจีนระบุว่า บริษัทอาจละเมิดเงื่อนไขที่เคยตกลงไว้กับหน่วยงานกำกับตลาดของจีนอีกด้วย

กองทัพรัสเซียยึด ‘เมืองชาซอฟยาร์’ สำเร็จ หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญฝั่งตะวันออกของ ‘ยูเครน’

(31 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่า กองทัพรัสเซียสามารถควบคุมเมืองชาซอฟยาร์ (Chasov Yar) ในสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ (DPR) ได้แล้ว หลังจากปฏิบัติการรุกโดยกองกำลังยูกรุ๊ป (Yug group) ซึ่งถือเป็นชัยชนะสำคัญต่อเนื่องจากการยึดเมืองบัคมุตเมื่อปี 2023

สำหรับเมืองชาซอฟยาร์ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกของเมืองบัคมุตประมาณ 15 กิโลเมตร มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เนื่องจากมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ไกลหลายกิโลเมตร อีกทั้งมีทางหลวง O-0506, คลอง Seversky Donets-Donbass, และทางรถไฟผ่าน ทำให้พื้นที่นี้ถูกใช้เป็นศูนย์กลางการขนส่งและเสริมกำลังโดยกองทัพยูเครน

ก่อนหน้านี้ ยูเครนได้เปลี่ยนเมืองชาซอฟยาร์ให้กลายเป็นเขตป้องกันแนวหน้า ด้วยการสร้างป้อมปราการและศูนย์ส่งกำลังตั้งแต่กลางปี 2022 เพื่อสนับสนุนการรบในพื้นที่บัคมุต-โซเลดาร์ การที่รัสเซียสามารถยึดพื้นที่นี้ได้ จึงนับเป็นการตัดเส้นทางลำเลียงของฝ่ายยูเครนที่สำคัญ

การยึดครองชาซอฟยาร์เปิดทางให้รัสเซียสามารถเคลื่อนทัพเข้าสู่กลุ่มเมืองสำคัญทางตะวันออกอย่างคาร์มาโตรสก์, สลาวียันสก์ และคอนสแตนติโนฟกา ซึ่งเป็นศูนย์กลางขนส่งและการป้องกันของยูเครนในภูมิภาคโดเนตสก์ ชัยชนะนี้ยังถูกมองว่าเป็นอีกก้าวในการ 'ปลดปล่อย' ดินแดน DPR ตามคำกล่าวอ้างของรัสเซียจากรัฐบาลยูเครนที่มอสโกเรียกว่า 'ระบอบนีโอนาซี' 
 

ไทย-กัมพูชาย้ำปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง จีนเดินหน้าหนุนแก้ปัญหาชายแดนอย่างสันติ

(31 ก.ค. 68) ในการประชุมไตรภาคีระหว่างจีน ไทย และกัมพูชา ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ทั้งไทยและกัมพูชาได้ยืนยันกับจีนว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมแสดงความขอบคุณจีนที่มีบทบาทเชิงบวกในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ซึ่งการประชุมนี้จัดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นมิตรและจริงใจ

จีนยังคงมีบทบาททางการทูตอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนส่งทูตพิเศษฝ่ายกิจการเอเชียลงพื้นที่สองครั้ง และเข้าร่วมประชุมกับผู้นำทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกัน จีนย้ำว่าไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวในความขัดแย้งดังกล่าว และสนับสนุนให้อาเซียนใช้แนวทาง "วิถีอาเซียน" ในการหาทางออก

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ซึ่งเป็นประธานอาเซียน แถลงยืนยันว่า ไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข มีผลตั้งแต่คืนวันที่ 28 ก.ค. อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเตือนว่า สถานการณ์ยังเปราะบาง จึงจำเป็นต้องรักษาการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับทุกฝ่ายเพื่อประคองข้อตกลงหยุดยิงให้มั่นคง และฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาคให้เร็วที่สุด

‘ทรัมป์’ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเกาหลีใต้ 15% จาก 25% แลกข้อตกลง ‘ลงทุนในสหรัฐฯ’ มูลค่ารวมกว่า 12 ล้านล้าน!!

(31 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับเกาหลีใต้ โดยจะเก็บภาษีนำเข้า 15% สำหรับสินค้าเกาหลีใต้ เช่น รถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ แทนที่อัตรา 25% ที่เคยขู่จะใช้ หากไม่ได้ข้อสรุปก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่แข่งหลักในอุตสาหกรรม ได้ข้อยุติในอัตราภาษีเท่ากัน

ในข้อตกลงนี้ เกาหลีใต้จะลงทุนในสหรัฐฯ รวม 350,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 12.6 ล้านล้านบาท) โดย 150,000 ล้านดอลลาร์ จะถูกใช้ในโครงการต่อเรือ รวมถึงเรือรบ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเกาหลีใต้ ท่ามกลางภาวะที่อุตสาหกรรมต่อเรือของสหรัฐฯ กำลังซบเซา การลงทุนนี้จึงช่วยตอบโจทย์ความมั่นคงของสหรัฐฯ และส่งเสริมอุตสาหกรรมเกาหลีไปพร้อมกัน

แม้อัตราภาษีใหม่จะครอบคลุมแค่รถยนต์และชิป แต่สินค้าอย่างเหล็กและอะลูมิเนียมยังคงถูกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 50% อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ยกย่องข้อตกลงนี้ว่า “ประสบความสำเร็จ” โดยเฉพาะการที่เกาหลีใต้สามารถรักษาเส้นตาย ไม่ยอมเปิดตลาดข้าวและเนื้อวัวให้สหรัฐฯ เพิ่ม ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่เกษตรกรในประเทศต่อต้านอย่างหนัก

ส่วนประเด็นความมั่นคง ยังไม่มีข้อยุติในเรื่องงบประมาณการรักษากองทัพสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ ซึ่งทรัมป์เคยขู่จะถอนทหารหากโซลไม่จ่ายเพิ่ม การเจรจาประเด็นนี้จะมีขึ้นอีกครั้งในการเยือนวอชิงตันของผู้นำเกาหลีใต้ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า โดยอาจต้องแลกกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อรักษาความร่วมมือทางทหารไว้

ทรัมป์เผย ‘สี จิ้นผิง’ เตรียมเยือนสหรัฐฯ กำลังเคาะวัน-เวลา และอาจไปจีนบ้างก่อนสิ้นปี

(30 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตกลงวันเวลาให้ชัดเจน พร้อมระบุว่า ตนเองอาจนำคณะเดินทางไปเยือนจีนก่อนสิ้นปีนี้เช่นกัน หากได้รับเชิญอย่างเป็นทางการจากผู้นำจีน

“เรากำลังหารือกันเรื่องวันเวลา เขาน่าจะมาเยือนเรา และผมก็น่าจะไปจีนในอนาคตอันใกล้ อาจจะก่อนปีนี้จะจบ” ทรัมป์กล่าวในการสัมภาษณ์กับสื่อ Breitbart News เมื่อวันอังคาร พร้อมย้ำว่า ตนไม่ได้ 'ร้องขอ' การประชุมสุดยอดกับจีน แต่จะไปต่อเมื่อมีคำเชิญจากสี จิ้นผิง

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน ทรัมป์เคยระบุว่าได้ตอบรับคำเชิญจากผู้นำจีนในการเยือนกรุงปักกิ่งแล้ว แต่ยังไม่กำหนดช่วงเวลาอย่างแน่นอน โดยล่าสุดยังไม่มีแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการเยือนครั้งนี้

สหรัฐฯ ข่มขู่จีน เตรียมรีดภาษีอ่วม 500% ถ้ายังนำเข้าน้ำมันคว่ำบาตรจากรัสเซีย แต่ทางปักกิ่งยังนิ่ง!!

(30 ก.ค. 68) สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนจีนว่าอาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 500% หากยังนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร โดย เบสเซนต์ แถลงหลังจบการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน ที่กรุงสตอกโฮล์มเมื่อ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าร่างกฎหมายของสภาคองเกรสเปิดทางให้สหรัฐฯ เก็บภาษีขั้นสูงกับประเทศที่ซื้อพลังงานจากรัสเซีย

เบสเซนต์กล่าวว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายลดรายได้ของรัสเซียจากภาคพลังงาน และคาดว่าชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ จะร่วมดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

จีนตอบโต้ว่า จะยังคงตัดสินใจเรื่องพลังงานตามนโยบายภายในประเทศ และย้ำจุดยืนเรื่องอธิปไตย โดยเบสเซนต์เปิดเผยว่า “จีนจริงจังกับอธิปไตยมาก ถ้าจะเสียภาษี 100% ก็ยอมดีกว่าถูกบังคับ”

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังแสดงความกังวลต่อการที่จีนยังซื้อพลังงานจากอิหร่าน และจำหน่ายเทคโนโลยีสองทาง (ใช้ได้ทั้งพลเรือนและการทหาร) ให้รัสเซีย มูลค่ากว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีนกับยุโรปในอนาคต

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ออกมาประกาศให้เวลารัสเซียเพียง 10 วันในการตกลงหยุดยิงกับยูเครน หากไม่สำเร็จ สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการทางภาษีและคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ พร้อมระบุว่า “ไม่ต้องการลงโทษชาวรัสเซีย แต่สิ่งที่ปูตินทำอยู่มันเกินจะยอมรับได้”

Samsung ปาดหน้า TSMC ปิดดีลกับ Tesla ลุยผลิตชิปรุ่นใหม่ AI6 มูลค่ากว่า 6 แสนล้าน

(30 ก.ค. 68) อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา (Tesla Motors) ประกาศว่าบริษัทได้ลงนามข้อตกลงผลิตชิปรุ่นใหม่ AI6 กับซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังจากเกาหลีใต้ ในมูลค่าสูงถึง 16.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 6 แสนล้านบาท) ชิปนี้จะถูกใช้ในเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติรุ่นถัดไปของเทสลา และจะผลิตที่โรงงานของซัมซุงในเมืองเทย์เลอร์ รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ

ข้อตกลงนี้ถือเป็นการช่วยฟื้นธุรกิจผลิตชิปตามสั่งของซัมซุงที่กำลังเผชิญปัญหา โดยมัสก์ระบุว่าเทสลาจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และเขาเองก็จะเข้าไปดูแลกระบวนการด้วยตัวเอง

ขณะที่หุ้นซัมซุงพุ่งขึ้นกว่า 6% หลังประกาศข่าว โดยดีลนี้จะมีผลจนถึงสิ้นปี 2033 และนับเป็นอีกก้าวในยุทธศาสตร์ด้านชิปของเทสลา ซึ่งก่อนหน้านี้ชิปรุ่น A14 ใช้บริการจากซัมซุง ขณะที่ชิปรุ่น AI5 จะผลิตโดย TSMC ทั้งในไต้หวันและโรงงานแห่งใหม่ในรัฐแอริโซนา

แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าดีลนี้เชื่อมโยงกับประเด็นการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ หรือไม่ แต่นักวิเคราะห์มองว่าข้อตกลงนี้อาจช่วยให้เกาหลีใต้มีแต้มต่อในการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และยังเป็นชัยชนะสำคัญของซัมซุงที่ก่อนหน้านี้เสียลูกค้าให้ TSMC ต่อเนื่อง

อัปเดตสถานการณ์แผ่นดินไหว–สึนามิรอบมหาสมุทรแปซิฟิก หลายประเทศสั่งอพยพ หลังแผ่นดินไหว 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย

(30 ก.ค. 68)  เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย ทางตะวันออกไกล ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้หลายประเทศรอบมหาสมุทรแปซิฟิกประกาศเตือนภัยสึนามิและสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ในญี่ปุ่น เริ่มมีคลื่นสึนามิขนาดประมาณ 40 เซนติเมตรพัดเข้าสู่ชายฝั่งฮอกไกโด โดยยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีคำสั่งอพยพสำหรับพื้นที่ชายฝั่งฝั่งแปซิฟิกซึ่งอาจเผชิญคลื่นสูงถึง 3 เมตร รวมถึงการอพยพเจ้าหน้าที่จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

สหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐฮาวายและแคลิฟอร์เนีย ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างชายหาดและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ผู้ว่าการรัฐฮาวายเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยผู้เชี่ยวชาญจากแคลิฟอร์เนียประเมินว่าไม่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายร้ายแรงในทวีปอเมริกา

ด้านรัสเซีย รายงานว่ามีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหลายรายในเขตตะวันออกไกล ขณะที่เมืองท่าซีเวโรคูริลสก์ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิที่ไหลทะลักเข้าท่วมบางพื้นที่ของเมือง

ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวตามแนวรอยเลื่อนในมหาสมุทรแปซิฟิก และยังคงต้องจับตาว่าอาฟเตอร์ช็อกหรือสึนามิลูกอื่นจะตามมาอีกหรือไม่

ประธานสภาฯ เยอรมนี เตือนรัฐบาล!! อาจขาดดุล 6.7 ล้านล้านบาท เพราะส่งอาวุธให้ยูเครน..ชี้นำเงินไปพัฒนาสาธารณูปโภคในประเทศดีกว่า

(29 ก.ค. 68) ราล์ฟ นีไมเออร์ (Ralf Niemeyer) ประธานสภารัฐธรรมนูญและอธิปไตยของเยอรมนี เตือนว่าการส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) ให้ยูเครน อาจทำให้เยอรมนีกลายเป็นเป้าหมายของรัสเซีย และยังส่งผลกระทบหนักต่อภาษีประชาชน

เขาระบุว่า เยอรมนีกำลังขาดแคลนงบประมาณที่จำเป็นสำหรับพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน และโรงเรียน ขณะที่รัฐบาลกลับนำเงินไปจัดซื้ออาวุธ ทำให้ประเทศเสี่ยงยากจนลง โดยสื่อเยอรมนีรายงานว่า ประเทศอาจเผชิญภาวะขาดดุลสูงถึง 172,000 ล้านยูโร (ราว 6.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029

ก่อนหน้านี้ เบอร์ลินได้ส่งแพทริออต ให้ยูเครนแล้ว 3 ระบบ และกำลังเจรจากับวอชิงตันเพื่อส่งเพิ่ม โดยเยอรมนีจะเป็นฝ่ายจัดหาทดแทนเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม 'แพทริออต' ไม่ใช่อาวุธวิเศษ เพราะเคยถูกโจมตีทะลวงมาแล้วโดยอาวุธรัสเซีย

รัสเซียเตือนว่าการส่งอาวุธให้ยูเครนเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพ และถือว่าเป็นเป้าหมายชอบธรรมทางทหาร ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า สหรัฐฯ จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนจากเยอรมนีสำหรับข้อตกลงนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top