Sunday, 7 June 2026
NEWS FEED

World Tour เดี่ยว หลัง!! เซ็นสัญญา Wasserman Music ดูแลการทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก เตรียมตัวให้พร้อม ร้อง เต้น ด้วยกัน!!

(23 ต.ค. 68) สัญญาณการทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวรอบโลกเริ่มต้นขึ้นแล้ว กับศิลปินสาวมากความสามารถอย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ซึ่งเป็นที่รู้จักจากความสำเร็จระดับโลกอย่างถล่มทลายกับ BLACKPINK และยังประสบความสำเร็จอย่างงดงามในอาชีพนักร้องเดี่ยว

ล่าสุด ลิซ่าได้เซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ Wasserman Music เพื่อดูแลและเป็นตัวแทนการทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลก เรียกว่า เตรียมตัวให้พร้อม วอร์มนิ้วรอไว้เลย และพบกับเส้นทางใหม่ระดับอินเตอร์ของลิซ่า

ปัจจุบันสาว ๆ BLACKPINK กลับมาทัวร์คอนเสิร์ตระยะสั้นถือเป็นทัวร์คอนเสิร์ตแบบ all-stadium ครั้งแรกของวง เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ณ สนามกีฬาโกยาง ประเทศเกาหลีใต้และจะสิ้นสุดในวันที่ 26 มกราคม ณ สนามกีฬาไคตัก ในฮ่องกง

ลิซ่ามีผลงานเพลงที่ได้รับการยกย่องมากมายด้วยตัวเอง เช่น 'Rockstar' (โปรดิวซ์โดย Ryan Tedder และ Sam Homaee), 'New Woman' ร่วมกับ Rosalía, 'Born Again' ร่วมกับ Doja Cat และ Raye และ “Moonlit Floor”

นอกจากนี้ เธอยังได้แสดงเดี่ยวที่ Coachella ในปีนี้ด้วย รวมถึงเป็นคว้ารางวัล K-pop เดี่ยวคนแรกทั้งในงาน MTV Video Music Awards และ MTV European Music Awards แถมปีที่ผ่านมาลิซ่ายังสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยเดบิวต์การแสดงในบทบาท 'มุก' ในซีรีส์ 'The White Lotus' (ซีซัน 3) ทางช่อง HBO อีกด้วย

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ก.ตร. เห็นชอบให้แต่งตั้งระดับนายพลนอกวาระ ทดแทนตำแหน่งที่ว่าง

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 9/2568 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ที่ประชุม ก.ตร. รับทราบผลการดำเนินการของอนุ ก.ตร. และวาระทั่วไป รวมทั้งมีมติเห็นชอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ รอง จตช. ลงมาถึงผู้บังคับการ (ผบก.) นอกวาระประจำปี 2568 แทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากข้าราชการตำรวจลาออกจากราชการ ตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 27 ( รอบปีงบประมาณ พ.ศ.2569) 3 ราย ได้แก่ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง จตช., พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง จตร. และ พล.ต.ต.นิรันดร์ ทองฤทธิ์ ผบก.ศพฐ.3 ซึ่ง ก.ตร.พิจารณาแล้วเห็นว่าตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่ว่างลงดังกล่าวเป็นตำแหน่งระดับสูง ที่มีความสำคัญต่อการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีมติเห็นชอบให้คัดเลือกแต่งตั้งทดแทนใน 3 ตำแหน่งดังกล่าว และให้การแต่งตั้งเป็นไปตาม กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ พ.ศ.2567 และพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565

‘ตรีนุช’ ย้ำ!! อาชีพไกด์ ห้าม!! ต่างด้าวทำ ต้องสงวนไว้ให้ ‘คนไทยเท่านั้น’ ฝ่าฝืน!! มีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท ส่งกลับประเทศ

(23 ต.ค. 68) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงไฮซีซันด้านการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่นิยมเดินทางในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์หรือผ่านบริษัทนำเที่ยว ซึ่งส่งผลให้มีผู้ประกอบธุรกิจบางรายใช้บริการไกด์หรือมัคคุเทศก์ชาวต่างชาติที่ลักลอบประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการกระทำที่มีความผิดตามกฎหมาย เพราะอาชีพมัคคุเทศก์หรืองานจัดนำเที่ยว เป็นงานที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น และเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาด ซึ่งระบุไว้ในบัญชีท้ายประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า รัฐบาล มีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อนำเงินตราเข้าประเทศ ซึ่งหากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลือกจ้างไกด์ต่างชาติแทนคนไทย นอกจากจะมีความผิดตามกฎหมายแล้วยังถือเป็นการแย่งอาชีพของคนไทยอีกด้วย เนื่องจาก งานมัคคุเทศก์ หรืองานจัดนำเที่ยว เป็นงานที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีที่ 1 ห้ามคนต่างด้าวทำเด็ดขาดในจำนวน 27 งาน เพราะเป็นอาชีพสงวนของไทย คนต่างด้าวจึงไม่สามารถขอใบอนุญาตทำงานต่อนายทะเบียนเพื่อทำงานดังกล่าวได้ รวมทั้งหากได้รับใบอนุญาตทำงานแล้วแต่ภายหลังลักลอบทำงานมัคคุเทศก์ จะมีความผิดตามกฎหมาย

“คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และจะถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ ขณะที่นายจ้าง/สถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ  จะมีความผิดเช่นเดียวกัน โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี” นางสาวตรีนุช  กล่าว

ผู้ที่พบเห็นการจ้างคนต่างชาติทำงานโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 02 354 1729 หรือที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 และสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

(สุรินทร์) แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 แนวชายแดนไทย - กัมพูชา  ย้ำต้องมีความพร้อม ตลอดเวลา เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์  และพี่น้องประชาชน

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พลตรี ณรงค์ฤทธิ์ ปาณิกบุตร รองแม่ทัพภาคที่ 3 และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยขึ้นตรงที่ปฏิบัติงานในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ด้านจังหวัดสุรินทร์ โดยมี พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปการปฏิบัติงานในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพเป็นอยู่ ด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจของกำลังพล โดยเน้นย้ำผู้บังหน่วยให้ดูแลกำลังพล ไม่ให้เกิดความเครียด และขอให้กำลังพลทุกนายรักษาความพร้อม ทั้งร่างกายและจิตใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท และยึดมั่นในวินัยทหาร พร้อมกันนี้ยังได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคปริโภค เพื่อเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจ ทั้งนี้แม่ทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวแสดงความชื่นชมในความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความเสียสละของกำลังพลทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ตอนหนึ่งว่า "ทหารทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ และยึดมั่นในเกียรติ และศักดิ์ศรีในความเป็นทหารอาชีพ ขอให้เชื่อมั่นในภารกิจที่รับผิดชอบ ว่าทุกสิ่งที่ทำ เพื่อความสงบสุขของประเทศ ชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ และพี่น้องประชาชน


 

ขอนแก่น - มข. จัดแถลงข่าว 'สีฐานเฟสติวัล 2568' ยิ่งใหญ่ ชูแนวคิด 'สีฐาน นวธารา หิมาลายัน' ผสานวัฒนธรรม 5 ชาติ คาดเงินสะพัดกว่า 700 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น จัดแถลงข่าว "งานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568" (SITHAN INTERNATIONAL FESTIVAL 2025) ภายใต้ธีม "สีฐาน นวธารา หิมาลายัน" โดยมี นายคารม คำพิฑูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น,นางสาวธนวัน กาสึ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น และ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมแถลงข่าว ในการนี้มีคณาจารย์ นักศึกษา สื่อมวลชน และผู้สนใจ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ หอศิลป์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นายคารม คำพิฑูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นมีความภาคภูมิใจที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดงานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการสืบทอดและต่อยอดวัฒนธรรมไทยและคติความเชื่อที่บรรพบุรุษได้สั่งสอนสืบต่อกันมา งานนี้ไม่เพียงสะท้อนเอกลักษณ์ของภาคอีสานที่ยึดถือประเพณีตามฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ แต่ยังเป็นการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์งานลอยกระทงให้ตระการตาและยิ่งใหญ่ขึ้นในระดับนานาชาติ

"จากข้อมูลการประเมินผลปีที่ผ่านมา งานสีฐานเฟสติวัลสามารถสร้างเงินสะพัดให้จังหวัดขอนแก่นกว่า 701 ล้านบาท และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้ง 3 วันกว่า 300,000 คน จังหวัดขอนแก่นมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และระบบรักษาความปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือจากตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ค่ายศรีพัชรินทร์ และกรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโซไซย เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ ขอนแก่นเมืองน่าอยู่ มุ่งสู่มหานครแห่งอาเซียน

เราพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่จะมาร่วมงานในวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2568 นี้" ด้าน นางสาวธนวัน กาสี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น รวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ ได้ร่วมกันจัดงานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568 ขึ้น

"กิจกรรมสีฐานเฟสติวัล นานาชาตินี้ เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการนำวัฒนธรรมตั้งเดิมมาประยุกต์กับวัฒนธรรมสมัยใหม่  กลายเป็นกิจกรรมร่วมสมัยที่ตระการตา เป็นการเปลี่ยนงานลอยกระทงในรูปแบบเดิมให้น่าติดตาม และทำให้ประชาชนหันมาสนใจวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เป็นกิจกรรมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยควรสนับสนุนและน่ายกย่อง เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจังหวัขอนแก่นและ ภาคอีสาน"

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 62 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานในการจัดการศึกษาและพัฒนาภาคอีสาน พร้อมทั้งบูรณาการศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกและภูมิปัญญาของท้องถิ่นให้เข้ากับรายวิชาและกิจกรรมต่างๆ

ปีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นยกระดับการจัดงานจากภูมิภาคสู่ระดับสากล ภายใต้ธีม "สีฐาน นวธารา หิมาลายัน" ซึ่งหมายถึง "เทือกเขาแห่งสายน้ำอันบริสุทธิ์ ณ สีฐาน" "แนวคิดของการจัดงานนานาชาติในปีนี้คือ 'การเดินทางของสายน้ำและศรัทธา' จากดินแดนปลายน้ำสู่ดินแดนต้นน้ำ จากน้ำที่ละลายจากหิมะศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาหิมาลัยเกิดเป็นแม่น้ำโขงที่เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของวัฒนธรรมอีสาน มีต้นกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบตในเทือกเขาหิมาลัย เดินทางผ่านหลายประเทศเข้ามาหล่อเลี้ยงแผ่นดินอีสานของไทย ก่อเกิดวัฒนธรรมแห่งดินแดนลุ่มน้ำ การยกระดับการจัดงานในครั้งนี้มีกิจกรรมใหม่และหลากหลายขึ้น เพื่อให้ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น ชาวจังหวัดขอนแก่น และชาวไทยทั่วประเทศ ได้มีโอกาสมาสัมผัสกลิ่นอายงานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของตินแดนปลายน้ำและดินแดนต้นน้ำ"

"เราภูมิใจที่ได้ความร่วมมือจากนานาชาติในครั้งนี้ ประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรไทยสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทำให้งานสีฐานเฟสติวัล 2568 นี้เป็นมากกว่างานประเพณี แต่เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศและสร้างมิตรภาพระหว่างประชาชนในภูมิภาค"

สำหรับ งานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2568 ณ บึงสีฐาน มหาวิทยาลัยชอนแก่น เต็มรูปแบบ 3 วัน 3 คืน โดยมีไฮโฮไลท์สำคัญ อาทิ ภูเขาหิมาลัยจำลอง ความสูง 8 เมตร กว้าง 40 เมตร, มณฑลพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แบบผสมผสานศิลปะไทยและภูฏาน, ขบวนแห่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบศิลปะร่วมธิเบต ภูฏานและไทย, การแสดงพิเศษจากผู้ชนะเลิศการประกวด KKU DANCE TROUPE เริงระบำอีสานร่วมสมัย ครั้งที่ 1 ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, การแสดงร่วมสมัยผีบักฮวด กว่า 100 ชีวิต, การประกวดขบวนแห่กระทงสุดอลังการ กว่า 22 คณะ,หอศิลป์เที่ยงคืน กิจกรรม CREATIVE ECONOMY อีสานมูเตลู, การแสดงโขน และนาฏศิลป์ร่วมสมัย, เทศกาลหน้ากากและการแสดงหุ่นนานาชาติ ครั้งแรกของอีสาน, เรือไฟหิมาลายัน ยาวกว่า 20 เมตร ลอยกลางบึงสีฐาน, กระทงยักษ์หิมาลายัน ยาวกว่า 20 เมตร ออกแบบตามศิลปะธิเบต ภูฏาน และของมงคล 8 ประการ, การจุดประทีปกระทงบก กว่า 15,000 ดวง, ทิวโคมไฟ กว่า 16,000 ดวง และการประกวดต่างๆมากมาย 

รวมทั้งมี นางนพมาศ Special Guest แอนนา เสืองามเอี่ยม MISS UNIVERSE THAILAND 2022 และหมูแฮม โชตินภา แก้วจรูญ นางสาวไทย ประจำปี 25668 มาร่วมงานด้วย

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ Sithan KKU Festival สีฐานเฟสติวัล

‘ทนายเดชา’ จี้!! ตรวจสอบ มูลนิธิ ‘กัน จอมพลัง’ บี้!! สอบเพิ่มปม ‘รถหรู’ จอดที่บ้านเพียบ เสียภาษีถูกต้องหรือไม่!! ชี้!! หากทำดี อย่ากลัวการตรวจสอบ

(23 ต.ค. 68) จากกรณี กัน จอมพลัง โพสต์คลิปชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก “กันจอมพลัง ช่วยสู้” ถึงประเด็น “มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้” โดยระบุว่า ตนไม่ได้เป็นประธานหรือกรรมการของมูลนิธิ แต่เป็นเพียงผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดการที่ไม่มีชื่อตนอยู่ในคณะกรรมการจึงถูกมองว่าผิด ยืนยันว่าทุกฝ่ายต่างมีหน้าที่ของตน ทั้งฝ่ายทำงานและฝ่ายตรวจสอบ ต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่อความโปร่งใส

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ต.ค.2568 ที่ Decha&Lbs ทนายคลายทุกข์ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง กล่าวถึงกรณี มูลนิธิ “กัน จอมพลัง” ว่า ตอนนี้มีคนตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสในการจัดตั้งมูลนิธิ รวมถึงเงินเข้าออก ตอนนี้เริ่มมีการตรวจสอบและคิดว่าน่าจะตรวจสอบได้แล้ว โดยการจัดตั้งมูลนิธิส่วนมากการรับบริจาคก็ต้องการจะเอาเงินไปช่วยเหลือ แต่จะนำไปใช้อย่างถูกต้องหรือไม่ ก็ต้องดูจากการกระทำ

ส่วนขั้นตอนระบบการทำงานของมูลนิธิกันจอมพลังเป็นอย่างไรนั้น เบื้องต้นเท่าที่ทราบจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการที่มีชื่อ ไม่ใช่ดำเนินการจากคนภายนอกเข้ามาครอบงำกิจการ และยังมีเคสตัวอย่างที่ต้องถูกยุบมูลนิธิ เนื่องจากมีการถูกครอบงำกิจการ และทรัพย์สินทั้งหมด ต้องตกเป็นของแผ่นดิน

จึงตั้งข้อสงสัยว่า “กัน จอมพลัง” ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิเลยในทางกฎหมายต้องดำเนินการด้วยเสียงข้างมากของคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการทั้ง 3 มีชื่อเพื่อนของตน 1 คน ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการมูลนิธิดังกล่าว ซึ่งไม่ค่อยรู้เรื่องราว

ตนจึงตั้งข้อสงสัยอีกว่า 3 คณะกรรมการเป็นนอมินีหรือไม่ ซึ่ง กัน จอมพลัง ไม่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ ไม่มีสิทธิ์มาขับเคลื่อนหรือสั่งการมูลนิธิในการทำแต่ละโครงการได้ การทำถนน หรือบังเกอร์ ต่าง ๆ ได้

ล่าสุดที่มีการออกมาเปิดเผยว่า หากเลิกมูลนิธิกันจอมพลัง จะโอนทรัพย์สินทั้งหมดไปให้ “มูลนิธิธรรมนัส” ต่อมา กัน จอมพลัง บอกว่า จะเปลี่ยนเป็นอีกมูลนิธินั้น ซึ่งไม่สามารถทำได้ จึงอยากฝากคนที่เป็นนายทะเบียนกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและออกมาชี้แจง ซึ่งกรณีที่ “กัน จอมพลัง” ออกมาพูดว่ามูลนิธิอื่นก็ทำเหมือนกัน ก็ให้เปิดชื่อมูลนิธิมาเลยว่ามีมูลนิธิไหนบ้าง ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มี

และที่มีการตั้งคำถามว่าทำไม “กัน จอมพลัง” ไม่ใช้ชื่อตัวเองเป็นกรรมการมูลนิธิ ทนายเดชา กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบว่าทำไม กัน จอมพลัง ถึงทำแบบนั้น แต่เคยสอบถามจากมูลนิธิอื่น ๆ เหมือนเป็นการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบทางกฎหมาย เปรียบเหมือนนักการเมืองที่ส่วนใหญ่มักจะใช้นอมินีในการฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงภาษี

ส่วนที่ทนายเดชาโพสต์เกี่ยวกับมูลนิธิม้า ทนายเดชา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ถ้าเปิดมูลนิธิมาแล้วแต่ไม่ได้บริหารจัดการเอง ให้บุคคลภายนอกจัดการก็เปรียบเทียบเหมือนการเปิดบัญชีม้า จึงฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย เนื่องจากหลักฐานชัดเจนแล้วเขาออกมายอมรับแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิ

รวมถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยที่สามารถสั่งเรียก 3 คณะกรรมการมาดำเนินการสอบสวนได้เลย ส่วนตัวก็เป็นห่วงในเรื่องของการเบิกถอนเงินสด เช่นเดียวกับเคสหลวงพ่ออลงกต จะทำให้การตรวจสอบนั้นยากขึ้น

และหากประชาชนตั้งใจบริจาคเพราะชื่อมูลนิธิ แล้วมารู้ภายหลังว่า กัน จอมพลัง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะเข้าข่ายฐานฉ้อโกง ถึงแม้ว่าเงินดังกล่าวที่โอนไปจะถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง และประชาชนได้ประโยชน์ ทนายเดชา กล่าวว่า ตรงนี้ก็ต้องไปตรวจสอบ อย่างเช่น การซื้อเสื้อเกราะ ที่ตนทราบมาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า มีราคาที่ต่ำกว่าทางมูลนิธิจัดซื้อ จึงตั้งคำถามว่า เงินส่วนต่างไปตกหล่นที่ไหน

ล่าสุด กัน จอมพลัง ออกมาตัดพ้อว่า การทำความดีทำไมยากขนาดนี้ ต่อไปคงไม่มีใครกล้าทำความดีนั้น ตนขอยกตัวอย่างเช่น ทนายตั้ม ที่เปิดมูลนิธิเพื่อประชาชนถูกตรวจสอบและถูกดำเนินคดีติดคุกอยู่ตอนนี้ รวมไปถึงหลวงพ่ออลงกตที่ทำดีมา 30 ปี แต่ก็ยังถูกตรวจสอบ ดังนั้นหากทำดีอย่ากลัวการตรวจสอบ

ส่วนเรื่องที่ทนายเดชาโพสต์เกี่ยวกับรถแลมโบร์กีนีสีแดง ทนายเดชา กล่าวว่า มีคนสนิทของตน ให้ข้อมูลว่า กัน จอมพลัง มีรถหรูจอดที่บ้านอยู่หลายคัน จึงอยากให้ตรวจสอบว่ามีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่

รวมถึงคนในวงการลอตเตอรี่ ฝากถามถึงเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 2 แสนฉบับ รายได้ 2-3 ล้านบาทต่อเดือน ว่าได้มาอย่างไร ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากสงสารคนรากหญ้า และยังมีหลายบริษัทที่รอการตรวจสอบ

ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนตาสว่าง ทุกครั้งที่บริจาคเงินกับคนดัง ควรดูข้อมูลให้ชัดเจนซึ่งเรื่องนี้อาจจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากไม่ดำเนินการ จึงฝากไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากตรวจสอบแล้วว่าเป็นคนดีก็ทำงานต่อไป

นโยบาย 'ไท ไทย' ของ รมว.วัฒนธรรม 'ซาบีดา' ที่มุ่งส่งเสริมความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านการสืบสานศิลปวัฒนธรรมและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อรองรับโลกแห่งอนาคต 

ภายใต้นโยบาย 'ไท ไทย' ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่มุ่งส่งเสริมความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านการสืบสานศิลปวัฒนธรรมและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อรองรับโลกแห่งอนาคต และเป็นกุญแจสำคัญสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมใหม่ Unseen Thai Thai 

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ผลักดันนโยบาย "ไท ไทย"สู่การปฏิบัติที่มุ่งเน้นการสืบสานศิลปวัฒนธรรม ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล โดยมอบหมายให้ กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม  จัดทำ Virtual Tour บ้านศิลปินแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ่าทวี ของ ร้อยตรีทวี บูรณเขตต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์ - ช่างปั้น หล่อ) พุทธศักราช 2566 สำเร็จเรียบร้อยเป็นหลังที่ 6 เพื่อเปิดประสบการณ์ ให้ทุกคนได้เข้าถึงพื้นที่ทางวัฒนธรรมอย่างทันสมัย ผ่านเทคโนโลยี โลกเสมือนจริง 🧑🏻‍💻👀

อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวต่ออีกว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้จัดทำ Virtual Tour บ้านศิลปินแห่งชาติ ให้ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสแหล่งเรียนรู้บ้านศิลปินเสมือนจริงมาแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 5 หลัง ได้แก่
1. หอศิลป์อินสนธิ์ วงค์สาม - Inson Wongsam Art Gallery โดยนายอินสนธิ์ วงค์สาม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) พุทธศักราช 2542
👉 คลิกเพื่อเข้าชม Virtual Tour : https://tour.inson-wongsam.com/
2. บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน - Ban Nang Talung Suchart Subsin โดยนายสุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน) พุทธศักราช 2549
👉 คลิกเพื่อเข้าชม Virtual Tour : https://ar.culture.go.th/Baan_nung_talung/
3. บ้านพิพิธภัณฑ์ - House of Museums โดยนายเอนก นาวิกมูล ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2563
👉 คลิกเพื่อเข้าชม Virtual Tour : https://ar.culture.go.th/House_of_museum/
4. หอศิลป์พิชัย นิรันต์ - Pichai Nirand Art Gallery โดยนายพิชัย นิรันต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช 2546
👉 คลิกเพื่อเข้าชม Virtual Tour : https://ar.culture.go.th/PichaiNirun/
5. หอศิลป์ทวี รัชนีกร - Tawee Art Gallery โดยนายทวี รัชนีกร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช 2548 
👉 คลิกเพื่อเข้าชม Virtual Tour : https://ar.culture.go.th/TaweeRatchaneekorn/
พร้อมนี้ จะผลักดันนโยบาย "ไท ไทย" ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในภารกิจของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมต่อไป

 📣 และในครั้งนี้ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสผลงานประณีตศิลป์และงานปั้นหล่อแบบ 360° พบกับ Virtual Tour บ้านศิลปินแห่งชาติ หลังที่ 6 📣
✨ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ่าทวี โดย ร้อยตรีทวี บูรณเขตต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์ - ช่างปั้น หล่อ) พุทธศักราช 2566 เพชรน้ำงามแห่งวงการช่างศิลป์ ผู้บุกเบิกการปั้นหล่อพระพุทธชินราชแห่งเมืองสองแคว 💎

💡 มาเรียนรู้แรงบันดาลใจ เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน และเรื่องราวของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่
🇹🇭 เชื่อมโยงความงามของศิลปะไทยสู่โลกเสมือนจริง อย่างภาคภูมิใจในความเป็น “ไท ไทย”

คลิกเลยที่นี่ 👉🏻 https://a360.co.th/thawee 👈🏻 หรือสแกน QR Code ตามภาพ

‘ป๋าเต็ด’ ฟาดใส่!! ‘สมาคมฟุตบอล – รัฐบาล’ หลังปลด โค้ชทีมชาติไทย แบบฟ้าผ่า!! ลั่น!! แยกแยะไม่ออก

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) ‘ป๋าเต็ด’ โพสต์เฟซ!! เผยข้อคิด ‘ข่าวกีฬาไทยวันนี้’ ทิ่มแรง!! สมาคมฟุตบอล-รัฐบาล โดยระบุข้อความว่า …

ข่าวกีฬาไทยวันนี้

1.สมาคมฟุตบอลแยกไม่ออกระหว่างโค้ชที่ดีกับโค้ชที่ชอบ

2.รัฐบาลแยกไม่ออกระหว่างไพ่ที่เป็นการพนัน กับไพ่ที่เป็นกีฬา

I SUS…

ปัตตานี- “แผน ถปภ.904 สานพลังความมั่นคง ปกป้องสถาบันหลักของชาติ”

ประชุมแถลงแผนถวายความปลอดภัย (ถปภ.904) ผ่านระบบ VTC ขับเคลื่อนภารกิจถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดี

📅 วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น.
ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 15
ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร
ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี / ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เข้าร่วมการประชุมแถลงแผน “ถปภ.904” ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VTC)
โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุม

📡 การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการถวายความปลอดภัย
แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยมุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกองทัพภาคที่ 4 บูรณาการกำลังร่วมกันวางมาตรการถวายความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการข่าว การรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความสะดวกด้านเส้นทาง และการประสานความร่วมมือกับส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่

💬 พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของภารกิจถวายความปลอดภัยในครั้งนี้ ว่าเป็นภารกิจอันทรงเกียรติสูงสุดของกองทัพ ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และเต็มเปี่ยมด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมยืนยันความพร้อมของหน่วยในพื้นที่ที่จะปฏิบัติภารกิจด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

🌿 การแถลงแผน “ถปภ.904” ในครั้งนี้ ยังถือเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่พสกนิกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หลัก “หนึ่งใจเดียวกัน เพื่อถวายความปลอดภัยแด่องค์ราชันและพระราชินีของปวงชนชาวไทย”

กมธ.ทหารฯ จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง 'เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS'

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) เวลา 08.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุม หมายเลข 402 - 403 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา จัดการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS” โดยมี พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวรายงาน โอกาสนี้ พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เข้าร่วมงานเสวนา พร้อมด้วย สมาชิกวุฒิสภา คณะกรรมาธิการฯ อนุกรรมาธิการฯ ผู้ปฏิบัติงานให้แก่สมาชิกวุฒิสภา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ภายใต้มิติของ CLASS เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 ได้กลายเป็นโอกาส และความท้าทายในการสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ โดยผลการเสวนาทางวิชาการในวันนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะได้แนวความคิด อันเป็นที่มาของข้อเสนอเชิงปฏิบัติ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงของประเทศ รวมทั้ง การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศโดยคนไทยเพื่อประเทศไทย

สำหรับการจัดเสวนาทางวิชาการในช่วงเช้า มีการอภิปรายในหัวข้อ “เทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 กับมิติความมั่นคงภายใต้บทเรียน CLASS (Cyber-Land-Air-Space-Sea)” ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พลโท ชาติชาย ชัยเกษม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Cyber พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Land พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Air และพลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในมิติ Sea โดยมี นายก่อเขต จันทรเลิศลักษณ์ ผู้อำนวยการข่าวไทยพีบีเอส เป็นผู้ดำเนินรายการ

ส่วนในช่วงบ่าย มีจัดการอภิปราย หัวข้อ “หมุดหมายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย” ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พลอากาศเอก มานัต วงษ์วาทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ นายสุรเดช ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย และ CEO บริษัท ASIMAR พลอากาศเอก สุพิจจารณ์ ธรรมวาทะเสรี อดีตรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ดร.กตัญญู กลับสุวรรณ นายกสมาคม Smart Cities Thailand และผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีและนวัตกรรม นายกฤต กุลหิรัญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชัยเสรี เม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด นายภาคย์ บุญยุบล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานเทคโนโลยีและปฏิบัติการดาวเทียม บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

การเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการ นักวิชาการ และภาคเอกชน ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มภัยคุกคามและโอกาสใหม่ ๆ ภายใต้บริบทเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 และกรอบมิติความมั่นคง CLASS (Cyber-Land-Air-Space-Sea) โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงแห่งชาติให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านการพัฒนาต้นแบบระบบอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อวางยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีและการป้องกันประเทศที่ทันสมัย เชื่อมโยงทุกมิติความมั่นคง ในการเพิ่มขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและความมั่นคง ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top