Sunday, 7 June 2026
NEWS FEED

แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ 'กัน จอมพลัง' กลางงานแถลงข่าว เชื่อเป็นคนดี ไม่ใช่คนโกง

(24 ต.ค. 68) ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ แถลงข่าวชี้แจงประเด็นเงินบริจาค หลังถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส และความสัมพันธ์กับนักการเมือง โดยมี น.ส.กาญจนา สถาวร ประธานมูลนิธิฯ พร้อม 'กัน จอมพลัง' ร่วมชี้แจงต่อสื่อมวลชน ถึงกระแสข่าวที่ไม่มีชื่อเจ้าตัวเป็นกรรมการในมูลนิธิ

โดยระหว่างการแถลงข่าว ได้มีแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจ 'กัน จอมพลัง' พร้อมกล่าวว่า สังคมไม่ควรตัดสินจากภาพลักษณ์ภายนอก เพราะที่ผ่านมา 'กัน' เป็นคนลงมือทำจริงในยามเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นช่วงไฟไหม้ เหตุ สตง.ถล่ม หรือช่วงวิกฤตต่าง ๆ ที่มักเห็นเจ้าตัวช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ FC รายหนึ่งกล่าวด้วยว่า “หน้าอย่างนี้เหรอจะโกง” พร้อมชี้ว่าในสังคมมีคนพูดมากแต่ไม่ทำ ขณะที่ 'กัน จอมพลัง' เป็นคนที่เสี่ยงเอง ลงมือเอง เพื่อช่วยเหลือทหารและประชาชน จึงควรมองที่ผลลัพธ์ของการกระทำ ไม่ใช่คำพูดหรือข่าวลือ

ทั้งนี้ แฟนคลับย้ำว่า การจดทะเบียนมูลนิธิเป็นเรื่องทางกฎหมาย เพื่อให้รับบริจาคได้อย่างถูกต้อง และเชื่อว่ากันจอมพลังตั้งใจทำเพื่อสังคมมากกว่าเพื่อประโยชน์ส่วนตัว พร้อมเรียกร้องให้สังคมส่งเสริมคนที่ลงมือทำจริง มากกว่าจะโจมตีโดยไม่มีหลักฐาน

วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีทิ้งกระจาด (ซิโกว) แจกเครื่องอุปโภคบริโภคและชุดยาสามัญประจำบ้านแก่ผู้ยากไร้ รวม 1,000 ชุด รวมมูลค่ากว่า 1.6 แสนบาท

(24 ต.ค. 68) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร นำโดย พระศรีวิศาลคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ และนายวันชิด ศิรสีห์ รองผู้จัดการใหญ่ จัดชุดเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม น้ำตาล ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำปลาร้า เส้นหมี่ขาว ขนม ยาสีฟัน ขนมเบ็ดเตล็ด ชุดยาเวชภัณฑ์ รองเท้า ฯลฯ บรรจุถุงผ้ามูลนิธิฯ รวมจำนวน 1,000 ชุด รวมมูลค่ากว่า 1.6 แสนบาท เพื่อประกอบพิธีทิ้งกระจาด (ซิโกว) นำแจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้ โดยมี นายสมานมิตร แยงไธสง ผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ร่วมในพิธี 

ในการนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย และอาสาสมัคร อำนวยความสะดวกแก่วัดและประชาชนที่มารับสิ่งของ ณ บริเวณเมรุด้านใต้ (สุสานหลวง) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

‘EleX by EGAT ทับสะแก’ ต้นแบบสถานีชาร์จสีเขียว ผสานพลังงานสะอาดกับนวัตกรรม ‘EGAT Ash Nova’ คอนกรีตรักษ์โลก

ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การใช้พลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ตอบรับกระแสนี้ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างสถานีชาร์จ EleX by EGAT ที่ไม่เพียงรองรับการใช้งาน EV แต่ยังยกระดับสู่การเป็น “Green Charging Station” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

สถานีต้นแบบ ‘EleX by EGAT’ ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบของการบูรณาการพลังงานสะอาดกับยานยนต์ไฟฟ้าอย่างกลมกลืน

สถานีชาร์จแห่งนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Enlighted EcoCharge” ซึ่งหมายถึงการเป็นมากกว่าจุดเติมพลังงานให้กับรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นพื้นที่ที่จุดประกายความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ผลิตพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์และชีวมวล สะท้อนภาพรวมของระบบนิเวศพลังงานสะอาดในระดับพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

สถาปัตยกรรมของสถานีได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ ใบบัว และดอกเห็ด ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบเรียบง่าย เพื่อสื่อถึงพลังงานสะอาดและการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้ EV ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือ “เสาแห่งพลังงาน” ทั้งสามต้น ที่ใช้สีเรืองแสงเพื่อสื่อถึงการรวบรวมและส่งต่อพลังงานสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง เสาเหล่านี้จึงเป็นทั้งโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมและงานศิลป์ที่ให้แสงและความหมายแก่ผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว

EGAT Ash Nova: คอนกรีตรักษ์โลกจากของเหลือทิ้งสู่วัสดุสร้างสรรค์

หนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นของสถานี EleX by EGAT แห่งนี้คือการใช้ ‘EGAT Ash Nova’ ซึ่งเป็นคอนกรีตทางเลือกที่พัฒนาจาก “เถ้าลอย” วัตถุพลอยได้จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งจะมีเถ้าลอยบางส่วนไม่สามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้และต้องฝังกลบ แต่ กฟผ. ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิจัยและพัฒนาให้สามารถใช้แทนปูนซีเมนต์ได้ถึง 100% และใช้งานได้หลากหลาย เช่น นำไปผสมทำคอนกรีตบล็อกสำหรับก่อผนัง และคอนกรีตตัวหนอนปูผิวทางเดินเท้า เป็นต้น

ข้อดีของ EGAT Ash Nova ได้แก่:
- กำลังรับแรงอัดสูง ทนทานต่อกรดและด่าง
- ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 58% เมื่อเทียบกับการผลิตคอนกรีตจากปูนซีเมนต์
- ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็นนวัตกรรมวัสดุรักษ์โลก

ด้านวัสดุอื่น ๆ ที่ใช้ในสถานีนี้ยังคำนึงถึงความปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมในทุกองค์ประกอบ โดยหลังคา Polycarbonate ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล และสีทับหน้าโพลียูรีเทน (สีที่ใช้เคลือบพื้นผิวภายนอกให้เงางามและทนทานต่อรอยขีดข่วน) ที่มีค่า VOC (Volatile Organic Compounds หรือ สารระเหยอินทรีย์) ต่ำ ปลอดภัยต่อทั้งผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการออกแบบและการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ สถานี EleX by EGAT ยังทำหน้าที่เป็น จุดเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning Node) เชื่อมโยงกับศูนย์การเรียนรู้พลังงานสะอาดทับสะแก เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และแรงบันดาลใจแก่ประชาชน เรียกได้ว่าสถานีชาร์จแห่งนี้สร้างประโยชน์ด้านพลังงานสะอาดได้อย่างครบวงจร

ปัจจุบัน กฟผ. ได้พัฒนาและขยายสถานีชาร์จ ทั่วประเทศแล้ว 303 แห่ง และมีแผนขยายให้ครบ 312 แห่งภายในปี 2568 เพื่อรองรับการใช้งาน EV ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สถานีชาร์จ ‘EleX by EGAT ทับสะแก’ จึงไม่ใช่แค่จุดเติมพลังงาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง ด้วยการผสานนวัตกรรม วัสดุรักษ์โลก และการออกแบบที่สะท้อนธรรมชาติ พร้อมตอบโจทย์การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

'ธนกร' แจงกรณีถอนอายัดเหล็ก 'ซิน เคอ หยวน' กว่า 4.1 หมื่นเส้น เป็นเหล็กจากเหตุไฟไหม้โรงงาน ไม่ใช่ 'เหล็กตึก สตง. ถล่ม'

(24 ต.ค. 68) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยข้อเท็จจริงในประเด็นการถอนอายัดผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ที่มีการนำไปเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน  

“การถอนอายัดเกิดขึ้นก่อนผมเข้ารับตำแหน่ง ประการแรกที่ต้องเรียนย้ำและทำความเข้าใจอย่างชัดเจน คือ การถอนอายัดเหล็กบางส่วนเกิดขึ้นในห้วงเวลาของรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ผมยังไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการ วันที่มีการถอนอายัดส่วนแรก เป็นการคืนเหล็กที่ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน จำนวน 16,950 เส้น  มีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568 ซึ่งผมได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 และเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568 ดังนั้น การตัดสินใจหรือการดำเนินการใด ๆ ก่อนวันที่ 19 กันยายน 2568 จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีชุดเดิม ผมจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งการในเรื่องนี้แต่อย่างใด”

สำหรับกรณีนี้ เหล็กที่ถอนอายัด เป็นเหล็กจากเหตุการณ์ระเบิดและเพลิงไหม้ภายในโรงงาน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ไม่ใช่เหล็กกรณีตึก สตง. ถล่ม ขอเน้นย้ำว่า สาเหตุการอายัดเหล็กทั้งหมดของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เป็นการเข้าเก็บตัวอย่างในวันที่ 19 ธันวาคม 2567 กรณีนี้จึงไม่ใช่เหล็กจากเหตุการณ์ตึกถล่ม ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวในสื่อโซเชียลแต่อย่างใด และเป็นการถอนอายัดเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผ่านหรือเป็นไปตามเกณฑ์การตรวจสอบแล้วเท่านั้น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่บริษัทที่ประกอบธุรกิจสุจริต ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่ว่า "ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้ประกอบการ  หากผลิตภัณฑ์นั้นถูกต้องตามมาตรฐาน"

กระทรวงอุตสาหกรรมจะเดินหน้าปราบปรามเหล็กเถื่อนและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเด็ดขาด  และในขณะเดียวกัน ก็จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการทุกคนที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรมและคุ้มครองความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนสูงสุด อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างสมบูรณ์ และเพื่อความมั่นใจสูงสุดของประชาชน ผมจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. ได้ประกาศถอนอายัดเหล็กเส้นของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 และวันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา รวม 41,635 เส้น หลังจากผลการตรวจสอบคุณภาพเหล็กจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (สลท.) พบว่า เหล็กของบริษัทมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 24-2559 เหล็กข้ออ้อย ขนาด DB25 ชั้นคุณภาพ SD40T และขนาด DB32 ชั้นคุณภาพ SD50T โดยผลการตรวจสอบในครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 พบว่า เหล็กตัวอย่างเป็นไปตามมาตรฐาน และในครั้งที่สองเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ผลการตรวจสอบก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ สมอ. ถอนอายัดเหล็กทั้งหมดและคืนให้กับบริษัทฯ 

การอายัดเหล็กทั้ง 41,635 เส้น ข้างต้น เป็นการขยายผลจากการตรวจพบว่ามีเหล็กข้ออ้อยบางส่วน “ตก” มาตรฐานในรายการองค์ประกอบทางเคมี (ธาตุโบรอน) ประกอบกับการตรวจพบข้อบกพร่องในระบบควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงกระบวนการหลอมเหล็กของบริษัทไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace) จึงเป็นเหตุอันควรเชื่อว่าบริษัทอาจควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างไม่สม่ำเสมอซึ่งอาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

‘ใบตองแห้ง’ โพสต์วิจารณ์ทหารหนุน ‘กัน จอมพลัง’ สร้างภาพรักชาติ หวังคุมความมั่นคง

เมื่อวันที่ (23 ต.ค. 68) นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ‘ใบตองแห้ง’ คอลัมนิสต์ และพิธีกร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Atukkit Sawangsuk ระบุว่า…

กัน จอมพลัง โป๊ะแตกแหกโค้งเพราะโดนขุดคุ้ย แป้งเต็มหลัง แต่อันที่จริงนั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่วิพากษ์วิจารณ์กันตั้งแต่ต้น

ประเด็นหลักคือ ทหารหนุนหลังให้ท้าย ‘กัน จอมพลัง’ ทหารเป็นตัวสำคัญ ‘ไม่ใช่แป้ง’ ที่ปล่อยให้กันปลุกพลังรักชาติล้นเกิน สามารถบริจาคยุทธภัณฑ์ จนต้องย้อนถาม ‘ทหารมีไว้ทำไม’

ทหารให้กันร่วมเดินแถวหน้า ยังกะแม่ทัพนายกอง เอารถสูบส้วมรถเครื่องเสียงไปแนวหน้า ยังกะ ผบ.หน่วยรถพิเศษ

ทหารใช้กัน ใช้อินฟลู ปลุกเกลียดชัง ปั่นคลั่งชาติ ให้คนนิยมทหาร ชูทหารเป็นพระเอก จนบรรลุเป้าหมาย คุมชายแดนคุมความมั่นคงเบ็ดเสร็จแทนรัฐบาลไม่ว่าชุดไหนก็ตาม อย่าให้แป้งบังตา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติรุกเดินหน้าปราบอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ ควบคู่สร้างวัคซีนไซเบอร์ ย้ำอย่าผันตัวเป็นบัญชีม้า โทษหนักทุกราย

สืบเนื่องจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามแต่งตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 341/2568 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.), พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ/รอง ผอ.ศปอส.ตร. ร่วมขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อยกระดับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน รูปแบบหลากหลาย และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว 

วันนี้ (24 ตุลาคม 2568) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ/รองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช./รอง ผอ.ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีผลการปฏิบัติของ ศปอส.ตร. และศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (Warroom IAC) ในห้วงวันที่ 21-23 ตุลาคม 2568 ในหลายพื้นที่ จำนวน 4 คดี ดังนี้ 

คดีที่ 1 พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้เสียหายได้ถูกคนร้ายหลอกลวงว่าเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง จะอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับเงินเกษียณอายุข้าราชการ และหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงิน เพื่อคุ้มครองข้อมูล เป็นเงิน 252,200 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรหนองขาม และสถานีตำรวจภูธรศรีราชา ได้รับแจ้งข้อมูลการถอนเงินลักษณะน่าสงสัยจาก Warroom IAC สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงไปตรวจสอบยังธนาคารที่เกิดเหตุ พบ นายณธพลฯ กำลังรอถอนเงินสดจากบัญชีของตนเอง เพื่อนำไปให้กับ นายธนพงษ์ฯ โดยก่อนหน้านี้ได้นำเงินสดที่ถอนมาครั้งแรกไปให้ นายธนพงษ์ฯ แล้ว จำนวน 250,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมตัว นายธนพงษ์ฯ ที่รออยู่หน้าธนาคาร แจ้งข้อหา “เปิดหรือยินยอม และสนับสนุนให้ผู้อื่นเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และสามารถคืนเงินให้กับผู้เสียหาย ตามโครงการ Money Cash Back เป็นเงิน จำนวน 250,000 บาท 

คดีที่ 2 พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.4 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมือง 4 นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดขอนแก่น ตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 10 ต.สำราญ อ.เมืองขอนแก่น พบชายชาวจีน 4 คน และหญิงชาวเมียนมา 1 คน เช่าบ้านหรูเปิดฐานปฏิบัติการหลอกคนจีนข้ามประเทศ พบพฤติการณ์หลอกลวงเหยื่อหลายรูปแบบทางออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ในลักษณะ Hybrid Scam สร้างแพลตฟอร์มปลอมเทรดทองคำ หลอกคนจีนด้วยกัน โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด จากการตรวจค้นพบของกลาง คอมพิวเตอร์ จำนวน 4 เครื่อง, โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 27 เครื่อง, เครื่องขยายสัญญาณอินเทอร์เน็ต 4 เครื่อง, เงินสด จำนวน 140,650  บาท และสมุดบัญชีธนาคารประเทศเมียนมา จึงแจ้งข้อหา “อั้งยี่, ซ่องโจร, เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดเวลาที่ได้รับอนุญาต และไม่แจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าหน้าที่” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผล รวมถึงตรวจสอบเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ

คดีที่ 3 พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 นำกำลังจับกุมตัว นายหู สัญชาติจีน พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 1 เครื่อง, บัตร atm ธนาคารต่างๆ รวม 2,057 ใบ และเงินสด 537,900 บาท สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ออกตรวจป้องกันเหตุในพื้นที่ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย พบ ชายไม่ทราบชื่อ ยืนอยู่หน้าตู้ ATM ลักษระมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบและทำการตรวจค้นพบของกลางบัตร atm หลายใบ และเงินสดจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง และพบของกลางทั้งหมด จึงแจ้งข้อหา “มีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบไว้ในครอบครอง และ เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นๆ” ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 4 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.2 ตรวจสอบข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการกระทำความผิดในลักษณะการซื้อ-ขายสินค้าไม่ตรงปก หรือการรับสินค้าหรือพัสดุที่ไม่ได้สั่งซื้อ และเรียกเก็บเงินจากผู้รับพัสดุปลายทาง (COD) มีประชาชนหลงเชื่อและจ่ายเงินไป เมื่อตรวจสอบสินค้าในกล่องพัสดุพบสินค้าไม่มีคุณภาพ และเป็นสินค้าที่ตนไม่ได้สั่ง ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก จึงดำเนินการตรวจสอบผ่านบริษัทขนส่งเอกชน พบว่า นายรัศมิธ์ศิลป์ฯ ในห้วงตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม ถึงวันที่ 7 กันยายน 2568 พบข้อมูลการส่งพัสดุทั้งหมด 47,244 ชิ้น รวมยอด COD ที่จะได้รับ 10,680,668 บาท และอีกรายคือ นายชัยวัฒน์ฯ ในห้วงวันที่ 1 กันยายน ถึงวันที่ 15 กันยายน 2568 ได้ทำการจัดส่งพัสดุจำนวนประมาณ 22,500 ชิ้น จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคนร้าย พบว่าในช่วงเดือนกันยายน 2568 มีการโอนเงินจากบริษัทขนส่งให้กับ นายชัยวัฒน์ฯ รวมเป็นเงินจำนวน 1,440,328 บาท นอกจากนี้ ได้ทำการตรวจสอบโกดังเก็บสินค้า พบว่า นางสาวรัชฎาภรณ์ฯ เป็นเจ้าของ จากพฤติการณ์ทั้งหมดของกลุ่มคนร้าย ประกอบด้วย นางสาวรัชฎาภรณ์ฯ, นายชัยวัฒน์ฯ และ นายรัศมิธ์ศิลป์ฯ พร้อมพวก รวม 15 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งพัสดุหลอกลวงผู้เสียหายหรือประชาชนทั่วไป ที่หลงเชื่อรับพัสดุที่ตนไม่ได้สั่ง แล้วเก็บเงินปลายทาง (COD) จนเกิดความเสียหายดังกล่าว ตำรวจไซเบอร์จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับและจับกุมได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ ในวันนี้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช./รอง ผอ.ศปอส.ตร. นำเงินที่อายัดได้ทันและผ่านการดำเนินการตามขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อย คืนให้กับผู้เสียหาย จำนวน 1 ราย จากคดีถูกหลอกลวงเกี่ยวกับเงินเกษียณอายุราชการให้โอนเงินเพื่อคุ้มครองข้อมูล จำนวน 250,000 บาท

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ ในฐานะได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและ ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงานสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง ฝากเตือนประชาชนที่คิดจะรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร หรือไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อทำการสแกนหน้ายืนยันตัวตนโอนเงินจากการกระทำความผิด ซึ่งการกระทำเช่นนี้ผิดทางกฎหมายและมีอัตราโทษสูง โดยมีความผิดตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2568 มาตรา 9 ฐานเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท และอาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 25 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000 บาท ถึง 300,000 บาท

เลขาธิการ ป.ป.ส. หนุน 'เขินโมเดล' ชุมชนต้นแบบต้านยาเสพติด ศรีสะเกษ

เมื่อวานนี้ (23 ต.ค. 68) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน 'เขินโมเดล' ที่โรงเรียนเขื่อนช้างวิทยาคาร ตำบลเขิน อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีปลัดจังหวัด นายอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น และชุด ชรบ. ร่วมให้การต้อนรับ

พ.ต.ต.สุริยา ชื่นชมชุมชนตำบลเขินที่รวมพลังแก้ปัญหายาเสพติดจนเห็นผลจริง โดยเฉพาะบทบาทของ ชรบ. ที่เป็นกำลังหลักเฝ้าระวังและขับเคลื่อนงานในพื้นที่ จนกลายเป็นต้นแบบ 'เขินโมเดล' ขยายผลสู่ตำบลอื่นของจังหวัด

พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ผู้ผ่านการบำบัด 2 ราย ตามข้อร้องเรียนจากสายด่วน 1386 'ท่านแจ้ง เราจับ' เพื่อเป็นกำลังใจในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมั่นคง ไม่หวนกลับไปใช้ยาเสพติดอีก

เชียงใหม่-ประกวดรอบชิงชนะเลิศ MISS GRANG LAMPANG 2026 'Grand Luminary: Queen of the Future'

ค่ำคืนแห่งตำนาน 'GRAND LUMINARY : QUEEN OF THE FUTURE' ประกาศศักดาเวที Miss Grand Lampang 2026 สู่การค้นหาราชินีแห่งอนาคต “ออมเล็ต” สิริยากร ธีรทองดี ผู้ครองมงกุฎแห่งความงาม พลัง และความสามารถอย่างสง่างาม เส้นทางสู่ “ราชินีแห่งอนาคต”  ที่จะเปล่งประกายในทุกมิติแห่งความงาม 

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 กลุ่มบริษัท ไฮไลฟ์ (Hylife Group) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านธุรกิจและนวัตกรรมในฐานะผู้อำนวยการจัดประกวด Miss Grand Lampang 2026 เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของวงการนางงาม กับค่ำคืนการประกวดรอบชิงชนะเลิศ MISS GRANG LAMPANG 2026 "Grand Luminary: Queen of the Future" ณ เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต 

ค่ำคืนนี้คือการรวมพลังของ 16 สาวงามผู้เข้าประกวด ที่จะขึ้นประชันความงาม ความสามารถ และปฏิภาณไหวพริบ เพื่อคว้าตำแหน่ง "Miss Grand Lampang 2026" และเป็นตัวแทนจังหวัดลำปางก้าวสู่เวที Miss Grand Thailand 2026 อย่างสง่างาม

โดยการมอบรางวัลได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารนำทีมโดย คุณธนุช อาร์. นาเออร์ (Mr. Dhanush R. Nair) Co-Group CEO, HYLIFE GROUP คุณวัชราภรณ์ ลิน กรรมการบริหาร, HYLIFE GROUP คุณพิพัฒน์ กันทะรันต์ ที่ปรึกษาการประกวด นอกจากนี้ ภายในงานได้ยังรับเกียรติจากแขกผู้มีชื่อเสียงและเหล่าคนดังในวงการบันเทิง อาทิ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประเทศฟิลิปปินส์ คุณเอ็มมา ทิกเลา (Emma Tiglao) ผู้ชนะเลิศ Miss Grand International 2025 ประเทศไทย คุณกชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ รองชนะเลิศอันดับ 1 Miss Grand International 2025 ประเทศเวเนซุเอลา คุณนาริมาน บัตติคา (Nariman Battikha) รองชนะเลิศอันดับ 1 Miss Grand International 2025 คุณ "แจน" ณัฏฐ์ฑินี ธนัตพรภิญโญ Miss Grand Lampang 2025 และรองอันดับ 2 Miss Grand Thailand 2025 คุณคิม กู๊ดเบิร์น (Kim Goodburn) Mister International 2023 

การประกวดในปีนี้ “ออมเล็ต” สิริยากร ธีรทองดี ผู้ครองมงกุฎแห่งความงาม พลัง และความสามารถอย่างสง่างาม เส้นทางสู่ “ราชินีแห่งอนาคต”  MISS GRAND LAMPANG 2026 

ได้รับการสนับสนุนโดย กลุ่มบริษัท  ไฮไลฟ์ ซึ่งมุ่งมั่นส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงในยุคดิจิทัลให้สามารถยืนหยัดอย่างสง่างามบนเส้นทางแห่งความฝัน พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ 

มุกดาหาร 'เบลล่า–ก้อง ห้วยไร่' นำทีมสายบุญ ร่วมบวงสรวงพญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช พร้อมทอดผ้าป่า ณ วัดรอยพระบาทภูมโนรมย์ มุกดาหาร 

เมื่อวานนี้ (23 ต.ค. 68) บรรยากาศที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา เมื่อสองดาราดัง “เบลล่า ราณี แคมเปน” และศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง “ก้อง ห้วยไร่” (อัครเดช ยอดจำปา) พร้อมภรรยา ขนิษฐา ยอดจำปา และ “พลอย วีณา เมษกำเหนิดชัย” เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธี บวงสรวงพญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช (ปู่ศรีมุกดา)

พร้อมกันนี้ยังได้ร่วม ถวายผ้าป่าสามัคคีเพื่อบูรณะองค์พญานาคและปรับภูมิทัศน์และก่อสร้างลานพญานาค โดยมี พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และเจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจาก นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธียังคับคั่ง

ภายในงาน “เบลล่า” ปรากฏตัวในชุดผ้าไทยพื้นเมืองสีน้ำเงินเข้มปักลายงดงาม สวมเครื่องประดับเรียบหรูสมฐานะนางเอกสายบุญ  และเป็นประธาน คล้องพวมาลัย ผูกผ้าเจ็ดสี จุดธูปเทียนเครื่องบวงสรวงถวายเครื่องสักการะองค์พญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช

ท่ามกลางความชื่นชมของประชาชนและแฟนคลับที่มาร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งต่างร่วมอนุโมทนาในความตั้งใจของทั้ง “เบลล่า” และ “ก้อง ห้วยไร่” ในการสืบสานประเพณีความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค “ปู่ศรีมุกดา” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวมุกดาหาร

✨ งานนี้เรียกว่า “งดงามทั้งใจและกาย” สมกับเป็นดาราสายบุญตัวจริงแห่งวงการ!

นราธิวาส - ศอ.บต. มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้ 2 ครอบครัว จากเหตุลอบวางระเบิด หน้าร้านน้ำชา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส 

นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (สป.มท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาส ร่วมลงพื้นที่ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ครอบครัวและทายาทกรณีเสียชีวิต จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าร้านน้ำชา ถนนรามโกมุท-ยี่งอ หมู่ที่ 1 ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา 

โดยจุดแรกได้ลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 207/1 หมู่ที่ 7 ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวของ นายมูฮัมหมัดไซฟู สะนิ และจุดที่ 2 บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 1 ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวและทายาทของ นางรอเมาะ ตาเลงปะลา โดยมี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา รายละ 500,000 บาท 

ในการนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้นำความห่วงใยและกำลังใจ จากรักษาการ เลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่ง ศอ.บต. ยินดีบูรณาการ ร่วมกับ ภาครัฐ จังหวัด อำเภอ เร่งช่วยเหลือในทุกมิติ และไม่ทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือในนาม ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เยียวยา ยังได้มีการชี้แจงสิทธิการให้ความช่วยเหลือ ตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเยียวยาในกรณีเสียชีวิตของทั้ง 2 ครอบครัวอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top