Saturday, 13 June 2026
NEWS FEED

เด็กไทย คว้ารางวัล!! ชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ จาก เมืองเกซอนซิตี สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

(27 ก.ค. 68) แทแดนซ์….1 เหรียญทอง กับ 3 เหรียญเงิน ผลงานปัง..ปัง!! จากการแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 36 (International Biology Olympiad – IBO 2025) ซึ่งถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 27 กรกฎาคม 2568 ณ เมืองเกซอนซิตี สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมา 

ใครได้เหรียญอะไรกันบ้าง รายละเอียดตามข้างล่างนี้เลย

1. นายชญาณ์ชนญ์ เจียมเวชวิทยาภร จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง  ได้รับเหรียญทอง

2. นายนภหิรัณย์ สถิรประภากุล จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง ได้รับเหรียญเงิน

3. นางสาวอัยยา กัญจนานภานิช จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม ได้รับเหรียญเงิน

4. นายธีระ ยรรยงชัยกิจ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร ได้รับเหรียญเงิน

การแข่งขันครั้งนี้คงจะไม่สำเร็จเสร็จสิ้นแบบไร้ที่ติแบบนี้ หากขาดแรงผลักดันทางวิชาการ และการดูแลอย่างอบอุ่นจากทีมอาจารย์ ดังนี้

• รศ.ดร.ชัชวาล ใจซื่อกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าทีม
• ผศ.ดร.กิตติคุณ วังกานนท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองหัวหน้าทีม
• ผศ.ดร.สมพิศ สามิภักดิ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม
• ดร.ชนติ จันทรโชติชัชวาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ช่วยหัวหน้าทีม
• ผศ.ดร.สาวิตร ตระกูลน่าเลื่อมใส มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้แทนมูลนิธิ สอวน.
• นายจักรพรรดิ สุวรรณกูฏ สสวท. ผู้จัดการทีม

มาร่วมกันต้อนรับพวกเขากลับบ้านอย่างอบอุ่น ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 2 ทางออก1-2 เวลาประมาณ 15.30 ของวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 พวกเขาจะกลับมาด้วยเครื่องบินจากสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG621 

มาโอบกอดพวกเค้า ตอนรับกลับบ้านด้วยความภาคภูมิใจกันเถอะ

เด็กไทยเก่ง!!

‘จีน’ แจง!! ไม่เคยให้อาวุธ ‘กองทัพกัมพูชา’ เพื่อมาใช้โจมตีไทย เผย!! เป็นของเก่า จากความร่วมมือในอดีต ขอไทยอย่าเข้าใจผิด

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 68) พันเอกศิวัตม์ รัตนอนันต์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้เข้าหารือข้อราชการเพื่อประสานงานเรื่องสำคัญเร่งด่วนกับสำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศ (Office of International Military Cooperation) กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ณ ห้องรับรอง อาคารสำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศฯ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี พันเอกพิเศษเซิ่ง เวย รองผู้อำนวยการกองเอเชีย สำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศฯ เป็นผู้แทนในการหารือ โดยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้ใช้โอกาสนี้รายงานข้อเท็จจริงและหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา พร้อมทั้งได้ส่งมอบเอกสารรายงาน The Royal Thai Army Reports a Clash Incident on Thailand - Cambodia border ให้กับฝ่ายจีนอย่างเป็นทางการด้วย

“นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา จีนไม่เคยสนับสนุนยุทโธปกรณ์ใด ๆ ให้กับกองทัพกัมพูชาเพื่อให้มาใช้โจมตีไทย ยุทโธปกรณ์จีนที่มีประจำการในกองทัพกัมพูชาล้วนเป็นผลมาจากการดำเนินงานความร่วมมือในอดีตทั้งสิ้น อย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ไม่หวังดี”

(ข้อความที่ฝ่ายจีนขอให้ช่วยสื่อสารทำความเข้าใจกับฝ่ายไทย)

‘ศศิกานต์’ ขอความร่วมมือ!! สื่อไทย-เทศ และประชาชน ตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด

(26 ก.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมกันใช้ความระมัดระวัง และแสดงความรับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความตึงเครียด และกระแสความคิดเห็นในโลกออนไลน์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ในข้อความดังกล่าว นางสาวศศิกานต์ รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า :

ในช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความตึงเครียด และกระแสความเห็นทางการเมืองในโลกออนไลน์รุนแรงขึ้น เราพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนในปริมาณที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งข้อมูลเท็จมักแพร่กระจายได้เร็วกว่าความจริง

ตัวอย่างหนึ่งคือ ข่าวลือที่อ้างว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยถูกยิงตก โดยมีการใช้ภาพเหตุการณ์ในประเทศเบลเยียมเมื่อปี 2561 มาประกอบ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพอากาศไทยแต่อย่างใด นี่คือข่าวปลอม และเราจะไม่ยอมให้ข้อมูลบิดเบือนเช่นนี้ฝังรากในสังคมได้

จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกภาคส่วน อย่าแชร์ข้อมูลใด ๆ หากยังไม่ได้รับการตรวจสอบหรือยืนยันจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะในห้วงเวลาที่เปราะบางเช่นนี้ ข่าวปลอมไม่เพียงแต่ทำให้เข้าใจผิด แต่ยังอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วน และสร้างความเสียหายที่แท้จริงได้

ขอให้ทุกท่านติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการของหน่วยงานภาครัฐและกองทัพ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้

สำหรับสื่อมวลชนต่างประเทศ รัฐบาลไทยขอขอบคุณที่ท่านมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดข้อเท็จจริงไปยังประชาคมโลก และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารโดยยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนทั่วโลกได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ข่าวปลอม รัฐบาลไทยยังคงยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่

สารจากรองโฆษกรัฐบาลครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพของประเทศ เสริมสร้างความมั่นใจของประชาชน และสนับสนุนการสื่อสารอย่างรับผิดชอบในช่วงเวลาสำคัญ 

ตำรวจภูธรภาค 2 ส่งครัวเคลื่อนที่เพื่อใช้ประกอบอาหาร ในศูนย์พักพิง 'ผบช.ภ.2' กำชับทุกโรงพักดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนผู้อพยพ สั่งทุกพื้นที่ชายแดนเตรียมพร้อมสูงสุดช่วยเหลือประชาชน

(26 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ( ผบช.ภ.2 ) เปิดเผย จากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาตำรวจภูธรภาค 2 ได้จัดโรงครัวเคลื่อนที่ปรุงอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนที่อพยพมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะนี้หลายพื้นที่แนวชายแดนจำเป็นต้องอพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน โดยตนได้กำชับให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง ในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เข้าไปกำกับการช่วยเหลือประชาชน ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด และย้ำทุกโรงพักว่ากรณีที่ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนให้จัดกำลังสายตรวจออกตรวจตรา ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนโดยให้ถ่ายภาพเป็นหลักฐาน และสื่อสารให้ประชาชนเจ้าของบ้านได้ทราบ เพื่อสร้างความอุ่นใจ สำหรับในพื้นที่ที่ยังไม่มีการอพยพ ประชาชนออกจากบ้านเรือนก็ให้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็ว

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 ประกาศกฎอัยการศึก ดังนั้นขอให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และหัวหน้าสถานีตำรวจทำความเข้าใจกับกำลังพลเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ สอดประสานกับกองทัพโดยเป้าหมายเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติและความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยของประชาชน เน้นย้ำการเข้าถึงประชาชนสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องโดยเฉพาะขณะนี้มักมีการปล่อยข่าวลือข่าวลวงสร้างความสับสน ปลุกปั่นให้เกิดความแตกสามัคคีหรือตื่นตระหนก ดังนั้น ตำรวจต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกสถานการณ์ ทั้งการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และการสนับสนุนการปฏิบัติต่อกองกำลังป้องกันชายแดน

สตูล จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ประธาน พสบ.จังหวัดสตูล เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง  

ที่ห้องประชุมกองบัญชาการกองร้อยทหารราบที่ 5 พัน.2 ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีรับ-ส่งหน้าที่ประธานพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พสบ.) จังหวัดสตูล และร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสที่มีการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธาน พสบ.จังหวัดสตูล โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะ พสบ. และสื่อมวลชนร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงและอบอุ่น

สำหรับพิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งมอบหน้าที่จาก คุณสุภาพรรณ สุนทรารชุน อดีตประธาน พสบ.จังหวัดสตูล ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2566–2568 และได้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การสนับสนุนอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน การบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย การส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อผลงานของอดีตประธาน พสบ. ที่มีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และได้แสดงความยินดีกับ คุณชวรณ สุธาพาณิชย์ ซึ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธาน พสบ.จังหวัดสตูลคนใหม่ พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถสานต่อเจตนารมณ์ของหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารที่กองทัพภาคที่ 4 ได้วางแนวทางไว้ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

‘กลุ่ม ปตท.’ ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ส่ง!! ถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน จากเหตุการณ์ไม่สงบชายแดน ไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 68) กลุ่ม ปตท. ได้ส่งมอบความช่วยเหลือไปยังศูนย์พักพิงผู้อพยพของพี่น้องไทยในสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี และ จ.บุรีรัมย์ ให้แก่ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) ส่งมอบน้ำดื่มจำนวน 9,480 ขวด และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)(GPSC) มอบยาสามัญประจำบ้าน 200 ชุด 

พร้อมกันนี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ได้ส่งมอบถุงยังชีพผ่านกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 1,000 ชุด และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) มอบถุงยังชีพและน้ำดื่ม 3,200 ชุด ให้แก่ กองทัพภาคที่ 3 นอกจากนี้ ปตท. และ TOP ยังได้ส่งมอบถุงยังชีพรวม 500 ถุงเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดน่าน ด้วย  

กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องไทยพร้อมส่งมอบความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเต็มที่

🎉 อุตสาหกรรมแฟร์ 2568: รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย 🚆 📍 31 ก.ค. – 3 ส.ค. 2568 | สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ)

ช้อป ชม ชิลล์ กับ 4 โซนเด็ดที่ไม่ควรพลาด
🛍️ โซนสหพัฒน์ – รวมแบรนด์ดังราคาพิเศษจากเครือสหพัฒน์ อาทิ มาม่า, วาโก้, Arrow, โคโดโม
🚗 โซนรถที่ใช่ ดีลที่ชอบ – โปรแรงจาก 19 ค่ายรถชั้นนำ
⚡ โซนเครื่องใช้ไฟฟ้า – ลดสูงสุด 60%
อาทิ Hatari, Samsung, LG, Hitachi
🎨 โซน SME ของดีทั่วไทย – เสื้อผ้า อาหาร ของแต่งบ้าน รวมกว่า 155 บูธ

✨ พร้อมกิจกรรมสุดว้าว:
🎤 Mini Concert 4 วัน 4 ศิลปิน
💼 Workshop สร้างอาชีพ
🎙️ เสวนาเด็ดๆ จากผู้เชี่ยวชาญ

🚆 เดินทางสะดวกด้วย MRT สายสีน้ำเงิน, รถไฟฟ้าสายสีแดง และรถสาธารณะ

📅 แล้วเจอกัน! งานนี้คนรักของดีราคาคุ้มต้องห้ามพลาด!

รัฐบาลไทย ย้ำท่าที!! ตอบโต้เท่าที่จำเป็น เน้นหลักสันติวิธี ยินดี!! ให้ข้อมูลอย่างเปิดเผย บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

(26 ก.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่ากรณีที่มีการรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศบางสำนัก เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีการนำเสนอข้อความและภาพข่าวในลักษณะที่คลาดเคลื่อนจากความจริงหลายประการ เช่น 

1. การพาดหัวข่าวว่า “Thailand bombs Cambodia with F-16s” โดยไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการตอบโต้หลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงใส่ฝ่ายไทยก่อน ในเวลา 08.20 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

2.การใช้ภาพที่ถ่ายจากฝั่งประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นพลเรือนชาวไทยหลบหนีเข้าไปยังหลุมหลบภัยในฝั่งไทย (ในภาพเป็นภาพในโรงเรียนไทยที่มีอักษรไทยอย่างชัดเจน )แต่กลับระบุว่าเป็นภาพของพื้นที่กัมพูชา

3. การใช้ภาพร้านสะดวกซื้อ ในปั๊มน้ำมัน ปตท.ในประเทศไทยที่กองทัพกัมพูชาระดมยิงด้วยอาวุธร้ายแรง จนได้รับความเสียหายมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่ระบุว่าเป็น สถานที่พลเรือนของฝั่งไทยและกลับไม่ได้ชี้แจงแหล่งที่มาของการโจมตี ทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นผลจากการทิ้งระเบิดโดยฝ่ายไทย

นายจิรายุกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลไทยทราบถึงความตั้งใจดีของสื่อมวลชนในการรายงานข่าวและเข้าใจดีว่า สถานการณ์การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดจากฝ่ายกัมพูชา ทำให้รีบร้อนในการรายงาน จนไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริง แต่ขอให้ดำเนินการแก้ไขเพื่อความถูกต้องของข่าวสาร

ทั้งนี้ขอย้ำท่าทีของรัฐบาลไทย ดังนี้ 

1. ประเทศไทยยึดมั่นในหลักสันติวิธีและดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน โดยในกรณีที่เกิดการใช้กำลัง ฝ่ายไทยได้ดำเนินการตอบโต้เท่าที่จำเป็น และมีเป้าหมายเพื่อระงับยับยั้งสถานการณ์ ไม่ให้ลุกลามบานปลาย

2. การดำเนินการของฝ่ายไทยในครั้งนี้ เป็นการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองตามหลักการสากล หลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธหนักยิงเข้ามาในเขตแดนไทย ซึ่งมีประชาชน ที่อยู่ในโรงพยาบาลโรงเรียนและบ้าน ได้รับผลกระทบ บาดเจ็บและเสียชีวิต

3. ภาพที่ใช้ประกอบข่าวบางภาพเป็นภาพเหตุการณ์ในฝั่งประเทศไทย ไม่ใช่ในกัมพูชา

4. การรายงานข่าวที่ขาดความครบถ้วนในบริบท อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงในระดับนานาชาติ

“รัฐบาลไทยยินดีให้ข้อมูลอย่างเปิดเผย บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และด้วยความเคารพในบทบาทของสื่อมวลชนในการสะท้อนข้อเท็จจริงไปยังประชาคมโลก โดยหากสื่อมวลชนมีข้อสงสัย หรือประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนสามารถติดต่อได้ทั้งกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย และศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.)” นายจิรายุกล่าวทิ้งท้าย

ผบ.กองเรือยุทธการ สั่ง 'พร้อมรบสูงสุด' ตามแผนจักรพงษ์ภูวนารถ-แผนกษัตริย์ศึก ตรวจความพร้อมหมู่เรือพิฆาต หน่วยซีล และ ฮ.ปฏิบัติการ รับมือภัยคุกคาม

พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมกำลังรบ หน่วยกำลังทางเรือในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมรบขั้นสูงสุดในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ

ผบ.กองเรือยุทธการ ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยปฏิบัติการหลัก อาทิ หมู่เรือพิฆาต หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (หน่วยซีล) ซึ่งถือเป็น “นักรบ 3 มิติ” และหน่วยเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางเรือ เพื่อประเมินสมรรถภาพของยุทโธปกรณ์และความพร้อมของกำลังพล

พลเรือเอก ณัฏฐพล ได้กล่าวให้โอวาทและสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล พร้อมเน้นย้ำให้ทุกนายมีความพร้อมสูงสุดทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์อธิปไตยของชาติอย่างมั่นคง ภายใต้แนวทางการใช้กำลังตามแผนป้องกันประเทศ 'จักรพงษ์ภูวนารถ' หรือ 'แผนกษัตริย์ศึก' ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์สำคัญของกองทัพเรือ

ผู้บัญชาการฯ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยยึดหลักความคล่องตัวในการปฏิบัติภารกิจและสามารถตอบโต้ภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้แสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้คำมั่นว่า กองเรือยุทธการจะดูแลสวัสดิการของครอบครัวกำลังพลอย่างดีที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติได้อย่างภาคภูมิใจ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน ระวังผู้ไม่หวังดี ฉวยโอกาสใช้ข่าวปลอม ปลุกปั่นคนไทย และหลอกรับบริจาค

(26 ก.ค.68) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ขณะนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งที่เป็นความจริงและไม่เป็นความจริง สร้างความสับสนและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย รวมไปถึงอาจมีการฉวยโอกาสของผู้ไม่หวังดี ใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวัง อย่ารีบตัดสินใจหลงเชื่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้อง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ที่ฉวยโอกาสในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้

1.เผยแพร่ข่าวปลอม สร้างความตื่นตระหนก - เผยแพร่ข่าวปลอมหรือบิดเบือนเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณแนวชายแดน โดยอาจมีการนำภาพเก่า หรือภาพจากเหตุการณ์อื่น มาประกอบกับข้อความเพื่อให้คนตื่นตกใจ

2.เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความเกลียดชัง – เผยแพร่ข้อมูลเพื่อยุยงปลุกปั่นพี่น้องประชาชน โดยมุ่งหวังเพื่อให้เกิดความไม่สงบ หรือเกิดสถานการณ์ความรุนแรงภายในประเทศไทย อันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในมุมมองของประชาคมโลก

3.หลอกรับบริจาค - อาศัยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย หลอกเปิดรับบริจาคจากพี่น้องประชาชน อ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดน

โดยขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร และขอให้ยุติการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากอาจถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนสู้รบกับประเทศไทย

และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นการเผยแพร่ข่าวปลอม เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความเกลียดชัง หรือหลอกลวงรับบริจาค สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 หรือหากได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top