Monday, 2 November 2026
NEWS FEED

BRIC Superbike สนาม 3 ระเบิด!! ความเร็ว เปิดโหวต Hero of the Race & Bike Queen

(28 ก.ย. 68) ทัพนักบิดไทย-เทศ ดวลคันเร่งรอบควอลิฟาย เพื่อชิงอันดับสตาร์ตสุดเดือด! "แสตมป์" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ อดีตแชมป์เอเชีย จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม  คืนฟอร์มคว้าโพลรุ่นใหญ่เหนือ "ซุป" อนุชา นาคเจริญศรี จาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม ขณะที่ นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตัวเต็งของรุ่น คว้าโพลไปครองในรุ่นซูเปอร์สต๊อก 1000 ซีซี ลุ้นสร้างสถิติแชมป์ 3 สนามรวดในรอบไฟนอลวันอาทิตย์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ) สนามที่ 3 ประจำปี 2025 วันที่ 26-28 ก.ย.ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เวทีสำคัญที่มีนักบิดทั้งไทยและต่างชาติทำการแข่งขันมากมาย เช่นอังกฤษ, อเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อิตาลี, รัสเซีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น ฯลฯ ด้วยมาตรฐานการจัดการ และโครงสร้างพื้นฐานของสนามแข่งระดับ MotoGP เดินหน้าเข้าสู่โปรแกรมการจับเวลารอบ ควอลิฟาย ในวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. ท่ามกลางความท้าทายของนักบิดทุกคน ด้วยสภาพอากาศที่ชื้นและเปลี่ยนเป็นฝนตกได้ตลอดเวลา

ผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ปรากฏว่า ตำแหน่งโพลตกเป็นของ นักบิดจอมเก๋าดีกรีแชมป์ประเทศไทยและแชมป์เอเชียหลายสมัยอย่าง "แสตมป์" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 37.607 วินาที เหนือ "ซุป" อนุชา นาคเจริญศรี นักบิดประสบการณ์สูงจาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม กริดที่ 2 อยู่ 1.073 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ "บอล" จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก ไบค์สตอรี พีทีที ลูบริแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.247 วินาที ตามด้วยดาวรุ่งสายเลือดใหม่อย่าง "มิกซ์" ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ในกริดที่ 4 ตามหลัง 1.935 วินาที

ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST1) กริดที่ 1 ของเป็น นทีธาร ทองโคตร จากทีม ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตัวเต็งของรุ่น ที่ปีนี้คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน ทำผลงานยอดเยี่ยมคว้าโพลไปครอง ด้วยเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุด 1 นาที 40.491 วินาที ขนาบข้างด้วย ตะวัน ตั้งตรงกิจเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ในกริดที่ 2 ตามหลัง 0.730 วินาที และกริดที่ 3 เป็นของ อภิเดช บุญศรี จาก จาก ฮานูยา เรซซิ่ง ทีม เพิ่มสินทรานสปอร์ต พรเจริญก่อสร้าง ตามหลัง 0.896 วินาที

ขณะที่ตำแหน่งโพลโพซิชั่นในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) ตกเป็นของ "ไฮเปค" กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม แชมป์ 2 สนามติดต่อกัน  ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 41.582 วินาที เฉือน "ข้าวกล้อง" จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส อันดับ 2 เพียง 0.002 วินาทีเท่านั้น ส่วนกริดที่ 3 ตกเป็นของ ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตามหลังเพียง 0.078 วินาทีเท่านั้น ด้าน โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม จะเริ่มกมจากกริดที่ 4 ตามหลัง 1.455 วินาที

ด้านการควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1Pro) ผลปรากฏว่า “พีไนท์” กันตพัฒน์ แยบการไถ ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ด็อกเตอร์ไบค์ ไวส์ อาร์เค เอฟซีซี ไฮสปีด ดำ จันทรบุรี ดั๊กแฮมส์ ช่างขวัญเชียงใหม่ ที่ผงาดคว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 53.343 วินาที เฉือนคู่หูนักบิดจาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม อย่าง "ฟอง" คณาทัต ใจมั่น และ "เอิร์ธ" ธุรกิจ บัวผา ในแถวหน้าคนละ 0.463 วินาที และ 0.489 วินทีเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการควอลิฟายในรุ่น สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ยังคงเป็นนักแข่งต่างชาติที่ฟอร์มร้อนแรง โดยตำแหน่งโพลตกเป็นของ รักชิต ธาวี นักบิดอินเดียจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 52.123 วินาที เหนือ หนี เถียน นักบิดจีนจาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม บุรีรัมย์ อันดับ 2 ถึง 1.248 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ ทัสมาย คาเรียปปา นักบิดอินเดียอีกคนจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ตามหลัง 1.263 วินาที

ทั้งนี้ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 3 รอบชิงชนะเลิศ (Main Race) จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้างาน บริเวณทางขึ้น Grandstand ราคาเพียง 100 บาท/วัน และ บัตรวีไอพี 500 บาท/1 วัน  หรือชมสดได้ทั้งออนแอร์และออนไลน์ โดยช่องทางออนไลน์  ผ่านเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2025 และ Youtube : Chang International Circuit เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป สำหรับการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. 68 เวลา 14.45-17.45 น. แฟนๆ ในประเทศไทยสามารถรับชมผ่าน ช่อง True Sports 1 (ช่อง 666)  ส่วนผู้ชมต่างประเทศสามารถรับชมได้ทางกล่อง MVBOX (สปป.ลาว: ช่อง MVL, เมียนมาร์: ช่อง MVM) และ YouTube : TVB Thailand

โดยในสนามที่ 3 นี้ยังมีกิจกรรมใหม่เอาใจ แฟนความเร็ว ได้แก่ กิจกรรม ‘Hero of the Race’ โหวตนักบิดขวัญใจ ในแต่ละรุ่นของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (Main Race) วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. นี้ เพียง สแกน QR Code ที่จะปรากฏขึ้นระหว่างการแข่งขันในแต่ละรุ่น โดยจะประกาศผลวันอังคารที่ 30 ก.ย. 2568 ทางเพจ Chang Circuit Buriram และโหวต “Bike Queen Dancing”  ดวลการเต้นประชันความเซ็กซี่ของเหล่าสาวสวยประจำศึก สนามที่ 3 ทางเพจ Chang Circuit Buriram โดยคลิปไหนมียอด Like และ Share รวมกันสูงที่สุด จะได้รับรางวัลพิเศษทันที เปิดโหวตตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. ถึง วันที่ 3 ต.ค.  และประกาศผลในวันที่ 6 ต.ค.

ช่วยลดค่าครองชีพ!!

(28 ก.ย. 68) ประชาชนฝากความหวังไว้ที่ ‘รมว.พลังงานคนใหม่’
เดินหน้าสานต่อนโยบายพลังงานเพื่อคนไทย
ปรับกฎหมายให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ง่ายขึ้น
เตรียมควบคุมราคาน้ำมันอย่างมีเหตุผล
จัดระบบน้ำมันสำรอง ใช้เพื่อคนไทย ไม่ใช่แค่ตามสูตรเดิม!!

📌 ไม่ใช่แค่พูด แต่กำลังเดินหน้าให้เกิดขึ้นจริง 💪

 ชาวรามัน 500 ชีวิต "ปฏิเสธกระท่อมเสรี"- "แม่เลี้ยงเดี่ยว- วอนช่วยลูก 2 คนติด "น้ำกระท่อม" ขอเงินวันละ 20 บาท - ศอ.บต." รับคำสั่งตรง "จุฬาราชมนตรี" นั่งแกนกลางแก้ปัญหา 

(30 ก.ย. 68) การเคลื่อนไหวภาคประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังร้อนระอุ! ล่าสุด ที่สนามหญ้าเทียมเทศบาลตำบลบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ประชาชนกว่า 500 ชีวิต ได้รวมพลังประกาศ ปฏิญานตน "ปฏิเสธกระท่อมเสรี" เพื่อส่งสัญญาณเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณา ทบทวนนโยบาย และเดินหน้า นำกระท่อมกลับเข้าบัญชียาเสพติดอีกครั้ง ตามที่เคยมีการผลักดันในวาระ "นโยบาย 120 วัน วาระพืชกระท่อม"

การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในกิจกรรม “เสวนาบทบาทผู้นำและเยาวชนต่อการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาพืชกระท่อมในพื้นที่” ซึ่งจัดขึ้นโดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธาน โดยมี นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมฯ (กสม.) พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ผู้นำสตรี และเยาวชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้ พืชกระท่อม จะมีสถานะเป็นพืชพื้นบ้าน แต่เมื่อมีการนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างกว้างขวาง ก็ได้กลายเป็น "ภัยเงียบ" ที่คุกคามอนาคตของเยาวชนและสร้างปัญหาสังคมอย่างหนัก

ชาวบ้านยืนยันว่า การแก้ไขปัญหานี้จะสำเร็จได้ ไม่สามารถพึ่งพาแค่ฝ่ายความมั่นคงหรือหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่ต้องอาศัย "พลังของผู้นำชุมชน ครอบครัว และเยาวชน" ร่วมมือกัน โดยมีมุมมองที่ชัดเจนว่า "ถ้าเราเปลี่ยนความคิดเยาวชนได้ ก็จะเปลี่ยนอนาคตของชุมชนได้เช่นกัน"

ขณะที่การเสวนาเพื่อหาทางออกปัญหากระท่อมในพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา ดำเนินไปอย่างเข้มข้น เสียงสะท้อนจากชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงได้สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องเล่าของ ยายวัย 60 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องเผชิญกับ "ภัยเงียบ" จากกระท่อมเสรีภายในครอบครัวของตนเอง

ยายวัย 60 ปี ซึ่งเป็น แม่เลี้ยงเดี่ยว กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าว่า ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน โดยเป็นคนดีและประกอบอาชีพสุจริต 2 คน แต่มีลูกอีก 2 คนที่ติดน้ำกระท่อม อย่างหนัก

"ทุกๆ วัน พวกเขาสองคนนี้ จะขอเงิน วันละ 20 บาท เพื่อเอาไปซื้อน้ำกระท่อม" ยายกล่าว พร้อมเผยถึงความลำบากในชีวิตประจำวันว่า "ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ไม่ค่อยมีเงิน แต่พวกเขาจะขอเงินแบบนี้ทุกๆ วัน รายได้ ของตนในทุกๆ วันก็มาจาก การ ขายขนมโบราณ วันละไม่กี่บาท ต้องมาเจอปัญหานี้ รู้สึกไม่ไหวแล้ว"

ยายวัย 60 ปี จึงได้วอนขอความเห็นใจและเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เพื่อหยุดยั้งการทำลายอนาคตของเยาวชนและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เป็นแม่และครอบครัวในชุมชน.
    ด้านการขับเคลื่อนของภาครัฐในพื้นที่ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ได้เปิดเผยถึงที่มาและความสำคัญของการทำงานครั้งนี้ โดยย้ำว่า เลขาธิการ ศอ.บต. (พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรัตน์) ได้รับมอบหมายภารกิจโดยตรงจากผู้นำศาสนาสูงสุด

 "ต้องเรียนว่า ท่านได้รับการมอบหมายเรื่องยาเสพติด มาตั้งแต่ระดับสูงสุดของผู้นำศาสนา ก็คือ ท่าน จุฬาราชมนตรี และได้รับความคาดหวัง จากผู้นำศาสนาของพวกเราทั้งหมดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้...ว่าปัญหายาเสพติดนี่คือ ปัญหาใหญ่ ของพื้นที่ อยากให้ ศอ.บต. เข้ามาเป็นเจ้าภาพ เป็นโซ่ข้อกลาง เป็นแกนกลาง...เพื่อ รวมพลังทุกภาคส่วน มาช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ ให้สำเร็จให้ได้" นายนันทพงศ์กล่าว

นายนันทพงศ์ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ ศอ.บต. ในการ "รวมพลังภาครัฐทั้งหมด" อย่างเข้มแข็งและเข้มข้น เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการแก้ปัญหา โดยแบ่งภารกิจออกเป็น 5 มิติหลัก งานป้องกันและสร้างความตระหนัก เด็กและเยาวชน ในโรงเรียนต้องได้รับการสอนสั่งเรื่องพิษภัยยาเสพติด

สร้างภูมิคุ้มกันในชุมชน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และ ผู้นำสตรี/แม่บ้าน ต้องร่วมกันสื่อสารให้เห็นถึงพิษภัยเพื่อปกป้องลูกหลาน การบังคับใช้กฎหมาย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ดูแลผู้ทำผิดกฎหมาย ขณะที่ ศาลและราชทัณฑ์ ดำเนินการลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม การบำบัดฟื้นฟู หน่วยงานด้านสาธารณสุข ดูแลลูกหลานที่ตกเป็นเหยื่อ ทั้งอาการปกติและผู้ที่มีอาการทาง จิตเวช และ การสร้างชีวิตใหม่ ผู้ผ่านการบำบัดต้องได้รับ โอกาสทางอาชีพและรายได้ ผ่านการพัฒนาอาชีพที่หลากหลาย

"อันนี้คือบทบาทของหน่วยงานที่เราทำอยู่แล้ว แต่ต้อง เข้มแข็งและเข้มข้นมากขึ้น...อันนี้ผมเรียนว่าคือการรวมพลังส่วนที่หนึ่ง ที่เราเรียกว่า หน่วยงานภาครัฐ" รองเลขาธิการ ศอ.บต. สรุป

การประกาศความมุ่งมั่นของ ศอ.บต. ในการเป็น "แกนกลาง" ประสานงานตามความคาดหวังของผู้นำศาสนาสูงสุด ควบคู่ไปกับการรวมพลังปฏิญานของชาวบ้านกว่า 500 ชีวิตครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาพืชกระท่อมที่ถูกใช้ในทางที่ผิดได้กลายเป็น "วาระหลักของพื้นที่" ที่จำเป็นต้องได้รับการทบทวนและแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากทุกระดับ

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

พบ!! ‘ทุ่นระเบิด PMN-2’ ใกล้ปราสาทตาควาย ‘กองทัพบก’ ชี้ชัด!! ‘กัมพูชา’ ละเมิดข้อตกลง

(27 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก ทันกระแส โพสต์ล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่ TMAC ตรวจพบ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 จำนวน 2 ทุ่น ในพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย" พร้อมระบุข้อความว่า "สันติวิธีแบบลอบกัด พื้นที่ตาควายยังพบระเบิดต่อเนื่อง ล่าสุด เจ้าหน้าที่ TMAC ตรวจพบ PMN-2 จำนวน 2 ทุ่น กัมพูชาละเมิดข้อตกลง!! และแสดงการเป็นปรปักษ์!! 

อดีตโฆษกกองทัพเรือ พร้อมคณะ ร่วมแสดงความยินดีเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ คนใหม่

พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม อดีตโฆษกกองทัพเรือ พร้อมคณะหุ่นยนต์ดินสอ นำโดย ดร.เฉลิมพล ปุณโณทก และ ดร.พิมพ์พันธุ์ ศรีพิพิธ ร่วมแสดงความยินดีกับ พลเรือตรี สมชาย จันโรธร ผอ.รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทบ์ทหารเรือ ในโอกาสได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568

บรรยากาศอบอุ่น เต็มไปด้วยคำอวยพรและกำลังใจ

เชียงใหม่- CAMT CMU จัดกิจกรรม สานสัมพันธ์เครือข่ายความร่วมมือสหกิจศึกษา ครั้งที่ 2

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับภาคอุตสาหกรรมดิจิทัล จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์เครือข่ายความร่วมมือสหกิจศึกษา “CAMT Partnership Networking” ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมศาลาไทย โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen's Park โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากบริษัท พันธมิตรชั้นนำกว่า 30 แห่งเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง และต่อยอดความร่วมมือ ในการพัฒนากำลังคน ให้ตอบโจทย์ โลกดิจิทัล ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิชญ์  จันทร์ฉาย คณบดี วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี กล่าวถึงการจัดงานในวันนี้ว่าในโลกดิจิทัลที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยมหาวิทยาลัยเพียงภาคส่วนเดียวกันCAMT มุ่งมั่นสร้างบัณฑิตที่มีทั้ง ความรู้ที่แข็งแกร่ง และ ทักษะปฏิบัติที่เฉียบคม และกิจกรรมในวันนี้คือโอกาสอันล้ำค่าที่เราจะได้ แลกเปลี่ยนมุมมอง จากประสบการณ์ตรงของภาคอุตสาหกรรม เพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตรให้ก้าวทันโลก และ ต่อยอดความร่วมมือ ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยหรือการพัฒนาบุคลากร ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างสถาบันการศึกษาและพันธมิตรทางธุรกิจ นี่แหละ คือพลังสำคัญ ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Economy ได้อย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ทางวิทยาลัยฯ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อนวัช วิเศษบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ“ทิศทางการพัฒนาบัณฑิตของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ที่ตอกย้ำการผนึกกำลังระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับบริษัทชั้นนำที่เป็นกลไกสำคัญในการ “ร่วมกันสร้างบัณฑิต”พัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการส่งเสริมการผลิตกำลังคนที่ตอบสนองต่อตลาดแรงงานในอนาคต

ภายในงานยังได้จัดบรรยายพิเศษ วิทยากรโดย คุณ พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (หนุ่ย แบไต๋)ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด บคคลสำคัญแถวหน้าของวงการสื่อเทคโนโลยีเมืองไทย ที่มาบรรยายในหัวข้อ “การขับเคลื่อนองค์กรอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล”โดยได้นำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI เพื่อให้เห็นภาพของการพัฒนาองค์กรให้เหมาะสม 

พี่ปูจัดให้!!

(27 ก.ย. 68) พี่ปูจัดให้!! คนเอาธงชาติ อเมริกา มาโบกต่อหน้า ในงานคอนเสิร์ต ด่าลั่น!! มันน่ารังเกียจ!!

สมุทรปราการ-อบจ.สมุทรปราการ จัดแถลงข่าวพร้อมสนับสนุนสืบสานงานประเพณีรับบัว

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี  ดร.พัฒนพงศ์ จงรักดี นายกเทศมนตรีตำบลบางพลี พ.ต.ท.เถลิงเกียรติ มณีอินทร์ รอง ผกก.ป้องกันปราบปราม สภ.บางพลี นายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรปราการ และนางสาวชูศรี สัตยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางพลี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2568  

ประเพณี 1 เดียวในโลก แห่งเดียวในประเทศไทย ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งประเพณีรับบัว 1 เดียวในโลก เป็นประเพณีอันเก่าแก่ที่ร่วมสืบทอดกันมาอย่างยาวนานสมัยโบราณ ของชาวอำเภอบางพลี ที่แสดงออกถึงความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ต่อคนต่างถิ่นที่มาอาศัยอยู่ในอำเภอบางพลี 

นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความผู้พันกับสายน้ำ ที่มีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และได้รับการประกาศเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดย กระทรวงวัฒนธรรม ประเพณีรับบัว จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งปีนี้ตรงกับจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 จะมีการอัญเชิญองค์หลวงพ่อโตองค์จำลอง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวบางพลี ลงเรือแห่ไปตามลำคลองสำโรง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณสองฝั่งคลอง และที่มาร่วมพิธีได้ร่วมสักการะบูชา 

ด้วยการโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโต ประดิษฐานอยู่เพราะเชื่อกันว่าหากสามารถโยนดอกบัวลงไปในเรือได้แล้ว อธิษฐานสิ่งใดไว้ก็จะประสบความสำเร็จสมหวังทุกประการ

สำหรับกิจกรรมการจัดงานในปีนี้ จะจัดขึ้นบริเวณอำเภอบางพลี ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2568 ซึ่งนอกจากจะมีพิธีโยนบัวในวันที่ 6 ตุลาคมแล้ว ตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน จะได้พบกับ โซนนิทรรศการ ลานวัฒนธรรม วิถีชีวิตชาวบางพลีในอดีต วิถีชีวิตชาวนา ชาวมอญ ลาน Soft Power การแสดง แสง สี เสียง ม่านน้ำ ตระการตา 2 เวทีกิจกรรมทั้งด้านหน้า และด้านหลังอำเภอ ซึ่งจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย จากเครือข่ายชุมชน การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง ตลอดจนกิจกรรมการประกวด แข่งขัน อาทิ การประกวดหนุ่ม-สาว รับบัว, การแข่งขันมัดข้าวต้ม , แข่งขันบาสโลบ , ประกวดร้องเพลง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการออกร้านสินค้าพื้นเมือง-ชุมชน (OTOP) กว่า 70 ร้านค้า ในบริเวณพื้นที่จัดงานอีกด้วย

สมุทรปราการ-นายกสุนทร ไม่ลืม!! พ่อใหญ่บ้านอัศวเหม จัดพิธีทำบุญครบรอบ 93 ปี นายวัฒนา อัศวเหม

เมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 68) ณ ศาลาการเปรียญ วัดสร่างโศก ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ นายสุนทร ปานแสงทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปาการ เป็นประธาน นำคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล ครบรอบ 93 ปี 'นายวัฒนา อัศวเหม' 

อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตหัวหน้าพรรคราษฎร และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ 10 สมัย 

โดยได้รับความเมตตาจาก พระราชพัฒนากร (สมชาย ฉนฺทสโร) เจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม กรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ 

โดยมี นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายวรพร อัศวเหม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางสุกัญญา อัศวเหม ประธานสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ นายสนธเยศ อัศวเหม นายพัชร อัศวเหม นางสาวภาเจยวัฒน์ อัศวเหม เลขานุการนายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย อดีตนายก อบจ.สมุทรปราการ ชนม์ทิดา อัศวเหม ประธาน ทสม.สมุทรปราการ 

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ดร.สัมพันธ์ เตชะเจริญกุล นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ ตลอดจนคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกเทศบาล อบจ. อบต. แขกผู้มีเกียรติ และกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ทางคณะเจ้าภาพ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ โดยได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระวชิรธรรมวิธาน เจ้าคณะอำเภอบางบ่อ เมตตาประพรมน้ำมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพิธีดังกล่าว ได้จับแบบเรียบง่ายเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและเป็นความผูกพันธ์สมัยที่ นายวัฒนา อัศวเหม เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง ได้พัฒนาจังหวัดสมุทรปราการ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองมาอย่างต่อเนื่อง

จังหวัดน่าน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ผนึกกำลังกระทรวงอุตสาหกรรม จัดงาน NAN AGRO INDUSTRY INNOVATION FAIR 2025 ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

จังหวัดน่าน โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมจัดงาน “NAN AGRO INDUSTRY INNOVATION FAIR 2025” ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้ “โครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการด้านการเกษตร ให้มีพื้นที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ เชื่อมโยงกับผู้บริโภคโดยตรง และต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับสินค้าเกษตรไทย ผ่านการประยุกต์ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดใหม่ พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับสากล โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและสินค้านวัตกรรมที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดโลก

ภายในงานมีบูธจัดแสดงสินค้ามากกว่า 30 บูธ ครอบคลุมทั้งผลผลิตเกษตรปลอดสารพิษ ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ และนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการผลิตภัณฑ์ต้นแบบอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปจังหวัดน่าน กิจกรรมส่งเสริมการขายพร้อมลุ้นรางวัล รวมถึงกิจกรรมบันเทิงและการแสดงดนตรีสดตลอดงาน

การนำ “ของดีจังหวัดน่าน” มาสู่ศรีราชาในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างช่องทางการตลาดและรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของสินค้าเกษตรไทยให้มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่ก้าวสู่การเป็น “Smart Farmer” และ “Smart Industry” ที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top