Saturday, 13 June 2026
NEWS FEED

✨ ที่สุดแห่งมหกรรมกลางปีที่คุณต้องรู้!

✨ ที่สุดแห่งมหกรรมกลางปีที่คุณต้องรู้!
“อุตสาหกรรมแฟร์ 2568” งานเดียวที่รวมทุกความต้องการของคุณไว้อย่างครบครัน! จากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคม สู่การสร้างสรรค์อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพให้คนไทย

🛍️ เตรียมพบกับ 5 โซนไฮไลต์ บนพื้นที่กว่า 8,000 ตร.ม.
• สินค้าอุปโภคบริโภคราคาโรงงานจากเครือสหพัฒน์
• ดีลยานยนต์สุดร้อนแรง
• เครื่องใช้ไฟฟ้าลดกระหน่ำ
• สินค้า SME คุณภาพจากกว่า 200 ร้านค้า
• โซนนวัตกรรมสุดล้ำ!

🎶 พร้อมเพลิดเพลินกับ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง
📚 และกิจกรรมเสริมความรู้ตลอด 4 วันเต็ม!

📍 ปักหมุดในปฏิทินไว้เลย!
31 ก.ค. – 3 ส.ค. นี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
 

ตราด  ”ภูมิธรรม“ลงพื้นที่มาเยือนตราด แก้ปัญหาชายแดน ให้กำลังใจ จนท.ผู้อพยพ เผยรอเขมรหยุดยิงไม่หยุดยิงโต้

เวลา 11.00น วันนี้ (27 ก.ค. 68)  นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาด้านจังหวัดตราด ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.ตราด โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผวจ.ตราด พร้อมรองผวจ.ตราด และผบ.ฉก.นย.ตราด พร้อมคณะนายทหาร นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ส ตราด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอําเภอคลองใหญ่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง

ซึ่งฝ่ายทหารบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนด้านจ.ตราด ว่า สถานการณ์วันนี้ยังไม่มีการปะทะและยิงปืนเพิ่มเข้ามาในฝั่งไทย ซึ่งชายแดนด้าน จ.ตราด ตั้งแต่ชายแดนด้านอำเภอบ่อไร่ อำเภอเมือง และอำเภอคลองใหญ่ ได้อพยพประชาชนเข้าไปพักอาศัยในศูนย์อพยพทั้งในตัวเมืองตราด อำเภอเขาสมิง และอำเภอแหลมงอบแล้ว โดยความร่วมมือของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนเรื่องชายแดนเป็นความรับผิดชอบของ กปช.จต.นำกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์มาติดตั้งพร้อมรับสถานการณ์พร้อมด้วยกองเรือของกองทัพเรือ เฝ้าระวังน่านน้ำไทย ชายแดนด้าน จ.ตราด  โดยระบุว่า วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชายิงอาวุธปืนเข้ามาในฝั่งไทยด้าน ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด และฝ่ายไทยได้ยิงตอบโต้ พร้อมผลักดันกองกำลังกัมพูชาให้กลับเข้าฝั่งกัมพูชาไปได้สำเร็จ ส่วนสถานการณ์ในวันนี้ยังมีการปะทะกันแต่อยางไร แต่ฝ่ายไทยก็ไม่ประมาทมีการเตรียมพร้อม และเฝ้าระวัง แจ้งเตือนประชาชนให้อพยพออกมานอกพื้นที่เสี่ยงภัยชายแดนให้หมด ซึ่งคงเหลือเพียงบางส่วนที่ยังเฝ้าพื้นที่อยู่เท่านั้น

หลังจากนั้นจึงดินทางไปมอบของให้ประชาชนที่อพยพมาอยู่ที่วัดห้วงพัฒนา ต.เขาสมิง อ.เขาสมิง พบปะให้กำลังใจชาวบ้าน และมามอบสิ่งของยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านต่อที่ศูนย์อพยพโรงเรียนอนุบาลตราดก่อนเดินทางกลับ นายภูมิธรรม บอกว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายถูกละเมิดและรุกรานก่อน ขณะนี้ได้แจ้งให้ชาวโลกรับรู้กับการกระทำของกัมพูชา แม้วันนี้สหรัฐจะให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง แต่ฝ่ายกัมพูชาก็ยังไม่หยุด เช้าที่ผ่านมายังมีการยิงถล่มบ้านเรือที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในฝั่งไทย ไทยจึงจำเป็นต้องโต้ตอบ ป้องกัน และบอกด้วยว่า หากกัมพูชายิงมาไทยก็ต้องยิงกลับ เพื่อปกป้องอธิปไตยบนผืนแผ่นดินไทย และป้องกันอัตรายให้กับประชาชนชาวไทย  ตอนนี้ขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ชายแดนไปจนกว่าจะตกลงกันได้ จึงจะสามารถกลับเข้าภูมิลำเนาได้ต่อไป โดยให้ ผวจ.ตราด จังหวัดชายแดน ดูแลเรื่องความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชน ส่วนเรื่องการปกป้อง ป้องกันเป็นหน้าที่ของฝ่ายทหาร ในการจะปกป้องผืนแผ่นดินไทยต่อไป/ภาพ/ข่าว/วิเชียร ม่วงสี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ตราด

เครื่องรางขลัง!! ศักดิ์สิทธิ!! ขวัญกำลังใจ ของชายชาติทหาร ที่ออกไปรบแนวหน้า เพื่อรักษาอธิปไตย ปกป้องแผ่นดินไทย

(27 ก.ค. 68) เครื่องรางใดไหนเล่า จะศักดิ์สิทธิเท่า ‘ชายผ้าถุงแม่’

ทหารนายหนึ่งในแนวหน้าสนามรบ ถอดหมวกทหารให้ดู 

ผู้เชี่ยวชาญ ชี้!! ถึงเวลาไทย ลงทุนพัฒนาโดรนเอง หลังจีนเข้มงวด ห้ามดัดแปลงโดรน เพื่อการทหาร

(27 ก.ค. 68) จากกรณีที่มีภาพกองทัพไทยนำโดรนเกษตรมาดัดแปลงเพื่อใช้ในภารกิจทางทหาร ได้สร้างความกังวลในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งชี้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า การนำโดรนพลเรือนมาดัดแปลงเพื่อติดตั้งระบบปล่อยวัตถุระเบิดอย่างเปิดเผยนั้น ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลจีนที่ไม่สนับสนุนการนำโดรนไปใช้ในทางการทหาร ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ จีนเป็นผู้ผลิตและส่งออกโดรนรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีนโยบายห้ามส่งออกโดรนพลเรือนหากทราบว่าจะถูกนำไปใช้ในทางทหาร

หากจีนใช้มาตรการจำกัดหรือห้ามส่งออกโดรนและชิ้นส่วนมายังประเทศไทย จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากอุตสาหกรรมโดรนของไทยพึ่งพาส่วนประกอบหลักจากจีนเกือบทั้งหมด เช่น มอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุม

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเหตุการณ์นี้เป็น “สัญญาณเตือน” ให้ไทยต้องหันมาลงทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างอุตสาหกรรมโดรนของตนเองอย่างจริงจัง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศและสร้างความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน

‘เอกนัฏ’ หนุนเต็มที่!! กองทัพเดินหน้า ลุยต่อ ไม่ต้องหวั่น!! ‘ภาษีทรัมป์’ ลั่น!! พร้อมซัพพอร์ต เป็นกำลังใจให้ แบบสุดซอย เพื่อปกป้องคนไทย

(27 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” ที่ จ.อุบลราชธานี โดยมีเนื้อความว่า

พร้อมรบเป็น ‘กองหลัง’

เรื่องที่ไทยถูกกดดันให้หยุดยิง เพื่อเจรจาภาษีทรัมป์

ทั้งๆที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธสงคราม ยิงใส่เรา ยิงใส่โรงพยาบาล ยิงใส่บ้านเรือนผู้บริสุทธิ์ ของเราก่อน ทำให้พลเรือนที่บริสุทธิ์ รวมถึงเด็กๆ ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย จนกระทั่งเช้านี้ (27 ก.ค.) ก็ยังยิงใส่เราไม่หยุด

ในฐานะรัฐมนตรีฯอุตสาหกรรม ผมได้เตรียมแผนรับมือ กับผลของภาษีตอบโต้จากทรัมป์ ไม่ว่าเรทภาษีจะจบลงที่เท่าไหร่

เพราะไม่ว่าผลการเจรจา “นอกบ้าน” จะออกมาเช่นไร จะมัวแต่ภาวนาให้สหรัฐฯเมตตา ลดภาษีให้กับเราอย่างเดียวไม่ได้  แต่ควรจะจัดการกับปัญหา “ในบ้าน” ใกล้ตัว ที่อยู่ในอำนาจของเราเองก่อน

1. จัดการของด้อยคุณภาพที่นำเข้ามาดัมพ์ตลาด ธุรกิจ0เหรียญ
2. รณรงค์ซื้อ-ใช้ของที่ไทยผลิต Made By Thai ช่วยธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs)
3. จัดระบบอุตสาหกรรมใหม่ ไม่พึ่งแต่บุญเก่า ยุคใหม่ ทันสมัย ทันเวลา โปร่งใส ทำให้สะอาด ทำให้ถูกต้อง

ภาษีตอบโต้จะเป็นเท่าไหร่ ผมรับมือได้ แต่รับไม่ได้ ที่จะไม่ให้เราตอบโต้ทางทหาร เพื่อปกป้องชีวิตอันบริสุทธิ์ของประชาชนคนไทย 

ขอให้กองทัพ ได้ทำหน้าที่แนวรบ “กองหน้า” ปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มกำลัง

กระทรวงอุตสาหกรรม จะเป็นแนวรบ ”กองหลัง“ ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ สู้ในสงครามเศรษฐกิจให้เอง

วันนี้มาทำหน้าที่ส่วนเล็กๆ เปิดศูนย์รวบรวมความช่วยเหลือจากอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ที่จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ เพื่อส่งข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้ศูนย์พักพิงและพี่น้องทหารไทยครับ

“กองหลัง” คนนี้ พร้อมซัพพอร์ต และเป็นกำลังใจให้กองทัพ แบบสุดซอย ไม่ต้องยั้งครับ

ขณะที่เรา วิ่งหนี แต่ทหาร วิ่งสวนทางกับเรา

(27 ก.ค. 68) ขณะที่เราวิ่งหนี แต่ทหารวิ่งสวนทางกับเรา ขอบคุณที่ปกป้องประเทศ ปกป้องประชาชน ขอให้ปลอดภัยได้กลับบ้านมาเจอคนที่รัก อย่างปลอดภัยทุกนาย

OR ผนึกกำลังหน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน ส่งมอบ!! ‘น้ำดื่ม - อาหาร’ บรรเทาความเดือดร้อน ในพื้นที่เข้าถึงยาก

(27 ก.ค. 68) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมกับ หน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ 31 (นพค.31) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย นำโดย พันเอก จิรายุ จิตธรรม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 9,600 ขวด ให้แก่ นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน รวมทั้งร่วมลงพื้นที่มอบอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา ที่ประสบภัยพิบัติรุนแรง และเข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ OR ยังได้ส่งมอบน้ำดื่มเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน โดยมี นายแพทย์ณัฐวิชช์ จักรเจริญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษและสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลน่าน เป็นผู้รับมอบ 

ความช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ OR ในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยก่อนหน้านี้ OR ได้ส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่านมาแล้ว ทั้งนี้ OR ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ผู้ใช้ TikTok โพสต์คลิป สุดประทับใจ!! ขับรถตามพี่ทหาร ไป 50 โล เพื่อให้ขนมไปกินระหว่างทาง ขอบคุณที่ช่วยปกป้อง แผ่นดินของเรา

(27 ก.ค. 68) ผู้ใช้ TikTok ‘mam_mam77’ ได้โพสต์คลิปสุดประทับใจ พร้อมใส่ข้อความระบุว่า ...

กำลังใจจากแนวหลัง ขับตามพี่ๆทหารมาประมาณ 50 โล ได้ คิดว่าจอดไหนก็จะตามไป ขนมมันอาจเล็กน้อย เอาไว้กินกันกลางทางนะพี่ สู้ๆปลอดภัยกลับมาทุกนายนะคะ 

ตื่นเต้นจนพูดไรไม่ออกเลย

เปิดภาพความเสียหาย ‘รพ.สต.ศรีสะเกษ’ หลังถูก!! กระสุนปืนใหญ่ ‘กัมพูชา’ ยิงถล่ม

เมื่อวานนี้ (26 ก.ค. 68) เกิดเหตุทหารกัมพูชายิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดนเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทย กระสุนปืนตกลงใส่อาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้อาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก

จากการตรวจสอบ พบว่ากระสุนทะลุผ่านเข้ามาภายในตัวอาคาร ทำให้สิ่งปลูกสร้างและอุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วนได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายและเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่แนวชายแดน

‘ฮุน มาเนต’ โพสต์ขอบคุณ ‘ทรัมป์’ ที่อาสาช่วยหย่าศึก ‘ไทย-กัมพูชา’ พร้อมบลัฟต่อ!! หวังว่าไทยจะไม่เปลี่ยนจุดยืน เหมือนที่เคยรับปาก

(27 ก.ค. 68) ‘ฮุน มาเนต’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ในคืนวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ผมได้สนทนาทางโทรศัพท์กับท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการปะทะด้วยอาวุธตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย

ระหว่างการสนทนา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาได้แสดงความปรารถนาที่จะไม่เห็นสงครามหรือการสู้รบที่จะนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บจำนวนมากของทั้งสองฝ่าย รวมถึงทหารและพลเรือน ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงพยายามไกล่เกลี่ยและยุติความขัดแย้งในหลายประเทศทั่วโลกได้สำเร็จมาโดยตลอด
เกี่ยวกับการสู้รบระหว่างกองทัพกัมพูชาและกองทัพไทย ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรารถนาที่จะเห็นการหยุดยิงและสันติภาพระหว่างสองประเทศโดยทันที

เพื่อเป็นการตอบโต้ ผมได้ชี้แจงอย่างชัดเจนต่อท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่ากัมพูชาเห็นด้วยกับข้อเสนอการหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไขระหว่างกองทัพทั้งสอง อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ผมได้แสดงจุดยืนนี้ต่อท่านอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนหมุนเวียนคนปัจจุบัน เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

หลังจากที่ท่านได้พูดคุยกับท่านภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย ท่านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แจ้งข่าวดีแก่ผมว่า ฝ่ายไทยก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านประธานาธิบดีที่ให้มีการหยุดยิงโดยทันที ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับทหารและประชาชนของทั้งสองประเทศ

ผมหวังว่าฝ่ายไทยจะไม่เปลี่ยนจุดยืนเหมือนที่เคยทำกับความพยายามประสานงานของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม

ผมได้มอบหมายให้ท่านปรัก โสคนน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ หารือกับท่านมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และให้ท่านช่วยประสานงานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อนำหลักการที่ตกลงกันไว้ไปปฏิบัติโดยเร็ว โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติการเสียชีวิตและการบาดเจ็บของทหารและพลเรือนทั้งสองฝ่าย

ผมขอขอบคุณประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับความคิดริเริ่มและการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติการสู้รบและสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทยโดยทันที ผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมนี้จะช่วยปกป้องชีวิตของทหารและพลเรือนจำนวนมากที่อาจสูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ และจะช่วยให้ผู้ลี้ภัยหลายแสนคนสามารถเดินทางกลับหมู่บ้านของตนเพื่อดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปอย่างปลอดภัยและสงบสุข


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top