Friday, 17 July 2026
NEWS FEED

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่องค์การตำรวจสากล ครั้งที่ 89 (89th Interpol General Assembly) ณ เมืองอิสตันบูล สาธารณรัฐตุรกี

เมื่อ​ 21 พ.ย.64 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.เขมรินทร์ หัสศิริ ผบก.ตท./รองโฆษก ตร. พร้อมคณะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมในฐานะผู้แทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่องค์การตำรวจสากล ครั้งที่ 89 (89th Interpol General Assembly) ณ เมืองอิสตันบูล สาธารณรัฐตุรกี ซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23 – 25 พ.ย.64 

พล.ต.ต.เขมรินทร์ หัสศิริ ผบก.ตท./รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าว เป็นการประชุมครั้งแรกขององค์การตำรวจสากล หลังจากที่ทุกประเทศทั่วโลกได้เผชิญกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ภายใต้หัวข้อ ความท้าทายด้านความมั่งคงของโลก (Global Security Threats) โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมมากกว่า 470 คน ทั้งในระดับรัฐมนตรี หัวหน้าหน่วยงานตำรวจ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยงานตำรวจ จาก 161 ประเทศทั่วโลก 

และเมื่อวันที่ 23 พ.ย.64 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ได้มีมติให้สหพันธรัฐไมโครนีเซีย เข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ขององค์การตำรวจสากล ส่งผลให้มีประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากล รวมทั้งสิ้น 195 ประเทศ 

นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าว มีวาระการประชุมที่สำคัญหลายหัวข้อ อาทิ การร่วมลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานองค์การตำรวจสากลคนใหม่ รวมทั้งคณะกรรมการบริหารระดับสูงขององค์การตำรวจสากล, นโยบายและการบริหารงานในการเสริมสร้างเครือข่ายประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากลเพื่อเพิ่มความปลอดภัยด้านความมั่งคงของโลกแบบไร้พรมแดน (Borderless Management), แผนงานยุทธศาสตร์ขององค์การตำรวจสากล 2022-2025 และการเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามร่วมของประเทศสมาชิก

‘อธิบดีผู้พิพากษา ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง’ เป็นประธานในพิธีอบรมและปฏิญาณตนของผู้พิพากษาสมทบ ในศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดสงขลา - ปัตตานี - สตูล และนครศรีธรรมราช

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 08.45 – 16.00 น. ที่ผ่านมา ณ โรงแรม บีพี สมิหลา บีช สงขลา นายประกอบ ลีนะเปสนันท์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานในพิธีอบรมและปฏิญาณตนของผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา จำนวน 42 คนจังหวัดปัตตานี 26 คน จังหวัดสตูล 21 คน และจังหวัดนครศรีธรรมราช 36 คน รวมทั้งสิ้น 125 คน 

โดยได้รับเกียรติจากมี นางสาววิไล จิวังกูร ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 9 นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา/ นายปัญญา ช่อมณี อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 / นายก่อเกียรติ สุพลพงษ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 9 / นายประคอง เตกฉัตร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 / นายสถาพร ประสารวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 / นางวิรา ยากะจิ ณ พิกุล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล 

“หมวดแบงค์” ชนะควบ 2 รางวัล “บทเพลงรักชาติ เสียสละ” รักประชาชน

หมวดแบงค์ แต่งเพลงกินใจ คว้า 2 รางวัล “การประกวดบทเพลงรักชาติ ประจำปี 2564” จากกรมกิจการพลเรือนทหารบก 

กองทัพบก โดย กรมกิจการพลเรือนทหารบก ได้เชิญผู้ที่สนใจ ส่งผลงานบทเพลงเข้าร่วมประกวดในกิจกรรม “การประกวดบทเพลงรักชาติ ประจำปี 2564” เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมทั้งให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสียสละของทหาร ในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย และการช่วยเหลือประชาชน

เนื้อหาเพลงที่ส่งเข้าประกวด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 กลุ่มบทเพลงความรักของทหารที่มีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน
กลุ่มที่ 2 กลุ่มบทเพลงความรักของประชาชนที่มีต่อประเทศชาติ ทั้งในยามปกติและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
กลุ่มที่ 3 กลุ่มบทเพลงความรัก ความห่วงใย และความเห็นอกเห็นใจของประชาชน ที่มีต่อทหารในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ
 

จิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภายในลานอเนกประสงค์ เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นางสาวทัสนันทร์ ภมรพล ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทน นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ ประธานจัดกิจกรรม จิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” นำหัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน ข้าราชการตำรวจและประชาชน ร่วมถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้ง ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดยมี นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ นำคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ร่วมให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่ จิตอาสาพระราชทาน ตลอดจนเข้าร่วมในกิจกรรม จิตอาสาพัฒนา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” โดยมี นายบุญธรรม อินทรแย้ม รองนายกเทศมนตรี นางสาวศิริพร ทับคล้าย รองนายกเทศมนตรี นายธนสัน วสันต์ กำนันตำบลแพรกษาใหม่

 

'ก.แรงงาน' จับมือ 'สสส. ม.บูรพา' มอบรางวัลสถานประกอบการต้นแบบองค์กรสุขภาวะ

นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาจัดเวทีถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการบูรณาการเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องยั่งยืน และมอบรางวัลสถานประกอบการต้นแบบ ณ โรงแรมโนโวเทล ศรีราชา แอนด์ เกาะสีชัง มารีน่า เบย์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยมี นายฐาปบุตร ชมเสวี นายกสมาคมผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาแรงงาน นายอาทิตย์ อิสโม ประธานบริหารโครงการ “สร้างต้นแบบองค์กรสุขภาวะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน สู่ความยั่งยืน (Healthy and Safety to be Decent Work)”

นายพงศ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย เศรษฐ์อนวัช มหาวิทยาลัยบูรพา เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย โดยนายสุรชัย กล่าวว่าขอแสดงความยินดีกับผู้บริหารสถานประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกเป็นสถานประกอบการต้นแบบองค์กรสุขภาวะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน สู่ความยั่งยืน  Healthy and Safety to be Decent Work ตามชื่อของโครงการที่กระทรวงแรงงานมีเจตจำนงที่จะยกระดับมาตรฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานสู่สากล เพราะเชื่อมั่นว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงานจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพแรงงานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจเพื่อให้สังคมมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนกระทรวงแรงงาน

โดยนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านสุชาติ  ชมกลิ่น ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงานซึ่งรวมถึงนายจ้างและลูกจ้าง โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตโควิด - 19 กระทรวงแรงงานได้ระดมสรรพกำลังบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐภาค เอกชน ในการดูแลป้องกันช่วยเหลือลูกจ้างให้ปลอดโรคปลอดภัยเพื่อให้สามารถทำงานได้สถานประกอบการดำเนินกิจการต่อไปเพื่อประเทศจะได้พัฒนาเศรษฐกิจต่อไป

นายสุรชัย กล่าวต่อว่า การที่สถานประกอบการได้ร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรต้นแบบเพื่อพัฒนาเป็นองค์กรสุขภาวะที่ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ได้ถือเป็นการสร้างนวัตกรรมให้แก่วงการแรงงาน จึงขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในโครงการนี้ได้ภาคภูมิใจในการทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติ และใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานอย่างต่อเนื่องต่อ

“กระทรวงแรงงานขอขอบคุณ สสส. สมาคมผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาแรงงาน มหาวิทยาลัยบูรพา คณะวิทยากร และทีมงานของ นปปร.4 ที่ได้จัดให้มีกิจกรรมการเสริมสร้างสุขภาวะในองค์กรจนประสบความสำเร็จเป็นองค์กรต้นแบบ โดยเฉพาะ สสส. ผู้สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมของ นปปร.4 คนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงาน ถือเป็นภาคีเครือข่ายระดับมันสมองที่จะส่งเสริมการสร้างสุขภาวะในองค์กรให้พัฒนาคุณภาพอย่างยั่งยืนในอนาคต ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมการสัมมนาทุกท่านที่มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันสร้างความรู้ความเข้าใจและเป็นนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน ช่วยกันสร้างต้นแบบองค์กรสุขภาวะที่เป็นรูปธรรม และเป็นนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ที่เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง นายสุรชัย กล่าวในท้ายสุด

ผบ.ทอ. รับมอบเครื่องห่มกันหนาว และกิจกรรมปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)  พร้อมด้วย คุณปัญญดาว  ธูปะเตมีย์ นายกสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีรับมอบเครื่องห่มกันหนาว และกิจกรรมปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว รวมทั้งรับมอบเงินสนับสนุนโครงการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต จาก คุณ อารยา ภู่พานิช รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ คณะสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และคณะผู้บริหารของธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมพิธี

ตามที่ได้เกิดสภาวะอากาศหนาวเย็นขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนเครื่องห่มกันหนาว รวมทั้งขาดอุปกรณ์จําเป็นต่อการดำรงชีพ จากสถานการณ์ดังกล่าว กองทัพอากาศ ตระหนักในความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้จัดกิจกรรมร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อปล่อยขบวนรถช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวขึ้น โดยจัดขบวนรถยนต์บรรทุกจำนวน 5 คัน นำผ้าห่มกันหนาว จำนวน 4,000 ผืน ไปมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ผ่านไปยังกองบิน ณ ที่ตั้งต่างจังหวัด และสถานีรายงานกองทัพอากาศ เพื่อนําผ้าห่มกันหนาวไปมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยหนาวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพอากาศต่อไป

จีนยก ‘การทูตปิงปอง’ ร่วมมือกันได้ แม้แตกต่าง สูตรเติมสัมพันธ์ ‘จีน-สหรัฐฯ’ ขจัดมิติสงครามเย็น

กระทรวงการต่างประเทศจีน เน้นย้ำ ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไม่มีแนวคิดแบบสงครามเย็นมาเกี่ยวข้อง พร้อมยก ‘การทูตปิงปอง’ เป็นตัวอย่างการทูตครั้งประวัติศาสตร์สองประเทศ ร่วมมือกันได้ แม้แตกต่าง

สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG) รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงการณ์ถึงวาระครบรอบ 50 ปี การทูตปิงปองระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า...

“จีนและอเมริกาเริ่มต้นสัมพันธ์ทางการทูตฉันมิตรผ่านการแข่งขันกีฬาปิงปอง เมื่อ 10 เมษายน ค.ศ. 1971 หรือกว่า 50 ปีที่แล้ว โดยจีนได้เชิญทีมนักกีฬาปิงปองจากสหรัฐอเมริกาไปเยือนจีนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี 1949 ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้สหรัฐฯ ทราบว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไม่ควรถูกครอบงำด้วยความคิดแบบสงครามเย็นและจะต้องไม่มีการวาดเส้นทางอุดมการณ์แบบแบ่งพรรคแบ่งพวก”

สหรัฐฯ อ่วม!! โควิดระลอกล่าสุด ‘รุนแรง-เลวร้าย’ กว่าปีก่อน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ระลอกล่าสุดในสหรัฐอเมริกา กำลังส่งผลกระทบต่อแผนกผู้ป่วยหนักของบางรัฐท้องถิ่น ขณะหลายพื้นที่ของประเทศเผชิญการระบาดที่รุนแรงกว่าปีก่อน

จากรายงานข่าวเมื่อวันจันทร์ (22 พ.ย. 64) อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันผลหรือเป็นผู้ป่วยต้องสงสัยใน 15 รัฐท้องถิ่น กำลังมีสัดส่วนการครองเตียงในแผนกผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว

“ผบ.ทร. “ในฐานะรองผอ.ศรชล. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. มุ่งเน้นพัฒนาดูแลผลประโยชน์ทางทะเลของประเทศ

พล.ร.อ.สมประสงค์  นิลสมัย  ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลปะโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ประจำปีงบประมาณ 2564 และเปิดการปฐมนิเทศกำลังพล ที่โรงแรมดุสิตธานี จังหวัดชลบุรี 

โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พล.ร.อ.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะ เลขาธิการ ศรชล. รวมถึงกรรมการบริหารจากหน่วยงานหลักของ ศรชล. และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่สำคัญคือ นายโสภณ ทองดี  อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง   นายสมชวน  รัตนมังคลานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง  นายภูริพัฒน์  ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า  นายพงศ์เทพ  บัวทรัพย์ ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม  กรมศุลกากร  นายสมพงษ์  คล้อยแคล้ว ผู้ตรวจการ 
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน   พล.ต.ต.โชคชัย  นนท์ปฎิมากุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้าน การเดินเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ รวมถึง นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมประชุม

 คณะกรรมการบริหาร ศรชล.นับเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อน ศรชล.ที่ยกระดับเป็นศูนย์อำนวยการตาม พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 มีหน้าที่ พิจารณาให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ให้คำปรึกษาในการปฏิบัติงานในหน้าที่และอำนาจของ ศรชล. รวมทั้งวางระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านต่างๆ ของ ศรชล.


 
สำหรับวาระการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ในครั้งนี้มีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ  นโยบายการปฏิบัติงานของ ศรชล. ประจำปีงบประมาณ 2565 ที่มุ่งเน้นการมุ่งเน้นการพัฒนา ศรชล.  ในทุกด้าน เพื่อให้การปฏิบัติงานแบบบูรณาการและการพัฒนา ศรชล. มีความเป็นรูปธรรมและ
มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อรองรับแผนปฏิบัติราชการ 5 ปี ในห้วงปี พ.ศ.2566 – 2570 ประกอบด้วย

1.การจัดทำร่างยุทธศาสตร์ ศรชล. และแผนรองรับระดับ 3 การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้มีความสอดคล้อง  และรองรับสถานการณ์ทางทะเลในอนาคต 

2.การบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการค้ามนุษย์และการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

3.เพิ่มมาตรฐานและความต่อเนื่องในการกำกับดูแลหน่วยงานในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เข้มงวดการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมายฯ (IUU Fishing) และการปราบปรามการค้ามนุษย์ 

4.พัฒนาหลักปฏิบัติประจำในการบูรณาการ การอำนวยการ และการประสานงานในการปฏิบัติงานร่วมกัน ระหว่าง ศรชล.ส่วนกลาง ศรชล.ภาค และ ศรชล.จังหวัด ให้สามารถขับเคลื่อนการป้องกันปราบปราม การกระทำผิดในทะเล และจัดการแก้ไขปัญหาบรรเทาสาธารณภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

5.เร่งรัดพัฒนากลไกการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร การเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงานทางทะเลทั้งในและต่างประเทศ  

6.เร่งรัดการดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนงาน นโยบาย แนวทาง/คู่มือ/แผนเผชิญเหตุ และบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ 

7.เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานหลักใน ศรชล. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านระหว่างผู้ที่โยกย้ายและผู้ที่มารับหน้าที่ใหม่ และดำรงความพร้อม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงาน เครือข่าย และภาคประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8.เร่งรัดดำเนินการเกี่ยวกับการบรรจุ และจัดเตรียมหลักสูตรการอบรมรองรับข้าราชการพลเรือนใหม่ ให้มีความรู้ ประสบการณ์และความเข้าใจ  ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

9.สร้างความตระหนักรู้ในความสำคัญของผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ให้ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายทะเล มีความเข้าใจและร่วมมือในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

และ10.รวบรวมปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาและกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน 

ในส่วนของการอบรมปฐมนิเทศ ให้แก่กำลังที่ปฏิบัติงานใน ศรชล. มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการปฏิบัติงานใน ศรชล. ให้กับกำลังพล ศรชล. ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านการบรรยายถ่ายทอด องค์ความรู้และประสบการณ์จากส่วนอำนวยการและส่วนปฏิบัติการ รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ในระดับต่าง ๆ ของ ศรชล. รองรับแผนปฏิบัติราชการของ ศรชล. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมปฐมนิเทศ จากหน่วยต่างๆ ทั้งในส่วนของกองทัพเรือ และหน่วยงานของหลักของ ศรชล. ประกอบด้วย กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบังคับการตำรวจน้ำ และ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

'วัชระ' ยื่น 'ป.ป.ช.' สอบโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค ทำชาวบ้านเดือดร้อน หลังปิดจ๊อบไม่คืนสภาพเดิมถนนและไฟฟ้าเกาะกลาง 

นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านนายไพโรจน์ นิยมเดชา นักสืบคดีทุจริต ถึงนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

ขอให้สอบสวนการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค เฉพาะช่วงถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 ถึงบางแค ระยะทาง 9 กิโลเมตร บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น ผู้ก่อสร้างในวงเงิน 13,380 ล้านบาท กลับคืนสภาพถนนด้วยการลาดยางแทนถนนคอนกรีตให้กรุงเทพมหานครอันเป็นการผิดสัญญาการก่อสร้างว่าเป็นการผิดกฎหมายป.ป.ช.หรือกฎหมายอาญาอื่นใดหรือไม่ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร คู่สัญญาและบริษัทเอกชนต้องรับผิดชอบตามกฎหมายหรือไม่ กรณีนี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวฝั่งธนบุรีว่าไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาการก่อสร้างคือไม่ได้คืนสภาพถนนให้กับกรุงเทพมหานครในสภาพเดิมตามที่ระบุไว้ในสัญญาและการก่อสร้างรถไฟฟ้าได้เสร็จมานานแล้วทำให้รัฐเสียประโยชน์ คือ

1. สภาพถนน เดิมเป็นถนนคอนกรีตตั้งแต่ถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 จนถึงบางแคระยะทาง 9 กิโลเมตร บริษัทก่อสร้างกลับลาดยางแทนถนนคอนกรีต โดยไม่ปรากฏว่ากรุงเทพมหานครหรือคู่สัญญามีการทักท้วงแต่อย่างใด  จึงขอให้ตรวจสอบว่าบริษัทเอกชนปฏิบัติตามสัญญาก่อสร้างครบถ้วนหรือไม่ เจ้าหน้าที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนห่งประเทศไทย หรือ รฟม.และข้าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือผิดกฎหมายอื่นใดของป.ป.ช.หรือไม่ 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top