Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

ทัพเรือภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องหมายสหัทยานาวีและประกาศนียบัตรกำกับเครื่องหมาย กองทัพเรือ ประจำปี 2568

(13 ส.ค. 68) ทัพเรือภาคที่ 1 เข้าร่วมพิธีมอบเครื่องหมายสหัทยานาวีและประกาศนียบัตรกำกับเครื่องหมายของกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ณ ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภาหลังใหม่ หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี

ในโอกาสนี้ พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคคลจากภาคเอกชนที่ได้รับการเสนอชื่อ เข้ารับเครื่องหมายสหัทยานาวีและประกาศนียบัตรกำกับเครื่องหมาย ซึ่งมอบเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่ผู้ให้การสนับสนุนกองทัพเรืออย่างต่อเนื่องและมีผลเป็นรูปธรรม อันเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ตลอดจนเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความร่วมมือในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติและประชาชน

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

‘กองทัพบก’ แถลงประณาม ‘กัมพูชา’ วางทุ่นระเบิดในแดนไทย จงใจละเมิดสัญญาออตตาวา

(12 ส.ค. 68) กองทัพบกแถลงประณามกัมพูชาหลังเกิดเหตุลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ฝั่งไทย ส่งผลให้สิบเอกธีรพล เพียขันที สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2610 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างลาดตระเวนใกล้ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 12 ส.ค. 2568 ปัจจุบันอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถือเป็นการโจมตีโดยตรงต่อกำลังพลไทยในเขตแดนไทย และเป็นพฤติกรรมที่เกิดซ้ำหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน

โฆษก ทบ. ชี้ว่าการกระทำเช่นนี้สะท้อนเจตนาคุกคามไทยอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และการใช้มาตรการหยุดยิง พร้อมระบุว่ากัมพูชาเพิกเฉยต่อข้อเสนอไทยเกี่ยวกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใช้คุกคามทางทหารอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันยังคงยึดแนวทางสันติวิธีและไม่ใช่ฝ่ายเริ่มใช้กำลัง แต่หากสถานการณ์บีบบังคับ อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องกำลังพลและรักษาอธิปไตยของชาติ

แม่ทัพภาคที่ 4 บินสำรวจแนวชายแดนป่าเขา จ.นราธิวาส หลังพบความเคลื่อนไหว ‘แก๊งขนอาวุธเถื่อน’ ข้ามแดนจากมาเลย์

(12 ส.ค. 68) พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนตรวจพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดน จ.นราธิวาส หลังมีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ลักลอบขนอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ไทย

จากนั้นได้ประชุมเร่งด่วนกับชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนสกัดกั้น เน้นปิดเส้นทางลำเลียง เพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมทำงานประสานกับหน่วยความมั่นคงของมาเลเซีย

แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่าการควบคุมพื้นที่ชายแดนเป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งทุกหน่วยปฏิบัติอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ใช้ข้อมูลข่าวกรองนำการทำงาน เพื่อไม่ให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงเพิ่มศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ

สำหรับ แผนปฏิบัติจะมุ่งประเมินเส้นทางลำเลียง จุดซ่อนต่างๆ และพื้นที่เสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบ พร้อมเตรียมมาตรการตอบสนองทันทีหากพบความพยายามเคลื่อนย้ายอาวุธเข้าสู่ประเทศ

‘ใบตองแห้ง’ เหน็บทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ปั่นกระแสชาตินิยมช่วงวิกฤตชายแดน

(12 ส.ค. 68) อธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Atukkit Sawangsuk' พร้อมแชร์ข่าวจากเพจ Matichon Online - มติชนออนไลน์ ประเด็นเราเปิดพื้นที่ให้ “ทหาร-กองทัพ” นำประเทศมาพักใหญ่ ในช่วงวิกฤตการณ์ตรงชายแดนไทย-กัมพูชา เช่นเดียวกับที่ผู้คนในสังคมก็พลอยอินกับกระแส “ทหารนำการเมือง” ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิกฤตดังกล่าวเริ่มสงบลง (แม้อาจไม่ยุติอย่างสิ้นเชิง แต่ต้องตามแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง-เจรจาต่อรองกันไปเรื่อยๆ) คนไทยและสังคมไทยก็ได้เวลาหวนคืนสู่ "ความเป็นจริงหลัก" หรือ "โจทย์ปัญหาหลัก" ของตนเอง 

นั่นคือเราจะเอาอย่างไรกับ "การเมืองไทย" ดี?

กระนั้นก็ตาม ในความเป็นจริง กองทัพคงไม่สามารถ "นำการเมือง" หรือ "นำประเทศ" ไปได้ตลอดรอดฝั่ง บทพิสูจน์ คือ พวกเขาเคยได้รับโอกาสนี้มาแล้วเกือบหนึ่งทศวรรษ และทำให้หลายคนตระหนักดีว่านั่นกลับกลายเป็น "ทศวรรษที่สูญเปล่าและน่าเสียดาย" ของสังคมไทย

‘ใบตองแห้ง’ โพสต์ข้อความว่า “จริงๆแล้วทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ใช้โอกาสปัญหาชายแดนปั่นชาตินิยมทหารนิยม คุมนโยบายความมั่นคง แต่ทหารก็ไปสุด แบบถึงขนาดรัฐประหารไม่ได้ ไม่มีความสามารถพอบริหารประเทศ  นั่นเป็นจุดที่มันจะค้างเติ่ง”

‘สม รังสี’ จี้ ‘ฮุน เซน’ เปิดตัวเลขกำลังพลตายในสนามรบ โพสต์ภาพการ์ตูนล้อเรียน ‘ผีทหารกัมพูชา’ รายล้อมเตียงนอน

(12 ส.ค. 68) สม รังสี แกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยในต่างประเทศ ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลภายใต้การนำของ ‘ฮุน เซน’ ชี้แจงข้อเท็จจริงหลังการหยุดยิง 5 วันกับไทย โดยขอให้ระบุชัดว่ากองทัพกัมพูชาควบคุมพื้นที่ใดได้บ้าง พร้อมเปิดเผยจำนวนทหารและพลเรือนที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ จำนวนครอบครัวที่พลัดถิ่น รวมถึงแรงงานที่ต้องกลับจากไทยและมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม

ระหว่างพบปะชาวกัมพูชาที่เมืองแซงเบรี ประเทศฝรั่งเศส สม รังสี กล่าวเหน็บว่าทหารกัมพูชายิงไม่แม่นเพราะใช้อาวุธไร้ประสิทธิภาพจนพลาดไปโดนพลเรือนไทย ขณะที่ทหารไทยใช้ F-16 ยิงได้แม่นยำกว่า คำพูดนี้ทำให้ฮุนเซนฉุนจัด โพสต์เฟซบุ๊กถามกลับว่าเขาเป็น “คนหรือสัตว์” ที่กล้ายกย่องผู้รุกรานและดูหมิ่นกองทัพกัมพูชา

ต่อมา ค่ำวันที่ 11 ส.ค. สม รังสี ยังโพสต์การ์ตูนล้อเป็นภาพผีทหารกัมพูชารายล้อมเตียงนอนของฮุนเซน พร้อมข้อความภาษาเขมร “ฮุนเซนชดใช้ชีวิตคืนให้ทหาร” และภาษาอังกฤษ “Give me back my life” จุดกระแสในโลกออนไลน์กัมพูชาอย่างดุเดือด บางเสียงถึงขั้นเรียกร้องให้ถอนสัญชาติของเขา

ด้านฮุนเซนไม่อยู่เฉย แชร์คลิปการปราศรัยของสม รังสี บนเพจทางการที่มีผู้ติดตามกว่า 15 ล้านคน พร้อมระบุว่ากองทัพไทยยิงถล่มโรงเรียน วัด บ้านเรือน และแม้แต่ปราสาทพระวิหาร ทำให้ครอบครัวหลายพันต้องอพยพหนีภัย และตั้งคำถามว่าทำไมคนกัมพูชาบางคนกลับเลือกยกย่องผู้รุกรานแทนที่จะปกป้องเกียรติของชาติ

'เสธ.เบิร์ด' ฝากถึงผู้นำเขมร ก่อนจะแหกปากแถลงโกหก ลั่น ไทยยึด ‘ภูมะเขือ’ ได้ 100% ช่วยแหกตาดูความจริงด้วย

(11 ส.ค. 68) - พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฝากถึงผู้นำเขมรก่อนที่จะออกมาแหกปากแถลงโกหกขอให้แหกตาดูความจริงด้วย

เรื่องโกหก ที่เขมรพยายามหลอกคนเขมรด้วยกันว่า ยอดภูมะเขือไทยยังยึดไม่ได้

เรื่องจริงคือ บนยอดมะเขือ ณ ปัจจุบัน ทหารไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงได้อย่างสมบูรณ์แบบ 100% แล้ว

1 ได้ทำการทำลายบันไดทางขึ้นทั้งหมด
2 ได้ทำการวางลวดหนามหีบเพลงบริเวณขอบเขาโดยรอบเรียบร้อย
3 ตรวจพบระเบิดสังหารบุคคลจำนวนมาก
4 ทหารไทยได้ปักธงชาติไทยเหนือยอดภูมะเขือปลิวไสวเป็นสง่า

ภูมิประเทศบนยอดภูมะเขือนี้ถือว่าเป็นชัยภูมิที่สำคัญได้เปรียบอย่างยิ่งทั้งการตรวจการและพื้นการยิง

มองจากยอดภูออกไปทางเขมร ด้านซ้ายสามารถมองตรวจการณ์ได้ไกลถึงปราสาทพระวิหารสามารถเห็นเส้นทางการส่งกำลังของเขมรได้อย่างชัดเจน ส่วนทางด้านหน้าและทางขวาก็เช่นเดียวกันสามารถตรวจเห็นเส้นทางการเคลื่อนย้ายของเขมรได้ทั้งหมด ภูมิประเทศบนยอดมะเขือนี้จึงถือว่าเป็นภูมิประเทศสำคัญที่เขมรก็อยากที่จะยึดกับคืนให้ได้

กองทัพบกไทยปัดข้อกล่าวหาเขมร ย้ำชัด!! แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดใช้กำลังยึดปราสาทตาควาย

(11 ส.ค. 68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณี พลโท หญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ต่อคำสัมภาษณ์ของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับปราสาทตาควาย โดยยืนยันว่าข้อความที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว ไม่ได้มีความหมายตามที่ฝ่ายกัมพูชาตีความ และไม่ได้พูดถึงการเคลื่อนกำลังเพื่อรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชา

โฆษกกองทัพบกระบุว่า สิ่งที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว คือ ปราสาทตาควายอยู่ในอธิปไตยของไทย และในช่วงที่เคยมีการปะทะ ไทยได้พยายามเข้าไปยึดแต่ไม่สำเร็จ จึงวางกำลังไว้บริเวณนอกตัวปราสาท ห่างประมาณ 30 เมตร

ในอนาคต ไทยมีเป้าหมายที่จะนำพื้นที่กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของไทยตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมเตรียมหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นเจรจาในกรอบการประชุม RBC ภายใน 2 สัปดาห์ โดยย้ำว่ากองทัพไทยจะไม่ถอยจากแนววางกำลังเดิม

พลตรี วินธัย ย้ำว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดถึงการใช้กำลังทางทหารในการดำเนินการกรณีปราสาทตาควาย และข้อกล่าวอ้างของกัมพูชาที่ว่ามีความพยายามยั่วยุหรือวางแผนใช้กำลัง จึงไม่เป็นความจริง

กองทัพไทยจัดงาน “Meet The Youth Hacker 2025” เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปลูกฝังจิตสำนึกปกป้องประเทศ

(11 ส.ค. 68) หน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เตรียมจัดกิจกรรม “Meet The Youth Hacker Thailand 2025” ในวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 เวลา 07.00 – 16.30 น. ณ อาคาร 15 กองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนไทยเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมส่งเสริมจิตสำนึกในการปกป้องประเทศในมิติทางไซเบอร์

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย Talk & Inspire บรรยายสร้างแรงบันดาลใจจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์, Youth Forum เสวนารวมเยาวชนจากโครงการ Boot Camp, นักแข่งขัน CTF และกลุ่ม Hacker จิตอาสา รวมถึง Cyber Operations Show การสาธิตปฏิบัติการไซเบอร์ 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ Cyber Intelligence Gathering, Intelligence & Surveillance และ Red Team / Blue Team Exercise

ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประกาศนียบัตรออนไลน์ ของที่ระลึกจากกองทัพ และมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ โดยเปิดรับสมัครเยาวชนระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา มหาวิทยาลัยทุกสาขา รวมถึงบุคลากรด้านไอที หรือผู้สนใจด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อายุไม่เกิน 25 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จำกัดจำนวน 400 คน ปิดรับสมัครวันที่ 3 กันยายน 2568

ผู้สนใจสามารถสมัครได้ผ่านการสแกน QR Code บนสื่อประชาสัมพันธ์ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทางอีเมล [email protected] และโทรศัพท์ 080-095-9548

ภูเก็ตนักท่องเที่ยวดิ่งหนัก ชาวจีนหาย!! อินเดียแซงขึ้นอันดับ 1 นักท่องเที่ยวยุโรปชี้ปัญหาเหม็นกลิ่นกัญชา-ขี่จักรยานยนต์ประมาท

(11 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ค Phuket Times ภูเก็ตไทม์ รายงานว่า นักท่องเที่ยวจากอินเดีย บินมาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตเป็นอันดับ 1 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากจีน ที่เคยครองอันดับ 1 กลับหาย

ด้าน ภาคท่องเที่ยวยอมรับ ปีนี้ทรุดหนักนักท่องเที่ยวต่างชาติลดฮวบ มีการเปิดเผยอีกว่านักท่องเที่ยวคุณภาพจากฝั่งยุโรป กังวลเรื่องการขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย ปัญหารถติด และกลิ่นกัญชาเหม็นคลุ้งทั่วเมือง

ด้าน ธุรกิจโรงแรมเปิดเผยกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า การจองห้องพักโรงแรมในภูเก็ตไม่เคยตกต่ำขนาดนี้ สาเหตุสืบเนื่องไล่มาตั้งแต่การเกิดสงครามอิสราเอล-อิหร่าน ตามมาด้วยข่าววางระเบิดฝั่งอันดามันในหลายจังหวัด และล่าสุดข่าวความเสี่ยงที่อาจจะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้ยอดจองห้องพักลดลง

“นักท่องเที่ยวจีนที่หายไปส่วนหนึ่งก็เพราะ กลัวถูกลักพาตัวไปขายตัดอวัยวะ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลควรเร่งแก้ข่าวเพื่อแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศไทย ส่วนนักท่องเที่ยวที่เหลืออยู่ เช่น คนอินเดีย ก็รายจ่ายต่อหัวต่ำ อีกทั้งสถานการณ์การเมืองไทยก็ไร้เสถียรภาพ” แหล่งข่าวกล่าวกับประชาชาติธุรกิจ

เหยื่อเมาแล้วขับจี้รัฐบาล สนับสนุนประชาชนมีส่วนร่วม รณรงค์และบังคับใช้กฎหมายลดอุบัติเหตุ

(11 ส.ค. 68) เมื่อวันที่ 9-10 ส.ค. 2568  มูลนิธิเมาไม่ขับ จัดการประชุมผู้นำเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลด้านการจราจร โดยทางมูลนิธิเมาไม่ขับได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ อาทิเช่นการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจังเครื่องมือหยุดความตายบนท้องถนน โดยกฤดิทัช แสงธนโยธิน รองประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร, การสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อก้าวสู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของเหยื่อเมาแล้วขับ โดยอาจารย์พิริยะ ทองสอน และคณะ ประธานมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน, เสวนาความตายบนท้องถนนความรับผิดชอบของคนรุ่นใหม่ หรือมรดกบาปของคนรุ่นเก่า โดยผู้ร่วมเสวนา อนุลักษณ์ เอี่ยมสี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง, นรากร มณีฉาย นักศึกษาสาขาวิชารัฐศาสตร์วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, นางสาววรินท์พร สุขลาภ นักศึกษาสาขาวิชารัฐศาสตร์วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, ภารกิจท้าทายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดย ดร.เอกสิษฐ์  อัครศักดิ์กีรติ กรรมการมูลนิธิประชาปลอดภัย, ร่าง พรบ.แอลกอฮอล์ทิศทางจะไปทางไหน โดยนายธีระภัทร์ คหะวงศ์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.ควบคุมแอลกอฮอล์ วุฒิสภา รวมทั้งยังจัดให้มีพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานเหยื่อเมาแล้วขับ ทั้งนี้โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด ( มหาชน ) โดยมีนางสาวสุวรรณา ประสงค์ตันสกุล  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นประธานมอบทุน ทุนละ 3000 บาท 36 ทุน เป็น108,000 บาท  ที่ห้องเจ้าพระยาเทอเรซ โรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิเมาไม่ขับได้จัดให้มีการประชุมเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับจากทั่วประเทศโดยหัวข้อหลักในการประชุมคือการสนับสนุนให้ภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนช่วยในการรณรงค์และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียทุกรูปแบบ เนื่องจากปัจจุบันประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนนมีเครื่องมือสื่อสาร อาทิเช่นโทรศัพท์มือถือ กล้องหน้ารถ รวมไปถึงกล้อง CCTV ทั้งของภาคเอกชน และหน่วยงานของรัฐ สิ่งสำคัญพฤติกรรมผู้กระทำความผิดจะต้องมีหน่วยงานจัดการและมีผู้นำเสนอให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการ แต่ถ้าผู้มีหน้าที่ยังไม่ดำเนินการมาตรการทางสังคมจะกดดันให้ผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการ และผู้ที่กระทำความผิดก็จะลอยนวลจากความผิดที่กระทำไม่ได้ เพราะภาพพฤติกรรมที่กระทำความผิดจะถูกเผยแพร่ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย แม้จะรอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายแต่ไม่พ้นมาตรการทางสังคมที่กดดันจนไม่มีที่ยืน

ทั้งนี้ทางเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะประเด็นการนำส่วนแบ่งค่าปรับผู้กระทำความผิดร้อยละ 50 มอบให้กับประชาชนผู้แจ้งพฤติกรรมผู้กระทำความผิด ซึ่งเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับเชื่อว่าจะเป็นเหตุจูงใจให้ประชาชนช่วยกันเป็นอาสาตาจราจร สอดส่องผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีพฤติกรรมขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยผู้อื่นบนท้องถนนซึ่งจะทำให้ถนนในประเทศไทยปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ใช้รถใช้ถนนจะเกิดความระมัดระวัง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้รถใช้ถนน เนื่องจากมีหูตาประชาชนคอยเฝ้าจับตามองเมื่ออยู่บนท้องถนน เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าว

ทางด้านนายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆนี้มูลนิธิเมาไม่ขับได้จัดให้มีการประชุมเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับจากทั่วประเทศโดยหัวข้อหลักในการประชุมคือการสนับสนุนให้ภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนช่วยในการรณรงค์และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียทุกรูปแบบ เนื่องจากปัจจุบันประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนนมีเครื่องมือสื่อสาร อาทิ เช่น โทรศัพท์มือถือ กล้องหน้ารถ รวมไปถึงกล้อง CCTV ทั้งของภาคเอกชน และหน่วยงานของรัฐ สิ่งสำคัญพฤติกรรมผู้กระทำความผิดจะต้องมีหน่วยงานจัดการและมีผู้นำเสนอให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการ แต่ถ้าผู้มีหน้าที่ยังไม่ดำเนินการมาตรการทางสังคมจะกดดันให้ผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการ และผู้ที่กระทำความผิดก็จะลอยนวลจากความผิดที่กระทำไม่ได้ เพราะภาพพฤติกรรมที่กระทำความผิดจะถูกเผยแพร่ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย แม้จะรอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายแต่ไม่พ้นมาตรการทางสังคมที่กดดันจนไม่มีที่ยืนในสังคม

ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ ยังเปิดเผยว่า เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะประเด็นการนำส่วนแบ่งค่าปรับผู้กระทำความผิดร้อยละ 50 มอบให้กับประชาชนผู้แจ้งพฤติกรรมผู้กระทำความผิด ซึ่งเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ มูลนิธิเมาไม่ขับเชื่อว่าจะเป็นเหตุจูงใจให้ประชาชนช่วยกันเป็นอาสาตาจราจร สอดส่องผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีพฤติกรรมขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยผู้อื่นบนท้องถนนซึ่งจะทำให้ถนนในประเทศไทยปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ใช้รถใช้ถนนจะเกิดความระมัดระวัง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้รถใช้ถนน เนื่องจากมีหูตาประชาชนคอยเฝ้าจับตามองเมื่ออยู่บนท้องถนน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top