Wednesday, 10 June 2026
POLITICS NEWS

‘ไพศาล’ ฟัน!! 4 สัญญาณสะท้อนชัด วิกฤติรัฐบาลประยุทธ์

นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วิกฤตการเมืองที่ปิดบังมิได้!!!

1.) กองเชียร์นายกฯ ส่งกระแสชัดเจนตลอดมาว่ากำลังแยกตัวไปตั้งพรรคใหม่ โดยอ้างว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เน่าเละ ยิ่งอยู่นานยิ่งเสื่อม

2.) พปชร. เป็นพรรคแกนนำของรัฐบาล แต่หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรคไม่มีกระทรวงครอง มีฐานะเป็นแค่คนแบกหามเสลี่ยงให้คุณหลวงท่านนั่งกระดิกขา แบบนี้จะแบกไปได้สักกี่น้ำ ยิ่งแบกก็ยิ่งเหนื่อยและยิ่งเน่าตาม ทั้งต้องรับกระแสความเกลียดชังของประชาชนทั้งที่ไม่ได้ทำ จึงเตรียมการเลือกตั้งอย่างเต็มที่

"อรรถวิชช์" เผย "พ.อ.สุชาติ"  ย้ายสังกัดมาพรรคกล้า ช่วยเสริมทัพภาคใต้ เชื่อมั่น "กรณ์ จาติกวณิช" ผู้นำแก้วิกฤตเศรษฐกิจ 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงกระแสข่าว พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ ย้ายเข้าสังกัดพรรคกล้า ว่ามีการพูดคุยกันจริง โดย พ.อ.สุชาติ เห็นตรงกันกับพรรคกล้าว่า วิกฤตชาติที่ต้องเร่งแก้ไขคือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การฟื้นฟูความเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดย พ.อ.สุชาติ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และแสดงความจำนงสมัครสมาชิกพรรคกล้าแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมาย 

"ผู้การเห็นพ้องว่า ยุคหน้าผู้นำต้องนำด้วยเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคใต้ ที่มีโอกาสหลายอย่าง แต่ขาดการบริหารจัดการและพัฒนาอย่างจริงจัง ก็เลยอาสามาช่วยงานลุยชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับพรรคกล้า เพื่อช่วยคุณกรณ์จัดทัพ สำคัญที่สุดคือ ผู้การพร้อมมาลุยร่วมกันทำงานแบบพรรคกล้า ยึดหลักปฏิบัตินิยม และทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์" นายอรรถวิชช์ กล่าว 

'ซีไอเอ' โผล่ทำเนียบฯ หารือ 'บิ๊กตู่' ยันเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยดี

‘รองผู้อำนวยการซีไอเอสหรัฐฯ’ ดอดหารือ ‘บิ๊กตู่’ ตึกไทยคู่ฟ้า หารือความมั่นคงในภูมิภาค ยันเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยดี

19 พ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวเมื่อช่วงเวลา 09.30 น. ว่า ทางสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้นำ นายเดวิด เอส โคเฮน (David S. Cohen) รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐอเมริกา หรือ ‘ซีไอเอ’ เข้าพบ พล.อ. ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นการภายใน โดยไม่มีการแจ้งกำหนดการและรายละเอียดของการหารือแต่อย่างใด ซึ่งใช้เวลาหารือ 45 นาที

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า รองผู้อำนวยการซีไอเอได้มีการหารือกับ พล.อ. ประยุทธ์ ถึงเสถียรภาพภายในภูมิภาคในภาพรวม ประเด็นความมั่นคง รวมถึงสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งมีการพูดถึงการให้ความช่วยเหลือในด้านมนุษยธรรม เนื่องจากไทยและเมียนมามีชายแดนติดต่อกัน ทั้งนี้เมื่อทุกอย่างเกิดความสงบเรียบร้อย การเดินทางกลับประเทศจะเป็นเรื่องของความสมัครใจ เพื่อหลีกหนีปัญหาอื่นที่จะตามมา นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงความร่วมมือระหว่างกัน ที่ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

“สงคราม” อัด “บิ๊กตู่” บริหารประเทศแบบคนโง่ทำประชาชนลำบาก ชี้ ผลพวงรัฐประหารสร้างเผด็จการรัฐสภากระชับอำนาจคุมเสียงส.ส.-สว.ได้เบ็ดเสร็จ 

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  ผลการลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ผ่านมาชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน ดังนั้นผลที่ออกมาคือรัฐบาลสนใจในการอยู่ในอำนาจมากกว่าประชาชน

นอกจากนี้ชัดเจนว่า ผลพวงจากการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ยังคงอยู่และเดินหน้าในการกระชับอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สร้างเผด็จการรัฐสภาแบบสมบูรณ์แบบ สามารถส่ง สัญญาจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงความต้องการกระชับอำนาจอยู่จนครบเทอมของรัฐบาล โดยไม่สนใจความเดือดร้อน ลำบากของพี่น้องประชาชน ว่าปัจจุบันประชาชนประสบความลำบากในการหากินมากน้อยแค่ไหน 

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน หลายนโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนมากกว่า สนับสนุนประชาชนชน ดังนั้นประชาชนจึงไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ ส่งผลให้ประชาชนหลายครอบครัวต้องประสบปัญหาในการทำมาหากิน มาตรการที่รัฐออกมากระทบกับการประกอบอาชีพชัดเจน แต่รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญเพราะไม่กระทบกับรัฐบาลและเจ้าสัวที่ตักตวงผลประโยชน์จากนโยบายรัฐ

“แรมโบ้” ซัด "หมอชลน่าน" อย่าตีกินทางการเมืองหยุดใช้ปากและน้ำลายสกปรกยุยงประชาชนเข้าใจนายกฯผิดๆ ยัน นายกฯมีความตั้งใจใช้รถทหารช่วยขนส่งมีเจตนาดีช่วยประชาชน ไม่ได้ประชด หรือยั่วยุใคร พร้อมขอผู้ประกอบการขนส่งเข้าใจรัฐบาลช่วยเหลือเต็มที่ 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดนายกฯกรณีให้นำรถทหารมาใช้ขนส่งทดแทน เหมือนเป็นการยั่วยุให้เพิ่มมาตรการกดดัน โดยยืนยันว่าที่นายกฯพูดนั้น เพราะเป็นความหวังดีที่อยากจะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของการขนส่งต่างๆ หากรถบรรทุกประท้วงหยุดงาน  ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น ไม่ได้พูดประชดใคร หรือยั่วยุอย่างแน่นอน

นอกจากนี้นายกฯยังมองเห็นถึงศักยภาพของกองทัพที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กองทัพได้หารือถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และแนวทางปฎิบัติในการนำรถยนต์บรรทุกขนาดต่าง ๆ พร้อมกำลังพล เตรียมพร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือแล้ว เตรียมรถยนต์ทหารที่เหมาะกับด้านการขนส่งทางถนนประมาณ 3,700 คัน

นายเสกสกล ยังขอให้หมอชลน่านอย่าตีความเจตนาของนายกฯผิด ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีความพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งมาโดยตลอด ล่าสุด ครม.ยังได้อนุมัติการกู้เงินจำนวน 2 หมื่นล้านบาท สำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการพยุงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ระดับ 30 บาทต่อลิตรแล้ว    

นายกฯเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ และขอให้ผู้ประกอบการขนส่งได้เข้าใจนายกฯ ด้วยเช่นกันว่ามีความพยายามที่จะช่วยเหลือให้ดีที่สุด ซึ่งตนเองเชื่อว่าอีกไม่นานสถานการณ์ราคาน้ำมันจะคลี่คลายลงได้

‘ดร.นิว’ ตอกหน้า ‘สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล’ กุเรื่อง ‘วังวชิราลงกรณ์คอมเพล็กซ์’ หลอกสาวก

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ "ดร.นิว" นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า นิทานล้างสมองเด็กของ "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" เรื่อง #วังวชิราลงกรณ์คอมเพล็กซ์ ดูเหมือนจะปัญญาอ่อนพอ ๆ กับ นิทานหลอกเด็กไปติดคุกของ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เรื่อง #สมบูรณาญาสิทธิราชย์จำแลง เพราะมันช่างห่างไกลจากความเป็นจริงเสียเหลือเกิน

สำนักพระราชวัง เผยแพร่แบบจำลอง อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ หรือสนามม้านางเลิ้งเดิม ในพื้นที่ ๒๙๗ ไร่ 

“นายกฯ” กำชับ ทุกหน่วยงานดูแลอำนวยความสะดวก ปชช.เทศกาลลอยกระทง

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศสามารถจัดงานลอยกระทงตามประเพณีได้ ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกำชับทุกหน่วยงานให้ร่วมกันอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และดูแลให้การดำเนินการต่างๆ อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้มงวด

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกฯ ขอให้หน่วยงานด้านคมนาคม ดูแลการเดินทางสัญจรของประชาชน ได้ประเมินว่าแม้จะไม่เป็นช่วงวันหยุดยาว และการให้จัดงานตามประเพณีในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปร่วมลอยกระทง โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวและการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะจำนวนมาก
จึงให้ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล ให้บริการและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนควบคู่กับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะส่วนของระบบขนส่งสาธารณะต้องมีการคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง รวมถึงให้ดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทั้งบก น้ำ ราง และอากาศ โดยเฉพาะส่วนของกรมเจ้าท่าซึ่งมีหน้าที่ดูแลการจราจรทางน้ำให้มีเจ้าหน้าที่พร้อมเรือตรวจการณ์ และเรือรักษาการณ์ในคืนวันลอยกระทงที่เพียงพอสำหรับการดูแลพื้นที่จัดการและคาดการณ์ว่าประชาชนจะเดินทางสัญจรทางน้ำเพื่อร่วมงานลอยกระทงจำนวนมาก

'นายกฯ' ชวนคนไทย ฉีดวัคซีนให้ตามเป้า100 ล้านโดส 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เชิญชวนคนไทยที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง อย่างน้อยต้องมีการแสดงผลการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส  ในการออกไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อจะให้เกิดความปลอดภัยแก่ตนเองและส่วนรวม  ยิ่งฉีดวัคซีนมากขึ้นคนไทยจะมีปลอดภัยจากโรคและประเทศไทยจะมีความมั่นคงด้านสาธารณสุขมากยิ่งขึ้น

นายธนกร กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข และภาคีทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมช่วยเหลือได้มีมาตรการเร่งรัดการฉีดวัคซีน  อาทิ จัดกิจกรรมสัปดาห์แห่งการฉีดวัคซีนวันที่ 27 พ.ย. – 5 ธ.ค. 64 และจัดทีมฉีดวัคซีนเชิงรุกผู้สูงอายุผู้ป่วยติดเตียงและขยายให้กลุ่มแรงงานต่างด้าว ส่วนกระทรวงการอุดมศึกษาฯ มหาวิทยาลัย โรงเรียนแพทย์ ต้องสื่อสารทำความเข้าใจข้อมูลด้านฉีดวัคซีนให้ประชาชนรับทราบ ด้านผู้ว่าฯ ให้บริหารจัดการกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเชิงรุกให้มาฉีดวัคซีน สร้างแรงจูงใจประชาชนฉีดวัคซีนในระดับพื้นที่ เช่น มอบของรางวัลและของแจก เป็นต้น        
ขณะที่ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ร่วม จัดแคมเปญ มอบลดค่าบริการหรือแจกของที่ระลึก สำหรับผู้ใช้บริการที่แสดงผลการฉีดวัคซีน สาเหตุส่วนหนึ่งจากยอดจำนวนผู้ได้รับการฉีดวัคซีนกลับเริ่มชะลอตัว มาจากกลุ่มที่รอวัคซีนทางเลือก และ กลุ่มที่ไม่ยอมฉีดวัคซีนจากเหตุผลส่วนตัวประมาณ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 17ของประชากรที่มีสิทธิฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดโควิด-19ระลอกใหม่ขึ้นอีก

“อนุทิน” เร่งให้บริการ 11 ล้านคน ที่ยังไม่ได้ฉีด  วางเป้าจบใน 30 วัน 

กรณีมีรายงานว่า ยังเหลือประชากร ประมาณ 11 ล้านคน ยังไม่ได้รับบริการวัคซีนเลย  ล่าสุด 18 พฤศจิกายน 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัด นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ในประเด็นดังกล่าวว่า ได้กำชับให้กรมควบคุมโรค เร่งให้บริการ และวางเป้า ต้องฉีดให้ครบใน 30 วัน นับจากนี้

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอความร่วมมือจากประชาชน ให้มารับบริการด้วย เนื่องจาก มีบางคน ที่ยังไม่ยอมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 เพราะมั่นใจว่าอยู่บ้าน มีความปลอดภัย ทั้งที่ สามารถติดจากสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ได้ ขอย้ำว่า วัคซีนที่ไทยนำมาให้บริการนั้น มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ป้องกันการป่วยหนัก และเสียชีวิตได้ เมื่อครั้งลงพื้นที่ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าผู้สูงอายุ รับเชื้อมาจากพี่เลี้ยง แต่เพราะการได้รับวัคซีน จึงไม่ป่วยหนัก ไปจนถึงเสียชีวิต ตรงนี้ เป็นอุทาหรรืว่า ถึงจะอยู่แต่กับบ้าน ก็มีโอกาสได้รับเชื้อจากคนอื่นเช่นกัน และวัคซีน ก็ช่วยป้องกันการสูญเสียได้จริง 

เมื่อถามถึงการออกกฎหมาย เพื่อบังคับให้คนมาฉีดวัคซีน นายอนุทิน กล่าวว่า  ไม่จำเป็นต้องไปถึงจุดนั้น เพราะสังคมจะเป็นฝ่ายกำหนดเอง เช่น เจ้าของกิจการ มีสิทธิ์ในการดูแลจัดการร้าน สามารถคัดกรองผู้ที่มาสมัคร เป็นพนักงานของร้านได้เอง ไปจนถึงการตรวจคัดกรองผู้ที่มาใช้บริการ ขอย้ำว่า การฉีดวัคซีน เป็นการเปิดโอกาสในการดำรงชีวิต ตอนนี้ วัคซีนเรามีเพียงพอ ก็ขอให้มารับบริการกันให้มากๆ เพื่อความปลอดภัยของท่าน เพื่อความปลอดภัยของคนรอบข้าง ขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง และฝ่ายสาธารณสุข อาทิ อสม. ช่วยรณรงค์ด้วย  เมื่อก่อน เราจะกำหนดให้บางกลุ่มได้ฉีดก่อน อาทิ ผู้ป่วย ผู้สูงวัย ต้องได้ฉีดเป็นลำดับต้น ปัจจุบัน ขอให้ทุกคนมาฉีด ในอนาคต ถ้ามีวัคซีน ที่ฉีดให้เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปได้ มีความปลอดภัยสูง ไทยก็ต้องขยายเกณฑ์ให้บริการครอบคลุมไปถึงจุดนั้น 

‘ณัฐชา ก้าวไกล’ แนะ นายกฯ หารือเอกชน แก้ปมรถขนส่งหยุดวิ่ง ย้ำประเทศไทย ไม่ใช่ค่ายทหาร

ไม่รู้ก็ควรขอความร่วมมือเอกชนเพื่อหาทางออก กรณีแก้ปัญหารถขนส่งหยุดวิ่ง ย้ำนี่ประเทศไทย ไม่ใช่ค่ายทหาร

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการเหล่าทัพ เตรียมนำรถทหารมาสนับสนุนขนส่งสินค้า ภายหลังสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมผู้ประกอบการรถบรรทุกประท้วงจะหยุดเดินรถ หากไม่ลดราคาดีเซลเหลือ 25 บาท/ลิตรภายใน 1 ธ.ค. นี้

ล่าสุด กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) และหน่วยขึ้นตรง ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมของกำลังพล และยานพาหนะในการเตรียมความพร้อมการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล

โดยนายณัฐชาระบุว่า ปัญหาของพี่น้องประชาชนจากการเรียกร้องไม่ว่าเรื่องใด นายกรัฐมนตรีไม่เคยแก้ได้ แต่กลับใช้กำลังทหารมาทดแทนทุกครั้ง สิ่งที่ผมอยากสื่อสารไปยังนายกรัฐมนตรีว่า ที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่ค่ายทหาร การแก้ปัญหาที่ท่านกำลังทำมันยิ่งตอกย้ำว่า นายกฯ ประเทศนี้ไม่เคยเห็นหัวประชาชนเลย ใช้ตรรกะอะไรในการคิดว่านำรถทหารออกมาทดแทนรถที่หยุดขนส่ง จะทำให้สามารถแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงที่สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเรียกร้องให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลเหลือ 25 บาทต่อลิตรได้

แล้วรถทหารจำนวน 34 คันของท่าน มันสามารถครอบคลุมโครงข่ายขนส่งได้จริง ๆ หรือ มันจะทำได้สักกี่วัน การแก้ปัญหาที่ไร้วิสัยทัศน์ ไร้กึ๋นมันจะยิ่งทวีความไม่พอใจของพี่น้องสหพันธ์ขนส่ง ทำไมไม่เลือกจะพูดคุยเจรจาหาทางออกร่วมกับพวกเขา อย่าทระนง อวดดี ทั้งที่ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้ เพราะคนที่จะตายคือประชาชน ณัฐชากล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top