Wednesday, 10 June 2026
POLITICS NEWS

'อัษฎางค์' คลายปม ความจริงที่หลายคนคิดไม่ถึง ทำไมประเทศไทยต้องซื้อ 'เรือดำน้ำ'

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า... 

เรือดำน้ำกับสงครามเศรษฐกิจ

“จะซื้อเรือดำน้ำทำไม ขนาดลาวยังไม่ซื้อเลย เดี๋ยวนี้เขารบด้วยเศรษฐกิจ”

คือหนึ่งในวิสัยทัศน์ของเด็กเมื่อวานซืนที่มีแค่สามกีบ

คนพวกนี้ด้อยปัญญาจนไม่เคยรู้ว่า…
1.) ไม่รู้ว่าลาวไม่มีพื้นที่ติดทะเล
2.) ไม่รู้ว่าชาติอื่น ๆ ที่ติดทะเล ส่วนใหญ่ล้วนมีเรือดำน้ำ
3.) ไม่รู้ว่าแสนยานุภาพทางการทหาร มีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมกับสงครามการค้า

มีคนจำนวนมาก ชอบพูดว่า รัฐบาลไทยจะซื้อเรือดำน้ำทำไม สมัยนี้ไม่มีการสู้รบ มีแต่สงครามการค้า สงครามเศรษฐกิจ

ซึ่งมันคือความจริง ว่าสงครามยุคนี้ คือ สงครามทางเศรษฐกิจมากกว่าสงครามทางการทหาร

แต่มีความจริงมากกว่านั้น ที่คนไม่รู้หรือคิดไม่ถึง คือ... 

สงครามเศรษฐกิจนั้น ไม่ได้รบกันด้วยความสามารถทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ประเทศต้องมีแสนยานุภาพทางทหารมากพอที่จะเอาสร้างเสริมบารมีให้คู่แข่งทางการค้าเกรงขาม หรือแม้กระทั่งเอาไว้ข่มขู่คู่แข่งทางเศรษฐกิจอีกด้วย

ไม่ต้องคิดถึงสงครามเศรษฐกิจระดับประเทศ หรือรัฐศาสตร์ทางการทหาร

มาลองคิดง่าย ๆ แบบบ้าน ๆ

ถ้าในบ้านเรามีแต่คนแก่ ผู้หญิงและเด็ก แถมเรียนหนังสือมาไม่สูง หน้าที่การงานก็จิ๊บจ๊อย ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เงินทองก็ไม่ค่อยมี เวลามีปัญหากับคนข้างบน คนในซอย กับลูกค้า คุณคิดว่า คุณจะเอาอะไรไปสู้กับเขา

ในขณะที่อีกฝ่าย ในบ้านเขามีแต่คนหนุ่มสาว การศึกษาสูง หน้าที่การงานดี มีธุรกิจใหญ่โต มีเงินทองเหลือเฟือ 

คุณว่าคุณจะเอาอะไรไปสู้กับเขา!! 

คนหรือคู่ค้า หรือคู่กรณีจะเข้าข้างใครมากกว่ากัน! 

ในประเทศไทย นักการเมือง คือ ผู้มีอำนาจมากที่สุด (ไม่ใช่สถาบันพระมหากษัตริย์)

แต่นักการเมืองกลัวใครที่สุด?

นักการเมืองกลัวทหารที่สุด เพราะทหารมีกำลังพลพร้อมจะปฏิวัติหรือรัฐประหาร

ไม่เชื่อก็ดูพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้าดูก็ได้ว่าเขากลัวทหารขนาดไหน กลัวขนาดหาทุกวิถีทางที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้ทหารหลบทางให้นักการเมือง

เห็นอะไรมั้ย? 

กำลังและแสนยานุภาพทางการทหาร มีผลต่อการเมือง เศรษฐกิจและกิจกรรมระหว่างประเทศ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

คุณจะทำสงครามเศรษฐกิจ จะทำสงครามการค้า แต่กองทัพของคุณกระจอก ใครจะเห็นหัวคุณ

เว็บไซต์ Global Firepower ซึ่งเป็นเว็บไซต์จัดอันดับแสนยานุภาพทางการทหารระดับนานาชาติ ในปี 2563 นี้ได้เผยแพร่รายงาน 2020 Military Strength Ranking ประเทศที่มีแสนยานุภาพทางการทหาร….

อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา มีเรือดำน้ำ 66 ลำ
อันดับ 2 รัสเซีย มีเรือดำน้ำ 62 ลำ
อันดับ 3 จีน มีเรือดำน้ำ 74 ลำ
อันดับ 5 ญี่ปุ่น มีเรือดำน้ำ 20 ลำ 
อันดับ 6 เกาหลีใต้ มีเรือดำน้ำ 22 ลำ
อันดับ 25 เกาหลีเหนือ มีเรือดำน้ำ 83 ลำ 

โฆษกรัฐบาล แจง ‘บิ๊กตู่’ สื่อสารอังกฤษได้ ชี้ ที่เห็นในภาพแค่ ‘ลดมือลงก่อน’ ผู้นำประเทศอื่น

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่มีการนำภาพ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ช่วงเวลาระหว่างการถ่ายภาพร่วมกันของผู้นำประเทศต่าง ๆ ในระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก เมื่อปี 2560 ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นภาพตัด (crop) มาเผยแพร่และบิดเบือนความจริงว่า นายกรัฐมนตรีไทยไม่เข้าใจ และไม่ปฏิบัติตามคำพูดของช่างภาพว่า เป็นการบิดเบือนความจริงเพื่อโจมตีนายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนตรวจสอบจากภาพเต็มที่ไม่ได้มีการตัดภาพผู้นำคนอื่น ๆ 

‘ก้าวไกล' ลั่น! ลุยต่อ ‘สมรสเท่าเทียม’ ผิดหวังคำวินิจฉัย ‘ศาลรธน.’ ทำถึงทางตัน

ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สส.พรรคก้าวไกล ธัญวาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีตส.ส.พรรคก้าวไกล 

ร่วมแถลงข่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการสมรส มาตรา 1448 ที่กำหนดว่าการสมรสนั้นต้องเกิดขึ้นระหว่างเพศชายและเพศหญิงเท่านั้น ว่าไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จากกรณีที่การยื่น พวงเพชร เหงคำ และเพิ่มทรัพย์ แซ่อึ๊ง คู่รักเพศเดียวกัน ที่ถูกปฏิเสธการจดทะเบียนสมรสด้วยเหตุแห่งเพศ จากเจ้าหน้าที่ และได้รับแจ้งว่าไม่เป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมายประมวลแพ่งพาณิชย์ 

ณัฐวุฒิ ระบุว่าผลการลงมติของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ เป็นการตอกย้ำทางตันของประเทศอีกครั้ง และจากมติดังกล่าวมีนัย 3 ประการ 

1.) การอธิบายในมาตรา 4 และมาตรา 5 ที่พูดถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างจำเพาะเจาะจง ถ้าเกิดว่าไม่ได้ถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่ได้รับการคุ้มครอง

2.) การบอกว่า บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 27 นั้นเขียนหลักการที่รองรับระหว่างเพศก็จริงอยู่ แต่มีอยู่วรรคหนึ่งที่บอกว่า ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน และวันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า ศาลไม่เห็นว่าเพศไม่ได้ไปไกลกว่าคำว่าชายหรือหญิง จึงเป็นเหตุมาสู่การตีความว่าบทบัญญัตินั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 

3.) ความตอนท้ายของคำวินิจฉัย กรณีของการจะคุ้มครองสิทธิและหน้าที่ของผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้น คณะรัฐมนตรี รัฐสภา ต้องไปตรากฎหมายออกบทบัญญัติแห่งกฎหมายต่อ 

ขณะนี้สังคมกำลังตั้งคำถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญกำลังปิดทางไม่ให้มีการแก้ไขเสนอกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการสมรส มาตรา 1448 หรือกำลังปิดทางไม่ให้ภาคประชาชนเสนอกฎหมายหรือไม่ ซึ่งผมคงไม่อาจตอบแทนศาลได้ว่า เจตนาในการเขียนวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นเช่นไร แต่พรรคก้าวไกล ขอยืนยันเดินหน้าผลักดันการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการสมรส มาตรา 1448 และมาตราที่เกี่ยวข้อง 69 มาตราที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ และเชื่อว่าอำนาจในการออกกฎหมายเป็นของรัฐสภา อำนาจการออกกฎหมายที่คุ้มของสิทธิของพี่น้องประชาชน เป็นของประชาชน พวกเขามีสิทธิในการออกแบบครอบครัวของตนเอง 

‘วิษณุ’ แจง!! ไอเดียนายกฯ ‘1 ขรก. 1 ครอบครัว’ อยู่ระหว่างทำรายละเอียด กันคนสับสน

‘วิษณุ’ แจงไอเดียนายกฯ ‘1 ขรก. 1 ครอบครัว’ อยู่ระหว่างทำรายละเอียด ระบุต้องได้รับความยินยอมก่อนเข้าถึงข้อมูลหนี้สิน ยันไม่ต้องออก กม. ใหม่รองรับใช้อำนาจ เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสนอแนวคิด “1 ข้าราชการ รับผิดชอบ 1 ครัวเรือนยากจน” เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้รายครัวเรือนว่า นายกฯ รีบชี้แจงตรงนี้ออกมา แต่อาจจะมีคนงงว่าเป็นเรื่องที่มีครอบครัวมาเป็นข้าราชการ หรือข้าราชการ 1 คน ไปดู 1 ครอบครัว จึงให้กระทรวงมหาดไทยไปทำรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะแค่นี้ยังไม่ได้แสดงความชัดเจนอะไร

‘ไอติม-ปิยบุตร’ ผิดหวังร่างรธน. ไม่ผ่านสภา ขอโทษประชาชน 1.3 แสนคน ดันภารกิจไม่สำเร็จ 

วันที่ 17 พ.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่ม Re-Solution ในฐานะผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ….ฉบับภาคประชาชน ที่มีการเข้าชื่อจำนวน 135,247 คน ร่วมกันแถลงภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีมติไม่รับหลักการในร่างฯ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าผิดหวัง ตรงที่ข้อเสนอของเราไป ถูกนำไปปฏิบัติในสังคม ขอย้ำอีกครั้งว่า ข้อเสนอเราไม่ได้สุดโต่ง หรือพยายามให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้เปรียบ เราไม่อยากให้ติดกับดักวาทกรรมสุดโต่ง ที่พูดกันในสภาฯ วานนี้ (16 พ.ย.) หรือมี ส.ว. บางคนทำให้เราเข้าใจผิดเช่นนั้น เพียงแต่ต้องการสร้างระบบการเมืองที่ควรจะเป็น คือ 

ค. คืนศักดิ์ศรีให้กับสถาบันการเมือง ที่กำลังเสื่อมศรัทธา โดยให้เป็นสภาฯ เดี่ยว และที่มาของศาล องค์กรอิสระ ให้มีความเป็นกลาง สามารถเป็นที่พึ่งพาของประชาชน 

ว. ไว้ใจ สร้างระบบการเมืองที่ไว้ใจประชาชนให้กำหนดอนาคตตัวเอง มีอิสระเสรีภาพในการเลือกนโยบายพรรคการเมือง สามารถลงโทษพรรคการเมืองที่ไม่ทำตามนโยบายที่สัญญาไว้ มากกว่ามียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มาครอบงำ 

และ ร. ระบบกติกาที่เป็นกลาง สามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรีเป็นธรรม รวมถึงทุกรัฐบาลต้องถูกตรวจสอบโดยศาล องค์กรอิสระที่เป็นกลางจริง ตนต้องขอโทษประชาชน 135,247 คน ที่มาร่วมเดินทางกับเรา รวมถึงที่ติดตามการอภิปราย คาดหวังจะให้ร่างฯ ของเราผ่าน

“ยอมรับว่า ภารกิจเรายังไม่ได้สำเร็จ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงต้องเดินหน้าต่อไป ถ้ายังมีรัฐธรรมนูญที่มีที่มา กระบวนการเนื้อหาไม่ชอบธรรม มันไม่สามารถแก้ไขวิกฤตทางการเมืองได้ ผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้ว ตั้งแต่เลือกตั้งปี 2562 มีการแก้ไขร่างฯ มา 3 ครั้ง ผ่านฉบับเดียว คือ การแก้ไขระบบเลือกตั้ง ที่ไม่ใช่สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ นี่หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ว่า เป็นนโยบายเร่งด่วน พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคได้กล่าวไว้ว่าจะเป็นเงื่อนไขร่วมรัฐบาล หวังว่า คงไม่ใช่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญใด ๆ ก็ตาม ที่ไม่แตะ ส.ว. กลไกสืบทอดอำนาจ ก็ไม่สามารถแก้วิกฤตได้” นายพริษฐ์ กล่าว

‘ชาญวิทย์’ เผย!! นัยแห่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พร้อมยกตัวอย่างหากไทยต้องหวนกลับคืน = ? 

นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

To return to ancient Absolute Monarchy time means การต้องกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นั้น หมายถึงว่า... 

1.) กลับไปสู่ยุค ปลายสมัย ร. 5 คือ ประมาณ “การปฏิรูป” พ.ศ. 2435 ซึ่งเป็นยุคสูงสุดของพระราชอำนาจกษัตริย์ไทยเป็นครั้งแรก และเป็นการรวมอำนาจที่ศูนย์กลางที่องค์กษัตริย์อย่างไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นสมัยสุโขทัย ล้านนา อยุธยา ธนบุรี หรือต้นรัตนโกสินทร์ 

2.) แต่จะตกต่ำ เสื่อมทรามลงอย่างรวดเร็ว ในสมัย ร. 6 ที่เกิดการกบฏ/ปฏิวัติ ร.ศ. 130 หรือที่เรียกกันว่า “กบฏหมอเหล็ง” ของบรรดานายทหารหนุ่ม ๆ จากโรงเรียนนายร้อยทหารบก  

‘อนุทิน’ แจงไทยจัดหาแพกซ์โลวิด-โมลนูพิราเวียร์ ใช้เป็นยาเสริมรักษาโควิด มั่นใจ ทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชน ไม่มีช้า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประเทศไทย ไม่อยู่ใน 95 ประเทศ ที่ได้รับการถ่ายทอดสูตรการผลิตยารักษาโรคโควิด-19 แพกซ์โลวิด (Paxlovid) จากบริษัท ไฟเซอร์ ว่า การที่จะจัดว่าประเทศไหนจะได้รับสิทธิบัตรการผลิตยา ทางบริษัทฯ มีเกณฑ์การตัดสินใจอยู่แล้ว เราทำอะไรไม่ได้ แต่ให้ความมั่นใจว่า สธ. มีแผนจัดเตรียมยา เวชภัณฑ์สำหรับการป้องกันดูแลรักษาโรคโควิด-19 มีการวางแผนสำรอง เช่น วัคซีนโควิด-19 ที่เราเตรียมไว้แล้ว ขณะที่ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่เรามีอยู่ก็มีสรรพคุณดูแลรักษาผู้ติดเชื้อได้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับยาตั้งแต่เริ่มติดเชื้อแรก ๆ จะใช้เวลาการรักษาที่สั้นลง

“การที่เรามีแผนจัดหายาแพกซ์โลวิด หรือยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ก็เป็นการอะเลิร์ท (Alert) ต่อสถานการณ์โควิด-19 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเอามาเป็นยาหลัก แต่เอามาเสริมความมั่นทางยา เตรียมความพร้อมเพื่อให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาเป็นทางเลือก แต่ไม่ได้หมายความว่ายาที่เรามีอยู่ใช้ไม่ได้ เพียงแต่ยา 2 ตัวนี้เป็นอีกแนวหนึ่ง” นายอนุทิน กล่าวและว่า ขณะนี้ยาแพกซ์โลวิด ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งผู้ผลิตกำลังยื่นขอขึ้นทะเบียนกับทางสหรัฐอเมริกาอยู่เช่นกัน

'รัฐบาล' วอนม็อบรถบรรทุกเห็นใจคนใช้ถนน หลังชุมนุมทำรถติด

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อยากจะขอวิงวอนสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ที่จะจัดกิจกรรมม็อบรถบรรทุก เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 25 บาทต่อลิตร ขอให้เห็นใจประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เนื่องจากหลายเส้นทางเป็นเส้นทางสำคัญในการสัญจรของพี่น้องประชาชน อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดได้ รวมทั้งอาจเกิดผลกระทบกับชาวบ้านในแถวบริเวณที่มีการชุมนุมด้วย

“แรมโบ้” ซัด “ปิยบุตร-ไอติม” ดันร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับใต้ตาตุ่มปิยบุตร ฝันยกบ้านเมืองให้นักเลือกตั้ง สถาปนาระบอบทักษิณสายพันธ์ุใหม่ อันตรายกว่าเดิม เตือนชื่อ ปิยบุตร อย่าทรพีแผ่นดินเกิด ประชามติ 16 ล้านเสียงมาจากเสียงประชาชนอย่าดูหมิ่นดูแคลนเสียงประชาชน 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ อภิปรายในรัฐสภา กล่าวหาโจมตีนายกฯประยุทธ์ว่าเป็นไวรัสประยุทธ์ และผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ ‘ล้ม-โละ-เลิก-ล้าง’  

 นายเสกสกลเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ วัคซีนที่มารักษาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่ปล่อยให้การเมืองสามานย์กินบ้านโกงเมืองอยู่ก่อนหน้านี้ จะเห็นว่ามีคนโกงหนีคดี มีอดีตรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงเข้าคุกคดีโกงไม่รู้กี่คนต่อกี่คน รวมถึงใช้อำนาจคณะรัฐประหารจ่ายเงินค่าข้าวชาวนาที่รัฐบาลนักเลือกตั้งชักดาบชาวนาทิ้งไว้ด้วย 

"นายไอติมหลงคิดว่าตนเองวิเศษวิโส แกว่งปากหาเสี้ยน สอบตกในพื้นที่ กทม. ได้เข้าสภาก็เพราะวิ่งหาแสง อาศัยเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเข้ามาแล้วประดิษฐ์วาทกรรมกร่าง หลอกนายกฯในสภา คิดว่าโก้ ถือดีว่าเป็นนักเรียนนอก แต่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานประสบความสำเร็จอะไรเลย ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เหมือนกบในบ่อน้ำ เห็นแค่ปากบ่อ คิดว่านั่นคือแผ่นฟ้าทั้งหมดแล้ว น่าเวทนามาก” 

นายเสกสกลยังกล่าวถึงนายปิยบุตรด้วยว่า ร่างที่เสนอมา อ้างว่าฉบับประชาชน แต่ใครยกร่าง ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมแท้จริงหรอก เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับใต้ตุ่มในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนั่นเอง แต่คราวนี้เป็นใต้ตาตุ่มของนายปิยบุตร ผู้มีแนวคิดปฏิปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง และหวังล้างแค้นศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ทั้งที่ตนเองทำผิดรัฐธรรมนูญจริงๆ สู้คดีก็แพ้ ขอขนานนามว่า “ปิแยร์กิโยติน หลวงชำนาญกฎหมายพ่ายทุกคดี” 

"ที่สำคัญ ร่างแก้ไขฉบับใต้ตาตุ่มปิยบุตร มุ่งรวบอำนาจให้นักการเมือง เหลือสภาเดียว ขนาดสหรัฐ อังกฤษ ก็มีสองสภาทั้งนั้น แบบนี้ส.ส.จะใหญ่คับบ้านคับเมือง เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงแม้กระทั่งอำนาจศาลยุติธรรม  เท่ากับจะยกบ้านยกเมืองให้นักการเมือง สถาปนาระบอบทักษิณสายพันธ์ุใหม่ ร้ายแรงกว่าเก่า ไม่ต่างจากโควิดสายพันธ์ุใหม่ แถมลบล้างผลพวงรัฐประหาร นักการเมืองโกงที่ได้ผลร้ายได้อานิสงส์ ทะลุฝาโลง ลุกขึ้นมาจากหลุม สร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย การนำเสนอเช่นนี้เหมือนแบ่งงานกันทำกับขบวนการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั่นเอง”

“แรมโบ้” ซัด “หมอชลน่าน” ไม่ควรนำเรื่องร่าง รธน.ฉบับประชาชนมาขู่เอาม็อบลงถนน หากไม่ผ่านจะเกิดวิกฤตการเมือง ผ่านหรือไม่ม็อบก็ออกมาเคลื่อนไหวอยู่ดี เพราะเพื่อไทยชอบสู้บนท้องถนนเหมือนปี 52และปี53

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน ลักษณะข่มขู่สภาฯ หากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ วิกฤตการเมืองเกิดแน่ โดยระบุว่าหากร่างรัฐธรรมนูญเป็นร่างที่มีเนื้อหาสาระที่ดี หมอชลน่านก็ไม่ควรวิตกกังวลว่าจะผ่านหรือไม่  อีกทั้งสมาชิกรัฐสภาฯทราบดีว่าควรที่จะพิจารณาอย่างไร ดังนั้นหมอชลน่านก็ไม่ควรที่จะนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอภิปรายเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของม็อบกลุ่มต่างๆในลักษณะของการข่มขู่ว่าหากร่างไม่ผ่านจะเกิดวิกฤตทางการเมือง

นายเสกสกล ยังมองว่าไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจะผ่านหรือไม่ กลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ หรือม็อบ 3 กีบ ก็ไม่เลิกการเคลื่อนไหวสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างแน่นอน นอกจากนี้หมอชลน่านยังไม่ควรยกตัวอย่างการชุมนุมวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ชุมนุมถูกยิง 3 คน ลักษณะเช่นนี้เหมือนกับรัฐธรรมนูญรับรองว่าทำได้ แต่หมอชลน่านควรดูข้อเท็จจริงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีพฤติกรรมอย่างไร สร้างความเดือดร้อน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่เช่นเดียวกัน

และหากหมอชลน่านไม่อยากให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุม ขอแค่บอกไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหว สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนก็เพียงพอแล้ว เพราะหากแก้รัฐธรรมนูญแล้วก็ไม่ช่วยให้ม็อบเลิกสร้างความเดือดร้อน

"พรรคเพื่อไทยเคยสนับสนับสนุนกลุ่มนปช.ลงถนนมา เลยเคยชินกับการลงถนนไม่คิดยึดมั่นในระบบรัฐสภา คำก็ลงถนน สองคำก็ลงถนน จึงทำให้รู้ว่าอีแอบที่ส่งคนลงถนนคือพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่

"อย่าบิดเบือนอำนาจสว. กล่าวหาแบบเป็นเท็จ เพราะหากคนที่พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นนายกฯไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่สามารถจะเสนอชื่อให้สว.พิจารณาได้อยู่แล้วมิใช่หรือ ไม่ว่าจะเป็นใครบรรดาสว.ก็คงจะฟังเสียงประชาชน ถ้าประชาชนเลือกพรรคไหนมาเป็นอันดับหนึ่งมาเป็นแกนนำเพื่อจัดตั้งรัฐบาล และพรรคนั้นๆเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ สว.ก็คงลงมติเลือกนายกฯจากพรรคนั้น สว.มิอาจ กล้าปฎิเสธความต้องการของประชาชนที่พรรคชนะอันดับหนึ่งได้รับฉันทานุมัติจากเสียงของประชาชนผ่านสนามเลือกตั้งมา 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top