Thursday, 11 June 2026
POLITICS NEWS

“นายกฯ”เชิญชวนปชช.บริโภคผลไม้ตามฤดูกาล อุดหนุนเกษตรกร-สร้างภูมิคุ้มกันธรรมชาติ ด้าน “โฆษกรัฐบาล” เผย ยอดใช้จ่ายรัฐ เกือบ 5.4 หมื่นล้านบาท ด้าน ก.คลัง เร่งสรุป 2.6 ล้านสิทธิ ที่ถูกตัดสิทธิโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้า มาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐปี 2565 จำนวน 3 โครงการ ที่เปิดให้ใช้จ่ายไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง ระยะ 4 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะ 4 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 ที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินสนับสนุนในการช่วยลดภาระการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของประชาชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ พบว่าถึงวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ใช้สิทธิสะสม รวม 40.72 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม รวม 53,889.99 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคนละครึ่งฯมีผู้ใช้สิทธิสะสม 26.23 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 49,420.9 ล้านบาท เป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 25,104.7 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 24,316.2 ล้านบาท ด้านโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.28 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 4,116.12 ล้านบาท และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.21 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 352.97 ล้านบาท

นายธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีนโยบายขับเคลื่อนทุกกลไกเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในยุคที่ต้องเผชิญกับผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 โดยรัฐบาลมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐ เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายประจำวันของประชาชน เป็นการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ มีผู้ประกอบการบริการร้านค้า ร้านธงฟ้า OTOP กิจการขนส่งสาธารณะ ร่วมโครงการจำนวนมาก ซึ่งประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อย ที่ลงทะเบียนไว้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งนี้หลังจากให้สแกนใช้จ่ายสิทธิภายในวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา มีผู้ไม่ใช้สิทธิตามวันที่กำหนด ถูกตัดสิทธิจำนวน 2.6 ล้านสิทธิ ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทาง ในระดับนโยบายว่าจะดำเนินการกับสิทธิที่เหลืออย่างไรต่อไป

 

'เท่าพิภพ' สุดทน!! จี้ 'อัศวิน' ลาออกผู้ว่า กทม. ปูดถลุงงบกลาง-สร้างความนิยม ไม่สมชื่ออัศวินนักรบ

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2565 เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 22 บางกอกใหญ่ ธนบุรี คลองสาน พรรคก้าวไกล กล่าวแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจส่วนตัว ถึงกรณีที่ตนได้รับร้องเรียนจากประชาชนและเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ที่ให้เบาะแสถึงพฤติกรรมการใช้งบประมาณของพลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่างน่าสงสัยเพื่อเอื้อแก่การสร้างฐานนิยมให้ตนเองหรือไม่นั้น 

เท่าพิภพ กล่าวว่า พฤติกรรมการใช้งบประมาณของผู้ว่าอัศวิน ส่อไปในทางที่สงสัยได้ว่าเป็นไปเพื่อการสร้างความนิยมส่วนตัว โดยมีการให้งบประมาณไปกับโครงการในลักษณะที่ตัวเนื้อหาโครงการที่ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า ไม่มีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มเป้าหมายในการใช้งบประมาณเฉพาะเจาะจงไปยังหัวคะแนนเพื่อสร้างฐานเสียงทางการเมืองของตัวเอง

"หลายโครงการที่มีชื่อหรูหราและดูดีแต่ข้างในเน่าเฟะ อย่างโครงการ งบช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิดหัวละ 5,000 บาท ซึ่งตั้งงบประมาณไว้คือเขตละ 200 คน รวมทั้งสิ้น 50 เขต รวม 50 ล้านบาท โครงการอ้างว่าจะช่วยให้เป็นเงินให้เปล่าเพื่อช่วยเหลือให้ไปประกอบธุรกิจ โดยให้ประชาชนทั่วไปเขียนโครงการมาคัดเลือก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั้น การประชาสัมพันธ์โครงการทำด้วยวิธีการเลือกประธานชุมชนไปประชุมที่เขตเพื่อรับทราบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจำกัดวงของผู้เข้าร่วมมากๆ ประธานชุมชนคนไหนดีก็จะมาแจ้งลูกบ้าน ประธานชุมชนที่ไหนเน้นผลประโยชน์ส่วนตนก็จะเก็บข่าวไว้กับพวกตัวเอง โครงการเหล่านี้พอยื่นไปแล้วยังพบว่ามีความไม่ยุติธรรมในการคัดเลือกจัดสรร ผู้ที่ได้รับเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเป็น 'เครือข่ายของที่ปรึกษา' ผู้ว่าอัศวิน ซึ่งคนกรุงเทพฯ ทั่วไปก็จะรู้ว่าคนเหล่านี้คือว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ทีม #รักษ์กรุงเทพ ของผู้ว่าอัศวิน"

'พรรคกล้า' เปิดตัว 'โอฬาร ตั้งวงศ์กิจ' ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ชัยนาท ชูนโยบายใช้ AI วิเคราะห์การผันน้ำเพื่อ ศก. - ก.เกษตร

5 มีนาคม 2565 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เปิดตัวนายโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ เป็นผู้เสนอตัวสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ชัยนาท โดยนายโอฬารเป็นนักกีฬาบีชเทนนิสทีมชาติไทยชาวชัยนาท เพิ่งได้แชมป์คู่ผสม Beach Tennis Championships 2022 และเป็นผู้บริหารบริษัทบ้านไทยโฮม ทำธุรกิจบ้านน็อกดาวน์ สั่งสมประสบการณ์การสร้างบ้านมากกว่า 1,000 หลัง จนก้าวมาสู่โหมดอายุน้อยร้อยล้าน และโมเดลธุรกิจของนายโอฬารสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านจังหวัดชัยนาทมากมาย 

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า จากเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ ที่ได้ความมีวินัย ความอดทนและมุ่งมั่นจากพื้นฐานของความเป็นนักกีฬาทีมชาติ จึงมั่นใจว่าผู้สมัครจาก ชัยนาทคนนี้เป็นเพชรชั้นดี เป็นอีกหนึ่งคนมีของที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชัยนาท รวมถึงช่วยตนดูแลเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องในภาคกลางได้อย่างแน่นอน 

ศาลพิพากษายืนจำคุก 'วัฒนา เมืองสุข' 50 ปี ปิดฉากคดีทุจริต ‘บ้านเอื้ออาทร’

ปิดฉากคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร ปิดฉากเส้นทางการเมือง วัฒนา เมืองสุข หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 99 ปี ส่งเข้าเรือนจำทันที

คำพิพากษาในครั้งนี้ถือเป็นที่สุด เพราะเป็นการตัดสินหลัง นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยื่นอุทธรณ์ จากการพิพากษาครั้งแรกให้จำคุก 99 ปี กรณีทุจริตเรียกรับสินบนจากบริษัท พาสทิญ่า จำกัด ผู้รับเหมาโครงการบ้านเอื้ออาทร ผ่านบริษัทและลูกจ้างบริษัท เพรซิเด้นท์เทรดดิ้ง จำกัด จำนวนเงิน 82.6 ล้านบาท มีฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ, ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น 11 กระทง กระทงละ 9 ปี แต่คงจำคุกจริง 50 ปี ส่วนพวกอีก 13 คน ถูกตัดสินจำคุกตามลำดับโทษที่แตกต่างกัน ในคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร อาทิ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักโทษในคดีทุจริตจำนำข้าว ก็มีเอี่ยวในการทุจริตครั้งนี้ด้วย รับโทษจำคุก 66 ปี แต่จำคุกจริง 50 ปี ส่วนนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง จำคุก 4 ปี

ศาลปกครองสูงสุด รับคำร้อง คมนาคม -รฟท. สั่งรื้อคดี ค่าโง่โฮปเวลล์ พิจารณาใหม่อีกครั้ง

4 มี.ค. 65 ศาลปกครองสูงสุดโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งในคดีคำร้องที่ 394-396/2564 ระหว่าง กระทรวงคมนาคม ผู้ร้องที่ 1 และ การรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้ร้องที่ 2 กับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้คัดค้าน อันเป็นคดีที่กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย อุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ไว้พิจารณา โดยอ้างว่า การนับระยะเวลาหรืออายุความในการยื่นข้อเรียกร้องของบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ต่ออนุญาโตตุลาการในคดีนี้ ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด รู้หรือควรรู้เหตุแห่งการฟ้องคดี คือ ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นวันที่หนังสือบอกเลิกสัญญาของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ไปถึงบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด มิใช่นับตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2544 อันเป็นวันที่ศาลปกครองเปิดทำการ ซึ่งกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย เห็นว่า ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่กล่าวอ้างเข้าหลักเกณฑ์และองค์ประกอบการพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 75 (1) (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. 2542

กรณีในคดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดง ที่ อ. 221-223/2562 ให้ยกคำร้องของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการและบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ให้กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าตอบแทนตามสัญญาสัมปทาน จำนวน 2,850,000,000 บาท คืนหนังสือค้ำประกัน และค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน จำนวน 38,479,800 บาท กับเงินที่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ใช้ในการก่อสร้างโครงการ จำนวน 9,000,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย แก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด

ศาลปกครองสูงสุดโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้ว่าที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดเคยมีมติในคราวประชุมใหญ่ ครั้งที่ 18/2545 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ว่า “ในกรณีที่เหตุแห่งการฟ้องคดีเกิดขึ้นก่อนศาลปกครองเปิดทำการ แต่ผู้ฟ้องคดีมิได้นำคดีไปฟ้องต่อศาลยุติธรรมซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาในขณะนั้น ต่อมา หลังจากที่ศาลปกครองเปิดทำการ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2544 แล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง โดยขณะที่ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง อายุความฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมยังไม่ครบกำหนด แต่การนำคดีดังกล่าวมาฟ้องต่อศาลปกครองนั้น จะเป็นการฟ้องคดีปกครองเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 มาตรา 50 หรือมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แล้วแต่กรณี ในกรณีเช่นนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้เริ่มนับระยะเวลาการฟ้องคดีตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2544 

ซึ่งเป็นวันที่ศาลปกครองเปิดทำการเป็นต้นไป” ก็ตาม และต่อมา ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาคดีนี้ โดยวินิจฉัยว่า บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด รู้ว่ามีข้อพิพาทเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2541 อันเป็นวันที่ได้รับหนังสือแจ้งบอกเลิกสัญญาจากกระทรวงคมนาคม เมื่อสัญญาระหว่างคู่พิพาทไม่ได้กำหนดเรื่องระยะเวลาการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการไว้โดยเฉพาะ การเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ จึงกระทำได้ภายในอายุความการฟ้องคดีต่อศาล เมื่อข้อพิพาทได้เกิดขึ้นก่อนที่ศาลปกครองเปิดทำการ การนับอายุความการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง จึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือ วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2544 เมื่อบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 อันเป็นการยื่นภายในกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญา ข้อพิพาทนี้จึงเป็นข้อพิพาทที่เสนอต่อคณะอนุญาโตตุลาการภายในระยะเวลาโดยชอบแล้ว

จากคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว เห็นได้ว่า เป็นกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาโดยอาศัยข้อกฎหมายกรณีการเริ่มนับระยะเวลาการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ โดยไม่ได้เริ่มนับระยะเวลาการฟ้องคดีตั้งแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2544 แม้ว่าคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวจะไม่ได้ระบุถึงมติที่ประชุมใหญ่ฯ ดังกล่าวโดยตรง แต่ก็เริ่มนับระยะเวลาการฟ้องคดีตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการตามที่กำหนดในมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545

ต่อมา ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่า มติของที่ประชุมใหญ่ฯ ดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ฯ เกี่ยวกับการเริ่มนับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครองดังกล่าว ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และโดยที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 211 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 

“เสกสกล” ถกคกก.เฉพาะกิจฯ สางหวยแพง เผย ตร.เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ ลั่น เอาผิดผู้ค้ารายใหญ่-นายทุน เอี่ยวขายเกินราคา

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล  อัตาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะทำงานเฉพาะกิจตรวจสอบผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด ในสลากกินแบ่งรัฐบาล ครั้งที่1/2565 เป็นประธานประชุมคณะกรรมการฯ มีพล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผบ.ตร.ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวแทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้าร่วม เป็นต้น ใช้เวลากว่า

นายเสกสกล กล่าวว่า กรรมการชุดนี้ เหมือนจับกุมโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับสำนักงานสลากฯจะเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่และดำเนินการกับผู้ขายสลากเกินราคา ซึ่งจะเน้นที่ผู้ขายรายใหญ่ ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ จะนทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำ ว่าให้ดำเนินการไม่ว่าจะเป็น ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว หรืออดีตนักการเมือง นายทุนที่เกี่ยวกับนักการเมือง หากพบเข้าไปเกี่ยวข้องกับการขายเกินราคา ต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด  สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ฝ่าฝืน คงไม่สามารถบอกก่อนล่วงหน้า เนื่องจากคนที่กระทำผิดจะทราบและรู้ตัวก่อน

จากนั้นนายเสกสกล ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ว่า คณะทำงานฯได้เร่งรัดการทำงานอย่างจริงจังและจะแก้ไขให้ตรงจุด  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยที่ประชุมมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงฯ  ซึ่งชุดปฏิบัติการแต่ละพื้นที่ จะดำเนินการทันทีที่ได้รับข้อมูลจากสำนักงานสลากฯ เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย และมีมาตรการลงโทษอย่างจริงจัง

 

“บิ๊กป้อม” หารือคกก.อวกาศ ย้ำ เร่งแผนแม่บทอวกาศ-กฎหมาย เพื่อประโยชน์ปชช.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายกิจการอวกาศแห่งชาติ ครั้งที่ 1/65 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ จากมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

โดยที่ประชุมรับทราบการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ จำนวน 9 คน และรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานตามแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สิน ภายหลังสิ้นสุดสัญญาการดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ เมื่อ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา และรับความคืบหน้าการจัดทำ(ร่าง)แผนแม่บทอวกาศแห่งชาติ พ.ศ.2566 - 2580 ที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น 6 กลุ่ม รวม 65 หน่วยงาน และการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันในเรื่อง New Space Economy และรับทราบความคืบหน้าการจัดทำ(ร่าง)พระราชบัญญัติกิจการอวกาศ พ.ศ… ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจหลักการด้านกฎหมาย  

นอกจากนั้นรับทราบโครงการศึกษาทิศทาง รูปแบบการให้บริการดาวเทียมในอนาคตและแนวทางกำกับดูแลการให้บริการดาวเทียมในประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมผลการศึกษาจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และการจัดประชุมเชิงวิชาการเพื่อเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ทิศทางอุตสาหกรรม รูปแบบการให้บริการ รวมทั้งแนวนโยบายและการกำกับดูแล

ทั้งนี้ที่ประชุมรับทราบนโยบายการดำเนินงานดาวเทียมแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง โดยแยกประเภทดาวเทียม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน โดยแยกเป็นดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ดาวเทียมระบุพิกัด ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาดาวเทียมเพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ และทบทวนคำสั่งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ เพื่อพัฒนากิจการอวกาศและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศให้มีประสิทธิภาพ เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง

 

เพื่อไทย จี้ รบ. เร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร หยุดเอาเปรียบชาวนา ฉวยงบประเทศ หาเสียงล่วงหน้า

นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย และคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎรเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างจริงใจ ไม่ควรทำเพียงเพื่อที่จะได้ใช้งบประมาณแผ่นดินหาเสียงล่วงหน้าช่วงปลายอายุขัยรัฐบาล โดยระบุว่า รัฐบาลต้องจริงใจกับเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตร ไม่ควรหวังเพียงใช้งบประมาณประเทศเพื่อปูฐานทางการเมืองในอนาคต การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบกลาง วงเงิน 2,000 ล้านบาท จากเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรไปนั้น จะต้องมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือเกษตรอย่างแท้จริง เพราะเรื่องหนี้สินเกษตรกรนั้นเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ทำให้พี่น้องเกษตรกรหลายล้านคนต้องตกอยู่ในวังวนหนี้สิน ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลก็ไม่เคยให้ความสำคัญแก้ไขปัญหาในส่วนนี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สารภาพเองว่าไม่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกร เห็นได้จากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตั้งแต่ปี 2563-2565 กองทุนฯ ไม่เคยได้รับการจัดสรรงบสนับสนุนจากรัฐบาลแต่อย่างใด จึงทำให้กองทุนฯ มีงบประมาณไม่เพียงพอในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินพี่น้องเกษตรกร

“จุรินทร์ ”เปิดตัว 4 ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง ลั่นได้เพชรน้ำดีที่มีความพร้อมทำหน้าที่

ที่จ.สมุทรสาครนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรค นายกุลวัชร หงษ์คู อดีตนายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร  เดินทางไปพบปะสมาชิกพรรคในการประชุมใหญ่สามัญ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 และ 2 จ.สมุทรสาคร  ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกรอต้อนรับและขอถ่ายภาพร่วมกันเป็นจำนวนมาก โดยได้ให้กำลังใจและสนับสนุนนายจุรินทร์ ให้ได้เป็นนายกฯ คนต่อไปและสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า

โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จ.สมุทรสาคร มีเขตเลือกตั้ง 3 เขต และเนื่องจากมีการแก้รัฐธรรมนูญ ปรับมาเป็น ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งหน้าจึงทำให้จ.สมุทรสาคร มีแนวโน้มที่จะเพิ่มเขตเลือกตั้งเป็น 4 เขต เนื่องจากมีประชากรเพิ่มขึ้น ดังนั้นการจัดประชุมตัวแทนเขต จึงมีความสำคัญ หากไม่มีตัวแทนเขต หรือตัวแทนจังหวัดจะทำให้พรรคไม่สามารถส่งผู้สมัครได้ แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ขณะนี้มีผู้เสนอตัวแล้วอย่างน้อย 4 คน ประกอบด้วย นายนิติรัฐ สุนทรวร อดีต ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ,นายชวพล วัฒนพรมงคล  นักการเมืองรุ่นใหม่  เป็นรองนายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร เป็นรองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ,นายภูดิส แก้วตระกูลโชติ  วิศวกรหนุ่ม อดีตรองนายก อบต.ท่าทราย  และนายธนวัฒน์ ทองโต  (สจ.ช้าง) ทนายความ  พร้อมกับขอให้พี่น้องชาวประชาธิปัตย์ได้ช่วยกันสนับสนุนให้ได้มีโอกาสทำหน้าที่ต่อไป 

ทั้งนี้นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการสู้ศึกการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นว่า การที่พรรคมีการเตรียมเรื่องตัวว่าที่ผู้สมัครหรือผู้สนใจลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคสำหรับในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ต้องถือว่าเป็นความพร้อมส่วนหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นเรื่องการเตรียมตัวบุคคล ส่วนเรื่องนโยบายและเรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องที่ส่วนกลางจะเป็นผู้ดำเนินการ และได้มีการเตรียมการสำหรับนำเสนอไว้แล้ว รวมไปถึงการเตรียมนโยบายระดับภาคด้วย สำหรับจ.สมุทรสาครอย่างน้อย 4 ท่านนี้ ถือว่าเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ พร้อมที่จะเป็นผู้แทนราษฎร เพราะมีทั้งที่เป็นอดีต ส.ส., อดีต ส.จ. นักการเมืองท้องถิ่น, อดีตรองนายกฯ อบต. และทุกคนจบการศึกษาดี ทั้งทนายความ วิศวกร การที่พรรคเตรียมวางตัวไว้ถึง 4 คน หากจ.สมุทรสาครมี 4 เขต ก็ถือว่าขณะนี้พรรคมีความพร้อมที่จะเสนอตัวกับพี่น้องชาวสมุทรสาครเป็นอย่างดี

“นายกฯ” ขอ ปชช.มั่นใจ รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19  OPD case ภายใต้ขยายบริการ "เจอ แจก จบ"  รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่เพิ่มขึ้นอย่างทั่วถึง  

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)สายพันธุ์โอมิครอน ในประเทศไทยและต่างประเทศ แม้จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นแต่อาการรุนแรงน้อยกว่าการระบาดก่อนหน้า ขณะนี้อัตราผู้เสียชีวิตในรอบ 7 วัน ของประเทศไทย มีอัตราต่ำกว่าหลายประเทศ ขณะที่การใช้เตียงในโรงพยาบาลร้อยละ 57  

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯขอให้ประชาชนมั่นใจ ว่ารัฐบาลปรับการดูแลรักษาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภายใต้โครงการการขยายบริการ เจอ แจก จบเพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว หรือที่อาการไม่รุนแรงมาก อย่างทั่วถึง เมื่อเข้าสู่ระบบผู้ป่วยนอก ทุกคนจะถูกบันทึกเข้าไปอยู่ระบบบริการ จะได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top