Thursday, 11 June 2026
POLITICS NEWS

 “นายกฯ” สั่งการผู้ว่า กทม. เร่งแก้ไขการเปิดระบบรับผู้ป่วยนอก “เจอ แจก จบ” ใน รพ.-ศูนย์บริการสาธารณสุข สังกัด กทม. ให้รองรับผู้ป่วยอย่างเต็มขีดความสามารถ  

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 รูปแบบใหม่คือ ให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอก เจอ แจก จบ ดูแลผู้ป่วยสีเขียว ผู้ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 มี.ค.65 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้พบว่า มีผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ยังไม่สามารถเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก “เจอ แจก จบ” ได้ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เร่งแก้ไขการเปิดระบบรับผู้ป่วยในส่วนของโรงพยาบาลสังกัด กทม. และศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง สังกัด กทม. ให้สามารถรับผู้ป่วยนอกแบบ “เจอ แจก จบ” ได้จำนวนมากขึ้นอย่างเต็มขีดความสามารถ  

“รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อโควิดแบบไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย และไม่มีภาวะปัจจัยเสี่ยง สามารถรักษาแบบ OPD และแยกกักตัวเองที่บ้านได้ โดยระบบการดูแลรักษาจะมีการติดตามประเมินอาการ 48 ชั่วโมงหากอาการดีขึ้นทุกอย่าง ก็จะให้ผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้านต่อจนครบกำหนดระยะเวลากักตัว แต่หากมีอาการเปลี่ยนแปลงสามารถติดต่อกลับได้ทุกเวลา ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบรักษา ‘เจอ แจก จบ’ เป็นการดูแลผู้ป่วยสีเขียวที่มีประสิทธิภาพ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว  

'ศรีสุวรรณ' บุก ป.ป.ช. นำคำพิพากษาศาลปกครองกลาง เป็นหลักฐานไต่สวน - ชี้มูลความผิด ผู้ว่า รฟม. กับพวก ปม แก้ TOR สายสีส้ม

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มายัง ป.ป.ช. เพื่อนำคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง มาให้ ป.ป.ช.ใช้ประกอบการดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดและหรือลงโทษผู้ว่า รฟม.และคณะกรรมการตาม ม.36 ตามพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2561 ฐานทุจริตต่อหน้าที่หลังใช้อำนาจเปลี่ยนแปลงทีโออาร์รถไฟฟ้าสายสีส้ม

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เคยยื่นเรื่องร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) พิจารณารับกรณีกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิดทางอาญาของคณะกรรมการคัดเลือกตาม ม.36 แห่งพรบ.ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2562 และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในโครงการการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเอกสารประกวดราคาใหม่ (TOR) หลังจากที่มีการขายซองประกวดราคาไปแล้วอันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งน่าเชื่อว่าจะมีการกีดกันการเสนอราคา (ฮั้วประมูล) อันอาจเป็นความผิดตามพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 เป็นคดีพิเศษ ตาม ม.21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพรบ.การสอบสวนคดีพิเศษ 2547

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า แต่การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคัดเลือกตาม ม.36 และผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ม.1 (16) ประกอบพรบ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ 2502 ม.3 ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และความผิดตามพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 ม.11 และ ม.12 ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในการไต่สวนและวินิจฉัย ตามพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ 2561 ม. 4 และ ม.172 ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 ม.14 วรรคสอง (1) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) จึงส่งสำนวนทั้งหมดกว่า 1,940 หน้า มาให้ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการต่อไปเมื่อเมษายน 2564 ที่ผ่านมา

"บิ๊กตู่" ห่วงราคาน้ำมันปรับตัวสูงรายวัน “วอน”ช่วยกันประหยัด ใช้รถส่วนตัวเท่าที่จำเป็น วอนติดตามสถานการณ์ทั่วโลกถึงผลกระทบด้วย

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 7 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นรายวันว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อมรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกข้างนอกกันเสียบ้าง ดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น และมีผลกระทบกับประเทศไทยอย่างไร กลุ่มของเราตัวของเรา ประชาชนแต่ละกลุ่มจะเดือดร้อนอย่างไรบ้าง รัฐบาลพยายามนำสิ่งเหล่านี้มาคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด แต่จะให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือทำให้ทุกคนพอใจมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

แต่เราจะทำให้ทุกคนสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุดในเกณฑ์ที่รัฐบาลสามารถรองรับได้และงบประมาณที่มีอยู่ รวมทั้งตัวบทกฎหมายอีกหลายฉบับ วันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับราคาของพลังงานที่ขึ้นทุกวันทุกคนเห็นตัวเลขอยู่แล้ว รัฐบาลต้องหามาตรการที่เหมาะสม แต่จะดูแลได้ถึงเมื่อไหร่ก็ต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง ถ้ามันยืดยาวออกไปก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง ก็ต้องช่วยรัฐบาลบ้าง ช่วยประเทศชาติกันบ้าง

‘กรณ์’ ชวนคนไทยอย่าเสียเวลาเชียร์ใครในสงครามยูเครน-รัสเซีย เพราะไม่เป็นประโยชน์อันใดต่อประเทศ ชี้!! ควรแนะรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจะดีกว่า

ไม่นานมานี้ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก โดยระบุว่า... 

เช้านี้ราคาน้ำมันตลาดโลกกระโดดขึ้น 10% ส่วนเมื่อวานทางประธานาธิบดีปูติน ‘แนะนำ’ ให้งดการส่งออกวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยเคมี ซึ่งนอกจากเป็นผู้ผลิต Potash รายใหญ่แล้ว รัสเซียมีสัดส่วนตลาดการส่งออก Urea และ Ammonia ที่สูงมาก (15% และ 20%)  ปุ๋ยเคมีนอกจากจะราคาสูงขึ้นไปอีก (หลังจากที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วงปีที่ผ่านมา) แต่มีแนวโน้มที่จะขาดตลาดได้ 

‘เทพไท’ หนุนแนวคิด ‘อานันท์’ รัฐประหาร ไม่ใช่คำตอบ แซะ!! ‘คมช.-คสช.’ เสียของ คว่ำระบบทักษิณไม่ได้อยู่ดี

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เห็นด้วยกับคำให้สัมภาษณ์ของนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า รัฐประหารไม่ใช่คำตอบ เพราะไม่ได้ช่วยให้ประเทศพัฒนาขึ้น รัฐประหารมีแต่ทำให้เลวลง การบริหารล้มเหลว เกิดการคอร์รัปชัน ทรัพยากรกระจุกอยู่กับคนชั้นบน เป็นความเห็นที่น่ารับฟังเป็นอย่างมาก ซึ่งนายอานันท์ เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 ครั้ง ที่มาจากการรัฐประหารและวิกฤตทางการเมือง ย่อมเข้าใจการเมืองจากการรัฐประหารได้เป็นอย่างดี การออกมาแสดงความเห็นในลักษณะเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า เป็นการพูดอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะผู้มีประสบการณ์จากการเป็นนายกรัฐมนตรีในภาวะวิกฤติถึง 2 ครั้ง จึงเชื่อได้ว่าการรัฐประหารไม่ใช่คำตอบของประเทศจริงๆ

นายเทพไท ระบุว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และเผด็จการทุกรูปแบบมาโดยตลอด ในช่วงชีวิตเป็นนักการเมือง ก็พบกับเหตุการณ์ของการก่อการรัฐประหาร 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่มีการยึดอำนาจโดยคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. และวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ซึ่งเป็นความล้มเหลวและเสียของทั้ง 2 ครั้ง หลังการรัฐประหารโดย คมช. มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศเพียง 1 ปี ก็คืนอำนาจให้กับประชาชน จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้น ผลของการเลือกตั้งก็ไม่สามารถเอาชนะฝ่ายระบอบทักษิณได้ 

‘พิชัย’ ร่ายยาวซัด ‘บิ๊กตู่’ มั่วแก้ปัญหา ศก. แนะให้ไปอ่านที่เคยเตือน 4 สัญญาณอันตราย

รองประธานยุทธศาสตร์ด้าน ศก. พรรคเพื่อไทย ซัด ประยุทธ์ ขาดความรู้เศรษฐกิจ แนะรับมือ 4 สัญญาณอันตราย ซัดซีกรัฐบาลขัดแย้งสูง ซักฟอกรอดยาก

7 มี.ค. 65 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ว่า ได้เตือนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ถึงปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ต่ำและจะไม่ได้เป็นไปตามที่รัฐบาลขายฝัน แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับไม่ฟัง ยังกล้าบอกว่าพอใจทั้งที่ล้มเหลวกับเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ทั้งที่ขยายได้ต่ำมากเพียง 1.6% จากที่ทรุดหนักติดลบตกลงมา -6.2% ในปี 2563 แถมยังอ้างว่าเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งเพราะมีทุนสำรองระหว่างประเทศมาก ทั้งที่ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยสูงมาตั้งแต่ก่อนพลเอกประยุทธ์เข้ามาแล้ว แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถทำเศรษฐกิจไทยให้ดีได้

“การอ้างมั่วลักษณะนี้แสดงถึงการขาดความรู้ความเข้าใจในสภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริง และน่าเป็นห่วงว่าอาจจะเป็นความพยายามที่จะให้ข้อมูลที่บิดเบือนกับประชาชนแต่กลับหลงเชื่อเอง ถึงขนาดที่กล้านำโพลที่ไม่น่าเชื่อถือมาอ้างมั่วเพื่ออวยตนเองว่าประชาชนพอใจทั้งที่คนกำลังลำบากกันอย่างมาก ซึ่งจะทำให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ และจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้มากขึ้นเพราะความไม่รู้“

รองปธ.ยุทธศาสตร์ ด้านศก. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ได้กลับไปทบทวนและศึกษา 4 สัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจนี้ ที่ตนได้เคยเตือนไว้แล้ว และได้ขยายผลรุนแรงและรวดเร็วในเวลาไม่นาน และจะมีผลกระทบรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากไม่มีแนวทางที่เหมาะสมในการรับมือ ดังนี้ 

1.) ราคาน้ำมันได้พุ่งขึ้นทะลุ 130$ ต่อบาร์เรล และยังมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นอีก จากสถานการณ์สงครามรัสเซียยูเครน ตามที่ตนได้เตือนมาตลอด แต่นายสุพัฒนพงษ์ รองนายกฯ และ รมว. พลังงาน ทั้งที่เคยทำงานบริษัทพลังงานกลับบอกว่าราคาจะไม่ขึ้นไปกว่านี้ ตอนที่ราคาอยู่ที่ 80$ -90$ ต่อบาร์เรล จึงไม่ได้มีการเตรียมการรับมือ ซึ่งราคาน้ำมันที่สูงจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า และ ค่าใช้จ่ายของประชาชนอย่างมาก เพราะน้ำมันเป็นต้นทุนของสินค้าแทบทุกชนิด ดังนั้น พลเอกประยุทธ์จะมีแนวทางรับมือกับราคาน้ำมันที่จะเพิ่มขึ้นไปอีกอย่างไร

2.) ราคาสินค้าพุ่งขึ้นสูง เงินเฟ้อในเดือนกุมภาพันธ์พุ่งขึ้นถึง 5.28% หลังจากที่เงินเฟ้อเดือนมกราคมขึ้นไป 3.23% และยังมีแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะสูงเพิ่มขึ้นอีกตามที่ตนได้เตือนไว้แต่แรกแล้วว่าเงินเฟ้อของไทยเพิ่งจะเริ่มต้น (ปีที่แล้วประเทศไทยมีอัตราเงินเฟ้อทั้งปีเพียง 1.23%) อัตราเงินเฟ้อของไทยที่สูงขึ้นมาก สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และ ภาวะเงินเฟ้อของไทยจะขึ้นไปตามอัตราเงินเฟ้อของโลกที่สูงขึ้นมากตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจเล็กและเป็นเศรษฐกิจเปิดจึงหลีกเลี่ยงภาวะเงินเฟ้อจากต่างประเทศได้ยาก แต่คนไทยรายได้ไม่ได้เพิ่มแถมยังลดลงเพราะเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น ไม่เหมือนคนในต่างประเทศส่วนใหญ่ที่เศรษฐกิจประเทศเขาฟื้นแล้ว พลเอกประยุทธ์จะรับมือกับราคาสินค้าที่แพงแม้กระทั่งไข่ก็ราคาพุ่งอย่างไร เพื่อไม่ให้คนไทยลำบากไปมากกว่านี้

3.) อัตราดอกเบี้ยกำลังจะปรับเพิ่มขึ้น จากล่าสุดที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่าการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะเป็นไปตามกำหนดการเดิมคือน่าจะขึ้น 0.5% ภายในเดือนนี้ และน่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกหลายหนภายในปีนี้ ซึ่งประเทศไทยอาจต้องถูกบังคับให้ขึ้นดอกเบี้ยตาม มิเช่นนั้นเงินทุนต่างประเทศอาจจะไหลออกได้ แล้วพลเอกประยุทธ์จะรับมือกับเรื่องดอกเบี้ยที่จะขึ้นนี้ได้อย่างไร ในขณะที่แนวโน้มของหนี้เสียทั้งในภาคธุรกิจและในภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นอีกมาก

“ประวิตร” ถก แก้ปัญหา "สมัชชาคนจน" สั่ง ให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว ยัน รัฐบาลจริงใจช่วยทุกกลุ่ม 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ครั้งที่ 1/ 2565 ผ่านระบบ VDO CONFERENCE 

โดยที่ประชุมเห็นชอบ แต่งตั้งให้ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการประสานงาน เร่งรัด ติดตามการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน และเห็นชอบการออกโฉนดที่ดิน กรณี พ.ร.ฎ.กำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน ทับที่ทำกินของราษฎร อ.ปากน้ำโพ ,อ.พยุหคีรี และ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ เห็นชอบจัดหาที่ดินโครงการอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร จ.ชัยภูมิ เห็นชอบให้จ่ายค่าชดเชย กรณีโรงเรียนหนองขุนศรีวิทยา จ.สุรินทร์ ก่อสร้างทับที่ดินราษฎร เห็นชอบให้จัดหาที่ดินทำกินให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนพื้นป่า กรณีป่าสงวนแห่งชาติ ดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์  รวมทั้งเห็นชอบให้สมาชิกสมัชชาคนจน สามารถตัดโค่นไม้ยางพาราที่หมดสภาพ เพื่อปลูกใหม่ และเข้าถึงสิทธิกองทุนสงเคราะห์สวนยางพาราได้ในพื้นที่ จ.ตรังจ.พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช

“ทอ.“เผยความก้าวหน้าโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน (ครั้งที่ 1)

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.ต.ประภาส  สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่าตามที่กองทัพอากาศได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและจัดทำความต้องการเครื่องบินขับไล่โจมตี โดยมี รองผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน มีผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศและเสนาธิการทหารอากาศ เป็นรองประธาน เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2565 คณะกรรมการฯ ได้จัดการประชุมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาภารกิจตามกฎหมาย ยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลและได้กำหนดความต้องการเครื่องบินขับไล่โจมตีที่มีคุณภาพ (Quality Air Force) และมีเทคโนโลยีล้ำสมัย (Cutting-Edge Technology) 

โดยเครื่องบินขับไล่โจมตีที่ต้องการ ต้องมีขีดความสามารถของการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operations) มีการบริหารจัดการข้อมูลอัตโนมัติ ร่วมกับระบบตรวจจับของกองทัพไทยและฝ่ายพลเรือนได้อย่างสมบูรณ์ มีขีดความสามารถโจมตี ต่อต้านทางอากาศ ปฏิบัติกิจเฉพาะพิเศษ ลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ เพิ่มระยะการปฏิบัติการทางอากาศ และการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีสมรรถนะสูงยุคที่ 5 (The 5th Generation Fighter) มีคุณลักษณะ 5 ประการ ได้แก่ Stealth, Super Cruise, Sensor Fusion, Super Maneuverable และ Synergistic Integrated Avionics พร้อมกำหนดข้อพิจารณาประกอบการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน สรุปดังนี้

1. เป็นเครื่องบินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทางทหาร (Military Standard) มาตรฐานจากองค์กรการบินสากล หรือองค์กรมาตรฐานของประเทศผู้ผลิต 
2. เครื่องบิน ระบบต่าง ๆ และอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้งาน ต้องผลิตโดยใช้มาตรฐานทางทหาร และผ่านการพิสูจน์การใช้งานแล้ว มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วไป
3. สามารถผลิตและนำส่งให้แก่กองทัพอากาศในกรอบงบประมาณและตามห้วงระยะเวลาการจัดหา 
4. มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินขับไล่โจมตีและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่บุคลากรของกองทัพอากาศ 
5. บุคลากรของกองทัพอากาศควรได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Offset Scholarship) เพื่อการพัฒนาด้านต่าง ๆ บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน 

“วิษณุ” ยัน ร่างกฎหมายลูก เลือกตั้งส.ส. เปิดช่อง ใช้สูตรใดคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อก็ได้ ย้ำต้องห้ามขัดรธน. 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.(ฉบับที่…) พ.ศ. … และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ. … เตรียมแปรญัตติใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบจัดสรรปันส่วนผสม  โดยคำนึงถึงส.ส.พึงมี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 ว่า ได้อ่านข้อเสนอแล้ว แต่ไม่ทราบเรื่องและไม่เข้าใจว่าคืออะไร ไม่เข้าใจว่าจะทำได้อย่างไร 

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะกลับมาใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม นายวิษณุ กล่าวว่า ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ที่นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร.เขียนเปิดกว้าง ใครจะแก้อย่างไรก็แก้ได้ทั้งนั้น เพราะใช้ร่างนี้เป็นหลัก ไม่ใช่ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก แต่อย่าให้ไปขัดกับรัฐธรรมนูญ 3 มาตรา พูดได้แค่นี้ เพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรกัน ส่วนจะทำอย่างไรตนยังคิดไม่ออก

“โฆษกกมธ.กม.ลูก” โต้เพื่อไทย มั่นใจวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หารด้วย 500 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ส่งเสริมปชต.-สิทธิเสรีภาพมากขึ้น ยันไม่คิดตัดขาพรรคใด เหตุผลเลือกตั้งยังไม่ออก

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยวิธีนำคะแนนหารด้วย 500 นั้นทำไม่ได้เพราะจะขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ตนเชื่อว่าการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยการนำเอาคะแนนจากบัตรเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 เพื่อคิดเป็น ส.ส.พึงมีแล้วนำ ส.ส.แบบเขตเลือกตั้งมาหักลบนั้น เป็นการคำนวณตามความนิยมพรรคการเมืองที่แท้จริง ซึ่งเป็นการคิดคำนวณคล้ายกับการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเมื่อปี 2562 แต่เป็นการสะท้อนความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เพราะครั้งนี้เป็นการแยกบัตรเลือกตั้งเป็น 2 ใบ คือ บัตรเลือกตั้งแบบเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งประเทศต่างๆ ที่ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยหลายประเทศก็ใช้วิธีคิดแบบนี้

“มั่นใจว่าการคิดคำนวณแบบนี้ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ และเป็นการสะท้อนความนิยมของพรรคการเมืองจริงๆ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย เพราะถ้าเราจะส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมือง วิธีคิดแบบนี้จะเป็นการส่งเสริมให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองมากกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถตอบโจทย์การเป็นประชาธิปไตยและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากยิ่งขึ้น” นายอัครเดช กล่าว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top