Thursday, 11 June 2026
POLITICS NEWS

ดินเนอร์พรรคร่วมชื่นมื่น ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ โชว์หวาน ย้ำ ‘เศรษฐกิจไทย’ หนุนรัฐบาล 100% ยกเว้น ‘ธรรมนัส’

งานเลี้ยงดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลชื่นมื่น ‘ประยุทธ์-ประวิตร’ โอบเอวโชว์ นายกฯ ยอมรับห่วงสถานการณ์สู้รบกระทบราคาน้ำมัน-สินค้า ขณะ ‘บิ๊กป้อม’ ยันกลางวง พรรคเศรษฐกิจไทย หนุนรัฐบาลร้อยเปอร์เซ็นต์ ยกเว้น ‘ธรรมนัส’

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 65 ที่ผ่านมา บรรยากาศภายในงานเลี้ยงดินเนอร์ พรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 18.00-21.30 น. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาพร้อมกับ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวแทน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดภารกิจต่างประเทศ 

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนามีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยมีรายงานว่า ในวงสนทนาบนโต๊ะอาหารค่ำของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรี มีความกังวลชัดเจนถึงกรณีสงครามการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันของไทยและสินค้าอีกหลายอย่างตามมา อาจจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน จึงสั่งให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งไปดูแล

“บิ๊กตู่”โพสต์ข้อความ โลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากโควิด-เงินเฟ้อ-เงินฝืด-ความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย “ชี้”ผลกระทบราคาน้ำมัน พลังงาน “ยัน”ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลมีแผนการรองรับไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ขณะนี้โลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตซ้อนวิกฤต อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สภาวะเงินเฟ้อพร้อมกับเงินฝืด และความขัดแย้งยูเครน-รัสเซียที่ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกและราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าและค่าขนส่งที่มีน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย กระทบต่อค่าครองชีพของเราชาวไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามออกมาตรการเร่งด่วน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง เช่น การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร การปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน (ค่าน้ำ-ค่าไฟ) รวมทั้งการอุดหนุนเงินให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผ่านโครงการคนละครึ่ง เป็นต้น ซึ่งก็สามารถกระตุ้นกำลังซื้อและเสริมสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามวิกฤตต่างๆ ยังคงมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง และต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่องของราคาพลังงานโลก ซึ่งในวันนี้ (9 มี.ค.) จะมีการประชุม “วาระเร่งด่วน” ของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อกำหนดมาตรการด้านพลังงาน และเร่งรัดให้มีผลบังคับใช้ เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนโดยเร็วต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับมาตรการด้านพลังงานในระยะยาว ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) นั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม เช่น 1.โครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำแบบไฮบริด “Hydro Floating Solar Hybrid System” ที่เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประมาณ 70 สนามฟุตบอล มีแผงโซลาร์เซลล์มากถึง 145,000 แผง สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 45 เมกะวัตต์ ลักษณะสำคัญคือเป็น "ทุ่นลอยน้ำ" ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ส่งผลกระทบกับระบบนิเวศใต้น้ำ

รวมทั้งช่วยลดการระเหยของน้ำในเขื่อนได้ประมาณ 460,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี และมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าดีกว่าการติดตั้งบนบกถึง 10-15% ซึ่งได้เริ่มดำเนินการจ่ายกระแสไฟตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว และกลายเป็นต้นแบบการผลิตพลังงานสะอาดที่ต่างประเทศให้ความสนใจเป็นอันมาก ซึ่งรัฐบาลมีโครงการสนับสนุนการสร้างโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำแบบไฮบริดนี้ในเขื่อนอื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากจะได้พลังงานสะอาดแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นและจุดยืนของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคให้กับประชาคมโลก และยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอีกด้วย 

“นายกฯ” ห่วงปชช.สั่ง ศปม.จัดกำลังพล ช่วยรับโทรศัพท์ สายด่วนสปสช. 1330 บรรเทาความเดือดร้อน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(ศบค.)มีคำสั่งให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.)จัดกำลังพลสนับสนุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)ปฏิบัติหน้าที่รับสายด่วนของ สปสช. (1330)ซึ่งมีปริมาณผู้โทรเข้ามาจำนวนมาก เพื่อช่วยเร่งนำผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ระบบ ให้ประชาชนเข้าถึงการดูแล และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน

นายธนกร กล่าวว่า ศปม. ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานสายด่วน ศปม.สนับสนุนสปสช. (1330) จำนวน 200 คู่สาย โดยแบ่งเป็น กองบังคับการศปม.40 คู่สาย ศปม.กองทัพบก 80 คู่สาย ศปม. กองทัพเรือ 40 คู่สาย และศปม. กองทัพอากาศ 40 คู่สาย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา สปสช. ได้จัดการอบรมและซักซ้อมการปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่สายด่วน และการบันทึกข้อมูลเข้าระบบ  โดยสปสช. มีแนวทางการปฏิบัติเป็นคู่มือ มีรายละเอียดของหน่วยงานที่จะต้องประสานส่งต่อข้อมูล มีกลุ่มไลน์ของผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่ และรับเคสที่มีความซับซ้อนไปดำเนินการต่อ รวมทั้งมีช่องทางประสานส่งต่อเคสด่วนไปยัง 1669 โดยแต่ละเหล่าทัพจัดสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และคอมพิวเตอร์ ให้เพียงพอกับการปฏิบัติภารกิจ

'รัฐบาล' เห็นชอบ ร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านแรงงานรอบอ่าวอาหรับ (ADD) จับมือ พัฒนาขีดความสามารถ คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของแรงงาน 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้ให้ความ เห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 6 (The Joint Declaration of the Abu Dhabi Dialogue Sixth Consultation) ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ 

ซึ่งการประชุม ADD นี้ เป็นการประชุมหารือระหว่างประเทศสมาชิกกระบวนการโคลัมโบ (ประเทศผู้ส่งแรงงาน) 12 ประเทศ ได้แก่ อัฟกานิสถาน บังกลาเทศ กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไทย และเวียดนาม กับกลุ่มประเทศรอบอ่าวอาหรับผู้รับแรงงาน รวม 7 ประเทศ ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล พัฒนาขีดความสามารถ ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของแรงงาน ณ ประเทศปลายทาง เพื่อให้การเคลื่อนย้ายแรงงานที่ไปทำงานตามสัญญาจ้างชั่วคราวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต้นทางที่ส่งออกและประเทศปลายทางที่รับแรงงาน

ร่างปฏิญญาร่วมฉบับนี้ มีขอบเขตความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกใน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.การพัฒนาการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของแรงงานที่มีสัญญาจ้างชั่วคราว เช่น  สนับสนุนให้มีโครงการเพื่อแบ่งปันความรู้ระหว่างประเทศสมาชิกเกี่ยวกับการนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นระบบการแก้ปัญหาข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งสร้างระบบที่เอื้อให้เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ตลอดจนมีการแบ่งปันบทเรียนทางนโยบายที่ได้รับระหว่างประเทศสมาชิก ADD และอื่นๆ รวมทั้งสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกพิจารณาขยายขอบเขตระบบการคุ้มครองด้านค่าจ้างให้ครอบคลุมแรงงานที่มีสัญญาจ้างชั่วคราว

2.การอำนวยความสะดวกและยกระดับการเคลื่อนย้ายฝีมือแรงงานและการเทียบคุณวุฒิแรงงานระหว่างประเทศผู้รับและประเทศผู้ส่งแรงงาน เพื่อตอบสนองต่อภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของงาน เช่น การศึกษาเพื่อวิเคราะห์บทเรียนที่ได้รับ โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความต้องการทักษะแรงงาน รวมทั้งพัฒนาทักษะที่สอดคล้องในระดับภูมิภาคระหว่างคู่เจรจา เพื่อให้ตรงกับความต้องการและประเด็นที่ให้ความสำคัญของประเทศสมาชิก ADD

“โฆษกรัฐบาล” ซัด “ผู้นำฝ่ายค้าน" เลิกโหมโรงซักฟอก เย้ย แค่พิธีกรรม ชี้ พรรคร่วมรัฐบาลนัดทานข้าว โชว์เสียงหนุนรัฐบาลมั่นคง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเล็ก จะเทเสียงให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อโหวตคว่ำรัฐบาล ว่า ฝ่ายค้านโหมโรงรายวัน เหมือนกลัวว่าจะหายไปจากพื้นที่สื่อ ทั้งที่ขณะนี้ยังระบุไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ ประเด็นใดบ้าง ควรจะไปตกลงกันให้ชัดเจนก่อนจะดีกว่า ว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ อย่าทำเหมือนการอภิปรายเป็นแค่พิธีกรรมที่ต้องทำ แต่ไม่สนใจเนื้อหาข้อเท็จเพราะประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

“เชื่อว่าข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านคงไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก โดยจะกล่าวหาว่ารัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด มีการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการแสวงหาผลประโยชน์ เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้ว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านกล่าวหานั้น มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงอะไรมารองรับบ้าง นอกจากใช้โวหารเพียงอย่างเดียว ท้ายที่สุดฝ่ายค้านก็ถูกประชาชนไม่ไว้วางใจในการทำหน้าที่เสียเอง” โฆษกรัฐบาล กล่าว
 

‘ธัญวัจน์ ก้าวไกล’ เดินหน้าหารือพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ชี้ ไม่สามารถเอาประกบ พ.ร.บ.คู่ชีวิต เหตุคนละความหมาย

ธัญวัจน์ ก้าวไกล เดินหน้าหารือพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมกับภาครัฐ ย้ำชัดคาดตีกลับเข้าสภา เมษายนนี้ ชี้ชัด สมรสเท่าเทียม ไม่เท่ากับ คู่ชีวิต หลังครม.ถกกว่า 2 เดือนพร้อมเตรียมสอดไส้พรบ.คู่ชีวิต ประกบพิจารณาร่วม 

เมื่อ วันที่ 7 มีนาคม 2565 ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ริเริ่มร่างพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ1448 ) #สมรสเท่าเทียม กล่าวถึงความคืบหน้าในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติภายหลังจากที่ส่งร่างดังกล่าวไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งระยะเวลา 60 วัน ก่อนนำกลับมาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรนั้น

ธัญวัจน์ กล่าวว่า ตนได้เข้าประชุมทางออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่ พ.ศ. … หรือ #สมรสเท่าเทียม โดยมีกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิ์ สำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมกิจการสตรี และ สถาบันครอบครัว สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมสวัสดิการ งานเงินเดือน บำเหน็จ บำนาญ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และ กฤษฎีกา ธัญได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เพื่อชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวมถึงสาระสำคัญ และตอบคำถาม ข้อสงสัยให้กับหน่วยงานต่างๆ 

ในการประชุมครั้งนี้จะมีการสรุปประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งอาจจะนำไปสู่การที่คณะรัฐมนตรีจะมีร่างกฎหมายมาประกบเพื่อพิจารณาในกระบวนการรัฐสภา และในขณะประชุมกรมคุ้มครองสิทธิ์ที่ได้มีการร่างพระราชบัญญัติ #คู่ชีวิต ฉบับที่ พ.ศ. ….  ได้ชี้แจงว่าคณะรัฐมนตรีมีมติผ่านร่างแล้ว และอาจจะใช้ร่างดังกล่าวมาพิจารณาร่วม

ครม.เคาะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่ใช้ผลิตไฟฟ้า 6 เดือน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. อนุมัติปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันเกินและไม่เกิน 0.005% โดยน้ำหนัก หรือน้ำมันดีเซล บี0 และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราศูนย์ มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 15 ก.ย. 2565 เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.เป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ การผลิตกระแสไฟฟ้าของไทยในปัจจุบันกว่า 60% ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ (NG) แต่ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซล (บี0) และน้ำมันเตามาเป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซธรรมชาติ

“บิ๊กตู่”ยันรัฐบาลเร่งแก้ของแพงต่อเนื่องตามงบประมาณที่มี  ปัดตอบ "ยุบสภา" ชี้เป็นอำนาจนายกฯ ไม่หวั่นถูกบีบใช้เวทีซักฟอกเปลี่ยนตัวนายกฯ ยันอยู่เพื่อปชช. ทำงานเพื่อชาติ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมาย กรณีการแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงจะมีมาตรการอะไรออกมาแบ่งเบาภาระประชาชนหรือไม่ว่า นายกฯชี้แจงมาตรการของรัฐบาลกำลังอยู่ในการพิจารณาของคณะทำงานด้านเศรษฐกิจอยู่ การควบคุมราคาสินค้าเป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการ รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามงบประมาณที่มีอยู่
  
เมื่อถามว่างบประมาณและพ.ร.ก.กู้เงินที่มีอยู่ยังเหลือเพียงพอที่จะใช้ช่วยเหลือมากน้อยแค่ไหน รัฐบาลจะกู้เพิ่มหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า นายกฯชี้แจงว่ายังต้องพิจารณากันต่อไป หากสถานการณ์ต่างประเทศยืดเยื้อยาวนาน งบประมาณที่มีอยู่ยังเพียงพอหรือไม่ ประชาชนเดือดร้อนหรือไม่ ที่กู้มาแล้วเอามาทำอะไรทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว

นอกจากนี้นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมาย กรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาดักคอว่านายกรัฐมนตรีจะชิงยุบสภาก่อน 22 พ.ค.เพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะชี้แจงอย่างไร และยืนยันไม่ยุบสภาหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า “นายกฯชี้แจงว่าไม่มีคำตอบใคร จะพูดอะไร ไม่มี ผมไม่ฟัง เป็นอำนาจของนายกฯ และนายกฯพูดก็เป็นประเด็นอีก” 

ครม. อนุมัติ ร่าง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย-ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา  

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา(ฉบับที่...) พ.ศ.... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544  และเปลี่ยนชื่อ พ.ร.บ. เป็น พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญา พ.ศ.... นอกจากนี้ เป็นการเพิ่มเติมการคุ้มครองผู้ต้องหาและจำเลยที่ถูกควบคุมในชั้นสอบสวนด้วย จากเดิมที่คุ้มครองผู้เสียหายและจำเลยที่ถูกควบคุมขังในชั้นพิจารณาของศาลเทานั้น ขยายระยะเวลาในการยื่นคำขอรับเงินค่าตอบแทน ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายจาก 1 ปี เป็น 2 ปี รวมทั้งกำหนดให้สามารถยื่นคำขอดังกล่าวผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้  

ครม.ไฟเขียว ก.คลัง ให้ตั้งบอร์ด ธ.ก.ส. มีเกิน 11 คน ไม่เกิน 15 คน

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติ อนุมัติตามที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติเสนอ แต่งตั้งนายพุ่งพงษ์ สุวรรณเลิศ ผู้อำนวยการสถาบัน (ผู้อำนวยการระดับสูง) สถาบันการข่าวกรอง สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านข่าวกรองความมั่นคงและสถาบันหลัก (นักการข่าวทรงคุณวุฒิ) กลุ่มงานที่ปรึกษา สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป  

ครม.เห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอแต่งตั้ง นายสมัย ลี้สกุล และ นายนิรุตติ สุทธินนท์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง 

ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีจำนวนเกิน 11 คนแต่ไม่เกิน 15 คน ตามมาตรา 6 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และแต่งตั้งรองประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ดังนี้ 1. นายทองเปลว กองจันทร์ รองประธานกรรมการ  2. นายจำเริญ โพธิยอด กรรมการ (ผู้แทนกระทรวงการคลัง) 3. นางภัทรพร วรทรัพย์ กรรมการ (ผู้แทนกระทรวงการคลัง) 4. นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง   กรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) 5. นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์กรรมการ (ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์) 6. นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข    กรรมการ (ผู้แทนสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) 7. นายอัมพร แสงมณีกรรมการ (ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย) 8. นายสุนทร ตาละลักษณ์กรรมการ (ผู้แทนสหกรณ์การเกษตรผู้ถือหุ้น) 9. นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคลกรรมการ  10. นายวิจารย์ สิมาฉายา  กรรมการ  11. นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ กรรมการ 12. นายจรูญเดช เจนจรัสสกุล กรรมการ 13. นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง กรรมการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top