Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

‘ชัยวุฒิ’ รุด ‘สมุย’ ตรวจสถานีพยากรณ์อากาศ พบเสียหายนับ 10 ปี และฝืนตั้งสถานีบนที่ราบ

‘ชัยวุฒิ’ ลงพื้นที่สมุย ตรวจ สถานีเรดาร์ พยากรณ์อากาศ หลังชาวบ้านร้องเรียน เสียนานนับ 10 ปี พบพิรุธ ฝืนตั้งสถานีบนที่ราบทั้งที่รู้ว่าใช้งานไม่ได้ ส่อทุจริต เร่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ 

(23 ม.ค.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะลงพื้นที่เกาะสมุย ตรวจสถานีเรดาร์ ตรวจอากาศ หลังจากที่ชาวบ้านร้องเรียนว่าไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ เนื่องจากเรดาร์เป็นหัวใจสำคัญของการตรวจสอบ เมฆฝน พายุ จึงปัจจัยสำคัญในการพยากรณ์อากาศ และแจ้งเตือนประชาชน โดยสถานีแห่งนี้ ก่อสร้าง และ ติดตั้งอุปกรณ์ ตั้งแต่ปี 2553 และ ระหว่างใช้งานก็เสียหายต่อเนื่อง จนกระทั้ง ปี 2556 ต้องหยุดใช้งาน เพราะหมดอายุประกัน ทำให้ไม่มีเรดาร์บนเกาะสมุยตรวจอากาศในอ่าวไทยจนถึงปัจจุบัน และการลงพื้นที่ครั้งนี้จะก็หาแนวทางแก้ไข 

นายชัยวุฒิ ยอมรับว่า ตั้งแต่รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้ จนกระทั่งมาตรวจสอบงบประมาณการจัดซื้อเรดาร์ ถึงพบปัญหา จึงให้ตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีที่ไหนเสียหายอีกบ้างเพื่อแก้ไข

‘รัมภามาศ’ แจง ไม่เคยร่วมชุมนุม กปปส. ชี้ ชื่นชอบ ‘ทักษิณ’ ยก ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นไอดอล

(23 ม.ค. 66) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยน.ส.รัมภามาศ ทีฆธนานนท์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 เพื่อไทย ร่วมแถลงจุดยืนทางการเมือง 

น.ส.รัมภามาศ กล่าวว่า ขอยืนยันในจุดยืนทางการเมืองของตนเองว่าเชื่อมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ชื่นชอบในนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนและยืนข้างประชาชนอย่างแท้จริง ชื่นชอบการทำงานของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่สามารถผลักดันราคาสินค้าเกษตรให้ดีขึ้น ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้มีความกินดีอยู่ดีมากยิ่งขึ้น ยิ่งในขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ อย่างน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งถือว่าเป็นไอดอลของตนด้วย ทำให้หลงรักพรรคเพื่อไทยด้วยความจริงใจ และฝากชีวิตทางการเมืองไว้ที่พรรคเพื่อไทย

ก้าวไกล เปิดแชตลับ สองแถวเสม็ดจ่ายส่วยคันละ 16,000 ตั้งข้อสังเกต เชื่อมโยงส่วยอธิบดีกรมอุทยานฯ ด้วยหรือไม่

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ระยอง ก้าวไกล เปิดหลักฐานแชตไลน์ชมรมรถโดยสารเกาะเสม็ด ยืนยัน ‘ส่วยเกาะเสม็ด’ รถสองแถวมีอยู่จริง ชี้ต้องจ่ายถึงคันละ 16,000 บาท เข้ากระเป๋าใคร ตั้งข้อสังเกต เชื่อมโยงส่วยอธิบดีกรมอุทยานฯ ด้วยหรือไม่ เผยเตรียมหอบหลักฐานส่งพรรคก้าวไกล ใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบต่อ 

(23 ม.ค.66) กฤช ศิลปชัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกรณีข้อสงสัยว่าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าเกาะเสม็ด อาจเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการรถโดยสารรับจ้างในจังหวัดระยอง แลกกับการอนุญาตให้สามารถวิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าเกาะเสม็ด ว่าจากที่ตนและทีมงานได้ไปติดตามหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ที่มีการร้องเรียนว่ามีการเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการรถโดยสารรับจ้างบนเกาะเสม็ดถึงคันละ 16,000 บาท เป็นจำนวนกว่า 60 คัน คิดเป็นเงินรวมกันกว่า 9 แสนบาท สามารถยืนยันได้ว่ามีการเรียกรับเงินในจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยมีหลักฐานเป็นข้อความพูดคุยผ่านแอปพลิเคชันไลน์ของกลุ่มชมรมรถแท็กซี่เกาะเสม็ด ซึ่งหนึ่งในสมาชิกกลุ่มได้โพสต์ข้อความ ว่าให้สมาชิกโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารออมสินสาขาเพ ที่เปิดร่วมกันโดยบุคคลสองคน ภายในวันที่ 11 ธันวาคม 2565 แล้วจึงแจ้งสลิปพร้อมหมายเลขรถให้ทราบหลังโอนเงินเสร็จ

กฤช กล่าวต่อไปว่า หลังจากนั้นจึงมีการโอนเงินพร้อมแจ้งสลิปจากผู้ประกอบการรถทุกคันเข้าไปยังบัญชีดังกล่าว เป็นจำนวนรายละ 11,000 บาท ซึ่งจะนำไปรวมกับเงินกองทุนที่สมาชิกจ่ายสมทบกันไว้ มาสมทบออกให้อีกคันละ 5,000 บาท รวมแล้วเป็นเงินที่ต้องจ่ายคันละ 16,000 บาท ตรงตามข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ โดยหลังจากโอนเงินแล้ว ผู้ประกอบการรถโดยสารรับจ้างแต่ละคันก็จะได้รับสติ๊กเกอร์แผ่นหนึ่ง ระบุข้อความว่า...

‘ชมรมรถโดยสารเกาะเสม็ด อนุญาตนำเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด’ พร้อมหมายเลขรถ ซึ่งรถโดยสารรับจ้างบนเกาะเสม็ดจะมีสติ๊กเกอร์ดังกล่าวแปะอยู่ทุกคัน และยังมีการส่งข้อความเป็นภาพเงินสดจำนวนมากที่ถูกถอนออกมาจากธนาคาร เตรียมใส่ในซองเอกสารสีน้ำตาล เพื่อจะนำไปส่งมอบให้กับบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งกรณีนี้เป็นที่น่าสังเกต ว่าการส่งข้อความนี้เกิดขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่ใกล้เคียงกับก่อนที่จะมีการจับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมของกลางเป็นเงินสดใส่ซองเอกสารวางอยู่บนโต๊ะในห้องทำงาน สังเกตได้ว่ามีความคล้ายคลึงกับภาพซองใส่เงินที่ปรากฎในไลน์กลุ่มรถโดยสารเกาะเสม็ดดังกล่าวมาก จนตนอดสงสัยไม่ได้ว่ากรณีของส่วยเกาะเสม็ดมีความเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ด้วยหรือไม่

‘เพื่อไทย’ เตรียมจัดหนัก ‘บิ๊กตู่’ ในศึกอภิปราย แซะ!! ช่วยตอบให้ตรงคำถาม อย่าก้มอ่านแต่โพย

(23 ม.ค. 66) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การอภิปรายตามมาตรา 152 ที่จะเกิดขึ้น ในส่วนประเด็นของพรรคเพื่อไทยที่จะอภิปราย สรุปแล้วว่าพรรคจะเน้นในเรื่องใดบ้าง รวมทั้งขุนพลที่จะมาอภิปราย อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตอบให้ตรงคำถาม อย่าอ่านแต่โพยที่ข้าราชการชงมาให้ ทั้งนี้การอภิปรายจะสะท้อนความล้มเหลวของพล.อ.ประยุทธ์ว่าตลอด 8 ปีไม่สามารถทำตาม นโยบายที่แถลงไว้กับสภา และจงใจที่จะไม่ดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ รัฐบาลผลาญงบประมาณมหาศาล แต่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน เงินงบประมาณไปตกอยู่กับคนกลุ่มไหนแล้วใครได้ประโยชน์บ้าง 

นอกจากนี้จะชี้ให้เห็นถึงการทุจริตที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายชี้ให้เห็นถึงการทุจริตในรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ให้ประชาชนทราบแล้ว แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับไม่ดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาคนผิด ในทางกลับกันพล.อ.ประยุทธ์ปล่อยให้ขบวนการทุจริตขยายใหญ่โตกระทบกับโครงการที่จะไปดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน  


 

'เพื่อไทย' ชี้!! 'บิ๊กตู่' มากับรถถังแต่อาจพังเพราะคนกันเอง แถมอาจโดนเปิดศึกอภิปรายจาก พปชร. ในอนาคต

‘อนุสรณ์’ แซะ!! มากับรถถังแต่จะพังเพราะพวกเดียวกันเอง เย้ย 'ประยุทธ์' โดน 'ประวิตร' ปาดหน้าลงพื้นที่ตลอด แซะก่อนไปอยู่พรรคใหม่ ทำนโยบายพรรคเก่าให้ได้ก่อน ชี้มีสิทธิโดน พปชร.ซักฟอก

(23 ม.ค.66) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สวมบทจอมปาด ‘ปาดหน้า’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไล่บี้ลงพื้นที่กันสับสนวุ่นวายว่า ประชาชนไม่ได้มีหน้าที่เป็นตำรวจจราจร จะได้สั่งจับปรับทั้ง 2 คน ขยันปาดหน้ากันลงพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนสับสนให้ประชาชน การที่มีคนตะโกนด่า พล.อ.ประยุทธ์ขณะเข้าพื้นที่ คือภาพสะท้อนว่าประชาชนเบื่อหน่ายและไม่ได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่หาเสียงชิงเหลี่ยมปาดหน้ากันไปมา ก่อนพล.อ.ประยุทธ์ จะไปพูดนโยบายกับพรรคใหม่ ช่วยเคลียร์นโยบายพรรคเก่าที่ทำไม่ได้ตอนอยู่กับพรรคพลังประชารัฐก่อน 

‘ตู่ - จตุพร’ ลากไส้ ‘ทักษิณ’ หลอกใช้คนเสื้อแดง จวกเละ พอหมดประโยชน์ถีบหัวเรือส่ง

เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก ประชาชนคนไทย (ปท.) เผยแพร่คำกล่าวของ ‘ตู่ - จตุพร พรหมพันธุ์’ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โดยระบุว่า

“ผมมักพูดเสมอว่า การซื่อสัตย์กับคนไม่ซื่อสัตย์ ถ้าเป็นเรื่องเฉพาะตัว ก็ยอมรับกันได้ เมื่อรักเองต้องเจ็บเอง ให้ถูกใช้เอง ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่ซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ จะนำพาสู่ความหายนะ เกิดความเสียหาย เพราะชัยชนะที่ได้มันสั้นทุกครั้งคราว และต้องแลกกับการถูกล้มกระดานแล้วแพ้ระยะยาว และสู่ความพินาศย่อยยับทุกครั้ง”

แม้ปัจจัยการยึดอำนาจเป็นสิ่งภายนอก ควบคุมไม่ได้ แต่สามารถป้องกันได้ โดยผู้มีอำนาจต้องไม่โกง ไม่ลุแก่อำนาจ และต้องไม่คิดว่าประเทศนี้เป็นเจ้าของ จะทำอะไรก็ได้ ยิ่งได้รับคะแนนมากเท่าไรก็หลงใหล ว่า ตนเองมีอำนาจมากเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า อำนาจมากก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น

แม้วันนี้ประชาชนสิ้นหวัง แต่ยังคาดหวังว่า เมื่อมีเลือกตั้งจะยังไปเลือกตั้ง ผมจึงมาบอกให้สงสารประชาชนบ้างกับการพาประชาชนไปแพ้ทุกครั้ง แล้วโทษแต่การยึดอำนาจอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม หากเป็นรัฐบาลไม่โกง และซื่อสัตย์ต่อประชาชน ทหารหน้าไหนจะกล้ามายึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ยึดอำนาจปี 2557) และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน (ยึดอำนาจปี 2549) ก็ไม่มีวันมายึดอำนาจได้เลย

การย้ายขั้วสลับข้างมาสังกัดพรรคเพื่อไทย แล้วมีการแถลงขอโทษนายทักษิณ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า เรื่องแรกถ้าไม่สถาปนาตัวเองว่าเป็นเจ้าของประชาธิปไตย ลำพังด้วยการประกาศว่า ย้ายออกเพื่อไทยเป็นคนทรยศ เป็นพวกงูเห่า ไปไล่หนูตีงูเห่า ที่ศรีสะเกษ จนทำให้สังคมประจักษ์กับพฤติกรรมนักการเมืองย้ายพรรคไม่ได้นั้น หากทำได้ตามที่พูดแล้ว คนจะสรรเสริญว่า เป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง และประชาชนก็ไม่อาจยอมรับพฤติกรรมนักการเมืองแบบนี้ได้

คุณทักษิณ จะพูดอะไรก็ได้ พูดถึงเสียงปืนนัดแรก พูดพายเรือมาส่ง ความจริงก็ถีบหัวเรือเลย แต่เราจะปล่อยให้ความผิดพลาดมันเดินต่อไปไม่ได้ เราจึงวิจารณ์ เมื่อเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ย่อมมีถูก มีผิด ไม่ใช่ถูกทุกเรื่อง กำลังสถาปนาตัวเองเป็นเทพเจ้าหรืออย่างไร คือ หมายความว่า พูดอะไรก็ถูกหมด ทั้งที่พูดผิดหลายเรื่อง ทำไม่ถูกหลายเรื่อง และทำถูกก็มีหลายเรื่อง นี่เป็นหลักมนุษย์ธรรมดา ถ้าไม่วิพากษ์วิจารณ์กันในวันที่เรากำลังวิจารณ์กันได้ เรากำลังเดินเข้าไปในวงจรเดิม ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น

อดีตประธาน นปช. กล่าวต่อไปว่า การต่อสู้ของประชาชน เมื่อปี 2553 ไม่ได้อะไรที่คุ้มค่าตามเจตนารมณ์เลย รัฐบาลในยุคนั้น (ชุดยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ยังไม่กล้าลงนามกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือที่เรียกว่า ICC (International Criminal Court) แค่กลัว พล.อ.ประยุทธ์ จะยึดอำนาจ แต่สุดท้ายก็เอาตัวไม่รอด ถูกพล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจจนได้ อีกทั้งไม่สร้างขบวนการต่อสู้ของประชาชนแล้วยังไปแบ่งแยก และทำลายขบวนการของประชาชนในแต่ละที่อีกด้วย

“มีคนมาถามผมว่า ทำไมคนเสื้อแดงกลายเป็นคนเสื้อส้มจำนวนมาก ผมเล่าแบบขำ ๆ และเจ็บใจตัวเองว่า สมัยก่อนพรรคอนาคตใหม่ (ชื่อเดิมพรรคก้าวไกล ก่อนถูกยุบ) ตึกติดกับพรรคเพื่อไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มาเก็บเสื้อแดงที่ถังขยะหน้าเพื่อไทย ไปล้างทำความสะอาด เอาไปใส่ แล้วเอาเสื้อส้มมาให้ใส่ ซึ่งจะสังเกตว่า หลังปี 2554 มา ไม่ได้ใช้ขบวนการเสื้อแดงในการหาเสียงเลย ไม่ว่าจะไปในฐานะพรรคเพื่อไทย หรือพรรคไทยรักษาชาติ ที่ถูกยุบก็ตาม แต่มาครั้งนี้เพื่อไทยต้องการเสียงแลนด์สไลด์ ก็ปลุกคนเสื้อแดงขึ้นมาใหม่อีก เหมือนปลุกผีที่เคยถูกทอดทิ้งขวางไปแล้ว และคงเพิ่งนึกได้ เวลาอยากก็ต้องการ เมื่อไม่อยากก็ทิ้งขวางไป”

มีการเรียกร้องหาความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงในเหตุการณ์ชุมนุม เมื่อปี 2553 ว่า คุณไม่ได้กระทำเลย ตนทนเยอะแยะมากมาย ความจริงคดีก่อการร้ายที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องนั้น จำเลยที่หนึ่งคือ ทักษิณ ส่วนผมเป็นจำเลยที่สาม แต่อัยการไม่สั่งฟ้องทักษิณ ซึ่งต่อมาอัยการคนนี้ก็เคยเป็นแคนดิเดตนายกฯ และเป็น รมต. หมายความว่าอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องไม่อดทนไปตลอดชีวิต เราต้องอธิบายถูกเป็นถูก ผิดก็เป็นผิด

“วันนี้ ใครวางแผนที่จะมาตอบโต้ผมนั้น ให้ลองนึกกันช้า ๆ ว่า มีตรงไหนไม่เป็นความจริงบ้าง ขณะเดียวกันผมขอสงวนสิทธิ์ตอบโต้ทุกกรณี และจะหนักมากกว่านี้อีก วันนี้ผมไม่ได้ขัดขวางชัยชนะของเพื่อไทย แต่ไม่เห็นด้วยกับการชนะด้วยท่วงทำนองการสถาปนา ว่า ตนเองเป็นนักประชาธิปไตย”

นั่นเป็นคำพูดของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. หรือคนเสื้อแดง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีตแกนนำการชุมนุมคนเสื้อแดงมาอย่างยืดเยื้อยาวนานนับปี ซึ่งในตอนนั้นหลายคนมองว่า มีเป้าหมายเพื่อทวงคืนอำนาจให้กับนายทักษิณ ชินวัตร และคนในครอบครัวของเขาให้กลับมาเป็นรัฐบาล แต่สุดท้ายในบั้นปลายบรรดาแกนนำหลายคน รวมทั้งตัวเขา (จตุพร) ต้องติดคุก และยังมีคดีความเหลืออยู่ ขณะเดียวกัน ด้วยการมีประวัติต้องคดีอาญาดังกล่าว ทำให้เขาขาดคุณสมบัติทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ

'นพดล' ชี้!! เรื่องเร่งด่วน 'แก้จน-สร้างรายได้' โว!! 'เพื่อไทย' พร้อมพาประเทศออกจากวิกฤต

(22 ม.ค.66) นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า สถานะของประเทศขณะนี้ คนไทยยากจนเพิ่ม นำไปสู่ปัญหาหนี้สินสูงสุด คุณภาพชีวิตตกต่ำ เด็กไม่ได้เข้าโรงเรียน และความเหลื่อมล้ำถ่างขึ้นมากติดลำดับโลก รวยกระจุกจนกระจาย ประเทศไทยฟื้นตัวช้าหลังโควิด เติบโตต่ำท้ายตารางในอาเซียน การทดสอบขององค์กรในระดับสากลด้านทุนมนุษย์พบว่าคุณภาพด้านการศึกษาตกต่ำลงกว่าก่อนทำรัฐประหาร เสน่ห์ในการดึงดูดการลงทุนทางตรงลดลง การเมืองย้อนกลับไปก่อนปี 2540 ไร้เสถียรภาพ กติกาการโหวตตัวนายกรัฐมนตรีไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นธรรม ดังนั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ให้เฉพาะ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเป็นผู้มีอำนาจโหวตตัวนายกฯ จึงจะเป็นประชาธิปไตย

'ส.ก.ก้าวไกล' เตรียมชง 'กม.รถเมล์อนาคต' เข้าสภา กทม. เปลี่ยนรถเมล์ทั่วกรุงเป็น EV ลดควันเสีย-ฝุ่นละออง

'พิธา' เผย 'ส.ก.ก้าวไกล' เตรียมชง 'กฎหมายรถเมล์อนาคต' เปลี่ยนรถเมล์กทม. ทั้งหมดเป็น EV ภายใน 7 ปี เชื่อสภากทม. ไฟเขียว โว สร้างประวัติศาสตร์ผ่านกม. โดย ส.ก. ครั้งแรกในรอบ 22 ปี 

(22 ม.ค.66) เวลา 13.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก. เขตบางซื่อ และนายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ส.ก. เขตยานนาวา พรรคก้าวไกล แถลงเปิดตัวกฎหมาย 'รถเมล์อนาคต' ซึ่งเป็นข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร ที่จะกำหนดให้รถเมล์ที่วิ่งในกทม. ต้องเป็นรถไฟฟ้า หรือ EV ทั้งหมด โดยมีระยะเวลาสำหรับการเปลี่ยนผ่าน 7 ปี เพื่อบรรลุเป้าหมายลดฝุ่นละออง PM2.5 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงจะพัฒนาคุณภาพการให้บริการรถเมล์ ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีผู้ใช้งานหลักล้านคน 

โดยนายพิธาได้นำสื่อมวลชนชมรถเมล์สาย 8 แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ หรือตำนานรถเมล์กรุงเทพ โดยกล่าวว่ารถเมล์คันนี้ แม้สีสันจะดูใหม่ แต่ข้างในเก่า รถคันนี้เดิมเป็นรถเมล์สีครีมแดง ของข.ส.ม.ก. ก่อนจะปลดระวางมาขายต่อให้รถร่วมฯ เปลี่ยนสีใหม่ แต่เครื่องยนต์เก่า พื้นเป็นไม้กระดาน ซึ่งรถคันนี้สร้างเมื่อปี 1960 วันนี้มีอายุ 62 ปีแล้ว ถ้าเป็นคนก็ต้องเกษียณอายุแล้ว แต่กลับยังใช้งาน วิ่งปล่อยควันเสีย ฝุ่นละอองอยู่ทุกวัน เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่มีมลภาวะติดอันดับโลก

'รัฐบาลลุงตู่' เดินหน้าพัฒนา 'เมืองยะลา' สู่เมืองอัจฉริยะ ยกระดับเป็น 'ศูนย์กลางทางดิจิทัล' ในกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้

(22 ม.ค. 66) เพจศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี - PMOC ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการพัฒนาเพื่อยกระดับจังหวัดยะลาให้เป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีดิจิทัลในกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ โดยระบุว่า...

ยะลาเคยเป็นหนึ่งในเป้าหมายของขบวนการแบ่งแยกดินแดน จากเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในอดีตเกือบ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งในช่วงเวลานั้น ยะลาและอีก 2 จังหวัดชายแดนใต้ตกอยู่ภายใต้บรรยากาศแห่งความหวั่นไหว เกิดเหตุการณ์ฆ่าสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ, พระสงฆ์ และประชาชนผู้บริสุทธิ์โดยขบวนการแบ่งแยกดินแดนเป็นเวลาหลายสิบปี มีผู้สียชีวิตนับพัน อีกทั้งยังสร้างบรรยากาศแห่งความขัดแย้ง เห็นคนต่างศาสนาเป็นศัตรู

ภายใต้แนวทางการดำเนินการภาครัฐที่ใช้การพัฒนานำหน้า พัฒนาพื้นที่ สร้างสันติสุขที่ยั่งยืน ประกอบกับ 'ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี' ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใช้การพัฒนาเศรษฐกิจนำหน้า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (3 แกนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ), เศรษฐกิจฐานราก (Local Economy), กระจายรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม จังหวัดยะลาจึงมีโอกาสพลิกฟื้นสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะที่ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข และมีโอกาสได้พัฒนาเมืองร่วมกัน

ถึงแม้ยะลาจะไม่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจมากมายนัก แต่มีต้นทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Asset) หรือ Soft Power และต้นทุนทรัพยากรธรรมชาติอยู่มากมาย ซึ่งชาวยะลาร่วมใจกันใช้ต้นทุนเหล่านี้ในการสร้างเมืองขึ้นใหม่ สร้างโอกาส สร้างรายได้แก่ชาวยะลาได้อย่างทั่วหน้า

นอกจากนี้ จังหวัดยะลา ยังอาศัยโอกาสจากพัฒนาการทางเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Disruption) มาใช้ในการพัฒนาเมืองตามแนวคิด ไทยแลนด์ 4.0 ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกอบกับการส่งเสริมการสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ตามนโยบายของรัฐบาล ทำให้เมืองยะลามีการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะดังนี้ 

>> Smart Governance

เทศบาลยะลาได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Yala Mobile Application เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง ด้วยแนวคิดรัฐบาลโปร่งใส่ (Open Government) ของรัฐบาล อีกทั้งยังสามารถรับทราบข่าวสารการให้บริการภาครัฐ และร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มไลน์

>> Smart Economy

เทศบาลยะลาได้พัฒนาเศรษฐกิจเชิงเทคโนโลยี โดยสร้าง platform ที่ชื่อว่า 'หลาดยะลา' สร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ด้วยการเป็นสื่อกลางในการให้บริการค้าขายออนไลน์ พร้อมบริการขนส่งในพื้นที่ผ่านวินมอเตอร์ไซด์ 

นอกจากนี้ เทศบาลยังจัดอาสาสมัครชุมชนเข้าไปช่วยสอนวิธีการใช้งาน เพื่อแก้ปัญหาความไม่รู้ ไม่เข้าใจของประชาชนบางส่วนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกด้วย

'ส.ว.วันชัย' ลองผวนคำชื่อพรรค 'รวมไทยสร้างชาติ' เป็น 'รวมทาสสร้างชัย' ถามกลับ!! อัปมงคลแบบนี้จะไหวเหรอ?

'ส.ว.วันชัย' สะดุดใจชื่อ 'รวมไทยสร้างชาติ' ผวนแล้วเป็น 'รวมทาสสร้างชัย' ถามกลับจะไหวหรือ ความหมายอัปมงคล ทำไมจะต้อง รวมทาสไปสู้รบ ส่วนพรรคอื่นผวนแล้วไม่มีปัญหา

(22 ม.ค.66) นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความเรื่อง 'รวมไทยสร้างชาติ' ว่า ปกติการตั้งชื่อคนหรือชื่อพรรคการเมืองเขามักจะตั้งชื่อที่มีความหมายเป็นมงคล ทั้งตามหลักเลขศาสตร์ โหราศาสตร์ รวมตามคำและอักษรแล้วจะต้องเป็นศรีเป็นเดช มีพลังแห่งความสำเร็จเจริญรุ่งเรือง นอกจากชื่อเป็นมงคลแล้ว ทั้งคำโดยตรงและคำผวนของชื่อจะต้องไม่เป็นอัปมงคล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top