Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'ชาวพะเยา' ปลื้ม!! 'บิ๊กป้อม' ช่วยคนจนมีที่ทำกิน ยกย่องภาวะผู้นำ เหมาะนั่งนายกฯ คนต่อไป

จ.พะเยา คึกคัก ชาวบ้านแห่รับ 'ลุงป้อม' ช่วยคนจนให้มีที่ทำกิน ฟื้นฟูกว๊านพะเยา ยกย่องมีภาวะผู้นำ ทำงานหนัก ทุ่มเท รวดเร็ว ถูกใจชาวบ้าน เหมาะเป็นนายก คนต่อไป

(16 ม.ค. 66)  พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการต่อเนื่องจากช่วงเช้า (จ.ลำปาง) โดยในช่วงบ่ายได้ลงพื้นที่จ.พะเยา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมทั้งการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร จ.พะเยา โดยมี ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสทร ผวจ. ให้การต้อนรับ

เมื่อ พล.อ.ประวิตร และคณะเดินทางถึง บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อ.เมือง จ.พะเยา มีประชาชนมาร่วมต้อนรับเป็นจำนวนมาก ต่อจากนั้นได้เข้าประชุมหารือกับ จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามผลการดำเนินงาน ตามนโยบายของรัฐบาล และการบริหารจัดการน้ำ ของจังหวัด และการพัฒนา ฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำกว๊านพะเยา จากนั้นได้เป็นประธานพิธีมอบเอกสาร โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) และหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งโครงการดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ

'นิพนธ์' ระดมสมองผู้สมัครประชาธิปัตย์ ชายแดนใต้ ชู นโยบาย 'สันติภาพสู่สันติสุข' สอดรับ คำประกาศ '3 ส. สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ' พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประชุม ชู 8 นโยบาย ด้านการเกษตร สู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำสันติภาพสู่สันติสุข โดยมีผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสตูล และสงขลาบางส่วน ร่วมประชุมรับทราบนโยบายดังกล่าว ณ ห้องประขุมย่อย บ้านพักเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา

โดยนายนิพนธ์ กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออก 3  ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้คือ การสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ  โดยเฉพาะนโยบายในการนำมาใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือ การสร้างเงิน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นหลายนโยบาย โดยเฉพาะเน้นในเรื่องของนโยบายประกันรายได้คน และประกันรายได้ให้กับประเทศ 

ซึ่งในส่วนของการประกันรายได้ มุ่งเน้นในเรื่องของการเกษตร การประกันรายได้เงินส่วนต่าง ในเรื่องของ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์ม ยังคงนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของการให้เงินส่วนต่าง และนโยบายช่วยเหลือชาวนา 30,000 บาทต่อครัวเรือน แม้แต่ปลูกข้าวกินก็ยังได้ส่วนต่าง สำหรับผู้ที่มาลงทะเบียน นโยบายการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท การออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน การให้เงินทุนสำรองประมงท้องถิ่น 100,000 บาททุกปี ทุกกลุ่มที่ขึ้นทะเบียน การออกเอกสารสิทธิทำกินในที่ดิน ให้ผู้ที่ทำกินในที่ดินของรัฐ และการปลดล๊อกประมงพาณิชย์ ภายใต้ luu นี่คือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำนโยบายในเรื่องของการสร้างเงิน 8 นโยบาย และอีก 5 ฟรี คือเรียนฟรี อาหารกลางวันฟรี นมโรงเรียนฟรี และหญิงตั้งครรภ์รับทันที 600 บาท ต่อเดือน จนคลอด ฟรี

ในวันนี้เราได้เน้นในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้จังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งเราต้องเดินหน้าต่อ พร้อมกับการขยายการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ ซึ่งจังหวัดชายแดนใต้ต้องยุติความขัดแย้ง  การสูญเสียชีวิตมันต้องยุติได้แล้ว และเราอยากเห็นจังหวัดชายแดนใต้สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน

สำหรับนโยบายสร้างเงิน 8 นโยบายที่พรรคได้ประกาศ นี่เฉพาะกลุ่มแรกหลังจากที่พรรคประกาศยุทธศาสตร์ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ซึ่งงวดแรกที่ได้กล่าวไปแล้วนั่นคือเรื่องของการสร้างเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ในภาคเกษตรเป็นหลัก และจะมีภาคธุรกิจอื่นตามมาอีก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจทันสมัย เรื่องของนวัตกรรม เรื่องของ SME และเรื่องอื่นๆ ที่จะทยอยประกาศตามมา เพื่อสร้างรายได้ในส่วนนั้น และในเรื่องของการสร้างคนซึ่งจะเป็นตัวตนของประชาธิปัตย์ รวมถึงเรื่องของสาธารณสุข รวมถึงในเรื่องของsold power และสุดท้ายในเรื่องของการสร้างชาติ นั่นคือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น รวมถึงในเรื่องของการกระจายอำนาจ ซึ่งสุดท้ายนโยบายชายแดนภาคใต้ซึ่งได้ขอความเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ซึ่งเราเคยมีนโยบาย ใต้สันติสุข แต่วันนี้เราจะไม่เอาเพียงใต้สันติสุข แต่จะเป็นนโยบายใต้ชายแดน 'สันติภาพสู่สันติสุข' เพราะการยุติความขัดแย้งนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งเราจะไม่มีวันจบในเรื่องของการใช้อาวุธเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความขัดแย้ง แต่จะจบด้วยการพูดคุยกัน เราใช้งบประมาณ กว่า 4.9 แสนล้าน ในเวลา19 ปี ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้นจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงต้องพูดคุยกัน ทุกฝ่ายเพื่อยุติความขัดแย้ง

‘บิ๊กป้อม’ ยิ้มแป้น ลงพื้นที่ตรวจราชการลำปาง หลัง ‘ธรรมนัส’ ยกขบวนผู้สมัคร ส.ส. ต้อนรับ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ (16 ม.ค. 66)ที่ท่าอากาศยานลำปาง  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางถึงจ.ลำปาง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และมีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย พร้อมน.ส.ธนพร ศรีวิลาศ สวมชุดพื้นเมือง นำว่าที่ผู้สมัคร สส.พปชร.จ.ลำปาง พรรคพปชร.นางระพีพรรณ โพธิ์ทอง เขต1 นายจินดา วงศ์สวัสดิ์ เขต2นายดาชัย เอกปฐพี 3 และนายสมเกียรติ ตันตระกูล เขต 4 รอต้อนรับ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ บางส่วน นำมาลัยดาวเรืองมามอบต้อนรับ โดยพล.อ.ประวิตร มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดี โดยการลงพื้นที่มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพปชร. รวมถึงนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ทีมโฆษกพรรคพปชร.ร่วมคณะ

‘ก้าวไกล’ ชูนโยบาย “ลดงานครู คืนครูให้นักเรียน” พร้อมเดินหน้าแก้หนี้ครู - เพิ่มค่าตอบแทนครูบรรจุใหม่

‘ก้าวไกล’ ประกาศนโยบาย “ลดงานครู คืนครูให้นักเรียน” ยกเลิกครูนอนเวร ลดงานธุรการเอกสาร เพิ่มค่าตอบแทนครูบรรจุใหม่ ชวนเปลี่ยนวิธีปฏิรูปการศึกษา เลิกคิดจากหอคอยงาช้าง มาแก้ปัญหาที่ครู-นักเรียนเจอในชีวิตประจำวัน

(16 ม.ค. 66) พรรคก้าวไกล โดยพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการ Think Forward Center ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยนโยบายของพรรคก้าวไกล ได้ประกาศนโยบายเนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ “ลดงานครู คืนครูให้นักเรียน” เพื่อแก้ปัญหาภาระงานเอกสารและงานอื่น ๆ ที่ดึงครูออกจากห้องเรียน

พิธา กล่าวว่า มีงานวิจัยของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ได้ทำการศึกษาเอาไว้ว่าใน 1 ปี มีวันเปิดเรียน 200 วัน แต่ครูต้องใช้เวลา 84 วัน หรือ 42% ไปกับงานนอกห้องเรียน ปัญหาเรื่อง งานที่ดึงครูออกจากห้องเรียนถูกพูดถึงกันมานาน คำถามคือทำไมเรื่องนี้ถึงยังแก้ปัญหาไม่ได้ ก้าวไกลจึงได้ตั้งโจทย์การทำนโยบายใหม่ ด้วยการที่ทีมนโยบายเราลงไปเก็บข้อมูลจากครูที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร คือครูผู้ช่วยบรรจุใหม่ ที่เงินเดือนน้อยที่สุด แต่ต้องรับภาระงานแทบจะมากที่สุดในโรงเรียน

ปัญหาที่คุณครูเล่าให้เราฟัง หลายเรื่องนักปฏิรูป หรือผู้บริหารจากส่วนกลาง/ส่วนภูมิภาคอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก อย่างการจัดผ้า จับจีบ สร้างพิธีกรรมต้อนรับผู้บริหารกระทรวง หรือการเข้าเวรอยู่โรงเรียนในยามวิกาล แต่สำหรับครูระดับล่างสุดที่เป็นผู้ปฏิบัติงานที่ต้องรับผิดชอบห้องเรียน สิ่งเหล่านี้กินพลังงานและชั่วโมงการทำงานมหาศาล จนส่งผลกระทบกับการจัดการเรียนการสอน

“นี่จึงเป็นที่มาของการทำข้อเสนอ 10 ข้อ ที่ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล เราสามารถแก้ได้ทันที คือ 1) ยกเลิกให้ครูเข้าเวร ทันที! 2) ยกเลิกพิธีการ จัดจีบ จัดผ้า จัดโต๊ะ ตั้งบอร์ด ในการประเมินผล ทันที! 3) ห้าม ผอ. ใช้ครูทำผลงาน ให้ครูประเมินผล ผอ. 360 องศา 4) ลดงานธุรการครู เพิ่มงานบริหารให้ผู้บริหาร 5) ระบบกรอกต่าง ๆ ต้องไม่ล่ม จบในระบบเดียว 6) ยกเลิกการเขียนรายงานเมื่อไปอบรมหรือปฏิบัติราชการ 7) เลิกการส่งครูไปอบรม! เปลี่ยนเป็นให้เงิน เพื่อให้ครูเลือกไปเรียนรู้แทน  8) ห้าม! สพฐ. จัดอบรมในวันที่มีการเรียนการสอน 9) ระบบรับเรื่องร้องเรียนตรงถึงรัฐมนตรี 10) เพิ่มค่าตอบแทนครูบรรจุใหม่ให้มากกว่า 20,000+ บาท/เดือน"

'ซูเปอร์โพล' เผยผลสำรวจ 'ผู้แทนราษฎรกับความหวังใหม่' ชี้!! ประชาชนยังมีหวัง ผู้แทนฯ ใหม่ทำหน้าที่ที่ดีในสภาฯ

เมื่อวานนี้ (15 ม.ค. 66) ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ผู้แทนราษฎร กับ ความหวังใหม่ กรณีศึกษากลุ่มตัวอย่าง 1,137 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 12 - 13 มกราคม 2566

เมื่อถามถึง ความเข้าใจของประชาชนต่อ หน้าที่ของ ผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พบว่า ร้อยละ 51.0 ระบุผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. มีหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ร้อยละ 44.9 ระบุ เห็นชอบกฎหมาย

ร้อยละ 32.7 ระบุ พิจารณากฎหมาย

ร้อยละ 30.3 ระบุ พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี

ร้อยละ 28.7 ระบุ เสนอกฎหมาย

ร้อยละ 23.7 ระบุ ช่วยเหลือ งานศพ งานบวช พบปะประชาชน ในงานต่าง ๆ

ร้อยละ 21.6 ระบุ ตั้งคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ

ร้อยละ 14.8 ระบุ เห็นชอบ แต่งตั้งบุคคลนายกรัฐมนตรี

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่าที่น่าพิจารณาคือประชาชนเข้าใจว่า หน้าที่ของผู้แทนราษฎรคือช่วยเหลืองานศพ งานบวช พบปะประชาชนในงานต่าง ๆ มีสัดส่วนมากกว่าหน้าที่ในการเห็นชอบตั้งบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรมีการพิจารณาเสริมสร้างความเข้าใจของประชาชนให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

ส่วนในประเด็นต้นตอความเสื่อมศรัทธาของประชาชน ต่อสภาผู้แทนราษฎร 

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.8 ระบุ ความเสื่อมของ ส.ส. หรือผู้แทนราษฎร คือ สภาล่มซ้ำซาก แจกกล้วย พฤติกรรมไม่เหมาะสม ดูหนังโป๊ในสภา เสียบบัตรแทนกัน

ร้อยละ 91.9 ระบุ รัฐสภาไม่เป็นต้นแบบของความรักความสามัคคีของคนในชาติ แบ่งขั้ว แบ่งข้างมุ่งแต่หาผลประโยชน์

ร้อยละ 91.0 ระบุ ผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ต้นตอทุจริต แสวงหาผลประโยชน์ จากการประมูลโครงการต่าง ๆ

ร้อยละ 90.5 ระบุ ความเป็น ส.ส. หรือ ผู้แทนราษฎร เป็น สมบัติประจำตระกูลสืบทอดต่อ ๆ กันได้

ผู้แทนราษฎรที่ประชาชนคาดหวังทำหน้าที่ ส.ส.ที่ดีในสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

ร้อยละ 54.9 ระบุ นาย เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล, นาย ธนกร วังบุญคงชนะ, นางวลัยพร รัตนเศรษฐ จากพรรคพลังประชารัฐ

ร้อยละ 54.0 ระบุ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์, นายอิสรพงษ์ มากอำไพ, น.ต.สุธรรม ระหงษ์ จากพรรคประชาธิปัตย์

‘อิ๊งค์’ ลั่นพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ พท. รับคุย ‘เศรษฐา’ ปรึกษาวางนโยบาย แย้มอาจร่วมลงพื้นที่ด้วยกันเพราะเป็นสมาชิกพรรคแล้ว

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า เราเตรียมวางแผนเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้ ตอนนี้ก็มีหลายกระแสทั้งการยุบสภา ควบรวมพรรคและดูดส.ส. แต่เราก็ยังไม่ได้กำหนดวันที่ที่ชัดเจน 

เมื่อถามถึงความชัดเจนในตัวของนายเศรษฐา ทวีสิน ต่อพรรค พท. น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตอนนี้นายเศรษฐาก็เป็นสมาชิกพรรค พท. ถ้าจะมาช่วยหาเสียงก็ถูกต้องตามกฎหมาย แต่วันนี้นายเศรษฐาไม่ได้แพลนร่วมลงพื้นที่ด้วยกัน 

เมื่อถามว่าหลังจากนี้มีโอกาสที่นายเศรษฐา จะร่วมลงพื้นที่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า มีโอกาสแน่นอน ทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรค พท.สามารถมาช่วยหาเสียงได้ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งพรรค พท. แอบขอคำปรึกษานายเศรษฐาอยู่เรื่อย ๆ อยู่แล้ว ทั้งเรื่องของนโยบายและเศรษฐกิจ เพราะนายเศรษฐา เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และยังปรึกษานักวิชาการ รวมทั้งคนที่มีความรู้ต่างๆ มากมาย เพื่อทำนโยบายของพรรค พท.ให้ตอบโจทย์พี่น้องประชาชน

'กรณ์' ไอเดียบรรเจิด ล้อใบปลิวเงินกู้นอกระบบ ประกบนโยบาย "ยกเลิกแบล็กลิสต์" สื่อถึงดอกเบี้ยมหาโหด สร้างความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก เตรียมแถลงข่าวพร้อมคนติดแบล็กลิสต์ จันทร์ 16 ม.ค.นี้ ที่ทำการพรรคชาติพฒนากล้า ถ.รัชดาภิเษก

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พรรคชาติพัฒนากล้า ปล่อยนโยบายเศรษฐกิจชุดแรกออกมา โดยการเสนอยกเลิกแบล็กลิสต์ และให้ปล่อยกู้ด้วยเครดิตสกอร์แทน ตามข่าวที่นำเสนอมาอย่างต่อเนื่องนั้น ล่าสุด ได้ออกไอเดียใช้ใบปลิวเงินกู้นอกระบบ แจกจ่ายให้กับประชาชน เพื่อสื่อให้เห็นถึงดอกเบี้ยมหาโหด และแนวทางที่ประชาชนจะเข้าสู่ระบบเงินกู้ในระบบได้ รัฐบาลต้องยกเลิกระบบสินเชื่อโดยใช้เกณฑ์แบล็กลิสต์บูโร และใช้ระบบเครดิตสกอร์จากดาต้าแทน 

โดยด้านหน้าของใบปลิว จะเป็นข้อความที่เห็นจนชิน คือ เงินกู้ด่วน แต่เพิ่มเนื้อหา สำหรับคนติดแบล็กลิสต์ ส่วนด้านหลังเป็นรายละเอียดนโยบายว่า มีคนไทยติดแบล็กลิสต์กว่า 5.5 ล้านคน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิดมีคนติดเพิ่มขึ้นหลายล้าน บางคนติดเพราะส่งค่างวดช้าไปไม่กี่วัน บางคนใช้หนี้หมดแล้วแต่ก็ยังติดอยู่ ทำให้กู้ในระบบไม่ได้ เพื่อนำเงินมาหมุนหรือต่อยอดในการทำธุรกิจ สร้างความเดือดร้อนให้คนเป็นจำนวนมาก เพราะการกู้นอกระบบอย่างที่รู้กันว่าเจอดอกเบี้ยโหดแค่ไหน เงินที่จ่ายเป็นดอกเบี้ยทั้งนั้น ยากที่จะลดต้นได้ 

พรรคชาติพัฒนากล้า จึงเสนอนโยบาย ยกเลิกแบล็กลิสต์แล้วใช้ระบบ Credit Score แทน ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ข้อมูลในการชำระหนี้ประจำวันต่างๆ มาเป็นเกณฑ์ตัดสิน เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์มือถือ ใครมีประวัติดีก็ได้เครดิตดี สามารถกู้ได้มาก ใครเครดิตไม่ดีก็กู้ได้น้อย ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยและตอบโจทย์มากกว่าการติดแบล็กลิสต์ ซึ่งใครที่ติดแล้วเหมือนตกเหว ยากที่จะขึ้นมาลืมตาอ้าปากได้ 

อีกด้านของชายชาติทหารชื่อ 'ประยุทธ์ จันทร์โอชา' นายกฯ ผู้อ่อนโยน เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณหนูๆ

เป็นที่รับรู้กันในหมู่ผู้สื่อข่าวทั้งสายทหาร และสายทำเนียบว่า นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น มีความอ่อนโยนในจิตใจส่วนลึก สวนทางกับภาพลักษณ์อันกร้าวและแกร่ง ตามแบบฉบับชายชาติทหารมืออาชีพ เป็นนายทหารที่เวลาพูดกับคนในบ้านด้วยคำลงท้ายว่า "คะ / ค่ะ" แทบทุกประโยค เพราะนอกจากท่านแล้ว ก็มีแต่ภรรยาและลูกสาวฝาแฝด ซึ่งล้วนเป็นสุภาพสตรีล้วน ๆ

นั่นคือที่มาของอดีตฉายา 'ผบ.นะคะ' หยิกแกมหยอกอันเป็นตำนาน

อีกมุมหนึ่งซึ่งปรากฏเห็นเป็นภาพตลอดมาตั้งแต่ครั้งยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจนถึงนายกรัฐมนตรี คือความ - รักเด็ก (โดยมิต้องเคยหรือเป็นนางงามแต่อย่างใด)

‘เพื่อไทย’ ให้การต้อนรับคณะทำงาน พรรคคอมมิวนิสต์จีน เผย พร้อมร่วมมือผลักดันทุกนโยบาย เพื่อปชช. ทั้ง 2 ประเทศ

(13 ม.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้แทนพรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนางนลินี ทวีสิน ประธานคณะกรรมการต่างประเทศ และวิเทศสัมพันธ์ ให้การต้อนรับการมาเยือนของคณะจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน นำโดยนายเฉิน โจว รัฐมนตรีช่วยกระทรวงวิเทศสัมพันธ์แห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนและคณะ 

นายเฉิน โจว กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้ เพื่อนำคณะมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์จีน-ไทย พร้อมชี้แจงแนวทางการนำพาจีนของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ที่ประกาศไว้ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติครั้งที่ 20 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 16 ต.ค.65 ซึ่งถือว่าเป็นวาระสำคัญที่ท่านสี จิ้น ผิง ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้นำสูงสุดของจีนต่อเนื่องเป็นวาระที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจีนอยู่ในตำแหน่งเกิน 2 วาระ ระยะเวลา 10 ปี ซึ่งต้องการเน้นย้ำการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างเศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศ

'เพื่อไทย' แซะ 3 ป. Forever คือ จากกันตลอดไปหรือไม่ เย้ย!! จม. 'บิ๊กป้อม' เหมือนจัดหนัก 'บิ๊กตู่' มักใหญ่ใฝ่สูง

(13 ม.ค. 66) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีเพจพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เผยแพร่ จดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดใจในวันที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซบ รทสช.ยัน 3 ป. Forever ไม่ทิ้งสมาชิก พปชร.ว่า...

ไม่รู้ว่าพล.อ.ประวิตรเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยเลือดหรือน้ำตา การบอกว่าไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ หลังรู้ว่าพล.อ.ประยุทธ์แสดงจุดยืนทางการเมืองไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ สะท้อนความกระอักกระอ่วนใจจนสุดจะบรรยาย คิดไม่ถึงว่าอดีตลูกน้องที่เคยฟูมฟักตั้งแต่เป็นทหารเด็ก ๆ จะทำกับพี่ใหญ่ 3ป.ได้ถึงเพียงนี้ การบอกว่า 3 ป. Forever ไม่แน่ใจว่า หมายถึง 3ป.จากกันตลอดไป หรือทิ้งให้ 3ป.เหลือแค่ตำนานตลอดไป โดยไม่มีใครทำอะไรเพิ่มเติม จดหมายพล.อ.ประวิตรยิ่งกว่าเปลือยตัวตนของ พล.อ.ประยุทธ์จนล่อนจ้อนว่าเป็นคนเช่นไร มักใหญ่ใฝ่สูงเพียงไร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top