Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'เพชร' โต้ 'ดู๋-สัญญา' คนดีไม่มีเครื่องวัด!! การจั่วหัวแบบสุภาพ เพื่อปกปิดกมลสันดาน

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกทวิตเตอร์ เมื่ออดีตนักแสดงเกรดบี 'กรุณพล เทียนสุวรรณ' หรือ 'เพชร กรุณพล' ออกมาทวิตข้อความเห็นต่างจากดารารุ่นพี่ พิธีกรรุ่นใหญ่ 'ดู๋ - สัญญา คุณากร' ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ผ่านรายการ 'Thairath Talk Live' โดยทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ได้ทำการตัดต่อเนื้อหารายการดังกล่าว ลงเป็นคลิปสั้นโพสต์โปรโมตบนสังคมโซเชียลมีเดีย โดย THE STATES TIMES ก็ขอถอดเนื้อหาใจความ 'สังคมต้องการคนดีมากกว่าคนเก่ง - ข้อคิดจากดู๋ สัญญา' ดังต่อไปนี้...

"...คุณต้องสร้างคนดี เพราะคนดีเท่านั้นที่จะได้รับการตอบรับต่อทุกงานที่ทำ สมมติว่าคุณอยู่ที่ทำงาน คุณจะสังเกตเห็นคำพูด เฮ้ย คนนี้เป็นคนดี ซึ่งนั่นคือคนที่คุณต้องการอยากทำงานด้วย อยากอยู่ด้วย ไม่ใช่เพราะไอ้นี่มันเก่ง เลยอยากทำงานด้วยกันกับมัน ไม่ มันเก่งแต่เฮงซวย นิสัยไม่ดี คุณต้องการอยู่กับคนดี จริง ๆ มนุษย์ต้องการอยู่กับคนดี แต่คุณกำลังพยายามทำให้ทุกคนเป็นคนเก่ง ถ้าเป็นของ ๆ คุณ แต่ความจริงคนเก่งไม่ได้เป็นที่ต้องการร้อยเปอร์เซ็นเท่ากับคนดี" สัญญา คุณากร กล่าว

จากประเด็นนี้เองทำให้อดีตผู้สมัครจาก 'พรรคก้าวไกล' กลุ่มการเมืองซึ่งมักมีความเห็นแย้งต่อทุกอย่าง โดยเฉพาะกับเรื่องความดีงาม ออกมาทวิตตอบโต้ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว @Petchy66 แทบทันที

"...ขอเห็นต่างกับพี่ดู๋นะครับ คนดีมันไม่มีเครื่องวัดครับ วันนี้ดีพรุ่งนี้เลวก็มีถมไป ดีต่อหน้าลับหลังโคตรชั่วก็ไม่น้อย เราจึงต้องการคนเก่งมาทำงาน มาแก้ปัญหา และมาสร้างวิธีที่สามารถตรวจสอบทั้งคนดีและคนชั่ว ไม่ให้ทุจริต ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนกับคนอื่นครับ"

ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเผยแพร่ข้อความนี้ออกไปก็สะสมยอดเข้าชมมากกว่าสองแสนวิว และยอดรีทวิตเกิน 6,000 ครั้ง พร้อมความคิดเห็นอีกบางส่วน

อันที่จริง ผมก็ไม่มีเจตนาให้เกิดความแตกแยก แค่อยากนำเสนอข่าวที่เป็นจริงเท่านั้น เพียงแต่เมื่อนายกรุณพลได้สื่อสารความคิดเห็นของตนสู่สื่อสาธารณะ ความคิดนั้นก็ย่อมกลายเป็นความคิดเห็นสาธารณะ เพราะฉะนั้นผมก็เลยขออนุญาตเห็นแย้ง (ภาษาพวกคุณก็ "เห็นต่าง" นั่นแหละ) จากคุณเพชรอีกที เป็นข้อ ๆ ไป ตามมารยาทอันควรปรากฏบนพื้นที่สาธารณะ

"...ขอเห็นต่างกับพี่ดู๋นะครับ" (ตอบ) เอาเข้าจริงแล้วประโยคทำนองนี้มันเหมือนกับคำขึ้นต้นจดหมาย ซึ่งคล้ายเป็นมารยาทบังคับ แต่ผมเชื่อว่าคุณเพชรไม่มีสิ่งที่ว่านั้น คำขึ้นต้นทวิตนี้จึงเป็นเพียงเพื่อแสดงความ 'อ่อนแอ' และ 'ขาดกลัว' ต่อบุคคลชื่อ 'สัญญา คุณากร' หรือ 'พี่ดู๋' รุ่นพี่ในวงการของคุณนั่นเอง โดยอาศัยจั่วหัวแบบสุภาพปกปิดกมลสันดาน

"...คนดีมันไม่มีเครื่องวัดครับ" (ตอบ) ความเชื่อเรื่องเครื่องวัดอะไรนี่ คงเกิดจากที่คุณเพชรพาตัวไปเกลือกกลั้วกับสังคม 'โสมมคติ' นานเกินควรนั่นเอง เพราะหากลืมตามองหาผู้รู้สักนิด คุณก็อาจเคยได้ยินว่า "ศีล คือ เครื่องวัดความดีของคน" ที่หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี พระอริยเจ้ากล่าวเทศนาสอนมนุษย์ไว้ และท่านยังอธิบายเพิ่มเติมอีกนิดถึง "...ผู้ไม่มีศีลนั้น เปรียบอุปมามนุษย์เหมือนกับสัตว์ธรรมดา ถ้ามีศีลจึงเรียกว่า มนุษย์แท้"

‘บิ๊กป้อม’ ห่วงชาวบ้านที่ยังเดือดร้อนทุกพื้นที่ ระดมกลไกรัฐเร่งแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำ

'พล.อ.ประวิตร' ห่วงชาวบ้านที่ยังเดือดร้อน ตามติดแก้ปัญหา P-move ตามข้อเรียกร้อง สั่งระดมกลไกรัฐร่วมภาค ปชช. เร่ง "ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่" ย้ำต้องได้ข้อยุติโดยเร็ว ปชช.พอใจ/อยู่ดีกินดี  

วันนี้ (18 ม.ค. 66) เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ครั้งที่ 1/2566 ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5จังหวัด ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ ผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน การแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ตามข้อเรียกร้อง รวมทั้งความคืบหน้าการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้แก่ การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้ชุมชน ปัญหาที่สาธารณะประโยชน์และที่ดินเอกชนที่ปล่อยทิ้งร้าง ปัญหาที่อยู่อาศัยและสินเชื่อ ปัญหาด้านคดีความที่ดินทำกินและการบังคับคดี ปัญหาการเข้าถึงกองทุนยุติธรรมและความช่วยเหลือทางกฎหมาย ปัญหาพื้นที่สาธารณะประโยชน์ทับซ้อน รวมทั้งการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาล เป็นต้น โดย พล.อ.ประวิตร ได้กำชับผู้เกี่ยวข้อง ทุกกระทรวงให้เร่งรัด ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา อย่างต่อเนื่องและให้ได้ข้อยุติ เพื่อลดผลกระทบของพี่น้องประชาชน โดยเร็วที่สุด

นิพนธ์ ระดมสมองผู้สมัครประชาธิปัตย์ ชายแดนใต้ ชู นโยบาย 'สันติภาพสู่สันติสุข' สอดรับ คำประกาศ '3 ส. สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ' พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประชุม ชู 8 นโยบาย ด้านการเกษตร สู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำสันติภาพสู่สันติสุข โดยมีผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสตูล และสงขลาบางส่วน ร่วมประชุมรับทราบนโยบายดังกล่าว ณ ห้องประขุมย่อย บ้านพักเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา

โดยนายนิพนธ์ กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออก 3  ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้คือ การสร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ  โดยเฉพาะนโยบายในการนำมาใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นคือ การสร้างเงิน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นหลายนโยบาย โดยเฉพาะเน้นในเรื่องของนโยบายประกันรายได้คน และประกันรายได้ให้กับประเทศ 
ซึ่งในส่วนของการประกันรายได้ มุ่งเน้นในเรื่องของการเกษตร การประกันรายได้เงินส่วนต่าง ในเรื่องของ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์ม ยังคงนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของการให้เงินส่วนต่าง และนโยบายช่วยเหลือชาวนา 30,000 บาทต่อครัวเรือน แม้แต่ปลูกข้าวกินก็ยังได้ส่วนต่าง สำหรับผู้ที่มาลงทะเบียน นโยบายการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท การออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน การให้เงินทุนสำรองประมงท้องถิ่น 100,000 บาททุกปี ทุกกลุ่มที่ขึ้นทะเบียน การออกเอกสารสิทธิทำกินในที่ดิน ให้ผู้ที่ทำกินในที่ดินของรัฐ และการปลดล๊อกประมงพาณิชย์ ภายใต้ luu นี่คือสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำนโยบายในเรื่องของการสร้างเงิน 8 นโยบาย และอีก 5 ฟรี คือเรียนฟรี อาหารกลางวันฟรี นมโรงเรียนฟรี และหญิงตั้งครรภ์รับทันที 600 บาท ต่อเดือน จนคลอด ฟรี

ในวันนี้เราได้เน้นในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้จังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งเราต้องเดินหน้าต่อ พร้อมกับการขยายการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ ซึ่งจังหวัดชายแดนใต้ต้องยุติความขัดแย้ง การสูญเสียชีวิตมันต้องยุติได้แล้ว และเราอยากเห็นจังหวัดชายแดนใต้สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน

พท. เย้ย ‘ประยุทธ์’ หมดสภาพ จบไม่สวย หลัง รมต.พร้อมใจลาประชุม ครม.

(18 ม.ค. 66) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทยอยแต่งตั้งคนในพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาลอย่างต่อเนื่องว่า …

พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกลับไปศึกษาจุดจบของพรรคทหารเฉพาะกิจ ตั้งแต่สามัคคีธรรม เปรียบเทียบกับพลังประชารัฐ (พปชร.) และจะลามมาถึงพรรค รทสช. ที่สุดจะมีชะตากรรมเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์จะถูลู่ถูกังตะแบงต่อไปไม่ได้ ส.ส.แห่ลาออกแทบทุกวัน จนสภาล่มทุกสัปดาห์ ประชุม ครม.ที่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่กลับมีรัฐมนตรีพร้อมใจกันลาประชุมเกือบสิบคน พี่ใหญ่ 3 ป. ขอไปใช้ใจบันดาลแรงลงพื้นที่โดยไม่เกรงใจ พล.อ.ประยุทธ์อีกต่อไป เพราะในครม.พล.อ.ประวิตร ก็ไม่เห็นด้วยในหลายเรื่อง ภารกิจเดียวที่พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงดำรงเป้าหมายอยู่ คือความพยายามทยอยตั้งคนในพรรค รทสช.เข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาลให้ได้มากที่สุด 

‘โรม’ กร้าว!! สังคมไทยก้าวพ้นความขัดแย้งได้ ต้องทลายมรดก คสช.-ล้างผลพวงรัฐประหาร

(18 ม.ค. 66) ที่รัฐสภา รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ให้ความเห็นกรณี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวระหว่างการเปิดตัวนโยบายของพรรคพลังประชารัฐเพื่อเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง ว่าพร้อมจับมือกับทุกฝ่ายเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง 

รังสิมันต์ กล่าวว่า ทั้ง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีบทบาทสำคัญในการทำรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจ ทำให้ประเทศไทยต้องพบวิกฤตต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งพรรคก้าวไกลยืนยันว่าการที่เราจะแก้ไขวิกฤตทางการเมืองของประเทศ หรือก้าวข้ามความขัดแย้งได้ จำเป็นต้องทลายมรดกของ คสช. และผลพวงของการรัฐประหารเสียก่อน ไม่เช่นนั้น ประเทศไทยจะไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน

รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราเห็นคือ กลุ่ม 3 ป. มีบทบาทสำคัญในการทำลายหลักการสิทธิมนุษยชน ทำให้ตน และคนอีกจำนวนมากถูกจับกุมดำเนินคดี ถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีการตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมาเป็นทางเลือก เพื่อต่อสู้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศ และลบล้างผลพวงการรัฐประหารทั้งหมด

‘ชญาภา’ ชี้ ภาพลักษณ์คอร์รัปชันไทย 64 รั้ง 110 เทียบยุค ‘โทนี่’ เป็นนายกฯ ยังอยู่ในอันดับที่ 59

‘ชญาภา’ สับต่อมผิดชอบชั่วดี ‘ประยุทธ์’ ไม่ทำงานหลังตั้งแก๊ง รทสช. นั่งทีมนายกฯ อื้อ อัด รบ.คนดีสร้างบาปทางการเมืองไว้เพียบ เชื่อ ปชช.จะพิพากษาวันเลือกตั้ง

(18 ม.ค. 66) น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยกล่าวกรณีที่คณะรัฐมนตรีที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธาน มีมติแต่งตั้งนายสยาม บางกุลธรรม รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ คณะกรรมการยุทธศาสตร์และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม.เขตยานนาวา พรรครทสช.ให้เป็นข้าราชการการเมืองในตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ตามที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ เสนอว่า ยิ่งนานวันรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งทำสิ่งที่ไร้มารยาททางการเมือง ต่อมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทางการเมืองไม่ทำงาน นอกจากจะล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองแล้ว ยังสร้างความไม่ไว้วางใจให้กับพี่น้องประชาชนซ้ำ ๆ ทั้งที่เหลือเวลาในการทำงานไม่ถึง 2 เดือน แต่ยังเดินหน้าแต่งตั้งคนในพรรคที่ตนเองสังกัดมาทำงานรอบกาย

น.ส.ชญาภา กล่าวต่อว่า โดยปกติการแต่งตั้งบุคคลมาช่วยทำงานจะแต่งตั้งหลังจากที่มีการเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ แต่พล.อ.ประยุทธ์แต่งตั้งคนในพรรคที่สังกัดมาดำรงตำแหน่งในรัฐบาลเพื่อไปสู้ศึกเลือกตั้ง เรื่องนี้น่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองหรือไม่ จากที่ก่อนหน้านี้ได้แต่งตั้งนายนายพีระพันธุ์ หัวหน้าพรรค รทสช.เป็นเลขาธิการนายกฯ จึงอดคาดเดาไม่ได้ว่าหลังจากนี้คนที่เป็นเลขาธิการนายกฯ และเป็นหัวหน้าพรรคที่นายกฯ สังกัดอยู่ จะตั้งพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรค รทสช.เป็นการผลัดกันเกาหลังทางการเมือง หากเป็นบุคคลที่มีความละอายทางการเมือง จะไม่ทำเช่นนี้ แต่พล.อ.ประยุทธ์กล้าทำในหลายเรื่อง เช่น…

1. พล.อ.ประยุทธ์รัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ในปี 2557 มีความผิดฐานกบฎ แต่นิรโทษกรรมตัวเองไม่ให้รับผิด

2. พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำเผด็จการรัฐบาลทหารกว่า 4 ปีไม่พอใจ ยังวางหมากทางการเมืองหวังจะสืบทอดอำนาจต่อ โดยสรรหา ส.ว.เพื่อโหวตให้ตัวเองเป็นนายกฯต่อ 

3. พล.อ.ประยุทธ์อยู่บ้านพักฟรี ค่าน้ำค่าไฟฟรีจากภาษีประชาชน

‘พิธา’ ร่อนจดหมายรับ ‘วันกองทัพไทย’ ลั่น ‘ก้าวไกล’ เป็น รบ. เลิกเกณฑ์ทหารแน่นอน

‘พิธา’ ร่อนจดหมายรับวันกองทัพไทย ให้คำมั่นเลิกเกณฑ์ทหาร-วัฒนธรรมอำนาจนิยม เปลี่ยนให้เป็นกองทัพเพื่อปกป้องประชาชน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่อนจดหมายเปิดผนึกเนื่องในวันกองทัพไทย ความว่า

ถึงพี่น้องทหารไทยทุกคน อย่างที่หลายท่านทราบ พรรคก้าวไกลเรายืนยันมาตลอดตั้งแต่ครั้งเป็นพรรคอนาคตใหม่ ถึงความจำเป็นของการ 'ปฏิรูปกองทัพ'

แน่นอนว่าในมุมหนึ่ง การปฏิรูปกองทัพ เป็นวาระระดับประเทศ ที่หมายถึงตั้งแต่การแยกทหารออกจากการเมือง การยุติวงจรรัฐประหาร การทำให้กองทัพมีความโปร่งใส-ตรวจสอบได้ รวมถึงการทำให้กองทัพมีขนาดและภารกิจที่เท่าทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งล้วนจำเป็นต่อการรักษาประชาธิปไตย ส่งเสริมเศรษฐกิจ และปกป้องผลประโยชน์ประชาชนในภาพรวม

แต่อีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกองทัพ เพราะเราเชื่อว่าการปฏิรูปกองทัพเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อคุ้มครองคุณภาพชีวิตของพลทหารทุกคน ทั้งที่ถูกบังคับเกณฑ์เข้ามา และที่สมัครเข้ามาเพราะรักในอาชีพทหาร แต่กลับถูกกดทับและเอารัดเอาปรียบด้วยค่าตอบแทนที่ไม่เพียงพอ อนาคตที่ไม่มั่นคง ภารกิจงานที่ไม่ตรงปก ชีวิตที่ไม่ปลอดภัยจากการถูกละเมิดสิทธิ และการถูกปฏิบัติโดยผู้บังคับบัญชาบางคนที่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นักการเมืองในคราบทหารในรัฐบาลปัจจุบันและเครือข่ายผลประโยชน์ในกองทัพบางฝ่าย จะพยายามตีตราและตีขลุมว่าเรา - พรรคก้าวไกล - เป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพ แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

จริงอยู่ เรายืนอยู่ตรงข้ามกับ ทหารที่ล้มล้างประชาธิปไตย ผ่านการยึดอำนาจจากประชาชนและสืบทอดอำนาจตัวเอง
จริงอยู่ เรายืนอยู่ตรงข้ามกับ ทหารที่ถืออภิสิทธิ์เหนือประชาชน และใช้อำนาจโดยมิชอบกับคนที่เขาควรปกป้อง และจริงอยู่ เรายืนอยู่ตรงข้ามกับ ทหารที่กอบโกยผลประโยชน์จากภาษีประชาชน และปฏิเสธการตรวจสอบ แต่เรายืนยันว่าทั้งหมดที่ทำ เพราะต้องการยืนอยู่เคียงข้างประชาชนและทหารทุกคนที่ให้เกียรติประชาชน

'โรม' ฉะ!! รัฐบริหารประเทศแค่อาชีพเสริม อาชีพหลักหาเสียง อาชีพรองดูด ส.ส.

'โรม' ฉะรัฐบาลอาชีพหลักหาเสียง อาชีพรองดูด ส.ส. อาชีพเสริมบริหารประเทศ แนะควรใช้เวลาที่เหลืออยู่บริหารงานให้ดี ยันขอทำหน้าที่ซักฟอกให้ดีที่สุดเหมือนเส้นด้ายที่คม

(18 ม.ค. 66) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคว่ายังคงเน้นการพบปะประชาชน แบบไปเดินตลาด ยังไม่ได้เน้นในเรื่องการเปิดเวทีใหญ่ เนื่องจากเราเห็นว่าการเดินพบปะประชาชนเป็นการเริ่มต้นที่ดีกว่า และได้ความใกล้ชิด แต่อาจจะได้พบคนน้อย ส่วนการขึ้นเวทีจะได้พบปะประชาชนจำนวนมาก ต้องดูว่าสุดท้ายความใกล้ชิดจะเป็นอย่างไร 

อย่างไรก็ตามแคมเปญหาเสียงของพรรค การเดินสายทั่วประเทศแน่นอน เราจะใช้เวลาทั้งหมดในการทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด คือ...

ข้อ 1.งานสภาเราต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป เพราะยังมีกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะกฎหมายของพรรคก้าวไกลที่มีความจำเป็นจะต้องผลักดัน

“บางทีผมรู้สึกว่า ถ้าคุณอยากสัญญากับประชาชนว่าหลังจากนี้จะผลักดันเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่วันนี้เรายังอยู่ในสภายังมีอำนาจอยู่ ฝ่ายค้านอาจไม่เยอะ แต่ก็ทำงานได้ ก็ต้องทำงานให้ดีที่สุดให้ประชาชนเขาเห็นว่า คุณเข้าไป คุณรักษาสัญญา ไม่ตระบัดสัตย์ ซึ่งพรรคก้าวไกลเราทำหน้าที่นั้นและนโยบายที่เป็นนโยบายเรือธงของพรรค เราพยายามทำให้มันสำเร็จ แน่นอนว่าเราไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด เพราะเรามีเสียงไม่มากอยู่ในสภา แต่เราพยายามทำให้เต็มที่" นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ข้อ 2.เรื่องการเลือกตั้งที่เราเคยชนะเลือกตั้ง เราต้องปกป้องให้ได้ ซึ่งเป็นวาระที่เราต้องทำให้บรรลุผล รวมไปถึงเขตอื่น ๆ ที่เราต้องไปบุกเบิก ไปเจอประชาชนให้ได้มากที่สุดแล้วนำเสนอนโยบาย 

และ 3. สิ่งที่ต้องทำต่อคือ นโยบาย สิ่งหนึ่งที่เสียใจมากที่สุดคือวันนี้ การเมืองกลายเป็นเรื่องของการคุยกัน

"ผมขอวิจารณ์รัฐบาลนิดหนึ่งว่า รัฐบาลมี 3 อาชีพ อาชีพหลักตอนนี้คือ หาเสียง อาชีพรองคือดูด ส.ส. และอาชีพเสริมคือ บริหารประเทศ เราไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น เพราะสิ่งที่เราควรทำให้เกิดขึ้นตอนนี้คือการคุยกันในเรื่องของนโยบาย และจะแก้ปัญหาของประเทศอย่างไร ถ้าคุณยังเป็นรัฐบาลอยู่ ก็ควรใช้เวลาสุดท้ายบริหารให้มันดี ซึ่งคือสิ่งที่ควรจะเป็นแต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น ตรงกันข้ามหมดเลย จึงเป็นความน่าเสียดาย อยากเชิญชวนทุกคนมาพูดคุยกันทำให้ประชาชนเห็นว่าใน 4 ปี ข้างหน้า โจทย์ของประเทศคืออะไร แล้วเราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร" นายรังสิมันต์กล่าว

‘โรม’ หวั่น ‘บิ๊กตู่’ ยุบสภาฯ หนีศึกซักฟอก หลังให้เวลาฝ่ายค้านเตรียมตัวมากเป็นพิเศษ

(17 ม.ค. 66) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวยุบสภาก่อนการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องแปลกที่การอภิปรายในครั้งนี้ รัฐบาลดูจะให้เวลาฝ่ายค้านได้เตรียมตัวมากเป็นพิเศษ ทั้งที่ในการอภิปรายที่ผ่านมา รัฐบาลจะพยายามทำให้ฝ่ายค้านมีเวลาเตรียมตัวน้อยที่สุด เพื่อที่การอภิปรายจะออกมาไม่มีคุณภาพมาก แต่รอบนี้กลายเป็นว่าฝ่ายค้านมีเวลาถึงเดือนกว่าในการเตรียมตัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลอาจจะไม่ได้กังวลกับการอภิปรายทั่วไปครั้งนี้เท่าไรนัก

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า อาจมองได้ว่าเป็นเพราะรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่เพิ่งเปิดตัวเข้าพรรคการเมืองใหม่ กำลังให้ความสนใจกับการสร้างตัวตนทางการเมือง จนไม่ได้สนใจปัญหาอื่น ๆ โดยเฉพาะเรื่องปากท้องของประชาชน ขณะเดียวกันงานในความรับผิดชอบหลายอย่างของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเฉพาะงานตำรวจก็ทำได้เลวร้ายมาก เห็นได้จากการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับทุนจีนสีเทา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับดูจะไม่ให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ แต่กำลังให้ความสำคัญกับเรื่องเดียวเท่านั้น คือจะทำอย่างไรให้ตัวเองสืบทอดอำนาจ จึงไม่แปลกที่จะเกิดข่าวลือขึ้นหนาหูในช่วงนี้ ว่าจะเกิดการยุบสภาเพื่อหนีการซักฟอกของฝ่ายค้านหรือไม่ ซึ่งหากรัฐบาลเลือกที่จะยุบสภาเพื่อหนีการซักฟอกของฝ่ายค้าน ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยอมรับโดยปริยายว่าข้อกล่าวหาต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องจริง

‘สุชาติ’ โต้ดราม่า ปมตำรวจเข้ามอบพวงมาลัย ซัด เพจไร้ตัวตน ด้อยค่านักการเมือง - ขรก. น้ำดี

‘สุชาติ’ จวก เพจไร้ตัวตน ด้อยค่านักการเมือง-ข้าราชการน้ำดี ซัด อย่าหาเสียงแบบนี้ ปลุก นักการเมืองป้องศักดิ์ศรี ลั่น ไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวแต่งตั้งตำรวจ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเพจเฟสบุ๊กนำเสนอภาพข้าราชการ ตำรวจพื้นที่ภูธรภาค 2 นำพวงมาลัยใส่พานมาขอบคุณนักการเมืองจะกระทบภาพลักษณ์ข้าราชการตำรวจหรือไม่ ว่า หลังจากตนเปิดงานวันเด็กที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรี และกลับมาที่สำนักงาน มีผู้นำท้องถิ่นมาอวยพรปีใหม่ ซึ่งในวันนั้นเป็นวันหยุดราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ก็ทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีคนไทย ที่ต้องมาอวยพรและขอพรกัน ความจริงภาพที่เห็นมีข้าราชการจากหลายหน่วยงาน แต่มาประจบเหมาะกับการมีคำสั่งแต่งตั้งออกมาพอดี 

ทั้งนี้ ตนอยากให้สื่อมวลชนอย่านำภาพ ภาพหนึ่ง มาวิสามัญข้าราชการดี ๆ หรือมาตำหนินักการเมือง เมื่อมีรูปตนอยู่ในนั้นก็ต้องมาถามตน แต่ไม่ใช่เอามาคิดเองเออเอง สุดท้ายข้าราชการที่ดี ที่ไปลามาไหว้ หรือทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ที่มาอวยพรและขอพร กลับมีปัญหา โดยภาพที่เห็นก็มาจากหลายที่ แต่อย่าเอาภาพ ๆ เดียว มาวิสามัญข้าราชการดี ๆ หรือมาตำหนินักการเมือง แต่ควรจะมาถามจากตน เพื่อให้ได้ความจริง ไม่ใช่ไปออกสื่อ โดยคิดเอง เออเอง จนทำให้ข้าราชการที่ดีไปลามาไหว้ เขามีปัญหา 

"ผมถามสื่อกลับว่าในช่วงปีใหม่ ข้าราชการต่างๆก็มาอวยพรสื่อใช่หรือไม่ ซึ่งผมเชื่อว่าสื่อมวลชนทุกช่องก็มีข้าราชการ มาอวยพรปีใหม่ มันก็เหมือนกัน หรืออีกหน่อยในอนาคตถ้ามีการเสียชีวิต ก็คงไม่ต้องไปงานกันแล้วใช่หรือไม่ เยาวชนรุ่นใหม่ที่อยากจะมาเป็นนักการเมืองน้ำดี ก็คงไม่อยากเข้ามาในวงการการเมือง เพราะจะถูกวิสามัญทางการเมือง โดยไม่รู้เลยว่านักการเมืองแต่ละคนเป็นอย่างไร ผมบอกส.ส.และนักการเมืองหลายคนว่า เราเป็นสถาบันการเมืองที่ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่กระทบสถาบันการเมือง เราก็ต้องปกป้องตัวเรา อย่าให้เพจ เพจหนึ่งที่ไม่รู้จักตัวตน ไม่เปิดหน้า มาพูดด้อยค่าข้าราชการแบบนี้ ผมเป็นลูกผู้ชาย พูดคำไหนคำนั้น ถ้าคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการออกแล้ว ก็รู้ว่าคนไหนจะขึ้น ซึ่งเป็นอำนาจของผบ.ตร. และเกี่ยวข้องกับกฎหมายของตำรวจ เราไปเกี่ยวข้องไม่ได้ ทุกคนที่มาหาผมในวันนั้น รวมผู้นำท้องถิ่นเป็นพันคน ผมจึงให้เกียรติเข้ามาที่สำนักงาน เพื่อไม่ให้สื่อมวลชนที่อยู่หน้าสำนักงานถ่ายภาพ ผมจึงไม่เข้าใจว่าภาพที่หลุดไป ในรูปนั้นไม่ได้มีข้าราชการตำรวจอย่างเดียวแต่มีผู้ใหญ่ฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นคนรู้จักผม เราเป็นนักการเมือง เราเป็นรัฐมนตรีทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ใช่เป็นพ่อค้า หรือเป็นคนที่อยู่ในข่าวประเภททำผิดกฎหมาย อาจจะเป็นภาพที่ถ่ายกันเองซึ่งไม่ควรนำมาด้อยค่าข้าราชการที่ดี แล้วต่อไปข้าราชการดี ๆ จะกล้าเข้ามาอวยพรสื่อมวลชนหรือไม่ ตกลงแล้วรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์รับแขกใช่หรือไม่ และรับคนที่จะมาอวยพรปีใหม่ใช่หรือไม่ เราต้องมองเป็นกลาง" นายสุชาติ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top