Thursday, 30 July 2026
NEWS

‘ฟิวเจอร์พาร์คฯ’ แจงปมเด็ก 4 ขวบถูกบันไดเลื่อนหนีบนิ้วหลุด ยัน!! ไม่นิ่งนอนใจ ย้ำ!! ระบบบันไดเลื่อนเป็นไปตามมาตรฐาน

จากกรณีที่เพจ ‘อยากดังเดี๋ยวจัดให้รีเทริน์ part6’ แชร์โพสต์ของกลุ่มข่าวถึงชาวรังสิตที่ระบุข้อความว่า “รบกวนพี่ ๆ ในกลุ่มนี้หน่อยนะคะ ลูกไปห้างชื่อดังย่านรังสิตกับแม่และพ่อ เหตุเกิดเมื่อประมาณวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม ที่ห้างดังกล่าว มีใครพอมีรูปหรือถ่ายภาพ เห็นผู้ชายอุ้มเด็กเลือดไหลไหมคะ พอดีลูกโดนบันไดเลื่อนที่ห้าง หนีบนิ้วขาด แล้วเด็กแค่ 4 ขวบเองค่ะ วอนพี่ ๆ ใครมีรูปหรือคลิปส่งให้หนูหน่อยนะคะ”

นอกจากนี้ เธอได้ระบุเพิ่มเติมว่า “วอนพี่ ๆ ส่งรูปหรือแชตส่วนตัวก็ได้ค่ะ หนูมีลูกคนเดียว หัวอกคนเป็นแม่ใจจะขาด” พร้อมกับโพสต์รูปเด็กชายวัย 4 ขวบ ที่มีการพันผ้าก๊อซพันแผลที่นิ้วมือข้างขวา

หลังจากที่โพสต์มี การเผยแพร่ออกไป ผู้สื่อข่าว พยายามติดต่อไปยังผู้ปกครองของเด็กชายผู้บาดเจ็บดังกล่าว แต่ไม่สามารถติดต่อได้และได้ไปติดตาม ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ก็ไม่พบว่า มีการไปลงบันทึกประจำวันหรือว่าแจ้งความไว้

ล่าสุด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ออกประกาศชี้แจงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า จากภาพที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ และสำนักข่าว ณ ขณะนี้ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ขอเรียนแจ้งให้ทราบ ว่าทางศูนย์การค้าฯ เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นอุบัติเหตุบริเวณบันไดเลื่อน ในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 14.22 น.

ทางศูนย์ฯ มิได้นิ่งนอนใจ เมื่อได้รับการแจ้งเหตุก็ได้รีบเข้าไปให้การช่วยเหลือทันที พร้อมทั้ง ประสานส่งตัวเด็กเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาลเปาโล โดยมีเจ้าหน้าที่ทางศูนย์ฯ เข้าไปดูแลอำนวยความสะดวกและได้ดูแลค่ารักษาพยาบาลเด็กอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุ

ทางศูนย์ฯ ตระหนักและคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าทุกท่านเป็นสำคัญ โดยมีมาตรการในการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์การใช้งานต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญ กรณีที่เกิดเหตุได้มีการประสานไปยังบริษัท ที่ดูแลเพื่อทำการตรวจเช็กระบบการทำงานซึ่งได้รับการยืนยันว่าการทำงานเป็นไปตามมาตรฐาน ‘ไม่ได้เกิดจากตัวอุปกรณ์แต่อย่างใด’

กรณีที่ทางศูนย์ฯ มิได้นำภาพวิดีโอขณะเกิดเหตุมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน ด้วยศูนย์ฯ คำนึงถึงสิทธิเด็ก และสภาพจิตใจของครอบครัวที่ได้รับอุบัติเหตุในครั้งนี้

ทางศูนย์การค้าฯ ขอน้อมรับทุกความคิดเห็นและขอบคุณในคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาในการให้บริการในครั้งต่อไป    

'ขนส่งชื่อดัง' รับ!! ลดค่าคอมไรเดอร์ เป็นไปตามกลไกอุตสาหกรรม ยัน!! กลุ่มพนักงานอ้างถูกใช้งานเกินขอบเขต ไม่เป็นความจริง

(11 ต.ค.66) กรณี เพจสหภาพไรเดอร์ โพสต์ข้อความ “พนักงาน…..ลาออกเกือบทั้งประเทศ ถูกลดค่าคอม และต้องส่งสินค้าต่อวัน 200-500 ชิ้น และทำงานหกโมงเช้าถึงเที่ยงคืนไม่มี OT”

พร้อมระบุว่า “พนักงานบางท่านถูกลดค่าคอมจาก 8,000 บาท เหลือไม่ถึง 500 บาท และบริษัทออกกฎระเบียบใหม่คือพนักงานต้องทำงาน 92% ต้องส่งสินค้าวันละ 300-500 ชิ้น และจะได้ค่าคอมเพียงแค่ 40-80 ชิ้นท่านั้น ที่เหลือคือทำงานฟรี ไม่มีค่าน้ำมัน ค่าคอมมิชชันก็น้อยลง รวมถึงไม่มีค่า OT ยุคที่ทุนขูดรีดแรงงานได้ตามอำเภอใจ รัฐไทยมั่วทำอะไรอยู่?”

ล่าสุด แหล่งข่าวจากบริษัทขนส่งเอกชนรายนี้ ชี้แจงว่า

“กรณีทางบริษัทมีการปรับลดค่าตอบแทนพนักงานจริง เนื่องจากเป็นไปตามกลไกของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่มีการแข่งขันสูง และเป็นไปตามแผนการดำเนินการของบริษัท

ประกอบกับที่ผ่านมา ทางบริษัทมีการให้ค่าตอบแทนพนักงานสูงกว่าเจ้าอื่นๆ ในตลาด ซึ่งการปรับลดค่าตอบแทน อาจจะนำมาสู่ความไม่พอใจของพนักงานบางส่วน จนตัดสินใจลาออก ทำให้มีอดีตพนักงานบางคนออกมาโจมตีองค์กรผ่านโซเชียลมีเดียในทางเสียหาย โดยประเด็นที่มีการระบุว่า บริษัทให้ทำงานถึง 18 ชม. ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และกรณีให้ส่งสินค้า 300-500 ชิ้นไม่เป็นความจริงเช่นกัน

ส่วนประเด็นที่บางโกดังมีพัสดุตกค้าง ยอมรับว่ามีบางจุดที่มีปัญหาจริง จากการที่พนักงานลาออก เช่น พื้นที่ กทม.บางแห่ง ซึ่งบริษัทก็กำลังดำเนินการแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด และยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบภาพรวมการทำงานของทุกสาขา และยังสามารถให้บริการลูกค้าได้เหมือนเดิม

พัสดุที่ตกค้าง เรามีการรับคนเพิ่ม ดึงจากสาขาใกล้เคียง ที่ไม่ได้มีผลกระทบเข้าไปเติม ซึ่งกำลังเร่งเคลียร์อยู่ แต่เรื่องพัสดุคงค้างกับเรื่องของค่าที่เขาพูดกัน มันคนละเรื่องกัน ทำให้สังคมมองว่าคุณไม่ดูแลพนักงาน พนักงานก็เลยออก ก็เลยมีคนมาส่งพัสดุ ยืนยันเรื่องทั้งหมดไม่ใช่สาเหตุมาจากน้ำท่วม ไม่เกี่ยวข้องกับสงคราม และไม่ใช่เรื่องน้ำมันแพง”

ตร. ตีแผ่ “HOT” หลักคิดในการสังเกตวัตถุต้องสงสัยที่อาจเป็นระเบิด 

วันนี้ (11 ตุลาคม 2566) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอาชญากรรมรูปแบบหนึ่งที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งในด้านชีวิตร่างกาย และทรัพย์สิน ตลอดจนกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ สร้างความหวาดกลัวขึ้นในสังคม และเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุดคือ เหตุการณ์กราดยิงในห้างสรรพสินค้า แต่ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่ง แม้จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็สร้างความเสียหายได้เป็นจำนวนมาก นั่นก็คือเหตุการณ์วางระเบิดในที่สาธารณะ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอมาตีแผ่หลักคิดในการสังเกต ว่าอะไรคือวัตถุต้องสงสัยที่อาจเข้าข่ายเป็นวัตถุระเบิด โดยใช้หลัก HOT ดังนี้

“H – Hidden” หรือ ถูกซุกซ่อน หมายถึง สิ่งของดังกล่าวถูกวางไว้ในจุดที่มองเห็นได้ยาก หรือถูกซุกซ่อนไว้โดยมีเจตนาอำพรางไม่ให้มองเห็น

“O - Obviously Suspicious” หรือ น่าสงสัย หมายถึง การพบสายไฟ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นส่วนที่คล้ายระเบิด อยู่ที่สิ่งของดังกล่าว

“T - Not Typical” หรือ ผิดปกติ หมายถึง เป็นสิ่งของที่ปกติไม่ควรอยู่ในสถานที่ดังกล่าว หรืออยู่ในบริเวณที่หากมีการระเบิด จะเป็นอันตรายร้ายแรง

โดยหากพี่น้องประชาชนพบเห็นสิ่งของหรือวัตถุใด ที่เข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้น ให้สงสัยไว้ก่อนว่าวัตถุดังกล่าวเป็นวัตถุต้องสงสัยที่อาจเป็นวัตถุระเบิด ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัส เว้นระยะห่าง และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบทันที

สุดท้ายนี้ แม้ว่าเหตุระเบิดในประเทศไทยจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ถือเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างร้ายแรง พี่น้องประชาชนจึงควรที่จะศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปฏิบัติในเมื่อเจอวัตถุต้องสงสัย เพื่อเป็นการสร้างสังคมที่ปลอดภัย และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนพบเห็นวัตถุต้องสงสัย ให้แจ้งให้ผู้รับผิดชอบสถานที่ดังกล่าวทราบโดยเร็ว หรือโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ที่ สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘การรถไฟฯ’ แจงดรามา!! ไม่ได้ออกก่อน 1 นาที ซ้ำ!! เช็กกล้องวงจรปิด พบผู้โดยสารขึ้นผิดฝั่ง

(11 ต.ค. 66) จากกรณีที่คุณแม่รายหนึ่งสอบถามในกลุ่ม ‘รถไฟไทย TrainThailand’ ว่าลูกสาวไปขึ้นรถไฟไม่ทัน แม้ว่าจะไปก่อนเวลา 1 นาที กล่าวคือตั๋วรถไฟระบุให้ขึ้นรถเวลา 15.24 น. ลูกสาวไปถึง 15.23 น. และรถไฟเคลื่อนตัวออกไปพอดี แม้จะวิ่งไปบอกคนโบกธงแต่ก็ไม่ทัน สุดท้ายตกรถไฟนั้น

ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ตามที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ข่าว กรณีผู้โดยสารที่เป็นเยาวชนเดินทางมาขึ้นรถไฟที่สถานีศาลายาไม่ทัน เนื่องจากขบวนรถมีการออกก่อนเวลา 1 นาทีนั้น

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า เมื่อเกิดเหตุดังกล่าว นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟฯ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที ซึ่งจากตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดภายในสถานี รวมถึงสอบถามข้อมูลกับนายสถานีศาลายาที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าว ได้รับการยืนยันว่า ขบวนรถไฟได้เคลื่อนขบวนออกจากสถานีตามเวลาที่กำหนดในตั๋วโดยสาร 15.24 น. ไม่ได้มีการออกก่อนเวลาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ รายละเอียดข้อมูลที่ปรากฏจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของนายสถานีศาลายามีรายละเอียดว่า ขบวนรถดังกล่าวคือขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31 กรุงเทพฯ-ชุมทางหาดใหญ่ โดยในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ขบวนรถได้มาถึงที่สถานีศาลายา เวลา 15.20 น. (ก่อนกำหนดเวลา 3 นาที) ซึ่งตามปกติขบวนรถจะหยุดเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารประมาณ 1 นาที

แต่ปรากฏว่าในวันดังกล่าวขบวนรถได้หยุดที่สถานีศาลายาเป็นเวลา 4 นาที จนกระทั่งถึงเวลา 15.24 น. ซึ่งเป็นเวลาขบวนรถต้องออกตามที่ระบุในตั๋วโดยสาร นายสถานีศาลายาได้ออกมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของผู้โดยสาร เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้ว และประตูขบวนรถไฟอัตโนมัติปิด จึงแจ้งให้พนักงานกั้นถนนนำเครื่องกั้นลง จากนั้นให้สัญญาณขบวนรถออกตามเวลาที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม หลังจากขบวนรถออกจากสถานีไปเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าได้มีผู้โดยสารเยาวชน 2 คน เข้ามาแจ้งนายสถานีว่าไม่สามารถขึ้นขบวนรถได้ทัน ซึ่งจากการสอบถามและตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้โดยสารเยาวชนทั้ง 2 คนได้วิ่งเข้ามาคนละฝั่ง ซึ่งไม่ใช่จุดขึ้นลงขบวนรถ และขบวนรถได้ออกไปแล้ว จึงไม่สามารถแจ้งให้ขบวนรถหยุดได้ เพราะอาจกระทบต่อกฎข้อบังคับด้านความปลอดภัย

เพจดัง แฉ!! สส.ปราจีนบุรี เขต 2 ก้าวไกล คุกคามทางเพศสาว แถมบทลงโทษพรรคแสนเบา ลั่น!! มีลูก 2 คนแล้วทำไมยังหื่น

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 66 เพจเฟซบุ๊ก ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ โพสต์ภาพข้อความใน X (ทวิตเตอร์) ที่มีผู้ใช้งานรายหนึ่งเขียนแคปชันว่า…

“จริงครับ เพื่อนผมทำงานอาสากับ…ถูก สส.ปราจีนบุรี คุกคามทางเพศทั้งในแชทส่วนตัวแล้วยังลวนลามอีก แจ้งพรรค แจ้งใคร ก็ไม่มีใครสนใจ สส. ก็ยังลอยหน้าลอยตาอยู่”

โดย เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร นำข้อความดังกล่าว มาโพสต์พร้อมแคปชัน ระบุว่า “พรุ่งนี้หนูจะนั่งรถตู้ไปปราจีนนะคะ แชทในคอมเมนต์ค่ะ”

อีกทั้งยังได้โพส์ตรูปภาพพร้อมแคปชันที่ระบุว่า “สส.ถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศอีกแล้วค่ะ”

ตลอดทั้งวัน เพจดังกล่าวยังมีการโพสต์ภาพ สส.เขต 2 ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล พร้อมข้อความระบุว่า “#ทุกคนคะ ถ้าพี่แจ้ สส.ปราจีน เขาจะขายดิลโด้จริงบอกหนูรับซื้อเองค่ะ ขออีเมล์ด้วยค่ะ”

ก่อนจะมีอีกโพสต์ ระบุว่า “ว๊ายย!! ทำผิดวันนี้ ลงโทษอีก 3 ปี ไหวหรือคะ แถมทำผิดตั้งแต่เดือน ส.ค. จนถึงตอนนี้ยังสอบไม่เสร็จ พี่แจ้ลงพื้นที่ถ่ายรูปแบบนี้เหมาะสมหรือคะ ขอบคุณข้อมูลจากเพจ RightTeam ค่ะ”

และโพสต์สุดท้าย เขียนข้อความ ระบุว่า “#ทุกคนคะ พี่แจ้ลูก 2 แล้วนะคะ ทำไมยังหื่นอีกคะ?”

‘นายกฯ’ ห่วงคนไทยในเขตสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ สั่งเจ้าหน้าที่อพยพพลเมือง-ช่วยเหลือตัวประกันเร่งด่วน

(11 ต.ค. 66) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้เพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อดูแล ช่วยเหลือคนไทย โดยได้ชี้แจงถึงการทำงานรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการ เริ่มทำงานตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง 

นายชัย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีชี้แจง ว่า สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดำเนินอยู่นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ในการเตรียมแผนอพยพคนไทยมีความคืบหน้าเพิ่มเติม 2 ทาง

ทางแรก กลับมาโดยสายการบินพาณิชย์
ทางที่สอง กลับโดยเครื่องบินกองทัพอากาศไปรับ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชุด 
1. อพยพออกมาพรุ่งนี้ถึงไทยวันที่ 12 ต.ค. 66 ประมาณ 15 คน ชุดแรกนี้เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและแรงงานที่อพยพจากพื้นที่เสี่ยงภัย 
2. อพยพประมาณ 140 คน ออกจากไทยในวันที่ 14 ต.ค. 66 เป็นการส่งเครื่องบินกองทัพอากาศ Airbus A340 ไปรับ และจะไปถึงกรุงเทลอาวีฟ นครหลวงของอิสราเอลในวันที่ 15 เพื่อเตรียมพร้อมรับคนไทยกลับบ้านทันทีที่ได้รับอนุญาตจากทางการอิสราเอล 
3. ส่งคนไทยจำนวน 80 คนกลับทางเครื่องบินพาณิชย์ โดยจะถึงกรุงเทพฯในวันที่ 18 ต.ค. 66

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามอพยพคนไทยกลับให้เร็วที่สุดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ในส่วนของผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพูดคุยกับบรรดามิตรประเทศต่าง ๆ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และอยากขอให้ความมั่นใจว่า เราได้ทำทุกทาง และจะพยายามอย่างสูงสุดเพื่อช่วยเหลือ โดยคำนึงถึงอิสรภาพของคนไทยที่ถูกจับตัวไปเป็นสำคัญที่สุด

โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเสริมข้าราชการไปสนับสนุนข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟในภารกิจช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย

“ผมขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันเป็นกำลังใจให้ญาติ เพื่อน ของพี่น้องชาวไทยที่กำลังจะกลับมา และอยู่ในพื้นที่ รวมทั้งเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันปฏิบัติงาน อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือดูแล คนไทยทุกคน” นายชัย กล่าว

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ครบ 7 ปี

วันที่ 11 ตุลาคม 2566 เวลา 07.00 น. พลโท ประสาน  แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในการจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2566 โดยในปีนี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม ของทุกปีเป็น “วันนวมินทรมหาราช” มีความหมายว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่ และในปี 2566 นี้เป็นปีแห่งการสวรรคตครบ 7 ปี หรือ “สัตตมวรรษ” โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา ข้าราชการหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกิจกรรมซึ่งประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานพื้นแข็งหน้าสโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, พิธีสวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ 10 รูป บริเวณห้องบันเทิงทัพ 3 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, พิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ห้องสโมสรบันเทิงทัพ 1 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และกิจกรรมบริจาคโลหิต ถวายเป็นพระราชกุศล ที่บริเวณข้างห้องบันเทิงทัพ 1 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 

นอกจากนี้ยังได้มีกิจกรรมอื่นๆ ที่กองทัพภาคที่ 3 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดกำลังเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อาทิเช่น พิธีวางพวงมาลา, การจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมเครื่องราชสักการะ, กิจกรรมเผยแพร่เกียรติคุณทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์, และการเชิญชวนกำลังพลและครอบครัว รวมถึงเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลา อีกทั้งกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์พัฒนาปรับภูมิทัศน์ วัดอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และอาสาทำความดี ในรูปแบบและกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย

ผบ.ฉก.นราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมกำลังพล และมอบนโยบายแนวทางการปฎิบัติงาน กองร้อยทหารราบที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2

เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ความมั่นใจเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง พร้อมที่จะดูแลทุกข์สุขของประชาชนในทุกเมื่อ 

ที่ ฐานปฎิบัติการบ้านน้อมเกล้า หมู่ 12 ตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เดินทางลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม พบปะ กำลังพลที่ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมทั้งรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะต่างๆ ตลอดจนมอบ นโยบายแนวทางการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2567 ในการนี้ ได้ พบปะ พูดคุยกำกับดูแล และแนะนำแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับกำลังพล พร้อมกำชับให้กำลังพลปฏิบัติตามนโยบายทและข้อสั่งการของ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก และพลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โดยได้เน้นย้ำให้ กำลังพลต้องมีความพร้อม ทั้งเครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ทางทหาร อยู่ตลอดเวลา ไปจนถึงการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถให้กับกำลังพล ให้มีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ เพื่อนำไปสู่การแก้ไข พัฒนา ต่อไป 

ตามนโยบายของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้ากองพลทหารราบที่ 15 ได้จัดตั้ง หน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2  (ฉก.พัน.ร.2) เพื่อควบคุมพื้นที่ และจัดตั้งที่บังคับการทางยุทธวิธีตาม สถานการณ์ โดยแบ่งมอบกำลังควบคุมพื้นที " ระดับ กองร้อยทหารราบ จังหวัดละ 1 กองร้อย เป็นลำดับแรก จำนวน 648 อัตรา เพื่อเสริมการปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ จากการปรับลดกำลังของทหารพรานนอกพื้นที่ กองทัพภาคที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 20 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 30 กรมละ 3 กองร้อย รวม 9 กองร้อย จำนวน 810 อัตรา ซึ่งกำลังพลที่เหลือให้อยู่ในความควบคุมของกองพัน พร้อมปฏิบัติตามสถานการณ์ 

โดยหน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2  (ฉก.พัน.ร.2) มีจำนวน 4 กองร้อยทหารราบ ประกอบด้วย 

กองร้อยทหารราบที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2 จัดกำลังพลจาก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 153 ควบคุมพื้นที่ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา  มีที่ตั้งฐานปฎิบัติการ จำนวน 2 ฐาน ได้แก่ ฐานปฎิบัติการบ้านกาโสด หมู่ 5 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา และ ฐานปฏิบัติการบ้านตลาดล่าง หมู่ 2 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา กองร้อยทหารราบที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2 จัดกำลังพลจาก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 153 ควบคุมพื้นที่ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีที่ตั้งฐานปฎิบัติการ จำนวน 3 ฐาน ได้แก่ ฐานปฎิบัติการบ้านโต๊ะทูวอ หมู่4 ตำบลปิตูมุดี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี , ฐานปฎิบัติการวัดโคกหญ้าคา หมู่ 6 ตำบลคลองใหม่ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี และฐานปฎิบัติการบ้านคลองใหม่ ตำบลคลองใหม่ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี

กองร้อยทหารราบที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2 จัดกำลังพลจาก กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 153 ควบคุมพื้นที่ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส  มีที่ตั้งฐานปฎิบัติการ จำนวน 2 ฐาน ได้แก่ ฐานปฎิบัติการบ้านน้อมเกล้า หมู่ 12 ตำบลสุคิริน อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และ ฐานปฎิบัติการสำนักสงฆ์อีสานสามัคคีใต้ หมู่5 บ้านน้ำตก ฐานปฎิบัติการ กองร้อยทหารราบที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2 จัดกำลังพลจาก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 152 ปฎิบัติเชิงรุก สนับสนุนทางยุทธวิธี ที่ตั้ง ค่ายพระยาเดชานุชิต ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

ผบ.ตร. เยือนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ร่วมประชุมสภาการศึกษา มอบเงิน 500,000 บาทสนับสนุนการวิจัย พัฒนาคณาจารย์ พร้อมมอบรางวัลนักเรียนนายร้อยตำรวจตามโครงการ “Police Hero” ที่ชนะเลิศการแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย Thailand Cyber Top Talent 2023

วันนี้ (10 ต.ค.66) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ในฐานะ อุปนายกสภาการศึกษา รร.นรต. เข้าร่วมประชุมสภาการศึกษา รร.นรต. ครั้งที่ 7/2566 มี ศ.ศุภชัย ยาวะประภาษ นายกสภาการศึกษา น.ส.จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน น.ส.ทัดระวี พรหมสาขา ณ สกลนคร ผอ.กองจัดทำงบประมาณด้านความมั่นคง 1 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการ รร.นรต. พล.ต.ท.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบช.รร.นรต. พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ เข้าร่วมประชุม  ณ ห้องสัมมนาอาคารประสารราชกิจ รร.นรต.

โดยการประชุมสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจดังกล่าว เป็นไปตาม พ.ร.บ.โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ.2551 เพื่อขับเคลื่อนภารกิจที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย รวมทั้งกำหนดนโยบายและแผนพัฒนากิจการของโรงเรียนนายร้อยตำรวจทุกมิติ 

ในการประชุมดังกล่าว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ มอบเงิน 500,000 บาท ให้ รร.นรต. สนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาคณาจารย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คณาจารย์มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการทำวิจัย เพื่อให้การเรียนการสอนของนักเรียนนายร้อยตำรวจมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้สามารถผลิตนักเรียนนายร้อยตำรวจให้ตรงตามความต้องการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสังคม

นอกจากนี้ ผบ.ตร. ยังได้มอบรางวัลเพื่อแสดงความยินดีกับนักเรียนนายร้อยตำรวจ ผู้ชนะเลิศการแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย  รายการ Thailand Cyber Top Talent 2023 ระดับอุดมศึกษา ซึ่งสามารถชนะเลิศเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยเป็นสถาบันแรกของประเทศไทยที่สามารถทำได้ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติยกย่องตามโครงการ “Police Hero” ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นดำริ ของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ในการต่อยอดโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ อดีต ผบ.ตร. เพื่อสร้างต้นกล้าแห่งความดี เป็นแบบอย่างสืบไป

ผบ.ตร.สั่งการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ เสริมกำลังช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมนำสิ่งของอุปโภคบริโภคแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน

วันนี้ (11 ต.ค.66) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กำชับผู้บัญชาการ และผู้บังคับการ ให้ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบอุกทกภัยอย่างเต็มที่นั้น ได้มีสั่งการเพิ่มเติมให้กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (ปพ.) เป็นหน่วยปฏิบัติการ นำกำลังช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดต่างๆ พร้อมกับมูลนิธิเพชรเกษม นำสิ่งของอุปโภคบริโภคแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งล่าสุดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานจังหวัดที่ยังคงประสบอุทกภัย 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย มหาสารคาม หนองบัวลำภู เลย กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี

ทั้งนี้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ศุภากรณ์  จันทาบุตร ผู้บังคับการปฏิบัติการพิเศษ สั่งการกำลังตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (ปพ.) ลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย เช่น จ.สุโขทัย ตำรวจ ปพ.ได้นำถุงยังชีพและน้ำดื่ม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก

ในส่วนของผู้บัญชาการ และผู้บังคับการหน่วยงานต่างๆ บูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้อง  โดยเฉพาะในพื้นที่ประสบภัย ได้สั่งการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ในทุกมิติ ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขนย้ายคนสิ่งของสู่พื้นที่ปลอดภัย การนำสิ่งของอุปโภคบริโภคไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน และหลังน้ำลดจะเป็นขั้นตอนของการช่วยฟื้นฟูต่อไป พร้อมคุมเข้มในหน้าที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ไม่ให้คนร้ายซ้ำเติมผู้ที่เดือดร้อน 

‘สำนักจุฬาราชมนตรี’ ขอ ‘รบ.ไทย’ แสดงจุดยืนเป็นกลาง หลัง ‘อิสราเอล-ปาเลสไตน์’ สู้รบ ชี้!! อ่อนไหว-ซับซ้อน

(10 ต.ค. 66) สำนักจุฬาราชมนตรี แถลงการณ์สำนักจุฬาราชมนตรี เรื่อง เหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ระบุว่า สำนักจุฬาราชมนตรี ขอแสดงความเสียใจต่อกรณีการเสียชีวิตของชาวไทยที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ และขอให้รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการในการปกป้องให้ความช่วยเหลือต่อประชาชนชาวไทยที่ถูกจับกุมตัว และบางส่วนที่ยังอยู่ในพื้นที่การปะทะอย่างเร่งด่วน สำนักจุฬาราชมนตรีขอเป็นกำลังใจและหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลไทยจะสามารถช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้พ้นจากภัยอันตรายจากสถานการณ์เฉพาะหน้าที่กำลังเกิดขึ้น

สำนักจุฬาราชมนตรีขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียของประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้ง 2 ฝ่ายจากความรุนแรง และขอเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายยุติความรุนแรงและการสู้รบกัน และมีความจำเป็นที่จะต้องหันหน้าเข้ามาเจรจากันเพื่อคืนความสงบให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์

สำนักจุฬาราชมนตรีขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรักษาความเป็นกลางทางการเมืองร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ ต่อกรณีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เพราะความขัดแย้งนี้มีความซับซ้อน มีรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนชาวยิว คริสต์ และมุสลิมทั่วภูมิภาค

ทั้งนี้ สำนักจุฬาราชมนตรีสนับสนุนการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อความจำเป็นในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยที่ได้รับผลกระทบให้มีความปลอดภัยและให้ได้รับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในสถานการณ์เฉพาะหน้าในครั้งนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด

สำนักจุฬาราชมนตรี ขอประทานพรจากอัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า ได้โปรดให้ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นได้ยุติลงโดยเร็วและนำสันติภาพและความสงบสุขมาสู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ในเร็ววันต่อไป

'ดร.วินัย' อึ้ง!! คนปาเลสไตน์ลี้ภัย สุขใจ กทม.ยามโพล้เพล้ สะท้อน!! ชะตากรรมชีวิตที่แสนสาหัสยิ่งกว่าโรฮีนจา

(10 ต.ค.66) ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ผอ.ศวฮ.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก 'Dr.Winai Dahlan' ในหัวข้อ 'คนปาเลสไตน์' ความว่า...

ผมมีประสบการณ์ชีวิตที่อยากเขียนถึงคนปาเลสไตน์สักหน่อย ชนอาหรับที่กำลังมีปัญหาวิกฤติอยู่ในเวลานี้นั่นแหละ 

>> เรื่องแรกเกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว ผมได้รับเชิญจากเกษตรกรไร่มะกอกชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสแบงค์ พวกเขารู้ว่าผมและทีมงานไปจัดหลักสูตรให้นักเรียนไทยในประเทศจอร์แดนตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน จึงอยากเชิญผมและทีมงานไปช่วยจัดระบบการมาตรฐานฮาลาลการเกษตรให้กับไร่มะกอกของพวกเขาหน่อย 

การอบรมจัดที่โรงแรมในกรุงอัมมานของจอร์แดน ไม่ได้เข้าไปจัดในเขตเวสแบงค์ของปาเลสไตน์ 

เมื่อผมบินจากกรุงเทพฯไปถึงกรุงอัมมาน ปรากฏว่าเกษตรกรปาเลสไตน์เหล่านั้นผ่านชายแดนจากเวสแบงค์ออกมาที่จอร์แดนไม่ได้ เนื่องจากทหารอิสราเอลไม่อนุมัติ ผมไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนปาเลสไตน์ จึงผ่านเขตแดนประเทศของตนเองที่สหประชาชาติรับรองแล้วไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีส่วนใดที่ต้องผ่านดินแดนของอิสราเอลเลยแม้แต่น้อย 

มารู้ภายหลังว่าเขตเวสแบงค์ แม้อธิปไตยเป็นของปาเลสไตน์ ทว่าแผ่นดินมีแต่ทหารอิสราเอล ขณะที่คนปาเลสไตน์แทบไม่มีสิทธิ์อะไรในแผ่นดินของตนเองเลย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อผ่านแดนออกมาแล้วยังต้องรีบกลับเข้าไป อยู่ข้างนอกนานไม่ได้ สุดท้ายเราอบรมได้วันเดียว โดยต้องยกเลิกการอบรมส่วนที่เหลือเนื่องจากความไม่สะดวกในการผ่านแดนอย่างที่บอก 

>> เรื่องที่สอง สำนักงานของผมมีคนปาเลสไตน์ชื่อ 'ฟูอ๊าด' ที่ลี้ภัยจากประเทศซีเรียมาทำงานอยู่ด้วยระยะหนึ่งขณะรอประเทศที่สามรับตัวไป ฟูอ๊าดจัดเป็นผู้ลี้ภัยสองชั้น (Double refugee) แม้อาศัยในซีเรีย โดยครอบครัวใหญ่ของเขาลี้ภัยมาจากปาเลสไตน์ช่วงสงครามหกวันเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว

ฟูอ๊าดเองเกิดและเติบโตในซีเรียโดยมีสถานะผู้ลี้ภัยตามครอบครัวใหญ่ แต่เมื่อซีเรียเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น เขาพร้อมภรรยาและลูกเล็กหนีสงครามมาพักอยู่เมืองไทยในสถานะผู้ลี้ภัย เขาจึงกลายเป็นผู้ลี้ภัยสองชั้นอย่างที่บอก 

ฟูอ๊าดเช่าบ้านอยู่ใกล้บ้านผมที่อ่อนนุช ช่วงเช้าผมไปรับฟูอ๊าดมาทำงาน ช่วงเย็นบางวันก็รับเขาจากที่ทำงานกลับไปส่งที่บ้านเช่า โดยขึ้นทางด่วนจากด่านหัวลำโพง ฟูอ๊าดบอกผมว่าเขามีความสุขกับยามโพล้เพล้ในกรุงเทพฯ อย่างมาก ผมแปลกใจจึงถามกลับไปว่าในซีเรียไม่มียามโพล้เพล้ที่ดวงอาทิตย์ใกล้ตกอย่างนี้หรือไง เขาตอบว่าในสถานะผู้ลี้ภัย ตามกฎหมายของซีเรียเขาต้องรีบกลับเข้าบ้านก่อนดวงอาทิตย์ตก ทั้งชีวิตจึงไม่เคยเห็นท้องฟ้ายามโพล้เพล้ให้ได้มองไกล ๆ อย่างในกรุงเทพฯ บนทางด่วน ฟังแล้วสะเทือนใจบอกไม่ถูก 

คนปาเลสไตน์ไม่ว่าจะอยู่ในดินแดนของตนเอง หรือลี้ภัยในประเทศอื่น ต้องกล้ำกลืนความลำบากหนักหนาสาหัสเหลือทน ผมเคยได้ฟังเรื่องราวความเจ็บปวดของคนโรฮิงยาจากเมียนมามาแล้ว มาฟังปัญหาของคนปาเลสไตน์กลับพบว่ายิ่งรวดร้าวกว่า ผู้คนที่เคยมีประเทศของตนเองแล้ววันหนึ่งกลับสูญเสียไปเพียงเพราะโลกขาดความเป็นธรรมให้กับพวกเขา ผมพูดได้คำเดียวว่ามันสุดอัดอั้นในหัวใจ อยากให้คนภายนอกได้เห็นใจและสงสารพวกเขาบ้าง ก็เท่านั้น  

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยประชาชนในส่วนภูมิภาค จัดงบประมาณเพิ่มเติมอีก 2 ล้านบาท ขยายพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคหลังงานประเพณีทิ้งกระจาดในพื้นที่อีก 5 จังหวัด

ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 10 ตุลาคม 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยประชาชนในส่วนภูมิภาค จัดทีมสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน น้ำปลา ปลากระป๋อง และขนม แก่ประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว ปราจีนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และ สระบุรี จังหวัดละ 1,000 ชุด รวมเป็นจำนวน 5,000 ชุด คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ ร่วมในพิธี พร้อมด้วยสมาคม /มูลนิธิประจำจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

ตลอดระยะเวลากว่า 113 ปี มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กร สาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และ
เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung 

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

‘น้องมิลค์’ คว้าชัยใน ‘ศึกโดรนชิงแชมป์โลก 2023’ ที่เกาหลีใต้ ป้องกันแชมป์ไว้ได้เป็นสมัยที่ 3 ด้วยวัยเพียง 16 ปี

(10 ต.ค. 66) นางสาววรรรญา วรรณผ่อง หรือ ‘น้องมิลค์’ ภายใต้สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการคว้าแชมป์โลกเอฟพีวี หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘โดรน’ เป็นสมัยที่ 3 อย่างสมศักดิ์ศรี หลังชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคคลหญิง มาครองได้สำเร็จ จากการแข่งขันรายการ ‘2023 FAI World Drone Racing Championship’ ที่เมืองนัมวอน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีนักกีฬา FPV กว่า 115 คน จาก 29 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ จัดโดยสหพันธ์กีฬาทางอากาศนานาชาติ (FAI)

โดยน้องมิลค์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 16 ปี โด่งดังตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากเป็นสาวน้อยยิ้มยาก แม้จะคว้าแชมป์ก็ยังหน้านิ่งเหมือนเดิม ยังได้รับเงินรางวัลอีกราว 8 ล้านวอน หรือประมาณ 2.1 แสนบาท

นราธิวาส-ผู้การฯ สันติ ผบ.เฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ เตรียมยุทโธปกรณ์ รับมือภัยพิบัติ พร้อมช่วยเหลือประชาชน นราธิวาส

นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ในฐานะ ผู้อานวยการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ เป็นประธานในพิธีตรวจความพร้อมในการปฏิบัติงานของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ประจาปี ๒๕๖๗ ณ ลานอเนกประสงค์ กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส

วันอังคารที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ๕ อำเภอของจังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอตากใบ และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ได้ตรวจความพร้อมของ กำลังพล กว่า 500 นาย  ยานพาหนะ ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ ประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์ เรือแอร์โบ๊ท เรือตรวจการ รถบรรเทาสาธารณสุข เครื่องมือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ ของ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ณ ลานอเนกประสงค์หน้า กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้ ในห้วงที่ผ่านมา จังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตอำเภอตากใบและอำเภอสุไหงโก-ลก จะเป็นพื้นที่ติดกับแม่น้ำกั้นระหว่างชายแดนไทย – มาเลเซีย และเป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยร้ายแรงของจังหวัดทุกปีและในปีนี้ ชาวบ้านตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก ก็พึ่งได้รับความเดือดร้อนจากพลุระเบิด ทางหน่วยศูนย์ฯ จึงได้เตรียมความพร้อมเป็นพิเศษเพื่อความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวมูโนะ  และประชาชนในทุกพื้นที่ ที่เกิดภัยพิบัติ จากอุทกภัยน้ำท่วมในช่วงเดือน พฤศจิกายน จนถึง มกราคม ของทุกปี จนส่งผลกระทบสร้างความเดือนร้อนต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เช่น ภัยธรรมชาติ และภัยพิบัติอื่น ๆ ซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน หน่วยจึงต้องมีความพร้อมทั้ง กำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาทางให้พี่น้องประชาชนได้รับการช่วยเหลือ และเกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของกำลังพล หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือเสมอมา ตามนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ประจาปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ที่ให้กาลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ สมดั่งคำที่ว่า “เทิดทูนสถาบัน ยึดมั่นระเบียบวินัย ประชาชนภูมิใจ ทะเลไทยมั่นคง”

นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่3 กองพลนาวิกโยธินภาคใต้ค่ายจุฬาภรณ์ ให้ความเชื่อมั่นว่า สำหรับพี่น้องในจังหวัดนราธิวาสหรือพื้นที่ใกล้เคียง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนหน่วยเรามีชุดยุทโธปกรณ์ ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของหน่วยงานเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ จะสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างทันเหตุการณ์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในปัจจุบันสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น มีความหลากหลาย สามารถสร้างความเสียหาย และความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ฉะนั้น ในฐานะที่พวกเราได้รับภารกิจในด้านการเบาเทาภัย จึงต้องมีความพร้อมที่จะต้องระดมทรัพย์กำลัง เครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อให้การช่วยเหลือชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top