Sunday, 28 June 2026
NEWS FEED

สื่อมวลชนไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย พร้อมเป็นตัวกลางผสานความร่วมมือ ผลักดันความเชื่อมโยงในทุกมิติ เพื่อกระตุ้นเขตเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ (IMT-GT) ให้แนบแน่น

เมื่อเร็วๆนี้ ที่ ห้องประชุมโรงแรมบีพี แกรนด์ทาวเวอร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายมาหะมะพีสกรี วาแม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ความร่วมมือและการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ IMT-GT โดยมีนายนาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน เป็นประธานการประชุม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย และสื่อไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ได้ดำเนินงานสร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนของประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซียมาอย่างยาวนาน ทางสมาคมจึงได้จัดโครงการสานสัมพันธ์สื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวคาบสมุทรมลายู ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2566 เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเขตพัฒนาเศรษฐกิจ IMTGT เชื่อมสัมพันธ์และกระชับมิตรระหว่างสื่อมวลชนมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสื่อมวลชนไทยในพื้นที่ จชต. และแลกเปลี่ยนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ความร่วมมือและการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ IMT-GT” โดยมี Mr. Suargana Pringganu กงสุลใหญ่อินโดนีเซีย ประจำจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย Mr. Ahmad Fahmi Ahmad Sarkawi กงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา , ดาโตะฮัจยี โมฮัมมัด ซาและฮ์ ไซดิน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และผู้ประกอบการ รัฐเคดาห์ , ผู้แทนแทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา, ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา, นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และ น.ส.อัยดา กูเจะ นายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน

ขณะที่ นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย โดยประชากรมากกว่าร้อยละ 80 นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งรัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความพิเศษของวิถีชีวิต และความศรัทธาของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ จึงได้จัดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พิเศษ และมีนโยบายการพัฒนาที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิต และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินชีวิตตามอัตลักษณ์และความเชื่อของตนเอง

นอกจากนั้น วานนี้ (1 ธ.ค.) ทาง ศอ.บต. ยังได้เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ จชต. ได้จัดแสดงสินค้า พร้อมจับคู่ธุรกิจ Business Matching คู่ค้าจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ในมหกรรมเชื่อมสัมพันธ์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการศึกษาระหว่างประเทศ คาบสมุทรมลายูภาคใต้ฯ ณ โรงแรมคริสตัลหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษ "ทิศทางการพัฒนา จชต."

อีกทั้งงานดังกล่าว ยังเป็นการเปิดตลาดสินค้าบริการฮาลาลของ จชต. ให้สามารถกระจายสินค้าได้ทั้งใน และต่างประเทศ ส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ระหว่างคาบสมุทรมลายูภาคใต้ อนุภูมิภาคไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ พร้อมสร้างการรับรู้ และความเข้าใจต่อทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ ตามระเบียงเศรษฐกิจฮาลาล จชต. แนวทางยุทธศาสตร์และนโยบายการพัฒนาพื้นที่ของรัฐบาล

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

'วิชัย ทองแตง' เปิดมุมมองรักษ์โลก 'ธรรมดาๆ' ที่ 'ไม่ธรรมดา' พกพา 'ถุง' จาก 'กระดาษ' เหลือใช้ พับติดตัวไว้ใช้อเนกประสงค์

(6 ธ.ค. 66) ช่อง ‘godfatherofstartup’ ในติ๊กต็อกได้เผยแพร่มุมมองของ ‘วิชัย ทองแตง' เกี่ยวกับเรื่องการใช้ ‘กระดาษ’ เหลือใช้ นำมาพับเป็นถุงและพกติดตัวไปด้วยทุกที่ โดยมีใจความว่า..

“ความธรรมดาของคุณวิชัย คือการเก็บกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว เราทำธุรกิจเยอะ กระดาษที่เหลือใช้เยอะมาก จึงนำมาพับเป็นถุงทั่วไป ถ้าหากเป็นกระดาษที่ใช้ไปแล้วหน้าเดียว ก็จะนำมาจดบันทึกต่อ เวลาเดินทางไปต่างประเทศ กระดาษพวกนี้ก็เดินทางไปด้วย ไซซ์เล็กคือค้างคืนเดียว ไซซ์ใหญ่ก็ค้างสองคืนขึ้นไป

ปกตินักเล่นหุ้นจะได้รับเอกสาร (ซองกระดาษสีน้ำดาล) บ่อย ผมก็ได้รับ และที่บ้านผมก็เอามาทำถุงกระดาษนะ

ลูกชายคนเล็กของผม เปิดร้านกาแฟ และเขาก็ใส่ใจเรื่องออแกนิกมาก ถุงที่ใช้ของก็คือ…ถุงจากตลาดหลักทรัพย์ครับ”

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลง ตำรวจ ปส. จับเครือข่าย ภาคเหนือ พบซุกยาบ้า 10 ล้านเม็ด หลังใช้กล้วยน้ำว้าวางอำพรางท้ายกระบะ

ตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เน้นการใช้ทุกมาตรการทางกฎหมายเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติด และยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ประกอบกับนโยบายของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ด้าน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร(ผอ.ศอ.ปส.ตร.)กำหนดนโยบายหลักในการสืบสวนปราบปรามทำลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ให้สิ้นซาก  

ล่าสุด วันนี้ 6 ธ.ค.66 เวลา 10.00 น.นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นาลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส., พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง, พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต. ธนรัชน์ สอนกล้าผบก.ปส.2, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส. และ พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส, ผู้แทนจาก กอ.รมน., สำนักงาน ป.ป.ส. และ พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณ ผบ.ขกท.ศปก.นสศ. อนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ร่วมกันแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดรายนี้ ได้ผู้ต้องหา 5 ราย และยึดยาบ้าได้ 10 ล้านเม็ด 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ย.66 บช.ปส. โดย กก.2 บก.ปส.3 และ บก.ขส.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ นปส.ขกท.ศปก.ทบ.(ขกท.ศปก.นสศ.) ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติกรรมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ พบว่าจะใช้รถกระบะลักษณะตีคอก ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร และ รถกระบะอีซูซุ ยX 81XX เชียงใหม่ ลำเลียงยาเสพติดจาก จว.เชียงใหม่ ลงไปยังพื้นที่ จว.พระนครศรีอยุธยา โดยอำพรางด้วยพืชผลทางการเกษตร ต่อมาได้พบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายขับรถกระบะ ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร เข้าไปรับ ยาเสพติดบริเวณ ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ จากนั้นได้มุ่งหน้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยมีรถยนต์อีซูซุ ยX 81XX เชียงใหม่ ขับนำทางและนำมาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.วังน้อย จว.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นมี รถเก๋งฮอนด้า ญX 28XX กรุงเทพ ขับรถมาจอดที่หน้ารถกระบะ ก 13XX(ป้ายแดง) กำแพงเพชร แล้วมีคนลง จากรถเก๋งแล้วขึ้นไปขับรถกระบะลักษณะตีคอกฯออกไป โดยมีรถเก๋งขับนำทางไป ต่อมาพบรถกระบะ ก 13XX (ป้ายแดง) กำแพงเพชร ขับมาจอดภายในซอยหมู่บ้านฉัตรนคร แขวง/เขตประเวศ กรุงเทพฯ ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวขอตรวจค้น จากการตรวจค้นรถกระบะลักษณะตีคอก พบมีการใช้กล้วยน้ำว้าจำนวนมาก มาวางปิดทับซุกซ่อนกระสอบบรรจุยาบ้า จำนวนประมาณ 10 ล้านเม็ด จึงจับกุมผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่ขับรถบรรทุกยาเสพติด และรถนำทั้งหมด จำนวน 5 คน พร้อมรถยนต์ 3 คัน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. เผยว่า ภายใต้แผน “ตามล่า 100 เครือข่าย” ในคดีนี้พบว่าผู้ต้องหาเครือข่ายนี้มีการรับยาเสพติดจากในพื้นที่ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ โดยใช้รถยนต์กระบะลักษณะตีคอกและใช้กล้วยซึ่งเป็นผลผลิตการเกษตรของชาวเขาตามแนวชายแดนปิดทับซ่อนไว้ เช่นเดียวกับการจับกุมเมื่อก่อนหน้า ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ตำรวจ บก.สกส.บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้าจำนวน 13.4 ล้านเม็ด ที่ด่านตรวจ จว.ชุมพร ซึ่งใช้รถกระบะมีคอกใช้กล้วยปิดทับและมีการรับยาบ้ามาจากพื้นที่ อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่เช่นกัน สำหรับ อ.เชียงดาว เป็นหนึ่งใน 5 อำเภอ ตามแนวชายแดนของ จว.เชียงใหม่ที่พบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเป็นประจำ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จะสืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีและยึดทรัพย์ผู้สั่งการ

ทั้งสองคดีนี้ให้ได้โดยเร็วและจะดำเนินการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดที่พื้นที่ชายแดนอย่างจริงจังโดยจะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้มาตรการปราบปรามทางกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่เร่งด่วนตามมาตรา 5 (10) ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งกำหนดสถานะของพื้นที่ชายแดนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในพื้นที่ชายแดน  15 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่ 6 อำเภอ ของจังหวัดเชียงราย 5 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ และ 4 อำเภอของ จว.นครพนม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการสกัดกั้นตามแนวชายแดน

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เผยว่า กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลในทุกพื้นที่ โดยพบว่าผู้มีอิทธิพลส่วนมากมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่ต้องดำเนินการปราบปรามโดยเร่งด่วน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ของทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและกลไกในระดับพื้นที่ กระทรวงมหาดไทย ได้เปิดปฏิบัติการ(Kick Off) ปราบปรามผู้มีอิทธิพล เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 66 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จหนึ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานร่วมกัน “แยกปลาแยกน้ำ”ระหว่างผู้เสพผู้ค้า ดำเนินการปราบปรามผู้ค้า ผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับเดือน พฤศจิกายน 2566 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด รายสำคัญ  21 คดี ผู้ต้องหา 42 คน ของกลาง ยาบ้า 36,351,455 เม็ด, ไอซ์ 125.84 กก. เฮโรอีน 11.87 กก., โคเคน 3.229 กก. และตรวจยึดทรัพย์ ไว้ตรวจสอบมูลค่าประมาณ 24,680,000 ล้านบาท

'ซิโก้' ปลื้ม!! ได้รับเกียรติบัตรพระราชทาน 'พ่อตัวอย่างแห่งชาติ' ประจำปี 2566 เผย!! เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้รับในชีวิตนี้

(6 ธ.ค. 66) เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ ซิโก้ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ในตำแหน่งกองหน้าปัจจุบันเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนให้กับฮองอันยาลาย ในวีลีกของประเทศเวียดนาม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘Kiatisuk Senamuang’ เนื่องในโอกาสได้รับเกียรติบัตรพระราชทาน ‘พ่อตัวอย่างแห่งชาติ’ ประจำปี 2566 ระบุว่า…

“เกียรติบัตรพระราชทาน ‘พ่อตัวอย่างแห่งชาติ’ ประจำปี 2566 คือรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้รับพระราชทานในชีวิตนี้ 🙏 และเนื่องจากภารกิจหน้าที่ในประเทศเวียดนามจึงไม่สามารถเดินทางกลับไปประเทศไทยได้ ผมขอเก็บความภูมิใจนี้ไว้ตลอดไป 🙏❤️ และขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ สต๊าฟโค้ช ทีมสโมสรฮองอันยาลาย ที่ได้ร่วมแสดงความยินดีในวันพ่อแห่งชาตินี้ครับ 🙏
#วันพ่อแห่งชาติ #พ่อตัวอย่างแห่งชาติ2566 #Carabao #คาราบาว #HAGL #zicohagl  #เกียรติศักดิ์เสนาเมือง #kiatisuk #coachzico #ทีมซิโก้ #โค้ชซิโก้ #ซิโก้”

สำนักพระราชวัง เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพร  'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

เมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.66) สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 7 ธันวาคม 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 6 - 8 ธันวาคม 2566

‘งานบอลธรรมศาสตร์-จุฬาฯ’ ครั้งที่ 75 เลื่อนอย่างไม่มีกำหนด หลังฝั่งพระเกี้ยว แจง ‘ไม่พร้อม’ เหตุกระชั้นชิดกับวันสถาปนาจุฬาฯ

(5 ธ.ค. 66) เฟซบุ๊ก ‘งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์’ เพจทางการที่ตั้งไว้เพื่อสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 ที่มีฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพ ได้ออกประกาศ ‘เลื่อน’ การจัดงานออกไป

โดยระบุว่า ตามที่ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องการกลับมาจัดการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ในวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมานั้น

เนื่องจาก สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ ได้มีหนังสือแจ้งขอให้ทางสมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 พิจารณาเลื่อนการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 ออกไปก่อน โดยให้มีการหารือร่วมกันเพื่อกำหนดวันที่เหมาะสมในการจัดการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 อีกครั้งหนึ่ง ทำให้ได้ข้อสรุปว่างานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 คาดว่าจะไม่ถูกจัดภายในปีการศึกษา 2566

ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะนิสิตนักศึกษาผู้ได้รับมอบหมายให้จัดงานฟุตบอลประเพณีฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เข้าใจดีว่า งานฟุตบอลประเพณีฯ เป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจและติดตามจากประชาคมชาวธรรมศาสตร์ ประชาคมชาวจุฬาฯ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน แต่เมื่อมีเหตุดังกล่าวขึ้น ชุมนุมเชียร์ฯ และองค์การบริหารสโมสรนิสิตฯ จึงมีความจำเป็นต้องเรียนแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า การแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 จะไม่ถูกจัดขึ้นภายในปีการศึกษา 2566

ทั้งนี้ ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องขออภัยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านในความไม่สะดวกนี้ และหวังว่าในอนาคต กิจกรรมงานฟุตบอลประเพณีฯ จะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านดังเช่นที่ผ่านมา
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ส่วนสาเหตุการเลื่อนนั้น อ้างอิงจากจากที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ได้ออกแถลงการณ์ ระบุตอนหนึ่งว่า ตามที่สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ ได้กำหนดวันแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2567 เป็นช่วงที่กระชั้นชิดกับวันจัดงานในโอกาสครบรอบการสถาปนาจุฬาลงกรณ์ฯ ซึ่งตรงกับวันที่ 26 มีนาคมของทุกปี ทำให้ไม่พร้อมจัดงานในวันดังกล่าว

อาลัย ‘รองฯ นิ้ง’ อดีตรองโฆษก ศบค.ภาคภาษาอังกฤษ เสียชีวิตแล้ว หลังทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

(5 ธ.ค. 66) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะอดีต โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ‘ศบค.’ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อาลัยต่อการจากไปของ นายณัฐภาณุ นพคุณ หรือ ‘รองฯ นิ้ง’ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะ รองโฆษก ศบค.ภาคภาษาอังกฤษ

โดยยอมรับว่า รู้สึกตกใจ และใจหาย ที่ รองฯ นิ้ง ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข เผชิญหน้ากับสถานการณ์โควิด-19 มาด้วยกันได้จากไปแล้ว รองฯ นิ้ง เป็นน้องที่น่ารัก สุขุม พูดน้อย แต่ชัดเจน ทั้งภาษาไทย ยิ่งภาษาอังกฤษนี่สุดยอด ทำให้การสื่อสารของ ศบค. ที่ตนต้องรับผิดชอบในภาพรวม แทบไม่ต้องช่วยอะไรรองฯ นิ้งเลย มีแต่รองฯ นิ้งที่มาช่วยในทุกด้านที่ร้องขอ

แม้งานยุ่งขนาดไหน จะเห็นรองฯ นิ้ง ห่วงงานมากกว่าตัวเอง เห็นได้จาก เวลาเรียกมากินข้าวกล่องที่เรามีกินกัน เขาจะบอกว่าจะขอกลับไปทำงานก่อนทุกที ทั้งที่เลยเที่ยง เลยบ่าย เลยเวลาอาหารมามาก แต่เรียกเท่าไรไม่เคยได้กินข้าวกะน้องชายคนนี้เลย

ยังคิดว่า โชคดีที่กระทรวงการต่างประเทศ มีคนคุณภาพคนนี้ และมารับผิดชอบงานใหญ่ระดับประเทศ เพื่อสื่อสารกับคนต่างประเทศในไทยและ ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี เป็นโชคดีของประเทศไทย ที่มีคนนี้ยามวิกฤต และช่วยประเทศเราตลอดสถานการณ์จนผ่านพ้นมาด้วยดี

และในช่วงท้ายของข้อความ นพ.ทวีศิลป์ ระบุอีกว่า “ขอนิ้ง...หลับให้สบาย จิตที่สูงส่งของนิ้ง ขอจงส่งให้นิ้งสู่สัมปรายภพ ภพภูมิที่ดี ความดีของนิ้งจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราและเป็นประวัติศาสตร์ตลอดไป”

ทั้งนี้ นายณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2566 หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยมาระยะหนึ่งแล้ว

‘ท่านอ้น’ ถวายเพล วัดปทุมฯ เนื่องในวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9 พร้อมถวายเงินสมทบทุนโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

(5 ธ.ค. 66) ที่อาคารเสนาสนะสงฆ์ วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร แขวงปทุมวัน ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารเพล พระสงฆ์ 9 รูป โดยมี พระพรหมวชิรเวที กรรมการมหาเถรสมาคมและเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และถวายเงินสมทบทุนโรงพยาบาลพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นโรงพยาบาลชุมชน สังกัดกระทรวงสาธารณสุขสำนักงานปลัดกระทรวง

ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลอำเภอบ้านม่วง เลขที่ 299 หมู่ที่ 2 บ้านโพนไค ถนนราชบัณฑิต ต.ม่วง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2566

จากนั้น ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์ ได้เข้ากราบสักการะพระอัฐิ และพระราชสรีรางคาร ของพระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติราชสกุลมหิดล

ต่อมาได้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ทางวัดปทุมวนาราม ได้มอบหนังสือประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ตอน จำพรรษาวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร หนังสือ พระภูริทัตโต (หมั่น) พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต วัดปทุม วนาราม และภาพถ่ายพระภูริทตฺโต (หมั่น) วัดสระปทุม แก่ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์

ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าได้ไปถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาแล้ว จึงได้มาทำบุญที่วัดปทุมวนารามเนื่องจากเป็นวัดที่มีความสำคัญกับครอบครัว และได้มาทำบุญถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

‘เถ้าแก่โรงสี’ เมืองนครพนม ตั้งโรงทาน-มอบทุนการศึกษา เป็นปีที่ 18 ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ชาวบ้านแห่ต่อแถวเพียบ

(5 ธ.ค. 66) ที่หน้าร้านเทียมศักดิ์พาณิชย์ เลขที่ 385-7 อยู่ตรงข้ามสำนักงานยาสูบฯ ถนนอภิบาลบัญชา เยื้องทางออกตลาดสดฯ เขตเทศบาลเมืองนครพนม ‘นายเทียมศักดิ์ เวียงศรีประเสริฐ’ อายุ 76 ปี และ ‘นางเกตุวดี เวียงศรีประเสริฐ’ อายุ 74 ปี คู่สามีภรรยาเป็นชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ร่วมกับลูกหลาน และบริษัทในเครือโรงสีเทียมศักดิ์พาณิชย์ พร้อมด้วยบริษัทวิทยาอิเลคทริคเซ็นเตอร์ ได้จัดตั้งโรงทานมอบข้าวกล่อง ขนมหวาน ข้าวสาร ข้าวเหนียว และ มอบทุนการศึกษาแก่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยครอบครัวนายเทียมศักดิ์จัดมาแล้วเป็นปีที่ 18 เพื่อน้อมระลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พ่อของแผ่นดินปวงชนชาวไทย โดยมีประชาชนจูงลูกเล็กเด็กแดง มายืนรอรับสิ่งของเป็นแถวยาว

นายเทียมศักดิ์เปิดเผยว่า บิดามารดาเป็นชาวเวียดนาม อพยพหนีไฟสงครามมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ทำงานรับจ้างทุกอย่าง จนมีฐานะดีขึ้นตามลำดับ โดยตั้งโรงสีผลิตข้าวสารตราเรือไฟ ส่งจำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม และขยายกิจการโรงสีเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีโรงสีอยู่ 4 แห่ง ซึ่งตนได้โอนกิจการให้ลูกๆ ไปบริหารกันเองหมดแล้ว และพวกเขาได้ขยายตลาดส่งข้าวสารไปยังแถบยุโรปด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ตนกำชับลูกทั้ง 5 คน ถือเป็นคำสั่งของพ่อว่า “ให้สำนึกในบุญคุณของแผ่นดิน” ดังนั้นวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติให้ตั้งโรงทานรวมถึงมอบทุนการศึกษาข้าวสาร ฯลฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

สืบเนื่องวันที่ 5 ธันวาคมเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นวันสำคัญที่ประชาชนน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ทั้งนี้กิจกรรมวันพ่อ ได้จัดติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2523 โดยการริเริ่มของคุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา

เนื่องจากพ่อถือเป็นบุคคลผู้มีพระคุณ และมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัว สังคม ที่ผู้เป็นลูกต้องเคารพเทิดทูนและตอบแทนพระคุณด้วยความกตัญญู และสังคมควรที่จะยกย่องให้เกียรติรำลึกถึงผู้เป็นพ่อ จึงถือเอาวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันพ่อแห่งชาติ นอกจากนี้รัฐบาลยังกำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันชาติอีกด้วย

วัตถุประสงค์ของวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวามหาราช เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ

‘สพฐ.ตร.’ จัดแข่ง ‘CSI Challenge’ หาทีมชำนาญด้านการตรวจที่เกิดเหตุ หนุนพัฒนาทักษะ-เพิ่มพูนความรู้ มุ่งยกระดับสู่มาตรฐานความเป็นเสิศ

(5 ธ.ค. 66) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เปิดเผยว่า หลังจากที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบนโยบายพิเศษ โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพิ่มพูนทักษะและพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ ที่ปฏิบัติงานด้านการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

ดำเนินการจัดการแข่งขัน ‘CSI Challenge’ เพื่อเฟ้นหาทีมที่เป็นเลิศด้านการตรวจสถานที่เกิดเหตุ โดยให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐานทั่วประเทศที่ผ่านการตรวจ ‘Internal Audit’ ตามระบบมาตรฐานหน่วยตรวจ ISO/EC 17020 คัดเลือกทีมที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละด้าน โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ ด้านคดีลักทรัพย์, คดีชีวิต และคดีระเบิด เข้าแข่งขันรอบสุดท้าย เพื่อหาทีม ชนะเลิศรับเงินรางวัล พร้อมโล่และประกาศเกียรติคุณ

โดยพล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “CSI Challenge เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ข้าราชการตำรวจสังกัดสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้แสดงศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ เป็นการพัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ด้านการตรวจสถานที่เกิดเหตุ มุ่งสู่มาตรฐานความเป็นเสิศ รวมทั้งเป็นการสร้างความรัก ความสามัดคีในหน่วยงาน”

ทั้งนี้ การตรวจ Internal Audit ทุกศูนย์ทั่วประเทศ จะเริ่มการตรวจในวันที่ 13 ธันวาคม 66 ถึงวันที่13 กุมภาพันธ์ 67 โดยเสมือนเป็นการ Audition และจะจัดการแข่งขันในวันที่ 23-25 เมษายน 67 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ฝึกอบรมทางยุทธวิธีค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อหาทีมที่มีความเป็นเลิศ พร้อมทั้งการวิเคราะห์ที่ถูกต้องแม่นยำ สามารถเชื่อมโยงกับคดีได้ รวมไปถึงทักษะส่วนบุคคลที่โดดเด่น

โดยการแข่งขันมีเกณฑ์การวัดที่ชัดเจน และมีคณะกรรมการระดับผู้บังคับบัญชาของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจเป็นผู้ตัดสินตามวิสัยทัศน์ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เป็นหน่วยงานด้านพิสูจน์หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ และทะเบียนประวัติอาชญากร ที่มีมาตรฐานสากลของกระบวนการยุติธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top