Sunday, 28 June 2026
NEWS FEED

‘มาดามแป้ง’ ลงสมัครชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลไทย พร้อมสานต่องานจาก ‘สมยศ’ เผย มีแล้ว 65 เสียงหนุน

(6 ธ.ค. 66) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี เดินทางไปยื่นใบสมัครลงเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยื่นใบสมัครคนแรก หลังจากก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครเดินทางไปยื่นอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ ‘มาดามแป้ง’ แถลงข่าวเปิดตัวทีมงานสภากรรมการ 18 ราย เมื่อ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา นำทัพโดย ปวิณ ภิรมย์ภักดี, อรรณพ สิงห์โตทอง, อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ, ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน, วิลักษณ์ โหลทอง ในตำแหน่งอุปนายก โดยมีตัวแทนจากอีกหลายสโมสรที่เข้าร่วมเป็นกรรมการกลาง รวมถึง ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย

โดย นวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า “ก็มีหลายเรื่องที่ตนจะต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีมชาติหรือเรื่องอื่นๆ เราต้องก้าวไปให้ได้ มันมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และมันก็มีหลายปัจจัยจากทั้งตัวสโมสร หรืออื่นๆ รวมถึงเรื่องเงินสนับสนุนฟุตบอลลีก T2, T3 ก็เป็นประเด็นที่ทุกคนพูดถึง เช่นเดียวกับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด”

“ก่อนหน้านี้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.อ.สมยศ ก็ทำไว้ดีในหลายๆเรื่อง แป้งเองถ้ามีโอกาสก็จะเข้ามาสานต่อในหลาย ๆ เรื่อง และพัฒนาให้ดีขึ้น มันมีหลายมิติ มีหลายภาคส่วนที่จะต้องเข้าไปทำงาน ไม่ว่าจะต้องทำงานกับผู้สนับสนุนหลาย ๆ ราย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย แม้กระทั่งกองทุนพัฒนากีฬา เราต้องปรับปรุงมาตรฐานของหลายๆภาคส่วน อย่างที่บอกไปสโลแกนของเรา คือ Better Together ก็คงจะต้องรวบรวมความเห็นของคนที่จะมาทำงานร่วมกัน ทำให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปด้วยดี”

“อย่างที่แป้งได้เรียนไปเมื่อได้เห็นหน้าสภากรรมการของแป้งแล้วก็จะเห็นได้ว่าเรารวบรวมคนที่รักฟุตบอลอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาอาจจะเห็นว่าบางคนอยู่ขั้วนั้นขั้วนี้ แต่ตอนนี้เราทำให้เห็นว่าทุกคนต้องรวมใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมาร่วมทำงานจริงๆ เพราะฉะนั้น คงไม่มีใครแสดงเจตจำนงที่มาร่วมกับทีมของแป้ง” มาดามแป้ง กล่าวทิ้งท้าย

ขณะเดียวกัน นวลพรรณ ล่ำซำ ยังเปิดเผยอีกว่าเวลานี้มีเสียงสนับสนุนจากสโมสรมากถึง 65 สโมสร จากทั้งหมด 73 สโมสร ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย คนใหม่ โดยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศเจตนารมย์ต่อต้านทุจริต โปร่งใส ไม่คอรัปชั่น กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรม

วันที่ 6 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00น. ที่ห้องประชุมอาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. กระทรวงยุติธรรม จัดงาน"ประกาศเจตนารมย์ต่อต้านทุจริต"

เนื่องในสัปดาห์ต่อต้านทุจริตและส่งเสริมจริยธรรม 'ยุติธรรมต้าน โกงโปร่งใส ไม่คอรัปชั่น' โดยมี พัน
ตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวนโยบาย ในการต่อต้านการทุจริตของกระทรวงยุติธรรมแก่สื่อมวลชนและผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงาน โดยมี นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวรายงาน ตลอดจนคณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้า
หน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมเข้าร่วม พร้อมทั้งร่วมกันถ่ายภาพหมู่เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านการทุจริต จากนั้นได้จัดการอภิปรายในหัวข้อ "ปัญหาการทุจริตและแนวทางการป้องกันการทุจริต
ในระบบราชการไทย" โดยได้รับเกียรติจาก นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. และ ดร.มานะ นิมิตรมงคลเลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) เป็นวิทยากรผู้ทรง
คุณวุฒิร่วมบรรยายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวนโยบายต่อต้านการทุจริตตอนหนึ่งว่า "กระทรวงยุติธรรมจะขับเคลื่อนค่านิยมร่วมและวัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะ "สุจริต จิตบริการ ยึดมั่น ความยุติธรรม" ที่เจ้าหน้าที่กระทรวง ยุติธรรมทุกคนมีความสำนึกว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมาย และเพื่อให้ความยุติธรรม
เข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง"

โอกาสนี้ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล  รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมด้วยนางนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมบุคลากรกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย 

***********
กฤษฎา สมมาตร
รายงานข่าว

นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ออกโรงโต้ ม.ธรรมศาสตร์ หลังโดนกล่าวหา ‘ต้นเหตุ’ ทำบอลประเพณี เลื่อน!!

(6 ธ.ค. 66) กลายเป็นดรามาหนักมากในโลกออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ‘ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์’ โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า... 

‘งานบอล 75 ถูกเลื่อนไม่มีกำหนด เหตุสมาคมศิษย์เก่าจุฬาฯ ไม่พร้อมจัดงาน’

ตามที่ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องการกลับมาจัดการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ในวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมานั้น

เนื่องจากสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ ได้มีหนังสือแจ้งขอให้ทางสมาคมธรรมศาสตร์ฯ ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 พิจารณาเลื่อนการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 ออกไปก่อน โดยให้มีการหารือร่วมกันเพื่อกำหนดวันที่เหมาะสมในการจัดการแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 75 อีกครั้งหนึ่ง ทำให้ได้ข้อสรุปว่างานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 คาดว่าจะไม่ถูกจัดภายในปีการศึกษา 2566

ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะนิสิตนักศึกษาผู้ได้รับมอบหมายให้จัดงานฟุตบอลประเพณีฯ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เข้าใจดีว่า งานฟุตบอลประเพณีฯ เป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจและติดตามจากประชาคมชาวธรรมศาสตร์ ประชาคมชาวจุฬาฯ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน แต่เมื่อมีเหตุดังกล่าวขึ้น ชุมนุมเชียร์ฯ และองค์การบริหารสโมสรนิสิตฯ จึงมีความจำเป็นต้องเรียนแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า การแข่งขันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 จะไม่ถูกจัดขึ้นภายในปีการศึกษา 2566

ทั้งนี้ ชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องขออภัยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านในความไม่สะดวกนี้ และหวังว่าในอนาคต กิจกรรมงานฟุตบอลประเพณีฯ จะได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านดังเช่นที่ผ่านมา จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ล่าสุด น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า…

เห็นมีข่าว ประกาศที่ออกโดยชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่างานบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ถูกเลื่อนออกไป เพราะสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ขอเลื่อน

ขอให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสังคม งานบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เป็นงานที่จัดโดยสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ (สนจ.) และ สมาคมธรรมศาตร์ฯ (สมธ.) โดยปกติจะจัดปลายเดือน ม.ค.- ต้น ก.พ.

การแข่งขันครั้งที่ 75 นี้ ทาง สมธ.เป็นเจ้าภาพจัดงาน ซึ่ง สมธ. แจ้งเลื่อนการจัดงานมาตั้งแต่ปี 2564 – 2566 และเมื่อเดือนตุลาคมนี้ ก็ยังแจ้งโดยวาจาว่าจะไม่จัดงานในต้นปี 2567

แต่ทาง สมธ. มีจดหมายลงวันที่ 15 พ.ย. แจ้ง สนจ. ว่าจะจัดงานในวันที่ 30 มี.ค.67 และขอให้ สนจ. ไปร่วมประชุมและแถลงข่าวการจัดงานในวันที่ 28 พ.ย. คือ บอกล่วงหน้าแค่ 10 วัน ไม่มีการหารืออะไรกันก่อนเลย

ทาง สนจ. จึงได้ประชุมและสรุปว่าหากจัดงานบอลประเพณี วันที่ 30 มี.ค. 67 จะชนกับงานประจำปีของ สนจ. คืองานวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 26 มี.ค. จึงตอบว่าไม่พร้อมร่วมจัดงาน

แต่คนที่ออกมาออกประกาศในสื่อ Social Media กลับกลายเป็น ชุมนุมเชียร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่ผู้รับผิดชอบในการจัดงานบอลประเพณี และเขียนเหมือนกับ สนจ. เป็นต้นเหตุที่ทำให้งานเลื่อนออกไป อยากให้ สมธ. ออกมาชี้แจงให้ชัดเจน ทำไม พูดกลับไปกลับมา ทำไมแจ้ง สนจ. กะทันหัน อย่าให้น้อง ๆ ออกมาวุ่นวายเลย

หากนิสิต นักศึกษาทั้งสองสถาบัน อยากจะจัดเตะบอลเชื่อมความสัมพันธ์กัน ก็ทำได้ ไม่ต้องใช้ชื่อ งานบอลประเพณี ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 หรอก (แต่อาจหาสปอนเซอร์ได้ไม่มาก)

“พวงเพ็ชร ชูรัฐบาลดิจิทัล” ทำรัฐ โปร่งใส รวดเร็ว เน้นออนไลน์ ตอบสนอง ประชาชน

วันนี้ (6 ธันวาคม 2566) เวลา 10.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2566 “Digital Government Awards 2023” แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีการยกระดับองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล จำนวนทั้งสิ้น 150 รางวัล โดยมี นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ประธานกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน 

การมอบ “รางวัลรัฐบาลดิจิทัล” จัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจระดับความพร้อมการเป็นรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ว่า ปัจจุบันภาครัฐมีบริการดิจิทัลที่หลากหลายมิติครอบคลุมบริการประชาชนในทุกช่วงชีวิตหรือไม่ เป็นสิ่งสะท้อนการพัฒนาและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั้น ตั้งใจที่ภาครัฐปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันภาครัฐมีบริการดิจิทัลที่หลากหลายมิติครอบคลุมบริการประชาชนในทุกช่วงชีวิต อาทิ แพลตฟอร์มบริการกลางและบริการดิจิทัลเพื่อประชาชน  ซึ่งในปีนี้ได้แบ่งรางวัลเป็น 5 รางวัล ได้แก่ 1) รางวัลรัฐบาลดิจิทัล สำหรับหน่วยงานมีคะแนนความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลรวมสูงสุด 2) รางวัลเฉพาะด้านประจำปี ประกอบด้วย 3 รางวัลย่อย คือ รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ รางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ และรางวัลหน่วยงานคุณภาพด้านบุคลากรดิจิทัล 3) รางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่น 4) รางวัลพัฒนาการดีเด่น และ 5) รางวัลท้องถิ่นดิจิทัล

นางพวงเพ็ชร กล่าวชื่นชมหน่วยงานที่ได้รับรางวัล แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาให้สอดรับกับการเป็นสังคมดิจิทัล ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบันที่ต้องปรับตัวตามความต้องการของประชาชน เพื่อให้การติดต่อกับภาครัฐเป็นเรื่องง่าย สร้างความมั่นใจต่อผู้รับบริการ สะดวก โปร่งใส รวดเร็ว และสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่  ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีว่าการบริหารงานและการให้บริการที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างทันท่วงทีถือเป็นความสำคัญลำดับแรก โดยต้องปรับปรุงการบริการออนไลน์ภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนติดต่อได้ง่าย เข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ทั้งสวัสดิการ บริการสาธารณะ และประโยชน์ต่างๆ ที่ประชาชนพึงได้รับ

“ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจความพร้อมการจัดร้านกองทัพเรือ ในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี งานมหรสพรื่นเริงการกุศลที่สำคัญยิ่ง เพื่อหารายได้บำรุงสภากาชาดไทย ประจำปี 2566” 

พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะประธานร้านกองทัพเรือ ในงานกาชาดประจำปี 2566 พร้อมด้วย คุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ  เดินทางมาตรวจเยี่ยมความพร้อมของร้านกองทัพเรือฯ โดยมี พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการ ร้านกองทัพเรือ ในงานกาชาดประจำปี 2566 และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ และนำตรวจความพร้อมของการเตรียมสถานที่ ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

ซึ่งในปี พ.ศ.2566 นี้ สภากาชาดไทยได้กำหนดกรอบการจัดงานโดยใช้ชื่อว่า “งานวันกาชาด ๑๐๐ ปี รื่นรมย์สุขฤดี ณ ที่แห่งการให้ #RedCrossFairCenturyOfCharity สื่อความหมายว่า ๑๐๐ ปี งานกาชาด นับเป็นศตวรรษแห่งการให้” ในรูปแบบย้อนยุค โดยในส่วนของกองทัพเรือ ได้ออกแบบร้านด้วยแนวคิด “ย้อนวันวานทะเลไทย ประชาชนภูมิใจ ทะเลไทยมั่นคง” ในบรรยากาศย้อนยุคของทะเลไทย และความร่วมสมัย ดำเนินการสร้างส่วนต่างๆ ตามแบบอาคารราชนาวิกสภาที่มีประวัติความเป็นมากว่า 100 ปี แสดงอัตลักษณ์ความเป็นทหารเรือ และยังมีการสร้างแบบจำลองเรือหลวงพระร่วงที่เป็นตัวแทนความรักความศรัทธาของประชาชนที่ร่วมบริจาคเงินในการจัดหาเรือให้กองทัพเรือ โดยการจัดร้าน และกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย 

การแสดงดนตรีโดยกองดุริยางค์ทหารเรือที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทุกปี  ร้านอาหารโดยกรมพลาธิการทหารเรือที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในรสชาติมาอย่างยาวนาน และพื้นที่แสดงนิทรรศการเรื่องราวของกองทัพเรือกับประชาชนโดยกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ  นอกจากนี้ยังจัดให้มีการเล่นเกมส์ชิงโชคที่คัดสรรค์ของรางวัลอย่างพิถีพิถันจากกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ การจำหน่ายสินค้าที่แสดงความเป็นชาวเรือและสินค้าจากร้านเกษตรนาวีจากกรมสวัสดิการทหารเรือ และยังมีการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบออนไลน์อีกด้วย

สำหรับบริเวณพื้นที่สมาคมภริยาทหารเรือ จัดให้มีการจำหน่ายสินค้าในสไตล์ทหารเรือที่คัดเลือกอย่างตั้งใจทุกชิ้น การเล่นเกมส์ชิงโชคที่คงความสนุกสนาน และการจำหน่ายสลากบำรุงสภากาชาดไทย ประจำปี 2566 ซึ่งนอกจากการได้ทำบุญกับสภากาชาดแล้วยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลที่น่าสนใจอีกด้วย

กองทัพเรือขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน มาร่วมงานกาชาดประจำปีและร่วมแต่งกายย้อนยุค ย้อนวันวานในปีพิเศษนี้ และเชิญชวนเยี่ยมชมร้านกองทัพเรือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกนายพร้อมให้การต้อนรับอย่างเต็มใจด้วยความเป็นชาวเรือ ในบรรยากาศที่แสนคลาสสิคของทหารเรือ โดยจะมีการจัดงาน ระหว่างวันที่ 8 - 18 ธ.ค.66 เป็นเวลา 11 วัน ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ระหว่างเวลา 11.00 - 22.00 น. 

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

#กองทัพเรือ #ROYALTHAINAVY 
#งานกาชาดประจำปี #RedCrossFairCenturyOfCharity

'นลินี ทวีสิน' พบทูตเยอรมนี เร่งเจรจา THAI-EU FTA เชิญชวนลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายแอ็นสท์ ว็อล์ฟกัง ไรเซิลเอกอัครราชทูตราชสาธารณรัฐเยอรมนี ประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีที่การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย - สหภาพยุโรป (THAI-EU FTA) รอบแรกเริ่มต้นด้วยดี ซึ่ง FTA ฉบับดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ สนับสนุนการจ้างงานของแรงงานไทย ตลอดจนสร้างแต้มต่อทางการแข่งขัน ในขณะเดียวกันก็จะเป็นโอกาสดีที่มาตรฐานและกฎระเบียบต่าง ๆ ของไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิแรงงาน สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน จะถูกปรับปรุงให้มีความทันสมัยและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น 

ผู้แทนการค้าไทยเสริมว่า จากความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศเยอรมนี ตนจึงได้ใช้โอกาส เชิญชวนให้บริษัทเยอรมนีมาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะการผลิตและประกอบแบตเตอรี่ในไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจะดึงดูดอุตสาหกรรมสีเขียวในไทยเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังนับว่าเป็นโอกาสและข่าวดีที่เยอรมนีมีการจัดตั้งกองทุนภูมิอากาศสีเขียว ซึ่งมีพันธกิจในการสนับสนุนเงินทุนแก่โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งล่าสุดทราบว่ากองทุนดังกล่าวได้สนับสนุนเงินกว่า 38 ล้านยูโรเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในไทย

'แด๊ดดี้พิธา' โพสต์ภาพคู่ 'ตารางงาน-List เพลง' วง BABYMONSTER ด้านชาวเน็ตติง ไม่เหมาะสม ล่าสุดเจ้าตัวขอโทษ-ลบแล้ว

(6 ธ.ค.66) เพจ 'วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร' ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพถึงกรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้โพสต์ตารางงานศิลปินดัง ไว้ว่า...

#ทุกคนคะ ไม่ทันขาดคำ แด๊ดดี้สร้างเรื่องอีกแล้วค่ะ

โพสต์ภาพคู่ตารางงานและ List เพลง ของวงเบม่อน (Baby Monster) ที่เป็นความลับของค่าย YG ลงโซเชียล ล่าสุดลบแล้วค่า

ภายหลังจากเป็นกระแสวิจารณ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ (X) ระบุว่า…

“ต้องขอบคุณ YG Entertainment ที่ให้เวลาและความรู้กับผม และต้องขอโทษที่สื่อสารข้อมูลที่ผิดพลาดออกไป ตอนนี้ลบออกและขอโทษผู้บริหารและศิลปินโดยตรงแล้ว ต้องขออภัย YG ศิลปิน และ แฟนคลับ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ”

สตม.บุกรวบสองหนุ่มแดนปลาดิบ ก่อเหตุลักทรัพย์ อยู่เกินอนุญาต พ่วงประวัติอาชญากรรมเพียบ

บก.ตม.1 จับกุม นายมาซาโอะ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ในความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และจับกุม นายซูซูกิ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ในความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ดำเนินคดีตามกฏหมาย

สืบเนื่องจาก บก.ตม.1 ได้สืบสวนหาข่าวกรณีบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติกรรมเป็นภัยสังคม มีประวัติการก่ออาชญากรรม หรือมีส่วนพัวพันกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จนกระทั่งทราบจากสายลับว่ามีกลุ่มชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งซึ่งมีพฤติกรรมที่น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรืออาชญากรรมประเภทอื่นๆ โดยมักจะเช่าบ้านอยู่รวมกันหลายๆ คน และเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยๆ ใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะที่จดทะเบียนในชื่อของบุคคลอื่น จึงได้ให้สายลับหาข้อมูลจนกระทั่งพบว่า กลุ่มดังกล่าวนี้ไปพักอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านหรูย่านพัฒนาการ โดยมีสมาชิก 4-5 คนผลัดเปลี่ยนกันเข้าๆออกในบ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนหาข่าวเรื่อยมาจนทราบชื่อสมาชิกรายหนึ่งของกลุ่ม ได้แก่ นายมาซาโอะ เนื่องจากชุดสืบสวนได้ทราบข้อมูลจากสายลับว่า เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมานายมาซาโอะได้ยึดโทรศัพท์ของแม่บ้านรายหนึ่งไว้ เนื่องจากไปพบคลิปวิดิโอและภาพถ่ายที่เป็นหลักฐานการกระทำความผิดของตนในบ้านหลังดังกล่าวหลายภาพ ซึ่งต่อมาผู้เสียหายได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายมาซาโอะในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จนกระทั่งพนักงานสอบสวน สน. คลองตัน ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาพระโขนงขออนุมัติหมายจับนายมาซาโอะ 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.1 ได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่หมู่บ้านดังกล่าวจนได้ข้อมูลว่ามีบุคคลต่างด้าวสัญชาติญี่ปุ่น มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ กำลังเล่นกับสุนัขอยู่ที่สวนหน้าบ้านหลังหนึ่ง จึงนำกำลังไปแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และได้แสดงสำเนาหมายจับให้ดู ผู้ถูกจับยืนยันว่าตนเองคือนายมาซาโอะ ตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางพบว่า นายมาซาโอะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อ 22 พ.ย. 66 ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยวีซ่าประเภท ผ.30 อนุญาตถึง 21 ธ.ค. 66 การอนุญาตยังไม่สิ้นสุด และยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ์ของผู้ถูกจับให้ทราบ นอกจากนี้ในบริเวณที่เกิดเหตุยังพบนาย ซูซูกิ (นามสมมติ) สัญชาติญี่ปุ่น อายุ 24 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อ 6 ต.ค. 66 ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยวีซ่าประเภท ผ.30 ครบกำหนดอนุญาต 4 พ.ย. 66 การอนุญาตสิ้นสุดแล้ว 24 วัน จึงได้จับกุม โดยกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

จากการประสานข้อมูลกับทางการญี่ปุ่น ทำให้ได้ทราบข้อมูลเชิงลึกว่า นายมาซาโอะ มีประวัติเกี่ยวพันคดีอาญาถึง 18 คดี เช่น คดียาเสพติด คดีทำร้ายร่างกาย และคดีอุกฉกรรจ์อื่นๆ โดยเป็นอดีตสมาชิกแก๊งองค์กรอาชญากรรมที่มีความเชื่อมโยงกับอดีตแก๊งยากูซ่า ส่วนนายซูซูกิผู้ถูกจับรายที่ 2 นั้นก็มีประวัติเกี่ยวพันคดีปล้นทรัพย์  โดยใช้กำลังประทุษร้ายที่ญี่ปุ่น จำนวนถึง 3 คดี สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สตม.รวบหนุ่มออสซี่ ระดับแกนนำแก๊ง HELLS ANGELS ใช้หนังสือเดินทางผู้อื่นเข้าไทยพบพัวพัน  คดียาเสพติดและอาวุธปืนหลายคดี

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,  พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม.,พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., 

พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม., พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

1. สตม.รวบหนุ่มออสซี่ ระดับแกนนำแก๊ง HELLS ANGELS ใช้หนังสือเดินทางผู้อื่นเข้าไทยพบพัวพันคดียาเสพติดและอาวุธปืนหลายคดีและประวัติอาชญากรรมเพียบ บก.สส.สตม. จับกุม MR.ELICES หรือเอเลียส (นามสมมติ) อายุ 31 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ในความผิดฐานใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฏหมาย

สืบเนื่องจาก บก.สส.สตม. ได้สืบทราบว่ามีบุคคลสัญชาติออสเตรเลีย ได้ใช้หนังสือเดินทางของคนต่างชาติ สัญชาติอิตาลี เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการประสานงานกับทางสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยและได้ร่วมทำการสืบสวน โดยพบว่า ได้มีชาย สัญชาติออสเตรเลีย ชื่อ นายเอเลียส สัญชาติออสเตรเลีย ได้ใช้หนังสือเดินทางประเทศอิตาลี ชื่อ MR.GJINI เช่าเครื่องบินส่วนบุคคลเดินทางเข้ามาที่ประเทศไทย โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของบุคคลที่ใช้หนังสือเดินทางประเทศอิตาลี ชื่อ MR.GJINI ส่งเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลประเทศออสเตรเลีย พบว่าลายพิมพ์นิ้วมือ นั้นตรงกับบุคคลที่ชื่อ นายเอเลียส และจากการตรวจสอบรูปภาพในระบบสารสนเทศ ตม. พบว่าบุคคลที่ใช้หนังสือเดินทางของประเทศอิตาลี ชื่อ MR.GJINI คือ นายเอเลียส จริง โดยได้เดินทางเข้าประเทศไทย ด้วยวีซ่าประเภท ผ.30 ซึ่งเป็นวีซ่านักท่องเที่ยวที่สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 30 วัน อีกทั้งนายเอเลียส ยังเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแกนนำของแก๊ง HELLS ANGELS ที่เป็นเครือข่ายจำหน่ายยาเสพติด ลักลอบนำเข้ายาเสพติดและอาวุธปืนโดยมีหมายจับที่เป็นการกระทำความผิดจำนวน 38 กระทง โดยเป็นความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนจำนวน 36 กระทง ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้ายาเสพติดเมทแอมเฟตามีน จำนวน 14 กิโลกรัม จำนวน 1 กระทง และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำนวน 1 กระทง อีกทั้งยังมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการทำร้ายเจ้าหน้าที่และการปล้นทรัพย์ด้วย
ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายเอเลียส ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ จึงได้นำกำลังและเข้าทำการตรวจสอบพบ นายเอเลียส และจากการตรวจสอบห้องพัก พบหนังสือเดินทางประเทศออสเตรเลียของ นายเอเลียส และพบหนังสือเดินทางประเทศอิตาลี ของ MR.GJINI สอบถาม นายเอเลียส ยอมรับว่าได้หลบหนีออกมาจากประเทศออสเตรเลียจริง โดยได้ใช้หนังสือเดินทางของของ MR.GJINI เข้ามาที่ประเทศไทยและเคยยื่นขอต่อการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย หลังจากนั้นทราบว่าทางตำรวจประเทศออสเตรเลียได้ทำการประสานกับทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย จึงได้พยายามหลบหนีมาโดยตลอด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาและสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ นำตัวส่ง พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

‘นายกฯ’ สั่งคมนาคมเร่งดูแลผู้ประสบเหตุรถทัวร์มรณะ หลังเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง คร่าชีวิต 16 ศพ

(6 ธ.ค.66) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต กรณีเหตุรถทัวร์โดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-นาทวี ประสบอุบัติเหตุเสียหลักตกไหล่ทางชนต้นไม้ริมถนนเพชรเกษม หน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 14 รายและที่โรงพยาบาล 2 ราย 

นางรัดเกล้า ยังระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนท้องถนนมาโดยตลอดไม่ว่าจะช่วงเทศกาลหรือไม่ใช่ช่วงเทศกาลจะมีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้น ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมยังมีมาตรการคุมเข้มอุบัติเหตุช่วงเทศกาลเพื่อ ‘ลดตาย’ ในส่วนของรถโดยสาร 2 ชั้น ได้เปิดจดทะเบียนรถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้นแล้วที่ต้องมีความสูงไม่เกิน 4 เมตร จากเดิมไม่เกิน 4.3 เมตร แต่รถทัวร์ 2 ชั้นในระบบจดทะเบียนวิ่งให้บริการได้เหมือนเดิม พร้อมบังคับติดตั้งระบบจีพีเอส เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมผู้ขับรถ ปรับปรุงสภาพรถ ซ่อมตัวถังรถ ต้องปรับระดับความสูงของรถเหลือไม่เกิน 4 เมตร ซึ่งจะมีอายุการใช้งานไปอีกประมาณ 4-5 ปี และจะปิดตำนานรถ 2 ชั้นในเมืองไทย

"นายกรัฐมนตรี ขอให้กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอำนวยความสะดวกกับผู้ประสบเหตุและญาติ ดังนั้นจะเห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างมาก มีการรณรงค์ในทุกเทศกาล เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น" นางรัดเล้า กล่าว

นางรัดเกล้า ยังกล่าวชื่นชมประชาชนในที่เกิดเหตุที่ให้ความช่วยเหลือ ด้วยการเปิดห้องพักในระแวกนั้นให้ญาติผู้ประสบเหตุที่มาติดต่อรับศพ หรือมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บได้พักครอบครัวละ 1 ห้องฟรี เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เข้าช่วยเหลือ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top