Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

“We can run: Fund for legs” ขยับขาเพื่อ 100 ขาเทียม  ส่งต่อคุณภาพชีวิตผู้พิการ สร้างสังคมรีไซเคิล สู่เป้าหมาย Net Zero

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายภาคเอกชน เปิดกิจกรรม “We can run: Fund for legs” ณ บริเวณลานกลางท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบขาเทียม 100 ขา เพื่อมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้พิการ สร้างสังคมรีไซเคิลสู่เป้าหมาย Net Zero

วันที่ 31 มีนาคม 2567 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการดำเนินงานของหน่วยงานให้เป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นการสร้างกระแสสังคมให้ทุกคนหันมาร่วมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมนำไปสู่สังคมแห่งการรีไซเคิล และขอขอบคุณหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่ร่วมมือกันทำให้เกิดงานดีๆ นี้ขึ้น โดยเฉพาะนักวิ่งทุกคนที่มาร่วมกันส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้พิการพร้อมสร้างสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญมูลนิธิขาเทียมฯ ที่เป็นกำลังหลักให้เราได้ส่งผ่านกำลังใจให้ผู้พิการ “ร่วมกันขยับขาของเรา...เพื่อ 100 ขาเทียม”

ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กิจกรรมเดิน-วิ่ง มินิมาราธอนการกุศล Recycle for Life “We can run: Fund for legs” เพื่อมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้จัดขึ้น ณ บริเวณลานกลางท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร แบ่งเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่ Mini Marathon 10 กิโลเมตร และ Micro Marathon 5 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 
2,500 คน  ซึ่งได้รับเกียรติจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่งและพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะ พร้อมพิธีมอบขาเทียม 100 ขาให้แก่ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เป้าหมายของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือ สนับสนุนการผลิตขาเทียม 100 ขา มูลค่ากว่า 2,500,000 บาท มอบแก่ผู้พิการที่มีความยากไร้ให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี อีกทั้งรวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล 4,800,000 ใบ โดยให้นักวิ่งนำกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้ว 5 ใบ มาแลกรับเสื้อและบิบ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 570 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (จากการรีไซเคิลกระป๋องเทียบกับการขุดแร่ใหม่) เป็นการส่งเสริมให้ทุกคนหันมาสนใจการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และร่วมบริจาคเงินรายได้ให้กับมูลนิธิขาเทียมฯ รวมถึงสร้างสังคมการรีไซเคิลและยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ตามที่ประเทศไทยตั้งไว้ 

กิจกรรมดี ๆ นี้ สำเร็จได้ด้วยพลังความร่วมมือของภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ได้แก่ มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กรมควบคุมมลพิษ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจ TCP บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด และภาคีเครือข่ายอื่นๆ อาทิ มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) บริษัท ชบาบางกอก จำกัดซึ่งถือเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบของผู้ผลิตในการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการจัดการขยะหลังการบริโภค และที่สำคัญยังได้รับความสนใจจากดารานักแสดง อย่างคุณเต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ รวมถึง ช่อง 7HD
ที่นำทัพดารา นักแสดงจาก 7 สี ปันรักให้โลก อย่างคุณจาด้า อินโตร์เร  คุณโอ๊ต รัฐธีร์ วรโรจน์โยธิน พร้อมผู้ประกาศข่าวช่อง 7HD อย่างคุณบี กมลาสน์ เอียดศรีชาย และ คุณบอย ธนพัต กิตติบดีสกุล เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งการจัดงานในวันนี้เป็นการจัดงานแบบปลอดคาร์บอน มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกิจกรรมการจัดงานต่างๆ อาทิ การใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม การเดินทาง ป้าย วัสดุสิ้นเปลือง ของเสีย เพื่อนำมาประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พบว่า มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 47 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และได้มีการชดเชยจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย ทำให้การจัดงานครั้งนี้มีการปลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

เชียงใหม่-คณะแพทย์ มช. จัดงานนิทรรศการบริการวิชาการสู่ชุมชน เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปีคณะแพทยศาสตร์ มช. ภายใต้ชื่องาน “รับมือ รู้ทัน ป้องกัน PM2.5”

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานนิทรรศการบริการวิชาการสู่ชุมชน เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี คณะแพทยศาสตร์ มช. ภายใต้ชื่องาน “รับมือ รู้ทัน ป้องกัน PM2.5” เพื่อตระหนักถึงมลภาวะทางอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่น PM2.5 มักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนเป็นประจำทุกปี ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่คณะแพทยศาสตร์ มช. ครบรอบ 65 ปี ด้วยวิสัยทัศน์ “โรงเรียนแพทย์ในดวงใจเพื่อยกระดับสุขภาวะของมนุษยชาติอย่างยั่งยืน” ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 และวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2567 ณ ชั้น 1 Grand Hall  ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต โดยวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2567 ได้รับเกียรติจากนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี

ศ.(เชี่ยวชาญพิเศษ)นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสจะครบ 65 ปี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย โดยกิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้น นำไปสู่การก้าวสู่ปีที่ 65 อย่างมั่นคง  เป็นไปตามคำสอนของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่หนึ่ง”และพร้อมก้าวสู่การเป็นโรงเรียนแพทย์ในดวงใจของประชาชน โดยเริ่มจากการนำร่องสร้างอาคารสุจิณฺโณ ปลอด PM2.5 เพื่อให้สุขภาพของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา บุคลากร และญาติผู้ป่วยที่อยู่ในบริเวณอาคารสุจิณฺโณ มีสุขภาวะที่ยั่งยืนต่อไปได้ ”

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการเสวนาให้ความรู้ ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2567 ระหว่างเวลา 12.30 -13.15 น. เสวนา เรื่อง “ผลกระทบของ PM2.5 ต่อโรคมะเร็ง” โดย รศ.พญ.บุษยามาส ชีวสกุลยง หัวหน้าหน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ,รศ.นพ.ชัยยุทธ เจริญธรรม อาจารย์ประจำหน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ,ผศ.นพ.ธัชธรรม์ สุขสมบูรณ์เจริญ อาจารย์ประจำหน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ,นพ.ภัทรพงศ์ สัจจริตานันท์ แพทย์ประจำบ้านอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา และทีม Northern Thailand Thoracic Oncology Groupระหว่างเวลา 14.45 -15.30 น. เสวนา เรื่อง “ผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อเด็กและสตรีตั้งครรภ์” โดย รศ.พญ.สุชยา ลือวรรณ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. ,รศ.นพ.มงคล เหล่าอารยะ อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ระหว่างเวลา 16.00 -16.45 น. เสวนา เรื่อง “ผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อ ดวงตา โรคภูมิแพ้ และระบบการหายใจในเด็กและผู้ใหญ่” ,ผศ.นพ.พิชญ์       อุปพงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. ,อ.พญ.กนกกาญจน์ ภิญโญพรพาณิชย์ อาจารย์ประจำหน่วยภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันทางคลินิก ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ,อ.พญ.ธันยธร ธีรนรเศรษฐ์ อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช.
วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2567 ระหว่างเวลา 14.45 -15.30 น. เสวนา เรื่อง “การป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5” โดย รศ.นพ.เฉลิม ลิ่วศรีสกุล หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ 

มช. ,ผศ.นพ.วิทวัส สุรวัฒนสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มช. ระหว่างเวลา 16.00 -16.45 น. เสวนา เรื่อง “ผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อเส้นเลือดหัวใจและเส้นเลือดสมอง” โดยอ.นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มช. ,ผศ.นพ.กิตติ เทียนขาว อาจารย์ประจำหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช.

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการให้ความรู้เรื่อง PM2.5 มีผลกระทบต่อร่างกาย บูธให้บริการตรวจสุขภาพ อาทิ ตรวจตาแห้ง, ตรวจคัดกรองโรคต้อหินและโรคจอตาบริการรักษาตาแห้งด้วย IPL และ lid spa นวดทำความสะอาดเปลือกตา บรรเทาอาการตาแห้งเรื้อรัง ,ตรวจอัลตราซาวนด์คลื่นความถี่สูง 4 มิติ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ,ตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกายความดันโลหิตและแปลผลองค์ประกอบของร่างกาย ,ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ,ตรวจความแน่นกระชับของหน้ากากป้องกันฝุ่น (Fit test) ,ประเมิน-คัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง,สมองเสื่อม และไมเกรน ,ส่องกล้องตรวจหูออกจอ ,ตรวจสมรรถภาพปอด ,ตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง ,วัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ,วัดดัชนีมวลกาย เป็นต้น  กิจกรรมร่วมสนุกตอบคำถาม ลุ้นรับของรางวัล จากคณะแพทยศาสตร์ มช. กิจกรรม workshop การทำเครื่องฟอกอากาศ DIY “Air Purifier DIY by Suandok ป้องกันฝุ่น PM2.5”  การแสดงดนตรีอะคูสติก โดย ชมรมดนตรีสากล สโมสรนักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ มช.

นภาพร/เชียงใหม่

อุดรธานี-พรรครวมพลัง เลือกหัวหน้าพรรค พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคปี 2567

“ดนุช ตันเทอดทิตย์” ได้รับความไว้วางใจเป็นหัวหน้าพรรครวมพลังต่อ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่อุดร พร้อมเดินหน้าต่อเพื่อสร้างประโยชน์ให้ประชาชนทุกกลุ่ม 

วันนี้(31 มีนาคม 2567) พรรครวมพลัง จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี  2567 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคและกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ณ ศูนย์ประชุมอุดรดุษฎี โรงแรมเจริญโฮเต็ล จังหวัดอุดรธานี โดยมีสมาชิก หัวหน้าสาขาพรรค จากทั่วประเทศร่วมอาทิ จากกาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ สงขลา พัทลุง กำแพงเพชร อยุธยา พิษณุโลก กรุงเทพ และอุดรธานีเจ้าภาพ ซึ่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรครวมพลัง ได้ให้เกียรติ ร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย  มีนางสาวณัฐธนินทร์ เลิศเตชะสกุล หรือ "น้องโย" หญิงเก่งของพรรค ดำเนินรายการ

ดร.ดนุช ตันเทิดทิตย์ หัวหน้าพรรครวมพลัง ได้กล่าวพบปะสมาชิก รายงานการดำเนินงานกิจกรรมของพรรคในรอบปีที่ผ่านมา และรายงานงบการเงิน และมีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ปี 2567 พรรคเราอยู่อย่างสมศักดิ์ศรีของพรรค ไม่มีนายทุน ไม่เอาประโยชน์จากงบประมาณ โครงการต่างๆ เราทำงานเป็นทีม ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ สร้างประโยชน์ให้ประชาชนทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ การเลือกกรรมการบริหารพรรคของที่ประชุม มีดังนี้ 
ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์  หัวหน้าพรรค
นายภูมิ เทือกสุบรรณ  เลขาธิการพรรค
นางชลิตา บุรณศิริ  เหรัญญิกพรรค
ผศ.ดร.วัชรินกร เมฆลา  นายทะเบียนสมาชิกพรรค
นางสาวเพชรน้ำหนึ่ง ศรีวรรธนะ  กรรมการบริหารพรรค
นางสาวนงนุช เพชรสังฆาต  กรรมการบริหารพรรค
นายยศวัจน์  ธนทรงทรัพย์  กรรมการบริหารพรรค

นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งกรรมการจริยธรรมและวินัย และกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ประวัติหัวหน้าพรรครวมพลัง
“ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ “ หรือ ดร.ปอน ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรครวมพลัง
เกิดวันที่ 18 สิงหาคม 2507  (ปัจจุบันอายุ 60 ปี)
จบการศึกษา ปริญญาตรี พาณิชยศาสตร์บัณฑิต สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,ปริญญาโท California State University , Bakersfield สาขา การตลาด
,ปริญญาเอก ครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

จุดเริ่มต้นเข้ามาในเส้นทางการเมืองเริ่มต้นด้วยการผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตร, ร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ , เข้าร่วมกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในเวลาต่อมาก็เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย และเป็นกรรมการบริหารพรรค เดือนสิงหาคม 2564 ได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีอว. และ เลขานุการรัฐมนตรีอว. ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรครวมพลัง กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค เราร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน เป็นพรรคเล็กๆ เลือกตั้งครั้งแรกเราประสบความสำเร็จพอสมควร และได้รับเชิญให้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ดูแลกระทรวงแรงงาน และกระทรวง อว. วันนี้เป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปีตามปกติ มาร่วมประชุมเป็นกำลังใจให้สมาชิก ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ส่วนแนวทางการเลือกตั้งนั้น จะมีการคัดเลือกคนลงสมัครในระดับต่างๆตามที่พรรคมีความพร้อม เราจะเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ 

ลูกค้าสั่ง ‘ปลานิลทอดน้ำปลา’ พร้อมระบุ ‘ขอแบบไม่มีก้าง’ ทางร้านจัดให้ ตรงตามบรีฟ ทำเอาชาวเน็ต ถึงกับอ้าปากค้าง

(31 มี.ค.67) กลายเป็นภาพไวรัลไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อทางเพจ Very Good Coffee ร้านอาหารชื่อดังใน จ.ขอนแก่น ออกมาแชร์เมนูอาหารที่ทำเอาชาวเน็ตถึงกับอ้าปากค้าง

โดยทางเพจระบุข้อความว่า “โอเค ปลาก้างห้ามมี เด็กน้อยกิน” พร้อมแนบภาพใบออเดอร์จากลูกค้าที่ระบุว่า “ปลานิลทอดน้ำปลา เปลี่ยนเป็นปลาที่ไม่มีก้างนะคะ เด็กทาน”

พร้อมเบื้องหลังเป็นภาพ จานอาหารจานใหญ่ที่ถูกตกแต่งมาอย่างดีตามสไตล์เมนูปลานิลทอดน้ำปลา มีผักเคียง และมีน้ำจิ้มพร้อม

ทว่าจะเด่นของจานอย่าง ปลานิล กลับมารูปร่างแปลกตา กลายเป็นเหมือนลูกชิ้นปลาตัวจิ๋ว หน้าตาเหมือน ปลาการ์ตูน หรือที่ชาวไทยนิยมเรียกกันว่าปลานีโม่ ถูกทอดจนดูกรอบ วางเรียงรายเป็นแถว

เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกโซเชียล มีชาวเน็ตเข้ามากดถูกใจ กดแชร์ และคอมเมนต์กันสนั่น อาทิ

ปลาทะเลกินแล้วมีโปรตีนสูง

ดีนะ ไม่เอาปลาปิก้ามาทอด

เอาปลาการ์ตูนมาทอด

ปลานีโม่ทอด

ตรงโจทย์ไม่ผิดเพี้ยน

สูวววว

เฮ็ดขึ้น สร้างขึ้น ความคิดดือ

‘ขนุน สิรภพ’ แนวร่วมม็อบ 3 นิ้ว เครียดจัด กินข้าวไม่ได้ หายใจไม่ออก เร่งให้ทนาย ยื่นประกันตัว ลั่น ‘ผมยอมหมด-ผมไม่อยากอยู่ที่นี่’ 

(31 มี.ค.67) ล่าสุด ทนายความเข้าเยี่ยม ขนุน สิรภพ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก หลังศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาคดีมาตรา 112 กรณีการปราศรัยในการชุมนุม 18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ โดยศาลสั่งจำคุก 3 ปี ก่อนลดเหลือ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

ทนายความถามสิรภพประโยคแรกว่า เป็นอย่างไรบ้าง สิรภพตอบว่า เครียด และปกติเป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว พอต้องเข้ามาอยู่ในเรือนจำที่ค่อนข้างแออัด ทำให้เป็นผื่นตามตัว บางครั้งก็มีอาการหายใจไม่ค่อยออก

“ตอนแรกผมยังไม่ได้ตัดผม บอกกับทางเรือนจำว่า ให้รอก่อน 3 วัน แต่พอ 3 วัน ไม่มีข่าวเรื่องประกัน ผมก็รู้ว่าไม่ได้ออก เลยให้พี่เขามาช่วยตัดผม” “ผมกินข้าวไม่ค่อยได้ อยู่มา 5 วัน กินข้าวได้ 3 มื้อเอง ส่วนใหญ่ผมกินน้ำ ข้าวน้ำที่ซื้อเข้ามาให้ ผมก็แจกคนในห้อง นอนวันหนึ่งได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง รู้สึกแย่ พอผ่านไปวันที่สามไม่ได้ออก พี่ๆ ในห้องก็ช่วยปลอบ ในห้องขังที่ผมอยู่ มีกันอยู่ 18 คน ทุกคนก็ดีกับผม มีพี่คนหนึ่ง และฝรั่งอีกคนที่คุยกับผมบ่อย ถ้าจะมีอะไรที่เป็นข้อดีสักอย่างในนี้ ก็คือมีเพื่อนฝรั่งที่ทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษ”

“ผมยังไม่ได้เจอใครในนี้ มีพี่เก็ท โสภณ ฝากของมาให้ มีคนส่งข่าวว่า พี่เก็ทและพี่อานนท์ รู้แล้วว่าผมอยู่ในนี้ แต่ผมยังไม่ได้เจอ เพราะต้องกักตัว และไม่รู้ว่าจะได้อยู่แดนเดียวกันหรือเปล่า”

หลังศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า สิรภพมีความผิดในคดีมาตรา 112 ลงโทษจำคุก 2 ปี และส่งเรื่องการประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่ง “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อหามีอัตราโทษสูง ลักษณะการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 นำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ กระทบกระเทือนจิตใจของประชาชน ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่า จำเลยจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย ในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”

หลังทนายอ่านข้อความนี้ให้สิรภพฟัง สิรภพบอกว่า “โอเค งั้นยื่นขอติด EM อยู่ในบ้าน 24 ชั่วโมง ห้ามออกนอกประเทศก็ได้ ให้ผมไปรายงานตัว บำเพ็ญประโยชน์อะไรก็ได้ ผมยอมหมด ยื่นให้สุด ผมไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่มีคนรู้จัก มันไม่สมเหตุสมผล”

ทนายได้อธิบายสถานการณ์ว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่มีคดี 112 ที่ศูนย์ทนายฯ ให้ความช่วยเหลือ ที่ส่งศาลสูงพิจารณาคำร้องขอประกันแล้วได้ประกันเลย สิรภพเข้าใจ แต่ก็ยังคุยกันเรื่องการยื่นขอประกันอีกครั้ง

ทนายอ่านจดหมายจากเพื่อนๆ ให้ขนุนฟัง สิรภพยังถามถึงความเคลื่อนไหวด้านนอก ถามถึงการอดอาหารของตะวัน ความคืบหน้าคดีของคนอื่น ฝากข้อความถึงครอบครัวและคนรัก สิรภพอยากได้รับจดหมายทาง โดมิเมล์ แต่ต้องรอพ้นเวลากักตัว และสิ่งที่อยากสื่อสารต่อสาธารณะ สิรภพบอกเพียงสั้นๆ ว่า “ผมอยากเรียนต่อ” จนถึงปัจจุบันสิรภพ ถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์มาแล้ว 7 วัน

สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้สิรภพถูกดำเนินดี เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ปี 63 สิรภพและชูเกียรติได้เข้าร่วมการชุมนุม ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ก่อนมีการเดินขบวนไปยังหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การชุมนุมดังกล่าว จัดขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ที่จะไปชุมนุมที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 17 พ.ย. ปี 63

ในการชุมนุมดังกล่าว ผู้ชุมนุมผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย บนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียง ระหว่างการเคลื่อนขบวน โดยสิรภพได้กล่าวถึงบทบาทของกษัตริย์ที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยของไทย บทบาทที่เกี่ยวข้องกับการเมือง การโอนย้ายกองทัพเป็นของส่วนพระองค์ สถานะของประชาชนที่สัมพันธ์กับสถาบันกษัตริย์

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2564 สิรภพและชูเกียรติ ได้ถูกพนักงานอัยการสั่งฟ้องทั้งสิ้น 3 ข้อกล่าวหา ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 และ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

ภาพรวมการสืบพยาน สิรภพให้การปฏิเสธข้อหา 112 โดยระบุว่า ปราศรัยเกี่ยวกับบทบาทของกษัตริย์ ในระบอบประชาธิปไตย และมบูรณาญาสิทธิราชย์ ตามความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้าย และให้ความเคารพต่อสถาบันกษัตริย์ฯ เฉกเช่นบุคคลทั่วไป

'สืบนครบาล' โพสต์เฟซ ช่วยสาวคิดสั้น หลังเจอปัญหา เรื่องเครียดรุมเร้า  ตร.เข้าเกลี้ยกล่อม เตือนใจ ‘อย่าไปเสียเวลา ให้กับสิ่งที่ไม่ได้ ทำให้เราดีขึ้น’

เมื่อวานนี้ เฟซบุ๊กเพจ 'สืบนครบาล IDMB'โพสต์เล่าเหตุการณ์ช่วยสาวคิดสั้น ตั้งใจนั่งรถมาโดดสะพาน เพื่อจบชีวิตที่แม่น้ำเจ้าพระยา หลังเครียดเหตุเลิกแฟนหนุ่ม และเพื่อนยืมเงินไม่คืน โดยได้ระบุว่า ...

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2567 เวลาประมาณ 07.00 น. ร.ต.ท บรรเจิด คงเจริญ รอง สวป. และ จ.ส.ต.มงคล อัปมะโน ผบ.หมู่ (ป.) สน.วัดพระยาไกร ได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุฯ ว่ามีหญิงคิดสั้นจะกระโดดสะพาน จึงได้รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบหญิงคนดังกล่าวนั่งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดกับสวนสาธารณะใต้สะพานกรุงเทพ จึงได้เข้าไปเกลี้ยกล่อม ใช้เวลาประมาณ 10 นาที หญิงคนดังกล่าวจึงยอมขึ้นมากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

จากการสอบถาม แจ้งว่าเพิ่งเลิกรากับแฟนหนุ่ม และพักอยู่ด้วยกันแถวคลองเตย บวกกับถูกเพื่อนสาวยืมเงินไปจำนวน 5,000 บาท และไม่ยอมคืน จึงเกิดความเครียด นั่งวินจักรยานยนต์จากคลองเตย มาที่สะพานกรุงเทพ ช่วงเวลาประมาณ 05.30 น. เพื่อจะก่อเหตุดังกล่าว 

ร.ต.ท.บรรเจิด จ.ส.ต.มงคลฯ จึงให้การทำช่วยเหลือจนปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พาตัวน้องมาสงบสติอารมณ์ ที่ สน.วัดพระยาไกร และ น้องได้โทรติดต่อเพื่อน เพื่อจะไปขอพักอาศัยกับเพื่อนแถวประชาอุทิศต่อไป

โดยในตอนท้าย ยังได้ฝากข้อคิดเตือนใจไว้ด้วยว่า 

"อย่าไปเสียเวลา ให้กับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เราดีขึ้น"

‘บรูโน มาส์’ โชว์เปียโน เพลงพระราชนิพนธ์ สร้างความประทับใจ ให้กับแฟนเพลงชาวไทย 

(31 มี.ค.67) สำหรับคอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง บรูโน มาส์ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ในวันที่ 30 และ 31 มีนาคม 2567 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน คอนเสิร์ตในครั้งนี้ มีการเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ Still on my mind ของในหลวงรัชกาลที่ 9 สร้างความประทับใจให้กับแฟนเพลงชาวไทยเป็นอย่างมาก 

‘มิสแกรนด์นครราชสีมา’ แต่งเป็น ‘อนุสาวรีย์ย่าโม’ ชาวโซเชียลแห่ชม ‘บอสณวัฒน์’ ยกให้ สุดจริงทุกมิติ

(31 มี.ค.67) กำลังเป็นไวรัลถูกพูดถึงไปทั่วโลกโซเชียลขณะนี้ สำหรับเวทีการประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 ในรอบ ชุดประจำจังหวัด เพื่อค้นหาที่สุดแห่งชุดประจำชาติ (Miss Grand Thailand 2024 : National Costume Competition)

งานนี้สาวงามจากทั่วประเทศ ก็งัดของดีของเด็ด มาประชันกัน ซึ่งสาวงามที่ถูกจับตามองในค่ำคืนนี้ คือ พลอย-นันทิชา ยังวัฒนา มิสแกรนด์นครราชสีมา 2024 มาในชุด “ย่าโม”

งานนี้ก็ทำเอาโลกโซเชียลฮือฮา คอมเมนต์ชื่นชมกันยกใหญ่ อาทิ
• คิดว่ายกรูปปั้นอนุสาวรีย์มาจากโคราช ทำถึงมาก
• เราคนโคราชไม่ดราม่านะคะ คุณย่าใจดีไม่ใช่การล้อเลียนแต่เป็นการสื่อให้รู้ในสิ่งที่คนโคราชนับถือคู่บ้านเมืองค่ะ
• ขนลุกเลยค่ะ ทำถึงมาก จากใจคนโคราช
• คิดว่าย่ามาจริง
• สวยขลัง มีพลังความเป็นแม่ย่ามากค่ะ
• ชุดหน้าเหมือนมากค่ะ เป๊ะปังเวอร์ งดงาม ขนลุกเลยค่ะ
แถมงานนี้ไม่ธรรมดา เพราะความปังก็เตะตา บอส ณวัฒน์ อิสรไกรศีล สุด ๆ เจ้าตัวถึงขั้นเอ่ยปากชมผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า “ชุดประจำชาติของจังหวัดนครราชสีมาเมื่อคืนนี้บอกได้คำเดียวว่าสุดจริงทุกมิติ”

‘นิด้าโพล’ เปิดมุมมอง สะท้อนความคิดเห็น ‘ขรก.-จนท.รัฐ’ เบื่อขั้นตอนมากมาย-เบื่อเจ้านาย แต่ ‘ไม่อยากย้าย-ไม่อยากออก’

(31 มี.ค.67) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง “ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ เบื่ออะไร?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14-18 มีนาคม 2567 จากข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความรู้สึกเบื่อของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐต่อระบบราชการไทย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้รู้สึกเบื่อในระบบ หรืองานราชการ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 39.47 ระบุว่า ขั้นตอนการปฏิบัติราชการที่มากมายและยุ่งยากซับซ้อน , รองลงมา ร้อยละ 31.53 ระบุว่า ระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการ , ร้อยละ 28.24 ระบุว่า เงินเดือนน้อย , ร้อยละ 22.44 ระบุว่า ตัวชี้วัดทั้งหลาย , ร้อยละ 20.38 ระบุว่า โครงสร้าง การปกครองหรือสั่งการตามลำดับชั้น

ร้อยละ 18.93 ระบุว่า การประสานงานที่ไม่เป็นระบบ , ร้อยละ 17.02 ระบุว่า การแข่งขันกันเพื่อแย่งชิง ความดีความชอบและตำแหน่งที่สำคัญ , ร้อยละ 16.49 ระบุว่า การคอร์รัปชันในระบบราชการ , ร้อยละ 16.18 ระบุว่า เจ้านาย , ร้อยละ 15.73 ระบุว่า ไม่เบื่ออะไรเลย , ร้อยละ 14.05 ระบุว่า เพื่อนร่วมงาน , ร้อยละ 11.07 ระบุว่า การทำงานแบบผักชีโรยหน้า , ร้อยละ 10.23 ระบุว่า การแทรกแซง ของนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล , ร้อยละ 8.47 ระบุว่า ลูกน้อง , ร้อยละ 7.25 ระบุว่า งานที่มีความเสี่ยงจะผิดกฎระเบียบ และร้อยละ 6.41 ระบุว่า ประชาชนที่ไม่เข้าใจในระบบงาน กฎระเบียบของราชการ

ด้านความศรัทธาต่อระบบราชการไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 49.47 ระบุว่า ค่อนข้างศรัทธา , รองลงมา ร้อยละ 22.52 ระบุว่า ศรัทธามาก , ร้อยละ 21.53 ระบุว่า ไม่ค่อยศรัทธา , ร้อยละ 6.34 ระบุว่า ไม่ศรัทธาเลย และร้อยละ 0.14 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการลาออก หรือการย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่นของรัฐ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 63.04 ระบุว่า ไม่อยากลาออกและไม่อยากย้ายหน่วยงาน , รองลงมา ร้อยละ 14.89 ระบุว่า อยากลาออกจากหน่วยงานของรัฐ , ร้อยละ 13.44 ระบุว่า อยากย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่นของรัฐ , ร้อยละ 8.32 ระบุว่า ลาออกหรือย้ายหน่วยงานก็ได้ และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

นครพนม​ -ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจของกำลังป้องกันชายแดนไทย-ลาว 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2567 พลเอกเจริญชัย  หินเธาว์  ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะ  ด้วยพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 มอบหมายให้ พลโท บุญสิน   พาดกลาง   แม่ทัพน้อยที่ 2 /รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนพร้อมด้วย พลตรี พรชัย    มาหลิน  รองแม่ทัพภาคที่ 2, และพลตรี นรธิป  โพยนอก ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจและให้กำลังใจหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน ไทย-ลาว ในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานด้านยาเสพติด ของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งตัน และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด

โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการลดความเดือดร้อน จากปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี จึงกำหนดปฏิบัติการ Quick Win ประกาศพื้นที่พิเศษที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด กำหนดให้จังหวัดนครพนม ในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดน ได้แก่ อำเภอท่าอุเทน ธาตุพนม บ้านแพงและอำเภอเมืองนครพนม  เป็นพื้นที่พิเศษ เร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งตัน และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม 

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกและคณะ ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่หาดบ้านหนาด ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติภารกิจในห้วงที่ผ่านมา ประกอบภูมิประเทศ ( Board walk ) จากหน่วยกองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เพื่อรับทราบข้อมูลการปฏิบัติงาน ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อเน้นย้ำ และมอบแนวทางการปฏิบัติภารกิจ ให้ยกระดับเข้มงวด เพิ่มการคุมเข้ม ช่องทางผ่านเข้า – ออกชายแดนแม่น้ำโขง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันชายแดน ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย เช่น การกระทำผิดกฎหมาย การลักลอบนำเข้ายาเสพติด การหลบหนีเข้าออกนอกราชอาณาจักร เพิ่มมาตรการในการปฏิบัติจุดเฝ้าระวังช่องทางธรรมชาติ ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งทางบกและทางน้ำ
จากนั้นผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และคณะ ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติภารกิจในห้วงที่ผ่านมา ประกอบภูมิประเทศ ( Board walk ) โดยพันเอก สุริวัชร์  อัครพรเดชาพงษ์  ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 มอบหมายให้ ร้อยโท วันชาติ  เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บรรยายสรุปผลการปฏิบัติภารกิจในห้วงที่ผ่านมา จากนั้นผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกและคณะ ได้พบปะให้โอวาท มอบนโยบาย ข้อเน้นย้ำ และมอบแนวทางการปฏิบัติภารกิจ ให้กับกำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนไทย - ลาว ตามลำแม่น้ำโขง ให้ยกระดับเข้มงวด เพิ่มการคุมเข้ม ช่องทางผ่านเข้า – ออกชายแดนแม่น้ำโขง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันชายแดน ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย เช่น การกระทำผิดกฎหมาย การลักลอบนำเข้ายาเสพติด การหลบหนีเข้าออกนอกราชอาณาจักร เพิ่มมาตรการในการปฏิบัติจุดเฝ้าระวังช่องทางธรรมชาติ ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งทางบกและทางน้ำ และเน้นการบูรณาการด้านการข่าวร่วมกับทุกภาคส่วน ที่ฐานปฏิบัติการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม  ซึ่งในห้วงที่ผ่านจังหวัดนครพนม ได้ประกาศพื้นที่พิเศษ ใน 4 อำเภอชายแดน เป็นพื้นที่พิเศษเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเป็นการบูรณาการกำลังทั้งทหาร ตำรวจภูธรจังหวัด สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดนครพนม เสริมความเข้มแข็งตามแนวชายแดนมากยิ่งขึ้น ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน  ในโอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ให้กับกำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนรับผิดชอบของ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการดูแลแนวชายแดนไทย- ลาว ซึ่งมีความทุ่มเท เสียสละ ปกป้องประเทศชาติจากภัยคุกคาม ยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งแสดงถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมทั้งการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน ตามแนวชายแดนไทย-ลาว ในทุกสถานการณ์ 

เดวิท​ โชคขัย​ รายงาน​092-5259777


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top