Saturday, 7 November 2026
NEWS FEED

กรุงเทพ ได้รับการยกให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026

กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับ 1 ของโลก จากรางวัล Readers’ Choice Awards ประจำปี 2026 ของ Condé Nast Traveler โดยได้รับคะแนนสูงถึง 97.68

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานครบรอบ 30 ปี "TEP-TEPE CONNECT 30th Anniversary" เปิดเวที "TEP Talk" ชวนมองอนาคตวิศวกรในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง พร้อมเปิดพื้นที่แนะแนว โอกาสศึกษาต่อกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรระดับโลก

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงาน “TEP-TEPE CONNECT 30th Anniversary” ในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรม Avani Sukhumvit Bangkok เพื่อร่วมฉลองในวาระครบรอบ 30 ปีของหลักสูตร TEP-TEPE พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงนักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า บุคลากร และเครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตรจากต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมแนะนำหลักสูตร เสวนาวิชาการ และงาน Grand Reunion

งานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “TEP-TEPE CONNECT” โดยมีกิจกรรมทั้งการให้ข้อมูลการรับสมัคร กิจกรรมด้านวิศวกรรม และโอกาสพบปะพูดคุยกับนักศึกษาปัจจุบันและศิษย์เก่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทำความรู้จักหลักสูตร TEP-TEPE และเห็นภาพเส้นทางการศึกษาต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์มากขึ้น

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการแสดง “30 Years of Engineering Harmony” จากนั้น ศ.ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับและแนะนำหลักสูตร TEP-TEPE และ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานในครั้งนี้คือการร่วมแสดงความยินดีจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตรในต่างประเทศ ได้แก่ University of Nottingham สหราชอาณาจักร, UNSW Sydney ประเทศออสเตรเลีย และ KU Leuven ประเทศเบลเยียม สะท้อนถึงเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาระดับนานาชาติที่เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของ TEP-TEPE ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดเวที TEP Talk ภายใต้หัวข้อ “Global Mindset Engineers Against an Uncertain World” ชวนมองบทบาทของวิศวกรและการศึกษาด้านวิศวกรรมในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ผ่านมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม พลังงาน และการเตรียมพร้อมรับมืออนาคตที่ไม่แน่นอน

สำหรับหัวข้อสำคัญในช่วง TEP Talk ประกอบด้วย หัวข้อ “Engineering Education and Thailand’s Future” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต หัวข้อ “New Industrial Policy for Thailand’s Economy” โดย ดร.นพรุจ จินดาสมบัติเจริญ นักวิจัยจาก TDRI และหัวข้อ “Thailand’s Energy Strategic Planning and Sustainability” โดย นายศิริชัย จิระพงษ์พันธ์ จากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อ “I DON’T KNOW… YET., Preparing for an Unpredictable Future” โดย คุณเพชรภรณ์ เชิงวิวัฒน์กิจ Mrs. Thailand World 2026, Edu-preneur & Content Creator เพื่อเปิดมุมมองเรื่องการเตรียมตัวรับมือกับอนาคตที่ยากต่อการคาดการณ์ และปิดท้ายกิจกรรมด้วยการให้ข้อมูล TEP-TEPE Admission 2027 และเปิดพื้นที่ถาม-ตอบสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้าศึกษา

การจัดงาน TEP-TEPE CONNECT 30th Anniversary ไม่เพียงเป็นการฉลองหมุดหมายครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้งหลักสูตร แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมต่อคนรุ่นใหม่ นักศึกษา ศิษย์เก่า บุคลากร และพันธมิตรทางการศึกษาจากหลายประเทศ พร้อมเปิดมุมมองต่อทิศทางการเรียนวิศวกรรมและการเตรียมความพร้อมของวิศวกรสำหรับโลกอนาคต

ผู้สนใจรายละเอียดหลักสูตร TEP-TEPE สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (+66) 8-7325-3074 หรือ Instagram @teptepe_tu
 


 

'สรรเพชญ' นำทีมคมนาคมช่วยน้ำท่วมปทุมธานี ส่งอาหารแห้ง–น้ำดื่ม–ของจำเป็น 500 ชุด บรรเทาความเดือดร้อนปทุมฯ ลงพื้นที่ชุมชนบึงบัวให้กำลังใจ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“สรรเพชญ” ลุยส่งต่อถุงยังชีพกว่า 500 ชุด บรรเทาทุกข์น้ำท่วมปทุมธานี หลายครัวเรือนยังเผชิญน้ำท่วมขัง

วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายพิษณุ พลธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี เขต 7 พรรคภูมิใจไทย และนายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดปทุมธานี มอบถุงยังชีพ จำนวน 500 ชุด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

โดยนายสรรเพชญ ได้เดินทางไปยังเทศบาลตำบลธัญบุรี มีนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลธัญบุรี ร่วมรับมอบถุงยังชีพ เพื่อนำไปกระจายต่อให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก่อนที่นายสรรเพชญ และคณะ จะลงพื้นที่ชุมชนบึงบัว เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง

สำหรับพื้นที่อำเภอธัญบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยจากการลงพื้นที่พบว่า ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่กว่า 7 ชุมชน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการสัญจรของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนที่อยู่บริเวณแนวคลอง ขณะที่หน่วยงานในพื้นที่ยังคงเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับถุงยังชีพที่นำมามอบในครั้งนี้ จำนวน 500 ชุด ภายในประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่สถานการณ์น้ำยังไม่คลี่คลาย

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคม พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัด เพื่อสนับสนุนทั้งถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

“วันนี้ ยังมีพี่น้องประชาชนในหลายชุมชนของธัญบุรี ที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง สิ่งสำคัญคือการเร่งนำความช่วยเหลือเข้าไปถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น พร้อมกับติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ประสานให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ติดตามสถานการณ์น้ำ และผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการต่อไป

สรุปตกลงกันได้!

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้ยอมขอโทษนายสนธิ ลิ้มทองกุล และยอมรับว่าสิ่งที่นายเดชาโพสต์และพูดไปนั้นเป็นความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงหลายเรื่อง ทำให้นายสนธิ ลิ้มทองกุลได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะการกล่าวหาว่านายสนธิโกง หรือฉ้อโกงธนาคาร รวมถึงการกล่าวหาว่านายสนธิเป็นสื่อใหญ่ที่ตบทรัพย์ในวงการสื่อซึ่งไม่เป็นความจริง เมื่อตกลงกันได้คู่ความทั้งสองจึงได้ตัดสินใจถอนการฟ้องร้องคดีที่มีต่อกันทั้งหมดออกจากศาล เพื่อลดจำนวนคดีในศาล ตามนโยบายและคำแนะนำของศาล

ที่มา : ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1628473341979693&id=100044511276276&rdid=8eHphSOD8jKDEZqi#

‘บุญเลิศ’ ชี้ไทยพีบีเอสต้องยกเครื่องครั้งใหญ่!! ปมบุคลากรเกือบ 1,300 คน งบใช้จ่ายจริงสูงถึงปีละ 2,800 ล้าน ตั้งคำถามค่าจ้างอดีตผู้บริหารหลักแสนต่อเดือน สตง.ตรวจสอบการใช้รถและจัดซื้อจัดจ้าง หนุนยกเครื่องครั้งใหญ่เพื่อความโปร่งใส

“บุญเลิศ คชายุทธเดช” กรรมการนโยบายไทยพีบีเอส เปิดปัญหาภายในองค์กร ชี้บุคลากรเกือบ 1,300 คน งบใช้จ่ายจริงแตะปีละ 2,600–2,800 ล้านบาท ตั้งคำถามค่าจ้างอดีตผู้บริหาร–ผู้เชี่ยวชาญหลักแสน ขณะที่ สตง.เข้าตรวจทั้งการใช้รถส่วนกลาง จัดซื้อจัดจ้าง และจ้างผลิตรายการภายนอก ย้ำถึงเวลายกเครื่องครั้งใหญ่ หากไม่กล้ายอมรับปัญหาอาจ “สายเกินแก้”

วันนี้ (5 ก.ย.) นายบุญเลิศ คชายุทธเดช กรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท. หรือ ไทยพีบีเอส) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก “Boonlert Kachayudhadej” สะท้อนสถานการณ์ภายในองค์กรสื่อสาธารณะแห่งแรกของไทยภายใต้หัวข้อ “ต้องปฏิรูปใหญ่.. ก่อนจะสาย(เกินแก้)ไปกว่านี้” โดยระบุว่า นับเป็นครั้งที่คนในไทยพีบีเอสตื่นตัวและระทึกใจมากที่สุดในรอบ 18–19 ปี

ชี้ปัญหาคนล้นองค์กร งบประมาณทะลุ 2,800 ล้านบาท

นายบุญเลิศระบุว่า แม้ไทยพีบีเอสจะผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมาหลายยุคสมัย แต่ปัจจุบันกลับประสบปัญหาภายใน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณและบุคลากร โดยปัจจุบันมีบุคลากรเกือบ 1,300 คน ซึ่งตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงใช้คนจำนวนมากเมื่อเทียบกับสื่อดิจิทัลอื่นที่ปรับลดขนาดลง และมีการจ้างอดีตผู้บริหารที่เกษียณกลับมาเป็นโค้ชด้วยค่าจ้างสูงถึง 100,000 บาท/เดือน (สัญญา 6 เดือน รวม 600,000 บาท) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญพิเศษค่าจ้างเกือบ 300,000 บาท/เดือน 

ซึ่งแม้ตามกฎหมายจะได้รับเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบปีละไม่เกิน 2,000 ล้านบาท แต่เมื่อรวมรายได้อื่น เช่น ค่าบำรุงโครงข่าย (ปีละราว 400 ล้านบาท) และดอกเบี้ย รวมแล้วมีงบประมาณใช้จ่ายจริงสูงถึงปีละ 2,600 – 2,800 ล้านบาท

นอกจากประเด็นที่เครือข่ายพันธมิตรคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ. เพื่อเปลี่ยนแหล่งรายได้จากภาษีบาปมาเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน (ซึ่งกังวลว่าอาจสูญเสียความเป็นอิสระ) นายบุญเลิศชี้ว่า สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) ได้เข้ามาตรวจสอบการใช้เงินภายในองค์กรแล้ว

โดยระบุว่ามีการตรวจสอบในหลายประเด็น เช่น

1. การใช้รถส่วนกลางซ้ำซ้อน ผู้บริหารบางรายได้รับเงินค่าพาหนะเหมาจ่ายรายเดือน แต่ยังใช้รถส่วนกลาง ซึ่งอาจถูก สตง. เสนอแนะให้เรียกเงินคืน

2. การจัดซื้อจัดจ้าง ปัญหาการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงที่อาจขัดต่อกฎหมาย

3. การจ้างภายนอก ค่าผลิตรายการและการจ้างผู้ดำเนินรายการภายนอกราคาสูง

พร้อมหนุนข้อเสนอ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ เร่งยกเครื่องผ่าตัดใหญ่ โดยนายบุญเลิศอ้างถึงแถลงการณ์ของ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน (เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม) ที่เสนอให้มีการทบทวนกฎหมาย โครงสร้างการบริหาร และเรียกร้องให้ไทยพีบีเอสปฏิรูปการทำงานเพื่อแสดงคุณค่าและความโปร่งใสต่อประชาชน "หากไทยพีบีเอสอยากอยู่รอดได้ จำเป็นอย่างยิ่งต้องยกเครื่องผ่าตัดกันครั้งใหญ่ หากเบี่ยงเบนไปกลายเป็นองค์กรที่มุ่งปกป้องตัวเอง ไม่กล้านำเสนอ ไม่กล้ายอมรับว่าองค์กรก็มีปัญหา ใช้เงินจากภาษีบาปอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่ถูกต้อง ก็อาจจะช้าหรือสายไปที่จะเยียวยา กอบกู้สถานการณ์" นายบุญเลิศ ระบุทิ้งท้าย 

“พลอย เบนซ์ทองหล่อ” ส่งความห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม แนะเจ้าของรถอย่ารีบสตาร์ตรถ หลังจมน้ำหรือลุยน้ำสูง พร้อมจัดโครงการ “BENZ THONGLOR CARES” ตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้นฟรี ณ สาขารามอินทรา

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด “พลอย” พลอยกาญจน์ โพธิพิมพานนท์ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เบนซ์ทองหล่อ ออกมาแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจถึงประชาชน รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

“ขอส่งกำลังใจไปถึงทุกครอบครัวและทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ เข้าใจดีว่านอกจากเรื่องบ้านและการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว หลายคนยังมีความกังวลเรื่องรถ โดยเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องขับผ่านพื้นที่น้ำท่วมสูง สิ่งที่อยากแนะนำคืออย่าเพิ่งรีบสตาร์ตเครื่องยนต์ แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสภาพรถก่อนนำไปใช้งาน” พลอยกาญจน์ กล่าว

พลอยกาญจน์ ระบุเพิ่มเติมว่า รถแต่ละคันอาจได้รับผลกระทบจากน้ำแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำ ระยะเวลาที่รถสัมผัสน้ำ หรือระบบภายในที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดูว่ารถยังสามารถขับได้หรือไม่ แต่คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบต่าง ๆ อยู่ในสภาพเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับการใช้งาน

จากสถานการณ์ดังกล่าว เบนซ์ทองหล่อจึงจัดโครงการ “BENZ THONGLOR CARES” เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่รถได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หรือผู้ที่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพรถ โดยสามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ เบนซ์ทองหล่อ สาขารามอินทรา

“ทีมศูนย์บริการของเบนซ์ทองหล่อจะช่วยตรวจสอบจุดสำคัญที่ควรได้รับการดูแลหลังรถสัมผัสน้ำ พร้อมประเมินสภาพเบื้องต้นและให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปตามสภาพจริงของรถแต่ละคัน เพื่อให้เจ้าของรถมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนนำรถกลับมาใช้งาน และลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง” พลอยกาญจน์ กล่าว

โครงการ BENZ THONGLOR CARES ไม่ได้เป็นเพียงการให้บริการตรวจเช็กรถในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดูแลผู้ที่ให้ความไว้วางใจและใช้บริการเบนซ์ทองหล่อเสมอมา

“สำหรับเบนซ์ทองหล่อ การดูแลลูกค้าไม่ได้สิ้นสุดในวันที่ส่งมอบรถเท่านั้น แต่เมื่อลูกค้ามีคำถาม มีความกังวล หรือต้องการความมั่นใจเกี่ยวกับรถ เราพร้อมช่วยดูแล และอยากให้เบนซ์ทองหล่อเป็นหนึ่งในชื่อที่ลูกค้านึกถึง” พลอยกาญจน์ กล่าวทิ้งท้าย

‘จอชชัว’ กลับถึงไทยอบอุ่น!! แฟนคลับจัดเซอร์ไพรส์ต้อนรับ หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 400 ม. ทำลายสถิติทีมวิ่งผลัด 4×400 ม. บรรยากาศอบอุ่นที่สนามบินสุวรรณภูมิ

จอชชัว กลับถึงไทย แฟนคลับเซอร์ไพรส์ ใส่หน้ากากรูปหน้าเจ้าตัว พร้อมธงชาติไทย มารอต้อนรับอย่างอบอุ่น หลังสร้างประวัติศาสตร์ ศึกเอเชียนเกมส์ 2026

เมื่อวันนี้ 5 ต.ค. 69 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ “จอชชัว” โรเบิร์ต แอทคินสัน นักกรีฑาทีมชาติไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น

ในการแข่งขันครั้งนี้ “จอชชัว” โรเบิร์ต แอทคินสัน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าเหรียญทอง วิ่ง 400 เมตร (ชาย) สถิติ 44.90 วินาที (PB) และนำทีมวิ่งผลัดชาย 4×400 ม. ทำลายสถิติประเทศไทย คว้าที่ 4 ของเอเชีย

สำหรับการเดินทางกลับประเทศไทยในครั้งนี้ “จอชชัว” ได้รับการต้อนรับจากทีมนักกีฬากรีฑาไทย นำโดย “ป๊อก” ร.ต.ท. จิรายุ ปลีนารัมย์ อดีตนักกีฬากรีฑาทีมชาติไทย พร้อมด้วย “อาซิม” เมธาวี กัณหาอุดม “เต้” ธีรเดช บุญชิต “เบนนี่” โนนทะนำ และ “โค้ชอุ๊” ตรีวดี ยงพันธ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังมีเหล่าแฟนคลับสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการใส่หน้ากากรูปหน้าเจ้าตัพร้อมธงชาติมารอต้อนรับอย่างอบอุ่น

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10426360

สองพิธีศรัทธาพืชสวนโลกอุดรฯ สมเด็จพระมหาธีราจารย์–หลวงปู่ศิลา ร่วมเบิกเนตรพระศรีอริยเมตไตรยฯ เสริมสิริมงคลพืชสวนโลก อุดรธานีชูคุณค่าธรรมและวัฒนธรรม

สองพิธีสำคัญแห่งศรัทธา! สมเด็จพระมหาธีราจารย์–หลวงปู่ศิลา ร่วมเบิกเนตรพระศรีอริยเมตไตรยฯ อีกหนึ่งพิธีหลวงปู่ศิลาเมตตาเบิกเนตรพระพุทธรูปในสวนไม้พุทธประวัติ เสริมสิริมงคลพืชสวนโลกอุดรฯ

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีประดิษฐานและเบิกเนตร “พระศรีอริยเมตไตรย พุทธภัทรบรมสุข” โดยมีหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ร่วมประกอบพิธีเบิกเนตรและอธิษฐานจิต อีกทั้งหลวงปู่ศิลายังประกอบพิธีเบิกเนตรพระพุทธรูป ณ สวนไม้พุทธประวัติ เพื่อเสริมสิริมงคลแก่พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ก่อนต้อนรับผู้มาเยือน

พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี จัดพิธีประดิษฐานและเบิกเนตรพระพุทธรูปในสองพื้นที่สำคัญ โดยมีนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี และนายรพีภัทร จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพและแม่งานหลักในการจัดพิธี เพื่อเสริมสิริมงคลแก่พื้นที่ พร้อมเชื่อมคุณค่าทางพระพุทธศาสนาเข้ากับความงดงามของพรรณไม้และภูมิทัศน์

นายรพีภัทรได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์และหลวงปู่ศิลา สิริจันโทให้ความสำคัญในการจัดพิธีเป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นกำลังหลักในการประสานและขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างสมเกียรติ สะท้อนความตั้งใจที่จะให้พื้นที่พืชสวนโลกมีคุณค่าทั้งด้านธรรมชาติ การเรียนรู้ และการเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนและผู้มาเยือน จากทั่วทุกมุมโลก  

พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ และพระพุทธรูปภายในสวนไม้พุทธประวัติ เชื่อมโยงความงดงามของพุทธศิลป์เข้ากับเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ท่ามกลางความร่มรื่นของพรรณไม้ เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสงบ พร้อมเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับพุทธประวัติ

ด้านนายกัมพล ตันสัจจา ประธานนงนุช เวิลด์ พัทยา เป็นผู้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์โครงการพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี โดยการจัดภูมิทัศน์เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเชื่อมพื้นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและสวนไม้พุทธประวัติให้กลมกลืนกับบรรยากาศของงาน

พิธีครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการเตรียมพื้นที่พืชสวนโลกอุดรธานีให้พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน ด้วยความงดงามของธรรมชาติควบคู่กับคุณค่าทางวัฒนธรรมและศรัทธา ให้การมาเยือนเป็นทั้งโอกาสแห่งการเรียนรู้ การพักผ่อน และการสัมผัสความร่มเย็นทางจิตใจ

สภานักศึกษา มธ. มอบรางวัลจารุพงษ์ ปี 2569 แก่ ‘ไผ่ จตุภัทร์’ ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 27 คดีรวม ม.112 รอเยียวยา ชวนเข้าชื่อยกเลิกคำสั่ง 41 ในงาน 6 ตุลา ครบรอบ 50 ปี

สภานักศึกษา มธ. มอบรางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ ปี 2569 แก่ ‘ไผ่ จตุภัทร์’ เผยปัจจุบันถูกคุมขัง รับโทษในเรือนจำ พร้อมชวนเข้าชื่อยกเลิกคำสั่ง ฉบับ 41 ยุค 6 ตุลา
ลดโทษ ม.112

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม แฟนเพจเครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ เผยแพร่ประกาศจากสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณะกรรมการรางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย ปี 2569 ได้ตัดสินให้ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ เป็นผู้สมควรได้รับรางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย ประจำปี 2569 ซึ่งจะมีพิธีมอบรางวัลที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 6 ตุลาคม ภายในงานรำลึก 50 ปี 6 ตุลาฯ

พร้อมระบุว่า ปัจจุบันนี้ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 27 คดี โดย 3 ใน 27 คดี คือคดี ม.112 ซึ่งถือได้ว่าเป็นมรดกบาปจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519

และในโอกาสที่วาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอชวนประชาคมธรรมศาสตร์ช่วยกันเข้าชื่อเพื่อเสนอยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 เพื่อยกเลิกอัตราโทษที่คณะรัฐประหารกำหนดไว้ และกลับไปใช้อัตราโทษเดิม สำหรับมาตรา 112 คือใช้อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ไม่มีโทษขั้นต่ำ โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมลงชื่อได้ทาง https://decoup6octsins.com/

สำหรับรางวัลจารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย คือรางวัลที่สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มอบให้แก่ผู้เคลื่อนไหวเรียกร้องและปกป้องประชาธิปไตย เช่นเดียวกันกับ จารุพงษ์ ทองสินธุ์ ที่สละชีวิตต่อความอยุติธรรมและความรุนแรงในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519

ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_5919622?

ในฐานะอดีต ประธาน Nation TV ใช้จ่ายปีละ ๒๕๐ ล้าน

ในฐานะอดีต ประธาน Nation TV ใช้จ่ายปีละ ๒๕๐ ล้าน คนดูยอดสูงลิ่วปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยังได้กำไร Thai PBS ใช้เงินปีละ ๒,๕๐๐ล้านหรือเดือนหนึ่งเท่ากับ Nation TV ใช้ทั้งปี ใช้ความเป็นสื่ออิสระ ถลุงเงินเล่นพรรคเล่นพวก ต้องปิดเท่านั้น แล้วตรวจสอบการเงินย้อนหลัง เงินภาษีบาปให้โอนไปให้สภากาชาดไทยจะได้ประโยชน์กว่ามากมาย

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

ในฐานะอดีต ประธาน Nation TV ใช้จ่ายปีละ ๒๕๐ ล้าน คนดูยอดสูงลิ่วปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยังได้กำไร Thai PBS ใช้เงินปีละ ๒,๕๐๐ล้านหรือเดือนหนึ่งเท่ากับ Nation TV ใช้ทั้งปี ใช้ความเป็นสื่ออิสระ ถลุงเงินเล่นพรรคเล่นพวก ต้องปิดเท่านั้น แล้วตรวจสอบการเงินย้อนหลัง เงินภาษีบาปให้โอนไปให้สภากาชาดไทยจะได้ประโยชน์กว่ามากมาย

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top