Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

‘บิ๊กเล็ก’ สั่ง!! ‘กรมพระธรรมนูญ – เหล่าทัพ’ เร่งทบทวน กฎการใช้กำลัง ของกองทัพไทย

(31 ส.ค. 68) ‘บิ๊กเล็ก’ สั่ง กรมพระธรรมนูญ-เหล่าทัพ เร่งทบทวนปรับปรุง ‘กฎการใช้กำลัง’ ของกองทัพไทย หลัง สู้รบกัมพูชา ทบทวนและปรับปรุง กม.ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่ง กลาโหม ที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน และพันธกรณีระหว่างประเทศ
ที่ไทยเป็นภาคี พร้อม แจ้งให้กำลังพล จนถึงระดับปฏิบัติการ รับรู้เข้าใจ เพื้อการปฏิบัติที่ ชัดเจน

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกลาโหม เปิดเผยว่า การประชุมสภากลาโหมที่ผ่านมา ที่มีพลเอกณัฐพลนาคพานิชย์ รมช.กลาโหมเป็นประธาน ว่า มีการสั่งการเรื่อง การปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย

โดยให้กรมพระธรรมนูญ เป็นหน่วยงานหลักในการประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม
และเหล่าทัพที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการทบทวนและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งที่อยู่ใน
ความรับผิดชอบของกระทรวงกลาโหม รวมถึงกฎการใช้กำลังของกองทัพไทย ซึ่งอาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน และพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี 

พร้อมทั้งกำหนดมาตรการในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับกำลังพล จนถึงระดับปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้
และประสิทธิภาพในการปฏิบัติ

ทั้งนี้ ขอให้รายงานความก้าวหน้าให้ที่ประชุมสภากลาโหมได้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป

สุมาอี้ คือ คนเดียวที่สกัด ขงเบ้งได้อยู่หมัด ใช้เวลาเป็นอาวุธ ไม่แสดงตัวตน พูดน้อย แต่ได้ผลมาก

(31 ส.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ระบุว่า ...

สุมาอี้ คือ คนเดียวที่สกัด ขงเบ้งได้อยู่หมัด 
ใช้เวลาเป็นอาวุธ ไม่แสดงตัวตน 
พูดน้อย แต่ได้ผลมาก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนะนำวิธีเก็บ URL เฟซบุ๊กมิจฉาชีพ ให้สามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

(31 ส.ค. 68) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.)
เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ซึ่งจากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์พบว่า มิจฉาชีพนิยมใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางหลักในการก่อเหตุ

เพื่อให้ประชาชนสามารถเก็บข้อมูลพยานหลักฐานเกี่ยวกับบัญชีเฟซบุ๊กของมิจฉาชีพ ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้ในการแจ้งความดำเนินคดีได้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำ วิธีการเก็บ URL และข้อมูลบัญชีเฟซบุ๊กของมิจฉาชีพ ดังนี้

กรณีใช้งานผ่านเว็บไซต์ (คอมพิวเตอร์)
 1. ให้เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของมิจฉาชีพ
 2. คลิกที่ URL ซึ่งอยู่ด้านบนของเบราว์เซอร์
 3. คัดลอกหรือบันทึกภาพหน้าจอ URL และหน้าโปรไฟล์
กรณีใช้งานผ่าน

แอปพลิเคชันมือถือ
 1. ให้เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของมิจฉาชีพ
 2. กดที่ปุ่มสัญลักษณ์ “…”
 3. เลื่อนลงไปด้านล่างสุด แล้วคัดลอกหรือบันทึกภาพหน้าจอ URL

เพียงเท่านี้ พี่น้องประชาชนก็จะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน สำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบในการแจ้งความออนไลน์ หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับมิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งความออนไลน์ที่เว็บไซต์ ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.go.th หรือโทร สายด่วน 1441 และ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นี่เป็นกิจการการเมืองภายใน ของประเทศไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และเป็นมิตรประเทศต่อกัน เราหวังว่าประเทศไทยจะรักษาเสถียรภาพ และการพัฒนา

(31 ส.ค. 68) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญไทยได้วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

ถาม: เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้วินิจฉัยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ละเมิดรัฐธรรมนูญ และให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จีนมีความเห็นอย่างไร?

ตอบ: นี่เป็นกิจการการเมืองภายในของประเทศไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและเป็นมิตรประเทศต่อกัน เราหวังว่าประเทศไทยจะรักษาเสถียรภาพและการพัฒนา

FIBO เผย!! เทคโนโลยีใหม่ ใช้กู้ทุ่นระเบิดแทน ‘มนุษย์’ ทดสอบแล้ว!! พบทุ่นระเบิด 100% เตรียมใช้จริงอาทิตย์หน้า

(30 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ข่าวดี #กองทัพไทย และ #ทหารไทย!!

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา #สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (#FIBO) #มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากทหารไทยประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดอยู่บ่อยครั้งจากการลาดตระเวนบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา 

ทาง FIBO จึงได้นำเสนอ เทคโนโลยี remote plastic/metal detector with AI Camera ติดตั้งบนหลัง #สุนัขหุ่นยนต์ 10-15 meter telemetry controlled ซึ่งปัจจุบัน FIBO ได้ร่วมมือกับจีน เรื่องสุนัขหุ่นยนต์และ AI Humanoid 
ในรูปชุดนี้ ทาง FIBO ได้ไปทดสอบหุ่นยนต์หาทุ่นระเบิดที่ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ผลทดสอบ blind test พบทุ่นระเบิด 100% เมื่อวานนี้

โดยสัปดาห์หน้า จะลงสนามจริง ชายแดนไทย-กัมพูชา:
พร้อมแจ้งว่าในส่วนของ #หุ่นยนต์สะพายหลัง (FIBO Life Buddy:หุ่นยนต์ยุทโธปกรณ์) ที่ FIBO เคยสร้างให้กองทัพไทยนั้น คงไม่เหมาะกับการลาดตะเวณของเหล่าทหารกล้าของไทย

“เรารักสงบ แต่รบไม่ขลาด เขมรมาหยามน้ำใจกัน
พวกเรารวมพลังช่วยกัน ในฐานะนักเทคโนโลยีครับ”

หมายเหตุ : สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) หรือ Institute of Field Robotics เป็นหน่วยงานระดับคณะในสังกัด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2538 โดย รศ. ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ด้วยคติพจน์ “A Cradle of Future Leaders in Robotics” เพื่อพัฒนาผู้นำด้านวิทยาการหุ่นยนต์ของประเทศไทย

FIBO คืออะไร?
FIBO เป็นสถาบันแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยด้าน วิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อย่างเฉพาะทาง โดยเปิดสอนครบทั้งระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก หลักสูตรเน้นการเรียนการสอนแบบ Outcome-based Education ซึ่งช่วยให้บัณฑิตสามารถนำความรู้ไปพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้จริงในภาคสนาม ทำให้บัณฑิต FIBO เป็นที่ต้องการของทั้งภาครัฐและเอกชน

ผลงานและการวิจัย
• FIBO มีผลงานวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์มากกว่า 300 ระบบ ในด้านการผลิตและคุณภาพชีวิต เช่น หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม อาหาร การแพทย์ การเกษตร และการฟื้นฟูสมรรถภาพ
• ตัวอย่างผลงาน: หุ่นยนต์ประชาสัมพันธ์นะโม (NAMO) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์กึ่งฮิวแมนนอยด์ที่มีล้อเพื่อความคล่องตัว พัฒนาโดยนักวิจัยของ FIBO
• งานวิจัยขั้นสูง เช่น ระบบ Haptic Interface, Intelligent Algorithm, Nonlinear Control System และ Multi-body Dynamic Analysis
• มีความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เช่น อุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน และการศึกษา
การรับสมัครและโอกาส

ความโดดเด่น
• เป็นศูนย์กลางการพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ได้รับการยอมรับจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)
• มีเครือข่ายกับโรงเรียนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาด้านหุ่นยนต์

‘LGBTQ+’ ด่าเหยียด!! ‘สาวอิสลาม’ ขู่!! จะตบกลางรถไฟฟ้า ลั่น!! ไม่กลัวจ่ายค่าปรับแค่ 500 บาท ล่าสุด!! โดนไล่ออกแล้ว


(30 ส.ค. 68) เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนี้ กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปลงกลุ่ม Airport Rail Link เผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกวานนี้ (29 สิงหาคม 2568) ขณะที่ผู้โดยสาร 2 รายกำลังมีเรื่องโต้เถียงกันบนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ 

โดยผู้โพสต์ระบุว่า เวลาเกือบเที่ยงคืน น้องผู้หญิงอิสลามได้ไปเฉียดโดนกระเป๋าของผู้โดยสารที่เป็น LGBTQ+ ตอนกำลังจะนั่ง ซึ่งน้องได้พยายามขอโทษหลายครั้งและไม่ได้หยาบคายใส่เลย แต่กลับถูกคู่กรณีด่าทอด้วยคำหยาบคาย แถมยังเหยียดศาสนา ด่าถึงพ่อแม่ แถมยังถอดรองเท้าบอกว่าพร้อมตบ ปรับแค่ 500 บาท 

โดยในช่วงหนึ่งของคลิป พบว่าน้องผู้หญิงอิสลามพยายามขอโทษอย่างสุภาพ แต่คู่กรณีไม่ยอมฟังเสียง มีการยืนชี้หน้าด่า ทำนองว่า "ถ้ามึงพูดอีกรอบกูตบมึงแน่ กูเสียแค่ 500 กูไม่กลัวหรอก กูตบมึงน่ะ อิสลาม ! กูไม่ได้บูลลี่คนอิสลาม กูบูลลี่แค่มึงนี่แหละ มารยาทน่ะให้พ่อกับแม่มึงสอน ไม่ต้องมาขอโทษกู ไปขอโทษพ่อกับแม่มึง ที่เค้าไม่สอนมารยาทให้กับคนอย่างมึง มึงไม่ต้องมาอ้างว่ากูไม่รู้ไม่ได้หรอก อีดอก"

น้องผู้หญิงยังคงพยายามขอโทษด้วยท่าทีสุภาพ บอกว่า "ขอโทษค่ะ" แต่ฝ่ายคู่กรณีที่นั่งลงไปแล้ว กลับลุกขึ้นเท้าเอว บอกว่า "กูไม่รับ" และยังชี้หน้าด่าต่อ บอกว่าถ้าพูดอีกแม้แต่คำเดียว "ตีนกูอยู่บนหน้ามึงแน่"

ประเด็นที่เกิดขึ้นทำให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่น ในพฤติกรรมของฝ่าย LGBTQ+ ที่ดูจะรุนแรงเกินเหตุ แถมยังด่าทออีกฝ่ายเสียหายและเหยียดศาสนา

ล่าสุด (30 สิงหาคม) เฟซบุ๊ก Stadium One - The Sports Society โพสต์ประกาศพ้นสภาพการเป็นพนักงาน กรณีแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยระบุว่า

"บริษัทฯ ขอชี้แจงกรณีคลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยยืนยันว่าบุคคลในคลิปเป็นพนักงานรายวันของบริษัทฯ จริงและได้ดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม ผลการสอบสวนสรุปว่าบุคคลดังกล่าวได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมต่อภาพลักษณ์ของบริษัทฯ จึงมีมติให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานรายวัน โดยมีผลบังคับใช้ทันที

บริษัทฯ ขอเน้นย้ำว่าให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกบุคคล โดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา เพศ หรือความแตกต่างใด ๆ และมุ่งยืนหยัดในหลักความเท่าเทียมอย่างจริงจัง

ท้ายที่สุดนี้ บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นและทุกเสียงสะท้อนจากสังคม ที่ช่วยชี้แนะและเป็นพลังผลักดันในครั้งนี้"

เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ เยี่ยมกิจกรรม “ญาติเยี่ยมทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68” ให้กำลังใจน้องเล็กกองทัพเรือ และครอบครัว ทั้ง 5,389 คน ยืนยันการดูแลเสมือนลูกหลาน ภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด

(30 ส.ค. 68) พล.ร.ท. อดิศักดิ์ แจงเล็ก เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ (จก.ยศ.ทร.) เยี่ยมชม และพบปะพูดคุยกับครอบครัวของทหารใหม่ ในกิจกรรม “ญาติเยี่ยมทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68” โดยมี น.อ. ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ศฝท.ยศ.ทร. ให้การต้อนรับ ณ บริเวณพื้นที่โดยรอบอาคารกองบังคับการ ศฝท.ยศ.ทร. ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 - 31 ส.ค.68 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทหารใหม่ และญาติ รวมถึงสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้แก่ครอบครัวของทหารใหม่ได้เห็นผลของการฝึกอบรม และการดูแลทหารใหม่ตลอดระยะเวลา 1 เดือน ที่เข้ามาเป็น “น้องเล็กของกองทัพเรือ” ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในแนวทางของการฝึกอบรมทหารใหม่ของกองทัพเรือยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทหารใหม่ ผลัดที่  2/68 ระหว่าง 1 ส.ค. 68 - 30 ก.ย. 68 เข้ารับการฝึกอบรมฯ เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 1 ส.ค. 68 - 30 ก.ย. 68 เพื่อปรับสภาพจากพลเรือนให้เป็นทหารเรือที่เข้มแข็ง องอาจ พร้อมปฏิบัติงานในหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือต่อไป

โดยในวันนี้มีครอบครัวของทหารใหม่ร่วมกิจกรรม จำนวน 5,389 คน ทหารใหม่ จำนวน 1,001 นาย และยานพาหนะ จำนวน 1,300 คัน  

ในการนี้ จก.ยศ.ทร. ยืนยันกับครอบครัวทหารใหม่ถึงการฝึกอบรม และการดูแล ว่า “…ขอให้พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และญาติของน้องทหารใหม่เชื่อมั่นว่า การฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 2/68 ณ ศฝท.ยศ.ทร. ตลอดระยะเวลา 2 เดือน จะทำให้ทหารใหม่ปรับสภาพจากพลเรือนเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือที่เข้มแข็ง องอาจ พร้อมกันนี้ขอให้มั่นใจได้ว่า เราจะดูแลทหารใหม่ด้วยความเมตตาเสมือนลูกหลานหรือญาติมิตรของเรา และด้วยความปลอดภัย…”

โอกาสนี้ จก.ยศ.ทร. ได้ให้กำลังใจแก่ผู้บังคับบัญชา และครูฝึกของ ศฝท.ยศ.ทร. และขอให้คำนึงถึงมาตรการในการดูแลทหารใหม่ให้อยู่ในกรอบของความปลอดภัยสูงสุด ตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือกำหนดให้เป็นปีแห่งความปลอดภัยของกองทัพเรือ “Navy-Safety 2025”

'ปฐม อินทโรดม' ชี้บางสาขามหาวิทยาลัย จบแล้วไร้งานทำ วนลูปต่อโท-เอก ก่อนกลับมาเป็นอาจารย์สอนรุ่นใหม่

(30 ส.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) และกรรมการสภาดิจิทัล (DCT) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า …

บางสาขาในมหาวิทยาลัยจบปริญญาตรีมาแล้วไม่มีงานทำ 
สุดท้ายก็ต้องเรียนต่อโท ต่อเอก แล้วก็กลายเป็นอาจารย์
เพื่อสอนลูกศิษย์รุ่นใหม่ ที่เรียนจบมาแล้ว ว่า …
จะไม่มีงานทำ เหมือนกัน

สมุทรปราการ-ครอบครัวสุวรรณบุตร CSR บริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ดัน 3 โรงเรียน PWS พัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอน 'สร้างครู สร้างชาติ ด้วยการคิดสร้างสรรค์ทางบวก'

เทศบาลตำบลแพรกษา โดย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “สร้างครู สร้างชาติ ด้วยการคิดสร้างสรรค์ทางบวก“ ณ ห้องประชุมสุวรรณบุตร โรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ

ซึ่งการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาหลักสูตร การเรียน การสอน มีตัวแทนครูสถานศึกษาของทาง PWS เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 3 แห่ง นอกจากนี้ยังมีนายชูชาติ เที่ยงธรรม ผอ.สถานศึกษาโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา นายเกษมสินธุ์ สอนสุข ผอ.สถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลแพรกษาวิเทศศึกษา นางมลทิรา กรแก้ว ผอ.สถานศึกษาโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา 

นอกจากนี้ ยังมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะเจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลตำบลแพรกษาเข้าร่วมในพิธีเปิดการสัมมนา ได้แก่ นางพรเพ็ญ กลิ่นกำธรกุล รองนายกเทศมนตรีฯ นายวรรณวุฒิ มาสุข พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ สันหยี รองปลัดเทศบาลตำบลแพรกษา นางสาวอรอุมา ชาภูคำ ผอ.กองการศึกษา เข้าร่วมในพิธีเปิดการสัมมนา

โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร "สรา้งครูสรา้งชาติด้วยการคิดสร้างสรรค์ทางบวก” หรือ Cresitive (creative + positive) Thinking เป็นโครงการ CSR ของบริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ จำกัด ท่ีมีวัตถุประสงค์ในการสรา้งประเทศชาติใหเ้ข้มแข็ง ผ่านระบบการศึกษาของประเทศ ซึ่งมีครูและเยาวชนเป็นหัวใจ

หลักสูตรรท่ีนำมาใช้ในการสัมมนาครงั้นคือ Cresitive (creative + positive) Thinking เป็นหลกั สูตรท่ี ออกแบบโดย อาจารย์รัศมี ธันยธร แห่งบริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งได้ใช้องค์ความรู้ที่ได้จ้ากการศึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ 

ประกอบ องค์ความรู้ที่ได้จากการเป็นลูกศิษย์ของ ดร. เอ็ดเวิรด์ เดอ โบโน ปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างงสรรค์ระดับโลก และประสบการณ์จากการสอนหลักสูตรต่างๆ ของ ดร. เดอ โบโน เป็นเวลากว่า 30 ปี สร้างหลักสูตรนี้ขึ้นให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย 

วิธีคิดในหลักสูตรนี้ ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ creative และ positive ซึ่งทักษะวิธีคิดนี้จะตอบโจทย์ด้าน HRD หรือการพัฒนาทรัพยากรของมนุษย์ในปัจจุบัน ท่ีต้องการพัฒนา “ความฉลาด” ด้านต่างๆ ของมนุษย์ เช่น IQ EQ เป็นต้น 

แต่ความจริงแล้วในปัจจุบันมี “ความฉลาด” ท่ีควรต้องเริ่มพัฒนาให้กับเยาวชนถึง 11 ด้าน และหลักสูตร CRESITIVETHINKING สามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 11 ด้าน สัมมนาครั้งนี้ใช้เวลาสัมมนาทั้งสิ้น 4 วัน ช่วงแรก 2 วัน คือ 29-30 สิงหาคม เป็นการฝึกทักษะด้านการ คิดสรา้งสรรค์และคิดบวก ให้กับครูผู้เข้าสัมมนาทั้ง 30 คน ในวันนี้

หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะเป็นการออกแบบวิธีการนำไปใช้และฝึกการสอนเป็นเวลา 1 วัน และอีก 1 วันสุดท้ายจะเป็นการรับฟัง FEEDBACK หลังจากนำไปใช้สอนจริง โครงการ CSR นี้ ประกอบด้วยภาคี 3 ฝ่าย ได้แก่ ส่วนแรกคือบริษัท ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ฯ เป็นผู้รับผิดชอบวิทยากร และค่าใช้จ่ายบางส่วน ส่วนที่ 2 คือ องค์กรที่เราเรียกว่า sponsor ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลักและส่วนที่ 3 คือโรงเรียนภาครัฐ

การสัมมนาในวันนี้เป็นการเริ่มโครงการครั้งแรก ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือสำคัญระหว่างเทศบาลตำบลแพรกษา โดยท่านนายกอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีฯ ท่าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร และบริษัทศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ โดยอาจารย์รัศมี ธันยธร 

‘กิตติ พรศิวะกิจ’ แนะ ‘ซีเค’ ใช้โค้ดส่วนลดเรียนภาษาไทย หลังโพสต์อวดใช้เงินแค่ 33 บาท ได้ผู้ติดตามเพิ่มถึง 1 ล้าน

นายกิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย และประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจด้านยุทธศาสตร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณี ‘ซีเค เจิง' CEO และผู้ก่อตั้ง Fastwork แพลตฟอร์มสำหรับทำงานฟรีแลนซ์ ออกมาระบุว่า ตนเองใช้เงินเพียง 33 บาท แต่ได้คนติดตามเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านคน โดยระบุว่า เก่งมากครับ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ครึ่งวันได้ Follower เพิ่มไม่ต่ำกว่า 330K ด้วยเงิน 33 บาท

ขณะเดียวกัน ยังแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ของ ซีเค ด้วยว่า “ถ้ามีเวลา ไปลงเรียนภาษาไทยด้วยก็ดีนะครับ Code ส่วนลดขอซัก 33 วัน ไม่ขาดทุนแน่นอน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top