Monday, 3 August 2026
THE STATES TIMES TEAM

นราธิวาส - "สธ. และ ศธ. ห่วงใยคนในสถาบันศึกษาปอเนาะ จ.นราธิวาส" จัดเสวนายุคใหม่แบบ WHF Online สร้างความเข้าใจในการเรียนการสอน จากสถานการณ์ Covid-19

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่หอประชุมจำลอง ศรีเลขา โรงเรียนนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายณัฐพงษ์ นวลมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 7 เป็นประธานการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน เรื่องการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดนราธิวาส ภายใต้กิจกรรม "สธ. และ ศธ. ห่วงใยคนในสถาบันศึกษาปอเนาะ จังหวัดนราธิวาส"เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริหาร ครูอาสาสมัครในสถาบันศึกษาปอเนาะ

โดยมี นายแพทย์สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต , นายแพทย์วิเศษ สิรินทโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส , นายธวัชชัย ไชยกันย์ รองศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส , ดร.มุทริกา จินากุล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการส่งเสริมสุขภาพวัยเรียนและวัยรุ่นสำนักงานอนามัยที่ 12 ยะลา , นายแพทย์วิบูลย์ คลายนา เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานอนามัยที่ 12 ยะลา และฮัจญีอัสอารี ลาเต๊ะ (บาบอซู) ตัวแทนสถาบันศึกษาปอเนาะ พร้อมกันนี้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ Google Meet พร้อมกันนี้ได้มอบเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วจำนวน 20 เครื่อง ชุด PPE จำนวน 30 ชุด อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นกว่า 20,000 บาทให้บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลสนามจังหวัดนราธิวาส

ทางด้านนายณัฐพงษ์ นวลมาก ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 7 กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สถาบันศึกษาปอเนาะ จังหวัดนราธิวาส มีข้อกำหนดโดยการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ระบบ On-Hand เป็นหลักเพราะจะมาอยู่ร่วมกันไม่ได้ ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-19 จำนวนมากในขณะนี้ ซึ่งประเด็นที่น่ากังวลก็คือประเด็นของนักเรียนที่กลับไปบ้านแล้วกลับเข้ามาในสถาบันปอเนาะ ซึ่งเป็นประเด็นที่เรากังวล ถ้าหากมีนักเรียนคนใดคนหนึ่งกลับมาอยู่ในสถาบันการศึกษาปอเนาะจะต้องกักตัวก่อน 14 วัน ซึ่งในบางสถาบันศึกษาปอเนาะ จะเป็นนักเรียนที่อยู่ประจำ เพราะฉะนั้นกลุ่มคนเหล่านี้จะออกนอกพื้นที่ไม่ได้ โดยจะต้องอยู่ในสถาบันศึกษาปอเนาะทุกวันและต้องได้รับการดูแลอย่างเต็มที่แบบ 100% โดยห้ามคนในออกคนนอกเข้าไม่เช่นนั้นการแพร่ระบาดจะเกิดขึ้น ส่วนในการจัดการเรียนการสอนจะเป็นไปใน 3 รูปแบบ ดังนี้

1.ใช้ระบบ ON-HAND เป็นหลัก ซึ่งครูก็จะสามารถที่จะประสานกับนักเรียนในสถาบันศึกษาปอเนาะ ผ่านทางบาบอโดยมอบนโยบายในการจัดการเรียนการสอนต่างๆให้กับนักเรียนได้อ่านและตอบ

2.ใช้ระบบ ON–DEMAND ซึ่งบางคนมีมือถือเครื่องมือสื่อสารที่จะสามารถติดต่อสื่อสารกับครูได้ ซึ่งจะใช้คลิปเป็นหลักในการจัดการเรียนการสอนดังกล่าว

3.ใช้ระบบ ON-AIR ซึ่งในบางพื้นที่ก็สามารถจัดการเรียนการสอนได้แต่ก็มีน้อย ก็จะสามารถจัดการเรียนการสอนใน 3 รูปแบบได้

ซึ่งในขณะนี้การจัดการเรียนการสอนแบบ ON-SITE ไม่ได้เด็ดขาด เพราะพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม การจัดการเรียนการสอนแบบ ON-SITE  ก็จะต้องได้รับการอนุมัติจาก ศบค.เป็นหลัก โดยในขณะนี้การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็นปัญหาและอุปสรรคในด้านเครื่องมือต่าง ๆ อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ก รวมถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้รับทราบถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว และร่วมหารือหาทางแก้ไข และในส่วนของเด็กยากจนที่ยังขาดอุปกรณ์ในการเรียนการสอนนั้นในขณะนี้ต้องยึด ศบค.เป็นหลักคือเงินอุดหนุนบางส่วน สามารถที่จะสนับสนุนจัดอุปกรณ์การเรียนการสอน เช่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่งต้องรอทำการตกลงกันระหว่างกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายณัฐพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ยังกล่าวอีกว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันโรค covid-19 ในกิจกรรม "สธ. และ ศธ. ห่วงใยคนในสถาบันปอเนาะ" สืบเนื่องจากการตรวจราชการในหลายพื้นที่ในห้วงที่ผ่านมานั้น ยังมีประเด็นที่น่ากังวลคือ การสร้างการรับรู้รวมถึงแนวทางการป้องกันมาตรการการป้องกัน covid-19 ยังไม่รัดกุมเท่าที่ควร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งสร้างการรับรู้ระหว่างรัฐกับประชาชนทั่วไป รวมถึงนักเรียนนักศึกษาในประเด็นดังกล่าวให้มากขึ้น และควรจะต้องดำเนินการให้เร็ว ครอบคลุมให้มากที่สุด ทางสาธารณสุขในพื้นที่ และศึกษาธิการจังหวัด จึงได้ร่วมกันประชุมหารือ หาแนวทางมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับสถานศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หรือสถาบันการศึกษาปอเนาะ โดยสถานศึกษานั้น ๆ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19 ตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)กำหนด

ส่วนเรื่องของการฉีดวัคซีน โควิด-19 นั้น ขณะนี้ทางศึกษาธิการจังหวัดได้ดำเนินการให้บุคลากรทางการศึกษาทุกแห่ง ได้ฉีดวัคซีนวัคซีน เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนแล้ว โดยหลังจากนี้ ศึกษาธิการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้เร่งชี้แจงสร้างความเข้าใจถึงมาตรการต่าง ๆ ต่อสถานศึกษาในความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดการรับรู้ และมีการปฏิบัติเรื่องการป้องกันโควิด-19 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันต่อไป


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

ตราด - ผบ.มชด. เยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลที่ปฏิบัติราชการชายแดน เมืองตราดให้กำลังใจ ต้านภัยโควิด

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 64 น.อ.เกียรติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1/ผู้บังคับหมวดเรือชาดตระเวนชายแดน พร้อมด้วย น.อ.ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ เสนาธิการกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 / รองผู้บังคับหมวดเรือชาดตระเวนชายแดน ตรวจพื้นที่และเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลของเรือใน มชด./1 ณ ท่าเทียบเรือฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 อ.แหลมงอบ จว.ตราด และประชุม ผบ.เรือ/ผค.เรือ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งตรวจความพร้อมของเรือ โดยทำการฝึกสถานีป้องกันภัยทางอากาศ และสถานีป้องกันความเสียหาย และในโอกาสนี้ ผบ.มชด. ได้มอบอุปกรณ์การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 ให้กับกำลังพลประจำเรือ อีกด้วย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID -19) ยังไม่เบาบางลง พล.ร.ท.โกวิท อินทร์พรหม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 มีความห่วงใยกำลังพล โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในทะเล จึงให้ผู้บังคับหน่วยในการบังคับบัญชา ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 เพื่อให้ขีดความสามารถในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน กระทำได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้ทุกหน่วย มีการฝึกฝนให้ชำนาญอยู่เสมอ

หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน มีการจัดเรือออกลาดตรวจการณ์ทาง ทะเล อย่างสม่ำเสมอ โดย น.อ.เกียรติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1/ผู้บังคับหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน(ผบ.มชด.)ได้กำชับเรือใน มชด. ทั้งสองหมู่ (มชด./1 และ มชด./2) ให้ตื่นตัวตลอดเวลา พร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด พร้อมทั้งให้ประสานงานด้านการข่าวกับทุกหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อให้การรักษาอธิปไตย การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการรักษากฎหมายในทะเล ตลอดจนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอด 24 ชม.


ภาพ/ข่าว  กองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1

นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง' สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ มูลค่ารวมกว่าแสนบาท มอบให้ทางแม่สอดมูลนิธิสามัคคีการกุศล ส่งต่อไปยังโรงพยาบาล 5 อำเภอชายแดนตะวันตกของจังหวัดตาก

บริเวณห้องโถง ศาลเจ้าจีนปุงเม่ากงม่า อ.แม่สอด จ.ตาก นายสมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานแม่สอดมูลนิธิสามัคคีการกุศลพร้อมด้วยนายวิชัย เตรยาวรรณ ประธานสโมสรโรตารี่แม่สอด-เมืองฉอด และคณะกรรมการศาลเจ้า เป็นตัวแทนมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ในการส่งต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ของใช้ประจำวันและเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่โรงพยาบาล 5 อำเภอชายแดนตะวันตกของจังหวัดตาก

ได้แก่ โรงพยาบาลท่าสองยาง,โรงพยาบาลแม่ระมาด,โรงพยาบาลแม่สอด,โรงพยาบาลพบพระ และโรงพยาบาลอุ้มผาง ซึ่งแต่ละโรงพยาบาล จะได้รับ ชุดป้องกันเชื้อโรค PPE ลังละ 50 ชุด จำนวน 6 ลังรวม 300 ชุด, หน้ากาก N95 ลังละ 160 ชิ้น จำนวน 4 ลังรวม 640 ชิ้น, หน้ากากอนามัยลังละ 20 กล่อง จำนวน 10 ลัง รวม 200 กล่อง,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลังละ 72 ถ้วย จำนวน 8 ลั งรวม 576 ถ้วย,สบู่หอม ลังละ144 ก้อน จำนวน 1 ลัง,แปรงสีฟันลังละ 72 อัน รวม 2 ลัง,ยาสีฟันลังละ 72 หลอด จำนวน 2 ลัง,ยาสระผม ลังละ 72 ขวด จำนวน 2 ลัง,แป้งทาตัว ลังละ 72 กระป๋อง จำนวน 2 ลัง,ยาฟ้าทะลายโจร จำนวน 100 กระปุก และข้าวสาร 5 กก.1 ถุงปุ๋ยมี 10 ถุง จำนวน 6 ถุงปุ๋ยรวม 60 ถุง

ทั้งหมด 11 รายการรวมมูลค่าทั้งสิ้น 100,128 บาท โดยมีผู้แทนแต่ละโรงพยาบาล 5 อำเภอซีกตะวัตกของจังหวัดตากเดินทางมาเป็นผู้รับมอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ภาพ/ข่าว วรภา พันลุตัน จ.ตาก

ตำรวจทางหลวงอุดรธานี จัดทำโครงการ “ตำรวจทางหลวง ห่วงใย เข้าใจ เข้าถึง” ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19

พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ สว.ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดจิตอาสา ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล. ได้ร่วมกันซ่อมแซมประตูและหลังคาห้องน้ำให้กับประชาชนที่ยากจนและได้รับความยากลำบากในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการ "Food For Friends" หลังจากเคยมอบถุงยังชีพให้กับ คุณยายเกียว ชามรัฐ อายุ 76 ปี ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

เนื่องจากประตูและหลังคาห้องน้ำผุพัง ไม่สามารถป้องกันแดดและฝนได้ ตำรวจทางหลวงอุดรธานีจึงได้ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา “ตำรวจทางหลวงห่วงใย เข้าใจ เข้าถึง” ร่วมซ่อมแซมประตู และเปลี่ยนหลังคาห้องน้ำให้กับ คุณยายเกียว เพื่อให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติ บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น เพื่อสามารถดำรงชีพได้ตามปกติ ต่อไป

‘กระทรวงแรงงาน’ เปิดโครงการสนับสนุน และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน “ดวงตาแรงงาน” รุ่นที่ 2

วันที่ 24 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น. นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการสนับสนุนและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการต่อต้านการทุจริต “ดวงตาแรงงาน” รุ่นที่ 2 ในรูปแบบ Online Platform ผ่านระบบ Zoom โดยมี นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล รองปลัดกระทรวงแรงงาน , นางสาวภัทรพร สมันตรัฐ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน และนางต้องใจ สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย

สำหรับโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะความรู้ให้แก่ข้าราชการ/ เจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานแรงงานจังหวัด อาสาสมัครแรงงานต้านทุจริต และเครือข่ายภาคประชาชน ที่เคยผ่านการอบรมด้านการป้องกับการทุจริตร่วมกับกระทรวงแรงงาน สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ด้านการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง สอดส่อง และแจ้งเบาะแสการทุจริตในระดับพื้นที่

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการต่อต้านการทุจริต และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความร่วมมือบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและภาคีต่าง ๆ ในสังคมร่วมมือกันป้องกันการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลไกการอบรมเพื่อสร้างเครือข่ายการป้องกันการทุจริตให้ทั่วถึงในระดับส่วนภูมิภาคเป็นประจำทุกปี ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ การเฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสการทุจริต โดยโครงการฯ ดังกล่าว แบ่งเป็น 2 รุ่น ๆ ละ 152 คน จาก 76 จังหวัด

ซึ่งการอบรมในวันนี้ จะนำพาผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านเกิดการตระหนักรู้และต่อต้านกับการทุจริตในทุกรูปแบบ และขอขอบคุณท่านวิทยากร หน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐ โดยเฉพาะเครือข่ายภาคประชาชนทุกท่าน ที่มีความตั้งใจและเสียสละเวลามาเข้าร่วมการอบรมและร่วมเป็นเครือข่ายในการต่อต้านการทุจริตร่วมกับกระทรวงแรงงาน

อยุธยา - รองผู้ว่าอยุธยา นำคณะลงพื้นที่มอบ “ถุงกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19” จากสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางครอบครัวผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงในพื้นที่อำเภอบางปะอิน รวม 123 ราย

นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้นางสาวนุชนาถ ประทีปธีรานันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางสาวนฤมล พงษ์สุภาพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ นายอำเภอบางปะอิน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทีม พม.พระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบางครอบครัวผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงของอำเภอบางปะอิน  เพื่อเป็นกำลังใจให้กับครอบครัว ดูแลสภาพจิตใจ รวมทั้งมอบถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19” จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มเปราะบางครอบครัวผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงในพื้นที่อำเภอบางปะอิน จำนวน 123 ราย  ซึ่งญาติของผู้ป่วยที่ได้รับมอบ “ถุงกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19” ต่างขอบคุณภาครัฐที่ได้ความช่วยเหลือ ทำให้แบ่งเบาความเดือดร้อนได้ในสถานการณ์การระบาดปัจจุบันนี้

สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยุธยา ได้รับการจัดสรรถุงยังชีพ “ถุงกำลังใจ สู้ภัยโควิด-19” เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางครอบครัวผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด จากเงินกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณะภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวนทั้งสิ้น 835 ถุง ซึ่งจะดำเนินการนำส่งมอบช่วยเหลือทั้ง 16 อำเภอ อย่างต่อเนื่องต่อไป


ภาพ/ข่าว  สุจินดา อุ่นขาว รายงานจากอยุธยา

ชลบุรี - รัฐมนตรีแรงงาน ตรวจเยี่ยมผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เกาะสีชัง พร้อมแจกถุงยังชีพผู้สูงอายุ มอบเงิน 5 แสน ศูนย์เรียนรู้ธนาคารทะเลเกาะสีชัง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 23 สิงหาคม ที่ศาลาอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลเกาะสีชัง อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงแรงงานได้เดินทางตรวจเยี่ยมการรับสมัครผู้ประกันตนตามมาตรา 40 โดยมีการนำรถโมบายมาให้บริการ นอกจากนี้ยังได้พบปะผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพ โดยมีนายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมชาวเกาะสีชังให้การต้อนรับ นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทน บริษัท คิงส์ แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด และผลิตภัณฑ์ตราฮีโร่ มอบเงิน 500,000 บาท ให้กับศูนย์เรียนรู้ธนาคารทะเลเกาะสีชัง โดยชุมชนเพื่อชุมชนยั่งยืน เพื่อช่วยในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลและพืชทะเล

หลังจากนั้นนายสุชาติกล่าวว่า การเดินทางมาเกาะสีชังในครั้งนี้ เนื่องมาจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้มีความห่วงใยประชาชน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สร้างความลำบากในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่สีแดงจัด 29 จังหวัด รวมทั้ง จ.ชลบุรี จึงได้เปิดให้มีการประกันตนตามมาตรา 40 เพื่อให้สิทธิพื้นฐานกับประชาชนที่ทำงานอิสระ

 

สำหรับ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ให้ความห่วงใยผู้ประกอบอาชีพอิสระ สำหรับเกาะสีชังประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน และอาชีพดูแลนักท่องเที่ยวสกายแลป การเดินทางมาเกาะสีชังเพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับประกันตนตามมาตรา 40 ซึ่งวันที่ 24 สิงหาคมจะหมดเขตแล้ว โดยเฉพาะอาชีพประมงจะลำบากมาก เพราะนักท่องเที่ยวไม่มาเกาะสีชัง ชาวประมงก็ขายอาหารทะเลไม่ได้ ซึ่งเป็นวงจรเศรษฐกิจบนเกาะสีชัง

ส่วนกรณีที่จะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุชาติกล่าวว่า "จากการที่ทำงานทุกวันสามารถตอบคำถามได้ ไม่กังวลใจแต่อย่างใด เพราะรู้อยู่แล้วว่าเราทำอะไร ถือว่าเป็นสีสันทางการเมือง เป็นเรื่องความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย ที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบฝ่ายบริหาร ชาวบ้านที่ดูอยู่ทางบ้านจะรู้ว่าใครทำงาน ใครไม่ทำงาน"

กรณี ที่มีการลงในโลกโซเซียลเกี่ยวกับการท้าชกระหว่างรัฐมนตรีเฮ้งกับนายมงคลกิตติ์ หรือเต้ สุขสินธารานนท์ นั้น นายสุชาติกล่าวว่า ตนเองกับเต้นั้นรู้จักกัน จากการที่เต้ออกมาท้านายกรัฐมนตรีชกกันนั้น ผมมองว่าเป็นการก้าวร้าว เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำประเทศ ตนเองก็ต้องออกมาพูดว่าสิ่งที่ออกมาทำนั้นไม่ถูกต้อง จึงได้บอกเต้ไปว่ากำลังนั้นไม่ได้มีไว้แก้ปัญหา ในเรื่องกีฬานั้นไม่เป็นไร ตนพร้อมในเรื่องกีฬา


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

กาฬสินธุ์ - สืบสานผ้าพื้นถิ่น ประมูลผ้าลายขอ – ผ้าไหมแพรวา ส่งเสริมผ้าไทยใส่ให้สนุก เดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดประมูลผ้าทอลายขอ ผ้าไหมแพรวา อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ส่งเสริมกิจกรรมผ้าไทยใส่ให้สนุก เดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ห้องเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์  

สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.กาฬสินธุ์ จัดกิจกรรมโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ในเดือนมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2564 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมการแต่งกายอันล้ำค่าภูมิปัญญาของชาวกาฬสินธุ์ ส่งเสริมผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ด้านการผลิต การตลาด และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีนายสนั่น  พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงาน และมีนายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าร่วม

ทั้งนี้ ยังมีผู้ประกอบการภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ ประชาชน ได้ร่วมประมูลผ้าลายพระราชทานลายขอเจ้าฟ้า  ผ้าไหมแพรวา ผ้าทอพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของจ.กาฬสินธุ์  โดยมีผู้ประมูลผ้าไหมแพรวาลายน้ำหยาด ราคาสูงสุด ที่ 68,000 บาท ผ้าซิ่นแพรวาลายขอเจ้าฟ้า ลำดับที่ 2 ประมูลได้ที่ 20,000 บาท  ผ้าซิ่นแพรวาลายขอเจ้าฟ้าฯ ลำดับที่ 3 ประมูลได้ที่ 15,000 บาท ซึ่งมีผู้ประมูลผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ ผ้าลายขอเจ้าฟ้า และ ผ้าพื้นถิ่นในครั้งนี้ จำนวน 20 ผืน รวมมูลค่า จำนวน 167,500 บาท

นอกจากนี้ จ.กาฬสินธุ์ยังได้สร้างแรงจูงใจผู้แต่งกายผ้าไทยที่โดดเด่นประกวดในเพจ จังหวัดกาฬสินธุ์โอทอปเซ็นเตอร์ เพื่อให้ประชาชนร่วมโหวต ซุปเปอร์โมเดล ผู้ที่แต่งชุดผ้าไทยรับรางวัลในระดับจังหวัด และมีกิจกรรมเดินแบบ "ผ้าไทยใส่ให้สนุกในเดือนมหามงคล"

อย่างไรก็ตาม จ.กาฬสินธุ์ มีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายจำนวน 1,148 กลุ่ม/ราย มีผลิตภัณฑ์จำนวน 1,524 ผลิตภัณฑ์ ผลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้า ในภาพรวมสามารถจำหน่ายได้ 109,692,676 บาท ผลการจำหน่ายผ้าลายขอเจ้าฟ้าจำนวน 6,375,000 บาท


ภาพ/ข่าว  ณัฐพงษ์  ประชากูล จ.กาฬสินธุ์

'คาร์ม็อบขอนแก่น' ปิดถนนหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรถาค 4 ก่อนปาสีใส่ป้ายกองบัญชาการฯ ขณะที่กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้นำโล่ออกมาบังจนเกิดเหตุชุลมุนเกิดขึ้น

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 22 ส.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะราษฎรขอนแก่นได้กำหนดจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ คู่ขนานกับการจัดกิจกรรมที่กรุงเทพฯและในอีกหลายจังหวัด โดยได้เคลื่อนขบวนออกจากหน้าตึกสำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และขับไปตามถนนสายต่าง ๆ ภายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จนกระทั่งมาถึงหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดถนนทุกช่องการจราจรพร้อมนำรถเครื่องขยายเสียงมาจอดที่บริเวณหน้าป้าย เพื่อปลุกระดมให้ผู้ชุมนุมนำถังบรรจุถุงสีที่เตรียมไว้มาเทหน้าป้ายโดยมีกำลังตำรวจออกมายืมเป็นแนวเพื่อดูแลความสงบ

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำถุงบรรจุสีปาใส่ป้ายกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 พร้อมกับปาประทัดแบบควัน โดยทาง พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนได้นำโล่ออกมากันผู้ชุมนุมไม่ให้ปาสีใส่ ทำให้เกิดเหตุชุลมุนปะทะเล็กน้อยแต่ก็ยังควบคุมสถานการณ์จนทรงตัวได้ ขณะที่ความเสียหายจะมีป้ายกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และเครื่องแบบชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใส่มาปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตามขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างต่อเนื่อง โดยได้กล่าวปราศรัยบนรถเครื่องเสียงจากแกนนำกลุ่มต่าง ๆ ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความสงบเรียบร้อยและให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด

กลุ่มขันอาสา กลุ่มล้านนาปลดแอก และกลุ่มราษฎรลำปาง จัดกิจกรรม Carsmob ไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากโควิดและเรียกร้องวัคซีนและนายกรัฐมนตรีต้องลาออก

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 ส.ค.2564 ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสวนสาธารณะห้าแยกหอนาฬิกา อ.เมือง จ.ลำปาง กลุ่มขันอาสา กลุ่มล้านนาปลดแอกและกลุ่มราษฎรลำปาง จำนวนกว่า 300 คน นำโดย เกียรติ ลำปาง แกนนำกลุ่มล้านนาปลดแอก และผู้ประสานงาน ร่วมกันจัดกิจกรรม Carsmob ไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากโควิดและเรียกร้องวัคซีนไฟเซอร์ให้กับทุกคนและนายกรัฐมนตรีต้องลาออก โดยมีป้าเป้า วรวรรณ แซ่อั้ง อายุ 67 ปี ขวัญใจผู้ชุมนุมเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยและปฎิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

ก่อนเริ่มขบวนมีการตรวจคัดกรองป้าเป้าด้วยวิธี  Antigen Test Kid (ATK) และยืนยันผลการตรวจเป็นลบก่อนปล่อยขบวนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมกว่า 100 คันที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมพร้อมบีบแตร ชูสามนิ้ว และชูป้ายไล่ประยุทธ์ ไปตามถนนฉัตรไชย เลี้ยวซ้ายไปถนนตวงรัตน์ เลี้ยวขวาไปถนนไมตรีถึงบริเวณหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง เลี้ยวขวามาตามถนนฉัตรไชยถึงจุดเริ่มต้นบริเวณสวนสาธารณะฯรวมระยะทางไป-กลับประมาณ 10 กม.โดยป้าเป้าขึ้นรถแห่ปราศัยนำขบวนดังกล่าวด้วย บรรยายกาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ป้าเป้า กล่าวว่า อยากจะพูดให้ทุกคนฟัง ทำไมถึงต้องสู้ เพราะสงสารเด็กคิดว่า ประเทศนี้เขากดขี่เราบังคับเรา ไม่เคยอยู่ข้างประชาชน อยากกู้ก็กู้แต่ประชาชนพวกเราต้องหาใช้หนี้โดยที่เราไม่ได้กินเงินภาษีเราเลย ประยุทธ์ต้องออกไป คนเราถ้าอยู่ดีกินดีใครจะออกมาไล่ ไม่มีประเทศไหนในโลกที่เอาภาษีมาซื้ออาวุธฆ่าประชาชน

ทางด้าน เกียรติ ลำปาง ผู้ประสานงานกลุ่มฯ กล่าวว่า เรามาร่วมตัวกันวันนี้มีวุตถุประสงค์

1.เพื่อเรียกร้องวัคซีน

2.แสดงความไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากโควิด แล

3.พลเอกประยุทธ์ต้องลาออก

เนื่องจากที่ผ่านมา มีโรคระบาดแต่ประชาชนเข้าถึงวัคซีนไม่ได้มันคืออะไร เรื่องนี้เกิดมาปีครึ่งแล้วลูกหลานเรายังไม่ได้ฉีดวัคซีน ไปโรงเรียนไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้ไม่มีรายได้มันกระทบกันไปหมด วัคซีนคือโอกาส รัฐบาลต้องเปิดให้คนไทยเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึงโดยเร็วที่สุด ซึ่งทุกวันนี้มีคนเสียชีวิตทั่วประเทศ รัฐบาลไม่ทำอะไ ถ้ายังเพิกเฉยเราก็จะจัดกิจกรรมเข้มข้นต่อไปอีก เพราะทุกวันนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีวัคซีนให้ประชาชน จึงฝากถึงพลเอกประยุทุธ์  ท่านอยู่มา 7 ปีครึ่งแล้วลาออกเถอะครับ อยู่มาเกือบ 8 ปี ประเทศมีหนี้มากมายมหาศาล ท่านยังจะอยู่ต่ออีกเหรอ ลาออกเถอะครับเพื่อให้คนอื่นที่มีความสามารถเข้ามาเป็นนายกฯแทนและต้องมาจากเสียงประชาชน ไม่ใช่จากการเลือกของ สว.


ภาพ/ข่าว  วินัย / ลำปาง รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top