Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ผบ.ทรภ. 3 เข้าร่วมประชุมและร่วมกิจกรรม กับคณะนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการ PHUKET SANDBOX ในพื้นที่ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นวันที่จังหวัดภูเก็ต เริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาพำนักอยู่ในพื้นที่ ตามโครงการ Phuket Sandbox อย่างเป็นทางการ โดยในวันนี้ พลเรือโท เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3  ได้เข้าร่วมการประชุมและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย 

เป็นประธานในพิธี เปิดโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว “HUG THAIS HUG PHUKET” จัดโดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต และหอการค้า จังหวัดภูเก็ต ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต

นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการคัดกรองนักท่องเที่ยว เข้า-ออก จังหวัดภูเก็ต ณ ด่านตรวจภูเก็ต (ด่านท่าฉัตรไชย ซึ่งเป็นหน่วยตรวจสอบผู้เดินทางเข้าออกจังหวัดภูเก็ตทางบก) เป็นประธาน การประชุมติดตาม โครงการ Phuket Sandbox ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ โดยได้มอบนโยบายและข้อสั่งการเพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืนของโครงการ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด

นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมความพร้อมการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว เยี่ยมชมการฟื้นคืนสภาพของชายหาด และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้ทำกิจกรรมปลูกต้นจิกทะเล และปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ

นายกรัฐมนตรี ต้อนรับนักท่องเที่ยว สายการบินที่เดินทางเข้าประเทศไทย ณ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต

นับว่าโครงการ Phuket Sandbox นี้ เป็นสิ่งที่ท้าทายชาวภูเก็ตเป็นอย่างมาก ซึ่งหากโครงการนี้สำเร็จ จะขยายไปสู่เมืองอื่น ๆ ในประเทศไทยได้ต่อไป เพื่อให้ประเทศของเราสามารถเดินไปข้างหน้าได้ตามภารกิจ 120 วัน เปิดประเทศให้ได้ที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายไว้


ภาพ/ข่าว ทัพเรือภาคที่3 / นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

ชลบุรี - "เมืองพัทยาพร้อม" รับจองฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 3 วัน ประชาชนทั้งในเขตและผู้อยู่อาศัย แห่ลงทะเบียนแล้ว 41,568 คน

ตามที่เมืองพัทยา ได้ดำเนินการตามแนวทางจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชน โดยมีเป้าหมายครอบคลุมร้อยละ 70 ของพื้นที่ สร้างระบบภูมิคุ้มหมู่ สอดคล้องกับนโยบายเปิดประเทศ 120 วัน ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดย นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้สั่งซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มจำนวน 1 แสนโดส สำหรับประชาชนในเขตเมืองพัทยา 5 หมื่นคน

ทั้งนี้ ได้เปิดให้บริการเพิ่มช่องทางการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ด้วยการดำเนินการ "โครงการเมืองพัทยาพร้อม" โดยเปิดให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้ทั้งแบบระบบออนไลน์ Google from "เมืองพัทยาพร้อม" และ 8 จุดบริการรับลงทะเบียนทั่วเมืองพัทยา โดยเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 28 มิ.ย.ถึง 2 ก.ค.64

มีรายงานข้อมูลจาก ศูนย์ประสานงานนายกเมืองพัทยาว่า หลังจากเปิดรับลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน "เมืองพัทยาพร้อม" ได้ 3 วัน พบว่ามีประชาชนทั้งในเขตและผู้อยู่อาศัย ทยอยลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ และผ่านจุดบริการรับลงทะเบียนกันอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงเวลาเปิดรับลงทะเบียน ตั้งแต่เวลา 9.00-15.00 น.

โดยล่าสุด มีประชาชนลงทะเบียนแล้วรวม 41,568 คน แบ่งเป็นประชาชนในเขตเมืองพัทยา ที่ลงทะเบียนแล้วรวมทั้งหมด 19,217 คน และมีประชาชนผู้อยู่อาศัยลงทะเบียนแล้วรวม 22,351 คน


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

“Blood Challenge” ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19 ส่งต่อบุญผ่านสื่อสังคมออนไลน์กับแนวคิดการนำกระแส Challenge เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกิดการบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้น

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนร่วมส่งต่อบุญผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กับโครงการ Blood Challenge สร้างกระแสการบริจาคโลหิต ผ่าน Facebook, Instagram, Twitter และ TikTok เพียงโพสต์ภาพและข้อความพร้อมติด #BloodChallenge และ Tag ชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ร่วมแคมเปญอีก 3 คน ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 สร้างความวิตกกังวลต่อผู้บริจาคโลหิตเป็นอย่างมาก ทำให้ภาพรวมการบริจาคโลหิตมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง มีโลหิตสำรองไม่ถึง 3,000 ยูนิตต่อวัน ตามมาตรฐานงานบริการโลหิต ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วประเทศขาดแคลนโลหิต เสี่ยงต่อการเลื่อนการผ่าตัด เลื่อนการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องได้รับเลือดเป็นประจำสม่ำเสมอ

จึงมีแนวคิดในการนำกระแส Challenge มาประชาสัมพันธ์ให้เกิดการบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้น โดยขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม 2 รูปแบบ ดังนี้

1. ผู้บริจาคโลหิต ถ่ายภาพถือป้ายรณรงค์ เขียนข้อความเชิญชวนสั้น ๆ โพสต์ลง Social Media อาทิ Facebook, Instagram, Twitter, TikTok พร้อมทั้ง Challenge และ Tag ต่อไปยังครอบครัว เพื่อน คนรู้จัก ให้มาบริจาคโลหิตต่ออีก 3 คน และติด #BloodChallenge ตั้งค่าเป็นสาธารณะ

2. ผู้ที่ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ สามารถร่วมกิจกรรมเชิญชวนบริจาคโลหิต และประชาสัมพันธ์โครงการฯ โดยเขียนข้อความเชิญชวนสั้นๆ และโพสต์ลง Social Media พร้อมทั้ง Challenge และ Tag ต่อไปยังครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ให้มาบริจาคโลหิตต่ออีก 3 คน และติด #BloodChallenge ตั้งค่าเป็นสาธารณะ

เพียงเท่านี้ คุณก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ด้วยการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุก 3 เดือน เพื่อให้มีโลหิตสำรองเพียงพอจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ลดภาวะการขาดแคลนโลหิตในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้

 

ชลบุรี - พลังสามัคคี พลังราชนาวีพื้นที่สัตหีบ ร่วมกับหน่วยงานราชการ และประชาชนสัตหีบ รวมพลังบริจาคโลหิต เข้าสภากาชาดไทย ร่วมฝ่าวิกฤตชาติ COVID-19

วันที่ 1 ก.ค.64 น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองเรือยุทธการ นำกำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองเรือยุทธการ จำนวน 60 นาย ร่วมโครงการน้อมดวงใจทำความดี บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยกิ่งกาชาดอำเภอสัตหีบ ณ หอประชุมสถานีตำรวจภูธร อำเภอสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ทั้งนี้หน่วยของกองทัพเรือที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.สัตหีบ ประกอบด้วย กองเรือยุทธการ , ทัพเรือภาคที่ 1, ฐานทัพเรือสัตหีบ , หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ได้รวมพลังสามัคคี พลังราชนาวี ด้วยความสมัครใจทั้งสิ้น จำนวน 230 นาย ร่วมกับหน่วยงานราชการ พี่น้องประชาชนในอำเภอสัตหีบ ร่วมบริจาคโลหิต เพื่อนำเลือดเข้าสู่คลังเลือด ที่ประสบปัญหาการขาดเลือดขั้นวิกฤต สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปัจจุบัน

เป็นไปตามเจตนารมย์ของ พล.ร.อ.สุทธินันท์  สมานรักษ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ที่ย้ำต่อกำลังพลเสมอว่าให้ดำรงความพร้อมสำหรับการให้ความช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะสถานการณ์ของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนในทุกด้าน กองเรือยุทธการพร้อมเคียงข้างประชาชนฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน


ภาพ/ข่าว  กองกิจการพลเรือน กองเรือยุทธการ

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

ศรชล.และหน่วยงานประมง ร่วมส่งกำลังพล สห.ทร.และ สอ.รฝ. หลังจบภารกิจ ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากบกสู่แรงงานภาคประมงในทะเล

เมื่อ 1 ก.ค.64 ศรชล.จว. สมุทรสาคร โดย น.อ. เอกภาพ สายโสภา รองผอ.ศรชล.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย น.อ.สุรศักดิ์ กิ่มบางยาง หน.ศคท.จว.สมุทรสาคร กำลังพลในสังกัด ศรชล จว.สมุทรสาคร/ศคท.จว.สมุทรสาคร นายสนธยา บุญสุข ผอ.ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมงเขต 5 จว.สมุทรสาคร ผู้แทนสมาคมการประมง จว.สมุทรสาคร  ผู้แทนองค์การสะพานปลา จว.สมุทรสาคร

ร่วมส่งกำลังพล สารวัตรทหารเรือ (สห.ทร.) และ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) กองทัพเรือ จำนวน 20 นาย ที่เสร็จสิ้นการปฎิบัติภารกิจ ตั้งจุดสกัดคัดกรองทางน้ำ และภารกิจควบคุมท่าเรือประมงพาณิชย์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากบกสู่แรงงานภาคประมงทะเลในพื้นที่ จว.สมุทรสาคร ระหว่างวันที่  25 ธ.ค.63 - 30 มิ.ย.64 ตามคำสั่ง กองทัพเรือ/ศรชล. และ คำสั่ง จว.สมุทรสาคร

และในโอกาสนี้ น.อ.เอกภาพ สายโสภา รอง ผอ.ศรชล.จว.สมุทร สาคร ได้กล่าวให้โอวาทและกล่าวขอบคุณ กำลังพลทุกนายในนามของ กองทัพเรือ/ศรชล.และ ในนามของ จว.สมุทรสาคร สมาคมการประมง จว.สมุทรสาคร และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคประมงทะเลสมุทรสาคร และได้ร่วมมอบของที่ระลึกที่ได้รับมอบจาก สมาคมการประมง จว.สมุทรสาคร (ผลิต ภัณฑ์อาหารทะเลตากแห้ง) ส่งมอบให้กับกำลังพล สห.ทร.และ สอ.รฝ. ทุกนาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นที่ระลึก ก่อนเดินทางกลับที่ตั้งปกติ อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี โดยสวัสดิภาพ ณ ท่าเทียบเรือ องค์การสะพานปลา จว.สมุทรสาคร อ.เมืองสมุทร สาคร จว.สมุทรสาคร

ภายหลังพิธีส่งกำลังพล สารวัตรทหารเรือและ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ แล้วกำลังพลทั้งหมดได้เดินทางไป ที่ วัดศรีสุทธาราม (วัดกำพร้า) และวัดโกรกกราก เพื่อถวายปัจจัย ตู้ทำน้ำเย็นและอุปกรณ์ทำความสะอาด ถวายแด่ เจ้าอาวาสที่มีเมตตาในการจัดหาที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวกและจัดเตรียมสถานที่ ในการปฎิบัติงานตั้งจุดสกัดคัดกรองทางน้ำ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย


ภาพ/ข่าว  ศรชล.ภาค 1 / นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี

ลำปาง - ททท.สำนักงานลำปาง ร่วมกับ ชมรมสนามกอล์ฟลำพูน แถลงเปิดตัว กิจกรรม"เล่นกอล์ฟ ผ่อนคลาย ที่ลำพูน Green Season"

เมื่อวันพฤหัสบดีที่  1 กรกฏาคม 2564 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ชมรมสนามกอล์ฟลำพูน จัดแถลงข่าว กิจกรรม“เล่นกอล์ฟ ผ่อนคลาย ที่ลำพูน Green Season” (Playing Golf at Lamphun in Green Season) โดยมีนางสาวสรัสวดี อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคเหนือ ททท.นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง และนายสุพชฌาย์ เสวตไอยาราม ประธานชมรมสนามกอล์ฟลำพูน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดสนามกอล์ฟและรีสอร์ทในเครือกัชชัน ร่วมแถลงข่าว เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูนภายใต้มาตรฐาน SHA ณ ห้องฟ้าประทาน คลับเฮาส์ กัซซัน เลกาซี่ กอล์ฟ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยภูมิภาคภาคเหนือ และ ททท. สำนักงานลำปาง ร่วมกับชมรมสนามกอล์ฟลำพูน และ 6 สนามในจังหวัดลำพูน (สนามกอล์ฟอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ (ลำพูน), สนามกอล์ฟอาทิตยา เชียงใหม่ กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท (ลำพูน), สนามกอล์ฟกัซซัน ขุนตาน กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท, สนามกอล์ฟกัซซัน พาโนราม่า กอล์ฟ คลับ, สนามกอล์ฟกัซซันเลกาซี่ กอล์ฟ คลับ และสนามกอล์ฟหริภุญชัย กอล์ฟ คลับ) จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Lover) ในช่วง Green Season “เล่นกอล์ฟ ผ่อนคลาย ที่ลำพูน Green Season” หรือ Playing Golf at Lamphun in Green Season ระหว่างวันที่ 10 กรกฎาคม ถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2564

โดย ททท. มอบสิทธิประโยชน์ คูปองชุดอาหาร จำนวน 700 คูปองต่อสนามกอล์ฟ ทั้งนี้ทุกสนามกอล์ฟดำเนินกิจกรรมภายใต้ มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Safety & Health Administration (SHA) และยึดหลัก D-M-H-T-T นักกอล์ฟสามารถมาออกรอบท่ามกลางความเขียวขจีของ Fairway และ Putting Green ในบรรยากาศสดชื่นสวยงามมีเอกลักษณ์ของแต่ละสนามกอล์ฟ

นางสาวสรัสวดี อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ กล่าวเพิ่มเติมถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ว่า เป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองที่มีศักยภาพโดยใช้อัตลักษณ์สนามกอล์ฟที่มีมาตรฐานการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้เป็นที่รู้จักและสามารถขยายผลในการกระจายรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นใกล้เคียงได้ ททท.สำนักงานลำปาง และชมรมสนามกอล์ฟลำพูน  

จึงขอเชิญชวนผู้รักกีฬากอล์ฟมาร่วมกิจกรรม “เล่นกอล์ฟ   ผ่อนคลาย ที่ลำพูน Green Season” เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูนอย่างปลอดภัยผ่านทางกีฬากอล์ฟ ซึ่งเชื่อมโยงไปสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสนามกอล์ฟในหลายภาคส่วนอีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก สนามกอล์ฟอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ (ลำพูน) โทร. 053 880 888 สนามกอล์ฟอาทิตยา เชียงใหม่ กอล์ฟ แอนด์  รีสอร์ท (ลำพูน) โทร. 053 096 333  สนามกอล์ฟกัซซัน ขุนตาน กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท โทร. 053 507 006 สนามกอล์ฟกัซซัน พาโนราม่า กอล์ฟ คลับ โทร. 053-921-815  สนามกอล์ฟกัซซันเลกาซี่ กอล์ฟ คลับ โทร. 053 921 846 และ สนามกอล์ฟหริภุญชัย กอล์ฟ คลับ โทร. 053 096 222


ภาพ/ข่าว  วิภาดา / เชียงใหม่

สุรินทร์ - แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมความพร้อมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.25,ร23.พัน 3 กำชับดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ภายใต้มาตรการ covid-19 อย่างเคร่งครัด

วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 พลโทธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พลตรีสาธิต เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 ,พลตรีอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอกสงคราม โชคชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมรับทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2564 ณ หน่วยฝึกกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 25 และหน่วยฝึกทหารใหม่ ร.23 พัน 3 อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

เพื่อตรวจเยี่ยมความพร้อมการรับทหารใหม่ จำนวน 111 นาย ที่เข้ามาประจำการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 พร้อมเยี่ยมชมการสาธิตขั้นตอนการปฏิบัติในการรับทหารใหม่ โดยเน้นย้ำการปฏิบัติต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 อย่างเคร่งครัด ตลอดจนให้คำแนะนำในการปฏิบัติต่าง ๆ แก่หน่วยฝึก โดยจะมีการกักตัวทหารใหม่ จำนวน 14 วัน ก่อนเริ่มทำการฝึก  และการฝึกจะเป็นในลักษณะปิด (บับเบิ้ลเทรนนิ่งแอเรีย) มีทั้งการตรวจสอบ การคัดกรอง การกักตัวและมาตรการของการควบคุมในการพบปะ โดยจำกัดสถานที่ เพื่อลดการนำเชื้อเข้าสู่หน่วยฝึก และลดการกระจายเชื้อเข้าสู่หน่วยทหาร รวมถึงเพื่อควบคุมการติดเชื้อของหน่วยฝึก ในกรณีที่มีการแพร่ระบาด

โดยมีครูฝึกทหารใหม่ ผู้ช่วยผู้ฝึก ครูนายสิบ ให้การต้อนรับ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำผู้ฝึกทหารใหม่ ผู้ช่วยผู้ฝึก ครูนายสิบ และครูทหารใหม่ทุกนาย ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งการรับทหารใหม่เข้ามาในหน่วย ทุกคนมีหน้าที่ที่จะฝึกอบรม สอนทหารใหม่มีระเบียบวินัยเป็นทหารของชาติ ทั้งยังกำชับถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่มีความรุนแรงในปัจจุบัน ให้หน่วยฝึกปฏิบัติตามมาตรการป้องกันของกองทัพบก และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยให้หน่วยฝึกวางแผนการปฏิบัติตามระเบียบ ปฏิบัติประจำวัน ให้มีความเหมาะสม


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์ แสนกล้า 

กาฬสินธุ์ – บูรณาการท้องถิ่น ใส่ใจความสะอาดตามค่านิยม 11 ประการ

จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ แขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ แขวงทางหลวงชนบทกาฬสินธุ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาฬสินธุ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ และแขวงทางหลวงสกลนคร ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือรักษาความสะอาดของถนน เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสองข้างทางให้มีความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย สองคล้องกับค่านิยม 11 ประการ “ใส่ใจความสะอาด” ของผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมโสมพะมิตร ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ ชั้น 4 นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานบันทึกข้อตกลง ว่าด้วยความร่วมมือในการรักษาความสะอาดของถนน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระหว่างแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ แขวงทางหลวงชนบทกาฬสินธุ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.กาฬสินธุ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ และแขวงทางหลวงสกลนคร โดยมีนายเลิศบุศย์ กองทอง รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายปัญญา ปานแก้ว ท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ นางดวงตา พายุพล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ พ.จ.ต.สำเนียง  หวังเจริญ ผอ.กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จ.กาฬสินธุ์ 151 แห่ง ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงอย่างพร้อมเพรียง

นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่ตนได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติราชการด้วยค่านิยม 11 ประการ ประกอบด้วย

1.ความรู้คู่คุณธรรม

2.ปฏิบัติตามกฎหมาย

3.ใส่ใจความสะอาด

4.มีมารยาทแบบไทย

5.รักษาวินัยจราจร

6.ทรัพยากรต้องรักษา

7.รู้ค่าประชาธิปไตย

8.ครอบครัวปลอดภัย

9.ห่างไกลยาเสพติด

10.ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 

11.เคียงคู่จิตอาสา

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 9 เดือนที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ เอกชนและทุกภาคส่วน ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารราชการและพัฒนาด้านอื่นๆ เพื่อให้การพัฒนาเดินหน้า นำมาซึ่งความอยู่เย็นเป็นสุข และความอยู่ดีกินดีมาสู่พี่น้องประชาชนชาวกาฬสินธุ์

นายทรงพลกล่าวอีกว่าในส่วนของการลงนามบันทึกข้อตกลง ว่าด้วยความร่วมมือในการรักษาความสะอาดของถนนดังกล่าวนั้น เนื่องจากถนนทุกสาย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน บางสายอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ หรือแขวงทางหลวงชนบทกาฬสินธุ์ และอยู่ในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดกับถนน ดังนั้นเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดูแลถนนร่วมกัน ในรูปแบบของการบูรณาการ ทั้งงบประมาณ รวมถึงการการปรับปรุงภูมิทัศน์ และการรักษาความสะอาด

นายทรงพลกล่าวเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินโครงการถนนสะอาด เกิดการบูรณาการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยู ว่าด้วยความร่วมมือในการรักษาความสะอาดของถนน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระหว่างแขวงทางหลวงกาฬสินธุ์ แขวงทางหลวงชนบทกาฬสินธุ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.กาฬสินธุ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ และแขวงทางหลวงสกลนคร ทั้งนี้ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสองข้างทางให้มีความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย สอดคล้องกับค่านิยม 11 ประการ  ข้อที่ 3 “ใส่ใจความสะอาด” ของผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ดังกล่าว

ชลบุรี - ยังแบ่งปันกันต่อ...กองทัพเรือ ร่วม "ฝันเด่น" ดารานักแสดง กลุ่มใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน ตั้งโรงครัวทำอาหารแจกวันที่ 2 ให้ชาวสัตหีบที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

วันนี้ (1 ก.ค.64) ที่สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กองทัพเรือ ร่วม กลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน "ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน"

ยังคงตั้งครัวทำอาหารแจกข้าวกล่องให้แก่ประชาชนชาวสัตหีบผู้มีผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 2 โดย "ฝันเด่น" จรรยาธนากร ดารานักแสดงชื่อดัง นำทีมกลุ่มมอาสาสมัครภาคประชาชนในนาม "ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน" ร่วมทำอาหารกล่อง และฐานทัพเรือสัตหีบ ให้การสนับสนุนด้านสถานที่ในการประกอบอาหาร กำลังพลจิตอาสา และอำนวยการในการมอบข้าวกล่องให้กับประชาชน โดยได้ประสานกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อดำเนินการมอบ

โดยมี พลเรือโท อนุชาติ อินทรเสน ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ รับมอบข้าวกล่องจากกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน เพื่อดำเนินการนำไปแจกให้กับผู้แทนซึ่งเป็นผู้นำชุมชนของแต่ละหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้แก่ ชุมชนบางเสร่ที่วัดบางเสร่คงคาราม จำนวน 300 กล่อง ชุมชนบ้านอำเภอที่วัดอัมพาราม จำนวน 300 กล่อง ชุมชนชายโสดตลาดสัตหีบ จำนวน 200 กล่อง และชุมชนธรรมวิทยาตลาดสัตหีบ จำนวน 200 กล่อง


ภาพ/ข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

ผบช.สตม. แจ้งเตือน !! อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตำรวจ ตม.หลอกตรวจค้นและช่วยเหลือเรียกค่าดำเนินการ หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

1 กรกฎาคม 2564 ที่กองงานโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก สตม. เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน สืบเนื่องมาจากกรณีมีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กระทำการขอตรวจค้นจับกุม สถานประกอบการ โรงงาน เรียกรับเงินหรือทรัพย์สิน และหลอกหลวงว่าสามารถช่วยเหลือในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ โดยทางด้าน พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ได้กล่าวว่า กรณีที่มีผู้แอบอ้างดังกล่าว ขอให้ประชาชนโปรดอย่าหลงเชื่อเป็นอันขาด และผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มีความผิดทางกฎหมายอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ และได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการสืบสวน หาข่าวติดตามผู้ที่มีพฤติการณ์แอบอ้างหลอกลวงดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรเสื่อมเสีย และประชาชนได้รับความเดือดร้อน

พล.ต.ต.อาชยน กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ได้มีความห่วงใยและตระหนักถึงในกรณีที่มีการแอบอ้างดังกล่าว ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างว่าเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และกระทำการดังกล่าว หากพบเห็นผู้มีพฤติการณ์ หรือน่าสงสัยว่ามีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง สามารถตรวจสอบเบื้องต้นโดย ขอดูบัตรประจำตัว ข้าราชการ ซึ่งจะระบุ ยศ ชื่อ สกุล สังกัด ที่ชัดเจน หากยังไม่แน่ใจสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งสายด่วน 191 หรือสอบถามไปยังหน่วยงานในสังกัด ที่ได้แจ้งไว้ในบัตรประจำตัวข้าราชการ ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้โดยทันที ทั้งนี้เพื่อลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อในการถูกหลอกลวงและแอบอ้างต่อไปอีก

ทางด้าน พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1/รองโฆษก สตม. กล่าวว่า ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อในกรณีดังกล่าวอย่างเด็ดขาด และ ทาง สตม.พร้อมที่ดูแลสร้างความมั่นใจ อุ่นใจ และความปลอดภัย ไม่ให้มีการซ้ำเติมประชาชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากต้องการแจ้งเบาะแส หรือพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่ท่านอยู่ หรือที่เว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง www.immigration.go.th หรือโทรสายด่วน สตม. 1178 ได้ทันที


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top