Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

นครพนม - องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร พระราชทาน ถวายแด่ "พระราชมงคลวัชโรดม" พระเกจิเมืองนครพนม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร พระราชทาน ถวายแด่พระราชมงคลวัชโรดม พระเกจิอายุ 101 ปี

วันที่ 4 กรกฎาคม 2564  ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านโพนตูม หมู่ที่ 4 ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร พระราชทาน ถวายแด่พระราชมงคลวัชโรดม หรือ หลวงปู่แสง จันทวังโส อายุ 101 ปี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดนครพนม โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ ชัยธันยาภัทร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม พลตรี สามารถ จินตสมิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 พลตำรวจตรี ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และคณะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชุมชนท้องถิ่นร่วมประกอบพิธี

พระราชมงคลวัชโรดม (แสง จันทวังโส) เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัด เปี่ยมด้วยคุณธรรมและเมตตา เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีอายุ 101 ปี 80 พรรษา มีนามเดิมว่า นายแสงวงศ์ วงษ์ตาผา เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2463 แรม 6 ค่ำ เดือน 4 ปีมะแม ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 บิดาชื่อนายบุญจันทร์ มารดาชื่อนางสิงห์ เป็นชาวบ้านโพนตูม ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก

ท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ด้วยการบรรพชาเป็นสามเณรหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณให้กับคุณตาที่ล่วงลับ เมื่ออายุ 19 ปี ที่วัดศรีสำราญจิต บ้านดอนโทน หมู่ที่ 5 ตำบลก้านเหลือง มีพระครูนาครธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดศรีสำราญจิตเป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่อเสร็จพิธีอุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณแล้ว เจ้าอาวาสไม่ยอมให้ลาสิกขาและพาเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ตามจังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด จนถึงจังหวัดอุบลราชธานี และได้เข้าจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก้ง อำเภอเขมราฐเรื่อยมา

กระทั่งวันที่ 3 ตุลาคม 2482 ท่านอายุได้ 22 ปี จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีพระครูบริหารเกษมรัฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอุย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระดม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยหลังอุปสมบทได้มุ่งมั่นเล่าเรียนด้วยปฏิภาณไหวพริบที่ดีเลิศจนสำเร็จการศึกษาแผนกธรรม นักธรรมชั้นตรี–โท–เอก ตามลำดับ ทั้งยังได้เล่าเรียนอักขระเลขยันต์และวิทยาคมต่าง ๆ จนเชี่ยวชาญ

ท่านเป็นพระภิกษุผู้ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย คอยเทศนาธรรมโวหารโปรดญาติโยมและชาวบ้านในละแวกนั้น

หลายปีต่อมาจึงได้กลับบ้านเกิด มาจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านโพนตูม และด้วยเป็นพระที่มีความสมถะ ปฏิบัติดี มีความรู้ลึกซึ้งแตกฉาน ในช่วงที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ชุกชุม ได้นำสมุนไพรที่อยู่ในป่าลึกภูดงน้อย ตำบลก้านเหลือง มาช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้านจนหายป่วย จึงมีชาวบ้านและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก แวะเวียนมากราบไหว้และทำบุญไม่ขาดสาย

ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและดูแลการเจ็บป่วยของชาวบ้าน จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร นามพระครูอุดมรังสี และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย รวมทั้งเป็นเจ้าคณะตำบลก้านเหลือง

และในครั้งนี้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระราชมงคลวัชโรดม พุทธาคม ธรรมพิสิฐ มหาศณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี" พระราชาคณะชั้นราช มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 และพระครูใบฎีกา 1


ภาพ/ข่าว  สุเทพ หันจรัส ผสข.นครพนม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยการล่วงละเมิดทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังแพร่ระบาด ว่าในปัจจุบันที่ทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้ง่ายขึ้น นอกจากจะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลแล้ว ในทางกลับกันก็มีเหล่ามิจฉาชีพ ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการกระทำความผิด และเกิดขึ้นมากในแอพพลิเคชั่นหาคู่ ซึ่งเหยื่อมักจะเป็นเด็กและเยาวชน ที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยรูปแบบของการกระทำความผิดมักจะเป็นการสร้างโปรไฟล์ปลอมขึ้นมาให้เป็นบุคคลที่หน้าตาดี ฐานะดี และเข้ามาพูดคุยกับเหยื่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นจะล่อลวงโดยบอกว่าจะมอบเงินหรือสิ่งของให้  แลกกับการถ่ายภาพหรือวิดีโอเปลือย หรือในบางรายถึงขั้นล่อลวงไปมีเพศสัมพันธ์และแอบถ่ายไว้ จากนั้นก็จะนำภาพหรือวิดิโอมาข่มขู่ ให้เหยื่อส่งเงินมาให้หรือให้ส่งภาพมาเพิ่ม ไม่เช่นนั้นจะปล่อยลงสื่อสังคมออนไลน์ และเหล่ามิจฉาชีพก็จะนำภาพหรือวิดีโอดังกล่าวไปหาประโยชน์ เช่น การนำไปขายต่อ การสร้างกลุ่มให้คนเข้ามาดูโดยเก็บค่าเข้ากลุ่ม เป็นต้น

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท, ความผิดฐานทำ ผลิต มีไว้ หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กด้วยวิธีใดๆ มีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 30,000-200,000 บาท, ความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลใดๆ ที่มีลักษณะลามก มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(4) และความผิดฐานขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร  มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เห็นความสำคัญและตระหนักถึงพิษภัยของ การล่วงละเมิดทางเพศบนอินเตอร์เน็ต จึงมีนโยบายให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(บก.ปคม.), กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี(กก.ดส.), คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต(TICAC) ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี  พ.ศ.2558 รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เฝ้าระวัง สืบสวน ปราบปรามผู้กระทำความผิดและขยายผลไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนอย่างจริงจังต่อเนื่อง และต้องมีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม รวมถึงเร่งสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชนทราบถึงพิษภัยและรูปแบบการกระทำความผิด เพื่อเป็นการจำกัดความเสียหายและตัดโอกาสในการกระทำความผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันหลีกเลี่ยงโดย ผู้ปกครองต้องปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้กับบุตรหลาน คอยแนะนำและสังเกตพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์  อย่างใกล้ชิด อย่าพูดคุยกับคนแปลกหน้าและอย่าให้ข้อมูลส่วนตัว รวมถึงภาพส่วนตัวกับใครในสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599  ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ชลบุรี - คนไทยไม่ทิ้งกัน IWRM เร่งส่งมอบน้ำดื่มช่วยโรงพยาบาลสนาม ผู้ป่วยโควิด-19

บริษัท อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีสอร์ท แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) โดย คุณธนวัฒน์ สันตินรนนท์  กรรมการผู้จัดการ คุณวิเชษฐ์ เกตุแก้ว กลุ่มช่วยกัน  ร่วมสนับสนุนน้ำดื่ม CHON WATER จำนวน 2,400 ขวด ให้แก่ โรงพยาบาลสนามค่ายพระมหาเจษฏาราชเจ้า กองพลนาวิกโยธิน  และโรงพยาบาลสนาม ศูนย์ฝึกทหารใหม่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ (เกล็ดแก้ว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

โดยมี นายแพทย์ สิทธิลักษณ์ วงษ์วันทนีย์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามผู้ป่วยโควิด-19 คุณเสาวณีย์  อุ่ยตระกูล ผู้จัดการโรงพยาบาลสนามและ ทีมแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลระยอง ร่วมรับมอบน้ำดื่ม เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยที่มาพักรักษาตัวจากโรคโควิด-19 ณ โรงพยาบาลสนามพลเรือน ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  เมื่อ 3 ก.ค.64 ที่ผ่านมา

ซึ่ง ทางโรงพยาบาลสนาม ฝากประชาสัมพันธ์  หากผู้ใดอยากจะบริจาคสิ่งของหรือน้ำดื่มสามารถมาบริจาคได้เลย แต่ถ้าหากถ้าเป็นอาหารประเภทข้าวกล่อง ให้แจ้งกับทาง รพ.สนามล่วงหน้าก่อน ซึ่งทางรพ.สนามจะได้มีการบริหารจัดการ ในเรื่องของปริมาณ อาหาร เพราะทางรพฯมีอาหารให้กับผู้ป่วย ทุกมื้อ  ฝากประชาสัมพันธ์ มาณ ที่นี้ 

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

ยะลา - ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจตามแนวชายแดน เน้นย้ำให้บูรณาการกับหน่วยกำลังในพื้นที่เพิ่มความเข้มแนวชายแดน ป้องกันลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย 

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.64 ที่สำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม มอบนโยบายการปฏิบัติราชการและให้โอวาทกำลังพล ขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่และใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรนา พร้อมมอบสิ่งของและชุดอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 เพื่อบำรุงขวัญเป็นกำลังใจ แก่ข้าราชการตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อำเภอเบตง โดยมี พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง พ.ต.ท.สมเจตน์ หนูชัยแก้ว สว.ตม.เบตง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธรเบตง ตชด.445 นปพ.ยะลา32 ให้การต้อนรับ

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจดูที่บริเวณด่านพรมแดนเบตง พร้อมรับฟังปัญหาต่างๆในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยในพื้นที่อำเภอเบตง ทั้ง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธร ตชด. นปพ. รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ให้บูรณาการ ทั้งด้านการข่าว และในการปฏิบัติงานตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวตามช่องทางธรรมชาติให้มากขึ้น เพราะแรงงานเหล่านี้อาจจะนำเชื้อไวรัสโควิด19 มาแพร่ในประเทศมากขึ้น จึงได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้ม ให้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ยังขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นหรือทราบเบาะแส การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้รีบเข้าควบคุมตัวและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วน

ลำพูน - ร่วมส่งและให้กำลังใจ "นักรบชุดขาว" จังหวัดลำพูน ชุดที่ 4  เพื่อเดินทางไปร่วมปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี

วันนี้( 4 ก.ค. 64 ) ที่บริเวณสนามหน้าเสาธง โรงพยาบาลลำพูน เลขที่ 177 ถนนจามเทวี ตำบลต้นธง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน  เป็นประธานในพิธีส่งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข (นักรบชุดขาว) ชุดที่ 4  เพื่อไปปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยจะปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 5 ถึง 18 กรกฎาคม 2564  ณ โรงพยาบาลสนามสนามบุษราคัม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี  โดยมีนางปนัดดา เนาวรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน , บุคลากรทางการแพทย์ , เจ้าหน้าที่ฯ และประชาชน ร่วมให้กำลังใจส่งทีมนักรบชุดขาวหรือทีมบุคลากรทางการแพทย์ของจังหวัดลำพูนในครั้งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน, นายแพทย์สาธารณสุข, หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด, ผู้บริหารบุคลากรทางการแพทย์ ยังได้มอบกระเป๋าสัมภาระให้แก่คณะบุคลากรการแพทย์ (นักรบชุดขาว ชุดที่ 4) และพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลำพูน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมมอบดอกไม้ และของใช้ที่จำเป็น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คณะฯอีกด้วย    

 สำหรับผู้ที่เดินทางไปยังโรงพยาบาลสนามบุษราคัมฯ ประกอบด้วย 
1. นายแพทย์วรวุฒิ วรวุฒิวิทยา นายแพทย์ชำนาญการ (หัวหน้าทีม) โรงพยาบาลลำพูน 
2. แพทย์หญิงกิ่งกาญจน์ ชมพูกลาง นายแพทย์ปฏิบัติการ โรงพยาบาลลำพูน
 3. นางสายสวาท พัฒนการุณย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลลำพูน    
4. นางสาวปิยาภนณ์ ปินตาศรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลลำพูน   
5. นางสาวจุฑามาศ คำพฤกษ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลลำพูน 
6. นางสาวอังศนันท์ คุณจินระรุ่งเรือง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลลำพูน  
7. นางสาวสุปรียา ปัญญาวงค์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลลำพูน
8. นางสาวณัฐพร วงค์อานา เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลลี้ 
9. นางการเกต รังรองธานินทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลแม่ทา   
10.นางสาวเกวลิน ปัญโญนันท์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) บ้านห้วยหละ  
11.นางสาวรจนา พวงรัตน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ป่าเลา  
12.นางจินตนา เรืองอินทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ตะเคียนปม    
13.นางสาวบุษยา ธิฉลาดสืบ พยาบาลวิชาชีพปฏิติการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) บ้านห้วยอ้อ

กรรณิการ์  วิจิตรสกลการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำพูน

ม.ร.ว.วรปภาฯ บำเพ็ญกุศลและตรวจเยี่ยม ‘โครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังวัดเกาะเกรียง’

หม่อมราชวงศ์วรปภา จักรพันธุ์ เดินทางมาบำเพ็ญกุศลและตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังวัดเกาะเกรียง ระยะที่ 2 ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการป้องกัน และการดูแลควบคุมในสถานะการณ์โควิด -19 อย่างเคร่งครัด

โดยมี นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พล.ต.วัชชรินทร์ สุวรรณรินทร์ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดปทุมธานี นายพงษ์เทพ รุ่งเรือง พัฒนาการจังหวัดปทุมธานี นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี คณะทำงานโครงการโคก หนอง นา ประกอบด้วย นายธนบดี ศรีเมือง นายจักรฤกษณ์ ทองสิริประภา นางสาวจันทร์ทิพย์ พร้อมจิตร ดร.จิดาภา แต่สกุล นายกสมาคมสตรีไทยสากล ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทั่วไปร่วมต้อนรับ ณ วัดเกาะเกรียง ตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมา

หม่อมราชวงศ์วรปภา จักรพันธุ์ ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณภายในวัดเกาะเกรียง และสนทนาธรรมกับพระมหาบัญญัติ สุจิตฺโต ดร.เจ้าอาวาสวัดเกาะเกรียง ณ อุโบสถวัดเกาะเกรียง จากนั้นเดินทางมายังอาคารเฉลิมพระเกียรติเพื่อรับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง วัดเกาะเกรียง และมอบของที่ระลึกให้แก่ผู้สนับสนุนโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังวัดเกาะเกรียง และได้กล่าวชื่นชมให้กำลังใจคณะทำงานที่ได้ดำเนินโครงการมาด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ

ต่อจากนั้น หม่อมราชวงศ์วรปภา จักรพันธุ์ ได้ร่วมปลูกต้นรวงผึ้งต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 ในพื้นที่ดำเนินโครงการพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังวัดเกาะเกรียง เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อเป็นตัวแทนแห่งพระองค์และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ราษฎร

โดยมี ดร.จิดาภา แต่สกุล นายกสมาคมสตรีไทยสากล พร้อมคณะที่ปรึกษา พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย พล.ต.วัชชรินทร์ สุวรรณรินทร์ ศ.พิเศษ ดร.เพียงฤทัย วรดิถี คณะกรรมการสมาคมฯ อาทิ ดร.ซัน ณรามิล คุ้มรักษ์ ดร.ศุภชัย อนุที นางปัทมพร กล่อมจิตร์ นางศศิรินทร์ บุญล้อมทรัพย์ คุณรัชฏาภรณ์ วิเศษ นางจุฑารัตน์ พัฒนาทร เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นางบุญเยี่ยม บุญเลิศ บริษัท ไท้หลิง ดีเวลล็อบเมนท์ กรุ๊ป จำกัด ข้าราชการ ทหาร ประชาชน ร่วมปลูกต้นรวงผึ้งในพื้นที่โครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวังวัดเกาะเกรียง


ภาพ/ข่าว  เจนกิจ นัดไธสง  รายงาน

กองบัญชาการตำรวจนครบาลรายงานผลการจับกุม “191 รวบชาวต่างชาติค้ายาอีรายใหญ่ย่านบางขุนเทียน”

ตามนโยบายของรัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ของภาครัฐปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายเนื่องจากการแพร่ระบาดของยาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและอาชญากรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันได้สร้างผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งรัดติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. เป็นผู้ควบคุมสั่งการ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล  โดย พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี, พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์, พ.ต.อ.วรวิทย์ ญาณจินดา, พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.ท.อัครพล โทยะ, พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์, พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร, พ.ต.ท.สุทธิเดช โอฬาริ รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.ท.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง สว.งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ.

ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติดังนี้ ร่วมกันจับกุมMr.Paschal Nwaeny  อายุ 38 ปี สัญชาติไนจีเรียสถานที่จับกุม บริเวณหน้าอาคาร 39 หมู่บ้านเอื้ออาทร 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียนกรุงเทพมหานคร ต่อเนื่อง ห้องเลขที่ 11 ชั้น 2 อาคาร 39 หมู่บ้านเอื้ออาทร 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

พร้อมด้วยของกลาง

1. ยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาอี) จำนวนประมาณ 7,140 เม็ด

2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง

3. รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส ทีเทา ทะเบียน 7กถ - 625  กทม.

โดยแจ้งข้อกล่าวหา

“มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” พฤติการณ์การจับกุมก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. ชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดชาวต่างชาติรายใหญ่ ในพื้นที่บริเวณบางขุนเทียน ใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ทะเบียน 7กถ - 625  กรุงเทพมหานคร ในการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้า โดยเครือข่ายกลุ่มนี้ จะเช่าบ้านในหมู่บ้านเอื้ออาทร 2  แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ในการเก็บซุกซ่อนยาเสพติด

เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่าเครือข่ายกลุ่มนี้ใด้เช่าห้องเลขที่ 11 ชั้น 2 อาคาร 39 หมู่บ้านเอื้ออาทร 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติด จึงได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้ทำการสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการลักลอบค้ายาเสพติด และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพร้อมคณะฯ เข้าพบ ผบ.ตร. เพื่อแนะนำตัว และหารือแนวทางในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 2 ก.ค. 2564  เวลา 10.00 น. ณ ห้องพรหมนอก ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้การต้อนรับนางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมคณะ ซึ่งเป็นคณะกรรมการฯชุดใหม่ ที่เข้าพบเพื่อแนะนำตัว และร่วมหารือข้อราชการต่าง ๆ

ที่สืบเนื่องจากกรณีที่มีการร้องเรียนในการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชนคณะกรรมการฯ ได้กล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันบูรณาการความร่วมมือกัน ซึ่งการเข้าหารือในครั้งนี้เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในสังคมที่เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยคณะกรรมการฯ เป็นผู้ประสานงานในเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องของการชุมนุมและการแสดงออกทางสังคมการเมือง และรู้สึกเห็นใจตำรวจที่เป็นผู้รักษากฎหมายในการดูแลความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางความเห็นต่างและความขัดแย้ง ที่อาจมีการกระทบกระทั่งกันในบางครั้ง ซึ่งก็อยากให้ทุกฝ่าย อยู่ภายใต้กฎหมายและปฏิบัติตามหลักสากลภายหลังการหารือร่วมกัน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวขอบคุณประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะ ที่ให้เกียรติสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเข้าพบครั้งนี้ ซึ่งได้แนวทางในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนร่วมกันเป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ของประชาชนตามสิทธิแห่งรัฐธรรมนูญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยินดีให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการฯ และพร้อมสนับสนุนการทำงานเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อไป

ชลบุรี - ประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรีและหัวหน้าส่วนราชการ ประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2564

วันที่ 2 ก.ค. 64 ที่ห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี และหัวหน้าส่วนราชการ ประกอบพิธีถวายสักการะ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2564 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

โดยกิจกรรมภายในงาน ประธานในพิธี เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ พร้อมกล่าวถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติฯ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และเยี่ยมชมนิทรรศการ อันเป็นการเสร็จสิ้นพิธี

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นเจ้าฟ้าที่ประชาชนชาวไทยรัก เทิดทูน และศรัทธา พระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ ผู้มีผลงานดีเด่นของโลก ในสาขาสารเคมีก่อมะเร็ง และพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม ทรงตั้งกองทุนจุฬาภรณ์ มูลนิธิจุฬาภรณ์ขึ้น เพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุข รวมถึงนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรที่มีคุณภาพจึงเป็นที่มาในการก่อตั้ง "ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์" โดยมีพระประสงค์ให้เป็นสถาบันวิจัยวิชาการชั้นสูงและจัดการศึกษาทางวิชาการ วิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม การแพทย์และการสาธารณสุข

อีกทั้งยังทรงตระหนักถึงปัญหาผู้ป่วยยากไร้ และปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ จึงทรงดำริให้ก่อตั้ง "ศูนย์การแพทย์ภัทร มหาราชานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์" ขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน ผู้มีรายได้น้อย เข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างครบวงจร

รวมทั้งเป็นโรงเรียนผลิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ นอกเหนือจากนี้ พระองค์ทรงก่อตั้งมูลนิธิ หน่วยงานและโครงการในพระอุปถัมภ์ โครงการบำเพ็ญพระกุศล และด้วยพระราชกรณียกิจอันทรงคุณประโยชน์ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและพสกนิกรเป็นอเนกประการ  รวมทั้งเข้าถึงการให้บริการด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง

โดยเฉพาะวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ทรงมีความห่วงใย และได้พระราชทานความช่วยเหลือต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น เครื่องช่วยหายใจ ยาและเวชภัณฑ์ ตลอดจน เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุขไทย และบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ตลอดจนเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย เสมอมา


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล  ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี

ชลบุรี - ทัพเรือภาคที่ 1 จัดพิธีส่งหมู่เรือ ไปปฏิบัติราชการหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน

พลเรือโท โกวิท อินทร์พรหม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 มอบหมายให้ นาวาเอก เกียรติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการ ทัพเรือภาคที่ 1/ผู้บังคับหมวดเรือตระเวนขายแดน เป็นประธานในพิธีส่งหมู่เรือไปปฏิบัติราชการในหมวดเรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 ณ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.64 เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล บริเวณพื้นที่ชายแดนทางทะเลไทย - กัมพูชา ประกอบด้วย เรือหลวงตากใบ , เรือ ต.113 , เรือ ต.237 และ เรือ ต.272 พร้อมให้โอวาทและมอบกระเช้า เพื่อให้กำลังพลมีขวัญและกำลังใจที่ดี ในการเดินทางไปปฏิบัติราชการชายแดนในครั้งนี้

นาวาเอก เกียรติกูล สุวรรณ กล่าวว่า การส่งหมู่เรือเข้าปฏิบัติราชการ หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการปฏิบัติการทางเรือ บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบบริเวณ จว.จันทบุรี และ จว.ตราด รวมถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาการกระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ หน้าที่สำคัญที่จะต้องยึดมั่น คือการบรรลุภารกิจให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะต้องเสริมสร้างความร่วมมือกับมวลชนในทะเล เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ และเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์ และความบริสุทธิ์ยุติธรรม

สำหรับความสำคัญของการจัดพิธีส่งหมู่เรือฯ ก็คือ การบำรุงขวัญและกำลังใจของเหล่าทหารหาญผู้กล้า ที่กำลังจะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการปะทะ อีกทั้งยังเป็นการอวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ รวมถึงสามารถปฏิบัติภารกิจที่กองทัพเรือมอบหมาย ได้สำเร็จลุล่วงต่อไป


ภาพ/ข่าว  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top