Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

พิจิตร - นราพัฒน์ผู้ช่วย รมต.เกษตรลงพื้นที่เร่งชลประทาน ก่อสร้าง ปตร.ในแม่น้ำยม

สภาพแม่น้ำยมยังคงวิกฤตแห้งขอดแต่เป็นโอกาสของงานก่อสร้างของกรมชลประทานที่กำลังดำเนินการสร้างประตูระบายน้ำทั้ง4 แห่งในเขตพื้นที่พิษณุโลก-พิจิตร ล่าสุด นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วย รมต.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของการก่อสร้างที่คืบหน้าไปแล้ว 50-60% คาดปลายปี 66 หรือต้นปี 67 สร้างเสร็จแน่ นาข้าวกว่า 3 แสนไร่ ได้ประโยชน์เต็ม ๆ แน่นอน

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ความคืบหน้าของสถานการณ์แม่น้ำยมในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก-พิจิตร สภาพของแม่น้ำยมยังคงวิกฤตแห้งขอด แต่ในวิกฤตก็ยังเป็นโอกาสให้กรมชลประทานเร่งมือในการก่อสร้างประตูระบายน้ำในแม่น้ำยมเพื่ออนาคตของเกษตรกร ล่าสุด นายนราพัฒน์  แก้วทอง ผู้ช่วย รมต.เกษตรและสหกรณ์  ได้ลงพื้นที่เพื่อเร่งรัดการดำเนินการก่อสร้างของกรมชลประทาน โดยมี นายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 3 และ นายเสกโสม  เสริมศรี ผู้อำนวยการก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 3 พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับโดยจุดแรกไปดูโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่านางงาม ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 10 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 460 ล้านบาท พื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 5 หมื่นไร่เศษ จุดที่ 2 ไปดูโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำท่าแห ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 350 ล้านบาท พื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 8 หมื่นไร่เศษ จากนั้นจุดที่ 3 ไปดูโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำวังจิกซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 231 ล้านบาทเศษ พื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 37,397 ไร่ รวมถึงไปดูประตูระบายน้ำสามง่าม ซึ่งเป็นฝายไฮดรอลิกพับได้ ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์และใช้งานได้แล้ว

โดย นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรมต.เกษตรและสหกรณ์  ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ต้องยอมรับว่าเกิดฝนทิ้งช่วงน้ำเหนือเขื่อนมีน้อยยังไม่สามารถส่งน้ำให้เกษตรกรได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแต่ก็ได้ประสานให้กรมฝนหลวงบินขึ้นทำฝนเทียมเหนือเขื่อนในทุกวันแล้ว ส่วนการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะไปติดตามเร่งรัดการสร้าง ปตร.ทั้งหมด 7 แห่ง ในเขต พิษณุโลก  พิจิตร นครสวรรค์  ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างรุดหน้าไปแล้ว 50-60% ซึ่งคาดว่าปลายปี 66/67 ทั้งหมดจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่นาข้าวกว่า 3 แสนไร่ ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ อีกด้วย


ภาพ/ข่าว  สิทธิพจน์  พิจิตร

ชลบุรี - เปิดประชุมสภาเมืองพัทยา เตรียมจัดระเบียบครั้งใหญ่ธุรกิจเรือท่องเที่ยวพัทยา กว่า 1,600 ลำ

วันที่ 28 มิ.ย.64 เมืองพัทยา ได้จัดประชุมสภาเมืองพัทยา สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1 พ.ศ.2564 ที่ห้องประชุมตากสิน ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร สมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้ยื่นกระทู้ข้อมูลการแก้ไขปัญหาและการใช้ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา (แหลมบาลีฮาย) ของผู้ประกอบการสปีดโบ้ท หลังจากมีการร้องเรียนถึงการบริการที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เพราะไม่มีราคากลางในการควบคุมการจำหน่ายตั๋ว ให้บริการเดินเรือข้ามฟาก

ทั้งนี้ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า ปัญหาเรื่องดังกล่าวมีมานานแล้ว และเมืองพัทยาก็ได้มีการจัดระเบียบมาโดยตลอด จนมาเข้าสู่ภาวะการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง กลุ่มผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว จึงหาวิธีเอาตัวรอดเพื่อต่อชีวิตธุรกิจ จนอาจทำให้เกิดผลกระทบในเรื่องมาตรฐานค่าบริการตามมา

ที่ผ่านมาเมืองพัทยา ทางนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่เพื่อดูข้อมูลการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมในเรื่องของการจัดระเบียบอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่มีพบว่า น่านน้ำอ่าวพัทยา มีกลุ่มธุรกิจเรือท่องเที่ยวให้บริการอยู่มากกว่า 1,600 ลำ นอกจากนี้การได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลยังพบจุดจำหน่ายตั๋วมีเป็นจำนวนมาก ทำให้เห็นภาพรวมในการประกอบการว่า มีความเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยอย่างไร

นายสนธยา คุณปลื้ม ยังได้ขอให้ผู้ประกอยการเรือทั้งหมดอยู่ในระเบียบ และรอความเป็นรูปธรรมของการสั่งการและการประกาศของเมืองพัทยา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งลดความขัดแย้งด้วยการอยู่อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ เมืองพัทยา จะได้เตรียมแผนในการวางระเบียบเรื่องนี้ครั้งใหญ่ โดยเรือทั้งหมดจะต้องขึ้นทะเบียนตามประกาศของเมืองพัทยา เพื่ออัพเดทล่าสุด

และจะได้จัดทำจุดจำหน่ายตั๋วเดินเรือ ที่มีการกำหนดราคาที่ชัดเจนมากขึ้น โดยในขณะนี้ตามที่มีผู้ประกอบการตั้งจุดจำหน่ายตั๋วอยู่บริเวณต่าง ๆ เป็นจำนวนมากนั้น เมืองพัทยา ได้อนุโลมให้ทำมาหากินไปก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งจัดระเบียบอย่างเป็นทางการ อีกครั้ง

ตราด - พบคลัสเตอร์ใหม่ ในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ เป็นคนขนส่งผลไม้ไปประเทศกัมพูชา ผลตรวจติดเชื้อ 6 รายแล้ว เจ้าหน้าที่ระดมฆ่าเชื้อ ตรวจโควิดกลุ่มเสี่ยงสูง

นายชูเกียรติ แซ่เอี้ย สาธารณสุขอำเภอคลองใหญ่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบต.คลองใหญ่ เจ้าหน้าที่ อสม.อ.คลองใหญ่ ลงพื้นที่ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโควิด-19 ตามสถานที่สาธารณะ ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร และพื้นที่สุ่มเสี่ยงในชุมชนบริเวณ ม.8 บ้านคลองจาก ต.คลองใหญ่ อ.คลองใหญ่ หลังจากตรวจพบผู้ติดเชื้อที่บ้านคลองจาก ม.8 ต.คลองใหญ่ จำนวน 5 ราย อยู่ในครอบครัวเดียวกัน เมื่อวันที่ผ่านมา ขณะนี้นำตัวส่งรักษาที่ รพ.คลองใหญ่แล้ว ส่วนในวันนี้ผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์นี้รวม 6 รายด้วยกัน

โดยวันนี้เป็นการระดมเจ้าหน้าที่ออกฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในสถานที่ต่าง ๆ ที่ผู้ป่วยไปสัมผัสมา ทั้งปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร ร้านค้า และบ้านเพื่อน เพื่อป้องกันเชื้อแพร่ระบาดไปสู่ชุมชน อาจทำให้เพิ่มยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก ขณะเดียวกันสาธารณสุขอำเภอคลองใหญ่ ยังนำกลุ่มผู้ขับรถขนส่งผลไม้ไปประเทศกัมพูชา พร้อมครอบครัว จำนวน 125 คน มาทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ตึกแรงงานโรงพยาบาลคลองใหญ่ โดยจะต้องรอผลการตรวจในวันพรุ่งนี้ต่อไป

ทั้งนี้เนื่องจากผู้ติดเชื้อทั้ง 5 คนในชุมชนบ้านคลองจาก สองสามีภรรยาขับรถส่งผลไม้เข้าไปในกัมพูชา และเจ้าหน้าที่กัมพูชาตรวจพบว่าติดเชื้อ ทั้ง ๆ ฝั่งไทยก็มีการตรวจตรงด่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก แต่ไม่พบเชื้อ เจ้าหน้าที่กัมพูชาจึงส่งตัวกลับมาฝั่งไทย

นอกจากนี้ยังมีคนขับรถขนผลไม้ไปกัมพูชา ติดเชื้ออีก 1 รายเป็นชาวตำบลเนินทราย อ.เมือง จ.ตราด  รอส่งตัวกลับมาอำเภอเมืองตราด วันนี้สาธารณสุขอำเภอคลองใหญ่ และ อบต.คลองใหญ่ จึงเร่งทำความสะอาดและตรวจหาเชื้อจากกลุ่มเสี่ยงสูงและประชาชนที่ไกล้ชิดดังกล่าวต่อไป


ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี ผู้สื่อข่าว จ.ตราด

นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สตูล ตชด.436 จับรถกระบะรั้วที่ใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร ซุกยาบ้า 60,000 เม็ด

วันนี้ 28 มิถุนายน 2564 ที่กองร้อย ตชด.436 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ ศรีราชยา ผบ.ร้อย ตชด.436 มอบหมายให้ ร.ต.อ.พรเทพ หมื่นแกล้ว,ร.ต.อ.ปริวรรต หมาดราและเจ้าหน้าที่ตชด.436 สกัดรถยนต์ต้องสงสัยขาวิ่งเข้าตัวเมืองสตูลโดยร่วมกับชุดสืบตำรวจภูธรจังหวัดสตูล,ตำรวจน้ำสตูล,หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 หมวดปืนเล็กที่ 3 ร้อยร. 5021

หลังจากได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีรถกระบะต้องสงสัยไม่ทราบยี่ห้อและแผ่นป้ายทะเบียนลักษณะเป็นรถรั้วที่ใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตร คาดว่าน่าจะนำยาเสพติดยาบ้ามาส่งให้กับกลุ่มผู้ค้าในจังหวัดสตูล โดยอำพรางมากับตะกร้าผลไม้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตั้งด่านตรวจ-จุดสกัดทุ่งนุ้ยต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.30 น. ได้มีรถกระบะสีขาวยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ค แผ่นป้ายทะเบียน 1 ฒณ 3099 กทม. ลักษณะมีรั้วและตะกร้าผลไม้ตรงตามที่สายข่าวแจ้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ส่งสัญญาณให้รถกระบะคันกระบะคันดังกล่าวหยุดรถโดยมีชายจำนวน 1 คนเป็นคนขับ เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงอาการมีพิรุธ หน้าซีด ตัวสั่น จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งได้แสดงบัตรเจ้าพนักงานปปส.ของ ร.ต.อ.พรเทพ หมื่นแกล้ว รอง ผบ.ร้อย ตชด.436

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมควบคุมตัวไว้สอบถามชื่อ นายต่าย ทวีสุข ทราบชื่อสกุลจริงภายหลัง สัญชาติลาว จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เชิญตัวนายต่ายลงมาจากรถกระบะคันดังกล่าว เพื่อทำการตรวจค้นเบื้องต้นก่อนทำการตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เชิญตัวนายต่ายมายังกองร้อยตชด 436 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล เพื่อนำมาตรวจค้นอย่างละเอียด พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าจำนวน 66 ก้อน แต่ละก้อนพันด้วยเทปกาวสีเหลืองทับตรา 999 (ห้าดาว) ภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 5 มัดประทับตรา 999 (ห้าดาว) ห่อด้วยกระดาษสีขาวรวมทั้งหมดจำนวน 30 มัด แต่ละมัดบรรจุยาจำนวน 2,000 เม็ด (รวมยาทั้งหมด 60,000 เม็ด) โดยบรรจุในกระสอบลายสีรุ้งห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำจำนวน 1 ใบ ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ตะกร้าผลไม้สีดำซึ่งวางปะปนกับตะกร้าผลไม้เปล่าบริเวณหลังรถกระบะ ซึ่งนายต่ายเป็นผู้ขับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง สอบถามนายต่ายให้การยอมรับว่าของกลางยาบ้าดังกล่าวเป็นของตนเองจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในที่เกิดเหตุว่ากระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสตูล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว  นิตยา แสงมณี ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

สุรินทร์ – สองสามีภรรยาเมืองช้าง ผลิกชีวิตปลูกต้นอินทผลัม 3 ไร่ ยอดขายวันเดียวทะลุเกือบ 3 หมื่นบาท

อําเภอโนนนารายณ์ สองสามีภรรยาลาออกจากบริษัทใน กทม.นําเงินที่เก็บหอมลอมริบหันมาปลูกต้นอินทผลัมในไร่เนื้อที่ 3 ไร่ ใช้เวลาปลูกดูแลรักษาเพียง 3 ปี สามารถเก็บผลผลิตสู่ท้องตลาด เพียงเปิดไร่ให้ลูกค้ามาแวะมาชมมาซื้อเพียงวันเดียวมีลูกค้าในอําเภอ และอําเภอข้างเคียงแห่จองขายวันเดียวยอดขายทะลุเกือบ 3 หมื่นบาท

วันที่ 28 มิถุนายน 64 ช่วงเช้านี้ ผู้สื่อข่าวลงไปที่บ้านเลขที่ 69/1 หมู่ 2 บ้านระเวียง ต.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ โดยมีนายธนกฤต ไสว อายุ 48 ปีและนางชัทราณี สุขประสงค์ อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา ได้ทําสวนอินทผลัม ในเนื้อที่ 3 ไร่ ใช้เวลาปลูกเพียง 3 ปี ก็เก็บผลผลิตส่งขายลูกค้าสั่งจองวันเดียวยอดขายทะลุเกือบ 3 หมื่นบาท

นายธนกฤต ไสว อายุ 48 ปี เจ้าของสวนเล่าว่า ตนและภรรยาเคยทํางานบริษัทในแถว กทม.ก่อนจะลาออกจากงานได้เงินมาก้อนหนึ่ง พาภรรยากลับมาอยู่บ้านแล้วหันมาทําไร่ที่พ่อแม่แบ่งมรดกให้ทํากิน 3 ไร่ โดยครั้งแรกตนและภรรยาปลูกมันสําประหลังแต่ราคามันตกตํ่าขายไม่ได้กําไรและต้นทุน จึงหันมาปลูกต้นทุเรียนแต่ก็ไม่ประสบความสําเร็จ เพราะต้นทุเรียนตายหมด

จากนั้นตนไม่หมดความพยายามได้ศึกษาพืชเศรษกิจตัวใหม่ในเน็ต จึงมีแรงจูงใจอีกครั้งพบว่าอินทผลัมคือพืชเศรษกิจตัวใหม่เหมาะสําหรับพื้นที่และอากาศบ้านเราจึงได้เดินทางไปขอดูงานที่สวนอินทผลัมในเขตอําเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา จนชื่นชอบและก็ได้สั่งซื้อเนื้อเยื้อพันธุ์บาฮีและพันธุ์อัมเดนดาฮาน มาปลูกจํานวน 150 ต้นในเนื้อที่ 3 ไร่ โดยใช้ระยะเวลาปลูกและดูแลรักษาเพียง 3 ปี ก็สามารถเก็บผลผลิตชุดแรกได้ผลโตรสชาติหวานติดลิ้น กรอบอร่อย เปิดขายในราคาลูกอินทผลัมพันธุ์บาฮี ขายกิโลละ 400 บาท

ลูกอินทผลัมพันธุ์อัมเดนดาฮาน ขายกิโลละ 600 บาท  ชึ่งทางตนได้เปิดไร่สวนอาชาผาลัมขายวันอาทิตย์ 27 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา วันเดียวมีลูกค้ามาสั่งจองและแวะมาเที่ยวชมมาซื้อที่สวนจนคึกคักตลอดทั้งวัน จนมียอดขายวันเดียวทะลุเกือบ 3หมื่นบาทเลยทีเดียว และหากท่านใดสนใจสั่งซื้อหรือจะมาดูงานชมสวนติดต่อมาได้ที่ เบอร์ 092-692-6259 (ขาว) ยินดีต้อนรับ


ภาพ/ข่าว  บุญเรือง เกสรจันทร์

วันต่อด้านยาเสพติดโลก ชุดปฏิบัติการพิเศษอำเภอเมืองชุมพรจังหวัดชุมพร จับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า 34,000 เม็ด

วันที่ 28 มิถุนายน 2564 เวลา 10.30 น. ของที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอ เมือง จ.ชุมพร นายนักรบ ณ ถลางได้ร่วมนายอภิญญา คนดี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานยริหารปกครอง (ปลัดอวุโส) นายธีระวุฒิ นุชนงค์ ปลัดอำเภอเมืองชุมพร ฝ่ายความมั่นคง เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นายลิขิต กิจปกรณ์สันติ ปลัดอำเภอเมืองชุมพร เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นายกิตติศักดิ์ จีนไทย พร้อมเจ้าหน้าที่สมาชิก อส.อ.เมืองชุมพรที่ 2 ได้ดำเนินการปราบปรามจับกุม ผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชุมพร

สืบเนื่องจากการจับกุม นายนราชัย หรือเก่ง พลดี พร้อมของกลางยาไอซ์ 3.03 กรัม ยาบ้า 3 เม็ด เหตุเกิดที่ห้องเช่าบ้านยังอยู่ ห้องที่ 5 หมู่ที่ 1 ตำบลนาชะอัง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 64 เวลาประมาณ 03.45 น. โดยบุคคลดังกล่าวได้ขยายผลได้จับกุม ผู้ค้ารายสำคัญ จับกุมนายจิรวัฒน์ หรือเป็ด แซ่ตัน เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 64 เวลา 02.50 น. อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ที่ 3 ตำบลดอนชะเอม อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี และว่าที่ ร.ต.หญิงเขมพร หรือกุ๊ก พรานเจริญ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองตากยา อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 60,000 เม็ด จับกุมที่สายท่าแซะ-ปะทิว นำมาตรวจที่กองร้อย อส.อ.เมืองชุมพรที่ 2

จับกุมนายองอาจ หรือยอด แดงแก้ว วันที่ 26 มิ.ย.64 เวลา 06.30 น. อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81/2 หมู่ที่ 8 ตำบลท่าหิน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร และนายภูริภัทร หรือเนส แดงแก้ว อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 8 ตำบลท่าหิน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 14,000 เม็ด เหตุเกิดบริเวณสวนยางพาราใกล้บ้านเลขที่ 93/5 หมู่ที่ 8 ตำบลท่าหิน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร

ศรชล.จว.ชุมพร บูรณาการหน่วยงาน ตรวจจับผู้ลักลอบทำประมงผิดกฏหมาย

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.64 เวลา 11.00-18.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผวจ./ผอ.ศรชล.จังหวัดชุมพร มอบหมายให้ น.อ.กิตติ พงษ์ พุ่มสร้าง รองผอ.ศรชล.จังหวัดชุมพร และ ศปท.จว.ชพ. บูรณาการร่วมกับ นายพงศ์รันย์ รัตนพรหม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลจังหวัดชุมพร จัดกิจกรรมควบคุม เฝ้าระวังการทำการประมงพื้นที่ทะเลชายฝั่ง โดยมี นายนุรัตน์ ขาวสะอาด เจ้าพนักงานเดินเรือปฏิบัติงาน เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติงาน พร้อมเจ้าหน้าที่ รวม 4 นาย นำเรือตรวจประมง 324 ออกตรวจพื้นที่ตามภารกิจ ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่มีอาชีพเลี้ยงหอย บริเวณชายทะเล อ่าวทุ่งมะขาม อ่าวทุ่งคา และอ่าวสวี ว่ามีการลักลอบนำเครื่องทำการประมงผิดกฎหมายมาใช้ในบริเวณดังกล่าว

ในการนี้ได้ตรวจพบ ลอบพับ (ไอ้โง่) จำนวน 49 ลูก โดยลอบพับ ดังกล่าว เป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 และพ.ร.ก.การประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 เรื่องห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ ที่มีช่องทางเข้าของสัตว์น้ำสลับซ้ายขาวอยู่ทางด้านข้างใช้สำหรับดักสัตว์น้ำ มีความผิดตามมาตรา 67 มีโทษตามมาตรา 147 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่พบผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้รื้อถอนและทำการยึดเครื่องมือประมงดังกล่าว และนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำชุมพร อ.เมือง จว.ชุมพร พร้อมลอบพับ (ไอ้โง่) 49 ลูก ไว้เพื่อเป็นหลักฐาน และเก็บของกลางไว้ ณ ศปท.จว.ชพ. เพื่อทำการเผาทำลายต่อไป


ภาพ/ข่าว  สนง.ศรชล.ภาค 1 / นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

กระบี่ - ธนบัตร 500 ปลอมระบาด !! ซ้ำเติมแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้ ในพื้นที่ ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดนไป 1 ใบ

วันที่ 28 มิ.ย.64 นางอำสา สกุลหลัง อ.58 แม่ค้าขายน้ำเต้าหู้ อยู่บ้านเลขที่ 25/1 ม.1 ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ได้นำธนบัตรฉบับละ 500 บาท ที่ได้จากลูกค้ามาให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งลักษณะสีคล้ายของจริงมาก แต่ขนาดเล็กกว่า ใกล้เคียงกับธนบัตรใบละ 100 บาท ไม่มีลายน้ำ และหากไม่สังเกตให้ดีก็จะไม่รู้ว่าเป็นแบงก์ปลอม ตอนแรกเข้าใจว่า เป็นธนบัตรใบละ 500 บาท ออกใหม่ แต่เมื่อตรวจสอบดูอย่างละเอียดพบว่าเป็นของปลอม ถึงกับเข่าอ่อน เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ลูกค้ามีน้อย

ผู้เสียหาย เล่าว่า ได้ตั้งแผงขายน้ำเต้าหู้และปลาท่องโก่ อยู่บริเวญตลาดคลองหิน ม.1ต.คลองหิน โดยแต่ละวันมีทั้งลูกค้าขาจรและขาประจำ แวะเวียนมาอุดหนุน มากบ้างน้อยบ้างไม่แน่นอน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้นำเงินจากกระเป๋าที่ได้จากการขายน้ำเต้าหู้ ฉบับละ 500 บาท ออกมาให้ลูกไปซื้อของที่ตลาด หลังจากนั้นลูกก็กลับมาบอกว่า ธนบัตรฉบับดังกล่าว มีลักษณะแปลก ๆ ได้ช่วยกันตรวจดูอย่างละเอียด โดยเทียบกับธนบัตรของจริง จึงพบว่าเป็นธนบัตรปลอม

เชื่อว่าเป็นของลูกค้าที่มาซื้อน้ำเต้าหู้อย่างแน่นอน เพราะตนไม่มีรายได้จากอื่นนอกจากการขายน้ำเต้าหู้และปลาท่องโก่ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าได้มาเมื่อใด เพราะตนไม่ได้สังเกตุ มารู้ตอนที่ลูกสาวกลับมาบอก จึงได้สังเกตดู และแน่ใจว่าเป็น ธนบัตรปลอม เบื้องต้นได้แจ้งลงบันทึกประจำวันไว้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจป้อมยามคลองหิน และอยากฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าให้ระมัดระวัง เพราะไม่อย่างนั้นจะตกเป็นเหยื่อได้เหมือนกับตน


ภาพ/ข่าว  ณัฏฐพงษ์ ศรีปล้อง รายงาน

คนร้ายแอบเข้าขโมย ปูไข่ ปูเนื้อ และกั้งทะเล ของร้านขายอาหารในอำเภอขลุง จ.จันทบุรี 3 วันติดต่อกัน ภาพวงจรปิดจับไว้ได้ เหมือนถูกซ้ำเติมจากสถานการณ์โควิด ตำรวจเร่งตามจับ

ที่ร้านขายอาหารทะเล ชื่อเดชา ปูคอนโด ตั้งอยู่ถนนเทศบาลสาย 3 ต.ขลุง อ.ขลุง จันทบุรี ถูกคนร้ายแอบเข้ามาขโมยปูไข่และปูเนื้อไป ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับได้ และเจ้าของร้านนำมาโพสต์เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยร้านค้า และประชาชนให้ช่วยกันระวัง

แต่คืนต่อมาคนร้ายรายเดิมกลับมาอีกครั้ง รวม 3 ครั้ง ครั้งแรกคืนวันที่ 26 มิถุนายน 64 ไม่สามารถบันทึกภาพได้ ส่วนภาพครั้งที่ 2 ไม่ได้เปิดไฟล์ภาพจึงมืดมองไม่ชัด ครั้งที่สองนี้คนร้ายได้ปูไข่กิโลกรัมละ 800 บาท ไปประมาณ 10 กิโลกรัม และภาพล่าสุดชัดเจนมาก เนื่องจากทางร้านได้เปิดไฟแสงสว่าง จึงจับภาพคนร้ายและพฤติกรรมได้อย่างชัดเจน เป็นภาพเวลาประมาณตีหนึ่งเศษของคืนที่ผ่านมา ( 27 มิ.ย.64 )

ครั้งนี้คนร้ายมาพร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน เมื่อมาถึงก็มุ่งหน้าไปที่คอนโดปูเหมือนที่เคยขโมยในครั้งก่อน แต่เปิดดูแล้วไม่มีปู เพราะเจ้าของร้านย้ายที่เก็บรักษา จึงหันไปเอากั้งแก้วที่เลี้ยงไว้ ได้ไปประมาณ 2 กิโลกรัม ราคากั้งแก้วตามท้องตลาดกิโลกรัมละ 1,100 บาท ในครั้งแรกทางร้านไม่คิดที่จะแจ้งความ แต่ครั้งนี้ทำซ้ำอีกติดต่อกันแถมเดินเย้ยกล้องวงจรปิดอีกด้วย ตนเองทนไม่ไหวต้องเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขลุง

หลังก่อเหตุ ยังไปก่อเหตุที่ร้านขายอาหารตามสั่งที่อยู่ติดกันอีกด้วยและได้ขโมยเงินสดไปได้จำนวนพันกว่าบาท จึงอยากให้เจ้าหน้าที่จับตัวขโมยรายนี้มาดำเนินคดี เพราะช่วงนี้รายได้ของร้านก็ลดลงเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ยังถูกขโมยมาซ้ำเติมอีก

ร้านเดชาปูคอนโด เปิดเป็นร้านขายอาหารทะเลสด รับซื้อปูจากชาวประมงพื้นบ้านและนำมาพักเลี้ยงปูเป็น ๆ ในกล่องพลาสติกสีน้ำเงินเรียงเป็นชั้น จึงเรียกว่าปูคอนโด และยังมีกั้งไซส์ใหญ่ ไว้รองรับลูกค้าที่จองโต๊ะมารับประทานที่ร้าน โดยทางร้านเปิดรับจองโต๊ะเพียงวันละ 10 โต๊ะ คือช่วงเที่ยง 5 โต๊ะและช่วงเย็นอีก 5 โต๊ะเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันโควิด-19 รักษาระยะห่าง และดำเนินกิจการตามที่ ศบค.จังหวัดผ่อนปรนให้ เนื่องจากช่วงนี้ลูกค้าก็น้อยอยู่แล้วยังมาเจอกับขโมยเป็นการซ้ำเติมกันอีก อยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดเพราะอาจจะไปก่อเหตุแบบนี้กับชาวบ้านในละแวกนี้อีกแน่


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา ผู้สื่อข่าวจ.จันทบุรี

นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กระบี่ - สื่อท้องถิ่นจิตอาสา ร่วม สาธารณสุขคลองท่อม ประชาสัมพันธ์เชิงรุก สถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ สสอ.คลองท่อม พร้อมเผยทาง สสจ.กระบี่ กำลังรวบรวมหลักฐานสาวโรงงานซิอิ้ว จ.ตรัง แจ้งความเอาผิดฝ่าฝืน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ

วันที่ 28 มิถุนายน 2564 ที่หน้าโรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ นายอนันต์ ลู่เกียง สาธารณสุขอำเภอคลองท่อม พร้อมด้วยสื่อท้องถิ่น สถานีวิทยุกระเสียง รถแห่ เจ้าหน้าที่กู้ชีพคลองท่อม ได้ร่วมกันปล่อยรถแห่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก จำนวน 4 คัน เพื่อประชาสัมพันธ์คำสั่งประกาศคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดกระบี่ ในพื้นที่อำเภอคลองท่อม เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารข้อมูลได้อย่างถูกต้อง พร้อมกันนั้นได้กระจายเสียงตามสถานีวิทยุท้องถิ่น หลาย ๆ คลื่น เช่น Fm 91.0 เหนือคลอง 95.0 พรุดินนา 102.75 คลองท่อม 101.0 ลำทับ ในกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนตระหนัก และให้ความร่วมือเข้าใจต่อสถานการณ์ในพื้นที่  

สืบเนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาด โควิด-19 คัตเตอร์ใหม่พบผู้ป่วยจำนวนมากในกลุ่มผู้ที่มาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพ วัดคลองท่อมซึ่งจัดงานในระหว่างวันที่ 12 ถึง 17 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมาและมีความเชื่อมโยงระหว่างการระบาดในพื้น อ.คลองท่อม จ.กระบี่

ผลการตรวจวิเคราะห์ การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 11/1 ภูเก็ต จากการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก(Active case finding) ณ.วัดคลองท่อม วันที่ 26 มิถุนายน 2564 จำนวน 1287 ราย ผลปกติ 1286 ราย ติดเชื้อ 1 ราย ทางสาธารณสุขได้ดำเนินการประสานและดำเนินการเข้าสู่กระบวนการรักษา และสอบสวนโรค เรียบร้อยแล้ว

ด้านนายอนันต์ ลู่เกียง สาธารสุขอำเภอคลองท่อม พร้อมเผยทาง สสจ.กระบี่ กำลังรวบรวมหลักฐานสาวโรงงานซิอิ้ว จ.ตรัง แจ้งความเอาผิดฝ่าฝืน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งได้ฝ่าฝืนเดินทางมาร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพ ที่วัดคลองท่อม เมื่อวันที่ 12-17 มิย 2564 ที่ผ่านมา และมีความเชื่อมโยงระหว่างการระบาดไปยังผู้ปกครองครูพี่เลี้ยงเด็กและผู้ที่ไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลศพในพื้นที่ อ.คลองท่อม ตามวันเวลาสถานที่ดังกล่าว และยังคงรักษามาตรการอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือบ่อย ๆ จนกว่าผ่านสถานการณ์นี้ จนถึงวันที่ 9 กรกฏาคม 2564 จากคำสั่งประกาศคณะกรรมการควบคุมโรค จ.กระบี่ ฉบับที่ 23/2564 โดย พ.ต.ท มล.กิติบดี ประวิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ 


ภาพ/ข่าว  มโนธรรม ใจหาญ จ.กระบี่  รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top