Sunday, 2 August 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘ศาลปกครองแห่งราชอาณาจักรไทย’ ร่วมพิธีเปิดรับพิจารณาคดีปกครองของคณะศาลปกครอง ในศาลประชาชนสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 นายชาญชัย แสวงศักดิ์ ประธานศาลปกครองสูงสุด พร้อมด้วย รองประธานศาลปกครองสูงสุด ได้แก่ นายวรพจน์ วิศรุตพิชญ์ , นายสุเมธ รอยกุลเจริญ , นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ และนายสุชาติ มงคลเลิศลพ (ประธานอนุกรรมการบริหารศาลปกครองดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานศาลปกครองและศาลประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว) ได้เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีแถลงข่าวการเปิดรับพิจารณาคดีปกครองของคณะศาลปกครองในศาลประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีการถ่ายทอดสัญญาณภาพ และเสียงจากนครหลวงเวียงจันทน์ มายังห้องสัมมนา 1 ชั้น 11 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ

​โอกาสนี้ นายนพดล เฮงเจริญ อดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด และอดีตประธานคณะกรรมการกำกับและดำเนินงานภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการฯ นายสมชาย เอมโอช ประธานแผนกคดีบริหารราชการแผ่นดินในศาลปกครองสูงสุด , นายประสาท พงษ์สุวรรณ์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด , นายอนุชา ฮุนสวัสดิกุล รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่ และผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย

​ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีแถลงข่าวแล้ว นายชาญชัย แสวงศักดิ์ ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ให้สัมภาษณ์  ต่อสื่อมวลชน โดยได้กล่าวชื่นชมและแสดงความยินดีกับศาลประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว ที่ได้จัดตั้งคณะศาลปกครองในศาลประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว เป็นผลสำเร็จ

 

‘นายกตู่’ ให้กำลังใจ "อภัยภูเบศร" สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ - ประชาชน พร้อมดัน!! "บัวบกพันธุ์ศาลายา" เป็นพืชเศรษฐกิจ

วันที่ 22 ธันวาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่  18 จากนั้นได้เดินชมงาน บูทจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐเอกชน และภาคประชาชน ที่มาร่วมจัดนิทรรศการกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ยกกิจกรรมให้ความรู้ สมุนไพรป้องกันโควิด-19 และกัญชา กระท่อม ผลิตภัณฑ์กัญชา ที่นำมาพัฒนาใช้กับการให้บริการสปา

โดยระหว่างการเยี่ยมชมบูท อภัยภูเบศร ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้นำชมและอธิบายถึงความคืบหน้าในสิ่งที่อภัยภูเบศรได้ดำเนินการพัฒนาสมุนไพรชนิดต่าง ๆ รวมถึง การปลดล็อก กระท่อม กัญชา มาสู่การพัฒนายาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งล่าสุดมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลในการพัฒนาบัวบกศาลายา 1 ที่มีน้ำหนักและสารสำคัญสูงกว่าสายพันธุ์ปกติถึง 5 เท่า และผ่านการจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 2 ปี ทำให้ทางมูลนิธิไม่สามารถนำสายพันธุ์ดังกล่าวมาแจกจ่ายให้เกษตรกรปลูกได้

ชัยภูมิ - ชวนเที่ยวเทศกาล “มหัศจรรย์ประเพณีตีคลีไฟ” พร้อมโต้ลมหนาวชมธรรมชาติที่มอหินขาว จ.ชัยภูมิ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายอนุชา เจริญรักษ์ นายอำเภอเมืองชัยภูมิ เผยว่า จังหวัดชัยภูมิได้ร่วมกันจัดงานเทศกาล “มหัศจรรย์ประเพณีตีคลีไฟ” ปี2564 และเทศกาลท่องเที่ยว “มอหินขาว โต้ลมหนาวที่ชัยภูมิ” ปี 2564-2565 จังหวัดชัยภูมิ ได้ประสบภัยธรรมชาติจากอุทกภัยครั้งใหญ่ และสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ประชาชนได้รับความเดือนร้อนทางสภาพกายและจิตใจ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2565 จังหวัดชัยภูมิ จึงได้อนุมัติให้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งนี้ยังคงมีมาตรการเข้มการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

ซึ่งในวันที่ 24 ธันวาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 15.30 น. จะมีการจัดงานเทศกาล “มหัศจรรย์ประเพณีตีคลีไฟ” ปี2564 ณ วัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีที่มีการละเล่นสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานของชาวบ้านตำบลกุดตุ้ม เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2489  “ตีคลีไฟ”  เป็นการละเล่นโดยใช้เหง้าไม้ใผ่ และท่อนไม้งิ้วเป็นอุปกรณ์ละเล่น แบ่งผู้เล่นออกเป็น 6 ทีม ทีมละ 4-12 คน ใช้กฎกติกาคล้ายกับการเล่นกีฬาฮอกกี้ เล่นในช่วงหัวค่ำเพราะลูกคลีไฟเป็นไม้งิ้วทำเป็นลูกกลม ๆ มาเผาไฟและมีน้ำหนักเบา เมื่อนำมาตีจะทำให้มองเห็นลูกคลีไฟพุ่งเป็นดวงอย่างสวยงามไม่ต่างจากไฟประทัด หรือไฟพะเนียง จังหวัดชัยภูมิได้เล็งเห็นความดีงามของประเพณีที่ประชาชนได้ร่วมกันสืบทอดมายาวนาน และมีความมุ่งหวังจะสืบทอดประเพณีให้คงอยู่และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งประชาชนทั่วไปในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด รวมถึงขยาย ผลถึงชาวต่างประเทศให้เป็นที่รู้จักงานเทศกาล "มหัศจรรย์ประเพณีตีคลีไฟที่ชัยภูมิ" หนึ่งเดียวในโลก จึงได้ส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามมาตั้งแต่เดิมให้อยู่คู่เมืองชัยภูมิตลอดไป

และอีกเทศกาลเด่น ที่ชาวไทยและชาวต่างประเทศรู้จักกันดี ก็คือ เทศกาลท่องเที่ยว “มอหินขาว โต้ลมหนาวที่ชัยภูมิ” อำเภอเมืองชัยภูมิร่วมกับส่วนราชการ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหินโงม กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและพี่น้องประชาชนตำบลท่าหินโงม ได้จัดงานเทศกาลท่องเที่ยวมอหินขาว

โต้ลมหนาวที่ชัยภูมิ ประจำปี 2564-2565 โดยกำหนดเปิดงานในวันที่ 25 ธันวาคม 2564 ณ บริเวณลานหินห้าแท่ง มอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมืองชัยภูมิ โดยแหล่งท่องเที่ยวมอหินขาว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มหินในบริเวณนี้เป็นหินทรายสีขาวเกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก การผุพังและกัดเซาะของทางน้ำ ลม และแสงแดด มาเป็นเวลานานนับล้านปี จนปรากฎเป็นหินรูปทรงต่าง ๆ แปลกตา ซึ่งเป็นลักษณะเด่นทางธรณีวิทยาที่หาได้ยากมาก แหล่งท่องเที่ยว มอหินขาวได้ถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในโครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ปี 2565

นายอนุชา เจริญรักษ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องมีมาตรการการป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาด จึงอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมได้ในช่วงเวลาเช้า-ค่ำไม่เกินเวลา 19.00 น. เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือมีการตรวจคัดกรองแบบ ATK (Antigen Test) ผลเป็นลบ ไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยไม่อนุญาตให้มีการกางเต้นท์พักแรมในบริเวณของมอหินขาว หากต้องการพักค้างแรมหรือกลางเต้นท์นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักได้ที่บริเวณผาหัวนาค ซึ่งเดินทางขึ้นไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

 

นราธิวาส - ผู้ว่านราฯ ปรุงอาหารมื้อเย็น ลุยน้ำแจกชาวบ้าน พร้อมเหมาลูกชิ้นแจกเด็ก พร้อมช่วยบรรเทาทุกข์ชาวนราธิวาส จากภัยน้ำท่วม

นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.นราธิวาส ได้เดินทางมายังพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมตลาดมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อปรุงอาหารมื้อเย็นเป็นผัดเผ็ดไก่กับไข่ต้ม จำนวน 1,800 กล่อง พร้อมน้ำดื่ม แจกจ่ายให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในตลาดมูโนะ พร้อมทั้งได้เดินลุยน้ำแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ไม่สามารถเดินลุยน้ำมารับอาหารในครั้งนี้ด้วย ซึ่งการเดินลุยน้ำในครั้งนี้ผู้ว่าราชการ จ.นราธิวาส ได้ถือโอกาสพูดคุยปรับทุกข์กับชาวบ้าน ถึงในบ้านพักที่ถูกน้ำท่วมขัง เพื่อเป็นการสำรวจความเสียหายไปในตัว หากสภาพน้ำท่วมกลับคลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติ ก็จะได้เร่งตั้งงบประมาณในการช่วยเหลือได้ทันที

ซึ่งการเดินลุยน้ำแจกอาหารกล่องของผู้ว่าราชการ จ.นราธิวาสในครั้งนี้ พบว่ายังมีระดับน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลพวงของมวลน้ำป่าที่ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ที่บริเวณจุดพนังกั้นน้ำพังเสียหาย แถมมีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมา จนเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน อ.สุไหงโก-ลก ต้องนำเชือกผูกมัดไว้กับเสาไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางเข้าออกตลาด เนื่องจากเกรงว่าอาจจะถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพัดจนได้รับอันตรายถึงชีวิต ซึ่งภาพรวมระดับน้ำท่วมขังสูงจากช่วยเช้าประมาณ 20 ซ.ม.โดยอยู่ในระดับ 80 ถึง 90 ซ.ม.

และในระหว่างที่นายสนั่น พงษ์อักษร ผวจ.นราธิวาส เดินลุยน้ำแจกอาหารกล่องและน้ำดื่มแล้วเสร็จ ได้ถือโอกาสเหมาลูกชิ้นปิ้งของประชาชน ที่ตั้งร้านค้าในน้ำเป็นเงิน 2,000 บาท เพื่อแจกจ่ายให้กับเด็กและเยาวชนที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำ และได้มีผู้ปกครองท่านหนึ่ง พูดทีเล่นที่จริงกับท่านผู้ว่าราชการ จ.นราธิวาส ว่า ท่านสมเป็นกับผู้ว่าติดน้ำและติดดิน และมีเสียงหัวเราะตามมาสร้างความคลายเครียดในช่วงน้ำท่วมครั้งนี้

 

เชียงใหม่ - Kick Off!! เปิดตัวแล้ว... “งานเกษตรแม่โจ้ (ออนไลน์) 2564” นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน วิถีใหม่!!

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วม Kick Off!! เปิดตัวVirtual Tour งานเกษตรแม่โจ้ (ออนไลน์) 2564 นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน (วิถีใหม่) Kaset Fair @Maejo 2021 Online Smart Agricultural Innovation for Sustainability (Next Normal) จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22 - 29 ธันวาคม 2564 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่

ภายในงาน มีการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติผ่านระบบออนไลน์ , การจัดแสดงแปลงสาธิตพืช สัตว์ ประมง พร้อม Virtual Reality , การแสดงนวัตกรรมทางการเกษตรด้านพืช สัตว์ ประมง ,การฝึกอบรมสัมมนาวิชาชีพและหลักสูตรอบรมระยะสั้น , งาน 45 ปี คณะผลิตกรรมการเกษตร “นวัตกรรมเกษตรยุคใหม่ อาหารปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ”และการจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหาร  พร้อมจัดส่งถึงบ้าน

“อลงกรณ์” ประกาศเดินหน้า!! พัฒนากรุงเทพฯ สู่ ‘มหานครสีเขียว’ มุ่งยกระดับ! สุขภาพคน - คุณภาพเมือง ตอบโจทย์อนาคต พร้อมคิกออฟ!! โครงการวัดสีเขียว - คลองสามวาสีเขียว 24 ธ.ค.นี้

“อลงกรณ์” ประกาศเดินหน้าพัฒนากรุงเทพฯ สู่ ‘มหานครสีเขียว’ มุ่งยกระดับ ‘สุขภาพคน – คุณภาพเมือง’ ตอบโจทย์อนาคตกทม. ชูแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน ตั้งกลไก 50 เขต ดีเดย์ 24 ธ.ค.คิกออฟโครงการวัดสีเขียว คลองสามวาสีเขียว

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองบรรยายพิเศษในงาน Bangkok City Talk 2021  Bangkok Conference on Academic Argument  ผ่านระบบออนไลน์ zoom meeting ในหัวข้อ "เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง : อนาคตของกรุงเทพมหานคร" ผ่านระบบ Facebook live

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่าในปี 2562 ประเทศไทยมีประชากรในเมืองมากกว่าในชนบทเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการขยายตัวของเมือง(Urbanization)ในประเทศของเรา และเป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคปัจจุบันต้องเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรในเมือง(Urban Farming) โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 และยุคต่อไป(Next normal) ที่ต้องให้ความสำคัญระบบนิเวศเมือง เรื่องสุขภาพคน และคุณภาพเมือง

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วทำให้พื้นที่เกษตรลดลงเหลือเพียงแสนกว่าไร่ เป็นเมืองที่มีความมั่นคงทางอาหาร(Food Safety)น้อยมาก และพื้นที่สีเขียวยังไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากร คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง (Sustainable Urban Agriculture Development Project : SUAD Project)  ตามนโยบายของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนซึ่งได้กำหนดยุทธศาสตร์ ”3’s” (Safety-Security-Sustainability-เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น “มหานครสีเขียวแห่งอนาคต” มีวัตถุประสงค์ 6 ประการได้แก่

1. การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง

2. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว

3. การลด PM2.5และลดก๊าซเรือนกระจก(Green House Gas)

4.การเพิ่มคุณภาพอากาศ

5.การอัปเกรดคุณภาพชีวิตของประชาชน

 6.การสร้างเศรษฐกิจสีเขียว

ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ(Climate Change)ของโลก และเป้าหมายของโครงการกรุงเทพสีเขียว2030(Green Bangkok2030) ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ เป็น 10 ตารางเมตรต่อคนสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ในทุกระยะ 400 เมตร และเพิ่มพื้นที่ร่มไม้ต่อพื้นที่เมืองให้เป็น 1.3 แสนไร่ พร้อมทั้งพัฒนาการเกษตรและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่เมือง รวมทั้งการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวเพิ่มรายได้และอาชีพในระดับชุมชนบนโมเดล BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ควบคู่ไปด้วยกัน

นายอลงกรณ์ในฐานะประธานโครงการ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ได้จัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนใน 3 ระดับ ทั้งคณะกรรมการบริหารโครงการระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับย่อยในพื้นที่ เป็นโครงสร้างและระบบครอบคลุมทั้งประเทศ โดยแบ่งพื้นที่ดำเนินการเป็น 2 ประเภทคือพื้นที่ของรัฐ(Public Space) เช่น บริเวณริมถนนและทางรถไฟ พื้นที่ใต้ทางด่วน เกาะกลางถนน สวนสาธารณะ สถานศึกษาของรัฐ พื้นที่ส่วนราชการ และพื้นที่สาธารณะว่างปล่า

สำหรับ พื้นที่ส่วนบุคคล (Private space) เช่น บ้าน ชุมชน โครงการจัดสรร คอนโด อาคารสำนักงาน พื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ วัด โรงเรียน สถานศึกษา โดยส่งเสริมให้ปลูกไม้ยืนต้นไม้พุ่มไม้เลื้อยหรือไม้ในร่มโดยมีการพัฒนาเมืองสีเขียวได้หลายรูปแบบเช่น ถนนสีเขียว(Green Road) หลังคาสีเขียว(Green  Roof) ตึกสีเขียว(Green Building) สวนป่า(Forest Garden) มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) ชุมชนสีเขียว (Green Community วัดสีเขียว(Green Temple) เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการเรียนรู้กับการอยู่ร่วมกันแบบแบ่งปัน

สำหรับการทำเกษตรในเมืองตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน มี 5 ประเภท ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร และเกษตรธรรมชาติ ทั้งในรูปแบบสวนขนาดเล็กและสวนขนาดใหญ่ สำหรับชุมชนในกรุงเทพมหานคร จะได้รับการสนับสนุนในการสร้างอาชีพเกษตรกรรมในเมืองเพื่อสร้างรายได้เสริมและลดค่าครองชีพอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ จะมีตลาดเกษตร(Farm Market) เป็นตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ขณะนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ระดับคลัสเตอร์ และระดับเมือง เช่น ได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนกรุงเทพมหานครแล้วมีตนเป็นประธาน และจะจัดตั้งคณะทำงานให้ครบทั้ง 50 เขต เป็นกลไกขับเคลื่อนระดับพื้นที่เช่น กรีนตลิ่งชัน กรีนบางกะปิ กรีนบางนา กรีนห้วยขวาง กรีนบางแค และวันที่ 24 ธ.ค.นี้ จะคิดออฟโครงการวัดสีเขียว คลองสามวาสีเขียว ที่วัดพระยาสุเรนทร์ เป็นที่แรกบนความร่วมมือระหว่างวัด บ้านและโรงเรียน(บ.ว.ร.)ในเขตคลองสามวา

 

มองโกเลีย - นักศึกษาปริญญาโทชาวมองโกเลีย ปลูดเห็ดสมุนไพร “หญ้าหนอน” สร้างชื่อเสียงระดับโลกได้สำเร็จ!!

อูลานบาตอร์ /มองโกเลีย “Monkhjargal” นักศึกษาปริญญาโทชาวมองโกเลีย สามารถปลูกเห็ดที่มีชื่อเสียงระดับโลกและมีราคาแพงได้สำเร็จ ซึ่งเห็ดนี้เรียกกันว่า “หญ้าหนอน” บนมูลสัตว์ ก้านทะเล buckthorn และเศษเมล็ด ซึ่งอุดมไปด้วยสารยาหลายชนิดและรับประทานได้เช่นกัน

โดย “Monkhjargal” ได้กล่าวว่า “เราต้องปลูกเห็ดที่กินได้และกินเอง อาหารที่เรากินในวันนี้มีสารอาหารต่ำมากดังนั้นสารอาหารที่เราได้รับจากอาหารของเราจึงไม่เพียงพอต่อร่างกายของเรา นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องการปรับปรุงโภชนาการของเรา เพราะเราก็ต้องการที่จะมีสุขภาพที่ดีเช่นกัน ดังนั้นเห็ดที่กินได้จึงกลายเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์สำหรับเรา ก่อนที่เราจะสามารถทำกำไรได้”

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการใช้เห็ดเพื่อสกัดสารสมุนไพรและในอาหารเสริมทางชีวภาพ ยารักษาโรค เครื่องสำอางและแม้แต่ยารักษาสัตว์หลายชนิด

ซึ่ง “Monkhjargal” ตั้งเป้าที่จะรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเห็ดภายใต้ “ห่วงโซ่คุณค่าเห็ดเพาะเลี้ยง” เพื่อปลุกจิตสำนึกในความสำคัญของเห็ดที่ปลูก เพิ่มผลผลิต และกระชับการทดลองและการวิจัยเกี่ยวกับยารักษาโรคและเห็ดสายพันธุ์ใหม่อื่น ๆ

 

‘ม.เกษตร’ จัดงาน! “ชวน เช็ค ชิม ช็อป แชร์ผลิตภัณฑ์ดี นวัตกรรมเด่น” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ และสังคมรายตำบลอย่างยั่งยืน!! พบกัน 21-22 ธันวาคม 2564 นี้

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์  อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เปิดเผยถึง การจัดงาน “ถ่ายทอดนวัตกรรมการพัฒนาชุมชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ และสังคมรายตำบลอย่างยั่งยืน” ว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการนำเสนอผลสัมฤทธิ์ของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย หรือที่รู้จักกันในนามของ U2T 

ส่วนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับผิดชอบ 17 Cluster ในพื้นที่ดำเนินการ 27 จังหวัด 140 ตำบล ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้นำผลิตภัณฑ์ดี นวัตกรรมเด่น ทั้งของอุปโภค บริโภค มาจัดแสดงและจัดจำหน่าย ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2564 จึงขอเชิญชวนประชาชนได้เข้ามาร่วม เช็กอิน ชมนวัตกรรม ชิม ช็อป และ แชร์ หรือบอกต่อผลิตภัณฑ์ของชุมชนในพื้นที่ U2T ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีคุณภาพ สามารถนำไปเป็นของใช้ และของฝากในช่วงเทศกาลได้  อีกทั้งผู้มาร่วมงานยังจะได้รับแจกกล้าไม้พันธุ์ดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมป่าไม้ด้วย

ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ดำเนินโครงการ “ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ” ทั้งส่วนการจ้างงานประชาชนทั่วไป บัณฑิตจบใหม่ และนักศึกษาให้มีงานทำ และร่วมดำเนินกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน ให้เกิดการพัฒนาทักษะในการเสริมสร้างอาชีพใหม่ในพื้นที่ตามปัญหาและความต้องการของชุมชน โดยเน้นการพัฒนาชุมชนผ่านการดำเนินกิจกรรม 4 ด้านหลัก คือ 1. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 2. ด้านการท่องเที่ยว 3. ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ และ 4. ด้านการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม มีระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน ซึ่งเป็นผลให้เกิดการจัดงาน"ถ่ายทอดนวัตกรรมการพัฒนาชุมชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลอย่างยั่งยืน"

 

 

 

“พลตำรวจเอกวิระชัย” เรียกประชุมผู้นำตำรวจหน่วยหลัก เตรียมความพร้อม!! รักษาความปลอดภัย การประชุมเอเปค 2565

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม 2564 เวลา 9.30 น. ที่ห้องประชุม พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ชั้น 2  อาคาร 8 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ. วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.(กศ) ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้กำกับดูแลงานด้านกิจการพิเศษเกี่ยวกับกิจการด้านการต่างประเทศ เป็นประธานจัดการประชุมการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปค ปี พ.ศ.2565

พล.ต.อ.วิระชัยฯ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า การเป็นเจ้าภาพในการประชุมเอเปคซึ่งเป็นการประชุมระดับประชาคมโลกซึ่งในปี 2565 ถือเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้สร้างความเชื่อมั่นจากประชาคมโลกนำไปสู่ความสำเร็จในหลายมิติของประเทศไทยหลังยุคการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในการประชุมวันนี้ ได้เชิญผู้แทนหน่วยสำคัญ ได้แก่  บช.น., ภ.1, บช.ก.,บช.ส., ทท., สตม. , บก.จร. ทล., รน. รวมถึงหน่วยสนับสนุนด้านการเงินอย่าง สงป. เข้ามาประชุมรับนโยบายและร่วมปรึกษาหารือกัน เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยสถานที่พัก สถานที่จัดประชุม การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร  การจัดฝึกอบรมชุดเจ้าหน้าที่ EOD  การรักษาความปลอดภัยทางน้ำ เรื่องเกี่ยวกับวิทยุสื่อสาร เป็นต้น เพื่อให้แผนการเตรียมความพร้อมฯ ได้ดำเนินการไปด้วยความราบรื่น เรียบร้อย ทั้งนี้ ทาง ผบ.ตร. ท่านก็จะกำกับดูแลติดตามประเด็นจากการประชุมและคอยให้คำแนะนำด้วยอีกส่วนหนึ่ง 

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อว่าในด้านแผนเตรียมพร้อม ฯ ในการประชุมเอเปคนี้ ตร. ให้ความสำคัญการจัดระบบเพื่อการดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญที่จะมาเป็นส่วนของผู้เข้าประชุม เพราะถือว่าเป็นแขกบ้านแขกเมือง โดยตลอดช่วงปี พ.ศ. 2565 ที่จะเกิดการประชุมขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่นั้น อาจจะมีผลกระทบต่อเส้นทางการจราจรของประชาชนทั่วไปบ้าง แต่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่า จะวางแผนการจัดการจราจรให้สะดวกสำหรับทุกฝ่าย และขอความร่วมมือจากภาคประชาชนเพื่อร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่น่ารัก มีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อแสดงออกถึงการต้อนรับที่เป็นมิตร

‘สภากาชาดไทย’ จัดกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2565” ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่โรงเรียนร่มเกล้าเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พลโทนายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม“หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2565” โดยมี นายอำนาจ แย้มศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวต้อนรับ นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอขาค้อ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสาวสุกัญญา ทรัพย์อุดมมั่งมี หัวหน้าฝ่ายบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย /คุณสมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล / คุณไพฑูรย์ อาจวงษ์ ผู้จัดการอิออนภาคเหนือตอนล่าง มูลนิธิอิออนประเทศไทย /นางสาวภัทรวรินทร์ แสงแจ่ม ผู้จัดการฝ่ายขายห้างสรรพสินค้า บ.แฟชั่นฟู้ด จำกัด /คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วม

นายอำนาจ แย้มศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า กิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2565” ว่า เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประชาชนผู้ยากไร้ ด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมการประสานงาน เกิดความร่วมมือระหว่างสภากาชาดไทยและภาคีเครือข่าย รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสภากาชาดไทย

ด้านนายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอเขาค้อ กล่าวว่า อำเภอเขาค้อ มี 7 ตำบล 72 หมู่บ้าน  มีราษฎรจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศหนาวเย็นและขาดแคลนเครื่องกันหนาว  กิจกรรมในครั้งนี้สภากาชาดไทย ได้นำเครื่องกันหนาวมามอบให้กับราษฎรในพื้นที่ อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า อ.น้ำหนาว และ อ.เขาค้อ อำเภอละ 250 ชุด สำหรับเด็กอำเภอละ 125 ชุด นอกจากนี้ยังได้นำภาคีเครือข่ายมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ตู้ยาสามัญประจำบ้าน เสื้อผ้า และอาหาร ให้กับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top