Monday, 27 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

ความเห็น ‘รศ.ดร.อักษรศรี’ต่อท่าทีจีนต่อสงครามอิหร่าน

1.ท่าทีของจีน ต่อคู่ขัดแย้งในตะวันออกกลาง

จีนไม่อยากเป็นผู้เล่นในสงคราม แต่อยากเป็นผู้คุมโต๊ะเจรจา
เศรษฐกิจคืออาวุธ การทูตคือเกราะ

ปรับท่าทีของจีนต่อสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง หากติดตามท่าทีของจีนมาโดยตลอดจะเห็นภาพค่อนข้างชัดว่า จีนพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองในภูมิภาคนี้โดยตรง และเลือกเดินเกมแบบ “รักษาความสัมพันธ์กับทุกฝ่าย” มากกว่าเลือกข้าง

จีนจึงพยายามคงความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้ง อิหร่าน ควบคู่ไปกับประเทศใน กลุ่มอ่าวอาหรับ ไม่ว่าจะเป็นซาอุดีอาระเบียและประเทศสมาชิก GCC รวมถึงจีนก็ยังรักษาความสัมพันธ์กับ อิสราเอล ไปพร้อมกันด้วย

แกนหลักของยุทธศาสตร์จีนในตะวันออกกลางคือ การทูตเชิงเศรษฐกิจเป็นตัวนำ เน้นผลประโยชน์ด้านพลังงาน การค้า การลงทุน และความร่วมมือโครงสร้างพื้นฐาน โดยหลีกเลี่ยงการผูกตัวเองเข้ากับอุดมการณ์ทางศาสนาหรือการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

นอกจากนี้ จีนยังมีความระมัดระวังเป็นพิเศษในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงและการเมืองของประเทศมุสลิม ในภูมิภาค เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหวและกระทบต่อความสัมพันธ์กับหลายประเทศพร้อมกัน

สรุปคือ จีนจะพยายาม “ไม่ลงไปเป็นคู่ขัดแย้ง” แต่จะคงบทบาทแบบ คุยได้กับทุกฝ่าย และใช้เครื่องมือหลักคือเศรษฐกิจและการทูต เพื่อรักษาผลประโยชน์และพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของตัวเองในตะวันออกกลาง.

SCBX แต่งตั้งผู้บริหาร “สารัชต์ รัตนาภรณ์” นั่งซีอีโอ 1 พ.ค. 69 เดินหน้าดิจิทัลแข่งขันเดือด เน้นต่อเนื่องยุทธศาสตร์ ย้ำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 30 ปี

(4 มี.ค. 69) กลุ่มเอสซีบีเอกซ์แจ้งความคืบหน้าการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูงของธนาคารไทยพาณิชย์ โดยแต่งตั้ง 'คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์' เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ และจะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้การดำเนินงานต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์

'คุณสารัชต์' มีประสบการณ์ในธุรกิจการเงินกว่า 30 ปี ครอบคลุมตลาดเงิน ตลาดทุน และงานบริหารลูกค้าหลากหลายกลุ่ม เขายังเป็นผู้ถือบทบาทสำคัญในการก่อตั้ง CardX ตั้งแต่ปี 2565 จากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ก่อนหน้านี้เขาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในหลายสายงานของธนาคารไทยพาณิชย์ รวมถึงมีประสบการณ์ในสถาบันการเงินระดับโลก

'คุณอาทิตย์ นันทวิทยา' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBX กล่าวว่า "คุณสารัชต์คือผู้บริหารที่มีความเหมาะสมในบทบาทผู้นำของธนาคารไทยพาณิชย์เป็นอย่างสูง ผ่านประสบการณ์ครบทุกมิติ และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว"

ด้านการศึกษาของ 'คุณสารัชต์' คือการสำเร็จ MBA จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ และปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ จาก Boston University ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ยังมีแผนสืบทอดตำแหน่งใน CardX และอยู่ระหว่างการนำเสนอต่อไปเพื่อความชัดเจนในการบริหาร.

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/finance/1223689?anf=

สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล อิหร่าน ความขัดแย้งยืดเยื้อบานปลาย ทรัมป์สั่งโจมตีกว่า 1,250 จุด ค่าใช้จ่ายพุ่งกว่า 33 พันล้านดอลลาร์ ทำลายอาวุธนิวเคลียร์เป็นเป้าหมาย

ค่าใช้จ่ายในการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับกับอิหร่าน

ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่านเข้าสู่ระยะใหม่เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีทางอากาศโดยมุ่งเป้าไปยังอิหร่าน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางทหารอย่างเปิดเผย ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการดังกล่าวอาจกินเวลาสี่ถึงห้าสัปดาห์

มาดูกันว่า วอชิงตันจะสามารถรักษาภาวะสงครามครั้งใหม่ในตะวันออกกลางได้หรือไม่ และสุดท้ายแล้วใครต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าใด การคาดการณ์ราคาต้นทุนรวมของสงครามครั้งนี้เป็นเรื่องยากมาก ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าอาจอยู่ที่จำนวนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยังเหลืออยู่ในคลังเก็บของแต่ละฝ่าย

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันในวิดีโอความยาวแปดนาทีที่โพสต์บน Truth Social ว่าสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมในสิ่งที่เขาเรียกว่า "ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่" ภายในอิหร่าน ซึ่งต่อมากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการนี้มีชื่อว่าปฏิบัติการ Epic Fury (ความพิโรธที่ยิ่งใหญ่) โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เป้าหมายคือ "เพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์" เขากล่าวเสริมว่า “เราจะทำลายขีปนาวุธของพวกเขาและทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาให้ราบเป็นหน้ากอง ซึ่งมันจะถูกทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง”

กองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่าได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 1,250 แห่งในอิหร่านนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันเสาร์ ในแถลงการณ์แยกต่างหาก กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) กล่าวว่าได้โจมตีและทำลายเรือรบอิหร่าน 11 ลำ รายงานระบุว่า ปฏิบัติการดังประกอบด้วยกับการโจมตีทางอากาศ ขีปนาวุธร่อนที่ยิงจากเรือ และการโจมตีที่สอดประสานในการทำลายล้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ รวมถึงบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านการป้องกันประเทศของอิหร่าน

การโจมตีครั้งนี้ ทำให้ อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านซึ่งอยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ปี 1989 ถูกสังหารด้วย เมื่อที่พำนักของเขาในกรุงเตหะรานถูกโจมตีและได้รับความเสียหายอย่างหนักในการโจมตีระลอกแรกของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ปรานาธิบดีทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะทำสงครามต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น แต่ได้บอกเป็นนัยว่า สงครามอาจยืดเยื้อไปหลายสัปดาห์ วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 555 คน ใน 130 จุดทั่วอิหร่าน

นับตั้งแต่ปี 2023 สหรัฐอเมริกาได้ใช้จ่ายเงินในอิสราเอลและตะวันออกกลางไปแล้วเท่าไร? จากรายงานต้นทุนสงคราม ปี 2025 ของมหาวิทยาลัยบราวน์ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023 สหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอลเป็นจำนวนเงินประมาณ 21.7 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันยังได้ให้เงินสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนอิสราเอลในการรบกับ เยเมน อิหร่าน และตะวันออกกลางโดยรวมเป็นจำนวน 9.65 พันล้านดอลลาร์ถึง 12.07 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้ยอดรวมค่าใช้จ่ายของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้อยู่ที่ระหว่าง 31.35 พันล้านดอลลาร์ ถึง 33.77 พันล้านดอลลาร์ และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ระบบอาวุธใดบ้างที่ถูกนำมาใช้ในสงครามอิหร่าน? ตามรายงานของ CENTCOM ปฏิบัติการ Epic Fury เกี่ยวข้องกับระบบอาวุธมากกว่า 20 ระบบ ครอบคลุมทั้งทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และระบบป้องกันขีปนาวุธ CENTCOM ระบุว่า มีการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 1,000 แห่งในอิหร่าน โดยใช้ระบบต่าง ๆ มากกว่า 20 ระบบ ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบก รวมถึงระบบป้องกันขีปนาวุธด้วย “เป้าหมายของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในขณะนี้คือการลดทอนหรือทำลายศักยภาพในการโจมตีของอิหร่านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านก่อความเสียหายต่อไป เราต้องการหยุดการโจมตีเหล่านี้ หรืออย่างน้อยก็ลดทอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” เควิน โดเนแกน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ CENTCOM กล่าวกับอัลจาซีรา

ระบบอาวุธยุทโธปกรณ์บางส่วนได้แก่:
กำลังทางอากาศ: ปฏิบัติการครั้งนี้พึ่งพาการสนับสนุนทางอากาศจากสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก ซึ่งรวมถึง:
เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 ถูกใช้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์และทางทหารที่สำคัญ เครื่องบินรบสเตลธ์ขั้นสูง F-35 Lightning II และ F-22 Raptor เครื่องบินขับไล่ F-15 ถูกใช้งานอย่างกว้างขวาง โดยสูญเสียไป 3 ลำในเหตุการณ์เหนือคูเวตเมื่อวันที่ 1 มีนาคม เครื่องบินรบ F-16 Fighting Falcon, F/A-18 Super Hornet และ A-10 Attacker ใช้ปฏิบัติการในภารกิจโจมตีและสนับสนุน EA-18G Growler: ใช้สำหรับการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์และต่อต้านระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู และอากาศยานเตือนภัยและควบคุมล่วงหน้าทางอากาศ (AWACS): ทำหน้าที่บัญชาการ ควบคุม และบริหารจัดการพื้นที่การรบ และเครื่องบินขนส่งสินค้าและเครื่องบินเติมน้ำมัน: เครื่องบิน C-17 Globemaster, C-130 Hercules และเครื่องบินเติมน้ำมันทางอากาศต่าง ๆ สำหรับสนับสนุนระบบโลจิสติกส์

โดรนและระบบโจมตีระยะไกล ระบบไร้คนขับและปืนใหญ่จรวดก็เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการนี้ด้วย: โดรน LUCAS: ปฏิบัติการนี้ถือเป็นการใช้งานในการรบครั้งแรกของโดรน "ระบบโจมตีทางอากาศไร้คนขับราคาประหยัด" แบบบินทางเดียว ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากแบบแผนของอิหร่าน และโดรน MQ-9 Reaper สำหรับปฏิบัติภารกิจด้านการเฝ้าระวังและการโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ ระบบจรวดหลายลำกล้องเคลื่อนที่เร็ว M-142 (HIMARS) ขีปนาวุธนำวิถีโทมาฮอว์ก ซึ่งยิงจากเรือรบและเรือดำน้ำ

ระบบป้องกันขีปนาวุธ: ระบบขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออตและระบบ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense): ใช้สำหรับสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน

กำลังทางทะเล ประกอบด้วย หมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี 2 หมู่ (1)USS Gerald R Ford และ (2)USS Abraham Lincoln และเครื่องบินปราบเรือดำน้ำแบบ P-8 โพไซดอน ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและสอดแนมทางทะเล

สงครามกับอิหร่านอาจทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากแค่ไหน? การคาดการณ์ต้นทุนทั้งหมดของปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่นั้นเป็นเรื่องยาก ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าสงครามครั้งใหม่นี้อาจทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเท่าใด “กระทรวงกลาโหมยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลนั้น ดังนั้นจึงทำได้เพียงคาดเดา… แต่มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และสามารถคาดเดาถึงต้นทุนของอาวุธยุทโธปกรณ์แต่ละชนิดได้ ทำให้สามารถคาดเดาถึงต้นทุนของการปฏิบัติการ การปฏิบัติการทางเรือได้” ดร.คริสโตเฟอร์ พรีเบิล นักวิจัยอาวุโส นักวิเคราะห์นโยบายต่างประเทศและความมั่นคงจาก สถาบัน Hudson (สถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะ (think tank) ของสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี 1961 มีสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.) บอกกับสำนักข่าวอัลจาซีรา

รายงานจากสำนักข่าวอนาโดลูประเมินว่า สหรัฐฯ อาจใช้จ่ายเงินไปประมาณ 779 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ Epic Fury การเตรียมการทางทหารก่อนการโจมตี ซึ่งรวมถึงการเคลื่อนย้ายเครื่องบิน การส่งเรือรบมากกว่าสิบลำ และการระดมกำลังในภูมิภาค คาดว่าจะใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีก 630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากข้อมูลของศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่ (Center for New American Security) ระบุว่า การปฏิบัติการของกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี เช่น เรือ USS Gerald R Ford มีค่าใช้จ่ายประมาณ 6.5 ล้านดอลลาร์ต่อวัน

แต่ ดร.พรีเบิลชี้ว่า สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าอาจไม่ใช่ความยั่งยืนทางการเงิน แต่เป็นจำนวนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยังเหลืออยู่ในคลังเก็บ “ในแง่ของต้นทุนแล้ว สหรัฐฯ มีงบประมาณด้านกลาโหมหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ และมีการขอเพิ่มเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ให้สัญญาไว้” ดร.พรีเบิลกล่าว “ดังนั้น เงินหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาล คำถามคือเกี่ยวกับจำนวนอาวุธที่มีอยู่ในคลังแสงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีปนาวุธสกัดกั้น เช่น ขีปนาวุธแพทริออต หรือ SM-6 ซึ่งเป็นขีปนาวุธมาตรฐานที่ใช้สกัดกั้นขีปนาวุธข้ามทวีป” ดร.พรีเบิลเตือนว่า อัตราการสกัดกั้นที่สูงเช่นนี้ไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป เขากล่าวว่า “เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะคาดเดาว่า อัตราการปฏิบัติงานในขณะนี้ ในแง่ของจำนวนการสกัดกั้นนั้น ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เรื่อยๆ อย่างแน่นอน และอาจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้นานเกินกว่าสองสามสัปดาห์”

ดร.พรีเบิลยังตั้งข้อสังเกตว่า ความกังวลที่คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงความขัดแย้ง 12 วันกับอิหร่านในเดือนมิถุนายน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าทั้งกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น แม้ว่าอาจมีการเติมสต็อกขีปนาวุธบางส่วนแล้ว แต่ขีปนาวุธสกัดกั้นก็ถูกจัดสรรไว้สำหรับสมรภูมิอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน “ขีปนาวุธสกัดกั้นเหล่านี้บางส่วนมีจุดประสงค์ที่จะส่งไปยังยูเครนเพื่อรับมือกับการโจมตีของรัสเซีย บางส่วนถูกนำไปใช้ในเอเชีย ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พวกมันจะมีความสำคัญในกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้นที่นั่น” เขากล่าว “ดังนั้น การถอนอาวุธเหล่านั้นออกจากพื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล” และการผลิตชิ้นส่วนทดแทนไม่ได้สามารถทำได้ขึ้นทันที “ขีปนาวุธแพทริออตหรือ SM-6 เป็นอุปกรณ์ที่ซับซ้อนมาก” ดร.พรีเบิลกล่าวเสริม “พวกเขาไม่สามารถผลิตออกมาเป็นร้อยหรือพันชิ้นต่อวัน เพราะนั่นไม่ใช่จังหวะในการผลิตแบบปกติ”

สำหรับอิสราเอลมีค่าใช้จ่ายในการสกัดกั้นขีปนาวุธ จรวด และโดรน 3 ระดับ เริ่มด้วย (1) Iron Dome สำหรับระยะใกล้: จรวดและปืนค. มีคชจ. ครั้งละประมาณ 40,000 – 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาคือ (2) David's Sling สำหรับระยะกลาง: ขีปนาวุธนำวิถีและขีปนาวุธทางยุทธวิธี มีคชจ. ครั้งละประมาณ 700,000 – 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐดอลลาร์สหรัฐ และ (3) Arrow อันเป็นด่านสุดท้าย สำหรับสกัดกั้นในระยะไกล: ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ มีคชจ. ครั้งละประมาณ 1,500,000 – 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ Arrow2 สกัดกั้นในชั้นบรรยากาศ และ ประมาณ 2,000,000 – 4,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับ Arrow3 ซึ่งสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้ตั้งแต่นอกชั้นบรรยากาศ

ต้นทุนโดยประมาณสำหรับขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านโดยอิงจากการประเมินของหน่วยงานวิเคราะห์ด้านกลาโหมล่าสุด (ตัวเลขจริงอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับรุ่น ชุดการผลิต ราคาการส่งออก และไม่ว่าต้นทุนจะรวมถึงการวิจัยและพัฒนาหรือเพียงแค่ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย):
โดรนโจมตีพื้นฐานของอิหร่านราคาประมาณ20,000–50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯรุ่นที่ซับซ้อนกว่าราคา 50,000–100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป

ขีปนาวุธของอิหร่าน อิหร่านผลิตขีปนาวุธหลายประเภท (ระยะสั้น ขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธข้ามทวีป): ขีปนาวุธนำวิถี/ขีปนาวุธร่อนระยะสั้น ข้อมูลจากการเปิดเผยแหล่งที่มาบ่งชี้ว่าราคาต่อขีปนาวุธหนึ่งลูกอยู่ที่อย่างน้อย 100,000 ดอลลาร์ ถึงหลายแสนดอลลาร์สำหรับระบบอย่างเช่น Fateh-110 ส่วนระบบขีปนาวุธขนาดใหญ่หรือล้ำสมัยกว่า จากการประเมินระบุว่า ขีปนาวุธบางประเภทของอิหร่านมีราคาตั้งแต่300,000 ดอลลาร์ไปจนถึงประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปต่อลูกสำหรับขีปนาวุธร่อน
หมายเหตุ ต่างจากโดรน ต้นทุนต่อหน่วยของขีปนาวุธอิหร่านไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างเปิดเผย และขึ้นอยู่กับรุ่น เครื่องยนต์ ระบบนำทาง ฯลฯ

จากบทวิเคราะห์ที่อ้างอิงกันอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับการโจมตีของอิหร่านในอดีต โดรนประมาณ 170 ลำ ราคาลำละประมาณ 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขีปนาวุธร่อน 30 ลูก ราคา ลูกละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ ขีปนาวุธ 120 ลูก ราคาลูกละ ประมาณ 110,000 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น ค่าใช้จ่ายรวมโดย ประมาณของอาวุธยุทโธปกรณ์ของอิหร่านในการโจมตีแต่ละครั้งอยู่ที่ประมาณ 49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะความไม่สมดุลของต้นทุน โดยฝ่ายป้องกันมักใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นราคาแพง (Patriot, THAAD) ซึ่งมีราคาหลายแสนถึงหลายล้านดอลลาร์ต่อการยิงหนึ่งครั้ง เพื่อสกัดกั้นโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านที่มีราคาค่อนข้างถูก ทำให้เกิดผลกระทบด้านต้นทุนเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว

'ดร.เจษฎ์' เตือนรัฐบาล!! โฟกัสชายแดนไทย-กัมพูชา ยกเลิก MOU 43-44 จัดระเบียบด่วน เตือนอย่ามองข้ามปัญหาพรมแดน เน้นพึ่งพาตัวเองปกป้องชาติ

‘ดร.เจษฎ์’ เตือนรัฐบาล มองสงครามอาหรับ อย่าลืม โฟกัส ชายแดนไทย-กัมพูชา ยกเลิก MOU 43-44 จัดระเบียบด่วน

4 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น. -รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ เปิดเผย ระหว่างลงพื้นที่ ช่องอานม้า ซึ่ง เป็นช่องทางธรรมชาติบนเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย–กัมพูชา ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เกี่ยวกับความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมประเมินสถานการณ์ ความเชื่อมโยงถึงปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนของไทย รวมถึงแนะรัฐบาลให้ทบทวนข้อตกลงทวิภาคีเพื่อแก้ปัญหาเขตแดนอย่างเด็ดขาด

โดย รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง สิ่งสำคัญ อันดับแรก คือรัฐบาลต้องแสดงบทบาทผู้นำในการดูแลและอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยกลับประเทศอย่างเร่งด่วนที่สุด "พรรครักชาติ" มีจุดยืนสอดคล้องกับหลายพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้ประเทศไทยวางตัวเป็นกลางบนเวทีโลก ไม่ฝักใฝ่การใช้กำลังหรือการก่อความรุนแรงใด ๆ

"รัฐบาล จะต้องดูแลพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ ให้ได้รับความปลอดภัย ถ้าจะต้องพาพวกเขากลับมา ก็พาพวกเขากลับมาโดยด่วน ส่วนการจัดวางสถานะของประเทศไทยเราบนเวทีโลก ในเหตุการณ์นี้ แน่นอนครับ หลาย ๆ พรรคการเมือง หลาย ๆ คนก็ได้พูดแล้วว่า ไม่ฝักใฝ่การสู้รบ ไม่ก่อความรุนแรง ผมคิดว่าพรรครักชาติเราก็เห็นด้วย" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้กล่าวถึงปัญหาความมั่นคง "หน้าด่าน" ของประเทศ โดยระบุว่า สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงมีความเปราะบาง และยังไม่สงบเรียบร้อยอย่างแท้จริง ซึ่งในสภาวะการณ์เช่นนี้ การเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้กับกองทัพถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเตรียมรับมือกับความสุ่มเสี่ยงและป้องกันการถูกรุกรานอธิปไตย

"ณ หน้าด่านของเราเองนี่ครับ ข้างหลังที่เป็นประเทศกัมพูชา สถานการณ์ระหว่างเรากับกัมพูก็ยังไม่ได้เงียบสงบลง เราต้องหันกลับมาดูตัวเราเองด้วยครับ ในภาวะการณ์นี้ การสร้างศักยภาพ สร้างความเข้มแข็งให้กับกองทัพ มีความจำเป็นมาก เราไม่รู้จะถูกรุกรานเมื่อไหร่ การมีกำลังที่พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดเตรียมเพื่อที่จะทำให้ปัญหามันลุล่วงแล้วเสร็จไป" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ยังฝากถึงนายกรัฐมนตรี คือการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนและเขตแดน โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเรื่องของ MOU 44 ไว้ อยากจะฝากเรื่องของ MOU 43 ด้วย หากรัฐบาลตัดสินใจยกเลิก การจัดการสถานการณ์ชายแดนและการจัดวางพื้นที่ระหว่างไทยกับกัมพูชา จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การยุติปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถถอยกลับไปอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมและเป็นของตนเองอย่างชัดเจน

"ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้พูดเรื่องของ MOU 44 ไว้ อยากจะฝากเรื่องของ MOU 43 ด้วยนะครับ ถ้าท่านเลิกไป การจัดการสถานการณ์ของชายแดน จะทำได้ดีขึ้น และการจัดวางพื้นที่ระหว่างเรากับกัมพูชาก็จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และท้ายที่สุดเราจะจบปัญหาได้ ต่างคนต่างอยู่ในพื้นที่ ที่เป็นพื้นที่ของตัวเองและพื้นที่ที่เหมาะสม" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

และในช่วงท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ย้ำเตือนสติสังคมไทยว่า ในขณะที่วิกฤตตะวันออกกลาง อาจมีนานาชาติเข้าไปเกี่ยวข้องและช่วยเหลือ แต่สำหรับกรณีความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ประเทศไทยต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก พร้อมเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนคนไทยร่วมมือร่วมใจกัน เพราะหากขาดความสามัคคี ประเทศชาติก็ยากที่จะก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ความท้าทายนี้ไปได้

"เราต้องมาดูแล้วล่ะครับ ในภาวการณ์นี้ตะวันออกกลาง ท่านก็ต้องดูแล ท่านก็ต้องช่วยเหลือเขา แต่ของไทยกับกัมพูชานี่ล่ะครับไม่มีใครมาช่วยเหลือท่านหรอก ท่านต้องทำเองนะครับ ช่วยกันครับ แล้วก็ฝากพี่น้องชาวไทยทุกคนด้วยนะครับว่า สถานการณ์นี้ถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน เราลุข้ามผ่านไปได้ยาก" รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวนิก กล่าวทิ้งท้าย

สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน!! ทำลายเรือ 17 ลำของอิหร่าน ใช้กระสุนมากกว่า 2,000 นัด สกัดขีปนาวุธและโดรนกว่าพันลำ ส่งสัญญาณต่อเนื่องทุกช่วงเวลา

4 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เผยผ่านคลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือของอิหร่าน 17 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือดำน้ำที่อิหร่านใช้งานมากที่สุดที่ตอนนี้มีรูโหว่อยู่ด้านข้างลำเรือ โดยคูเปอร์กล่าวว่านี่เป็นการจมทั้งกองทัพเรืออิหร่าน

คูเปอร์ระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายเกือบ 2,000 จุด ด้วยเครื่องกระสุนมากกว่า 2,000 รายการ มีการลดระดับการป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านลงอย่างมาก ตลอดจนทำลายขีปนาวุธ แท่นยิง และโดรนของอิหร่านหลายร้อยรายการ โดยกองกำลังสหรัฐฯ จะยังคงโจมตีอิหร่านตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ก้นทะเลจนถึงอวกาศและไซเบอร์สเปซ

ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานว่าฝ่ายอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธกว่า 500 ลูก และส่งโดรนโจมตีกว่า 2,000 ลำ เมื่อนับตั้งแต่เริ่มต้นการโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

ที่มา : Xinhua

สหรัฐฯ ถูกชี้ "กับดัก" ‘ฌากส์ โอการ์’ เผยเป้าหมายสงคราม ไม่สมจริงกับการโค่นอิหร่าน คาดสงครามทางอากาศมีความเสี่ยง อิสราเอลอาจบีบให้ทรัมป์พ่ายเลือกตั้ง

(4 มี.ค. 69) ฌากส์ โอการ์ อดีตพันเอกหน่วยปฏิบัติการพิเศษฝรั่งเศส ชี้เป้าหมายสงครามของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ตั้งใจระเบิดอิหร่านให้ล่มสลายโดยสิ้นเชิงนั้นเป็นไปได้ยากและไม่สมจริง

โอการ์กล่าวกับสปุตนิกว่า "แคมเปญทิ้งระเบิดของอิสราเอล-สหรัฐฯ ไม่ได้เพียงพอที่จะโค่นอิหร่านได้" พร้อมกับมองว่าเป้าหมายหลักคือการทำให้โครงสร้างรัฐโดยเฉพาะด้านความมั่นคงและป้องกันประเทศปั่นป่วนสุดกำลัง

เขายังอ้างคำเตือนของแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ที่เตือนประธานาธิบดีทรัมป์ถึงภาวะขาดแคลนยุทโธปกรณ์ในไม่กี่วันหลังสงครามเริ่ม และชี้ว่าสหรัฐฯ อาจตกอยู่ในกับดักที่อิสราเอลวางไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ทรัมป์สูญเสียคะแนนนิยมและอาจกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอม

สถานการณ์นี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความซับซ้อนและความเสี่ยงที่สูงในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งตำหนิถึงข้อจำกัดของสงครามทางอากาศต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ใหญ่ การยืนหยัดของอิหร่านเองก็ทำให้สงครามเป็นเรื่องยากสำหรับฝ่ายตะวันตกอย่างมาก

ที่มา : Sputnik

ปตท.ตรึงราคาน้ำมัน ร่วมตอบรับนโยบายรัฐบาลช่วยประชาชน ตรึงราคาน้ำมันดีเซล-แก๊สโซฮอล์ 15 วัน มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ยืนยันสร้างเสถียรภาพพลังงานมั่นคง

ปตท. และ โออาร์ ตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ตอบรับนโยบายรัฐบาล ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

วันนี้ (4 มีนาคม 2569) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ประกาศคงราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ไว้ในระดับปัจจุบันเป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อร่วมบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน สอดรับกับทิศทางนโยบายพลังงานของรัฐบาล

ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ สนับสนุนและร่วมผลักดันนโยบายของรัฐบาลในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนให้กับประเทศ

มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการในระยะสั้น บนความร่วมมือของ ปตท. และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจสถานีบริการ โดย ปตท. ยืนยันว่า พื้นฐานทางธุรกิจของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่ ปตท. ยึดมั่นมาโดยตลอดในฐานะรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อิหร่านโต้ไม่ถอย!! ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานศัตรู ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 ราย อิสราเอลสั่งอพยพชายแดน ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงต่อเนื่อง

(3 มี.ค. 69) อิหร่านยังคงตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังที่ตั้งของฝ่ายศัตรูในหลายพื้นที่ รวมถึงการใช้โดรนโจมตีฐานสำคัญของสหรัฐฯ ใกล้สนามบินนานาชาติแบกแดด ในขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่ามีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 นายจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านในคูเวต

กองทัพอิสราเอลได้แจ้งให้ประชาชนในหมู่บ้านมากกว่า 50 แห่งในเลบานอนอพยพออกจากพื้นที่ หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดใส่อิสราเอล ขณะที่สื่อของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านยิงโดรนสอดแนมขั้นสูงของสหรัฐฯ รุ่น MQ-9 ได้ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' แถลงว่า "น่าจะมี" ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่มระหว่างปฏิบัติการที่อิหร่าน ซึ่งอาจยืดเยื้อไม่เกิน 4 สัปดาห์ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 'อับบาส อารักชี' กล่าวว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านอาจถูกเลือกได้ภายในหนึ่งหรือสองวัน ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ย้ำว่า "ประตูสู่การทูต" ยังเปิดอยู่

หลังเหตุโจมตี ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับขึ้นมาอยู่ราว 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นแตะประมาณ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เท่ากับสะท้อนความตึงเครียดในภูมิภาคและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกช่วงนี้

ที่มา : Sputnik

JB League ลุยคัดตัว!! เปิดรับสมัคร U10–U11 ค้นหาดาวรุ่งสู่เส้นทางมือโปร ปั้นดาวรุ่งบาสรุ่นจิ๋วเข้าลีกมาตรฐานสากล กิจกรรมช่วงปลายมีนาคมนี้

(3 มี.ค. 69) Junior Ballers League หรือ JB League เปิดรับสมัครนักกีฬาบาสเกตบอลเยาวชนรุ่นอายุ 10 และ 11 ปี เพื่อคัดเลือกเข้าสู่ลีกการแข่งขันบาสเกตบอลเยาวชนจำลองบรรยากาศมาตรฐานสากลในปี 2026 โดยกิจกรรม Tryouts จะจัดขึ้นวันที่ 28-29 มีนาคม 2569 ที่โรงเรียนเด่นหล้า บริติช สคูล พร้อมเปิดรับสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 20 มีนาคมนี้

กฤติกร ธนมหามงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JB League ระบุว่า "การจัด Tryouts ไม่ใช่เพียงการคัดเลือกผู้เล่น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยผลักดันศักยภาพของเด็กๆ อย่างเป็นระบบ" ผู้จัดตั้งใจสร้างพื้นที่แห่งโอกาสเพื่อปั้นเยาวชนเข้าสู่วงการบาสเกตบอลไทยอย่างมืออาชีพ

นอกจากนี้ JB League ยังเปิดตัววิดีโอโปรโมทสุดพิเศษที่รวบรวมเยาวชนนักบาสเกตบอลที่ได้รับความสนใจ เช่น 'โฮมมี่' และ 'เทียร่า' เพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจและทุ่มเทในสนามแข่งขัน สะท้อนพลังมิตรภาพและความมุ่งมั่น

การคัดตัวครั้งนี้เปิดโอกาสสำหรับรุ่นอายุ 10 ปี (ผู้เกิดหลัง 27 ก.ค. 2558) และรุ่นอายุ 11 ปี (ผู้เกิดหลัง 27 ก.ค. 2557) ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมครอบครัว JB League ที่เน้นปลูกฝังทัศนคติและพัฒนาตนเองเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในกีฬาบาสเกตบอล

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Junior Ballers League Thailand และ Instagram: jbleaguethailand

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10156397

3 มีนาคม 2569 “วันมาฆบูชา” วันเพ็ญเดือน 3 ชาวไทยเวียนเทียน วันหยุดแห่งศรัทธาและสติ ประตูสู่ความสงบที่เริ่มได้จากเรื่องเล็กในบ้าน

(3 มี.ค. 69) วันมาฆบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 ในปี 2569 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ชาวไทยทั่วประเทศร่วมกันเวียนเทียนและทำบุญในหลายวัด ตั้งแต่เช้าจรดค่ำกิจกรรมหลักคือทำบุญตักบาตร ฟังธรรม และเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ

ในวันมาฆบูชาเป็นการระลึกเหตุการณ์ "จาตุรงคสันนิบาต" หรือการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 ที่เกิดขึ้นโดยมิได้นัดหมาย มีพระภิกษุ 1,250 รูปที่เป็นพระอรหันต์และได้รับการบวชโดยตรงจากพระพุทธเจ้ามารวมกันในวันเพ็ญเดือน 3 พระพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาติโมกข์" ซึ่งเป็นสรุปคำสอนฉบับย่อที่ชาวพุทธถือเป็นแกนกลางของคำสอน

คำสอนสำคัญสั้น ๆ ที่คนไทยจดจำและใช้เป็นเข็มทิศชีวิตคือ "ไม่ทำชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส" ซึ่งครอบคลุมทั้งพฤติกรรม การกระทำ และการฝึกจิตใจให้สงบจากความโกรธ โลภ หลง

วันมาฆบูชาถูกนับตามปฏิทินจันทรคติ และอาจเลื่อนไปมาในเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมในบางปีที่เป็นปีอธิกมาส แต่ความหมายที่แท้จริงของวันสำคัญนี้คือโอกาสที่ชาวพุทธจะหยุดคิดและเติมเต็มใจของตน โดยมีกิจกรรมตั้งแต่การทำบุญ ฟังธรรม สมาทานศีล เจริญภาวนา และเวียนเทียน

สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกไปวัด สามารถทำมาฆบูชาให้มีความหมายได้โดยการงดทำสิ่งที่ทำร้ายใจ ทำความดีหนึ่งอย่างอย่างตั้งใจ และให้เวลาตนเองในการนั่งสมาธิหรืออ่านคำสอนสั้น ๆ เพื่อฟื้นฟูใจให้เบาสงบ

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%86%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top