Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

31 ธันวาคม 2549 ปีใหม่ที่ไม่ได้มีแค่พลุ ย้อนคืนระเบิดป่วนกรุง เคาท์ดาวน์กรุงเทพฯจบด้วยเสียงไซเรน คดีไม่มีคำตอบ ผู้คนยังจดจำเหตุการณ์

คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2549 กรุงเทพมหานครถูกสั่นสะเทือนจากเหตุระเบิดหลายจุดทั่วเมือง ก่อนงานเคาท์ดาวน์ที่จะจัดขึ้น ส่งผลให้คืนสิ้นปีเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสนในหมู่ประชาชน

ระเบิดแรกเกิดขึ้นประมาณ 18.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกสะพานควาย ตลาดคลองเตย รวมถึงฝั่งชานเมืองอย่างซีคอนสแควร์และแคราย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บกว่า 30 คน ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ สร้างความวุ่นวายและทำลายภาพลักษณ์ความปลอดภัยของกรุงเทพฯ

หลังเคาท์ดาวน์ มีระเบิดเพิ่มอีก 2 จุดบริเวณย่านประตูน้ำและใกล้ห้าง CentralWorld ส่งผลให้ต้องยกเลิกหรือปรับลดขนาดงานปีใหม่ในหลายพื้นที่ ผู้ว่าฯ กทม.ขอให้ประชาชนนับถอยหลังปีใหม่แบบสั้น ๆ และรีบแยกย้ายกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย พร้อมย้ำ "นี่ไม่ใช่คืนแห่งความสุข แต่เป็นคืนที่ต้องระวัง"

เหตุการณ์นี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ สังคมตั้งคำถามและความสงสัยหลากหลายถึงแรงจูงใจ เบื้องหลังเหตุการณ์ยังเป็นปริศนาไม่เคยคลี่คลาย การจัดงานปีใหม่ในกรุงเทพฯ หลังจากนั้นจึงเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น การวางกำลังตำรวจทหารและตรวจสอบอย่างเข้มงวดกลายเป็นมาตรฐานใหม่

ภาพจำของคืนปีใหม่ 2549 ยังคงฝังลึกในใจผู้ที่เผชิญเหตุการณ์ดังกล่าว และกลายเป็นบทเรียนสำคัญของการจัดงานเคาท์ดาวน์ในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2549

ดร.เจษฏ์ ปูด “ทุนเทา” ทุ่มแสนล้านซื้อประเทศ ชี้ถูกกว่าแจกเงิน เผยโมเดลหัวละ 4,000 ยึดอำนาจรัฐ

รศ.ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์การแทรกแซงทางการเมืองของกลุ่มทุนสีเทา ว่า ล่าสุดมีการอายัดทรัพย์กลุ่มทุนสีเทากลุ่มหนึ่งมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับข้อมูลมาว่าเป็นเพียงร้อยละ 10 ของเม็ดเงินจริงที่เตรียมไว้สำหรับสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยยอดรวมอาจสูงถึง 1 แสนล้านบาท

รศ.ดร.เจษฏ์ ได้แจกแจงตัวเลขความเป็นไปได้ในการใช้เงินจำนวนดังกล่าวซื้อเสียงว่า หากมีเงิน 1 แสนล้านบาท สามารถซื้อคนได้ถึง 100 ล้านคน ในราคาคนละ 1,000 บาท แต่ในความเป็นจริงประเทศไทยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ถึงจำนวนดังกล่าว และหากนับเฉพาะผู้มาใช้สิทธิจริงประมาณ 30 กว่าล้านคน การซื้อเสียงเพื่อให้ได้เสียงข้างมาก (ประมาณ 60% ของผู้มาใช้สิทธิ) จะทำให้อัตราการจ่ายเงินพุ่งสูงถึงหัวละ 3,000 - 4,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่กลุ่มทุนเหล่านี้สามารถจ่ายได้จริง

ผบ.ทร. อำนวยพรและให้กำลังใจทหารในแนวหน้า

เนื่องในโอกาสเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2569 ผมขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังกำลังพลทุกนาย ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ทั้งทางบกและทางทะเล

ในขณะที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขกับครอบครัว ยังมีท่านอีกหลายชีวิตที่ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะอยู่ตามแนวชายแดน บนยอดเขาสูง หรือในท้องทะเลอันห่างไกล ภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงเหล่านี้ คือความเสียสละอันยิ่งใหญ่และทรงเกียรติ

เวทีใหญ่ก็ไม่หวั่น!! “สึสึมิ” โชว์พลังหมัด น็อกควินตานาในยก 4 ที่ริยาด เป้าหมายชัดล่าชื่อแชมป์โลก ยืนยันขึ้นสู่ระดับที่ใหญ่กว่า

(30 ธ.ค. 68) 'เรียโตะ สึสึมิ' นักมวยดาวรุ่งชาวญี่ปุ่น รักษาฟอร์มร้อนแรงด้วยชัยชนะน็อกในยกที่ 4 เหนือ 'ลีโอบาร์โด ควินตานา ซานเชซ' จากเม็กซิโก ในศึก The Ring V: Night of the Samurai ที่เมืองริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ทำให้สถิติชนะเพิ่มเป็น 4 ไฟต์รวด

ไฟต์นี้ สึสึมิสามารถควบคุมจังหวะและความนิ่งบนเวที แม้ฝ่ายคู่ชกจะพยายามเปลี่ยนท่าเต้นและสร้างความสับสน แต่กำปั้นญี่ปุ่นชกด้วยหมัดซ้ายที่แรงและแม่นยำ โดยในยก 4 เขาเร่งเครื่องทำหมัดชุดลำตัวจนควินตานาทรุดและกรรมการยุติการชกที่เวลา 1:14 นาที

หลังชัยชนะ สึสึมิเผยเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเป็นแชมป์โลกภายใน 10 ไฟต์ และจะไต่ระดับขึ้นทีละขั้นเพื่อยกระดับอันดับและขึ้นสู่เวทีที่ใหญ่กว่า "ผมจะขยับแบบทีละขั้นเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้" สึสึมิกล่าว

ความโดดเด่นของสึสึมิอยู่ที่หมัดหนักและจังหวะคมที่สร้างความกดดันต่อคู่ชกอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับความเร็วในการปิดเกมที่ทำให้เขามีสถิติชนะน็อกถึง 3 ใน 4 ไฟต์ และน่าจะถูกดันขึ้นสู่ด่านที่หนักขึ้นในอนาคตอันใกล้

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1629254/

ละมุนจนคนแซว!! “โต๋-ไบรท์” อุ้มหลานตัวน้อย โมเมนต์อบอุ่นสุดละมุน เผยภาพซ้อมอุ้มเด็กน้อย ต้อนรับสมาชิกใหม่บ้านเวชสุภาพร

(30 ธ.ค. 68) คู่รักคนดัง 'โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร' และ 'ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ' โพสต์ภาพสุดอบอุ่นขณะอุ้มเด็กทารกตัวน้อยผ่านอินสตาแกรมของทั้งคู่ในช่วงคริสต์มาส ส่งความน่ารักทะลุจอจนแฟน ๆ แอบลุ้นว่ามีข่าวดีหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เด็กน้อยที่อุ้มกันนั้นคือ "น้อง Estelle" หลานสาวตัวน้อยของครอบครัวเวชสุภาพร ทั้ง 'โต๋' และ 'ไบรท์' ต่างเขียนแคปชั่นในโทน "มือใหม่หัดอุ้ม" และต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างเป็นทางการ โดย 'โต๋' แท็กแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องในโพสต์ด้วย

'ไบรท์' ยังโพสต์ข้อความต้อนรับน้องเอสเทลงดงาม พร้อมบอกว่าเป็นการ "ซ้อมอุ้ม" ของอาป้ายแดง แฟน ๆ ใจละลายกับความน่ารักของเบบี๋ ในขณะที่ 'โต๋' เล่าขำ ๆ ว่าถึงจะเป็น "มือใหม่หัดอุ้ม" แต่หลานสาวนอนหลับนิ่งในอ้อมแขน และยกให้โมเมนต์นี้เป็นของขวัญคริสต์มาสปีนี้

ภาพดังกล่าวสร้างความสุขให้เพื่อน ๆ ในวงการและแฟนคลับที่แห่คอมเมนต์ยินดีอย่างล้นหลาม บางคนแซว "ฝึกไว้ก่อน" และรอลุ้นข่าวดีสมาชิกตัวน้อยของทั้งคู่ในอนาคต

โมเมนต์นี้สะท้อนความอบอุ่นและความรักในครอบครัวของทั้งคู่ พร้อมเปิดทางให้แฟน ๆ ได้มีความหวังและร่วมเชียร์ให้โต๋-ไบรท์มีสมาชิกใหม่ของตัวเองในไม่ช้าอย่างแน่นอน

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9865186/

ยูเอ็นเผชิญวิกฤต!! สหรัฐค้างจ่ายกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ บทบาทยูเอ็นถูกตั้งคำถาม ต้องเร่งฟื้นบทบาทแก้ความขัดแย้ง ปลดพนักงาน-ตัดโครงการรัดเข็มขัด

(30 ธ.ค. 68) องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำลังประสบวิกฤตการเงินครั้งใหญ่จากการที่หลายประเทศยังค้างชำระเงินสมทบ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้จ่ายรายใหญ่ที่สุดและเป็นลูกหนี้รายใหญ่ที่สุด ค้างชำระเงินมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำยูเอ็น เปิดเผยว่ายูเอ็นแทบไม่มีบทบาทสำคัญในการคลี่คลายความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องกลับมา "ทวงคืน" บทบาทดังกล่าวอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' เคยวิจารณ์ว่า ยูเอ็นไม่ได้ช่วยในการยุติความขัดแย้งในยูเครน ขณะที่ยูเอ็นต้องเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตการเงินนี้ โดยมีการทยอยปลดพนักงาน ตัดลดโครงการด้านมนุษยธรรม และใช้มาตรการรัดเข็มขัด เช่น การปรับขึ้นราคาคาเฟทีเรีย และการปิดบริการบางพื้นที่ภายในสำนักงานใหญ่

วิกฤตการเงินครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อศักยภาพของยูเอ็นในการจัดการกับปัญหาความขัดแย้งและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วโลก จึงเป็นความท้าทายที่จะทำให้องค์กรกลับมามีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศอีกครั้ง

ที่มา : Sputnik

ญี่ปุ่นแจงไข้หวัดนก!! ระบาดครั้งที่ 11 ในฮอกไกโด กำจัดไก่ไข่กว่า 6,000 ตัว จำกัดเคลื่อนย้ายในพื้นที่ใกล้เคียง ติดตามมาตรการควบคุมต่อเนื่อง

(30 ธ.ค. 68) กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นยืนยันการระบาดของโรคไข้หวัดนกชนิดก่อโรครุนแรง (HPAI) ที่ฟาร์มสัตว์ปีกแห่งหนึ่งในจังหวัดฮอกไกโด เมื่อวันจันทร์ (29 ธ.ค.) ซึ่งเป็นการระบาดครั้งที่ 11 ของฤดูกาลในญี่ปุ่น และทำให้ต้องกำจัดไก่ไข่มากกว่า 6,000 ตัว

รายงานระบุว่า แนวปฏิบัติของทางการกำหนดให้กำจัด เผา และฝังกลบไก่ทุกตัวในฟาร์มดังกล่าว ส่วนฟาร์มที่ตั้งอยู่ภายในรัศมี 3 กิโลเมตร ห้ามเคลื่อนย้ายไก่และไข่ ขณะที่ฟาร์มในรัศมี 3-10 กิโลเมตร จะห้ามส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกออกนอกพื้นที่

การระบาดโรคไข้หวัดนกในญี่ปุ่นมักเริ่มต้นในฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูใบไม้ผลิปีถัดไป โดยฤดูกาลนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่จังหวัดฮอกไกโด การระบาด 10 ครั้งก่อนหน้านี้ส่งผลให้ต้องกำจัดไก่เกือบ 3.65 ล้านตัว ท่ามกลางความพยายามควบคุมโรคตามมาตรการเข้มงวด

กระทรวงฯ ย้ำว่า "มาตรการเหล่านี้มีความสำคัญเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดสู่พื้นที่อื่นและรักษาความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหาร" ซึ่งสะท้อนถึงความตื่นตัวและความเข้มงวดในการรับมือพันธ์ไข้หวัดนกในญี่ปุ่น

ที่มา : Xinhua

ท้าชนทุนผูกขาดพลังงาน "อรรถวิชช์" ลั่น! เบอร์ 6 ไม่โกหก รทสช. พร้อมแก้วิกฤตชาติ ประกาศหั่นค่าไฟ 3.30 บาท

‘อรรถวิชช์’ ลั่นคุ้มค่าแลก สส. ไหลออกกับการลดค่าไฟให้ประชาชน เปิดแผนเดือด 'ทุบหม้อข้าวกลุ่มทุน' ดันค่าไฟเหลือ 3.30 บาท ย้ำเบอร์ 6 "ไม่โกหก" ขอ 20 ที่นั่งเข้าไปลุยต่อ

(29 ธ.ค. 2568) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ "เจาะข่าวเด็ด" ทางสถานีโทรทัศน์ MONO 29 ถึงความพร้อมและทิศทางของพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำนโยบายด้านพลังงานได้สำเร็จ แม้กระทรวงพลังงานจะมีงบประมาณน้อยที่สุด แต่ในยุคที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สามารถลดค่าไฟฟ้าจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาท ลดลง 76 สตางค์ ซึ่งช่วยประหยัดเงินให้ประชาชนไปแล้วกว่า 2.7 แสนล้านบาท รวมถึงเตรียมเสนอร่างพระราชกำหนดยกเลิกกองทุนน้ำมัน เปลี่ยนมาใช้ระบบน้ำมันสำรอง ให้โรงกลั่นเป็นผู้เสียภาษีแทนประชาชนทำให้น้ำมันลดลง 5-6 บาท

นายอรรถวิชช์ กล่าวเสริมว่า การลดค่าไฟฟ้าคือการเข้าไปแตะกำไรของกลุ่มทุนเอกชน เพราะปัจจุบันเอกชนผลิตไฟฟ้าถึง 71% ขณะที่ กฟผ. ผลิตเองเพียง 29% นี่คือเหตุผลที่ทำให้เรามีปัญหากับนายทุน

"ค่าไฟที่ลดลงทุกสตางค์ กับ สส. ที่เดินออกไปคุ้มค่ากับการที่ประชาชนจะได้รับ รทสช. ตั้งเป้าลดค่าไฟลงอีกให้เหลือ 3.30 บาท" นายอรรถวิชช์ กล่าว

ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังย่ำอยู่กับที่มา 20 ปี เพราะขาดนวัตกรรม และถูกผูกขาดโดย 2 อุตสาหกรรมหลัก คือ พลังงาน และ ธนาคาร ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมไฮเทค เช่น Data Center หรือการผลิตชิป Semi-conductor ต้องการพลังงานสะอาด 100% เพื่อเลี่ยงภาษีคาร์บอน แต่ไทยไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้เพราะกลัวกระทบทุนผูกขาด พรรครวมไทยสร้างชาติจึงเสนอให้เปิด "เสรีโซลาร์" เพื่อให้ผู้ผลิตเข้าถึงพลังงานสะอาดได้โดยตรง ไม่ต้องรอรัฐหรือกลุ่มทุน

สำหรับปัญหาหนี้ครัวเรือน นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า 90% เกิดจากระบบเครดิตบูโรที่ล้าหลัง ซึ่งแช่แข็งประวัติลูกหนี้นานถึง 3 ปี แม้จะชำระหนี้หมดแล้วก็ตาม ทำให้คนทำงานขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต้องกู้หนี้นอกระบบโดนดอกเบี้ยแพงมาก จึงเสนอให้ใช้ระบบ Credit Scoring แบบสหรัฐอเมริกา คือการแสดงเป็นคะแนนแทนประวัติการชำระหนี้ คนคะแนนดีดอกเบี้ยต่ำ คนคะแนนต่ำดอกเบี้ยสูง พร้อมจ่ายหนี้ครบ ลบประวัติทันที และสามารถกู้ใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ 3 ปี

ในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนและชายแดนไทย-กัมพูชา พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอให้ ยกเลิก MOU 44 และ MOU 43 ทันที โดยยืนยันไม่แบ่งทรัพยากรในพื้นที่เส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา และต้องยึดตามหลักหมุดเดิม ไม่ยอมรับการเปลี่ยนหลักหมุดที่ล่วงล้ำเข้ามา และกล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลเรื่องลงนามหยุดยิงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ว่าเป็นการ "ยึกยัก" ทั้งที่ไทยมีแสนยานุภาพทางทหารเหนือกว่าในทุกมิติ

ด้านการปฏิรูปกองทัพ เสนอนโยบายสมัครใจเกณฑ์ทหารมอบเงินค่าตอบแทน 30,000 บาท ทันที และผู้ที่สมัครใจรบมอบให้ 200,000 บาท ซึ่งเงินเหล่านี้จะกลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและช่วยกระตุ้น GDP ได้จริง

สำหรับเป้าหมายในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตั้งเป้าจำนวน สส. อย่างน้อย 20 ที่นั่งเพื่อเข้าไปในสภาฯ และ สำหรับ สส.บัญชีรายชื่อ หากประชาชนอยากให้พรรครวมไทยสร้างชาติเข้าไปสู้ให้ท่าน โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน โปรดเลือกรวมไทยสร้างชาติ "เบอร์ 6 ไม่โกหก" มั่นใจว่าคุ้มเงินภาษีทุกบาททุกสตางค์แน่นอน นายอรรถวิชช์ กล่าว

30 ธันวาคม 2498 วันสุนทรภู่กลับบ้านเกิด วางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์กลางแกลง เปลี่ยนกวีในตำราให้ยืนเด่นบนผืนดินระยอง ประกาศกวีเอกเป็นสมบัติชาติ

(30 ธ.ค. 98) วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2498 รัฐไทยประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสาวรีย์สุนทรภู่ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อยืนยันบทบาทของกวีเอกในฐานะบุคคลสำคัญของชาติ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นที่ทางกายภาพให้กับสุนทรภู่บนแผ่นดินจริง

ในยุคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม รัฐบาลไทยใช้วัฒนธรรมและสัญลักษณ์เป็นเครื่องมือสร้างชาติ การยกย่องบุคคลในประวัติศาสตร์และวรรณคดีเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความเป็นไทย สุนทรภู่จึงได้รับเลือกสร้างอนุสาวรีย์ ณ แกลง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและผลงานวรรณกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น นิราศเมืองแกลง

พิธีวางศิลาฤกษ์มีจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นประธาน ด้วยพื้นที่กว่า 8 ไร่เพื่อสร้างเป็นอุทยานวรรณกรรม แต่โครงการนี้สะดุดชะงักไปนานจนกระทั่ง พ.ศ. 2511 จึงมีการฟื้นฟูและสร้างอนุสาวรีย์สมบูรณ์ในปี 2513 พร้อมด้วยรูปปั้นกวีและตัวละครวรรณกรรมพระอภัยมณีที่ช่วยเติมเต็มโลกกลอนสุนทรภู่

อนุสาวรีย์สุนทรภู่ในปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์กระดับจังหวัดระยองและสถานที่จัดงานวันสุนทรภู่ประจำปี อีกทั้งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกใน พ.ศ. 2529 ว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลก สะท้อนว่ากวีเอกไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่คือเสาหลักทางจิตวิญญาณของชาติ

30 ธันวาคม จึงไม่ใช่แค่วันวางศิลาฤกษ์ธรรมดา แต่เป็นวันที่สุนทรภู่ "ถูกนำลงมาผูกโยงกับภูมิประเทศจริง" สร้างจุดหมายให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสวรรณกรรมอย่างจับต้องได้ และยืนยันว่า "กวีไม่ใช่แค่คนเขียนหนังสือ แต่คือเสาหลักทางจิตวิญญาณของชาติ" อย่างแท้จริง

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%88

'รวี' พรรครักชาติ ไม่นิ่ง!! จี้ กกต. สั่งสอบอย่างจริงจัง เร่งสร้างความโปร่งใส - น่าเชื่อถือ หลังมีข่าวสะพัดเงินแสนล้านว่อนเลือกตั้ง หวั่นทุนใหญ่ครอบงำรัฐทำชาติล่มจม

พรรครักชาติ จี้ กกต.ตรวจสอบจริงจังหลังข่าวสะพัด มีเงินทุนกว่าแสนล้านไหลเข้าระบบเลือกตั้ง หวั่น ประเทศล่มจมหากนายทุนได้อำนาจรัฐ

วันนี้ (29 ธันวาคม 2568) นายรวี เลาหพูนรังษี (ก๊อป) รองหัวหน้าพรรครักชาติ ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าตรวจสอบอย่างจริงจัง กรณีที่มีกระแสข่าวว่าขณะนี้มีเงินทุนจำนวนมากกว่าแสนล้านบาท หลั่งไหลเข้ามาในระบบ เพื่อใช้ในการเลือกตั้งในครั้งนี้

นายรวี ระบุว่า หาก กกต.ปล่อยให้พรรคการเมืองที่ใช้เงินทุนเหล่านี้ได้รับเลือกตั้งเข้ามาในสภา ได้มีโอกาสเข้ามามีอำนาจในการบริหารประเทศ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อประเทศไทย ประเทศเราจะไปต่อได้อย่างไร และเป็นกังวลว่าอาจทำให้ประเทศ “ล่มจม” ประชาชนจะอยู่กันอย่างไรต่อไป

รองหัวหน้าพรรครักชาติจึงขอเรียกร้องให้ กกต. เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top