Monday, 27 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

ประกาศยุติบทบาท!! ‘โอม Cocktail’ ยุติบทบาทบริหาร GeneLab-19 ย้ำไร้ปัญหากับ GMM Music หลังจบภารกิจใหญ่ เตรียมลุยธุรกิจอิสระเต็มตัว

(11 มี.ค. 69) "โอม Cocktail" หรือ 'ปัณฑพล ประสารราชกิจ' ศิลปินชื่อดัง ประกาศยุติบทบาทผู้บริหารค่ายเพลง GeneLab และ 19 ในเครือ 'GMM Music' อย่างเป็นทางการ พร้อมกับย้ำว่ายังคงอยู่ในเครือเดียวกันและไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้น ขณะที่บริษัท "ครึ่งเก้า" ซึ่งโอมและทีมบริหาร รับหน้าที่บริหารค่ายเพลงภายใต้ระบบรับจ้างบริหารแบบอิสระ นอกโครงสร้างพนักงานของ 'GMM Music'

โอมเปิดเผยผ่านข้อความว่า "หลังจากงานใหญ่ Three Man Down จบลงไปอย่างสวยงาม ผมและทีมงาน ครึ่งเก้า จำกัด ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุน และขอแจ้งการสิ้นสุดหน้าที่บริหารค่ายเพลง GeneLab และ 19" อีกทั้งอธิบายว่าแนวคิดเดิมการบริหารเป็นการทดลองระบบอิสระเพื่อเพิ่มศิลปินกลุ่มวัยรุ่น ภายใต้การสนับสนุนของ CEO 'ภาวิต จิตรกร' โดยตั้งเป้าหมายสร้างนวัตกรรมและความคล่องตัวในการทำงาน

ในข้อความยังแสดงความผูกพันกับ 'GMM Grammy' และการทำงานที่ผ่านมา พร้อมให้เหตุผลความแตกต่างเรื่องมุมมองและเป้าหมายที่ทำให้ตัดสินใจออกไปทำธุรกิจของตัวเองเองอย่างอิสระ โดยกล่าวว่า "ไม่ใช่ข้อขัดแย้งแต่เป็นเรื่องของมุมมองและเป้าหมายที่แตกต่างกัน" ขณะที่ศิลปินที่ดูแลไว้ เช่น Three Man Down, TaitosmitH, Tilly Birds, ก้อง ห้วยไร่ และอื่นๆ ได้รับการดูแลมาอย่างดีภายใต้ระบบของ 'GMM Music'

โอมยังกล่าวถึงการขยายบทบาทธุรกิจในฐานะผู้รับจ้างบริหารศิลปินและจัดกิจกรรมต่างๆ หลายคอนเสิร์ต นับเป็นการเปิดเกมใหม่หลังสิ้นสุดหน้าที่บริหารค่ายเพลง พร้อมขอบคุณแฟนเพลงและทีมงานทุกคนที่ร่วมเดินทางมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา "เราอาจกำลังเดินทางไปสู่เขตแดนที่เราไม่รู้จัก แต่ตื่นเต้นมาก ๆ ครับ"

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญในวงการเพลงไทยที่แสดงถึงการเคลื่อนตัวของศิลปินและผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องการแนวทางและเส้นทางใหม่ในอุตสาหกรรมบันเทิงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10166762

พร้อมโจมตี!! 'อิหร่าน' ลุยโจมตีอิสราเอล และฐานสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ตอกย้ำไม่เจรจากับสหรัฐฯ เสถียรภาพจากผู้นำสูงสุดใหม่

(11 มี.ค. 69) เซย์เยด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านพร้อมใช้ขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น พร้อมยืนยันว่าการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่สามารถหยุดยั้งการตอบโต้ได้

อารักชีกล่าวผ่านสื่อว่า "สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีเราอย่างไร้ทิศทาง และมุ่งเป้าพื้นที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อันตรายอย่างยิ่ง" พร้อมชี้ว่าการกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในแผนของอิหร่านอีกต่อไป

นอกจากนี้ อารักชีระบุว่า การแต่งตั้ง 'โมจตาบา คาเมเนอี' เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านส่งสัญญาณการสานต่อนโยบายต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงความมั่นคงของประเทศ

ภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเผชิญความไม่แน่นอนหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญอื่นๆ ของอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งทำให้ผู้นำสูงสุด 'อาลี คาเมเนอี' เสียชีวิต และเกิดการตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานของอิสราเอลและสหรัฐฯ ในพื้นที่

เหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอารักชียืนยันว่าอิหร่านไม่ได้ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือดังกล่าว หรือขัดขวางการขนส่งน้ำมันแม้จะมีความตึงเครียดในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

ปตท.ลุยตาข่ายป้องกันโดรน เสริมแนวป้องกันโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนานวัตกรรมตาข่ายแรงดึงสูง ใช้เม็ดพลาสติกพิเศษดูดซับพลังงาน เตรียมขยายตลาดเชิงพาณิชย์

กลุ่ม ปตท. พัฒนานวัตกรรมตาข่ายป้องกันโดรนแบบแรงดึงสูงต้นแบบ เสริมแนวป้องกันโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์

เมื่อวันที่ (10 มี.ค. 69) กลุ่ม ปตท.จัดแสดงการทดสอบตาข่ายประสิทธิภาพสูงป้องกันโดรน โดยมีนายพิรุณ กริ่มวงษ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ที่ 6 จากขวา)

และคณะผู้บริหารกลุ่ม ปตท. ร่วมงาน ณ วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยองซึ่งเป็นความร่วมมือด้านนวัตกรรม
วัสดุ ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผ่านโครงการบริหารการสร้างประโยชน์ร่วมธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น (PRISM) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) และ บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (Skyller) ในการพัฒนาตาข่ายประสิทธิภาพสูงป้องกันโดรนด้วยแนวคิด

Energy Absorption จากเม็ดพลาสติก HDPE เกรดพิเศษของ GC และเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงของ IRPC ที่มีความแข็งแรงและทนทานในทุกสภาพอากาศ ไม่ลามไฟ ดูดซับพลังงานจากแรงกระแทก ทำให้ป้องกันการโจมตีจากโดรนได้ดีกว่าตาข่ายที่ผลิตจาก HDPE ทั่วไป ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเม็ดพลาสติก ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เสริมแนวป้องกันเชิงกายภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานของสถานประกอบการ พร้อมมุ่งขยายผลเชิงพาณิชย์ในอนาคต

ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
11 มีนาคม 2569

'วิว' ขึ้นมือ 1 โลก!! แบดมินตันชายเดี่ยวไทย ผงาดที่ 1 โลกอีกครั้ง คะแนน 100,779 สูงกว่าจีน พลิกเกมโลกแบดมินตันปี 2026

(11 มี.ค. 69) การแข่งขันแบดมินตันอาชีพโลก ฤดูกาล 2026 โดยสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) เดินทางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 หลังรายการ ออล อิงแลนด์ โอเพ่น ณ ประเทศอังกฤษ ดัน 'วิว' กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยวไทยวัย 24 ปี ขึ้นสู่มือ 1 โลกอีกครั้ง

ล่าสุด 10 มีนาคม 69 คะแนนโลกจาก BWF ระบุว่า 'วิว' ที่ทะลุเข้ารอบรองฯ ในรายการที่ผ่านมา มีคะแนน 100,779 แซงหน้าฉี ยู่ฉี นักแบดมินตันจีนซึ่งรั้งอันดับ 1 ก่อนหน้า ที่มีเพียง 100,567 คะแนน "เป็นการกลับมาทวงแชมป์โลกอย่างน่าทึ่ง" ตามการประกาศของ BWF

ฉี ยู่ฉี รั้งเลข 2 ของโลกหลังพลาดตกรอบแรกอย่างน่าประหลาดใจ ส่วนอันดับต่อไป ได้แก่นักแบดมินตันจากเดนมาร์ก อินโดนีเซีย ฝรั่งเศส และไต้หวัน ขณะที่พณิชพล ธีระรัตน์สกุล นักตบลูกขนไก่ไทย อยู่ในอันดับที่ 29

'วิว' เคยเป็นนักแบดมินตันชายเดี่ยวไทยคนแรกที่ได้ตำแหน่งมือ 1 โลกเมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงการพลิกสถานการณ์ที่สูสี การแข่งขันแบดมินตันระดับโลกที่ไม่หยุดนิ่งและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

อันดับโลกของ สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ประเภทชายเดี่ยว
1. กุลวุฒิ วิทิตศานต์ (ไทย) 100,779 คะแนน
2. ฉี ยู่ฉี (จีน) 100,567 คะแนน
3. แอนเดอร์ส แอนทอนเซ่น (เดนมาร์ก) 93,729 คะแนน
4. โจนาธาน คริสตี้ (อินโดนีเซีย) 84,174 คะแนน
5. คริสโต โปปอฟ (ฝรั่งเศส) 81,925 คะแนน
6. โจว เทียน เฉิน (ไต้หวัน) 79,239 คะแนน
7. หลี่ ชื่อเฟิง (จีน) 77,478 คะแนน
8. หลิน ชุนยี่ (ไต้หวัน) 73,418
9. โคได นาราโอกะ (ญี่ปุ่น) 69,654 คะแนน
10. อเล็กซ์ ลาเนียร์ (ฝรั่งเศส) 69,025 คะแนน
29. พณิชพล ธีระรัตน์สกุล (ไทย) 44,686 คะแนน

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1633733/

รัสเซียรุกตลาดพลังงานใหม่ ปูตินย้ำบทบาทผู้จัดหาเชื่อถือได้ ราคาน้ำมัน-ก๊าซพุ่งเพราะฮอร์มุซปิด 90% ส่งออกไปจีน-อินเดียเป็นหลัก โอกาสขยายตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

(11 มี.ค. 69) วลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย เน้นย้ำความจำเป็นที่รัสเซียต้องมุ่งไปยังตลาดพลังงานใหม่ เพื่อสร้างฐานและบทบาทสำคัญในภูมิภาคเหล่านั้น ขณะเดียวกันราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกก็ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

สตานิสลาฟ มิตรัคโควิช ผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซียกล่าวกับสำนักข่าวสปุตนิกว่า "ในอนาคต สิ่งนี้จะกลายเป็นทั้งจุดยุทธศาสตร์และจุดทางจิตวิทยาที่สำคัญสำหรับบรรดาประเทศคู่ค้าของเรา ที่จะได้เห็นว่าพวกเขาสามารถปิดดีลทางธุรกิจกับเราได้" ปูตินยังยืนยันว่ารัสเซียเป็น "ผู้จัดหาพลังงานที่เชื่อถือได้" และเตือนถึงความพยายามที่จะก่อความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคพลังงานโลก

มิตรัคโควิช ระบุว่าน้ำมันราว 90% ของรัสเซียถูกส่งออกไปยังจีนและอินเดีย ขณะที่จีนยังคงเป็นผู้ซื้อก๊าซรายใหญ่ที่สุด หากยุโรปจะกลับมานำเข้าพลังงานรัสเซีย ต้องมี "แรงกระแทกทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่" ในยุโรปก่อน นอกจากนี้ รัสเซียยังมีโอกาสขยายตลาดก๊าซธรรมชาติเหลวไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น ไทยและเวียดนาม

เขาคาดว่า อาจเกิด "การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนและเป็นการชั่วคราว" แม้สหรัฐฯ ยังตั้งเป้าขับรัสเซียออกจากตลาดพลังงานโลก และถ้าความขัดแย้งกับอิหร่านลุกลาม สหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องยอมรับอิทธิพลพลังงานของรัสเซียในพื้นที่มากขึ้น

ที่มา : Sputnik

นทท.จีน เที่ยวนครวัดกัมพูชาลดเกือบ 40% 2 เดือนแรกของปี 2026 คาดเอี่ยวปัญหา สแกมเมอร์-ชายแดนตึงเครียด

(ซินหัว) ไม่นานนี้ ข้อมูลจากอังกอร์ เอนเทอร์ไพรซ์ (Angkor Enterprise) ระบุว่า อุทยานโบราณคดีอังกอร์ของกัมพูชา ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 14,334 คนในช่วง 2 เดือนแรก (มกราคม-กุมภาพันธ์) ของปี 2026 ลดลงร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนที่มีจำนวน 23,536 คน

อังกอร์ เอนเตอร์ไพรส์ระบุว่า จีนเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของอุทยานโบราณคดีอังกอร์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ตามหลังเพียงสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรเท่านั้น

อุทยานโบราณคดีอังกอร์ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือในจังหวัดเสียมราฐ ครอบคลุมพื้นที่ 401 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่สุดของกัมพูชา และยังเป็นที่ตั้งของปราสาทโบราณซึ่งสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9-13 รวม 91 แห่ง

ทอง เมงเดวิด (Thong Mengdavid) รองผู้อำนวยการศูนย์จีน-อาเซียนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์กัมพูชา กล่าวว่าการลดลงดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะเชื่อมโยงกับปัญหาแก๊งอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ และสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกับไทย

เมงดาวิดให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซินหัวว่า ด้วยการสนับสนุนจากการเชื่อมต่อทางอากาศที่เข้มแข็งและการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ ตนเชื่อว่านโยบายฟรีวีซ่าให้แก่ชาวจีนของกัมพูชา ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.-15 ต.ค. 2026 นี้ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้มาเยือนกัมพูชามากขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะนครวัด

อนึ่ง ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาให้คำมั่นเมื่อวันพุธ (4 มี.ค.) ว่ากัมพูชาจะกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ให้หมดสิ้นภายในเดือนเมษายน ปี 2026 นี้

ที่มา : Xinhua

อิหร่านทำให้น้ำมันแพง!! ถล่มอิหร่านคือภารกิจเร่งด่วน เพื่อหยุดภัยคุกคามนิวเคลียร์ “อโลนา” แจงชัด อิสราเอลไม่มีทางเลือก แนะคนไทยโมโหราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

(11 มี.ค. 69) นางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ ทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เปิดเผยผ่านแถลงข่าวถึงปฏิบัติการทางทหารที่อิสราเอลร่วมกับสหรัฐอเมริกา โจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ว่าเป็น "ความจำเป็นเร่งด่วน" เพื่อกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และภัยก่อการร้ายจากอิหร่านที่คุกคามความมั่นคงของอิสราเอล

นางอโลนา ให้ข้อมูลว่า อิหร่านพยายามซ่อนโครงการนิวเคลียร์ไว้ใต้ดินเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและทำลาย พร้อมชี้ว่าการอ่อนแอลงของกลุ่มฮามาสและฮิสบอลเลาะห์เป็นโอกาสของอิสราเอลในการโจมตีขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน

ทูตอิสราเอลกล่าวว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามระดับโลก โดยศักยภาพจรวดวิสัยไกลของอิหร่านสามารถเข้าถึงยุโรปได้ และการโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจในภูมิภาคกว่า 12 ประเทศเป็นหลักฐานความไม่เสถียรของระบอบการปกครองนี้

นางอโลนายังกล่าวกับชาวไทยว่า "คนไทยควรจะไม่พอใจอิหร่าน อิหร่านได้โจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียโดยไม่มีการยั่วยุใด ๆ" พร้อมเสริมว่า "อิหร่านกำลังใช้ทุกเครื่องมือหรือทุกไพ่ที่มี พวกเขาไม่ได้สนใจเสถียรภาพของโลกจริง ๆ พวกเขาไม่สนใจแม้แต่ประชาชนของตนเอง แล้วจะมาสนใจประเทศไทยทำไม"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงระยะเวลาสงคราม นางอโลนาตอบว่า "มันจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อกำจัดภัยคุกคามที่เป็นภัยต่อการดำรงอยู่และเป็นภัยถาวรจากอิหร่าน"

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2296957614145331&set=gm.1243403561281335&idorvanity=849053944049634

11 มีนาคม 2554 ญี่ปุ่นเผชิญมหันตภัย สึนามิกวาดล้างชายฝั่ง จุดชนวนวิกฤตนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ภัยซ้อนภัยเปลี่ยนโลก

เมื่อในวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554 ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับมหันตภัยสามชั้นที่เรียกว่า "มหาแผ่นดินไหวและสึนามิญี่ปุ่น" การเกิดแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 9.0 นอกชายฝั่งโทโฮคุ ทำให้พื้นทะเลยกตัวและเกิดคลื่นสึนามิสูงกว่า 10 เมตรพัดถล่มชายฝั่งอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อเมืองและชีวิตผู้คน

แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่แรงสั่นสะเทือนธรรมดา แต่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์และมีความเร็วสูงที่ทำลายล้างหลายจังหวัดตามชายฝั่ง โดยมีผู้เสียชีวิตและสูญหายประมาณสองหมื่นคน นอกจากนี้เหตุการณ์ยังลุกลามเป็นวิกฤตนิวเคลียร์เมื่อระบบไฟฟ้าและระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า Fukushima Daiichi ล้มเหลว ทำให้แกนปฏิกรณ์บางส่วนเกิดการหลอมละลาย

องค์การระหว่างประเทศอธิบายว่าภัยธรรมชาติครั้งนี้กลายเป็นภาพของ "ภัยพิบัติซ้อนภัยพิบัติ" หรือ cascading disasters ซึ่งเรียกร้องให้โลกตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนรับมือภัยพิบัติอย่างเข้มงวด และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานและระบบเทคโนโลยี

"ความเสี่ยงยุคใหม่ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติแต่คือความเสี่ยงเชิงลูกโซ่ที่ต้องออกแบบให้ตัดตอนความเสียหายได้" เป็นบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ที่โลกยังใช้จนถึงวันนี้

วันที่ 11 มีนาคม 2554 จึงไม่ใช่เพียงวันแห่งความสูญเสีย แต่เป็นวันแห่งบทเรียนสำคัญด้านความพร้อมและการบริหารความเสี่ยงในศตวรรษนี้

ที่มา : https://themomentum.co/otd-tsunami-jpn/

ครม.ลุยลดพลังงาน!! สั่ง WFH เต็มรูปแบบเร่งลดใช้ไฟ ถอดสูทประชุมปรับแอร์ 26 องศาฯ ระงับเดินทางต่างประเทศ ยกเว้นภารกิจจำเป็น เป้าประหยัดพลังงาน ลดใช้พลังงานลง 5%

(10 มี.ค. 69) คณะรัฐมนตรี เห็นชอบมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานด้วยการดำเนินงาน Work from Home (WFH) เต็มรูปแบบสำหรับข้าราชการทั่วประเทศ พร้อมระงับการเดินทางไปต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน เพื่อสกัดผลกระทบราคาพลังงานโลกผันผวน จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุในแถลงการณ์ว่า "ทุกหน่วยงานราชการต้องปรับรูปแบบการทำงานเป็น WFH ทันทีจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะที่หน่วยงานที่บริการประชาชนโดยตรงจึงยังต้องดำเนินการตามปกติ" พร้อมมาตรการประหยัดพลังงาน เช่น การถอดสูทในที่ประชุม การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า

รัฐบาลสั่งระงับการเดินทางไปต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐ ยกเว้นภารกิจสำคัญและจำเป็นเท่านั้น เพื่อคุมค่าใช้จ่ายและลดการใช้พลังงานในช่วงวิกฤต โดยเน้นการประหยัดพลังงานในหน่วยงาน และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ในที่ประชุม

สำหรับสถานการณ์พลังงานไทย น้ำมันสำเร็จรูปใช้งานเฉลี่ย 3.13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องพึ่งพานำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ โดยมีปริมาณสำรองน้ำมันรวม 8,055 ล้านลิตร ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้ได้ระดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน มีการวางมาตรการลดการใช้พลังงานในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายลดการใช้พลังงานทั้งน้ำมันและไฟฟ้าลงประมาณ 5% ซึ่งจะลดการใช้น้ำมันลงประมาณ 330,000 ลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10.45 ล้านบาท และประหยัดไฟฟ้าได้ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน รัฐบาลตั้งเป้าสร้างความมั่นคงพลังงานและต้นแบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ที่มา : https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/147926

‘พีช’ คว้าปริญญาโท นักแสดงหนุ่ม 'พีช-พชร จิราธิวัฒน์' ชื่นชมความสำเร็จ คว้าปริญญาโทสองใบจากอ็อกซ์ฟอร์ด ครอบครัวพร้อมใจร่วมแสดงความยินดี แฟนคลับชื่นชมฝีมือและความตั้งใจ

(10 มี.ค. 69) นักแสดงหนุ่ม 'พีช-พชร จิราธิวัฒน์' สามารถทำตามความฝันสำเร็จด้วยการคว้าปริญญาโทสาขา Major Programme Management จาก Keble College, University of Oxford ประเทศอังกฤษ ในวัย 31 ปี หลังจากปีที่แล้วเพิ่งรับปริญญาโทจาก Saïd Business School, University of Oxford

ขณะที่คุณแม่ 'ส้ม ชนัดดา' ได้เผยภาพอบอุ่นของครอบครัวที่มาร่วมแสดงความยินดีกับ 'พีช' อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งสามี 'ธีรยุทธ์ จิราธิวัฒน์' และบุตรสาว 'แพร พิมพิศา' กับบุตรชาย 'พาย เขมณัฏฐ์'

แฟนๆ ต่างร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ 'พีช' และชื่นชมให้เขาเป็นนักแสดงที่มากความสามารถและมีความตั้งใจในทุกบทบาท "ฝีมือโดดเด่นทั้งในจอและนอกจอ" เป็นคำพูดที่ผู้ติดตามหลายคนมอบให้

ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความขยันและตั้งใจของ 'พีช' ที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง แม้จะเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงแต่ก็พร้อมเรียนรู้และต่อยอดการศึกษาอย่างเต็มที่

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9877346/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top