Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ของจริงระดับโลก!! “ฉี ยู่ฉี” ลั่นชม “กุลวุฒิ” แนวหน้าของโลก หลังเสียแชมป์มาเลย์ โอเพ่น ไทยคุมเกมแรกอยู่หมัดก่อนปิดงาน สัญญาณชัด “วิว” พร้อมล่าแชมป์ต่อทั้งฤดูกาล

(12 ม.ค. 69) "วิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ Malaysia Open 2026 ซึ่งเป็นรายการระดับ BWF World Tour Super 1000 ที่กัวลาลัมเปอร์ หลังเอาชนะมือ 1 โลก "ฉี ยู่ฉี" จากจีน ในรอบชิงชนะเลิศ โดยเกมแรก "วิว" ชนะอย่างดุเดือด 23-21 และเกมสอง "ฉี ยู่ฉี" มีอาการบาดเจ็บจนต้องขอยอมแพ้ที่สกอร์ 6-1

หลังการแข่งขัน "ฉี ยู่ฉี" ยอมรับความสามารถของ "วิว" ว่าเป็นนักแบดมินตันระดับท็อปและคู่ต่อสู้ที่เล่นด้วยยากทุกครั้ง พร้อมชื่นชมว่า "กุลวุฒิแข็งแกร่งมาก" และการเจอกันกับเขาเป็น "งานยากเสมอ" ซึ่งคำชมนั้นสะท้อนถึงคุณภาพและความน่าเกรงขามของนักตบชาวไทย

ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายพิเศษ เพราะรายการ Super 1000 เป็นสนามแข่งขันที่รวมท็อปโลกไว้มากมาย และต้องผ่านแรงกดดันสูง "วิว" แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทักษะการควบคุมเกมและการวางแผนที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้คู่แข่งระดับโลกยอมรับ

แม้ว่าผลการแข่งขันรอบสองจะจบด้วยการถอนตัวของคู่แข่งจากอาการบาดเจ็บ แต่ "วิว" ก็ทำเต็มที่ในเกมแรกจนสร้างแรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และชัยชนะนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเขาในการล่าแชมป์ระดับโลกในปี 2026

สถานะใหม่ของ "วิว" คือหนึ่งในนักแบดมินตันชายเดี่ยวชั้นนำที่โลกไม่อาจมองข้าม เป็นการเปิดฤดูกาลใหม่ด้วยความหวังและความท้าทายที่จะต้องจับตาต่อไปในปีนี้

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1629780/

รู้ทันคำโกหก!! กางงบเลือกตั้ง-ประชามติ 8,978 ล้าน ท่ามกลางดราม่า "แก้รัฐธรรมนูญเพื่อเศรษฐกิจ" เตือนประชาชน Search Google เช็กข้อมูล ก่อนหลงกลวาทกรรม 'ปากท้อง' ที่พูดความจริงไม่ครบ

แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ? พูดความจริงไม่หมดมันก็ไม่ต่างอะไรกับการโกหก

สวัสดีปีม้าทอง พร้อมคำขวัญวันเด็ก "รักชาติไทย ใส่ใจโลก" เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติ ควบคู่กับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม 

เริ่มต้นปี กับการหาเสียงอย่างดุเดือด เตรียมเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และเม็ดเงิน 8,978  ล้านบาท คืองบประมาณสำหรับการเลือกตั้ง และทำประชามติ ปี 2569 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดที่เคยมีมา

ประเทศไทย ใช้งบประมาณสำหรับการเลือกตั้ง ในทุกครั้งเป็นจำนวนมาก ยังไม่รวมการเลือกตั้งซ่อม กรณีที่ สส. ลาออก หรือพ้นจากตำแหน่ง จากสาเหตุต่างๆ ทั้ง ขาดคุณสมบัติในภายหลัง จากการต้องคดีความ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ 

ไม่แน่ใจว่าการตรวจสอบคุณสมบัติของ ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย ผู้ทรงเกียรติ ที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากทั้งจากพรรคการเมืองที่ส่งลงสมัคร และ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำไมถึงมักจะมาพบว่าขาดคุณสมบัติในภายหลัง จนต้องเสียงบประมาณเพิ่มเติมในหลายๆ เขต ในการจัดเลือกตั้งซ่อม

ตัวอย่างล่าสุด ก็คงได้ทราบข่าวกันแล้ว กับการจับกุม ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่มีเอี่ยวกับการฟอกเงิน ผู้ถูกกล่าวหา: นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย) ถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ตามหมายจับในข้อหา ฟอกเงิน ที่ขยายผลมาจากเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ของนายบุญฤทธิ์และพวก รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

และที่ตั้งงบประมาณการเลือกตั้งในปี 2569 เป็นจำนวนสูงสุดที่เคยจัดเลือกตั้ง ส่วนหนึ่ง ก็อาจจะเพราะมีการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ในคราวเดียวที่จะให้ประชาชนไปหย่อนบัตร ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ผ่านการออกเสียงประชามติโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และมีเสียงข้างมากเห็นชอบ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 โดยได้รับเสียงเห็นชอบ 61.35% (6,568 895 เสียง) และไม่เห็นชอบ 38.65% (4,131,150 เสียง)

หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศไทย ก็ต้องเสียงบประมาณเพิ่มอีก อย่างน้อยก็น่าจะอีกราวๆ 10,000 ล้านบาท ถึงแม้จะทำประชามติ ครั้งที่ 1 จากการต้องทำประชามติ 3 ครั้ง พร้อมกับการเลือกตั้งในครั้งนี้

 การหาเสียงของบางพรรคการเมือง กับ การแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อปากท้อง จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้น ?
 คงต้องถามว่าปากท้องใคร เศรษฐกิจของใคร ...
 ขอหยิบบางประเด็นที่กำลังเป็นกระแสในสาเหตุที่อ้างว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ดี

1. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เขียนให้คดีคอรัปชั่นไม่มีอายุความ ความจริงคือ มีการแก้เพิ่มเติมให้การนับอายุความคดีทุจริตจะหยุด เมื่อผู้ต้องหาหลบหนีคดี หมายความว่า ไม่ว่าจะหนีก่อนหรือหลังพิจารณาคดี ถ้าผู้ต้องหาหลบหนี อายุความจะหยุดนับไว้จนกว่าจะกลับมาเข้ากระบวนการ 

2. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เขียนห้ามให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยสารเครื่ิงบินชั้นเฟิร์สคลาส ความจริงคือ แก้ไขระเบียบเบิกจ่ายให้เบิกจ่ายได้แค่ราคา“ชั้นประหยัด”เท่านั้น ส่วนใครอยากขึ้นชั้นธุรกิจ หรือเฟิร์สคลาสต้องจ่ายค่าส่วนต่างเอง มันคนละความหมายกับห้ามนั่งเฟิร์สคลาส

3. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เพิ่มโทษประหารชีวิตสำหรับคดีทุจริต ความจริงคือ มีระบุอยู่ในประมวลกฎหมายอาญามาแต่เดิมว่าโทษสูงสุดของคดีทุจริตคือประหารชีวิต รธน.แค่ส่งเสริมการปราบโกง มีการเพิ่มเติมในบางมาตรา ซึ่งถ้าร้ายแรงที่สุดก็คือมีโทษประหารชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 (มาตรา 123/2): เพิ่มโทษสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับทรัพย์สินโดยมิชอบ ให้มีโทษจำคุก 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต หรือประผารชีวิต

 แค่ 3 ข้อนี้ เริ่มจะเอะใจกันบ้างไหม ว่าคนที่อยากแก้ จะแก้เพื่อปากท้องใคร ? 
ยังไม่รวมบางสื่อ ที่มีการสัมภาษณ์ชี้นำ ตั้งคำถามในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะอยากแก้ไขมาตรา 112 ใช่หรือไม่ แล้วตอบว่า มาตรา 112 เป็นประมวลกฎหมายอาญา ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ฝั่งที่โจมตี ไม่รู้เหรอ เสมือนอีกฝั่งตรงข้าม เขาเป็น IO แค่ท่องจำมา

จะบอกว่า ยังมีประชาชนจำนวนมาก ที่ Search Google เป็น เขาก็รู้ว่า มาตรา 112 เป็นกฎหมายอาญา จริงๆ พิธีกร ควรตั้งคำถามว่า ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะอยากแก้ไขหมวด 1 มาตรา 1 และ มาตรา 2 ใช่หรือไม่ อยากฟังคำตอบของคำถามนี้มากกว่า 

แซะโดยพูดความจริงไม่หมดมันก็ไม่ต่างอะไรกับโกหก มันก็คือการบิดเบือน แต่ Digital Footprint มันชัดเจนในคำตอบ มันลบได้ไม่หมดนะ 

คุ้มไหม ..!! กับการต้องเสียงบประมาณ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ทั้ง ๆ ที่ หากจะแก้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อปัญหาปากท้องชาวบ้านจริง ก็สามารถแก้ไขบางมาตรา ผ่านกำไกของรัฐสภาได้ แทนที่จะนำงบประมาณก้อนนี้มาใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจ น่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้มากกว่า 


เรื่อง : The PALM

สงครามยกระดับ!! รัสเซียชี้ ‘โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ’ หลังกล่าวหายูเครนเล็งบ้านพักปูติน ใช้โดรน 91 ลำจากยูเครนสู่โนฟโกรอด ขณะรัสเซียอ้างใช้โอเรชนิคตอบโต้

(11 ม.ค. 69) รัสเซียโจมตีเป้าหมายสำคัญในยูเครนด้วยขีปนาวุธ "โอเรชนิค" เพื่อตอบโต้การโจมตีที่พำนักของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ในแคว้นโนฟโกรอดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า ยูเครนได้ใช้โดรนจำนวน 91 ลำ เปิดฉากโจมตีที่พำนักของปูตินในรัสเซียช่วงกลางคืนวันที่ 29 ธันวาคม โดยระบุว่าเป็นการก่อการร้าย

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า การโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่ของกองกำลังรัสเซียมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยูเครน รวมถึงสถานที่และโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดรนที่ยูเครนใช้ในการโจมตี และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่สนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมการทหารของยูเครน

กระทรวงกลาโหมสรุปว่า "บรรลุวัตถุประสงค์ของการโจมตีแล้ว" ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2014 และทวีความรุนแรงหลังการบุกโจมตีของรัสเซียในปี 2022

ที่มา : Sputnik

 AI กับ "ความหิวกระหาย" ที่มองไม่เห็น: เมื่อนวัตกรรมอัจฉริยะกำลังแย่งชิงทรัพยากรน้ำของโลก

ในปีพุทธศักราช 2569 (2026) ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังตื่นตาตื่นใจกับความฉลาดล้ำของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาช่วยทำงานและแก้ปัญหาซับซ้อน แต่เบื้องหลังความอัจฉริยะเหล่านั้นกลับมี "ต้นทุน" มหาศาลที่ถูกซ่อนไว้ นั่นคือ ทรัพยากรน้ำจืด ที่กำลังถูกสูบไปใช้ในอัตราที่น่าตกใจ จนเริ่มส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านน้ำในหลายภูมิภาคทั่วโลก

- ทำไม AI ถึง "กระหายน้ำ"?

ความต้องการใช้น้ำของ AI ไม่ได้เกิดจากตัวโปรแกรม แต่เกิดจาก โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่รองรับ:

- ระบบหล่อเย็น (Cooling Systems): ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประมวลผล AI ต้องใช้ชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง (เช่น GPU) ซึ่งสร้างความร้อนมหาศาล น้ำปริมาณมากจึงถูกใช้เพื่อระบายความร้อน โดยน้ำกว่า 80% มักสูญเสียไปจากการระเหย
- การผลิตกระแสไฟฟ้า: โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟให้ดาต้าเซ็นเตอร์ (โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังความร้อน) ต้องใช้น้ำมหาศาลในกระบวนการผลิต
- การผลิตเซมิคอนดักเตอร์: ชิป AI รุ่นใหม่ต้องการ "น้ำบริสุทธิ์พิเศษ" (Ultrapure Water) ในขั้นตอนการผลิต ซึ่งสะอาดกว่าน้ำที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาถึง 1,000 เท่า

- เปิดสถิติช็อกโลก: ราคาที่ต้องจ่ายต่อหนึ่งคำสั่ง

งานวิจัยและรายงานความยั่งยืนในปี 2568-2569 เปิดเผยตัวเลขที่น่ากังวล:

- 1 คำสั่ง = 1 แก้ว: การป้อนคำสั่ง (Prompt) ให้ AI อย่าง ChatGPT ประมาณ 10-50 ข้อความ อาจใช้น้ำสูงถึง 500 มิลลิลิตร หรือเทียบเท่ากับน้ำดื่มหนึ่งขวด
- การฝึกฝนโมเดล: การฝึก (Training) โมเดลภาษาขนาดใหญ่อย่าง GPT-3 เพียงครั้งเดียว อาจใช้น้ำถึง 700,000 ลิตร เทียบเท่ากับความต้องการน้ำดื่มของคนนับหมื่นคนต่อวัน
- วิกฤตในปี 2570: คาดการณ์ว่าความต้องการน้ำของ AI ทั่วโลกจะสูงถึง 4.2 - 6.6 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งมากกว่าปริมาณการใช้น้ำของประเทศเดนมาร์กทั้งประเทศ
- ผลกระทบ: สมรภูมิแย่งชิงน้ำระหว่าง "คน" กับ "เครื่องจักร"

ตลาดกุ้งเวียดนามพลิก!! เวียดนามส่งออกกุ้งสู่จีนเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ปี 2025 ตลาดจีนเติบโต 63.3% ทะลุอันดับ 1 สหรัฐฯ ยังตามติดแต่ไม่ถึงระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ ยอดส่งออกกุ้งเวียดนามครองสถิติใหม่ ปีล่าสุด

(11 ม.ค. 69) รายงานจากเวียดนามระบุว่าในปี 2025 จีนได้แซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นเป็นตลาดส่งออกกุ้งขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยมูลค่าการส่งออกกุ้งไปจีนสูงถึง 1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าปีที่แล้วถึง 63.3% ขณะที่ปริมาณกุ้งส่งออกอยู่ที่ 1.23 แสนตัน เพิ่มขึ้น 48.4% เมื่อเทียบกับปี 2024

ข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ระบุว่าแม้สหรัฐฯ จะยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ แต่ยอดส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ ยังไม่สามารถทะลุหลัก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้ ทำให้จีนขึ้นแท่นเป็นตลาดสำคัญที่สุดแทน

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมกุ้งเวียดนามที่ส่งออกไปทั่วโลก โดยยอดส่งออกกุ้งของเวียดนามในปี 2025 ปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 4.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.46 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 19.9% จากปีก่อนหน้า

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มตลาดโลกและการเพิ่มบทบาทของจีนในฐานะคู่ค้าสำคัญทางการค้าเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าประเภทอาหารทะเลของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุ้งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

อย่างไรก็ตาม ตลาดสหรัฐฯ ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของเวียดนามด้วยมูลค่าที่สูง และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกลยุทธ์การส่งออกของเวียดนามในอนาคต

ที่มา : Xinhua

11 มกราคม 2552 ย้อนอดีตเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่มีสีสันมากที่สุด คนกรุงโหวต “สุขุมพันธุ์” ขึ้นนั่งผู้ว่าฯ ชนะกลางศึก ปชป.–เพื่อไทย ผู้สมัครใหม่สร้างสีสันการเมืองกรุง

(11 ม.ค. 52) การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งพิเศษในวันที่ 11 มกราคม 2552 กลายเป็นหมุดหมายการเมืองสำคัญ เมื่อม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือ 'คุณชายหมู' จากพรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้งขึ้นครองเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 15 ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองระดับชาติที่มีการแตกขั้วอย่างชัดเจน

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.กลางคัน เนื่องจากถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท แม้เขาจะยืนยันความบริสุทธิ์แต่แรงกดดันทางการเมืองนำไปสู่การลาออกและการเลือกตั้งใหม่

สนามเลือกตั้งรวบรวมผู้สมัครจากหลากหลายฝ่าย เช่น 'คุณชายหมู' จากพรรคประชาธิปัตย์, 'ยุรนันท์ ภมรมนตรี' จากพรรคเพื่อไทย, 'หม่อมปลื้ม' ผู้สมัครอิสระ และผู้ตรวจสอบจากกลุ่มกรุงเทพฯ ใหม่ โดยโพลและสื่อมวลชนส่วนใหญ่ชี้ชัดว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยังคงนำโด่งในคะแนน

ผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า 'คุณชายหมู' ได้คะแนนประมาณ 45.4% ทิ้งห่างอันดับสองเกือบ 3 แสนเสียง ส่งสัญญาณว่าแม้การเมืองระดับชาติจะแตกขั้ว แต่ฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ยังแข็งแกร่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถทะลวงฐานเสียงเมืองหลวงได้เต็มที่

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นทั้งการเลือกตั้งและการทดสอบพลังทางการเมืองในกรุงเทพฯ และสะท้อนภาพรวมที่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นฐานมั่นของประชาธิปัตย์ในช่วงเวลาหนึ่ง รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นยุคของ 'คุณชายหมู' ที่บริหารกรุงเทพฯ ถึงสองสมัยติดต่อกัน

สมรภูมิธนาคารไร้สาขา 2569: เมื่อยักษ์ชนยักษ์ในยุค Virtual Bank ครองเมือง

ก้าวเข้าสู่ปีพุทธศักราช 2569 ภูมิทัศน์ทางการเงินของประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ เมื่อ "ธนาคารไร้สาขา" หรือ Virtual Bank กำลังจะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปีนี้ หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศรายชื่อ 3 กลุ่มทุนผู้ชนะใบอนุญาตไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 สมรภูมิในปีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการชิงฐานลูกค้า "Underbanked" และ "Unbanked" นับล้านรายที่ธนาคารดั้งเดิมเข้าไม่ถึง

 3 ขั้วอำนาจใหม่: พันธมิตรยุทธศาสตร์แห่งปี 2569

การแข่งขันในปีนี้ถูกขับเคลื่อนโดย 3 กลุ่มบริษัทมหาชนจำกัดที่ผ่านการคัดเลือกเข้มข้น และกำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการทดสอบระบบความพร้อม:

1. ธนาคาร คลิกซ์ จำกัด (มหาชน) (Click Bank): การผนึกกำลังของ ธนาคารกรุงไทย (KTB), AIS (ADVANC) และ OR (ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก) กลุ่มนี้ชูจุดแข็งด้านฐานข้อมูลลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ทั้งบัญชีเงินฝาก เครือข่ายมือถือ และพฤติกรรมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าในเครือ
2. กลุ่ม SCBX: ร่วมกับ WeTechnology และ KakaoBank จากเกาหลีใต้ กลุ่มนี้โดดเด่นด้านประสบการณ์การบริหาร Virtual Bank ระดับโลก โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience) ที่ไร้รอยต่อ และการวิเคราะห์สินเชื่อด้วย AI ที่แม่นยำ
3. บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACM Holding): หรือกลุ่ม Ascend Money (ทรูมันนี่) ภายใต้เครือซีพี ซึ่งมีฐานผู้ใช้งาน Digital Wallet หนาแน่นที่สุด และมีความเข้าใจในกลุ่มลูกค้ารายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างดี
 อาวุธลับ: ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) และโครงสร้างต้นทุนต่ำ

สิ่งที่ทำให้ Virtual Bank ในปี 2569 แตกต่างจากธนาคารดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิงคือ "โครงสร้างต้นทุน" และ "นวัตกรรมการวิเคราะห์สินเชื่อ":

 ต้นทุนที่ถูกกว่า 1 ใน 3: การไม่มีสาขาและพนักงานจำนวนมาก ทำให้ Virtual Bank สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าธนาคารปกติถึง 3 เท่า นำไปสู่การเสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงกว่า หรือค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า
 Alternative Data: Virtual Bank จะไม่พึ่งพาเพียงแค่สลิปเงินเดือนหรือประวัติบูโรเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้ข้อมูลพฤติกรรม เช่น การจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ การเติมเงินมือถือ หรือยอดขายในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ มาใช้คำนวณ Credit Scoring
 Agility: ด้วยระบบ Cloud-native และ API-first ทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แทนที่จะเป็นหลายเดือน

ส่องเศรษฐกิจไทยปี 2569: ฝ่ามรสุมสมบูรณ์แบบ (Perfect Storm) สู่การรีเซ็ตโครงสร้างประเทศ

ก้าวเข้าสู่ปีพุทธศักราช 2569 ภูมิทัศน์เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ข้อมูลจากการประเมินของ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และทิศทางนโยบายจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ให้เห็นว่าปีนี้คือปีแห่งความท้าทายที่ซับซ้อน หรือที่นิยามว่า “Perfect Storm” ซึ่งกดดันให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว

 1. สถิติและตัวชี้วัด: เมื่อเครื่องยนต์เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจประเมินภาพรวมในปี 2569 ไว้ดังนี้:

-     การขยายตัวของ GDP: คาดการณ์เติบโตเพียง 1.6–2.0% ซึ่งชะลอตัวลงจากปี 2568 (2.0%) สะท้อนถึงกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
-     ภาคการส่งออก: อาจหดตัวในช่วง -1.5% ถึง -0.5% จากผลกระทบของสงครามการค้าและมาตรการกีดกันทางการค้าโลก
-    ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI): อยู่ในสภาวะเปราะบาง หลายอุตสาหกรรมมีอัตราการใช้กำลังการผลิต ต่ำกว่า 60% (เทียบกับระดับปกติที่ควรอยู่ที่ 70–80%)

 2. เจาะลึกปัจจัย "Perfect Storm" ที่รุมเร้าประเทศไทย

พายุเศรษฐกิจในปี 2569 ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการถาโถมของ 3 ปัจจัยหลักที่เกิดขึ้นพร้อมกัน:

1.    แรงกดดันจากภายนอก: ความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด เช่น CBAM (มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน) และ EUDR (กฎระเบียบว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า) ซึ่งเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ส่งออกไทย

2.    วิกฤตชายแดนและสินค้าทะลัก: ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา คาดการณ์ความเสียหายทางการค้ากว่า 140,000 ล้านบาท ประกอบกับการไหลบ่าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศและการสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) ที่ทำลายขีดความสามารถของโรงงานไทย

3.    ปัญหาเชิงโครงสร้างภายใน: หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงเรื้อรัง ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าแรงที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการ SMEs

 3. ทางออกเชิงยุทธศาสตร์: "Reinvent Thailand"

เพื่อตอบโต้กับสภาวะเปราะบาง ส.อ.ท. ได้เสนอแนวคิดการปฏิรูปประเทศขนานใหญ่ โดยเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงฐานผลิต (OEM) ไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง ผ่านกลไกดังนี้:

 ยุทธศาสตร์ CRS เพื่อความยั่งยืน

-     Competitiveness: ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี STEM
-     Resilience: สร้างความยืดหยุ่น กระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
-    Sustainability: ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด ESG และเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

นากลางเมืองมีจริง “เอ ศุภชัย” โพสต์ทุ่งเขียวขจี ปลูกข้าวเองตั้งแต่เมล็ดถึงจาน เตรียมเปิดร้านข้าวแกง ลุยร้านข้าวแกงเต็มตัว

(10 ม.ค. 69) 'เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร' ผู้จัดและนักปั้นชื่อดัง เปิดเกมธุรกิจใหม่ด้วยการเปิดร้านข้าวแกงในกรุงเทพฯ พร้อมลงทุนปลูกข้าวเองในแปลงนากลางเมืองเพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำโดยตรง

'เอ' โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่าตนเอง "ปลูกข้าวเอง...ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ" พร้อมประกาศเตรียมเปิดร้านข้าวแกงภายใต้ชื่อ #ข้าวแกงแอลเอ โดยย้ำว่าตัวเองลงมาดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดเพื่อการันตีความหอม นุ่ม และอร่อยของข้าวที่จะเสิร์ฟในร้าน

จุดที่น่าสนใจคือบรรยากาศนาข้าวเขียวขจีที่เจ้าตัวจัดเต็มใส่ชุดเดรสพร้อมพร็อพเกษตรแบบจัดเต็มในแปลงนากลางเมือง ทำให้ภาพโพสต์นี้กลายเป็นไวรัล มีแฟนๆ และเพื่อนในวงการบันเทิงเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจและรอติดตามเมนูอย่าง "ไข่พะโล้" และชื่นชมในความตั้งใจและไอเดียนี้

โปรเจกต์นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ 'เอ' ที่ต้องการสร้างความแตกต่างในวงการอาหารด้วยการควบคุมวัตถุดิบและคุณภาพเองตั้งแต่ต้นทาง สร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติกลางเมืองซึ่งเป็นแนวคิดที่หายากในธุรกิจอาหารปัจจุบัน

แฟนคลับและผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของร้านนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยรอชมการเปิดร้านอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9866734

คะแนนเฉือน!! วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านขั้นตอนมติ แบนใช้ทหารกับเวเนซุเอลา 52-47 รัสเซีย จีนเกาหลีเหนือ ร่วมประณามสหรัฐฯ เวเนซุเอลาร้อง UN หารือสถานการณ์ด่วน

(10 ม.ค. 69) วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างมติห้ามใช้กองกำลังติดอาวุธกับเวเนซุเอลา ด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 47 ในการลงมติวันพฤหัสบดี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่แสดงเจตจำนงต่อต้านการใช้ความรุนแรงในภูมิภาคนี้

ประธานที่ประชุมวุฒิสภากล่าวว่า "ที่ประชุมเห็นชอบต่อญัตติ" ซึ่งสะท้อนท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการหาทางแก้ไขสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดในเวเนซุเอลาโดยไม่มีการใช้กำลัง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ร้องขอการประชุมฉุกเฉินที่สหประชาชาติ เพื่อหารือเกี่ยวกับปฏิบัติการของสหรัฐฯ ขณะที่ศาลฎีกาของเวเนซุเอลามีคำสั่งโอนหน้าที่ประมุขแห่งรัฐให้รองประธานาธิบดี 'เดลซี โรดริเกซ' ทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีแทน ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม

รัสเซีย จีน และเกาหลีเหนือ ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยรัสเซียเรียกร้องให้ประกันตัว 'นิโกลัส มาดูโร' พร้อมภรรยาและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดบานปลายจนเกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรง

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top