Friday, 5 June 2026
LITE TEAM

3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 ‘ไลก้า’ สุนัขอวกาศโซเวียต ถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศเป็นครั้งแรก พร้อมกับยานอวกาศ สปุตนิก 2 ก่อนเสียชีวิตในอีก 6 วันต่อมา

ไลก้า (Laika) สุนัขอวกาศโซเวียต ชื่อที่มีความหมายว่า ‘ช่างเห่า’ คือสุนัขและสัตว์ตัวแรกที่โคจรรอบโลก และก็เป็นตัวแรกที่ตายในวงโคจรด้วยเช่นกัน

ไลก้าเดิมเป็นสุนัขเร่ร่อน ชื่อ คุดร์ยัฟกา แปลว่า ‘เจ้าขนหยิกน้อย’ เข้าสู่การฝึกกับสุนัขอื่นอีกสองตัว ในท้ายที่สุดไลก้าได้รับเลือกเป็นผู้โดยสารไปกับยานอวกาศ สปุตนิก 2 ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957)

เป็นที่รับทราบกันน้อยมากถึงผลกระทบของการบินในอวกาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิต ในภารกิจของไลก้านั้นเทคโนโลยีในการผละออกจากวงโคจรยังไม่ถูกพัฒนา จึงไม่มีการคาดว่าไลก้าจะรอดชีวิต นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามนุษย์จะไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้จากการปล่อยหรือสภาพของอวกาศ 

ดังนั้น วิศวกรจึงมองว่าเที่ยวบินที่ส่งสัตว์ขึ้นสู่อวกาศด้วยนั้นจำเป็นก่อนภารกิจของมนุษย์

สาเหตุและเวลาการตายที่แท้จริงของไลก้านั้นไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่มีรายงานว่าไลก้าตายเพราะขาดออกซิเจนในวันที่หก หรือตามที่สหภาพโซเวียตอ้างแต่แรก ‘มันตายสบาย’ ก่อนออกซิเจนพร่องไปอีก

อย่างไรก็ดี การทดลองพิสูจน์ว่าไลก้าสามารถรอดชีวิตจากการปล่อยยานขึ้นสู่วงโคจรและทนต่อสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งเป็นการกรุยทางแก่การบินอวกาศของมนุษย์และให้ข้อมูลแรก ๆ บางส่วนแก่นักวิทยาศาสตร์ว่า สิ่งมีชีวิตตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมในการบินอวกาศอย่างไร

2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ด้วยขบวนรถไฟพระที่นั่ง เยือน จ.นครราชสีมา เป็นครั้งแรก ในคราวปฏิบัติพระราชกรณียกิจภาคอีสาน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2498 หรือวันนี้เมื่อ 70 ปีที่แล้ว เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดนครราชสีมาเป็นครั้งแรก โดยเสด็จด้วยขบวนรถไฟพระที่นั่งถึงสถานีรถไฟเมืองนครราชสีมาในเวลา 14.48 น. เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรและปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ 

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 2-20 พฤศจิกายน 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปยังสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง เช่น 

ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
ปราสาทหินพิมาย
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
ไทรงาม อำเภอพิมาย
ค่ายสุรนารี
อำเภอโนนไทย
สถานีรถไฟอำเภอบัวใหญ่
วัดสุทธจินดา

ระหว่างการเสด็จฯ ในอำเภอโนนไทย ทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยและเสด็จฯ ทอดพระเนตร 'ดอกไก่โอก' ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าที่ชาวบ้านเรียกรวมถึงทรงถ่ายภาพไว้ 

ดอกไก่โอกนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า 'ทองพันดุล' และจะออกดอกเพียงปีละครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 

ต่อมา ดอกไก่โอกที่พระบรมวงศานุวงศ์ทรงสนพระทัยนี้ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ระลึกถึงการเสด็จฯ เยือนโคราชครั้งแรกอีกด้วย

1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดตั้งโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกในไทย ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา”

ย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อ 136 ปีที่แล้ว ประเทศไทยกำเนิด ‘โรงพยาบาลคนเสียจริต’ เป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432

สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาเป็นโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกใน ประเทศไทย ก่อตั้งโดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 โดยมีชื่อว่า 'โรงพยาบาลคนเสียจริต' ตั้งอยู่ที่ปากคลองสาน 

โรงพยาบาลคนเสียจริต ทำการรักษาผู้ป่วยโดยแพทย์ประจำ และแพทย์แผนไทย ต่อมามีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น ประกอบกับสถานที่คับแคบ นายแพทย์ไฮเอ็ด เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล กระทรวงนครบาล ซึ่งถือว่าเป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาลได้เสนอให้รัฐบาลซื้อที่ดิน และบ้านของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) หรือเจ้าคุณทหาร ที่ดินของนายเปียราชานุประพันธ์และที่ดินใกล้เคียงของราษฎรอื่น ๆ รวมเนื้อที่ 44 ไร่ครึ่งเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่

ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันฯ ในปัจจุบัน คือ อยู่ที่ริมคลองสานด้านตะวันตกตอนใต้ ห่างจากสถานที่เดิมประมาณ 600 เมตร การสร้างโรงพยาบาลคนเสียจริต อยู่ภายใต้การควบคุมของพระยาอายุรเวชวิจักษ์ (หมอคาธิวส์) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานโรงพยาบาลจิตเวชให้เป็นแบบตะวันตกอย่างแท้จริง โดยให้การบำบัดรักษาตามหลักวิชาการในสมัยนั้น พร้อมทั้งให้การดูแลผู้ป่วยด้วยความเมตตา กรุณา และมีมนุษยธรรม ในด้านสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลมีความร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้ดอก ไม้ใบสีสวย เรือนผู้ป่วยเป็นห้องมีลูกกรงสายบัว โปร่ง ไม่มีหน้าต่าง หลังคาสังกะสีทาสีแดง

ภายหลังมีแพทย์แผนปัจจุบันคนไทยจบการศึกษามารับราชการแทนชาวต่างประเทศ ศาสตราจารย์หลวงวิเชียรแพทยาคม (นายแพทย์เถียร ตูวิเชียร) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรกซึ่งเป็นคนไทย ท่านได้ไปศึกษาวิชาโรคจิตเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 ปี ท่านตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช จึงได้เผยแพร่ความรู้ทางด้านจิตเวชด้วยการเขียนบทความ บรรยาย ปาฐกถาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และเลิกหวาดกลัวผู้ป่วยจิตเวช ท่านได้เปลี่ยนชื่อ “โรงพยาบาลคนเสียจริต” มาเป็น 'โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี' ในปี พ.ศ. 2475 เพื่อให้คนทั่วไปคลายความรังเกียจที่มีต่อผู้ป่วยจิตเวช

ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ผู้อำนวยการในช่วงปี พ.ศ. 2485 - 2502 ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งจิตเวชศาสตร์ไทย ท่านได้พัฒนาโรงพยาบาลโดยรื้อลูกกรงเหล็กแล้วเปลี่ยนเป็นมุ้งลวดแทน เปลี่ยนชื่อเรือนที่พักของผู้ป่วยเป็นชื่อดอกไม้เพื่อให้มีความหมายน่าชื่นใจ ในด้านการดูแลผู้ป่วยใช้หลักของความรัก ความเอาใจใส่ประดุจพ่อแม่ดูแลลูก ในด้านวิชาการท่านเป็นผู้วางรากฐานวิชาจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิตในการศึกษาก่อนและหลังปริญญา ท่านได้เปลี่ยนชื่อ 'โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี' มาเป็น 'โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา' ในปี พ.ศ. 2497 ตามชื่อของถนนสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งผ่านหน้าโรงพยาบาล เพื่อลดความกระดากใจของผู้มาใช้บริการ

โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาให้บริการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ เป็นสถาบันฝึกอบรมทางด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในระดับก่อนและหลังปริญญา พัฒนางานวิชาการด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ และเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น 'สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา' ในปี พ.ศ. 2545

31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 ‘เบนิโต มุสโสลินี’ ก้าวขึ้นเป็นนายกฯ อิตาลี ด้วยวัยเพียง 39 ปี อายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ ก่อนนำโรมเข้าสู่สงครามโลก ร่วมกับ ‘ฮิตเลอร์’ บทสุดท้ายจบไม่สวย ถูกประหารและแขวนประจานในมิลาน

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922) เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอิตาลีในวัย 39 ปี ทำให้เขาเป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดของประเทศ และได้รับสมญานามว่า “อิล ดูเช” แปลว่า “ท่านผู้นำ” ก่อนหน้านั้น มุสโสลินีได้ก่อตั้งพรรคฟาสซิสต์ (Fascist) ในปี 2462 และในปี 2468 เขาได้สถาปนาตนเองเป็นเผด็จการเต็มรูป บังคับยกเลิกระบบรัฐสภาและรวบอำนาจทั้งหมด

มุสโสลินีได้ขยายอำนาจไปยังต่างประเทศ ส่งกองทัพอิตาลีรุกรานเอธิโอเปีย อัลบาเนีย และเข้าร่วมเป็นฝ่ายอักษะกับเยอรมนีภายใต้ผู้นำอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ รวมทั้งเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สองอย่างเต็มตัว แม้จะทราบว่าอิตาลีขาดกำลังและทรัพยากร แต่เขาเชื่อว่าการเข้าร่วมสงครามจะทำให้อิตาลีได้ดินแดนและความยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตามในปี 2488 มุสโสลินีถูกจับโดยฝ่ายต่อต้านอิตาลีและถูกประหารชีวิตพร้อมอนุภรรยา (เมียน้อย) คลาล่า แปตะชิ ใกล้ทะเลสาบโกโม ร่างของเขาถูกนำไปแขวนประจานในเมืองมิลาน เป็นการยืนยันการสิ้นชีวิตและสิ้นสุดยุคจอมเผด็จการของอิตาลี

30 ตุลาคม พ.ศ. 2369 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สถาปนา “คุณหญิงโม” ภริยาพระยามหิศราธิบดี เมืองนครราชสีมา ขึ้นเป็น “ท้าวสุรนารี” เพื่อเชิดชูเกียรติวีรสตรีโคราช

วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา “คุณหญิงโม” ภริยาพระยามหิศราธิบดี เมืองนครราชสีมา ขึ้นเป็น “ท้าวสุรนารี” เพื่อเชิดชูวีรกรรมที่ใช้อุบายต่อสู้กับกองทัพเจ้าอนุวงศ์ แห่งเวียงจันทน์ ซึ่งยกทัพมาตีเมืองนครราชสีมาและกวาดต้อนชาวเมืองไปเป็นเชลย โดยคุณหญิงโมได้รวบรวมชาวบ้าน โดยเฉพาะสตรี ร่วมกันต่อสู้จนสามารถเอาชนะและผลักดันข้าศึกให้ออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นตำนาน “วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์” ที่เล่าขานต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการยกย่องสตรีสามัญชนผู้กล้าหาญให้เป็นวีรสตรีของชาติ รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระราชทานเครื่องยศทองคำแก่ท้าวสุรนารีหลายรายการ อาทิ ถาดทองคำ จอกหมาก และขันทองคำ นับเป็นเกียรติยศสูงสุดในยุคนั้น

เนื่องในโอกาสครบรอบ 198 ปี ของเหตุการณ์พระราชสถาปนาในปีนี้ ชาวนครราชสีมายังคงร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของท้าวสุรนารี โดยอนุสาวรีย์ของท่านที่ประดิษฐานอยู่บริเวณประตูชุมพล ได้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโคราช และถือเป็น “อนุสาวรีย์บุคคลธรรมดาแห่งแรกของประเทศไทย” ปัจจุบันทั้ง 32 อำเภอในจังหวัดนครราชสีมา ต่างมีการจำลองอนุสาวรีย์ของท่านไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ เพื่อแสดงถึงความภาคภูมิใจของ “ลูกหลานย่าโม”

สำหรับ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2476 โดยฝีมือการออกแบบของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และพระเทวาภินิมมิต ซึ่งเป็นชาวนครราชสีมา อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 185 เซนติเมตร หนัก 325 กิโลกรัม และเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2477 ต่อมาในปี พ.ศ. 2510 ได้มีการบรรจุอัฐิของท่านไว้ใต้ฐานอนุสาวรีย์ และในปี พ.ศ. 2480 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานของชาติ ร่วมกับประตูชุมพลและแนวกำแพงเมืองเก่า

25 ตุลาคม พ.ศ. 2473 จารึกวันสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระราชทานปริญญาบัตร ครั้งแรกของไทย

วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2473 จารึกเป็นอีกวันสำคัญในประวัติศาสตร์การศึกษาไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพระราชทานปริญญาบัตร “เวชศาตรบัณฑิต” (ต่อมาคือ แพทยศาสตรบัณฑิต) แก่บัณฑิตเป็นครั้งแรกของประเทศ ณ ห้องประชุมตึกบัญชาการ หรือ “ตึก 1” ของคณะอักษรศาสตร์ในปัจจุบัน

ภายในพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับฉลองพระองค์ครุยบัณฑิตพิเศษจากกรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ก่อนจะพระราชทานครุยกิตติมศักดิ์แก่ข้าราชการของมหาวิทยาลัย 2 ท่าน ได้แก่ พระยาภะรตราชา (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา) ผู้บัญชาการมหาวิทยาลัย ในระดับบัณฑิตชั้นโท และศาสตราจารย์ นายแพทย์ A.G. Ellis คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ในระดับบัณฑิตชั้นเอก

จากนั้นพระองค์ทรงพระราชทานประกาศนียบัตรแก่เวชบัณฑิตชั้นตรีรวม 29 คน ซึ่งเป็นผู้สำเร็จการศึกษาในปี 2471 และ 2472 ถือเป็นก้าวแรกของประเพณีพระราชทานปริญญาบัตรในประเทศไทย ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ในโอกาสนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโชวาทตอนหนึ่งว่า “ความเจริญของประเทศย่อมวัดได้ด้วยความเจริญของการศึกษา” สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการพัฒนาคนและการศึกษา เพื่อเป็นรากฐานแห่งความก้าวหน้าของชาติอย่างแท้จริง

24 ตุลาคม พ.ศ. 2488 ครบรอบ 80 ปี “สหประชาชาติ” กำเนิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อยุติความขัดแย้ง ของมนุษยชาติ

24 ตุลาคม พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) ถือเป็นวันสถาปนา “องค์การสหประชาชาติ” หรือยูเอ็น (United Nations: UN) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง โดยมี 51 ประเทศผู้ก่อตั้ง นำโดยสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส สหภาพโซเวียต และจีน ร่วมลงนามรับรอง “กฎบัตรสหประชาชาติ” เพื่อเป็นธรรมนูญแห่งความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ

ยูเอ็นถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามโลกอีกครั้ง พร้อมมุ่งสร้างสันติภาพ ความมั่นคง และความยุติธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 190 ประเทศทั่วโลก และถือวันที่ 24 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันสหประชาชาติ” เพื่อย้ำถึงพันธกิจในการรวมพลังของนานาชาติ

กว่า 80 ปีที่ผ่านมา ยูเอ็นยังคงมีบทบาทสำคัญในการรักษาสันติภาพ ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และผลักดันเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อรับมือความท้าทายในศตวรรษใหม่ ทั้งปัญหาสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำ และความขัดแย้งทั่วโลก 

22 ตุลาคม พ.ศ. 2493 ไทยส่งทหาร ‘กรมผสมที่ 21’ ร่วมรบสงครามเกาหลี กลายเป็นจุดกำเนิด ‘หน่วยทหารเสือราชินี’

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2493 รัฐบาลไทยในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม ตอบรับคำขอขององค์การสหประชาชาติให้ส่งกองกำลังร่วมรบในสงครามเกาหลี เพื่อผลักดันกองทัพเกาหลีเหนือ โดยไทยเป็นประเทศแรกที่ตอบรับ และได้ส่ง “กรมผสมที่ 21” เดินทางออกจากประเทศไทยด้วยเรือของกองทัพเรือ เพื่อเข้าร่วมรบในสมรภูมิเกาหลีร่วมกับกองกำลังสหประชาชาติ

ต่อมา “กรมผสมที่ 21” ได้แปรสภาพมาเป็น กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และย้ายที่ตั้งไปยังจังหวัดชลบุรีในปี 2511 ก่อนจะได้รับพระราชทานชื่อค่ายว่า “ค่ายนวมินทราชินี” เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2519 หน่วยนี้ภายหลังกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะของนายทหารระดับสูงหลายคน เช่น พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งถูกเรียกขานว่า “ทหารเสือราชินี” หรือ “บูรพาพยัคฆ์”

ตลอดสงครามเกาหลี ทหารไทยได้แสดงวีรกรรมอันกล้าหาญจนได้รับการยกย่องจากนานาชาติ โดยมีทหารไทยเสียชีวิตรวม 136 นาย เพื่อธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพและสันติสุขของประชาคมโลก ปัจจุบันวันที่ 25 มิถุนายนของทุกปีจึงถูกกำหนดให้เป็น “วันระลึกสงครามเกาหลี” เพื่อรำลึกถึงเกียรติประวัติของเหล่าทหารไทยผู้กล้า

๒๑ ตุลาคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของคนไทย เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนไทยตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงมุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

จากพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ทำให้วันที่ 21 ตุลาคมถูกกำหนดให้เป็น “วันพยาบาลแห่งชาติ” เพื่อยกย่องพระเมตตาและพระวิริยะอุตสาหะของพระองค์ ซึ่งทรงสำเร็จวิชาการพยาบาล และทรงทุ่มเทพัฒนางานด้านสาธารณสุขไทยให้ก้าวหน้า ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลตระหนักถึงคุณค่าของงานบริการสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังเป็น 'วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ' เพื่อรำลึกพระกรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมงานช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และ 'วันรักต้นไม้แห่งชาติ' ที่สืบสานพระปณิธานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและการปลูกต้นไม้ด้วยพระองค์เอง อันเป็นแบบอย่างของการรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม

อีกทั้ง วันที่ 21 ตุลาคม ยังเป็น 'วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ' อันมีจุดเริ่มจากพระราชดำริจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสา 'พอ.สว.' เพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะด้านสุขภาพช่องปาก พระราชจริยวัตรอันงดงามเหล่านี้ ทำให้ 'สมเด็จย่า' ยังคงเป็นแรงบันดาลใจไม่รู้จบ แห่งความเมตตาและการอุทิศตนเพื่อแผ่นดินไทย

20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ทำรัฐประหาร ล้มรัฐบาล!! นายธานินทร์ กรัยวิเชียร

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 ถือเป็นอีกวันหนึ่งที่จารึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อคณะทหารนำโดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เลขาธิการคณะ ได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลของ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีที่คณะเดียวกันนี้เคยเชิญให้มาจัดตั้งรัฐบาลหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ภายหลังการสังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อปี 2519 คณะปฏิรูปฯ ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และแต่งตั้งนายธานินทร์ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อฟื้นฟูความสงบในประเทศ แต่ไม่นาน ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับคณะทหารกลับตึงเครียด เมื่อคณะทหารเห็นว่ารัฐบาลบริหารไม่ตอบโจทย์ และต้องการให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่

ความขัดแย้งยืดเยื้อจนกลายเป็นชนวนให้ทหารตัดสินใจยึดอำนาจอีกครั้ง โดย พล.ร.อ. สงัด ให้เหตุผลว่า “ประเทศกำลังแตกแยก ข้าราชการหวั่นไหว การลงทุนตกต่ำ” หากปล่อยต่อไป “ยากแก่การแก้ไข” การปฏิวัติครั้งนี้จึงเป็นการหวนกลับมาควบคุมอำนาจรัฐด้วยตัวเองของกลุ่มทหาร

หลังการยึดอำนาจ คณะปฏิรูปฯ มีมติแต่งตั้ง พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรีแทน พล.ร.อ. สงัด โดยมีภารกิจสำคัญคือร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งภายใต้รัฐบาลเกรียงศักดิ์ ประเทศไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญในเดือนธันวาคม 2521 และจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนเมษายน 2522


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top