Friday, 5 June 2026
LITE TEAM

14 พฤศจิกายน 2498 วันพระบิดาแห่งฝนหลวง รำลึกพระอัจฉริยภาพในหลวง ร.9 ทรงจุดประกาย “เทคโนโลยีฝนหลวง” ช่วยเหลือชาวไทยจากภัยแล้งนับไม่ถ้วน

วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคิดค้น “โครงการฝนหลวง” จากพระราชดำริเมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรภาคอีสาน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498

พระองค์ทรงเห็นความทุกข์ยากจากภัยแล้งและน้ำท่วม จึงมีแนวพระราชดำริให้สร้างฝายและอ่างเก็บน้ำ พร้อมทั้งทรงทดลองนำหลักวิทยาศาสตร์มาประยุกต์สร้างฝนเทียม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและบรรเทาความแห้งแล้งให้ผืนแผ่นดินไทย

แนวพระราชดำริดังกล่าวได้รับการพัฒนาจนกลายเป็น “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” ที่ยังคงดำเนินงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเครื่องยืนยันถึงพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนอย่างหาที่สุดมิได้

13 พฤศจิกายน ของทุกปี วันแห่งความมีน้ำใจโลก ชวนคนไทยส่งต่อรอยยิ้ม เมื่อความดีไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือการลงมือทำ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี

(13 พ.ย. 68) "วันแห่งความมีน้ำใจโลก" จัดขึ้นทุกปีวันที่ 13 พฤศจิกายน โดย World Kindness Movement หรือ WKM ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรความเมตตาจากหลายประเทศ เพื่อส่งเสริมความใจดีในระดับสากล วันที่ 13 นี้ได้รับการกำหนดจากการประชุมครั้งแรกของ WKM ที่โตเกียวในปี 1998 ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการ "Small Kindness Movement of Japan" จุดประกายปฏิญญาความเมตตาที่ยึดถือจนถึงปัจจุบัน

เป้าหมายหลักของวันแห่งความมีน้ำใจโลกคือการกระตุ้นให้ผู้คนลงมือทำความดีอย่างตั้งใจ โดยให้ความสำคัญกับการกระทำที่สร้างผลดีอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเช่น การช่วยเหลืองานเล็ก ๆ แจกที่นั่งในที่สาธารณะ หรือการบริจาคสิ่งของ โดย WKM กล่าวไว้ว่า "การเห็นความใจดีจะ 'ติดเชื้อดีงาม' ให้คนถัด ๆ ไปอยากทำตาม"

ตั้งแต่ปี 1997–1998 เครือข่ายความเมตตาเริ่มรวมตัวและโปรโมตวันแห่งความมีน้ำใจโลก จนขยายกิจกรรมไปสู่หลายประเทศและชุมชนทั่วโลก โดยเฉพาะในยุค 2000 เป็นต้นมา กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากองค์กรภาคประชาสังคม ในประเทศไทยกิจกรรมที่แนะนำได้แก่ การตั้งโพสต์ #KindnessChallenge ในสื่อออนไลน์ การตั้ง "กระปุกชื่นชม" ในที่ทำงาน หรือการจัด "ตู้ปันสุขวันเดียว" เพื่อแบ่งปันกันในชุมชน

กิจกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับแนวทางของ WKM ที่ต้องการ "วางความเมตตาไว้บนวาระสาธารณะ" เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมความเมตตาในสังคมโดยรวม

12 พฤศจิกายน 2528 วันเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน มหาดไทย ประกาศให้มี จป. ดูแลความปลอดภัย ในสถานประกอบการทั่วประเทศ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2528 ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง มีผลบังคับใช้วันที่ 12 พฤศจิกายน โดยกำหนดให้ทุกสถานประกอบกิจการมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย เพื่อพัฒนางานด้านความปลอดภัยและสร้างวัฒนธรรมการทำงานปลอดภัย จนนำไปสู่การรวมตัวขององค์กรเครือข่าย และชมรม จป. ทั่วประเทศ

ต่อมาในปี 2536 มีการจัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (เปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงแรงงานในปี 2545) และในปี 2559 ได้ออกกฎกระทรวง พ.ศ. 2549 กำหนดให้ 14 ประเภทกิจการ ต้องมี 'จป.' ตามระดับและขนาดกิจการ
'จป.วิชาชีพ'

จึงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความปลอดภัยในที่ทำงาน ตรวจสอบ แนะนำ และเสนอแนวทางป้องกันความเสี่ยง เพื่อให้ทุกคนทำงานได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานกฎหมาย
 

11 พฤศจิกายน 2536 วันคนโสดแห่งชาติจีน 'กวงกุ้น' ฉลองความโสด จากวันคนไร้คู่ สู่เทศกาลช้อปออนไลน์ครั้งใหญ่ ‘แจ็ค หม่า’ จุดกระแสลดกระหน่ำทั่วแพลตฟอร์ม คนโสดจะไม่เหงาอีกต่อไป!!

11 พฤศจิกายน – วันคนโสดแห่งชาติจีน วันที่คนไม่มีคู่ไม่ต้องเศร้าอีกต่อไป เพราะมีแคมเปญช้อปปิ้งลดกระหน่ำรออยู่ทุกแพลตฟอร์ม!!

วันที่ 11 เดือน 11 หรือวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน ถูกกำหนดให้เป็น วันคนโสดแห่งชาติจีน หรือที่มีชื่อเรียกตามภาษาจีนว่า กวงกุ้น (Guanggun) แรกเริ่มเดิมที วันคนโสดนี้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 โดยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยหนานจิงของประเทศจีน สาเหตุที่เป็นวันนี้เนื่องจากเมื่อนำตัวเลขของวันและเดือนมาแยกออกจากกันจะได้เลข 1 เรียงกันโดดเดี่ยวมากถึง 4 ตัว ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบปี โดยในวันนี้บรรดาคนไร้คู่จะได้มีโอกาสออกมาสังสรรค์ฉลองความภูมิใจในความเป็นโสด และซื้อของขวัญเป็นรางวัลให้กับตัวเอง 

นอกจากนี้ในวันนี้ยังถือว่าเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ ธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ ๆ ในจีน อาทิ เว็บไซต์อาลีบาบา, ทีมอลล์ และเถาเป่า ต่างออกโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม กันกระหน่ำในโอกาสพิเศษนี้ เพื่อดึงดูดคนโสดรวมไปถึงคนที่ชื่นชอบของราคาถูก ส่งผลให้มีเงินสะพัดเป็นจำนวนมหาศาลในวันนี้

ทั้งนี้ ต้องนับว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของ 'แจ็ค หม่า' เจ้าของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ได้มองเห็นโอกาสครั้งสำคัญ จุดกระแสวันคนโสดให้เป็นที่แพร่หลายและนิยมมากขึ้นตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยทำให้วันคนโสดกลายเป็นเทศกาลช้อปปิ้งครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการจัดโปรโมชั่นกระหน่ำลดราคาสุดพิเศษ จนเรียกได้ว่าเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปีเลยทีเดียว

กระแสการเฉลิมฉลองวันคนโสดนี้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวางตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หลาย ๆ คนเฝ้ารอโอกาสพิเศษนี้เพื่อจัดเต็มการช้อปปิ้งครั้งใหญ่ และสำหรับประเทศไทยก็ไม่พลาดเช่นเดียวกัน บรรดาร้านค้าช้อปปิ้งออนไลน์จำนวนไม่น้อยต่างอิงกระแสวันคนโสดนี้ด้วย พากันกระหน่ำจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม สนั่นเลยทีเดียว รับรองว่าคนโสดไม่มีเศร้าอย่างแน่นอน

10 พฤศจิกายน 2531 'ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์' ศิลปกรรมล้ำค่าจากปราสาทหินพนมรุ้ง คืนสู่แผ่นดินไทย หลังการเรียกร้องขอคืนจาก 'สถาบันศิลปะแห่งชิคาโก สหรัฐอเมริกา'

เมื่อ 37 ปี ก่อน 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งถูกลักลอบนำออกไปจากปราสาทหินเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเวลาเกือบ 30 ปี ได้กลับคืนสู่ประเทศไทย หลังการเรียกร้องขอคืนจากสถาบันศิลปะแห่งชิคาโก สหรัฐอเมริกา

โดยทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์นี้ เป็นประติมากรรมศิลาจำหลักบนทับหลังประตูของปรางค์ประธาน ด้านทิศตะวันออกของปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งนายมานิต วัลลิโภดม ภัณฑารักษ์พิเศษ แห่งกรมศิลปากร ได้สำรวจและบันทึกภาพไว้เมื่อ พ.ศ. 2503 ซึ่งทับหลังชิ้นนี้นั้น หักออกเป็นสองท่อน ตกอยู่ที่เชิงประตูปรางค์ประธาน ในกาลต่อมา ทับหลังทั้งสองชิ้นนี้ กลับสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2508 จึงได้พบทับหลัง 1 ชิ้นที่ร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง กรมศิลปากรจึงได้ยึดมาเก็บรักษาไว้ แล้วนำไปประดับไว้ที่เดิม

ต่อมาในปี 2515 ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ได้ไปพบทับหลังส่วนที่เหลือซึ่งเป็นรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่สถาบันศิลปะชิคาโก (The Art Institute of Chicaco) ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยบังเอิญ จึงแจ้งให้ทางกรมศิลปากรทราบ จนเกิดการเรียกร้องขอคืนขึ้น ซึ่งในที่สุดผู้ครอบครองวัตถุล้ำค่าชิ้นนี้จึงยอมคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์สู่มาตุภูมิ ในปี พ.ศ. 2531 ทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี

9 พฤศจิกายน 2499 วันเกิดพระพรหมเอราวัณ ประดิษฐาน ณ โรงแรมเอราวัณ พิธีบวงสรวงยิ่งใหญ่ที่ราชประสงค์ ศูนย์รวมศรัทธากลางเมือง

ทุกปีของวันที่ 9 พฤศจิกายน บริเวณสี่แยกราชประสงค์ในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สวมชุดขาว ถือพานพวงมาลัยดาวเรือง เพื่อเข้าร่วมพิธีบวงสรวงและละครรำแก้บนต่อองค์ท้าวมหาพรหมเอราวัณ ความศรัทธานี้มีมาตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 เมื่อศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน เพื่อแก้เคล็ดความล่าช้าในการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ

พิธีบวงสรวงเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้ามืดโดยพราหมณ์ประจำศาลและเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะจนถึงเวลา 22.00 น. ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เตรียมเครื่องสักการะเช่นดอกบัว ธูป เทียน และพวงมาลัยดาวเรือง โดยมีกฎการแต่งกายที่สุภาพและเคารพสถานที่ "ทุกปีในเช้ามืดจะมีพิธีบวงสรวงใหญ่โดยพราหมณ์ประจำศาล" เป็นคำยืนยันถึงความสืบสานประเพณีนี้

ราชประสงค์ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังผสมผสานกับความเชื่อและศรัทธาของผู้คนที่นี่ กลายเป็นแลนด์มาร์กทางศาสนาสำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากประเทศใกล้เคียง เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่เดินทางมาขอพรเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ วันเกิดพระพรหมเอราวัณจึงเป็นวันที่ศรัทธาและวิถีชีวิตคนเมืองเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง

8 พฤศจิกายน 2490 พลโท ผิน ชุณหะวัณ นำรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาล ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โค่นกลุ่มปรีดี พนมยงค์ เปิดฉากยุค 'ผู้นำสามเส้า' การเมืองไทย

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 กลุ่มทหารนอกราชการที่นำโดย พลโท ผิน ชุณหะวัณ นำกำลังยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

รัฐประหารดังกล่าวเป็นการร่วมมือระหว่างพันธมิตรกลุ่มจอมพล แปลก พิบูลสงคราม และกลุ่มนิยมเจ้า เพื่อโค่นอำนาจของกลุ่มปรีดี พนมยงค์ (ซึ่งประกอบด้วยอดีตสมาชิกเสรีไทยและทหารเรือบางส่วน) โดยอาศัยช่องจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร 

ผลของรัฐประหารทำให้กลุ่มปรีดีและคณะราษฎรหมดอำนาจไป และแม้จอมพล แปลก พิบูลสงครามจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังจากนั้นแต่ก็ไม่ได้มีฐานอำนาจของตนเอง การเมืองไทยต่อมาอยู่ในช่วง 'ผู้นำสามเส้า' จนถึงปี 2500

7 พฤศจิกายน 2539 พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค ในรัชกาลที่ 9 ณ วัดอรุณราชวราราม หนึ่งในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก เฉลิมพระเกียรติครองราชย์ครบ 50 ปี

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม พระราชพิธีกาญจนาภิเษกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระองค์ทรงครองราชสมบัติ เป็นปีที่ 50 ถือเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชสมบัติเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีหมายกำหนดการจัดงานพระราชพิธีกาญจนาภิเษก และงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ระหว่างวันที่ 8-10,12,14,23 มิถุนายน ,7พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 รวมทั้งสิ้น 7 วัน

โดย วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2539 เวลา 15.30 น. เป็นพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม

6 พฤศจิกายน 2310 ‘พระเจ้าตาก’ กอบกู้เอกราชไทย ชนะศึกค่ายโพธิ์สามต้น หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน เปลี่ยนชะตาประวัติศาสตร์ชาติ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นที่กรุงศรีอยุธยา คืนกรุงกลับมา หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน ถือเป็นวันกอบกู้เอกราชไทยที่สำคัญและจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง บันทึกเวลาบ่ายโมงเศษของเหตุการณ์ในวันดังกล่าวยังได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากเอกสารราชการและกรมศิลปากร

กรมศิลปากรระบุว่า "เป็นวันกอบกู้เอกราชซึ่งแสดงถึงความทรงจำร่วมของคนไทย" ซึ่งสะท้อนความหมายทางยุทธศาสตร์และอัตลักษณ์รัฐชาติ วันที่ 6 พฤศจิกายน นอกจากเป็นวันชัยชนะทางทหาร ยังเป็นวันสร้างเรื่องเล่าร่วมของสังคมไทยหลังยุคอยุธยาที่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูบ้านเมืองและรวมศูนย์อำนาจใหม่

หลังกรุงศรีอยุธยาแตกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2310 พระยาตากสินรวบรวมไพร่พลจากหัวเมืองตะวันออกและจันทบุรี ยกทัพเรือเข้าสู่ปากเจ้าพระยา ตีเมืองธนบุรีคืน แล้วเคลื่อนทัพขึ้นเหนือสู่กรุงศรีอยุธยา จุดหมายค่ายโพธิ์สามต้นซึ่งเป็นฐานทัพพม่าที่ควบคุมเส้นทางน้ำและคมนาคมภาคกลาง ชัยชนะในการตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นทำลายกำลังหลักของพม่า เปิดเส้นทางยึดกรุงคืนในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลาบ่ายโมงเศษ

ค่ายโพธิ์สามต้นตั้งอยู่ในตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันยังคงมีร่องรอยคูค่าย กำแพง รวมทั้งผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าของค่ายฝั่งตะวันตกที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาภาคสนาม เป็นภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่เผยให้เห็นบทบาทยุทธศาสตร์ของภูมิประเทศบริเวณนี้ในสงครามยุคอยุธยา

6 พฤศจิกายนจึงไม่ใช่แค่วันชัยชนะทางทหาร หากยังเป็นวันแห่งความทรงจำร่วมและสัญลักษณ์สถาปนาอำนาจใหม่ของชาติไทย หลังจากกอบกู้เอกราชด้วยชัยชนะครั้งสำคัญนี้ การเดินทางไปชมสนามประวัติศาสตร์ค่ายโพธิ์สามต้นในปัจจุบันจึงถือเป็นการสัมผัสกับพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเปลี่ยนทิศทางประวัติศาสตร์ไทยอย่างแท้จริง

5 พฤศจิกายน 2486 เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูน องค์สุดท้าย ถึงแก่พิราลัย สิ้นสุดระบอบ “เจ้าผู้ครองนคร” ล้านนา

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 เป็นวันที่เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย แห่งราชวงศ์ทิพย์จักร ได้ถึงแก่พิราลัย ถือเป็นวันสิ้นสุดระบอบเจ้าผู้ครองนครในล้านนา ระบบการปกครองที่ดำรงอยู่มาหลายศตวรรษก่อนหน้านี้

เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ (พระนามเดิม “เจ้าน้อยจักรคำ ณ ลำพูน”) ประสูติ พ.ศ. 2417 เป็นโอรสของเจ้าอินทยงยศโชติ ขึ้นครองนครลำพูนในสายราชวงศ์ทิพย์จักร ราชวงศ์ที่สืบทอดอำนาจปกครองนครลำพูนมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อสยามเริ่มผนวกรัฐล้านนาจากสถานะ “บรรณาการ” เข้ากับราชอาณาจักรอย่างเป็นระบบ แนวคิดการปกครองสมัยใหม่ทำให้บทบาท “เจ้าเมือง” ค่อย ๆ ถูกจัดวางใหม่ภายใต้ส่วนกลาง

หลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซึ่งยุบระบบเจ้าผู้ครองนคร แสดงให้เห็นการปรับบทบาทจากการใช้อำนาจปกครองโดยตรงสู่บทบาทเชิงวัฒนธรรม

หนึ่งในคำพูดที่สะท้อนความหมายของวันสำคัญนี้คือ "นี่ไม่ใช่แค่การรำลึกถึงบุคคล แต่คือการเห็นหัวใจของเมืองที่ยังเต้นอยู่" ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การจากไปของเจ้าจักรคำฯ ไม่ใช่แค่การสิ้นสุดของบุคคล แต่หมายถึงความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และโครงสร้างสังคมของลำพูน

ร่องรอยความเปลี่ยนผ่านนี้สืบเนื่องมาในรูปแบบของโรงเรียนจักรคำคณาทร โรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดชื่อดัง สถานศึกษาที่ตั้งอยู่บนถนนสายสำคัญของเมือง รวมถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ที่เป็นศูนย์กลางศรัทธาและแหล่งอนุรักษ์มรดกท้องถิ่น

วัน 5 พฤศจิกายน 2486 จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของล้านนาจากระบบเจ้าผู้ครองนครสู่การเป็นส่วนหนึ่งของรัฐไทยสมัยใหม่ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงของการเมือง วัฒนธรรม และสำนึกความเป็นเมืองในชีวิตประจำวันของชาวลำพูนในปัจจุบัน

เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ถึงแก่พิราลัย วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 รวมระยะเวลาที่ทรงครองนคร 32 ปี สิริชันษาได้ 69 ปี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top