Friday, 5 June 2026
LITE TEAM

25 พฤศจิกายน 2468 วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 6 พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และทรงวางรากฐานพัฒนาชาติหลายด้าน ทั้งการบริหาร การศึกษา วัฒนธรรม

วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดกิจการลูกเสือไทย และทรงวางรากฐานสำคัญให้กับการพัฒนาชาติในหลายด้าน ทั้งการบริหารประเทศ การศึกษา วัฒนธรรม และการทหาร

รัชกาลที่ 6 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 29 ในรัชกาลที่ 5 เสวยราชสมบัติเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 รวมครองราชย์ 15 ปี พระชนมายุ 45 พรรษา ตลอดรัชสมัย พระองค์ทรงมีบทบาทโดดเด่นด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองจำนวนมาก และเป็นผู้วางรากฐานวรรณคดีสมัยใหม่ของไทย จนได้รับถวายพระราชสมัญญา 'สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า'

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงริเริ่มสร้าง โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (วชิราวุธวิทยาลัย) แทนการสร้างวัดประจำรัชกาล ด้วยพระราชดำริว่าการศึกษาคือรากฐานของชาติ และควรได้รับการส่งเสริมให้มั่นคงยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

24 พฤศจิกายน 2553 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเปิดคลองลัดโพธิ์–สะพานภูมิพล บรรเทาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อประชาชน

24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทางชลมารคด้วยเรือพระที่นั่งอังสนา เปิด 'ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์' พร้อมเปิดสะพานภูมิพล 1 และ 2 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและเชื่อมต่อเขตอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553

พระองค์และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เสด็จฯ ด้วยเรือพระที่นั่งอังสนา เปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ที่ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ก่อนต่อด้วยการเปิดสะพานภูมิพล 1 และ 2 ที่เชื่อมต่อเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ ก่อนเสด็จฯ กลับโรงพยาบาลศิริราช

ปัจจุบันคลองลัดโพธิ์ไม่เพียงแต่ป้องกันน้ำท่วม ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีสวนสาธารณะ 'สวนสุขภาพลัดโพธิ์' เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย พร้อมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดที่ร่มรื่น

พื้นที่ริมคลองลัดโพธิ์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ชุมชนใกล้เคียง การพัฒนาในพระราชดำริครั้งนี้จึงมีคุณูปการต่อสังคมอย่างยั่งยืน

23 พฤศจิกายน 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดลู่ปั่นจักรยานใหม่ มาตรฐานสากล ใช้บริการฟรีทุกวัน รองรับนักปั่นจำนวนมาก หนุนสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเปิดสนามลู่ปั่นจักรยาน 'เจริญสุขมงคลจิต' ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารบริษัทเอกชนร่วมงาน

ภายในงานพระองค์ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง และทรงจักรยานบนสนามลู่ที่มีความยาว 23.5 กิโลเมตร พร้อมกับคณะผู้เข้าร่วมขบวนจำนวน 450 คน สนามลู่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้ได้มาตรฐานสากล รองรับนักปั่นจักรยานได้ไม่น้อยกว่า 20,000 คนต่อวัน

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายรวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยสนามลู่ปั่นจักรยาน 'เจริญสุขมงคลจิต' เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เข้าใช้บริการ

นอกจากนี้ สนามลู่นี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ลานจอดรถ ห้องพยาบาล ร้านจำหน่ายและให้เช่าจักรยาน พร้อมทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อรองรับความต้องการของนักปั่นและประชาชนทั่วไปอย่างทั่วถึง

22 พฤศจิกายน 2529 จุดกำเนิดตำนาน ‘Iron Mike’ เมื่อ ‘ไมค์ ไทสัน’ คว้าแชมป์เฮฟวี่เวท ในวัยเพียง 20 กะรัต สร้างสถิติ!! แชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด

22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 คือวันที่ชื่อ ไมค์ ไทสัน ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ เมื่อเขาวัยเพียง 20 ปี ชนะน็อก เทรเวอร์ เบอร์บิค ในยก 2 ผงาดเป็นแชมป์โลก WBC และทำลายสถิติแชมป์อายุน้อยที่สุดของฟลอยด์ แพตเตอร์สัน (21 ปี)

ก่อนยุคไทสัน: ยุคทองของเฮฟวี่เวท
รุ่นใหญ่ในช่วงก่อนหน้าเต็มไปด้วยตำนานอย่าง มูฮัมหมัด อาลี, โจ เฟรเซียร์, จอร์จ โฟร์แมน, แลร์รี โฮล์มส์ และไมเคิล สปิงค์ส บรรยากาศวงการมวยอัดแน่นด้วยการแข่งขันรุนแรง ดราม่าบนเวที และเงินรางวัลมหาศาล

ด้านเบอร์บิคเองเพิ่งคว้าแชมป์ WBC ได้ในเดือนมีนาคม 2529 แต่ครองเข็มขัดเพียง 8 เดือน ก่อนเจอกับ “พายุไทสัน”

เส้นทางสู่การเป็น “Iron Mike”
ไทสันเริ่มมวยอาชีพปี 1985 และขึ้นชกถึง 15 ไฟต์ในปีแรก—ชนะน็อกทุกไฟต์ ด้วยความเร็วและพลังหมัดที่ทำให้ถูกมองว่าเป็น “กลาดิเอเตอร์ยุคใหม่”
หลังชนะเบอร์บิค เขากวาดแชมป์ครบทั้ง 3 องค์กรใหญ่ในยุค 80
WBC – ชนะ เบอร์บิค
WBA – ชนะ เจมส์ สมิธ (มี.ค. 2530)
IBF – ชนะ โทนี่ ทักเกอร์ (ส.ค. 2530)

ทำให้ไทสันกลายเป็น Undisputed Heavyweight Champion อย่างสมบูรณ์
จากไร้เทียมทาน…สู่จุดพลิกผัน

แม้จะดูเหนือคู่ชกทุกคน แต่ปี 1990 เขากลับพ่ายแพ้แบบช็อกโลกต่อ บัสเตอร์ ดักลาส ที่โตเกียว หนึ่งในการพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดของวงการมวย ชีวิตนอกสังเวียนของไทสันเต็มไปด้วยดราม่า—แต่งงานและหย่าร้างกับโรบิน กิฟเวนส์, คดีความ, ถูกจำคุกปี 1992 กลับมาชกปี 1995 และชนะอีกหลายไฟต์ แต่เหตุการณ์ที่โลกจำที่สุดคือปี 1997 เมื่อเขาถูกปรับแพ้และไล่ออกจากเวทีหลัง “กัดหู” อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์

แม้เคยมีรายได้ระดับมหาศาล แต่ปัญหาชีวิตทำให้เขาต้องล้มละลายในภายหลัง
ตำนานที่โลกไม่มีวันลืม ไมค์ ไทสัน ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักมวยเฮฟวี่เวทที่ทรงพลังที่สุดตลอดกาล—รวดเร็ว ดุดัน และโหดเหี้ยมแบบที่ไม่เคยมีใครเหมือน
ชัยชนะเหนือเบอร์บิคในปี 1986 คือจุดเริ่มต้นของตำนาน Iron Mike ที่โลกยังพูดถึงจนถึงวันนี้

21 พฤศจิกายน 2410 ‘หนังสือแสดงกิจจานุกิจ’ ต้นแบบหนังสือไทยเล่มแรก ตีพิมพ์สำเร็จโดย 'เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี'

21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2410 หนังสือแสดงกิจจานุกิจ ตีพิมพ์สำเร็จเป็นครั้งแรก เป็นหนังสือไทยเล่มแรกที่อธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์และศาสนาอย่างทันสมัยที่สุด จัดพิมพ์โดย เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) 

เหตุที่ท่านจัดทำหนังสือเล่มนี้ เพราะเห็นว่าตำราไทยสมัยนั้นไม่มีสาระแก่นสาร ไม่ทำให้ผู้อ่านนำไปคิดต่อ ความรู้ในหนังสือไม่ทันสมัย ท่านจึงรวบรวมเอาสิ่งที่ขณะนั้นยังไม่ทราบกันมาตีพิมพ์ นอกจากนี้ท่านยังนำเสนอแก่นของพุทธศาสนาเพื่อเป็นการลบล้างการโจมตีพุทธศาสนาของหมอสอนศาสนาที่พยายามเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย 

หนังสือเล่มนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติ และมีผู้สนใจนำบางตอนไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ที่กรุงลอนดอน เมื่อปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) โดยใช้ชื่อว่า เดอะ โมเดิน บุดดิสท์ (The Modern Buddhist) หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องในต่างประเทศ เป็นหนังสือสำคัญที่ให้ความรู้ด้านพุทธศาสนาและเกือบจะนับได้ว่าเป็นหนังสือเล่มแรกของไทยที่ได้มีการนำออกไปแปลและพิมพ์จำหน่ายในต่างประเทศ

20 พฤศจิกายน ของทุกปี “วันกองทัพเรือไทย” วันที่สังคมไทยตระหนักถึง ความสำคัญของความมั่นคงทางทะเล เสาหลักของความมั่นคงชาติ

วันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันกองทัพเรือไทย ซึ่งสังคมไทยใช้วันดังกล่าวเพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญของราชนาวีและพระมหากรุณาธิคุณการวางรากฐานราชนาวีสมัยใหม่ กิจกรรมนี้จัดขึ้นทั่วประเทศเพื่อระลึกถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ ณ พระราชวังเดิม เขตธนบุรี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาทหารเรือแบบเป็นระบบในไทย

ในอดีตสยามยังไม่มีการแยกเหล่าทัพชัดเจนโดยใช้แม่น้ำและทะเลเป็นสนามยุทธศาสตร์หลัก ก่อนที่ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 จะมีการจัดระเบียบเหล่าทัพแยกเป็นทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ทหารเรือได้รับการพัฒนาเป็นกองทัพเรือสมัยใหม่ มีทั้งกำลังรบและระบบการศึกษา โดยเฉพาะภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และการส่งเสริมของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งกองทัพเรือไทย"

งานวันกองทัพเรือมีการจัดพิธีวางพวงมาลาและถวายราชสักการะ พลเรือเอกกรมหลวงชุมพรฯ และวีรชนทหารเรือ พร้อมการสวนสนามแสดงความพร้อมเพรียงและวินัย รวมถึงกิจกรรมเปิดบ้านฐานทัพเรือ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ และนิทรรศการเผยแพร่ภารกิจความมั่นคงทางทะเล เพื่อย้ำเตือนบทบาททหารเรือในภารกิจสงครามและสันติภาพ

“วันกองทัพเรือ” จึงไม่ใช่เพียงวันที่ทหารเรือระลึกถึงตนเอง แต่เป็นวันที่สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางทะเล ซึ่งเป็นเสาหลักของความมั่นคงชาติ การปกป้องเขตแดนทางทะเล แหล่งทรัพยากรพลังงาน ประมง พาณิชย์ และความมั่นคงของชีวิตผู้คนที่ยืนหยัดเฝ้าทะเลอย่างมุ่งมั่นเสมอมา

19 พฤศจิกายน 2553 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสิทธิบัตร 'อุทกพลวัต' กังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ต้นแบบจากโครงการขุดคลองลัดโพธิ์

19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตร 'อุทกพลวัต' สิ่งประดิษฐ์กังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำไหล สืบเนื่องจากพระราชดำริในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ขุดลอกคลองลัดโพธิ์เพื่อเร่งการระบายน้ำออกสู่ทะเล

ต่อมาเมื่อปี 2549 พระองค์ทรงเสนอแนวคิดเพิ่มเติมว่า พลังงานน้ำที่ไหลผ่านคลองลัดโพธิ์นั้น “มหาศาล” อาจนำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ จึงทรงพระราชกระแสให้ศึกษาความเป็นไปได้ และให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงติดตามโครงการ

กรมชลประทานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงได้ศึกษาและพัฒนากังหันต้นแบบ ทั้งแบบหมุนตามแนวแกน (Axial Flow) และแบบหมุนขวางการไหล (Cross Flow) เพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร โดยติดตั้งที่ท้ายประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ผลการทดลองให้พลังงานสูงสุดถึง 5.74 กิโลวัตต์ต่อวัน

สิทธิบัตร “อุทกพลวัต” ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 และเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานชื่ออย่างเป็นทางการว่า “อุทกพลวัต” หมายถึงการใช้พลังน้ำเคลื่อนที่มาสร้างพลังงานไฟฟ้า ต้นแบบดังกล่าวมีต้นทุนต่ำ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับประตูระบายน้ำทั่วประเทศ เช่น ประตูระบายน้ำบรมธาตุ ประตูระบายน้ำพลเทพ และประตูระบายน้ำมโนรมย์ ช่วยเสริมการจัดการน้ำและพลังงานทดแทนของไทยต่อไป

17 พฤศจิกายน 2514 'จอมพลถนอม' ก่อการรัฐประหารตนเอง ล้มรัฐธรรมนูญ–ปิดสภาในครั้งเดียว รวบอำนาจทั้งประเทศ ปูทางสู่ระเบิดเวลา 14 ตุลา

รัฐประหาร พ.ศ. 2514 เป็นการ รัฐประหารตนเอง ของจอมพลถนอม กิตติขจร หลังเกิดความขัดแย้งภายในพรรคสหประชาไทย และการต่อรองผลประโยชน์ของ สส. รวมถึงแรงกดดันจากการพิจารณางบประมาณปี 2515 ที่ สส. บางส่วนต้องการเพิ่มงบเงินบำรุงท้องที่เกินกว่าที่รัฐบาลจัดสรร ทำให้สถานการณ์ในสภาควบคุมไม่ได้

จอมพลถนอมจึงประกาศยึดอำนาจ ตั้งชื่อว่า 'คณะปฏิวัติ' โดยอ้างภัยต่อประเทศและความวุ่นวายในสภา จากนั้นออกประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2511 ยุบสภา ยุบพรรคการเมือง และประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ คณะปฏิวัติกุมอำนาจจนปี 2515 ก่อนประกาศใช้ ธรรมนูญการปกครอง 2515 ที่ให้จอมพลถนอมเป็นนายกฯ ต่อ และนำ มาตรา 17 กลับมาใช้ ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเต็มมือ

การรวบอำนาจยาวนานกว่า 10 ปี นับจากรัฐประหารปี 2501 รวมถึงปัญหาทุจริตและการไร้รัฐธรรมนูญถาวร ทำให้เกิดความไม่พอใจสะสมของนิสิต นักศึกษา และประชาชน จนนำไปสู่ เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516

หลังรัฐประหาร สส. อุทัย พิมพ์ใจชน และพวกยื่นฟ้องคณะปฏิวัติฐานกบฏ แต่ถูกจำคุก ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ในสมัยรัฐบาลของสัญญา ธรรมศักดิ์

16 พฤศจิกายนของทุกปี "วันแห่งความอดทนสากล" วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ ฟ้องร้องได้ โดยไม่ลืมว่าคนคิดต่างคือมนุษย์เหมือนกัน เตือนโลกอยู่ร่วมต่างอย่างเคารพและสันติ

ทุกวันที่ 16 พฤศจิกายนของทุกปี สหประชาชาติได้กำหนดให้เป็น "วันแห่งความอดทนสากล" เพื่อเตือนใจมนุษยชาติให้เคารพความแตกต่างและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ วันดังกล่าวถือเป็นวันครบรอบการรับรอง "ปฏิญญาว่าด้วยหลักการแห่งความอดทน" โดยยูเนสโกในปี 1995 ซึ่งถูกรณรงค์ต่อเนื่องในทุกประเทศสมาชิก

ยูเนสโกระบุว่า ความอดทนนั้นหมายถึงการเคารพ ยอมรับ และเห็นคุณค่าความหลากหลายของมนุษย์ในทุกมิติ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ความคิด และวัฒนธรรม พร้อมย้ำว่าไม่ใช่ความเฉยเมยหรือยอมให้ความอยุติธรรมดำเนินต่อไป แต่คือการจัดการความขัดแย้งบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ

วันแห่งความอดทนสากลยังสะท้อนความท้าทายสำคัญว่า สังคมควรมีวิธีรับมือกับความเห็นต่างอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือวัฒนธรรม โดยต้องสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ผัดวันประกันพรุ่งในเรื่องความรับผิดชอบ แต่ "ยังวิจารณ์ได้ ยังตรวจสอบได้ ยังฟ้องร้องได้" อย่างเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ "คนคิดต่างก็ยังเป็นมนุษย์เหมือนเรา"

วันดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่วันในปฏิทินแต่เป็นการเตือนว่าสังคมโลกยอมรับว่าความหลากหลายคือความจริง ไม่ใช่ปัญหา และความสำเร็จของสังคมขึ้นกับการฝึกฝนการอยู่ร่วมกันอย่างมีสติและเป็นระบบ ข้อคิดสำคัญที่ฝากถึงทุกคนคือ "เราอยากอยู่ในประเทศที่คนเห็นต่างต้อง 'กลัว' หรือปลอดภัยพอจะพูด แล้วให้ข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสิน?"

15 พฤศจิกายน 2476 ประเทศไทยจัดให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก นับเป็น “การเลือกตั้งทางอ้อม" ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 เป็นหมุดหมายสำคัญของประชาธิปไตยไทย เพราะเป็น การเลือกตั้งผู้แทนราษฎรโดยทางอ้อมครั้งแรก และครั้งเดียวของประเทศ ก่อนหน้านั้นรัฐบาลได้ออกพระราชกฤษฎีกาให้จัดเลือก “ผู้แทนตำบล” ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–15 พฤศจิกายน 2476 จากนั้นผู้แทนตำบลเหล่านี้จึงเลือก “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” อีกชั้นหนึ่ง รวมได้ สส. ประเภท 1 จำนวน 78 คน

แม้ในช่วงนั้นประเทศอยู่ในภาวะวุ่นวายจาก กบฏบวรเดช ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองย่อม ๆ แต่รัฐบาลภายใต้การนำของ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ยังเดินหน้าจัดการเลือกตั้งจนสำเร็จ

สยามในขณะนั้นมีประชากรราว 18 ล้านคน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 4.2 ล้านคน มีผู้มาใช้สิทธิ 1.77 ล้านคน หรือราว 41% โดยจังหวัดเพชรบุรีมีคนออกมาใช้สิทธิมากที่สุด (78.82%) ส่วนแม่ฮ่องสอนน้อยที่สุด (17.71%) ผู้แทนราษฎรชุดแรกมาจาก 70 จังหวัด บางจังหวัดมีได้มากกว่า 1 คน เช่น เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และนครราชสีมา ส่วนจังหวัดที่ได้มากที่สุดคือ พระนครและอุบลราชธานี จังหวัดละ 3 คน

ในจำนวนนี้ มี สส. ผู้มีบทบาททางการเมืองสำคัญ เช่น นายเลียง ไชยกาล และ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ สองนักการเมืองคนสำคัญจากอุบลราชธานี ที่ภายหลังมีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น

การเลือกตั้งครั้งนั้นจึงถือเป็นก้าวแรกของการให้ประชาชน “มีเสียง” ในการกำหนดอนาคตของประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top