Friday, 19 June 2026
Hard News Team

‘นายกฯ’ แจง!! ปีนี้จัดงานลอยกระทงได้ แต่ต้องระวังและคุมเข้มตาม ศบค. กำหนด

10 พ.ย. 64 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดกิจกรรมลอยกระทงว่า เรื่องนี้ได้ให้ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงไปแล้ว ซึ่งตอนแรกคงมีการเข้าใจผิดกันนิดหน่อย เพราะเรื่องยังอยู่ในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แต่ขณะนี้ ศบค. ได้พิจารณาขั้นต้นแล้ว ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรในการจัดงาน ให้โฆษกฯ แถลงแล้วก็เป็นไปตามนั้น แต่ก็ต้องระมัดระวังและมีมาตรการเฉพาะออกมา เพราะจะจัดงานใหญ่คนเยอะแน่น ๆ แบบเดิมไม่ได้

"แรมโบ้" ซัด "ปิยบุตร" โพสต์เฟซบุ๊กเข้าข่ายข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบคณะราษฎรหรือไม่ พร้อมแนะทำผิดต้องกล้ารับผิด หากรับกฎหมายไทยไม่ได้ ก็อย่าอยู่บนผืนแผ่นดินไทยเลยดีกว่า

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความในเฟซ บุ๊กให้จับตาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มม็อบคณะราษฎร จะปิดประตูปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ พร้อมยกวลี ปากกาอยู่ที่มัน-ประธานศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา เขียนคำพิพากษาจนพาประเทศสหรัฐไปสู่สงครามกลางเมือง 

โดยนายเสกสกลระบุว่าการออกมาโพสต์ของนายปิยบุตรเช่นนี้ เข้าข่ายการข่มขู่การพิจารณาของศาล และยิ่งเป็นการยุยงให้เกิดความกระด้างกระเดื่องท้าทายอำนาจตุลาการ ที่คนไทยส่วนให้ยอมรับกติกาอยู่ภายใต้กฎหมาย

นายเสกสกลยังไม่แปลกที่นายปิยบุตร ร้อนรนรีบออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมานายปิยบุตร ก็มักจะออกมาพูดเรื่องการปฏิรูปสถาบัน ก้าวล่วง จาบจ้วงสถาบันไม่หยุด และถูกมองอยู่เบื้องหลัง เป็นอีแอบการเคลื่อนไหวของกลุ่มคณะราษฎร ม็อบสามกีบ เพราะหวังว่าจะได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของเยาวชนกลุ่มนี้ ในการคิดล้างสถาบัน ซึ่งไม่มีวันที่คนไทยส่วนใหญ่ที่จงรักภักดีจะยอมนายปิยะบุตรทำลายสถาบันอย่างเด็ดขาด พวกตนและประชาชนส่วนใหญ่จะปกป้องสถาบันด้วยชีวิต และนายกฯและรัฐบาลจะไม่ยินยอมให้แก้ไขม.112 และล้มล้างสถาบันอย่างแน่นอน

เลขาสมช.โยน สธ. แจง ปมคลินิกสระแก้ว ฉีด วันซีนจอห์นสัน 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19    หรือ (ผอ.ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลผู้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว ว่า เรื่องดังกล่าวทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังตรวจสอบ  ขอให้รอฟังจากกระทรวงสาธารณสุขดีกว่า

 

“บิ๊กตู่” กำชับพาณิชย์เร่งดูแลราคาน้ำมันปาล์มขวดราคาพุ่ง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกลไกตลาดโลก เนื่องจากผลผลิตปาล์มของอินโดนีเซียและมาเลเซียซึ่งถือเป็นผู้ผลิตรายสำคัญออกสู่ตลอดน้อยลงมากกว่า 5% อันเป็นผลจากสถานการณ์โควิด ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามสถานการณ์และกำชับให้กระทรวงพาณิชย์เร่งบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค 

ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์รายงานว่าได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงสกัดตรึงราคาน้ำมันปาล์มดิบให้มากที่สุด และจากการสำรวจราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในห้างค้าปลีกค้าส่งอยู่ที่ 50 – 53 บาทต่อขวด แต่จะเป็นการปรับตัวในระยะสั้นตามภาวการณ์ของตลาดโลก และในช่วงปลายปีจะมีปริมาณน้ำมันถั่วเหลืองเข้ามาทดแทนน้ำมันปาล์มมากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับประชาชน

'อ.ไชยันต์' ตามชำแหละวิทยานิพนธ์ 'ณัฐพล'  อ้างอิงนสพ.ฉบับ 10 พ.ย. 2490 ที่ก่อตั้งปี 2500

'อ.ไชยันต์' ตามชำแหละวิทยานิพนธ์ 'ณัฐพล ใจจริง' ประเด็น 'ในหลวง ร.9 ทรงทราบแผนการรัฐประหาร 2490 ล่วงหน้า 2 เดือน' อ้างอิงนสพ.เอกราชวันที่ 10 พ.ย. 2490 แต่นสพ.เอกราชก่อตั้ง 24 มิ.ย. 2500

10 พ.ย. 64 - ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้ 

“ทุ่นดำ-ทุ่นแดง”

กรณีการกล่าวว่า "ในหลวงทรงทราบแผนการรัฐประหาร 2490 ล่วงหน้า 2 เดือน" ของ ณัฐพล ใจจริง

ประเด็นสำคัญอีกประเด็น คือ “ในหลวง ร.9 ทรงทราบแผนการรัฐประหาร 2490 ล่วงหน้า 2 เดือน” ซึ่ง ณัฐพล กล่าวว่า “โดยหนังสือพิมพ์ไทยร่วมสมัยได้พาดหัวข่าวขณะนั้นว่า 'ในหลวงรู้ปฏิวัติ 2 เดือนแล้ว' ทั้งนี้ พล.ท.กาจ กาจสงคราม ให้คำสัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ต่อมาว่า เขาได้เคยส่งโทรเลขลับรายงานแผนรัฐประหารให้พระองค์ทรงทราบล่วงหน้า 2 เดือนก่อนลงมือรัฐประหาร”

โดย ณัฐพล อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์เอกราชวันที่ 10 พฤศจิกายน 1947

อย่างไรก็ดี สิ่งที่พวกเราต้องการบอกทุกท่านเป็นอย่างแรกคือ จะเป็นไปได้อย่างไรที่หนังสือพิมพ์เอกราชจะลงข่าวในปี พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) ?

เนื่องจากว่า “หนังสือพิมพ์เอกราชถือกำเนิดขึ้นโดยโรงพิมพ์เอกราชได้ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 24 มิถุนายน 2500” !

กล่าวคือ หนังสือพิมพ์ที่ก่อตั้งปี พ.ศ. 2500 จะนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปลงข่าว 10 ปีที่แล้วก่อนการก่อตั้งได้อย่างไร!?

(ดูประวัติการก่อตั้งจาก พัชราภรณ์ ครุฑเมือง, การดำรงอยู่ของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เอกราช ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวารสารสนเทศ ภาควิชาสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552)

มิหนำซ้ำ เรายังรู้สึกแปลกใจที่ ณัฐพล ใช้ปี ค.ศ. 1947 ในการระบุปี ขณะที่หนังสือพิมพ์ฉบับอื่น ๆ เขากลับใช้ พ.ศ. ทั้งหมด

ดังนั้น การอ้างถึง “หนังสือพิมพ์เอกราชวันที่ 10 พฤศจิกายน 1947” ของ ณัฐพลจึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า มีที่มาจากไหนกันแน่?

เพราะข้อเท็จจริงปรากฏว่า ไม่เคยปรากฏหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ขึ้นในบรรณพิภพในเวลานั้น

ประกอบทั้งการใช้ปี ค.ศ. ที่ไม่ปรากฏความต่อเนื่องสม่ำเสมอ (consistency) กับการเขียนวิทยานิพนธ์ในส่วนอื่น ๆ ของณัฐพล

เราจึงสงสัยว่าณัฐพลเอาข้อมูลในส่วนนี้มาจากไหนกันแน่ ?

หรือถ้ามีจริงทำไมเขาไม่อ้างจากหลักฐานชั้นต้นเช่นในจุดอื่น ๆ ?

นอกจากนี้ ก่อนการรัฐประหาร 2490 บรรยากาศขณะนั้นก็เป็นที่รับรู้ทั่วไป ดังปรากฏข่าวลือว่าจะต้องมีการรัฐประหารเกิดขึ้นแน่ ๆ ไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง

พล.1 รอ. เฝ้าระวัง 5 จุดเสี่ยง น้ำเอ่อล้น 24 ชม. พร้อมวางแผนปฏิบัติร่วม สำนักเขต-สำนักระบายน้ำ-ผู้นำชุมชน หวั่นน้ำทะลักเข้าพื้นที่

กองพลที่ 1 รักษาพระองค์  (พล 1 รอ.)ได้ สรุปสถานการณ์จุดเสี่ยงน้ำท่วมเอ่อล้นจากน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่รับผิดชอบในเขตดุสิต และเขตบางพลัด  5 จุด คือ 1.ชุมชนวัดเทวราชกุญชร 2.ชุมชนมิตรคาม 3.ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ 4.ชุมชนสีคาม 5.ท่าเขียวไข่กา พบว่า ทุกพื้นที่ยังมีปริมาณน้ำมาก แต่อยู่ในระดับที่แนวเขื่อนกั้นน้ำสามารถรองรับได้  และปริมาณน้ำไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่เขตดุสิต 

โดยจัดเจ้าหน้าที่ทหาร รวมกับเจ้าหน้าที่เขตดุสิตและประชาชนในชุมชนเฝ้าระวังระดับสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชม. พร้อมวางแผนการปฏิบัติ ระหว่างสำนักงานเขต สำนักระบายน้ำ และ ผู้นำชุมชน  ในด้านการเตรียมการช่วยเหลือประชาชน หากเกิดน้ำทะลักเข้าพื้นที่ ดังนี้

1.ประสานกับหน่วยเฝ้าระวังของเขตบางพลัดตลอด 24 ชม.
2.จัดชุดปฏิบัติการกองกิจการพลเรือน พล.1 รอ. มาตรวจพื้นที่ช่วงเวลาน้ำขึ้น
3.ดำเนินการกรอกกระสอบทราบเพิ่มเติมร่วมกับเขต ไว้เสริมแนวป้องกัน
4.จัดกำลังชุดช่วยเหลือประชาชนพร้อมที่หน่วยตลอด 24 ชม.

“ประวิตร” ประชุม รมว.กห.อาเซียนประชุมร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการ  ( ADMM Retreat ) จับตาการแข่งขันของมหาอำนาจในภูมิภาค กระทบความเป็นหนึ่งเดียวกันและสมดุลอาเซียน

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้มอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้แทน รมว.กลาโหม  เข้าร่วมประชุม รมว.กลาโหม อาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ ( ADMM Retreat ) ผ่านระบบ VTC โดยมี กระทรวงกลาโหมบรูไน เป็นเจ้าภาพ

โดยที่ประชุมได้แสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 15 ปีของความร่วมมือ รมว.กลาโหมอาเซียน (ADMM) ต่อจากนั้นได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงต่อทิศทางของ ADMM ร่วมกัน ในการรับมือกับแนวโน้มความท้าทายในอนาคต ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ การรวมกลุ่มความร่วมมือใหม่ในภูมิภาค อินโด - แปซิฟิก ที่กระทบต่อสมดุลอาเซียน ตลอดจน ความท้าทายด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เป็นต้น  ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดความร่วมมือและแนวทางให้ชัดเจนในการดำรงความเป็นหนึ่งเดียวกัน แสวงโอกาสและกระชับความร่วมมือกันมากขึ้น โดยยึดมั่นความเป็นแกนกลางอาเซียน ตลอดจนใช้ทรัพยากรทางทหารร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร ได้ใช้โอกาสนี้ กล่าวถึง ความตระหนักต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ที่ส่งผลกระทบในทุกมิติ จำเป็นต้องปรับกระบวนทัศน์การใช้ชีวิต เพื่อสร้างความสมดุล ฟื้นฟูและพัฒนาอาเซียนให้เป็นไปอย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทของ “ความปกติถัดไป” ( Next Normal )  โดยย้ำ สนับสนุนให้อาเซียนแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันและสร้างบทบาทนำที่สร้างสรรค์ในกลไกของภูมิภาคให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น พร้อมให้ข้อเสนอแนะต่อร่างกรอบยุทธศาสตร์ ADMM สำหรับเตรียมความพร้อมสู่อนาคต ในการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสาขาและเสาความร่วมมืออาเซียนอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ 

ฉีด SINOVAC เข้า ‘สหราชอาณาจักร’ ได้ ไม่ต้องกักตัว ด้าน 'ศุภชัย' ขอบคุณ SINOVAC หลังถูกด้อยค่ามานาน

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า…

เรื่องราวของ SINOVAC

ขอบคุณกาลเวลา ที่ช่วยลบคำสบประมาท

วันนี้ สหราชอาณาจักร รับรองให้ผู้ที่ฉีด SINOVAC เข้าประเทศได้แล้ว โดยไม่ต้องกักตัว มาตรการข้างต้นจะนับหนึ่งในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้

นี่คือ เครื่องรับรองประสิทธิภาพของวัคซีนสายเลือดมังกร ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตราหน้าด้วยอคติ ว่าเป็นวัคซีนด้อยคุณภาพ

ผมจะขอย้อนความนะครับ

SINOVAC เป็นวัคซีนยี่ห้อแรก ที่ไทยนำเข้ามาใช้เพื่อประคองสถานการณ์ หลังพบการระบาดช่วงปลายปี 2563 การเข้ามาของ SINOVAC มาพร้อมกับคำสบประมาทสารพัด ตั้งแต่เรื่องของคุณภาพ ไปจนถึงเรื่องของความปลอดภัย ทั้งที่นี่คือวัคซีน ที่ใช้ในประเทศที่มีการระบาดต่ำที่สุดประเทศหนึ่งของโลก และนี่ก็เป็นวัคซีนที่มีขั้นตอนการผลิต ซึ่งปลอดภัยที่สุด ด้วยเป็นเทคโนโลยีเชื้อตาย ที่ “มนุษย์” มีความคุ้นเคยมากที่สุด

กระนั้นแล้ว ข่าวลือ ข่าวลวง ที่มีมากมาย ก็ทำให้ SINOVAC กลายเป็นผู้ร้ายไปในที่สุด ทั้งที่ความจริง SINOVAC ได้เข้ามาช่วย SAVE คนไทยเป็นจำนวนมหาศาล ในวันที่การจัดหาวัคซีนเป็นไปด้วยอุปสรรค วันนั้นถ้าไม่มี SINOVAC ผมเองก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

สำหรับ SINOVAC เหมือนผู้ที่ทำงานหนัก ปิดทองหลังพระ แต่ก็ยังโดนด่า และแม้จะทำงานดีแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นต้องถูกวิจารณ์อย่างเสียหาย เสียงก่นด่าลามไปถึงฝ่ายผู้จัดหาตั้งแต่รัฐมนตรี ไปจนถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่พวกเขาทุกคนทุ่มเท พยายามอย่างหนัก กว่าการจัดหาจะประสบความสำเร็จ กระทั่งแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ที่ออกมารณรงค์ให้รับวัคซีน ณ เวลานั้น ก็ยังถูกวิจารณ์สารพัด

‘ดร.วรัชญ์’ เดินหน้าฟ้อง ‘สื่อไทยรัฐ’ หลังถูกว่าเป็น ‘ไอโอ’ ปมแจงเหตุได้โมเดอร์นาช้า

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นภาพหัวหนังสือราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งบันทึกว่า นายวรัชญ์ เป็นผู้กล่าวหา โดยมีหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและไทยรัฐออนไลน์เป็นผู้ต้องหาว่า ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ขอบคุณทุก ๆ ท่านมาก ๆ จริง ๆ ครับ สำหรับกำลังใจอันมากมายที่ให้มา กรณีที่ผมถูกสื่อกล่าวหาว่าเป็น "ไอโอ" จากโพสต์ที่ผมอธิบายอ้างอิงข่าวต่างประเทศว่าเหตุใดไทยจึงยังไม่ได้รับวัคซีนโมเดอร์นา หลังจากวันนั้น ผมก็ชัตดาวน์ตัวเองไปสองสามวัน จนดีขึ้นจึงได้ย้อนมาอ่านทุกคอมเมนต์ รู้สึกซาบซึ้งมาก ๆ ครับ ทำให้มีกำลังใจที่จะทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อไปเท่าที่จะมีความสามารถ (และเวลา)

สิ่งหนึ่งที่หลายท่านได้คอมเมนต์ คือกรณีนี้ ควรจะฟ้องเป็นกรณีตัวอย่าง ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่เมื่อคิดถึงว่า ตัวเองเป็นนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน มีหน้าที่สื่อสารความจริง แก้ไขความเท็จ แล้วนี่ความเท็จเกิดขึ้นกับตัวเอง และในสื่อออนไลน์ที่คงอยู่ตลอดไป ยิ่งต้องใช้สิทธินี้ปกป้องชื่อเสียงตนเอง และเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างสื่อละเมิดสิทธิประชาชน เหมือนกับที่หลาย ๆ คนได้บอก เพราะปกติคนทั่วไป ไม่มีใครอยากจะมีเรื่องกับสื่อ โดยเฉพาะสื่อใหญ่ขนาดนี้ จึงได้ปรึกษาท่านผู้ใหญ่และนักกฎหมายบางท่าน (ต้องขอบพระคุณทุกท่านด้วยครับ) และเห็นว่ากรณีนี้เป็นความผิดชัดเจน ทุกท่านสนับสนุนให้ผมดำเนินคดี และเมื่อปรึกษากับคู่คิดแล้วก็สนับสนุน จึงได้ตัดสินใจดำเนินการในวันนี้ ซึ่งก็บังเอิญตรงกับวันที่ 9 (และเป็นวันแรกที่มีการเริ่มฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเสียด้วย 55)

เกษตรฯ เปิดแผนเตรียมการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเกษตรฯ เปิดแผนเตรียมการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมฯ ได้กำหนดแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2564/65 ตามปริมาณน้ำต้นทุนและความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกพืชได้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ โดยกำหนดแผนพื้นที่การเพาะปลูกทั้งประเทศ จำนวน 11.65 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าวรอบที่ 2 จำนวน 9.02 ล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 6.41 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 2.61 ล้านไร่ และพืชไร่พืชผัก จำนวน 2.63 ล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 0.54 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 2.09 ล้านไร่ สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด พื้นที่รวม 4.98 ล้านไร่ แบ่งเป็น 

ข้าวรอบที่ 2 จำนวน 4.26 ล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 2.81 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 1.45 ล้านไร่ และพืชไร่พืชผัก จำนวน 0.72 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 0.06 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 0.66 ล้านไร่ และลุ่มน้ำแม่กลอง 7 จังหวัด พื้นที่รวม 1.10 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าวรอบที่ 2 จำนวน 0.86 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 0.84 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 0.02 ล้านไร่ และพืชไร่พืชผัก จำนวน 0.24 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 0.17 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน 0.07 ล้านไร่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top