Friday, 19 June 2026
Hard News Team

”นายกฯ” เตรียมร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 28 พร้อมรับมอบการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมปี 65 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Week: AELW) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ระหว่างวันที่ 11 – 12 พฤศจิกายน 2564 โดยมีกำหนดการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีร่วมการหารือระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC – Leaders’ Dialogue) วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน ช่วงบ่าย ​นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาในการประชุม APEC CEO Summit เวลา 18.00 น. ​นายกรัฐมนตรีร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 28 โดยในตอนท้ายของวันที่ 12 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีจะร่วมพิธีรับมอบการเป็นเจ้าภาพเอเปค ซึ่ง นางสาวจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ จะส่งมอบการเป็นเจ้าภาพเอเปคให้นายกรัฐมนตรีไทย

นายธนกร กล่าวว่า ในปี 2564 นี้ นิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคในหัวข้อหลัก (Theme) ร่วมกัน ทำงาน เติบโต ไปด้วยกัน (Join, Work, Grow. Together.) และได้นำเสนอประเด็นสำคัญ 3 ประเด็นได้แก่ 1. นโยบายเศรษฐกิจ และการค้าที่ส่งเสริมการฟื้นฟู (Economic and Trade Policies that Strengthen Recovery) 2. การเพิ่มการมีส่วนร่วมและความยั่งยืนเพื่อการฟื้นฟู
(Increasing Inclusion and Sustainability for Recovery) 3. การมุ่งสู่นวัตกรรม
และการฟื้นฟูที่ใช้ดิจิทัล (Pursuing Innovation and a Digitally-Enabled Recovery)

“รองโฆษกปชป.”ขอฟาด “โอ๊ค”โหนน้ำทะเลหนุนท่วมกรุง หากระแสไม่ให้ “พ่อแม้ว-บริวาร”จางหาย  หวังได้กลับบ้านแบบเท่ๆ เย้ยทำสถิติวางมือไม่รู้กี่ครั้งแต่เดินหน้าสืบทอดอำนาจ แนะ ”ทักษิณ”ก่อนบอกคนอื่นให้ปล่อยวาง

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโพสต์ข้อความถึงปัญหาน้ำทะเลหนุนท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯ พร้อมแนะนำให้รัฐบาลวางมือหรือยุบสภา เพื่อให้ประชาชนเลือกคนดีและคนเก่งที่มีความสามารถมาทำงานแทน ว่าถือเป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้เห็นว่า นายทักษิณและบริวาร ออกอาการดิ้นรนและทุรนทุรายเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะได้กลับบ้านแบบเท่ๆ โดยที่ไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำการทุจริตและบิดเบือนหลักการประชาธิปไตย ซึ่งล่าสุด การที่นายพานทองแท้ ออกมาโหนเรื่องน้ำทะเลหนุนทำให้ปริมาณในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นท่วมพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำและบริเวณใกล้เคียง โดยเรียกร้องให้บุคคลในรัฐบาลลาออกหรือยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน เพื่อที่จะได้เลือกคนเก่งๆ คนดีๆ คนที่มีความรู้เข้ามาแก้ไขปัญหานั้น ถือได้ว่า นายพานทองแท้ และ นายทักษิณ ได้เผยความในใจออกมาชนิดที่เรียกได้ว่า 'อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่' 

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า การที่บอกให้คนอื่นปล่อยวางจากอำนาจ แต่ตัวเองกลับทำสถิติวางมือไม่รู้กี่สิบครั้ง และยังเดินหน้า 'สืบทอดอำนาจ' โดยผลักดัน น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของนายทักษิณ เข้ามาควบคุมดูแลภายในพรรคเพื่อไทย และยังพยายามปล่อยชื่อเครือญาติและคนใกล้ชิดของตัวเอง เพื่อหยั่งกระแสสาวกว่า ใครควรที่จะเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยที่ไม่ให้ความสำคัญหรือผลักดันให้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริงคือ น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ได้แสดงถึงวิสัยทัศน์และศักยภาพถึงการเป็นผู้นำพรรคที่จะไปเป็นผู้นำประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งตนเห็นว่า ก่อนจะแนะนำคนอื่น นายพานทองแท้ ควรจะแนะนำให้นายทักษิณ และบรรดาเครือข่ายที่หลบหนี ให้ปล่อยวางและวางมือเสียก่อน โดยการกลับมายอมรับโทษตามกฎหมาย เพราะจะได้เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า นายทักษิณและเครือข่าย เป็นผู้รักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่หมกหมุ่นเล่นละครหรือหาวิธีที่จะหาทางได้อำนาจรัฐ เพื่อสนองความต้องการของตนเองและพวกพ้องเท่านั้น  

 

“นายกฯ” ขอบคุณ ทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อน “โคก หนอง นา โมเดล” สู่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ ดำเนินการแล้ว 73 จังหวัด 566 อำเภอ 22,773 หมู่บ้าน 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญกับโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” ที่ได้ประยุกต์การใช้ศาสตร์พระราชา ตามหลักทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด  จากทฤษฎีใหม่สู่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ  ภายใต้การออกแบบพื้นที่เพื่อทำการเกษตรอย่างยั่งยืน เน้นแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร เพื่อให้เกิดสมดุลของระบบนิเวศ 

นายธนกร กล่าวว่า ตลอดจนการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร บัณฑิตจบใหม่ เป็นหลักประกันในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง ขณะเดียวกัน ช่วยรองรับกลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 73 จังหวัด 575 อำเภอ 3,246 ตำบล 25,179 ครัวเรือน วงเงินกว่า 4,780 ล้านบาท  ปัจจุบันได้มีการดำเนินการแล้วใน 73 จังหวัด 566 อำเภอ 22,773 หมู่บ้าน  โดยได้มีการเบิกจ่ายไปแล้วจำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42.20 

นายธนกร กล่าวว่า โครงการ โคก หนอง นา โมเดล ครอบคลุม 7 กิจกรรม ได้แก่ 1) การฝึกอบรมเพิ่มทักษะระยะสั้นการพัฒนากสิกรรม 2) ปรับปรุงพื้นที่ การสร้างพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ 3) การสร้างงานสร้างรายได้รายเดือนให้แก่เกษตรกร แรงงาน และบัณฑิตจบใหม่ กลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน 4) การกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน 5) การบูรณาการร่วมพัฒนาพื้นที่ระดับตำบล 6) การพัฒนาสร้างมาตรฐานผลผลิต การแปรรูป และการตลาด ตามมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย และ 7) การพัฒนาระบบดิจิทัลรองรับ Local Economy ด้วยการสร้างระบบโปรแกรมและระบบฐานข้อมูลที่สามารถใช้ต่อยอดในประโยชน์ด้านต่าง ๆ ในอนาคต 

'หมอวรงค์' จับตาคดีชี้ชะตา 3 แกนนำม็อบสามนิ้ว ชี้! จะเป็นบรรทัดฐานล้มล้างการปกครองหรือไม่

'หมอวรงค์' ฟันธง คดีนี้ใหญ่มาก! จับตาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นบรรทัดฐานว่าการที่ม็อบเรียกร้องเรื่อง ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์จะเข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

10 พ.ย. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า #คดีนี้ใหญ่มาก

การที่ม็อบราษฎร มีการเคลื่อนไหวเรียกร้อง "ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์" ซึ่งมีสาระใหญ่ ๆ เช่นยกเลิกมาตรา 112 ยกเลิกมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ (ผู้ใดจะกล่าวฟ้องร้องพระมหากษัตริย์มิได้) รวมทั้งข้อเรียกร้องอื่น ๆ รวม 10 ข้อ

ต่อมา อ.ณฐพร โตประยูร ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตามกระแสข่าว มีหลักฐานการรับเงินจาก NGO ต่างประเทศด้วย ไปยื่นร้องแกนนำม็อบ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่า

"บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้"

‘ผัดไทย’ ขึ้นแท่นอาหารฮิต ติดอันดับ 2 เมนูจานด่วน ที่คนมะกันสั่งเดลิเวอรี่มากที่สุด

เพจ กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand โพสต์ข้อความระบุว่า 2021 Uber Eats Cravings Report จัดอันดับให้ผัดไทยอยู่ในลำดับที่ 2 ของอาหารจานด่วนที่ถูกสั่งมาทานที่บ้านมากที่สุด (the most ordered items) ในสหรัฐอเมริกา โดยอันดับหนึ่งคือ มันฝรั่งทอด (fries)

"มูลนิธิออทิสติกไทย" ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ "ศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง" ยกระดับการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษ และคนพิการ

ณ มูลนิธิออทิสติกไทย แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร "นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย" ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม "บันทึกข้อตกลง" (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพคนพิการ ระหว่าง "ศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง" สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ  กับ "มูลนิธิออทิสติกไทย"

โดย ผอ.ชูศักดิ์ ศิริเชียงพิณ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง ลงนามกับ อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย 

โดยสาระสำคัญ "บันทึกข้อตกลง" ข้อ 1.วัตถุประสงค์  1.เพื่อให้คนพิการได้รับโอกาสในการเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูด้วยวิธีการทางการศึกษา อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม  2.เพื่อให้คนพิการที่เข้ารับบริการในศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง หน่วยบริการบางกอกน้อยได้รับการบำบัดฟื้นฟูด้วยวิธีการทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับสภาพความพิการ และความต้องการจำเป็นเฉพาะบุคคล  3.เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง หน่วยบริการบางกอกน้อยให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง 4. เพื่อสร้างเครือข่ายทางวิชาการระหว่างศูนย์การศึกษาการศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง กับ มูลนิธิออทิสติกไทย ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น 5.เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการจัดหา และสนับสนุนทรัพยากร เช่นบุคลากร งบประมาณ สื่ออุปกรณ์ต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือคนพิการ

ข้อ 2. ข้อตกลงและขอบเขตการร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพคนพิการศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลางหน่วยบริการบางกอกน้อยโดยมีขอบเขตความร่วมมือ ดังนี้ 1.ร่วมดำเนินการจัดระบบการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม การเตรียมความพร้อม การส่งเสริมพัฒนาการการจัดการศึกษานอกระบบ การส่งเสริมอาชีพ สำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 2.ส่งเสริมด้านวิชาการงานวิจัยอ้างอิงเพื่อมาบูรณาการการพัฒนาสำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 3. ร่วมมือในการจัดการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่สำหรับบุคคลออทิสติกและบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 4. ร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรของ มูลนิธิออทิสติกไทย และ ศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง 5. ร่วมมือในการบริหารจัดการงบประมาณ หรือบุคลากรในการจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.ร่วมมือด้านการจัดหลักสูตร และการบริหารทางวิชาการที่เหมาะสมสำหรับบุคคลออทิสติก และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ 7. ความร่วมมือทางวิชาการด้านอื่นๆ

'ก้าวไกล’ แนะรัฐหนุน ‘แรงงานข้ามชาติ’ เข้าระบบ ชี้!! ยิ่งจับ ยิ่งส่งเสริม ‘ค้ามนุษย์’ เฟื่องฟู

เปิดประเทศสุดลักลั่น สวนความต้องการภาคเศรษฐกิจ ‘สุเทพ’ ชี้ ‘แรงงานข้ามชาติ’ ยิ่งเน้นจับ ยิ่งส่งเสริมขบวนการ ‘ค้ามนุษย์’ เฟื่องฟู

วันที่ 9 พ.ย. 64 นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนแรงงาน พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร สะท้อนทัศนะต่อสถานการณ์แรงงานในขณะนี้ว่า เมื่อรัฐบาลต้องการเปิดประเทศ สิ่งที่ตามมาทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ความต้องการแรงงานเพื่อขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่ยังจำเป็นอย่างมากในหลายภาคส่วน ไม่ว่าภาคประมง ภาคเกษตร ภาคท่องเที่ยว หรือภาคอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่ไม่ควรละเลยคือ ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างชาติ ซึ่งเกี่ยวพันซ้อนทับกับปัญหาหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากขบวนการค้ามนุษย์ ต้นทุนทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงทางสาธารณสุขที่อาจเกิดการระบาดของโควิด-19 ซ้ำรอยกรณีคลัสเตอร์แรงงานต่างชาติจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อกลางเดือนธ.ค. ปีก่อน สิ่งที่น่ากังวลก็คือ เริ่มปรากฏสัญญาณหลายอย่างที่ส่อไปในทางนั้น ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ไม่เคยมีการถอดบทเรียนเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นเลย

“กรณีคลัสเตอร์สมุทรสาคร เกิดขึ้นหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 จากคำสั่งปิดเมืองระลอกแรก ทำให้มีความต้องการแรงงานข้ามชาติสูงในภาคการผลิต แต่ภาครัฐก็ยังดำเนินนโยบายปิดชายแดนอย่างเข้มงวด ไม่ปรับตัวตามสถานการณ์จริงเพื่อทำให้การเข้ามาของแรงงานต่างชาติเป็นไปอย่างถูกกฎหมายภายใต้มาตรการสาธารณสุข ทั้งที่เรื่องนี้สามารถทำได้ ผลที่ตามมาคือ เกิดขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานขึ้น ซึ่งเป็นธุรกิจสีเทาที่จะเกิดไม่ได้เลย หากไม่มีความร่วมมือของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตกินสินบาทคาดสินบน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีว่าเจ้าหน้าที่ส่วนไหนมีหน้าที่ในการดูแลชายแดน แต่กลับปล่อยปละละเลยจนเกิดการทะลักเข้ามาของแรงงานเถื่อนได้มหาศาล สุดท้ายจึงเกิดเป็นคลัสเตอร์จังหวัดสมุทรสาครขึ้น นำไปสู่มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอีกครั้ง สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ขณะเดียวกัน รัฐบาลกลับไม่สามารถหาตัวเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในความบกพร่องเหล่านี้มารับผิดได้เลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก”

สุเทพ กล่าวต่อไปว่า เมื่อไม่มีการถอดบทเรียนจนมาถึงการเปิดเมืองในครั้งนี้ จึงยังเห็นนโยบายที่เน้นการปิดชายแดนอย่างเข้มงวดหรือทำให้เป็นเรื่องยากแบบเดิม และสวนทางกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจเหมือนเดิม ช่วงที่ผ่านมาจึงเห็นสัญญาณการลักลอบนำเข้าแรงงานข้ามชาติอย่างผิดกฎหมายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งในส่วนที่จับกุมได้ เช่น ที่จังหวัดกาญจนบุรี วันเดียว 260 คน พบว่ามีการจ่ายกันถึงรายละ 18,000 - 23,000 บาทต่อคน ขณะเดียวกัน ส่วนที่จับกุมไม่ได้ก็มี ดังกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำและถูกเอาไปทิ้งไว้ข้างทางกว่า 20 คน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 3 คน ในจำนวนนี้ยังพบผู้ติดเชื้อโควิด- 19 ด้วย   

“สัญญาณเหล่านี้ชัดมากว่ากำลังมีขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานระลอกใหญ่ เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น หากรัฐบาลและกระทรวงแรงงานมีวิสัยทัศน์ในการมองแรงงานเป็นกำลังสำคัญทางเศรษฐกิจเพื่อเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส หันมาส่งเสริมสนับสนุนสวัสดิการและการคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อจูงใจให้แรงงานต้องการอยู่ในระบบ เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด ทั้งแรงงานในประเทศหรือแรงงานข้ามชาติล้วนเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งที่ขาดไม่ได้ทั้งสิ้น ในทางกลับกัน หากบริหารจัดการไม่ดี ปัญหาก็จะวนลูปกลับไปเหมือนกรณีคลัสเตอร์สมุทรสาคร”  

สุเทพ กล่าวต่อไปว่า หากพิจารณาจากความต้องการของภาคเศรษฐกิจขณะนี้ คาดว่า ไทยยังมีความต้องการแรงงานต่างชาติไม่น้อยกว่า 5 แสนคน เพราะแรงงานกลุ่มเดิมที่กลับภูมิลำเนาไปยังไม่สามารถกลับเข้ามาได้หรือกลับมาได้ยาก เนื่องจากการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายมีต้นทุนสูง มีต้นทุนจากการตรวจคัดกรองตามระบบสาธารณสุขเพิ่มเข้ามา ขณะเดียวกันระบบราชการที่ล่าช้าก็เป็นอีกช่องว่างหนึ่งที่ภาคธุรกิจรอไม่ได้ ส่วนแรงงานข้ามชาติที่ตกค้างในประเทศน่าจะอยู่ประมาณหนึ่งล้านคน บางส่วนเมื่อหมดอายุลง การขึ้นทะเบียนใหม่ก็มีภาระต้นทุนแพงกว่าการใช้แรงงานผิดกฎหมาย 

เท่าพิภพ จี้!! ผู้ว่าฯ อัศวินรับผิดชอบ หลังน้ำท่วมชุมชนรอบแม่น้ำเจ้าพระยา 

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. เขตคลองสาน พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่น้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนเข้าประชุมสภาฯ โดยพบว่าพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำทะเลหนุนขึ้นสูงและไม่มีการแจ้งเตือนจากกรุงเทพมหานคร ทำให้ทรัพย์สินในบ้านได้รับความเสียหาย จากการสอบถามจากประชาชนที่น้ำท่วมเล่าว่าไม่มีการแจ้งเตือนเลย สำนักระบายน้ำ ก็บอกว่าคิดว่าจะขึ้นแค่ 1 เซนติเมตร แต่ที่จริงขึ้น 34 เซนติเมตร ทำให้ชาวบ้านขนของไม่ทัน เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย 

โดยเท่าพิภพระบุว่า แม้เหตุการณ์น้ำทะเลหนุนจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งแต่อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานคร ก็ควรมีการจัดทำระบบแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้สามารถเตรียมตัวและรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ได้ 

 

4 เหตุผล ที่ยังไม่ควรแก้ ‘มาตรา112’

ไม่นานมานี้ คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ได้เปิดเผยในรายการ Click on Clear THE TOPIC EP.81 เกี่ยวกับเหตุผลที่ ทำไม…ไม่ควรแก้ ‘มาตรา 112’ ว่า...

จุดยืนของผมและพรรคกล้า ชัดเจนว่า ‘มาตรา 112’ ไม่ควรยกเลิก และไม่ควรแก้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ เพราะว่าถ้าเราไปแก้ไข มันจะทำให้การหมิ่นเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางมากขึ้น บ่อเกิดแห่งความขัดแย้งมันก็ยังอยู่เหมือนเดิม 

ประการแรก คือ หากเกิดการแก้ไขมาตรา 112 แล้วเกิดการหมิ่นมากขึ้น สิ่งที่ตามมาเป็นประการที่สอง คือ จะเกิดการชุมนุม และเกิดการปะทะกันทั้ง 2 ฝั่งมากขึ้น

ทำไมถึงจะการเกิดการปะทะกันทั้ง 2 ฝั่ง เนื่องจากผลการดำเนินคดีของมาตรา 112 ขณะนี้ที่เราเห็นอยู่มีราษฎรเป็นโจทก์ฟ้อง หรือเป็นผู้กล่าวโทษ ร้องทุกข์อยู่ครึ่งหนึ่ง ถ้าเกิดมองว่าเพราะเป็นเรื่องที่รัฐเข้าแกล้ง หรือไปดำเนินการมาตรา 112 โดยตรง แต่ความเป็นจริงแล้วคนที่มาแจ้งความส่วนมากคือราษฎร นี่คือข้อเท็จจริง!!

ส่วนประการที่สามนั้น คือ โอกาสในการนำไปสู่รัฐประหารอีกครั้ง เนื่องจากว่า ‘พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี จะอยู่ครบ 8 ปีไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ และวันที่ท่านต้องครบคือ เดือน สิงหาคม ในปีหน้า (2565) เพราะฉะนั้นวันนี้จนถึงสิงหาคมปีหน้า ผมมองว่าถ้าการเมืองไม่เกิดวิกฤตอีกระรอก เชื่อว่าท่านก็คงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้แล้ว และรอติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอนาคต

ฉะนั้นถ้าเราเชื่อเรื่องกลไกของประชาธิปไตย ก็อย่าพึ่งไปทำให้เกิดแรงกระเพื่อม เพราะตอนนี้วิกฤตที่เกิดขึ้นคือ วิกฤตเศรษฐกิจ และวิกฤตโรคระบาด ไม่ใช่วิกฤตการเมือง แต่ถ้าเรามาทำให้เกิดเป็นวิกฤตการเมืองแล้วล่ะก็ ตอนเลือกตั้งทุกคนก็จะเลือกด้วยความเกลียด และความกลัว 

และนั่นก็แปลว่าเราทุกคนตกอยู่ในเครื่องมือของการแบ่งแยกคนเป็น 2 ฝั่ง ซึ่งโอกาสที่การแบ่งแยกคนอีกครั้งก่อนการเลือกตั้ง มันอาจจะกลายเป็นหัวข้อว่า ใครเห็นด้วยต่อกับปฏิรูปสถาบันไปฝั่งนี้ ใครให้ไม่เห็นด้วยไปฝั่งนี้ อย่าให้ใครมาแบ่งเราแบบนี้เด็ดขาด เพราะมันจะให้เราตัดสินใจด้วยความเกลียด และความกลัว

อรรถวิชช์ กล่าวอีกว่า ผมจะไม่ยอมให้เรื่องสถาบันกลายเป็นประเด็นการแบ่งแยกเด็ดขาด เพราะความเข้มแข็งของสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย จะเป็นองค์กรที่ยุติความขัดแย้งทางการเมืองได้ด้วย เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์มีส่วนอย่างยิ่งในการยุติและหลีกเลี่ยงการปะทะของบุคคลทั้ง 2 ฝ่ายเสมอ ดังนั้นถ้าเกิดว่าเราไปยุ่งเกี่ยวและดึงสถาบันเข้ามาข้องเกี่ยวทางการเมือง บ้านเมืองเราจะไปต่อไม่ได้ เพราะนี่คือความเข้มแข็งของรากฐานหรือรากเหง้าของคนไทย อย่าทำลายความเป็นไทยของเรา 

สำหรับกรณีกลุ่มวัยรุ่น นักเรียนหรือนักศึกษา เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองในมาตรา 112 อรรถวิชช์ ให้ความเห็นว่า...

ผมได้มีการดีเบตกับอาจารย์ ปิยะบุตร ว่าอาจารย์ปิยะบุตรไม่ได้โดนมาตรา 112 แต่ว่าเป็นน้อง ๆ ที่โดนมาตรา 112 จากการพูดบางอย่างลงไปสู่สังคมแล้วบาดใจคนที่เห็นต่าง ขณะที่อาจารย์รู้กรอบกฎหมายในการกล่าวถึงหรือวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน จึงไม่เกิดผลอันใด

นอกจากนี้ หลายคนอาจจะมองว่าตัวบทกฎหมายมาตรา 112 มีโทษที่หนัก เพราะจำคุก 3-15 ปี ทำให้มีการหยิบยกมาเปรียบเทียบกับการหมิ่นคนธรรมดา หรือหมิ่นเจ้าหน้าที่

แต่แท้จริงแล้วมาตรา 112 ครอบคลุมโทษอยู่ 3 ประเด็น ได้แก่ 1.) ดูหมิ่น 2.) หมิ่นประมาท และ 3.) อาฆาตมาดร้าย 

“ผบ.ทบ. “ เยี่ยมศูนย์ฝึกจิตอาสาภาค 2 จ.สกลนคร แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พร้อมตรวจชายแดนริมโขง ดูสถานการณ์ยาเสพติดพื้นที่ กกล.สุรศักดิ์มนตรี 

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมหน่วยทหารในพื้นที่ภาคอีสานเป็นวันที่ 2 โดยในวันนี้เข้าเยี่ยมชม ศูนย์จิตอาสาภาค 2 ตั้งอยู่ภายในค่ายกฤษณ์สีวะรา อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับฝึกอบรม เพื่อเตรียมจิตอาสาต้นแบบ และขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสา สร้างความรักความสามัคคี  โดยมีการดำเนินโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยองค์ความรู้กสิกรรมธรรมชาติ ส่งเสริมให้ประชาชนนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

จากนั้นเยี่ยมให้กำลังใจทหารกองประจำการผลัดที่ 2/2564  ณ หน่วยฝึกทหารใหม่  กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 3 ซึ่งอยู่ในห้วงกักตัวก่อนเข้ารับการฝึก ภายใต้มาตรการป้องกันโควิดแบบครอบจักรวาล และมาตรการจำกัดพื้นที่และไม่สัมผัสสิ่งแวดล้อมภายนอกแบบระบบปิด ในการนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้พูดคุยกับทหารกองประจำการ และครูฝึกด้วยระบบออนไลน์ สร้างความมั่นใจเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ทหารใหม่ทุกนาย เพื่อร่างกายที่แข็งแรงพร้อมสำหรับการฝึกต่อไป 

ในช่วงบ่ายผู้บัญชาการทหารบกเดินทางเข้าพื้นที่แนวชายแดนไทย–ลาว ด้าน อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ในพื้นที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งเป็นกองกำลังป้องกันชายแดนที่สกัดกั้นและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ด้านยาเสพติด และการลักลอบ ข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ติดตามข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดและการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ ชมการสาธิตระบบเฝ้าตรวจชายแดน ตรวจสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล มอบสิ่งของบำรุงขวัญ พร้อมมอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปฏิบัติภารกิจร่วมกับเหล่าทหาร ให้กับหน่วยเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของทหารที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน การตรวจเยี่ยมในวันนี้ผู้บัญชาการทหารบกยังได้พบปะและมอบเครื่องกันหนาวให้กับประชาชนใน ต.หนองเดิ่น  อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เพื่อใช้ในช่วงฤดูหนาว  

สำหรับพื้นที่ชายแดนด้าน จ.หนองคาย และ จ.บึงกาฬ อยู่ในความรับผิดชอบของ กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มีความยาวเขตแดนริมโขงรวม 340 กิโลเมตร ภารกิจสำคัญคือสามารถสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม  โดยในปีงบประมาณ 2564 จับกุมทั้งสิ้น 568 ครั้ง ผู้กระทำผิด 700 คน ยึดของกลาง ได้แก่ ยาบ้า 72,010,615 เม็ด, กัญชา 9,141 กิโลกรัม, ไอซ์ 5,296 กิโลกรัม และเฮโรอีน 140 กิโลกรัม เป็นต้น  เมื่อเปรียบเทียบสถิติการจับกุมในปีงบประมาณ 2563 กับ 2564 สามารถจับกุมยาบ้าเพิ่มขึ้น 5 เท่า รวม 57,664,013 เม็ด 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top